Last updated: 12 ต.ค. 2569 | 2 จำนวนผู้เข้าชม |
เช้าวันอาทิตย์ปลายเดือนตุลาคม 2569 คุณสมศรี แม่บ้านวัยห้าสิบต้น ๆ ขับรถพาลูกชายกับคุณแม่วัยเจ็ดสิบกว่ากลับมาที่บ้านเดี่ยวสองชั้นในหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี หลังจากต้องอพยพไปอาศัยบ้านญาติอยู่เกือบสามสัปดาห์ ระดับน้ำที่เคยท่วมถึงระดับเข่าในตัวบ้านลดลงจนแห้งแล้ว เหลือเพียงคราบโคลนสีน้ำตาลเป็นเส้นยาวพาดผนังทุกห้องเหมือนใครเอาปากกาเมจิกขีดไว้
ทันทีที่ไขกุญแจเปิดประตู กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกคือกลิ่นอับชื้นปนกลิ่นโคลนเน่า ผสมกลิ่นท่อระบายน้ำที่ไหลย้อนกลับเข้ามา โซฟาผ้าในห้องรับแขกบวมน้ำ ขาตู้ไม้อัดพองจนลิ้นชักปิดไม่สนิท ที่มุมผนังหลังตู้เย็นมีจุดเชื้อราสีดำและสีเขียวเทาขึ้นเป็นวงกว้าง ฟูกที่นอนของคุณแม่ซึ่งวางบนเตียงชั้นล่างมีคราบเหลืองและกลิ่นเหม็นที่ลมพัดเท่าไรก็ไม่หาย
สองวันแรกครอบครัวช่วยกันตักโคลน ล้างพื้นด้วยน้ำยาล้างห้องน้ำ เปิดพัดลมทุกตัว และฉีดสเปรย์ปรับอากาศ แต่คืนที่สามคุณแม่เริ่มไอติดต่อกัน จามไม่หยุด ส่วนลูกชายที่ลุยน้ำช่วยขนของมีแผลถลอกที่เท้าเริ่มบวมแดง คุณสมศรีเริ่มกังวลว่าบ้านที่ดูเหมือนสะอาดแล้ว อาจยังเต็มไปด้วยเชื้อโรคและสปอร์เชื้อราที่มองไม่เห็น นี่คือจุดที่เธอโทรหา World Health Disinfection (WHD)
เรื่องของคุณสมศรีไม่ใช่เรื่องแปลก หลายครอบครัวในลาดหลุมแก้ว คลองหลวง ธัญบุรี และอีกหลายอำเภอของปทุมธานีกำลังเจอสถานการณ์เดียวกันในช่วงน้ำลดปีนี้ บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมบ้านหลังน้ำลดจึงต้องพ่นฆ่าเชื้อและอบโอโซน และขั้นตอนที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร
น้ำท่วมที่ไหลเข้าบ้านไม่ใช่น้ำสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผ่านถนน ท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ ทุ่งนา และพื้นที่เลี้ยงสัตว์ จึงพาเอาเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ปรสิต และสารปนเปื้อนเข้ามาด้วย เมื่อน้ำลดลง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ไหลออกไปทั้งหมด แต่ตกค้างอยู่ในโคลน ร่องกระเบื้อง ผนังปูน ไม้ และผ้าทุกชนิด
เชื้อราที่ไม่ถูกจัดการจะลามต่อเนื่องเข้าไปในเนื้อไม้ ฝ้าเพดาน วอลเปเปอร์ ผ้าม่าน และเฟอร์นิเจอร์ เมื่อผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ของที่ยังพอซ่อมได้อาจต้องทิ้ง สีที่ทาใหม่ทับผนังที่ยังชื้นและมีเชื้อจะพองและลอกในเวลาไม่นาน ทำให้ต้องเสียเงินซ่อมซ้ำ
การทำความสะอาดบ้านเดี่ยวหลังน้ำท่วมด้วยตัวเองใช้แรงและเวลามาก หลายครอบครัวลางานหลายวัน แต่สุดท้ายกลิ่นอับยังอยู่ นอนไม่หลับ ไม่กล้าให้ลูกหลานคลานเล่นบนพื้น และรู้สึกว่าบ้านที่เคยเป็นที่พักใจกลายเป็นที่ที่ไม่ปลอดภัย
ด้วยความเร่งรีบอยากกลับเข้าบ้าน หลายคนเลือกวิธีที่หาได้ใกล้มือ ซึ่งช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่มักไม่ครอบคลุมปัญหาทั้งหมด
สิ่งที่บ้านหลังน้ำลดต้องการจริง ๆ คือการจัดการแบบเป็นระบบ ตั้งแต่ขจัดสิ่งสกปรก ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวและในอากาศ ไปจนถึงทำลายสปอร์เชื้อราและโมเลกุลกลิ่นที่ฝังอยู่ในวัสดุ
World Health Disinfection ออกแบบบริการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมโดยผสานสองเทคโนโลยีที่ทำงานเสริมกัน
บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ WHD ใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับสูงที่ใช้ในงานด้านสุขอนามัย พ่นผ่านเครื่อง ULV ที่ทำให้น้ำยาแตกตัวเป็นละอองขนาดเล็กมาก ละอองจะลอยฟุ้งเข้าถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์ หลังตู้ ขอบประตู และพื้นผิวที่มือเช็ดไม่ถึง จุดเด่นคือไม่มีกลิ่นฉุนรุนแรงแบบน้ำยาคลอรีน และไม่กัดกร่อนพื้นผิวในบ้านทั่วไป
บริการอบโอโซน ใช้เครื่องผลิตโอโซนความเข้มข้นสูง โอโซน (O3) เป็นก๊าซที่มีฤทธิ์ออกซิไดซ์แรง จึงกระจายไปทั่วทุกห้องได้เหมือนอากาศ เข้าไปในเนื้อผ้า ฟูก ผ้าม่าน และช่องว่างในผนัง ช่วยทำลายเชื้อจุลินทรีย์และสปอร์เชื้อรา พร้อมสลายโมเลกุลที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นอับ กลิ่นโคลน และกลิ่นท่อ แทนที่จะกลบกลิ่นเหมือนน้ำหอม เมื่อจบการอบ โอโซนจะสลายตัวกลับเป็นออกซิเจนตามธรรมชาติ
"ตอนแรกคิดว่าล้างบ้านเองก็พอ แต่กลิ่นมันไม่ยอมไปจริง ๆ พอทีมงานมาสำรวจ อธิบายขั้นตอน พ่นฆ่าเชื้อแล้วอบโอโซน วันรุ่งขึ้นเปิดประตูเข้าบ้านรู้สึกต่างกันเลย คุณแม่ก็นอนชั้นล่างได้อีกครั้ง สิ่งที่ชอบคือเขาบอกชัดว่าตอนไหนต้องออกจากบ้าน ตอนไหนเข้าได้"
— คุณสมศรี (นามสมมติ) เจ้าของบ้านเดี่ยว ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี
Q1: ควรเรียกบริการพ่นฆ่าเชื้อเมื่อไร หลังน้ำลดกี่วัน?
A: ควรเรียกหลังจากตักโคลนและล้างคราบหลักออกแล้ว ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะเชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายในไม่กี่วันในสภาพอากาศชื้น ทีมงานสามารถสำรวจและแนะนำการเตรียมพื้นที่ให้ก่อนได้
Q2: พ่นฆ่าเชื้อกับอบโอโซนต่างกันอย่างไร ต้องทำทั้งสองอย่างไหม?
A: การพ่นฆ่าเชื้อเน้นพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม ส่วนการอบโอโซนเน้นอากาศ กลิ่น และสปอร์เชื้อราในวัสดุ สำหรับบ้านที่น้ำท่วมเข้าตัวบ้าน การทำทั้งสองอย่างจะให้ผลครอบคลุมที่สุด
Q3: ระหว่างอบโอโซนต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน?
A: ขึ้นกับขนาดบ้านและระดับกลิ่น ทีมงานจะแจ้งเวลาอบและเวลาระบายอากาศให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน ระหว่างนั้นต้องไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ในพื้นที่
Q4: น้ำยา Chemgene HLD4H ปลอดภัยกับเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าไหม?
A: Chemgene HLD4H ไม่กัดกร่อนพื้นผิวทั่วไปในบ้าน และพ่นในรูปละอองฝอยปริมาณที่ควบคุม อย่างไรก็ตามทีมงานจะแนะนำให้ปิดหรือย้ายของที่ไวต่อความชื้นเป็นพิเศษก่อนพ่น
Q5: หลังพ่นและอบแล้ว เชื้อราจะกลับมาอีกไหม?
A: การบริการช่วยลดเชื้อและสปอร์ได้มาก แต่ถ้าโครงสร้างยังชื้นสะสม เชื้อราอาจกลับมาได้ จึงควรดูแลการระบายอากาศ ซ่อมจุดรั่วซึม และรอให้ผนังแห้งก่อนทาสีใหม่
Q6: ให้บริการในพื้นที่ใดของปทุมธานีบ้าง?
A: ให้บริการในพื้นที่ลาดหลุมแก้ว คลองหลวง ธัญบุรี ลำลูกกา เมืองปทุมธานี สามโคก และพื้นที่ใกล้เคียง สอบถามคิวงานได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE
Q7: ทำความสะอาดฟูกและโซฟาที่จมน้ำได้ไหม?
A: ฟูกที่แช่น้ำท่วมนานมักต้องพิจารณาทิ้งเพราะความชื้นและสิ่งปนเปื้อนฝังลึก ส่วนชิ้นที่โดนน้ำเพียงเล็กน้อยสามารถผึ่งให้แห้ง ร่วมกับการอบโอโซนเพื่อลดกลิ่นและเชื้อ ทีมงานช่วยประเมินให้ได้
อย่าปล่อยให้เชื้อราและกลิ่นอับอยู่กับครอบครัวนานกว่านี้ ปรึกษาทีม WHD ได้ทันที
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 | LINE: @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: WHO: Floods – Fact sheet และ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
#พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #อบโอโซน #กำจัดเชื้อรา #กำจัดกลิ่นอับ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #น้ำยาฆ่าเชื้อ #ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม #ลาดหลุมแก้ว #ปทุมธานี
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ลาดหลุมแก้ว, อบโอโซนบ้านเดี่ยว, กำจัดเชื้อราหลังน้ำลด, กำจัดกลิ่นอับในบ้าน, บริการพ่นฆ่าเชื้อปทุมธานี, น้ำยาฆ่าเชื้อ Chemgene HLD4H, ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม ปี 2569