พ่นฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วม รพ.สต. ห้องตรวจ ห้องยา บางกระทุ่ม พิษณุโลก ฟื้นฟูให้ปลอดเชื้อก่อนเปิดบริการผู้ป่วย ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าโรงพยาบาล

พ่นฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วม รพ.สต. ห้องตรวจ ห้องยา บางกระทุ่ม พิษณุโลก ฟื้นฟูให้ปลอดเชื้อก่อนเปิดบริการผู้ป่วย ปี 2569

น้ำจากแม่น้ำน่านที่เอ่อล้นเข้าท่วมอำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ในปี 2569 ทำให้คลินิกเอกชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) หลายแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว ทั้งที่เป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านต้องการการดูแลสุขภาพมากที่สุด เพราะหลังน้ำลดมักตามมาด้วยโรคผิวหนัง ท้องร่วง โรคฉี่หนู และอาการภูมิแพ้ สถานพยาบาลจึงต้องกลับมาเปิดให้เร็ว แต่จะเปิดได้ก็ต่อเมื่อห้องตรวจ ห้องยา และห้องทำแผลสะอาดและปลอดเชื้อจริง บทความนี้จะอธิบายว่าการพ่นฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วมควรทำอย่างไร และบริการพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับอบโอโซนของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยให้สถานพยาบาลขนาดเล็กกลับมาพร้อมดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจอย่างไร

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เมื่อพยาบาลวิชาชีพต้องเปิดประตู รพ.สต. หลังน้ำลด

พี่อรุณี พยาบาลวิชาชีพวัย 45 ปี ประจำ รพ.สต. แห่งหนึ่งในอำเภอบางกระทุ่ม ทำงานที่นี่มาเกือบ 15 ปี เธอรู้จักชาวบ้านในตำบลแทบทุกครอบครัว รู้ว่ายายคนไหนต้องมารับยาความดันทุกเดือน เด็กคนไหนต้องมาฉีดวัคซีนตามนัด และผู้ป่วยเบาหวานคนไหนต้องมาทำแผลที่เท้าทุกสัปดาห์

เมื่อน้ำท่วมสูงเกือบครึ่งเมตร รพ.สต. ต้องปิดและย้ายยาจำเป็นขึ้นที่สูง เช้าวันที่น้ำลดลงจนเข้าไปได้ พี่อรุณีพบว่าพื้นห้องตรวจและห้องรอตรวจมีโคลนเหนียวเคลือบหนา ขาเตียงตรวจ ตู้เก็บเวชภัณฑ์ และเก้าอี้รอคิวมีคราบน้ำเป็นแนว ผนังห้องยาด้านล่างเริ่มมีจุดเชื้อราสีเทาดำ และที่ทำให้เธอใจหายที่สุดคือกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นท่อระบายน้ำที่อบอวลอยู่ทั่วอาคาร ห้องทำแผลซึ่งควรเป็นห้องที่สะอาดที่สุด กลับเป็นห้องที่มีกลิ่นแรงที่สุดเพราะอยู่ติดห้องน้ำ

ระหว่างนั้น โทรศัพท์ของพี่อรุณีดังไม่หยุด ชาวบ้านถามว่าจะมาทำแผลได้เมื่อไร ยาความดันใกล้หมดแล้ว เด็กในหมู่บ้านมีผื่นคันจากการลุยน้ำ ผู้ใหญ่บ้านขอให้รีบเปิดเพราะคนในตำบลเริ่มท้องเสีย พี่อรุณีอยากเปิดให้เร็วที่สุด แต่ในฐานะพยาบาล เธอรู้ดีว่าการเปิดห้องทำแผลในสภาพที่ยังมีเชื้อโรคจากน้ำท่วมตกค้าง คือการเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อให้คนไข้ที่มีแผลเปิดและภูมิคุ้มกันต่ำ

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคลินิกและ รพ.สต. จำนวนมากในพื้นที่ลุ่มน้ำน่านและยม ทั้งบางกระทุ่ม พรหมพิราม และพื้นที่ใกล้เคียง สถานพยาบาลขนาดเล็กเหล่านี้เป็นด่านแรกของระบบสุขภาพชุมชน หากเปิดช้า ชาวบ้านต้องเดินทางไกลไปโรงพยาบาลอำเภอหรือโรงพยาบาลจังหวัดซึ่งก็รับผู้ป่วยล้นอยู่แล้ว

ทำไมสถานพยาบาลหลังน้ำท่วมจึงต้องปลอดเชื้อมากกว่าที่อื่น

บ้านหลังน้ำท่วมต้องการความสะอาดเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยปลอดภัย แต่คลินิกและ รพ.สต. ต้องการมาตรฐานที่สูงกว่านั้น เพราะผู้ที่เดินเข้ามาคือคนที่ป่วยอยู่แล้ว หลายคนมีแผลเปิด เป็นผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ความเสี่ยงที่ต้องจัดการมีดังนี้

1. เชื้อโรคจากน้ำท่วมที่ตกค้างในห้องตรวจ

  • แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล น้ำท่วมที่ไหลผ่านท่อระบายน้ำและส้วมซึมนำเชื้อ E. coli และแบคทีเรียลำไส้อื่น ๆ มาเกาะตามพื้น ขาเตียง และเฟอร์นิเจอร์ เชื้อเหล่านี้ติดมือเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยได้ง่าย
  • เชื้อเลปโตสไปโรซิส (โรคฉี่หนู) ปัสสาวะหนูที่ปนในน้ำและโคลนเป็นอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำความสะอาด และต่อผู้ป่วยที่มีแผลหรือรอยถลอก
  • ความเสี่ยงการติดเชื้อที่แผล ห้องทำแผลที่ยังมีเชื้อตกค้างอาจทำให้แผลเบาหวาน แผลผ่าตัดเล็ก หรือแผลจากการลุยน้ำติดเชื้อซ้ำ ซึ่งยิ่งรักษายากขึ้น

2. เชื้อราในห้องยาและห้องเก็บเวชภัณฑ์

ห้องยามักเป็นห้องปิด มีชั้นวางแน่น อากาศถ่ายเทน้อย เมื่อความชื้นสูงหลังน้ำท่วม เชื้อราจะเติบโตบนผนัง ชั้นไม้ กล่องกระดาษ และฉลากยาได้อย่างรวดเร็ว ยาที่บรรจุภัณฑ์เปียกน้ำหรือมีเชื้อราควรถูกคัดออกตามแนวทางของหน่วยงาน ส่วนห้องและชั้นวางต้องได้รับการฆ่าเชื้อก่อนนำยาชุดใหม่เข้าไปเก็บ มิฉะนั้นยาชุดใหม่ก็จะเสี่ยงเสียหายตามไปด้วย

3. สปอร์เชื้อราในอากาศกับผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง

สปอร์เชื้อราที่ลอยในอากาศเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืด ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็กที่มานั่งรอตรวจในห้องที่อับชื้นอาจมีอาการกำเริบ เจ้าหน้าที่เองก็ต้องทำงานในห้องนั้นวันละหลายชั่วโมง

4. ความเชื่อมั่นของชุมชนและเวลาที่เสียไป

ทุกวันที่ปิดให้บริการ หมายถึงผู้ป่วยที่ขาดยา ผู้ป่วยที่ไม่ได้ทำแผล และเด็กที่เลื่อนวัคซีน สำหรับคลินิกเอกชน การปิดนานยังหมายถึงรายได้ที่หายไปและค่าใช้จ่ายคงที่ที่ยังต้องจ่าย ขณะเดียวกัน หากเปิดเร็วเกินไปโดยที่ยังมีกลิ่นอับและคราบเชื้อรา ผู้ป่วยก็จะไม่มั่นใจ และภาพลักษณ์ของสถานพยาบาลซึ่งต้องเป็นแบบอย่างด้านความสะอาดก็จะเสียหาย

ทำไมการทำความสะอาดตามปกติยังไม่พอหลังน้ำท่วม

สถานพยาบาลมีขั้นตอนทำความสะอาดประจำวันอยู่แล้ว แต่ขั้นตอนเหล่านั้นออกแบบมาสำหรับสภาวะปกติ ไม่ใช่สำหรับอาคารที่จมน้ำปนสิ่งปฏิกูลนานหลายวัน

  • เช็ดพื้นผิวด้วยน้ำยาทั่วไป การเช็ดถูช่วยได้เฉพาะจุดที่มือเข้าถึง แต่ใต้ตู้ยา หลังเตียงตรวจ ช่องเดินสายไฟ และฝ้าเพดานที่ซึมน้ำ มักถูกมองข้าม
  • ใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้น แม้จะฆ่าเชื้อได้บนพื้นผิวแข็ง แต่ไอระเหยฉุนระคายเคืองทางเดินหายใจของผู้ป่วยและเจ้าหน้าที่ อาจกัดกร่อนโลหะของอุปกรณ์การแพทย์ และไม่ช่วยเรื่องเชื้อราในวัสดุพรุน เช่น ฝ้ายิปซัมหรือไม้อัด
  • เปิดแอร์หรือพัดลมไล่ความชื้น ช่วยให้แห้งเร็วขึ้น แต่หากระบบแอร์เคยจมน้ำหรือมีเชื้อรา การเปิดแอร์อาจกระจายสปอร์ไปทั่วอาคาร
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศ กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่กำจัดต้นเหตุ และกลิ่นหอมแรงในสถานพยาบาลยังอาจกระตุ้นอาการของผู้ป่วยภูมิแพ้
  • ทาสีทับผนังที่ขึ้นรา เชื้อราจะกลับมาภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน และอาจต้องรื้อทำใหม่ทั้งหมด

สถานพยาบาลจึงต้องการการฆ่าเชื้อที่ครอบคลุมทุกพื้นผิวและอากาศในห้อง ควบคู่กับการลดเชื้อราและกลิ่นอับอย่างเป็นระบบ

ทางออก: บริการพ่นฆ่าเชื้อ + อบโอโซน สำหรับคลินิกและ รพ.สต.

พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงสำหรับสถานพยาบาล

WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในสถานพยาบาล ครอบคลุมทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา พ่นด้วยเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยากลายเป็นละอองขนาดเล็กมาก ลอยฟุ้งเข้าไปเกาะทุกพื้นผิว ทั้งพื้น ผนัง เตียงตรวจ ชั้นวางยา ใต้โต๊ะ และซอกมุมที่การเช็ดถูเข้าไม่ถึง ใช้น้ำยาปริมาณน้อย พื้นผิวไม่เปียกโชก จึงเหมาะกับห้องที่มีอุปกรณ์และเอกสาร

อบโอโซนลดสปอร์เชื้อราและกำจัดกลิ่นอับ

หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะปิดห้องและอบโอโซนด้วยเครื่องผลิตโอโซนกำลังสูง โอโซนเป็นก๊าซออกซิไดซ์ที่แทรกซึมไปทั่วห้อง เข้าไปถึงม่านกั้นเตียง เบาะเก้าอี้ ฝ้าเพดาน และรูพรุนของวัสดุ ช่วยทำลายสปอร์เชื้อรา แบคทีเรียในอากาศ และสลายโมเลกุลที่ทำให้เกิดกลิ่นอับและกลิ่นท่อ เมื่อครบเวลาโอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารตกค้าง

ขั้นตอนการให้บริการสำหรับสถานพยาบาล

  1. สำรวจพื้นที่และวางแผนร่วมกับเจ้าหน้าที่ ประเมินห้องตรวจ ห้องยา ห้องทำแผล ห้องฉีดวัคซีน ห้องน้ำ และห้องรอตรวจ กำหนดลำดับงานให้สอดคล้องกับแผนเปิดบริการ
  2. แนะนำการขนโคลนและคัดแยกวัสดุ ให้คำแนะนำการตักโคลน ล้างพื้น และย้ายเวชภัณฑ์ เอกสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกจากพื้นที่ก่อนพ่น
  3. พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H ทุกห้องที่จมน้ำ โดยเน้นห้องทำแผล ห้องน้ำ และทางเดินที่ผู้ป่วยใช้ร่วมกัน
  4. อบโอโซนแบบ Shock Treatment ปิดห้องและอบตามขนาดพื้นที่ แบ่งทำทีละโซนเพื่อให้ส่วนที่พร้อมแล้วเปิดใช้งานได้ก่อน
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูหน้าต่างให้โอโซนสลายตัวจนปลอดภัยก่อนเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยกลับเข้าพื้นที่
  6. ตรวจเช็กซ้ำและแนะนำการดูแลต่อ ตรวจกลิ่นและสภาพห้อง แนะนำการควบคุมความชื้นในห้องยา และรอบการฆ่าเชื้อพื้นผิวประจำวัน

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในห้องโดยเด็ดขาด เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ ต้องระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าพื้นที่ ทีมงาน WHD จะเป็นผู้ควบคุมและแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบ

เช็กลิสต์สำหรับเจ้าหน้าที่ก่อนเปิดบริการอีกครั้ง

  • ป้องกันตัวเองก่อนเริ่มงาน สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และปิดแผลให้มิดชิดทุกครั้งที่ทำความสะอาดพื้นที่ที่จมน้ำ
  • คัดแยกยาและเวชภัณฑ์ ยาหรือเวชภัณฑ์ที่บรรจุภัณฑ์เปียกน้ำ ฉลากเลือน หรือมีเชื้อราควรแยกออกและดำเนินการตามแนวทางของหน่วยงานต้นสังกัด
  • ตรวจตู้เย็นเก็บวัคซีน หากไฟดับหรือตู้เย็นจมน้ำ ควรตรวจสอบตามระบบลูกโซ่ความเย็นก่อนใช้งาน
  • ล้างและฆ่าเชื้ออุปกรณ์ อุปกรณ์การแพทย์ที่สัมผัสน้ำท่วมต้องผ่านขั้นตอนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อตามมาตรฐานก่อนนำกลับมาใช้
  • ตรวจระบบแอร์และพัดลมดูดอากาศ หากเคยจมน้ำหรือมีกลิ่นอับ ควรล้างและตรวจเชื้อราก่อนเปิดใช้
  • จัดโซนผู้ป่วย ในช่วงแรกอาจแยกโซนผู้ป่วยโรคผิวหนังและท้องร่วงจากผู้ป่วยทั่วไป เพื่อลดการแพร่เชื้อ

10 เหตุผลที่คลินิกและ รพ.สต. ในบางกระทุ่มเลือก WHD

  1. น้ำยาเกรดสถานพยาบาล Chemgene HLD4H เหมาะกับห้องตรวจและห้องทำแผล
  2. ฆ่าเชื้อถึงทุกซอกมุม บริการพ่นฆ่าเชื้อแบบละอองฝอยเข้าถึงใต้เตียงและหลังตู้ยา
  3. ไม่ทำให้ห้องเปียกแฉะ ใช้น้ำยาปริมาณน้อย ไม่ทำลายเอกสารและเฟอร์นิเจอร์
  4. ลดสปอร์เชื้อราในอากาศ ด้วยบริการอบโอโซน ปลอดภัยขึ้นสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืด
  5. กำจัดกลิ่นอับและกลิ่นท่อที่ต้นเหตุ ไม่ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น
  6. ไม่มีสารตกค้างจากโอโซน ดูรายละเอียดที่หน้าอบโอโซนดับกลิ่นและสารเคมีตกค้าง
  7. แบ่งทำทีละโซน เปิดบริการบางส่วนได้เร็วขึ้น
  8. มีทางเลือกใช้งานต่อเนื่อง สามารถใช้Chemgene HLD4H ชนิดสเปรย์เช็ดพื้นผิวประจำวันหลังเปิดบริการ
  9. ป้องกันยุงลายรอบอาคาร เสริมบริการพ่นยุงเมื่อมีน้ำขังรอบสถานพยาบาล
  10. คืนความมั่นใจให้ผู้ป่วยและชุมชน สถานพยาบาลกลับมาเป็นที่พึ่งของชาวบ้านได้เต็มที่

ก่อนและหลังรับบริการ

ก่อน

  • ห้องตรวจมีคราบโคลนและกลิ่นท่อระบายน้ำ
  • ห้องยามีจุดเชื้อราบนผนังและชั้นวาง
  • ห้องทำแผลไม่พร้อมใช้งาน
  • เจ้าหน้าที่ไอและแสบจมูกระหว่างทำงาน
  • ผู้ป่วยไม่มั่นใจที่จะเข้ามารับบริการ
  • ต้องปิดบริการนานกว่าที่ควร

หลัง

  • พื้นผิวทุกห้องผ่านการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง
  • กลิ่นอับและกลิ่นท่อลดลงอย่างชัดเจน
  • ห้องยาพร้อมรับเวชภัณฑ์ชุดใหม่
  • ห้องทำแผลกลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจ
  • อากาศในห้องรอตรวจสดชื่นขึ้น
  • เปิดบริการชุมชนได้อีกครั้ง

เสียงจากเจ้าหน้าที่ (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

"เราล้างกันเองสองวันเต็ม แต่กลิ่นในห้องทำแผลยังไม่หาย ห้องยาก็มีราขึ้นตามมุม พอทีม WHD เข้ามาพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนทีละห้อง กลิ่นที่เคยแรงก็ลดลงมาก เราเลยเปิดห้องทำแผลได้ก่อน ชาวบ้านที่ต้องทำแผลทุกสัปดาห์ก็ได้กลับมารับบริการ ไม่ต้องเดินทางไกลเข้าเมือง"
— พี่อรุณี พยาบาลวิชาชีพ รพ.สต. อำเภอบางกระทุ่ม (บุคคลสมมติจากสถานการณ์จริง)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: ต้องย้ายยาและเวชภัณฑ์ออกก่อนพ่นฆ่าเชื้อหรือไม่
ตอบ: แนะนำให้ย้ายยา เวชภัณฑ์ เอกสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ออกก่อน หรือปิดคลุมให้มิดชิด เพื่อให้การพ่นทั่วถึงและป้องกันบรรจุภัณฑ์เสียหาย

ถาม: หลังพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนแล้ว เปิดบริการได้เลยหรือไม่
ตอบ: เมื่อระบายอากาศครบตามเวลาที่ทีมงานแจ้งแล้วจึงกลับเข้าใช้พื้นที่ได้ ทั้งนี้สถานพยาบาลควรดำเนินการตามแนวทางของหน่วยงานต้นสังกัดเรื่องยา วัคซีน และอุปกรณ์การแพทย์ร่วมด้วย

ถาม: อบโอโซนในห้องที่มีเครื่องมือแพทย์ได้หรือไม่
ตอบ: ทีมงานจะประเมินหน้างานร่วมกับเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ที่ไวต่อสภาพแวดล้อมอาจต้องย้ายออกหรือปิดคลุมก่อนอบ

ถาม: ผู้ป่วยหรือเจ้าหน้าที่อยู่ในห้องระหว่างอบโอโซนได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ ต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้องระหว่างอบ และต้องระบายอากาศก่อนกลับเข้าพื้นที่ทุกครั้ง

ถาม: ควรพ่นฆ่าเชื้อซ้ำหรือไม่
ตอบ: ขึ้นอยู่กับระดับความเสียหายและความชื้นที่เหลือ หากพบเชื้อราหรือกลิ่นกลับมา ทีมงานจะประเมินและแนะนำรอบการดูแลเพิ่มเติม

ถาม: ให้บริการในพื้นที่บางกระทุ่มและพิษณุโลกหรือไม่
ตอบ: สอบถามพื้นที่ให้บริการและนัดสำรวจได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ให้สถานพยาบาลของชุมชนกลับมาเปิดอย่างปลอดภัย

ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนห้องตรวจ ห้องยา และห้องทำแผลของคุณ

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อคลินิก #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #บางกระทุ่ม

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อคลินิกหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต., อบโอโซนห้องตรวจ, ฟื้นฟูห้องยาหลังน้ำท่วม, กำจัดเชื้อราสถานพยาบาล, บางกระทุ่ม, พิษณุโลก, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, อบโอโซน 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้