Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
ปลายฝนต้นหนาวปี 2569 น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมหลายตำบลในอำเภอบางปะอิน วัดเก่าแก่ริมน้ำหลายแห่งจมอยู่ใต้น้ำนานหลายสัปดาห์ เมื่อน้ำเริ่มลดลง สิ่งที่ทิ้งไว้ไม่ใช่แค่คราบโคลนบนพื้นศาลา แต่คือเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นอับที่ฝังลึกอยู่ในไม้ ผ้า และทุกซอกมุมของศาสนสถาน บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมวัดจึงต้องได้รับการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมอย่างถูกวิธี และบริการพ่นฆ่าเชื้อร่วมกับอบโอโซนของ World Health Disinfection (WHD) ช่วยให้วัดกลับมาพร้อมรับญาติโยมได้อย่างมั่นใจอย่างไร
ลุงสมพงษ์ ไวยาวัจกรวัย 62 ปี ของวัดริมน้ำแห่งหนึ่งในตำบลบ้านแป้ง อำเภอบางปะอิน ดูแลวัดนี้มาเกือบ 20 ปี เขาบอกว่าไม่เคยเห็นน้ำขึ้นสูงขนาดนี้ น้ำท่วมศาลาการเปรียญสูงเกือบถึงเข่า ท่วมกุฏิพระชั้นล่าง หอฉัน และห้องเก็บของที่ใช้เก็บเสื่อ หมอน ผ้าม่าน และเครื่องครัวสำหรับงานบุญ
เช้าวันที่น้ำลดจนเดินได้ ลุงสมพงษ์เปิดประตูศาลาเป็นคนแรก สิ่งที่ปะทะหน้าคือกลิ่นเหม็นอับปนกลิ่นโคลนเน่าที่รุนแรงจนต้องยกผ้าขึ้นปิดจมูก พื้นไม้สักเก่าแก่มีคราบโคลนสีน้ำตาลเคลือบอยู่ทั่ว เสาไม้มีเส้นคราบน้ำเป็นแนวชัดเจน ผนังด้านล่างเริ่มมีจุดดำและจุดเขียวของเชื้อรากระจายเป็นวง เสื่อและหมอนอิงที่กองไว้มุมศาลาบวมน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นจนไม่มีใครกล้าแตะ
ท่านเจ้าอาวาสซึ่งมีอายุมากแล้วเริ่มไอทุกเช้าหลังจากกลับมาจำวัดที่กุฏิ พระลูกวัดรูปหนึ่งมีผื่นคันขึ้นที่ขาหลังจากลุยน้ำช่วยขนของ ส่วนญาติโยมที่โทรมาถามว่าจะจัดงานทอดกฐินตามกำหนดได้หรือไม่ ลุงสมพงษ์ก็ยังตอบไม่ได้ เพราะเขารู้ดีว่าถ้าชาวบ้านหลายร้อยคนมานั่งในศาลาที่ยังมีเชื้อรา และกลิ่นอับแบบนี้ ไม่ใช่แค่ไม่สบายใจ แต่อาจเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้สูงอายุที่มาทำบุญด้วย
นี่คือภาพที่เกิดขึ้นจริงกับวัดจำนวนมากในบางปะอินและพื้นที่ริมน้ำของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาหลังน้ำลด วัดคือศูนย์กลางของชุมชน เป็นทั้งที่ทำบุญ ที่ประชุม และบางครั้งก็เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวในช่วงน้ำท่วม เมื่อวัดยังไม่สะอาด ชุมชนทั้งชุมชนก็ยังกลับสู่ภาวะปกติได้ไม่เต็มที่
น้ำท่วมที่ไหลผ่านชุมชนไม่ใช่น้ำสะอาด มันพัดพาเอาสิ่งปฏิกูลจากท่อระบายน้ำ ซากสัตว์ ขยะ ปุ๋ยและสารเคมีจากไร่นา รวมถึงปัสสาวะของหนูที่อาศัยอยู่ตามริมตลิ่งเข้ามาด้วย เมื่อน้ำลด ทุกพื้นผิวที่เคยจมน้ำจึงกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค ปัญหาที่วัดต้องเผชิญมีหลายด้าน ดังนี้
วัดในบางปะอินจำนวนมากมีอาคารไม้เก่า ธรรมาสน์แกะสลัก ตู้พระธรรม ผ้าม่าน พรม และเครื่องอัฐบริขารที่มีคุณค่าทางจิตใจและประวัติศาสตร์ เชื้อราที่เติบโตบนไม้และผ้าจะค่อย ๆ กัดกินเนื้อวัสดุ ทำให้เกิดคราบด่าง สีลอก และเนื้อไม้ผุ ยิ่งปล่อยไว้นาน ความเสียหายก็ยิ่งแก้ไขยาก
ญาติโยมที่มาวัดคาดหวังความสงบ สะอาด และร่มเย็น หากเข้ามาแล้วพบกลิ่นอับ กลิ่นโคลน หรือเห็นคราบเชื้อราบนผนัง ความรู้สึกนั้นจะหายไปทันที งานบุญประจำปี เช่น ทอดกฐิน ลอยกระทง หรืองานสวดอภิธรรม อาจต้องเลื่อนหรือลดขนาด ซึ่งกระทบทั้งรายได้ของวัดและความสัมพันธ์กับชุมชน
วัดส่วนใหญ่มีบุคลากรน้อย พระสงฆ์มีกิจของสงฆ์ที่ต้องปฏิบัติ ไวยาวัจกรและจิตอาสาก็ต้องกลับไปฟื้นฟูบ้านของตนเองด้วย การทำความสะอาดศาลาขนาดใหญ่ กุฏิหลายหลัง และหอฉันด้วยแรงคนเพียงไม่กี่คน จึงใช้เวลานานและมักทำได้ไม่ทั่วถึง
หลายวัดเริ่มฟื้นฟูด้วยความตั้งใจดี แต่วิธีที่ใช้กันทั่วไปมักแก้ปัญหาได้เพียงผิวเผิน
สรุปคือ การทำความสะอาดแบบเดิมจำเป็นเป็นขั้นแรก แต่ต้องตามด้วยการฆ่าเชื้อที่เข้าถึงทุกพื้นที่ และการกำจัดเชื้อราและกลิ่นอับในระดับอากาศ จึงจะได้ผลที่ยั่งยืน
WHD ออกแบบการฟื้นฟูศาสนสถานหลังน้ำท่วมเป็นสองขั้นตอนหลักที่ทำงานเสริมกัน
ทีมงานใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ใช้ในสถานพยาบาล พ่นผ่านเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่แตกน้ำยาเป็นละอองขนาดเล็กมาก ละอองจะลอยฟุ้งและเกาะบนพื้นผิวทุกด้าน ทั้งพื้น ผนัง เสา เพดาน ใต้ธรรมาสน์ หลังตู้พระธรรม และซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึง โดยใช้ปริมาณน้ำยาน้อย พื้นผิวจึงไม่เปียกแฉะ เหมาะกับพื้นไม้และวัสดุเก่าของวัด
หลังพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานจะปิดพื้นที่และอบโอโซนด้วยเครื่องผลิตโอโซนกำลังสูง ก๊าซโอโซนเป็นสารออกซิไดซ์ที่แรง สามารถแทรกซึมเข้าไปในอากาศทั่วทั้งห้อง เข้าไปในเนื้อผ้า เสื่อ ผ้าม่าน และรูพรุนของไม้ ช่วยทำลายสปอร์เชื้อรา แบคทีเรียในอากาศ และสลายโมเลกุลที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นเหม็นเน่า เมื่อครบเวลา โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจน ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีพระสงฆ์ ผู้คน สัตว์เลี้ยง (เช่น สุนัขและแมวที่วัดเลี้ยงไว้) หรือต้นไม้กระถางอยู่ในห้องโดยเด็ดขาด เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ ต้องระบายอากาศให้เรียบร้อยก่อนกลับเข้าพื้นที่ ทีมงาน WHD จะเป็นผู้ควบคุมและแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบทุกครั้ง
"ตอนแรกคิดว่าล้างโคลนแล้วเปิดหน้าต่างไว้สักอาทิตย์ก็คงหาย แต่กลิ่นยังอยู่ แถมเชื้อราขึ้นเพิ่มทุกวัน พอทีม WHD เข้ามาสำรวจ แล้วพ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนให้ทีละหลัง ทั้งศาลาและกุฏิ กลิ่นที่เคยติดจมูกก็ดีขึ้นมาก หลวงพ่อก็ไอน้อยลง ญาติโยมที่มาช่วยงานก็บอกว่าเข้ามาแล้วรู้สึกสบายขึ้น เราเลยกล้าเดินหน้าจัดงานกฐินต่อ"
— ลุงสมพงษ์ ไวยาวัจกรวัดริมน้ำ ตำบลบ้านแป้ง อำเภอบางปะอิน (บุคคลสมมติจากสถานการณ์จริง)
ถาม: ต้องรอให้วัดแห้งสนิทก่อนหรือไม่จึงจะพ่นฆ่าเชื้อได้
ตอบ: ควรตักโคลนและล้างพื้นให้เรียบร้อยก่อน ไม่จำเป็นต้องแห้งสนิททุกจุด เพราะยิ่งฆ่าเชื้อเร็วเท่าไร เชื้อราก็ยิ่งมีเวลาเติบโตน้อยลง ทีมงานจะประเมินหน้างานและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสม
ถาม: น้ำยา Chemgene HLD4H ปลอดภัยกับพระพุทธรูปและงานไม้เก่าหรือไม่
ตอบ: การพ่นแบบละอองฝอยใช้น้ำยาปริมาณน้อยและไม่ทำให้พื้นผิวเปียกแฉะ อย่างไรก็ตาม สำหรับพระพุทธรูปปิดทอง งานลงรัก หรือวัตถุโบราณที่บอบบาง ทีมงานจะหารือกับทางวัดเพื่อกำหนดวิธีป้องกันหรือหลีกเลี่ยงจุดเหล่านั้นเป็นรายกรณี
ถาม: ระหว่างอบโอโซน พระสงฆ์ต้องออกจากกุฏิหรือไม่
ตอบ: ต้องออกจากห้องที่อบทุกครั้ง ห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ในห้องระหว่างอบ ทีมงานจะแบ่งอบทีละหลังหรือทีละห้อง และแจ้งเวลาที่สามารถกลับเข้าพื้นที่ได้อย่างปลอดภัยหลังระบายอากาศ
ถาม: อบโอโซนช่วยกับเสื่อ หมอน และผ้าม่านได้หรือไม่
ตอบ: โอโซนช่วยลดกลิ่นอับและเชื้อราที่ผิวผ้าได้ดี แต่ของที่จมน้ำเน่านานจนบวมหรือมีเชื้อราฝังลึกในเนื้อฟูก ควรพิจารณาทิ้งเพื่อความปลอดภัย ทีมงานจะช่วยแนะนำการคัดแยก
ถาม: หลังรับบริการแล้วต้องทำอะไรต่อ
ตอบ: ควรเปิดระบายอากาศสม่ำเสมอ ควบคุมความชื้น หมั่นสังเกตจุดที่เคยมีเชื้อรา และรอให้ผนังแห้งสนิทก่อนทาสีใหม่ หากมีน้ำขังรอบวัด ควรกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงร่วมด้วย
ถาม: ให้บริการวัดในพื้นที่บางปะอินและอยุธยาหรือไม่
ตอบ: สามารถติดต่อสอบถามพื้นที่ให้บริการและนัดสำรวจได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนสำหรับศาลาการเปรียญ กุฏิ และหอฉันของวัดคุณ
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: WHO – Floods and health และ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูวัดหลังน้ำท่วม #บางปะอิน
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อวัดหลังน้ำท่วม, อบโอโซนศาลาการเปรียญ, กำจัดเชื้อรากุฏิ, กำจัดกลิ่นอับวัด, ฟื้นฟูศาสนสถานหลังน้ำลด, บางปะอิน, พระนครศรีอยุธยา, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, อบโอโซน 2569