Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
เช้าวันอาทิตย์กลางเดือนตุลาคม 2569 ครูวิชัย ผู้ดูแลอาคารโรงยิมของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยืนมองครอบครัวสุดท้ายยกเสื่อ ถุงเสื้อผ้า และหม้อหุงข้าวขึ้นรถกระบะกลับบ้าน หลังจากที่โรงยิมแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวให้ชาวบ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยามานานเกือบสามสัปดาห์ น้ำเริ่มลดแล้ว ทุกคนดีใจที่ได้กลับบ้าน แต่สำหรับครูวิชัย งานที่ยากที่สุดเพิ่งเริ่มต้น
เมื่อเดินเข้าไปกลางสนาม สิ่งแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นผสมระหว่างเหงื่อ อาหาร ผ้าห่มที่ไม่เคยแห้งสนิท และกลิ่นอับจากห้องน้ำที่ต้องรองรับคนหลายร้อยคนต่อวัน พื้นยางของสนามมีคราบโคลนแห้งเป็นทางยาวจากประตูหลัง ซึ่งเป็นทางที่ชาวบ้านเดินลุยน้ำเข้ามา มุมห้องเก็บอุปกรณ์กีฬามีจุดดำ ๆ ขึ้นตามผนังและเบาะยิมนาสติก ส่วนห้องพยาบาลชั่วคราวที่อาสาสมัครเคยใช้ดูแลผู้สูงอายุที่ท้องเสียและมีไข้ ยังมีถังขยะติดเชื้อวางอยู่สองถัง
ผู้อำนวยการโรงเรียนโทรมาย้ำว่าอีกไม่ถึงสามสัปดาห์จะเปิดภาคเรียนที่สอง นักเรียนกว่าห้าร้อยคนจะกลับมาเรียนพลศึกษา เข้าแถว และจัดกิจกรรมในอาคารนี้ทุกวัน คำถามที่ครูวิชัยตอบไม่ได้คือ "ล้างพื้นแล้วจะพอไหม เชื้อโรคจากน้ำท่วมกับคนป่วยที่เคยนอนตรงนี้ หายไปหมดแล้วหรือยัง" เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่โรงเรียนของครูวิชัย แต่เป็นโจทย์เดียวกันของวัด ศาลาประชาคม หอประชุม อบต. และโรงยิมอีกหลายแห่งในบางไทร บางบาล เสนา และผักไห่ ที่เปิดเป็นศูนย์อพยพในช่วงน้ำท่วมปีนี้
ศูนย์พักพิงชั่วคราวคือพื้นที่ที่มีคนจำนวนมากอยู่รวมกันอย่างแออัดเป็นเวลานาน ทั้งเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่เพิ่งลุยน้ำท่วมมา ทุกปัจจัยรวมกันทำให้เชื้อโรคมีโอกาสสะสมบนพื้นผิวและในอากาศได้มากกว่าอาคารทั่วไปหลายเท่า เมื่อผู้อพยพกลับบ้านไปแล้ว เชื้อเหล่านั้นไม่ได้หายไปพร้อมกับพวกเขา
น้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยามักปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล ปัสสาวะสัตว์ และขยะ เชื้อแบคทีเรียอย่างอีโคไล (E. coli) และเชื้อเลปโตสไปรา ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู สามารถติดมากับโคลนที่แห้งเกาะบนพื้นสนามหรือตามขอบประตู เมื่อเด็กนักเรียนนั่งเล่นบนพื้นหรือใช้มือจับอุปกรณ์กีฬา ความเสี่ยงก็ส่งต่อได้ทันที
ในช่วงอพยพ อาการท้องเสีย ไข้หวัด ตาแดง และโรคผิวหนังเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย เพราะการใช้ห้องน้ำ ภาชนะ และพื้นที่นอนร่วมกัน เชื้อไวรัสและแบคทีเรียบางชนิดอยู่บนพื้นผิวแข็งอย่างลูกบิดประตู ราวบันได ก๊อกน้ำ และโต๊ะพับได้นานหลายวัน หากไม่ฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี ผู้ใช้อาคารรายต่อไปจะรับช่วงความเสี่ยงต่อ
โรงยิมส่วนใหญ่เป็นอาคารโปร่ง หลังคาสูง แต่ช่วงน้ำท่วมความชื้นในอากาศสูงมาก ผ้าห่ม ที่นอน และเสื่อที่ซ้อนกันอยู่บนพื้นทำให้ความชื้นถูกกักไว้ เชื้อราจึงเติบโตตามผนังห้องเก็บของ เบาะกีฬา ม่านเวที และฝ้าเพดาน สปอร์ราที่ฟุ้งในอากาศเป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด และอาการไอเรื้อรังในเด็ก
หากเปิดภาคเรียนแล้วมีนักเรียนป่วยเป็นกลุ่ม ผู้ปกครองย่อมตั้งคำถามกับโรงเรียนและหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่ทันที การปิดอาคารซ้ำเพื่อทำความสะอาดใหม่ทำให้เสียทั้งเวลาเรียนและงบประมาณ ขณะที่อุปกรณ์กีฬาที่ขึ้นราก็ต้องทิ้งและซื้อใหม่ การจัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนส่งคืนพื้นที่จึงคุ้มค่ากว่ามาก
ราดน้ำยาฟอกขาวแล้วขัดพื้นอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวช่วยได้บนพื้นผิวที่ทำความสะอาดคราบแล้ว แต่หากผสมเข้มข้นเกินไปจะมีกลิ่นฉุน ระคายเคืองทางเดินหายใจ และกัดพื้นยางหรือพื้นไม้ของสนาม ที่สำคัญคือมือคนขัดไม่ถึงซอกมุม ช่องลม ใต้อัฒจันทร์ และผนังสูง ซึ่งเป็นจุดที่สปอร์ราและฝุ่นสะสมอยู่
เปิดพัดลมและประตูให้ลมโกรก การระบายอากาศเป็นเรื่องดีและจำเป็น แต่ลมช่วยแค่ไล่ความชื้นบางส่วน ไม่ได้ฆ่าเชื้อโรคหรือสปอร์รา และในบางกรณีพัดลมกลับทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายไปทั่วอาคารมากขึ้น
ฉีดสเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูปกลบกลิ่น กลิ่นหอมทับกลิ่นอับได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง โมเลกุลกลิ่นที่ฝังในเบาะ ผ้าม่าน และวัสดุพรุนยังอยู่ครบ เมื่อความชื้นกลับมา กลิ่นเหม็นก็กลับมาด้วย
ทาสีทับผนังที่มีเชื้อรา สีใหม่อาจทำให้ผนังดูสะอาด แต่เชื้อราที่อยู่ใต้ชั้นสียังมีชีวิต และจะดันสีให้พองหรือเป็นจุดดำขึ้นมาใหม่ภายในไม่กี่เดือน
ปัญหาร่วมของวิธีเหล่านี้คือเน้นสิ่งที่ตาเห็น แต่ไม่ได้จัดการเชื้อโรคที่มองไม่เห็นในอากาศและซอกมุมของอาคารขนาดใหญ่อย่างเป็นระบบ
World Health Disinfection (WHD) ออกแบบบริการฟื้นฟูอาคารหลังน้ำท่วมให้เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างศูนย์พักพิง โรงยิม หอประชุม และศาลาอเนกประสงค์ โดยใช้สองเทคโนโลยีที่ทำงานเสริมกัน
1. บริการพ่นฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยา Chemgene HLD4H ทีมงานใช้เครื่องพ่นแบบ ULV ที่ทำให้น้ำยากลายเป็นละอองฝอยขนาดเล็กมาก ลอยไปถึงผนังสูง ใต้อัฒจันทร์ ช่องลม ห้องเก็บอุปกรณ์ และห้องน้ำ เคลือบพื้นผิวได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ Chemgene HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ในงานด้านการแพทย์และสถานพยาบาล ออกฤทธิ์ต่อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา โดยไม่มีกลิ่นฉุนแบบน้ำยาคลอรีน
2. บริการอบโอโซน หลังพ่นฆ่าเชื้อแล้ว ทีมงานจะปิดอาคารและปล่อยก๊าซโอโซนในความเข้มข้นที่เหมาะสมกับปริมาตรห้อง โอโซนเป็นก๊าซที่แทรกซึมเข้าไปในเบาะ ผ้าม่าน ฟองน้ำ และอากาศทุกส่วนของอาคาร ช่วยทำลายสปอร์เชื้อรา และสลายโมเลกุลกลิ่นอับ กลิ่นเหงื่อ กลิ่นอาหาร และกลิ่นท่อ แทนที่จะแค่กลบกลิ่นไว้
"ตอนแรกคิดว่าแค่ล้างพื้นกับเปิดประตูทิ้งไว้ก็พอ แต่กลิ่นไม่ยอมหายเลย โดยเฉพาะห้องเก็บเบาะ พอทีมงานมาพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนให้ เดินเข้าไปแล้วรู้สึกต่างกันชัดเจน ที่สำคัญคือเราอธิบายกับผู้ปกครองได้ว่าทำอะไรไปบ้าง ไม่ต้องตอบแค่ว่าล้างแล้ว"
— ผู้ดูแลอาคาร โรงยิมโรงเรียนในอำเภอบางไทร (ตัวอย่างสถานการณ์จากหน้างาน)
เพื่อให้การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ผลเต็มที่ ผู้ดูแลอาคารสามารถเตรียมพื้นที่ล่วงหน้าได้ตามรายการต่อไปนี้
หากอาคารมีห้องที่เคยใช้เป็นห้องนอนผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก แนะนำให้แจ้งทีมงานเป็นพิเศษ เพราะจะได้ให้ความสำคัญกับการฆ่าเชื้อบนพื้น ผนังระดับต่ำ และเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั้น สำหรับเบาะยิมนาสติก เสื่อโยคะ และอุปกรณ์ผ้าที่ยังต้องการเก็บไว้ สามารถพิจารณาบริการกำจัดไรฝุ่นเสริมได้
ถาม: โรงยิมขนาดใหญ่ หลังคาสูง พ่นฆ่าเชื้อได้ทั่วถึงจริงหรือ
ตอบ: เครื่องพ่น ULV ทำให้น้ำยาเป็นละอองฝอยขนาดเล็กที่ลอยตัวในอากาศได้นาน จึงกระจายไปถึงพื้นที่สูงและซอกมุมได้ดีกว่าการฉีดหรือเช็ดทั่วไป ทีมงานจะประเมินปริมาตรอาคารเพื่อวางจุดพ่นให้เหมาะสม
ถาม: ต้องรอนานแค่ไหนจึงจะกลับเข้าใช้อาคารได้
ตอบ: หลังพ่นฆ่าเชื้อ โดยทั่วไปรอให้ละอองตกและพื้นผิวแห้ง ส่วนการอบโอโซนต้องระบายอากาศให้โอโซนสลายตัวก่อน ระยะเวลาขึ้นกับขนาดพื้นที่ ทีมงานจะแจ้งเวลาที่ปลอดภัยให้ทราบในวันให้บริการ
ถาม: Chemgene HLD4H ปลอดภัยกับพื้นยางและพื้นไม้ของสนามหรือไม่
ตอบ: Chemgene HLD4H ไม่มีส่วนผสมของคลอรีนหรือแอลกอฮอล์ในระดับที่กัดกร่อน จึงเหมาะกับพื้นผิวหลากหลายชนิด อย่างไรก็ตามทีมงานจะตรวจสอบวัสดุพิเศษก่อนพ่นทุกครั้ง
ถาม: ระหว่างอบโอโซนต้องทำอย่างไรกับต้นไม้และสัตว์เลี้ยงในโรงเรียน
ตอบ: ต้องนำออกจากพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงตู้ปลาและกรงสัตว์ เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หลังระบายอากาศแล้วจึงนำกลับเข้ามาได้
ถาม: ศาลาวัดหรือหอประชุม อบต. ที่ใช้เป็นศูนย์อพยพ ใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ บริการนี้เหมาะกับอาคารสาธารณะทุกประเภทที่เคยรองรับผู้อพยพ ทั้งวัด ศาลาประชาคม หอประชุม และอาคารเอนกประสงค์ในบางไทรและอำเภอใกล้เคียง
ถาม: ทำครั้งเดียวพอหรือไม่
ตอบ: สำหรับการส่งคืนพื้นที่หลังน้ำลด การพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหนึ่งรอบอย่างถูกขั้นตอนมักเพียงพอ แต่หากอาคารยังมีจุดรั่วซึมหรือความชื้นสูงต่อเนื่อง ควรแก้ต้นเหตุก่อนและพิจารณาตรวจซ้ำ
ถาม: ควรติดต่อล่วงหน้ากี่วัน
ตอบ: ช่วงหลังน้ำลดมีความต้องการสูง แนะนำให้ติดต่อทันทีที่ทราบกำหนดส่งคืนพื้นที่ เพื่อให้ทีมงานจัดคิวสำรวจและให้บริการได้ทันก่อนเปิดภาคเรียน
ปรึกษาทีมงาน World Health Disinfection ได้ทันที เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนโรงยิม ศูนย์อพยพ และอาคารสาธารณะในบางไทร พระนครศรีอยุธยา
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268 · worldhealthdisinfection@gmail.com
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: WHO – Floods and health และ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #บางไทร #ฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อศูนย์พักพิง, พ่นฆ่าเชื้อโรงยิม, อบโอโซนศูนย์อพยพ, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บางไทร, พ่นฆ่าเชื้อ พระนครศรีอยุธยา, กำจัดเชื้อรา, กำจัดกลิ่นอับ, Chemgene HLD4H