พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิงชั่วคราว ศูนย์อพยพ และโรงยิม ก่อนส่งคืนพื้นที่ หลังน้ำท่วม บางไทร พระนครศรีอยุธยา ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน

พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิงชั่วคราว ศูนย์อพยพ และโรงยิม ก่อนส่งคืนพื้นที่ หลังน้ำท่วม บางไทร พระนครศรีอยุธยา ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันที่ผู้อพยพคนสุดท้ายเก็บของกลับบ้าน

เช้าวันอาทิตย์กลางเดือนตุลาคม 2569 ครูวิชัย ผู้ดูแลอาคารโรงยิมของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยืนมองครอบครัวสุดท้ายยกเสื่อ ถุงเสื้อผ้า และหม้อหุงข้าวขึ้นรถกระบะกลับบ้าน หลังจากที่โรงยิมแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยามานานเกือบสามสัปดาห์ น้ำเริ่มลดแล้ว ทุกคนดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่สำหรับครูวิชัย งานที่ยากที่สุดเพิ่งเริ่มต้น

เมื่อเดินเข้าไปกลางสนาม สิ่งแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นผสมระหว่างเหงื่อ อาหาร ผ้าห่มที่ไม่เคยแห้งสนิท และกลิ่นอับจากห้องน้ำที่ต้องรองรับคนหลายร้อยคนต่อวัน พื้นยางของสนามมีคราบโคลนแห้งเป็นทางยาวจากประตูหลัง ซึ่งเป็นทางที่ชาวบ้านเดินลุยน้ำเข้ามา มุมห้องเก็บอุปกรณ์กีฬามีจุดดำ ๆ ขึ้นตามผนังและเบาะยิมนาสติก ส่วนห้องพยาบาลชั่วคราวที่อาสาสมัครเคยใช้ดูแลผู้สูงอายุที่ท้องเสียและมีไข้ ยังมีถังขยะติดเชื้อวางอยู่สองถัง

ผู้อำนวยการโรงเรียนโทรมาย้ำว่าอีกไม่ถึงสามสัปดาห์จะเปิดภาคเรียนที่สอง นักเรียนกว่าห้าร้อยคนจะกลับมาเรียนพลศึกษา เข้าแถว และจัดกิจกรรมในอาคารนี้ทุกวัน คำถามที่ครูวิชัยตอบไม่ได้คือ "ล้างพื้นแล้วจะพอไหม เชื้อโรคจากน้ำท่วมกับคนป่วยที่เคยนอนตรงนี้ หายไปหมดแล้วหรือยัง" เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่โรงเรียนของครูวิชัย แต่เป็นโจทย์เดียวกันของวัด ศาลาประชาคม หอประชุม อบต. และโรงยิมอีกหลายแห่งในบางไทร บางบาล เสนา และผักไห่ ที่เปิดเป็นศูนย์อพยพในช่วงน้ำท่วมปีนี้

ทำไมศูนย์พักพิงหลังน้ำท่วมจึงเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงกว่าที่คิด

ศูนย์พักพิงชั่วคราวคือพื้นที่ที่มีคนจำนวนมากอยู่รวมกันอย่างแออัดเป็นเวลานาน ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่เพิ่งลุยน้ำท่วมมา ทุกปัจจัยรวมกันทำให้เชื้อโรคมีโอกาสสะสมบนพื้นผิวและในอากาศได้มากกว่าอาคารทั่วไปหลายเท่า เมื่อผู้อพยพกลับบ้านไปแล้ว เชื้อเหล่านั้นไม่ได้หายไปพร้อมกับพวกเขา

1. เชื้อโรคจากน้ำท่วมที่ติดมากับรองเท้าและเสื้อผ้า

น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ปัสสาวะสัตว์ และขยะ เชื้อแบคทีเรียอย่างอีโคไล (E. coli) และเชื้อเลปโตสไปรา ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู สามารถติดมากับโคลนที่แห้งเกาะบนพื้นสนามหรือตามขอบประตู เมื่อเด็กนักเรียนนั่งเล่นบนพื้นหรือใช้มือจับอุปกรณ์กีฬา ความเสี่ยงก็ส่งต่อได้ทันที

2. โรคทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจที่ระบาดในศูนย์

ในช่วงอพยพ อาการท้องเสีย ไข้หวัด ตาแดง และโรคผิวหนังเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย เพราะการใช้ห้องน้ำ ภาชนะ และพื้นที่นอนร่วมกัน เชื้อไวรัสและแบคทีเรียบางชนิดอยู่บนพื้นผิวแข็งอย่างลูกบิดประตู ราวบันได ก๊อกน้ำ และโต๊ะพับได้นานหลายวัน หากไม่ฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี ผู้ใช้อาคารรายต่อไปจะรับช่วงความเสี่ยงต่อ

3. เชื้อราและสปอร์ในอากาศ

โรงยิมส่วนใหญ่เป็นอาคารโปร่ง หลังคาสูง แต่ช่วงน้ำท่วมความชื้นในอากาศสูงมาก ผ้าห่ม ที่นอน และเสื่อที่ซ้อนกันอยู่บนพื้นทำให้ความชื้นถูกกักไว้ เชื้อราจึงเติบโตตามผนังห้องเก็บของ เบาะกีฬา ม่านเวที และฝ้าเพดาน สปอร์ราที่ฟุ้งในอากาศเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และอาการไอเรื้อรังในเด็ก

4. ค่าใช้จ่าย ชื่อเสียง และเวลาที่เหลือน้อย

หากเปิดภาคเรียนแล้วมีนักเรียนป่วยเป็นกลุ่ม ผู้ปกครองย่อมตั้งคำถามกับโรงเรียนและหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ทันที การปิดอาคารซ้ำเพื่อทำความสะอาดใหม่ทำให้เสียทั้งเวลาเรียนและงบประมาณ ขณะที่อุปกรณ์กีฬาที่ขึ้นราก็ต้องทิ้งและซื้อใหม่ การจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนส่งคืนพื้นที่จึงคุ้มค่ากว่ามาก

วิธีที่หลายแห่งใช้ แต่มักไม่ได้ผลอย่างที่หวัง

ราดน้ำยาฟอกขาวแล้วขัดพื้นอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวช่วยได้บนพื้นผิวที่ทำความสะอาดคราบแล้ว แต่หากผสมเข้มข้นเกินไปจะมีกลิ่นฉุน ระคายเคืองทางเดินหายใจ และกัดพื้นยางหรือพื้นไม้ของสนาม ที่สำคัญคือมือคนขัดไม่ถึงซอกมุม ช่องลม ใต้อัฒจันทร์ และผนังสูง ซึ่งเป็นจุดที่สปอร์ราและฝุ่นสะสมอยู่

เปิดพัดลมและประตูให้ลมโกรก การระบายอากาศเป็นเรื่องดีและจำเป็น แต่ลมช่วยแค่ไล่ความชื้นบางส่วน ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคหรือสปอร์รา และในบางกรณีพัดลมกลับทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายไปทั่วอาคารมากขึ้น

ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูปกลบกลิ่น กลิ่นหอมทับกลิ่นอับได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง โมเลกุลกลิ่นที่ฝังในเบาะ ผ้าม่าน และวัสดุพรุนยังอยู่ครบ เมื่อความชื้นกลับมา กลิ่นเหม็นก็กลับมาด้วย

ทาสีทับผนังที่มีเชื้อรา สีใหม่อาจทำให้ผนังดูสะอาด แต่เชื้อราที่อยู่ใต้ชั้นสียังมีชีวิต และจะดันสีให้พองหรือเป็นจุดดำขึ้นมาใหม่ภายในไม่กี่เดือน

ปัญหาร่วมของวิธีเหล่านี้คือเน้นสิ่งที่ตาเห็น แต่ไม่ได้จัดการเชื้อโรคที่มองไม่เห็นในอากาศและซอกมุมของอาคารขนาดใหญ่อย่างเป็นระบบ

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H ร่วมกับการอบโอโซน โดย World Health Disinfection

World Health Disinfection (WHD) ออกแบบบริการฟื้นฟูอาคารหลังน้ำท่วมให้เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างศูนย์พักพิง โรงยิม หอประชุม และศาลาอเนกประสงค์ โดยใช้สองเทคโนโลยีที่ทำงานเสริมกัน

1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ทีมงานใช้เครื่องพ่นแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยากลายเป็นละอองฝอยขนาดเล็กมาก ลอยไปถึงผนังสูง ใต้อัฒจันทร์ ช่องลม ห้องเก็บอุปกรณ์ และห้องน้ำ เคลือบพื้นผิวได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ Chemgene HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในงานด้านการแพทย์และสถานพยาบาล ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา โดยไม่มีกลิ่นฉุนแบบน้ำยาคลอรีน

2. บริการอบโอโซน หลังพ่นฆ่าเชื้อแล้ว ทีมงานจะปิดอาคารและปล่อยก๊าซโอโซนในความเข้มข้นที่เหมาะสมกับปริมาตรห้อง โอโซนเป็นก๊าซที่แทรกซึมเข้าไปในเบาะ ผ้าม่าน ฟองน้ำ และอากาศทุกส่วนของอาคาร ช่วยทำลายสปอร์เชื้อรา และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นอาหาร และกลิ่นท่อ แทนที่จะแค่กลบกลิ่นไว้

ขั้นตอนการให้บริการสำหรับศูนย์พักพิงและโรงยิม

  1. สำรวจพื้นที่: ทีมงานเข้าดูขนาดอาคาร ความสูงหลังคา ระดับคราบน้ำ จุดที่มีเชื้อรา ห้องน้ำ ห้องพยาบาลชั่วคราว และจุดทิ้งขยะ เพื่อวางแผนปริมาณน้ำยาและเวลาอบโอโซน
  2. แนะนำการเก็บกวาดเบื้องต้น: เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำการขนโคลน ขยะ ที่นอน และเสื่อที่เสียหายออก การแยกขยะติดเชื้อจากห้องพยาบาล และการล้างพื้นผิวที่มีคราบหนาก่อน เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะได้ผลดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาดจากคราบสกปรก
  3. พ่นฆ่าเชื้อแบบ ULV: พ่น Chemgene HLD4H ทั่วทั้งอาคาร โดยเน้นจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิด ราวจับ ก๊อกน้ำ อัฒจันทร์ โต๊ะพับ และพื้นห้องน้ำ
  4. อบโอโซน: ปิดประตูหน้าต่าง ตั้งเครื่องโอโซนตามจุดที่คำนวณไว้ แล้วอบตามระยะเวลาที่เหมาะกับปริมาตรอาคาร โดยไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน
  5. ระบายอากาศ: เมื่อครบเวลา ทีมงานเปิดประตูหน้าต่างและพัดลมเพื่อระบายอากาศ ให้โอโซนสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนก่อนอนุญาตให้คนกลับเข้าพื้นที่
  6. ตรวจซ้ำและส่งมอบ: ตรวจกลิ่นและสภาพพื้นที่ร่วมกับผู้ดูแลอาคาร พร้อมแนะนำการดูแลต่อ เช่น การเปิดระบายอากาศ และการเฝ้าระวังจุดชื้น
ข้อควรระวังด้านความปลอดภัยของโอโซน: ระหว่างอบโอโซนต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในอาคารเด็ดขาด เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ ทีมงาน WHD จะปิดกั้นพื้นที่ ติดป้ายเตือน และระบายอากาศจนปลอดภัยก่อนส่งมอบทุกครั้ง

10 เหตุผลที่ศูนย์พักพิงและโรงยิมในบางไทรควรพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนก่อนส่งคืนพื้นที่

  1. ลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคในน้ำท่วม ทั้งอีโคไลและเชื้อก่อโรคฉี่หนูที่อาจติดมากับโคลน ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อแบบมืออาชีพ
  2. ตัดวงจรเชื้อท้องเสีย ไข้หวัด และโรคผิวหนังที่อาจหลงเหลือจากช่วงที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก
  3. ละอองฝอย ULV เข้าถึงผนังสูง ใต้อัฒจันทร์ และซอกมุมที่การเช็ดถูทั่วไปทำไม่ได้
  4. ใช้น้ำยา Chemgene HLD4H ที่ใช้ในงานด้านการแพทย์ ไม่มีกลิ่นฉุน ไม่กัดกร่อนพื้นสนามและอุปกรณ์กีฬา
  5. การอบโอโซนช่วยจัดการสปอร์เชื้อราในเบาะ ม่านเวที และวัสดุพรุนที่ล้างไม่ได้
  6. สลายกลิ่นอับ กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นอาหารที่ฝังอยู่ในอาคาร ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น
  7. ช่วยให้โรงเรียนเปิดภาคเรียนได้ตามกำหนด ไม่ต้องปิดอาคารซ้ำเพราะปัญหากลิ่นหรือเชื้อรา
  8. ลดความเสี่ยงภูมิแพ้และหอบหืดในเด็กที่ต้องใช้โรงยิมทุกวัน
  9. สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองและชุมชนว่าพื้นที่ได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ
  10. ทีมงานให้คำแนะนำต่อเนื่อง และสามารถเสริมบริการพ่นยุงรอบอาคารในช่วงที่ยังมีน้ำขังได้

เปรียบเทียบก่อนและหลังการฟื้นฟู

ก่อน

  • กลิ่นอับ กลิ่นเหงื่อ และกลิ่นอาหารค้างทั่วสนาม
  • คราบโคลนแห้งตามทางเดินและขอบประตู
  • จุดเชื้อราดำบนผนังห้องเก็บของและเบาะกีฬา
  • ห้องน้ำที่รองรับคนจำนวนมากมีกลิ่นและคราบสะสม
  • ผู้ปกครองกังวลว่าจะปลอดภัยสำหรับลูกหรือไม่

หลัง

  • อากาศในอาคารสดชื่น กลิ่นอับลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • พื้นผิวสัมผัสบ่อยได้รับการฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง
  • สปอร์เชื้อราในอากาศและวัสดุพรุนถูกจัดการ
  • ห้องน้ำและห้องพยาบาลพร้อมใช้งาน
  • โรงเรียนส่งคืนพื้นที่ได้อย่างมั่นใจและอธิบายผู้ปกครองได้

เสียงจากผู้ดูแลพื้นที่

"ตอนแรกคิดว่าแค่ล้างพื้นกับเปิดประตูทิ้งไว้ก็พอ แต่กลิ่นไม่ยอมหายเลย โดยเฉพาะห้องเก็บเบาะ พอทีมงานมาพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนให้ เดินเข้าไปแล้วรู้สึกต่างกันชัดเจน ที่สำคัญคือเราอธิบายกับผู้ปกครองได้ว่าทำอะไรไปบ้าง ไม่ต้องตอบแค่ว่าล้างแล้ว"
— ผู้ดูแลอาคาร โรงยิมโรงเรียนในอำเภอบางไทร (ตัวอย่างสถานการณ์จากหน้างาน)

สิ่งที่ผู้ดูแลศูนย์พักพิงควรเตรียมก่อนทีมงานเข้าพื้นที่

เพื่อให้การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ผลเต็มที่ ผู้ดูแลอาคารสามารถเตรียมพื้นที่ล่วงหน้าได้ตามรายการต่อไปนี้

  • ขนเสื่อ ผ้าห่ม และที่นอนที่ชาวบ้านทิ้งไว้ออกจากอาคาร แยกส่วนที่ยังใช้ได้กับส่วนที่ต้องทิ้ง
  • เก็บขยะทั่วไปและขยะติดเชื้อจากห้องพยาบาลชั่วคราว แยกถุงให้ชัดเจนและประสานหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อนำไปกำจัด
  • กวาดและล้างโคลนที่หนาออกจากพื้นและทางเดิน ใช้น้ำสะอาดและสวมรองเท้าบูทกับถุงมือทุกครั้ง
  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เครื่องเสียงและพัดลมตั้งพื้น และยกของมีค่าขึ้นที่สูง
  • ย้ายต้นไม้ในกระถางและตู้ปลาออกนอกอาคารก่อนวันอบโอโซน
  • แจ้งนักการภารโรงและผู้เกี่ยวข้องให้ทราบช่วงเวลาที่ห้ามเข้าพื้นที่

หากอาคารมีห้องที่เคยใช้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก แนะนำให้แจ้งทีมงานเป็นพิเศษ เพราะจะได้ให้ความสำคัญกับการฆ่าเชื้อบนพื้น ผนังระดับต่ำ และเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั้น สำหรับเบาะยิมนาสติก เสื่อโยคะ และอุปกรณ์ผ้าที่ยังต้องการเก็บไว้ สามารถพิจารณาบริการกำจัดไรฝุ่นเสริมได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: โรงยิมขนาดใหญ่ หลังคาสูง พ่นฆ่าเชื้อได้ทั่วถึงจริงหรือ
ตอบ: เครื่องพ่น ULV ทำให้น้ำยาเป็นละอองฝอยขนาดเล็กที่ลอยตัวในอากาศได้นาน จึงกระจายไปถึงพื้นที่สูงและซอกมุมได้ดีกว่าการฉีดหรือเช็ดทั่วไป ทีมงานจะประเมินปริมาตรอาคารเพื่อวางจุดพ่นให้เหมาะสม

ถาม: ต้องรอนานแค่ไหนจึงจะกลับเข้าใช้อาคารได้
ตอบ: หลังพ่นฆ่าเชื้อ โดยทั่วไปรอให้ละอองตกและพื้นผิวแห้ง ส่วนการอบโอโซนต้องระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวก่อน ระยะเวลาขึ้นกับขนาดพื้นที่ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบในวันให้บริการ

ถาม: Chemgene HLD4H ปลอดภัยกับพื้นยางและพื้นไม้ของสนามหรือไม่
ตอบ: Chemgene HLD4H ไม่มีส่วนผสมของคลอรีนหรือแอลกอฮอล์ในระดับที่กัดกร่อน จึงเหมาะกับพื้นผิวหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตามทีมงานจะตรวจสอบวัสดุพิเศษก่อนพ่นทุกครั้ง

ถาม: ระหว่างอบโอโซนต้องทำอย่างไรกับต้นไม้และสัตว์เลี้ยงในโรงเรียน
ตอบ: ต้องนำออกจากพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงตู้ปลาและกรงสัตว์ เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หลังระบายอากาศแล้วจึงนำกลับเข้ามาได้

ถาม: ศาลาวัดหรือหอประชุม อบต. ที่ใช้เป็นศูนย์อพยพ ใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ บริการนี้เหมาะกับอาคารสาธารณะทุกประเภทที่เคยรองรับผู้อพยพ ทั้งวัด ศาลาประชาคม หอประชุม และอาคารเอนกประสงค์ในบางไทรและอำเภอใกล้เคียง

ถาม: ทำครั้งเดียวพอหรือไม่
ตอบ: สำหรับการส่งคืนพื้นที่หลังน้ำลด การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหนึ่งรอบอย่างถูกขั้นตอนมักเพียงพอ แต่หากอาคารยังมีจุดรั่วซึมหรือความชื้นสูงต่อเนื่อง ควรแก้ต้นเหตุก่อนและพิจารณาตรวจซ้ำ

ถาม: ควรติดต่อล่วงหน้ากี่วัน
ตอบ: ช่วงหลังน้ำลดมีความต้องการสูง แนะนำให้ติดต่อทันทีที่ทราบกำหนดส่งคืนพื้นที่ เพื่อให้ทีมงานจัดคิวสำรวจและให้บริการได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน

ส่งคืนศูนย์พักพิงให้สะอาด ปลอดภัย พร้อมใช้งาน

ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection ได้ทันที เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนโรงยิม ศูนย์อพยพ และอาคารสาธารณะในบางไทร พระนครศรีอยุธยา

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com

#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บางไทร #ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง, พ่นฆ่าเชื้อโรงยิม, อบโอโซนศูนย์อพยพ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บางไทร, พ่นฆ่าเชื้อ พระนครศรีอยุธยา, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, Chemgene HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้