อบโอโซนรถจมน้ำ น้ำเข้าห้องโดยสาร กำจัดกลิ่นอับ เชื้อราในเบาะและพรมรถ ลำลูกกา ปทุมธานี ปี 2569

Last updated: 12 ต.ค. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซนรถยน

อบโอโซนรถจมน้ำ น้ำเข้าห้องโดยสาร กำจัดกลิ่นอับ เชื้อราในเบาะและพรมรถ ลำลูกกา ปทุมธานี ปี 2569

เรื่องเล่าจากหน้างาน: เช้าวันที่คุณวิทยากลับไปเปิดประตูรถ

คุณวิทยา พนักงานบริษัทขนส่งที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านย่านคลองหก อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จอดรถเก๋งคันโปรดไว้หน้าบ้านตามปกติ คืนนั้นฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำจากคลองหนุนขึ้นมาเร็วกว่าที่คาด กว่าจะรู้ตัว น้ำก็ท่วมถึงขอบประตูรถแล้ว เขาและครอบครัวต้องรีบย้ายของขึ้นชั้นสองและอพยพไปพักที่บ้านญาติ รถคันนั้นจึงจมน้ำอยู่ราวสามวันเต็ม

เมื่อระดับน้ำลดลง คุณวิทยากลับมาพร้อมความหวังว่ารถจะยังพอใช้ได้ แต่ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นที่ลอยออกมาทำให้เขาต้องถอยหลังหนึ่งก้าว มันคือกลิ่นโคลนผสมกลิ่นน้ำเน่าและกลิ่นอับชื้นที่หนักจนแสบจมูก พรมพื้นรถเปียกแฉะ มีคราบโคลนสีน้ำตาลเป็นแนวยาวบนเบาะผ้า ใต้เบาะมีเศษใบไม้และขยะเล็ก ๆ ติดอยู่ ที่ขอบเข็มขัดนิรภัยเริ่มมีจุดสีเทาอมเขียวขึ้นเป็นดวง ๆ ซึ่งเขาเพิ่งรู้ภายหลังว่านั่นคือเชื้อราที่กำลังเริ่มลุกลาม

หลังจากส่งรถเข้าอู่ตรวจระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์เรียบร้อย ช่างบอกว่าระบบหลักยังพอซ่อมได้ แต่ปัญหาที่ยังค้างอยู่คือ "กลิ่น" ลูกสาววัยเจ็ดขวบของเขานั่งรถได้ไม่ถึงสิบนาทีก็เริ่มไอและบ่นว่าเวียนหัว ภรรยาของเขาซึ่งเป็นภูมิแพ้ก็จามไม่หยุด เขาลองทุกวิธีที่หาได้ในอินเทอร์เน็ต ทั้งเปิดประตูตากแดด วางถ่านกัมมันต์ ใช้น้ำหอมปรับอากาศ แต่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ กลิ่นอับก็ยังกลับมาทุกครั้งที่ปิดกระจกและเปิดแอร์

เรื่องของคุณวิทยาไม่ใช่เรื่องแปลกในช่วงน้ำท่วมปี 2569 ผู้ใช้รถจำนวนมากในลำลูกกา ธัญบุรี คลองหลวง และพื้นที่ใกล้เคียงในปทุมธานีกำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน คือรถที่ซ่อมเครื่องได้แล้ว แต่ห้องโดยสารยังเต็มไปด้วยเชื้อโรค เชื้อรา และกลิ่นที่ไม่ยอมหายไป

ทำไมห้องโดยสารรถที่จมน้ำจึงอันตรายกว่าที่คิด

ห้องโดยสารรถยนต์เป็นพื้นที่ปิดขนาดเล็ก มีวัสดุดูดซับน้ำอยู่รอบตัว ทั้งพรมพื้น ฟองน้ำในเบาะ ผ้าบุหลังคา แผงประตู และฉนวนกันเสียงใต้พรม เมื่อน้ำท่วมไหลเข้ามา น้ำนั้นไม่ใช่น้ำสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผ่านท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ คอกสัตว์ และถนนที่เต็มไปด้วยน้ำมันและขยะ สิ่งที่ตามเข้ามาด้วยจึงมีทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา และสิ่งปนเปื้อนอีกมากมาย

ความเสี่ยงด้านสุขภาพ

  • โรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) เชื้อนี้มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่นที่ปนอยู่ในน้ำท่วม หากสัมผัสพรมหรือเบาะที่เปียกด้วยมือที่มีแผล ก็มีโอกาสติดเชื้อได้
  • โรคท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ เชื้อ E. coli และแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูลสามารถติดอยู่ตามพวงมาลัย คันเกียร์ และที่วางแก้ว ซึ่งเป็นจุดที่มือสัมผัสบ่อยที่สุด
  • ภูมิแพ้และหอบหืด สปอร์ของเชื้อราที่เติบโตในพรมและฟองน้ำเบาะจะฟุ้งกระจายทุกครั้งที่เปิดแอร์ ทำให้คนในรถไอ จาม คัดจมูก หรือหอบกำเริบ โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ
  • ผิวหนังอักเสบ การนั่งบนเบาะที่มีเชื้อโรคเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนและเหงื่อออก อาจทำให้เกิดผื่นคันหรือการติดเชื้อที่ผิวหนัง

ความเสียหายด้านเงินและเวลา

หลายคนเลือกขายรถทิ้งในราคาต่ำเพราะทนกลิ่นไม่ไหว หรือต้องเปลี่ยนพรมและเบาะทั้งชุดซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูง ขณะที่บางคนใช้รถเป็นเครื่องมือหากิน เช่น รถรับส่งนักเรียน รถแท็กซี่ หรือรถให้เช่า กลิ่นอับในรถหมายถึงลูกค้าที่บ่นและไม่กลับมาใช้บริการอีก ความเสียหายต่อชื่อเสียงจึงอาจมากกว่าค่าซ่อมเสียอีก

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ "เวลา" การพยายามแก้กลิ่นด้วยตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่ได้ผล ทำให้ต้องเสียเวลาทั้งวันหยุดไปกับการขัดถูและตากแดด แต่กลิ่นก็ยังวนกลับมา เพราะต้นเหตุจริงอยู่ลึกกว่าที่ผ้าเช็ดจะเข้าถึง

ทำไมวิธีแก้แบบเดิม ๆ จึงไม่ได้ผลกับรถจมน้ำ

1. ใช้น้ำยาฟอกขาวเช็ดถู น้ำยาฟอกขาวอาจฆ่าเชื้อบนผิวที่เช็ดถึง แต่เข้าไม่ถึงชั้นฟองน้ำและใต้พรม อีกทั้งยังทำให้ผ้าเบาะซีดด่าง กัดกร่อนชิ้นส่วนโลหะ และทิ้งกลิ่นคลอรีนฉุนในพื้นที่ปิด ซึ่งไม่เหมาะกับห้องโดยสาร

2. เปิดประตูตากแดดหรือเปิดพัดลม ช่วยให้ผิวหน้าแห้งขึ้นจริง แต่ความชื้นที่สะสมลึกในฟองน้ำและฉนวนใต้พรมยังคงอยู่ เมื่อปิดรถในวันรุ่งขึ้น ความชื้นก็ระเหยกลับมาพร้อมกลิ่นเดิม

3. น้ำหอมปรับอากาศหรือถ่านดูดกลิ่น เป็นเพียงการกลบกลิ่นหรือดูดซับกลิ่นได้บางส่วน แต่ไม่ได้ทำลายเชื้อราและแบคทีเรียซึ่งเป็นตัวผลิตกลิ่น สุดท้ายเราจะได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นอับซึ่งแย่กว่าเดิม

4. ล้างรถแบบปกติหรือดูดฝุ่นอย่างเดียว ร้านคาร์แคร์ทั่วไปเน้นความสะอาดที่มองเห็น แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อจัดการเชื้อโรคจากน้ำท่วมโดยเฉพาะ และไม่ได้ฆ่าสปอร์เชื้อราที่ซ่อนอยู่ในท่อแอร์

ข้อสรุปคือ รถจมน้ำต้องการการจัดการสองชั้น ได้แก่ การฆ่าเชื้อบนพื้นผิวอย่างทั่วถึง และการทำลายเชื้อราและโมเลกุลกลิ่นในอากาศและในจุดอับที่มือเข้าไม่ถึง ซึ่งเป็นสิ่งที่บริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนของ WHD ถูกออกแบบมาเพื่อทำ

ทางออก: พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H + อบโอโซน โดย World Health Disinfection

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อโรคและอบโอโซนสำหรับบ้าน อาคาร และยานพาหนะ ในกรณีรถที่น้ำเข้าห้องโดยสาร เราใช้สองเทคโนโลยีที่ทำงานเสริมกัน

ขั้นที่หนึ่ง: พ่นฆ่าเชื้อด้วย Chemgene HLD4H

น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ใช้กันในงานด้านสุขอนามัย ออกฤทธิ์ครอบคลุมทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา จุดเด่นคือไม่กัดกร่อนพื้นผิว ไม่มีกลิ่นฉุนแบบคลอรีน จึงเหมาะกับวัสดุภายในรถทั้งผ้า หนัง พลาสติก และแผงคอนโซล เราพ่นด้วยเครื่องแบบละอองฝอยละเอียด (ULV) ที่ทำให้ละอองน้ำยาลอยเข้าไปถึงซอกใต้เบาะ ร่องประตู และพื้นที่ใต้แผงหน้าปัดที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง

ขั้นที่สอง: อบโอโซนกำจัดเชื้อราและกลิ่น

โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีอำนาจออกซิไดซ์สูง เมื่อปล่อยในพื้นที่ปิดอย่างห้องโดยสาร ก๊าซจะแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผ้า ฟองน้ำ และท่อลมแอร์ ทำลายผนังเซลล์ของเชื้อราและแบคทีเรีย และแตกโมเลกุลของสารที่ทำให้เกิดกลิ่นให้กลายเป็นสารที่ไม่มีกลิ่น ต่างจากน้ำหอมที่แค่กลบ เมื่ออบเสร็จและระบายอากาศ โอโซนจะสลายกลับเป็นออกซิเจนเอง ไม่ทิ้งสารตกค้าง เราใช้เครื่องอบโอโซน Master Ozone Generator ที่ควบคุมระยะเวลาได้อย่างเหมาะสมกับขนาดห้องโดยสาร

ขั้นตอนการให้บริการ 6 ขั้น

  1. สำรวจหน้างาน ตรวจระดับน้ำที่เคยเข้ารถ ดูสภาพพรม เบาะ ผ้าบุหลังคา และจุดที่มีเชื้อราขึ้น พร้อมประเมินว่าวัสดุชิ้นไหนควรถอดออกมาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนใหม่
  2. แนะนำการขจัดโคลนและทำให้แห้ง ก่อนฆ่าเชื้อ ต้องเอาโคลนและขยะออกให้มากที่สุด เราแนะนำให้ถอดพรมยางและผ้ารองพื้นออกตาก และหากฟองน้ำเบาะชุ่มน้ำมากจนไม่สามารถทำให้แห้งได้ อาจต้องพิจารณาเปลี่ยน ซึ่งเราจะบอกตามตรง
  3. พ่นฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H พ่นละอองฝอยทั่วห้องโดยสาร ห้องเก็บสัมภาระ ใต้เบาะ และจุดสัมผัสบ่อย ทิ้งไว้ตามเวลาที่น้ำยาต้องการเพื่อให้ออกฤทธิ์เต็มที่
  4. อบโอโซน ปิดประตูและกระจกทั้งหมด เปิดระบบหมุนเวียนอากาศภายในเพื่อให้โอโซนไหลผ่านท่อแอร์ แล้วอบตามระยะเวลาที่เหมาะสม
  5. ระบายอากาศ เปิดประตูทุกบาน ปล่อยให้อากาศถ่ายเทจนโอโซนสลายหมด ก่อนให้เจ้าของรถเข้าไปนั่ง
  6. ตรวจซ้ำ ตรวจกลิ่นและสภาพหลังทำ หากยังมีจุดที่ต้องดูแลเพิ่มเติม เราจะแนะนำวิธีจัดการต่อ
ความปลอดภัยของการอบโอโซน: ระหว่างอบต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในรถเด็ดขาด เพราะโอโซนความเข้มข้นสูงระคายเคืองทางเดินหายใจ หลังอบต้องเปิดประตูระบายอากาศจนไม่มีกลิ่นโอโซนเหลืออยู่ก่อนเข้าไปใช้งาน และเราควบคุมระยะเวลาไม่ให้นานเกินจำเป็น เพื่อถนอมชิ้นส่วนยางและพลาสติกภายในรถ

หมายเหตุ: บริการของ WHD เป็นการดูแลด้านสุขอนามัยของห้องโดยสาร ไม่ได้ซ่อมเครื่องยนต์หรือระบบไฟฟ้า หากรถจมน้ำ ควรให้อู่หรือศูนย์บริการตรวจระบบกลไกก่อนเสมอ และไม่ควรสตาร์ทเครื่องทันทีหลังน้ำลด

10 เหตุผลที่เจ้าของรถในลำลูกกาเลือกพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนกับ WHD

  1. จัดการต้นเหตุ ไม่ใช่แค่กลบกลิ่น โอโซนทำลายเชื้อราและโมเลกุลกลิ่นโดยตรง ดูรายละเอียดที่บริการอบโอโซน
  2. เข้าถึงจุดอับ ละอองฝอย ULV และก๊าซโอโซนไปถึงใต้เบาะ ในร่องประตู และในท่อแอร์
  3. น้ำยาที่อ่อนโยนต่อวัสดุ Chemgene HLD4H ไม่กัดกร่อนผ้า หนัง และพลาสติก
  4. ไม่ทิ้งกลิ่นสารเคมี หลังระบายอากาศ ห้องโดยสารจะไม่มีกลิ่นฉุนตกค้าง อ่านเพิ่มที่อบโอโซนดับกลิ่นและสารตกค้าง
  5. ช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนเป็นภูมิแพ้
  6. ทีมงานมีประสบการณ์งานหลังน้ำท่วม เข้าใจว่าวัสดุแบบไหนควรเก็บ แบบไหนควรเปลี่ยน
  7. ให้คำแนะนำตรงไปตรงมา ไม่ขายบริการเกินจำเป็น ถ้าเบาะต้องเปลี่ยนจริงเราจะบอก
  8. เหมาะกับรถใช้งานเชิงพาณิชย์ รถตู้รับส่ง แท็กซี่ รถเช่า กลับมาให้บริการลูกค้าได้อย่างมั่นใจ
  9. ดูแลได้ทั้งรถและบ้าน หากบ้านโดนน้ำท่วมด้วย สามารถใช้บริการโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยไปพร้อมกัน
  10. ติดต่อง่าย ตอบไว โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ในพื้นที่ปทุมธานีและปริมณฑล

ก่อนและหลังการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน

ก่อน

  • เปิดประตูแล้วเจอกลิ่นโคลนและกลิ่นอับรุนแรง
  • พรมพื้นชื้นตลอดเวลา มีคราบโคลน
  • จุดเชื้อราสีเทาเขียวที่เข็มขัดนิรภัยและขอบเบาะ
  • เปิดแอร์แล้วมีกลิ่นเหม็นออกจากช่องลม
  • เด็กไอ ผู้ใหญ่จาม ไม่อยากนั่งรถนาน

หลัง

  • กลิ่นอับลดลงอย่างชัดเจน อากาศในรถสดชื่นขึ้น
  • พื้นผิวที่สัมผัสบ่อยผ่านการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • เชื้อราบนพื้นผิวถูกจัดการ ลดโอกาสลุกลาม
  • ลมแอร์ไม่มีกลิ่นอับตามออกมา
  • ครอบครัวกลับมานั่งรถได้อย่างสบายใจ

เสียงจากผู้ใช้บริการ

"ตอนแรกคิดว่าจะขายรถทิ้งแล้ว เพราะลองทุกอย่างกลิ่นก็ไม่หาย ทีมงานมาดูหน้างาน บอกตรง ๆ ว่าผ้ารองพื้นควรเปลี่ยน ส่วนที่เหลือพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้ พอทำเสร็จและเปิดระบายอากาศ ลูกสาวนั่งรถไปโรงเรียนได้โดยไม่ไอเลย รู้สึกเหมือนได้รถคืนมา"
— คุณวิทยา เจ้าของรถเก๋ง ลำลูกกา ปทุมธานี (เรื่องเล่าจากหน้างาน)

อีกกรณีหนึ่งคือคุณสมใจ เจ้าของรถตู้รับส่งนักเรียนในคลองสาม ซึ่งน้ำเข้ารถจนถึงระดับเบาะ เธอกังวลเรื่องผู้ปกครองที่โทรมาถามว่ารถสะอาดปลอดภัยหรือยัง หลังได้รับบริการพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน เธอสามารถอธิบายขั้นตอนการทำความสะอาดให้ผู้ปกครองฟังได้อย่างมั่นใจ และกลับมาวิ่งรับส่งเด็กได้ตามปกติ

สิ่งที่เจ้าของรถควรทำทันทีหลังน้ำลด ก่อนเรียกทีมงาน

  • อย่าสตาร์ทเครื่องทันที ให้ช่างตรวจระบบไฟฟ้า น้ำมันเครื่อง และไส้กรองอากาศก่อน
  • ใส่ถุงมือยางและหน้ากากอนามัย ทุกครั้งที่เข้าไปขนของหรือถอดพรมออกจากรถ เพื่อลดความเสี่ยงโรคฉี่หนูและการสูดสปอร์เชื้อรา
  • เอาของใช้ส่วนตัวออก เช่น ผ้าห่ม หมอน เบาะเด็ก และเอกสาร แยกทำความสะอาดหรือทิ้งตามสภาพ
  • ถอดพรมยางและผ้ารองพื้นออกตาก เปิดประตูทุกบานให้อากาศถ่ายเทในที่ร่มที่ลมผ่าน
  • ถ่ายรูปสภาพรถเก็บไว้ เพื่อใช้ประกอบการเคลมประกันภัย
  • ติดต่อ WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนหลังจากรถแห้งพอสมควรแล้ว

หากรถของคุณจอดอยู่ในบ้านที่โดนน้ำท่วมด้วย แนะนำให้วางแผนดูแลบ้านไปพร้อมกัน เพราะเชื้อราในโรงรถและในบ้านสามารถกลับมาปนเปื้อนรถได้อีกครั้ง บริการกำจัดไรฝุ่นสำหรับที่นอนและโซฟา รวมถึงบริการพ่นยุงรอบบ้าน ก็ช่วยลดปัญหาที่ตามมาหลังน้ำลดได้มาก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: รถจมน้ำแค่ครึ่งล้อ น้ำไม่ได้เข้าห้องโดยสาร ต้องอบโอโซนไหม?
ตอบ: หากพรมไม่เปียกและไม่มีกลิ่น อาจยังไม่จำเป็น แต่ควรตรวจใต้พรมและห้องเก็บสัมภาระ เพราะน้ำมักซึมเข้าทางยางขอบประตูหรือรูระบายใต้ท้องรถโดยที่เราไม่รู้ตัว

ถาม: อบโอโซนแล้วจะทำให้ชิ้นส่วนยางหรือพลาสติกในรถเสียหายไหม?
ตอบ: โอโซนความเข้มข้นสูงที่ใช้นานเกินไปอาจมีผลต่อยางได้ ทีมงานจึงกำหนดระยะเวลาอบให้เหมาะกับขนาดห้องโดยสารและระดับปัญหา ไม่อบนานเกินจำเป็น

ถาม: หลังอบโอโซนแล้วเข้าไปนั่งในรถได้เมื่อไร?
ตอบ: หลังเปิดประตูระบายอากาศจนไม่มีกลิ่นโอโซนเหลืออยู่ ทีมงานจะเป็นผู้แจ้งว่าปลอดภัยแล้ว ระหว่างอบห้ามมีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ในรถ

ถาม: น้ำยา Chemgene HLD4H ปลอดภัยกับเบาะหนังไหม?
ตอบ: Chemgene HLD4H ไม่กัดกร่อนพื้นผิวและไม่มีส่วนผสมของคลอรีน จึงใช้กับเบาะหนัง ผ้า และพลาสติกได้ อย่างไรก็ตาม ทีมงานจะทดสอบกับจุดที่มองไม่เห็นก่อนหากเป็นวัสดุพิเศษ

ถาม: ถ้าฟองน้ำในเบาะยังเปียกอยู่ พ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซนได้เลยไหม?
ตอบ: ควรทำให้แห้งมากที่สุดก่อน เพราะความชื้นที่ค้างอยู่จะทำให้เชื้อรากลับมาได้อีก หากฟองน้ำชุ่มน้ำโคลนมาก การเปลี่ยนใหม่อาจคุ้มค่ากว่า ทีมงานจะให้คำแนะนำตามสภาพจริง

ถาม: ให้บริการในพื้นที่ไหนบ้าง?
ตอบ: ให้บริการในลำลูกกา ธัญบุรี คลองหลวง เมืองปทุมธานี รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล สอบถามพื้นที่อื่นได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถาม: ใช้เวลานานแค่ไหนต่อคัน?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดรถและระดับความเสียหาย ทีมงานจะแจ้งระยะเวลาโดยประมาณหลังสำรวจหน้างาน

อย่าปล่อยให้กลิ่นอับและเชื้อราอยู่กับรถคุณนานกว่านี้

ยิ่งปล่อยไว้นาน เชื้อรายิ่งฝังลึกและแก้ยากขึ้น ติดต่อ World Health Disinfection วันนี้

จองบริการอบโอโซน คลิกที่นี่

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com

#อบโอโซนรถยนต์ #รถจมน้ำ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #กำจัดกลิ่นอับ #กำจัดเชื้อรา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ลำลูกกา #ปทุมธานี

คำค้นหา: อบโอโซนรถจมน้ำ, อบโอโซนรถยนต์, น้ำเข้ารถ, กำจัดกลิ่นอับในรถ, เชื้อราในเบาะรถ, พรมรถขึ้นรา, พ่นฆ่าเชื้อรถยนต์, รถน้ำท่วม ลำลูกกา, ปทุมธานี, น้ำท่วม 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้