Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
ลุงสมพงษ์กับป้าบุญมีเปิดโฮมสเตย์บ้านไม้สองชั้นริมแม่น้ำในอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี มากว่าสิบปี บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้สักเก่าที่ตกทอดมาจากพ่อแม่ ใต้ถุนสูง มีชานบ้านยื่นออกไปเห็นสายน้ำ นักท่องเที่ยวชอบมานั่งดื่มกาแฟตอนเช้า ฟังเสียงนก และเดินไปตลาดเช้าในชุมชน ห้องนอนสี่ห้องบนชั้นสองตกแต่งด้วยผ้าทอพื้นเมือง หมอนอิง และที่นอนนุ่ม ๆ ที่ป้าบุญมีดูแลอย่างดีมาตลอด
ปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 แม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง ระดับน้ำขึ้นเร็วจนท่วมใต้ถุนทั้งหมด และล้นขึ้นมาถึงพื้นชั้นสองราวคืบหนึ่ง ลุงกับป้าต้องอพยพไปอยู่บ้านญาติในตัวอำเภอเกือบสองสัปดาห์ เมื่อน้ำลดและกลับมาถึงบ้าน ภาพที่เห็นคือโคลนสีน้ำตาลเคลือบเสาไม้ใต้ถุนสูงเกือบสองเมตร พื้นไม้ชั้นบนบวมขึ้นบางแผ่น ผ้าทอที่แขวนไว้มีจุดราสีเขียวเทา และกลิ่นอับชื้นแรงจนป้าบุญมีต้องเอาผ้าปิดจมูก
“บ้านไม้มันหายใจได้ แต่ตอนนี้มันหายใจเอาน้ำเน่าเข้าไปเต็มเลย” ลุงสมพงษ์พูดพลางเคาะเสาไม้ที่ยังชื้นอยู่ ทั้งสองคนลงมือขัดล้างกันเองหลายวัน เปิดหน้าต่างทุกบานให้ลมพัด แต่ทุกเช้ากลิ่นอับก็ยังลอยขึ้นมาจากร่องพื้นไม้ ในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เคยจองไว้ช่วงปลายปีเริ่มโทรมาถามว่าจะเปิดรับได้เมื่อไร
บ้านไม้เป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวชุมชนริมน้ำในปราจีนบุรี แต่ก็เป็นบ้านที่ฟื้นฟูยากที่สุดหลังน้ำท่วม เพราะไม้ดูดซับน้ำ เก็บความชื้น และเก็บกลิ่นไว้ในเนื้อไม้นานกว่าวัสดุอื่น
บ้านไม้มีโครงสร้างที่เต็มไปด้วยรอยต่อ ร่องพื้น ช่องระหว่างฝา และใต้ถุนที่อากาศถ่ายเทไม่สม่ำเสมอ เมื่อน้ำท่วมขัง น้ำที่ปนเปื้อนสิ่งสกปรกจะซึมเข้าไปในเส้นใยไม้ และค้างอยู่ตามร่องที่ล้างไม่ถึง
น้ำท่วมจากแม่น้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรมักมีเชื้อโรคปะปน โดยเฉพาะ โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ที่ติดต่อผ่านบาดแผลขณะลุยน้ำหรือล้างโคลน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงโรคท้องร่วง โรคผิวหนัง ตาแดง และอาการ ภูมิแพ้ หรือหอบหืดกำเริบจากสปอร์เชื้อราในบ้านที่อับชื้น ผู้สูงอายุอย่างลุงสมพงษ์และป้าบุญมีที่ต้องลงมือทำความสะอาดเองจึงมีความเสี่ยงไม่น้อย
นักท่องเที่ยวที่เลือกโฮมสเตย์ริมน้ำต้องการบรรยากาศธรรมชาติ ความสงบ และความสะอาดแบบบ้าน ๆ ที่อบอุ่น หากเข้ามาแล้วเจอกลิ่นอับหรือเห็นราบนผ้าห่ม ความประทับใจจะหายไปทันที และการบอกต่อปากต่อปากในกลุ่มนักท่องเที่ยวชุมชนก็เดินทางเร็วมาก
ไม่มีใครรักบ้านไม้ได้เท่าเจ้าของบ้าน ทุกคนจึงพยายามเต็มที่ แต่บางวิธีกลับไม่ได้ผลอย่างที่หวัง หรืออาจทำให้ไม้เสียหายเพิ่ม
สิ่งที่บ้านไม้ต้องการคือการจัดการทั้ง “พื้นผิว” และ “อากาศ” ไปพร้อมกัน ด้วยวิธีที่ไม่ทำร้ายเนื้อไม้
World Health Disinfection ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ ร่วมกับ อบโอโซน ที่เหมาะกับบ้านไม้และโฮมสเตย์ ซึ่งมีพื้นที่ซับซ้อนและวัสดุที่ต้องดูแลอย่างระมัดระวัง
น้ำยา CHEMGENE HLD4H ถูกพ่นด้วยเครื่อง ULV ให้เป็นละอองขนาดเล็ก ลอยเข้าไปตามร่องพื้นไม้ รอยต่อฝา มุมเพดาน และใต้ถุนบ้าน โดยไม่ต้องราดน้ำยาจนไม้เปียกโชก ช่วยลดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราบนพื้นผิวได้ทั่วถึง และไม่ทำให้ไม้ด่างแบบน้ำยาฟอกขาว
หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานปิดห้องและเปิดเครื่องผลิตโอโซน ก๊าซโอโซนจะแทรกเข้าไปในช่องว่างระหว่างแผ่นไม้ ผ้าทอ ที่นอน และหมอน ช่วยทำลายสปอร์เชื้อราและสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นน้ำเน่าที่ฝังอยู่ หลังจากนั้นโอโซนจะสลายตัวเป็นออกซิเจน
ระหว่างอบโอโซนห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ไก่ หรือต้นไม้กระถางอยู่ในพื้นที่ และต้องระบายอากาศให้ดีก่อนกลับเข้าบ้าน ทีมงาน WHD จะควบคุมเครื่องและแจ้งให้ทราบเมื่อปลอดภัยแล้ว
“ล้างเองมาเป็นอาทิตย์ หลังแทบหัก กลิ่นก็ยังอยู่ พอทีมงานมาพ่นแล้วอบโอโซนให้ เปิดหน้าต่างระบายลมตามที่เขาบอก วันรุ่งขึ้นขึ้นบ้านมากลิ่นไม้กลับมาแล้ว ป้าดีใจมากที่ผ้าทอผืนเก่าของแม่ไม่ต้องทิ้ง”
— เจ้าของโฮมสเตย์บ้านไม้ริมน้ำ อำเภอประจันตคาม
สำหรับโฮมสเตย์ชุมชน การได้บ้านคืนมาไม่ใช่แค่เรื่องรายได้ แต่คือการได้รักษาเรื่องราวและความทรงจำที่ทำให้แขกอยากกลับมาเยือนอีก
ศึกษาคำแนะนำด้านสุขภาพเพิ่มเติมจาก กรมอนามัย และ องค์การอนามัยโลก (WHO)
เจ้าของบ้านไม้หลายคนสังเกตเหมือนกันว่า ตอนบ่ายที่แดดจัดกลิ่นในบ้านดูเหมือนจะจางลง แต่พอถึงเช้ามืดหรือหลังฝนตก กลิ่นอับกลับมาแรงอีกครั้ง สาเหตุคือความชื้นในอากาศช่วงกลางคืนสูงขึ้น ไม้ที่ยังอุ้มน้ำอยู่ภายในจะคายความชื้นและกลิ่นออกมาพร้อมกัน ขณะเดียวกันเชื้อราก็เติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็นและชื้น ทำให้กลิ่นสะสมในห้องที่ปิดหน้าต่างตอนกลางคืน
การจัดการจึงต้องทำสองทาง คือ ลดปริมาณเชื้อโรคและเชื้อราที่เป็นต้นเหตุ ด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ และสลายโมเลกุลกลิ่นที่ฝังอยู่ ด้วยการอบโอโซน ควบคู่กับการปล่อยให้ไม้แห้งตามธรรมชาติ เมื่อทั้งสามอย่างทำงานพร้อมกัน กลิ่นอับจะค่อย ๆ หมดไปอย่างถาวร ไม่ใช่แค่จางลงชั่วคราว
ระยะเวลาจริงขึ้นกับความรุนแรงของน้ำท่วมและสภาพอากาศ แต่การวางแผนเป็นขั้นตอนจะช่วยให้เจ้าของบ้านไม่เหนื่อยเกินไป และรู้ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนของการฟื้นฟู
ถาม: บ้านไม้เก่าอายุหลายสิบปีพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ไหม
ตอบ: ได้ ทีมงานใช้การพ่นแบบละอองฝอยที่ไม่ทำให้ไม้เปียกโชก และจะสำรวจสภาพไม้ก่อนทุกครั้ง หากมีจุดที่ผุหรือเสียหายมากจะแจ้งให้ทราบ
ถาม: ไม้ยังไม่แห้งสนิทจะทำได้หรือยัง
ตอบ: ควรนำโคลนและน้ำขังออกก่อน ไม้ไม่จำเป็นต้องแห้งสนิท การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนในช่วงที่ไม้กำลังแห้งช่วยลดการเติบโตของเชื้อราในระหว่างนั้นได้
ถาม: ผ้าทอและหมอนอิงต้องเอาออกจากห้องไหม
ตอบ: ผ้าที่เปื้อนโคลนควรซักก่อน จากนั้นสามารถแขวนไว้ในห้องระหว่างอบโอโซนเพื่อช่วยลดกลิ่นได้ ทีมงานจะแนะนำการจัดวางที่เหมาะสม
ถาม: ต้องอพยพสัตว์เลี้ยงไหม
ตอบ: ต้องนำสัตว์เลี้ยงและต้นไม้ออกจากพื้นที่ระหว่างอบโอโซนทุกครั้ง และกลับเข้ามาได้เมื่อระบายอากาศเรียบร้อยแล้ว
ถาม: ใต้ถุนบ้านที่เปิดโล่งอบโอโซนได้ไหม
ตอบ: พื้นที่เปิดโล่งเหมาะกับการพ่นฆ่าเชื้อมากกว่า ส่วนการอบโอโซนจะเน้นห้องที่ปิดได้ ทีมงานจะเลือกวิธีให้เหมาะกับแต่ละจุด
ถาม: ถ้าอยากมีเครื่องอบโอโซนไว้ใช้เองในโฮมสเตย์
ตอบ: สามารถดู เครื่องอบโอโซน Master Ozone Generator และ สเปรย์ CHEMGENE 750 มล. สำหรับดูแลระหว่างรอบเข้าพัก
ให้ทีม World Health Disinfection ช่วยฟื้นฟูบ้านไม้และโฮมสเตย์ของคุณหลังน้ำท่วม อย่างถูกวิธีและปลอดภัย
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#อบโอโซนบ้านไม้ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โฮมสเตย์ปราจีนบุรี #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ
คำค้นหา: อบโอโซนบ้านไม้หลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อโฮมสเตย์, โฮมสเตย์ริมน้ำ ประจันตคาม ปราจีนบุรี, บ้านไม้ เชื้อรา กลิ่นอับ, ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม 2569, Chemgene HLD4H