Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
ลุงประเสริฐเลี้ยงไก่ไข่และหมูขุนแบบฟาร์มครอบครัวอยู่ในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา พื้นที่ที่เต็มไปด้วยคลองและนาข้าว ฟาร์มของลุงมีโรงเรือนไก่ไข่สองหลังและคอกหมูอีกหนึ่งหลัง รายได้หลักของครอบครัวมาจากการขายไข่ให้ตลาดในอำเภอและส่งหมูให้พ่อค้าคนกลาง ปีนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำในคลองล้นตลิ่ง น้ำท่วมเข้าโรงเรือนสูงเกือบครึ่งเมตร ลุงกับลูกชายต้องช่วยกันต้อนหมูขึ้นที่สูงและย้ายไก่ไปไว้ในโรงเรือนชั่วคราวที่บ้านญาติ
สิบวันต่อมาเมื่อน้ำลด ลุงประเสริฐเดินกลับเข้าโรงเรือนไก่เป็นครั้งแรก กลิ่นแอมโมเนียจากมูลไก่ที่หมักหมมกับน้ำผสมกลิ่นโคลนเน่ารุนแรงจนแสบตา แกลบรองพื้นกลายเป็นโคลนเหนียว รางอาหารมีอาหารไก่ที่บูดจนขึ้นราสีเขียว ผนังไม้และเสาโรงเรือนมีคราบเชื้อราเป็นแนวยาวตามระดับน้ำ ส่วนคอกหมูมีน้ำขังอยู่ตามร่องพื้นปูน และมีซากหนูกับแมลงวันตอมอยู่หลายจุด
สิ่งที่ลุงกังวลที่สุดไม่ใช่ความสกปรก แต่คือ "โรค" ลุงรู้ดีว่าถ้านำไก่และหมูกลับเข้าโรงเรือนที่ยังมีเชื้อโรคสะสม สัตว์ที่อ่อนแออยู่แล้วจากการย้ายที่และความเครียดอาจป่วยและตายได้ง่าย และหากเกิดโรคระบาดในฟาร์ม ความเสียหายอาจมากกว่าน้ำท่วมเสียอีก ลุงลองราดปูนขาวและล้างด้วยน้ำยาที่มีอยู่ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเพียงพอหรือยัง
เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จำนวนมากในบางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม และพื้นที่ลุ่มต่ำของฉะเชิงเทรากำลังเผชิญคำถามเดียวกันในช่วงน้ำท่วมปี 2569 คือจะทำอย่างไรให้โรงเรือนสะอาดพอที่จะนำสัตว์กลับเข้ามาได้อย่างปลอดภัย
โรงเรือนเลี้ยงสัตว์มีสารอินทรีย์สะสมอยู่ตลอดเวลา ทั้งมูลสัตว์ วัสดุรองพื้น และเศษอาหาร เมื่อน้ำท่วมเข้ามา สิ่งเหล่านี้ถูกหมักอยู่ในน้ำเป็นเวลาหลายวัน รวมกับเชื้อโรคที่ไหลมากับน้ำจากพื้นที่อื่น โรงเรือนจึงกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อขนาดใหญ่ เมื่อน้ำลด โคลนและวัสดุเปียกที่เหลืออยู่ก็ยังเก็บเชื้อเหล่านั้นไว้
สำหรับฟาร์มครอบครัว สัตว์ทุกตัวคือทุนรอน การนำสัตว์กลับเข้าโรงเรือนที่ยังไม่สะอาดอาจทำให้อัตราการป่วยและตายเพิ่มขึ้น ผลผลิตไข่ลดลง และหมูโตช้ากว่าปกติ นอกจากนี้ กลิ่นเหม็นที่รุนแรงจากฟาร์มยังอาจสร้างปัญหากับเพื่อนบ้านในชุมชนที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมมาเหมือนกัน
1. ฉีดน้ำล้างอย่างเดียว ช่วยไล่โคลนและมูลออกได้ แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และน้ำที่ขังตามร่องพื้นกลับกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อใหม่
2. โรยปูนขาวอย่างเดียว ช่วยลดความชื้นและเชื้อบางส่วนบนพื้น แต่ไม่ครอบคลุมผนัง เสา โครงหลังคา รางอาหาร และอุปกรณ์
3. ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้น อาจกัดกร่อนโครงเหล็ก กรงลวด และอุปกรณ์ให้น้ำ อีกทั้งกลิ่นคลอรีนที่ตกค้างยังระคายเคืองสัตว์เมื่อนำกลับเข้ามา
4. เปิดโรงเรือนตากลมทิ้งไว้ ช่วยให้แห้งเร็วขึ้น แต่เชื้อราในไม้และวัสดุพรุนยังคงอยู่ และกลิ่นแอมโมเนียยังวนกลับมา
โรงเรือนหลังน้ำท่วมจึงต้องการขั้นตอนที่เป็นระบบ เริ่มจากการขนวัสดุปนเปื้อนออก ล้างทำความสะอาด แล้วจึงฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึงทุกพื้นผิว และกำจัดกลิ่นและเชื้อราในอากาศ ซึ่งเป็นงานที่ WHD ทำได้
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อโรคและอบโอโซนสำหรับอาคารและพื้นที่หลากหลายประเภท สำหรับโรงเรือนเลี้ยงสัตว์หลังน้ำท่วม เราออกแบบงานเพื่อเตรียมโรงเรือนให้พร้อมก่อนนำสัตว์กลับเข้ามา โดยยึดหลักสำคัญข้อเดียวคือ ทำงานในโรงเรือนที่ว่างเปล่าเท่านั้น
น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ไม่มีคลอรีน ไม่กัดกร่อนโลหะ จึงถนอมกรงเหล็ก รางอาหาร และระบบให้น้ำ เราพ่นด้วยเครื่องละอองฝอยละเอียด (ULV) ให้ครอบคลุมพื้น ผนัง เสา โครงหลังคา และอุปกรณ์ทุกชิ้นในโรงเรือน
สำหรับโรงเรือนระบบปิด (อีแวป) ห้องเก็บอาหารสัตว์ และห้องอุปกรณ์ เราใช้เครื่องอบโอโซน Master Ozone Generator โอโซนช่วยทำลายเชื้อราและแบคทีเรียในจุดอับ และสลายโมเลกุลกลิ่นเหม็นสะสม เมื่อระบายอากาศแล้วจะสลายกลับเป็นออกซิเจนเอง ไม่ทิ้งสารตกค้าง สำหรับโรงเรือนแบบเปิดที่ปิดล้อมไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อจะเป็นวิธีหลัก
หมายเหตุ: หากสัตว์ในฟาร์มมีอาการป่วยหรือตายผิดปกติ ควรแจ้งสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอโดยเร็ว และจัดการซากสัตว์ตามคำแนะนำของกรมปศุสัตว์ บริการของ WHD เป็นการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นที่ ไม่ใช่การรักษาสัตว์
"ทีมงานย้ำตั้งแต่แรกว่าต้องย้ายไก่กับหมูออกให้หมดก่อน แล้วบอกว่าต้องขนแกลบกับอาหารที่ขึ้นราออกและล้างพื้นให้สะอาดก่อนพ่น พอพ่นฆ่าเชื้อและอบห้องเก็บอาหารเสร็จ เปิดระบายอากาศจนแห้ง กลิ่นในโรงเรือนเบาลงมาก ลุงสบายใจขึ้นเยอะที่จะเอาสัตว์กลับเข้ามา"
— ลุงประเสริฐ เจ้าของฟาร์มไก่ไข่และหมูขุน บางน้ำเปรี้ยว ฉะเชิงเทรา (เรื่องเล่าจากหน้างาน)
อีกกรณีหนึ่งคือป้าสมพร ผู้เลี้ยงเป็ดไข่ริมคลองในตำบลใกล้เคียง ซึ่งน้ำท่วมเข้าเล้าเป็ดและห้องเก็บอาหาร ป้าย้ายเป็ดไปไว้ที่สูงชั่วคราว แล้วให้ทีมงานพ่นฆ่าเชื้อเล้าและอบโอโซนห้องเก็บอาหาร หลังระบายอากาศและพักเล้าตามคำแนะนำ ป้าจึงนำเป็ดกลับเข้ามาเลี้ยงต่อได้
สำหรับการดูแลประจำวันหลังเริ่มเลี้ยงรอบใหม่ เกษตรกรหลายรายใช้น้ำยาฆ่าเชื้อชนิดสเปรย์ CHEMGENE HLD4H ขนาด 750 มล. ฉีดเช็ดอุปกรณ์ ถังน้ำ และมือจับประตูโรงเรือน และหากบ้านพักในฟาร์มโดนน้ำท่วมด้วย สามารถใช้บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยไปพร้อมกันได้
ถาม: พ่นฆ่าเชื้อหรืออบโอโซนขณะที่สัตว์ยังอยู่ในโรงเรือนได้ไหม?
ตอบ: ไม่ได้ ต้องย้ายสัตว์ทุกตัวออกก่อนเสมอ โอโซนความเข้มข้นสูงเป็นอันตรายต่อสัตว์และคน และควรรอให้น้ำยาแห้งและระบายอากาศเรียบร้อยก่อนนำสัตว์กลับเข้ามา
ถาม: หลังพ่นแล้วต้องรอนานแค่ไหนจึงนำสัตว์กลับเข้าได้?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับชนิดโรงเรือน การระบายอากาศ และความชื้น ทีมงานจะแนะนำระยะเวลาที่เหมาะสมหลังทำงานเสร็จ โดยทั่วไปควรให้โรงเรือนแห้งสนิทและไม่มีกลิ่นโอโซนเหลืออยู่
ถาม: ต้องล้างโรงเรือนก่อนพ่นฆ่าเชื้อไหม?
ตอบ: ควรล้าง เพราะมูลสัตว์และโคลนที่เหลืออยู่จะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ ทีมงานจะแนะนำขั้นตอนการขนวัสดุและล้างพื้นที่ก่อนวันนัด
ถาม: น้ำยา Chemgene HLD4H จะทำให้กรงเหล็กหรือระบบให้น้ำเสียหายไหม?
ตอบ: Chemgene HLD4H ไม่กัดกร่อนโลหะ จึงเหมาะกับกรงเหล็กและอุปกรณ์ในโรงเรือน อย่างไรก็ตาม ควรล้างรางน้ำและรางอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งานจริง
ถาม: บริการนี้ป้องกันโรคระบาดในสัตว์ได้ไหม?
ตอบ: การฆ่าเชื้อโรงเรือนเป็นส่วนหนึ่งของระบบการป้องกันโรคในฟาร์ม แต่ไม่ได้ทดแทนวัคซีน การดูแลของสัตวแพทย์ หรือมาตรการของกรมปศุสัตว์ ควรปฏิบัติร่วมกัน
ถาม: ให้บริการพื้นที่ใดบ้าง?
ตอบ: บางน้ำเปรี้ยว บางคล้า พนมสารคาม เมืองฉะเชิงเทรา และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
โรงเรือนที่สะอาดคือจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงรอบใหม่ที่ปลอดภัย ติดต่อ World Health Disinfection วันนี้
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#พ่นฆ่าเชื้อฟาร์ม #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อเล้าไก่ #ฆ่าเชื้อคอกหมู #อบโอโซน #กำจัดกลิ่น #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บางน้ำเปรี้ยว #ฉะเชิงเทรา
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อฟาร์มหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อเล้าไก่, ฆ่าเชื้อคอกหมู, โรงเรือนน้ำท่วม, ฟาร์มปศุสัตว์หลังน้ำท่วม, อบโอโซนโรงเรือน, กำจัดกลิ่นฟาร์ม, บางน้ำเปรี้ยว, ฉะเชิงเทรา, น้ำท่วม 2569