วิธีใช้และดูแลรักษา SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง หลังพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่น้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

วิธีใช้และดูแลรักษา SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง หลังพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่น้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ปี 2569

วิธีใช้และดูแลรักษา SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง หลังพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่น้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ปี 2569

ถ้าหน่วยงานของคุณมี SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง อยู่แล้ว หรือกำลังจะจัดซื้อ และกำลังค้นหาว่า "วิธีใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังที่ถูกต้อง" "ล้างเครื่องพ่นยาหลังใช้งานอย่างไร" หรือ "เก็บเครื่องพ่นยาสะพายหลังอย่างไรให้ใช้ได้นาน" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมบริเวณสะพานบ้านแปลง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ปี 2569 ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดน แล้วอธิบายตั้งแต่การตรวจเครื่องก่อนใช้ การพ่นอย่างปลอดภัยในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยโคลน การล้างน้ำยาและคราบโคลนออกจากเครื่องหลังเลิกงาน ไปจนถึงการเก็บรักษาระหว่างฤดูน้ำหลาก เพื่อให้เครื่องที่ World Health Disinfection (WHD) จัดจำหน่ายนี้พร้อมทำงานทุกครั้งที่ชุมชนต้องการ

น้ำท่วมสะพานบ้านแปลง โป่งน้ำร้อน จันทบุรี ปี 2569

ตามรายงานของNews1live เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ระดับน้ำบริเวณสะพานบ้านแปลง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนเกือบถึงใต้ท้องสะพาน เส้นทางบ้านแปลงไม่สามารถสัญจรได้ และมวลน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีการแจ้งเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

พื้นที่ชายแดนอย่างโป่งน้ำร้อนมีลักษณะเป็นเนินเขา สวนผลไม้ และชุมชนที่กระจายตัว เมื่อน้ำหลากมาเร็ว น้ำมักพัดพาดินโคลน กิ่งไม้ และเศษวัสดุมาด้วย หลังน้ำลด ถนน บ้านเรือน อาคารสาธารณะ และโรงเรือนจึงเต็มไปด้วยโคลนหนา ซึ่งเป็นสภาพที่ทั้งคนและเครื่องมือต้องทำงานหนักกว่าปกติ

ภาพรวมทั่วประเทศ ตามข้อมูลของ ปภ. ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชน 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน เครื่องพ่นที่หน่วยงานต่าง ๆ ใช้ในช่วงนี้จึงถูกใช้งานหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ การดูแลรักษาที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเลือกซื้อ

กรณีตัวอย่าง: เครื่องพ่นที่ติดยากในวันที่ชุมชนต้องการมากที่สุด

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ได้อ้างถึงหน่วยงานหรือบุคคลจริง

คุณเอก หัวหน้าทีมงานสุขาภิบาลของท้องถิ่นแห่งหนึ่งในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออก ใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังพ่นฆ่าเชื้อศาลาหมู่บ้าน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และโรงเรียนติดต่อกันหลายวันหลังน้ำลด ทุกเย็นทีมเหนื่อยมาก จึงวางเครื่องไว้ท้ายรถโดยยังมีน้ำยาเหลือในถัง และมีคราบโคลนเกาะที่ตัวเครื่องและตะแกรงดูดลม

เช้าวันที่สี่ เครื่องติดยาก หัวพ่นออกไม่สม่ำเสมอ และน้ำยาไหลออกน้อยกว่าที่ตั้งไว้ ทีมต้องเสียเวลาครึ่งเช้าถอดล้างทำความสะอาด ในขณะที่ชาวบ้านรอให้พ่นศูนย์เด็กเล็กเพื่อเปิดรับเด็ก คุณเอกจึงได้บทเรียนว่า เครื่องพ่นที่ดีแค่ไหน ถ้าไม่ได้ล้างและดูแลหลังใช้งานทุกครั้ง ก็จะเสื่อมประสิทธิภาพเร็วกว่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อทำงานในสภาพโคลนและความชื้นหลังน้ำท่วม

หลังจากนั้นทีมของคุณเอกจึงตั้งกติกาง่าย ๆ ว่า "พ่นเสร็จ ล้างทันที ตรวจก่อนเก็บ" ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของบทความนี้

ทำไมงานพ่นหลังน้ำท่วมจึงหนักสำหรับเครื่องพ่นเป็นพิเศษ

งานพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมต่างจากงานพ่นทั่วไปในหลายด้าน ซึ่งส่งผลต่อทั้งคนและเครื่อง

  • ฝุ่นโคลนและความชื้น เมื่อโคลนแห้งจะกลายเป็นฝุ่นละเอียด ซึ่งอาจถูกดูดเข้าทางตะแกรงลมและกรองอากาศ ส่วนความชื้นที่สูงทำให้ชิ้นส่วนโลหะเสี่ยงต่อการเกิดสนิม
  • ใช้งานต่อเนื่องหลายวัน เครื่องถูกใช้ทั้งวันติดต่อกัน ทำให้ชิ้นส่วนสึกหรอเร็วขึ้นถ้าไม่ได้ตรวจเช็ก
  • น้ำยาค้างในระบบ น้ำยาฆ่าเชื้อที่ค้างอยู่ในถัง สาย และหัวพ่นข้ามคืน อาจตกตะกอนหรือทำให้ชิ้นส่วนบางอย่างเสื่อมได้ ขึ้นกับชนิดของน้ำยา
  • การขนส่งบนถนนที่เสียหาย เครื่องถูกกระแทกบนรถกระบะในถนนที่เป็นหลุมบ่อ ทำให้น็อตและข้อต่ออาจคลาย

ขณะเดียวกัน เหตุผลที่ต้องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมก็ชัดเจน น้ำท่วมพาเชื้อโรคหลายกลุ่มมาค้างอยู่ในบ้านและอาคาร ได้แก่ แบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) รวมถึงความเสี่ยงจากเชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู ไวรัส เช่น โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ที่ทำให้ท้องร่วง ไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ (influenza) และอาร์เอสวี (RSV) ที่แพร่ง่ายในศูนย์พักพิง และเชื้อราที่ขึ้นบนผนังเปียกชื้น เครื่องพ่นที่พร้อมใช้งานเสมอจึงเป็นหัวใจของการฟื้นฟูชุมชน

ความเสียหายเมื่อไม่ได้ดูแลเครื่องพ่นอย่างถูกต้อง

เครื่องไม่พร้อมในวันที่ต้องใช้ น้ำท่วมมักมาเป็นระลอก ถ้าเครื่องเสียหลังระลอกแรก ทีมก็ต้องทำงานด้วยมือในระลอกถัดไป

พ่นไม่สม่ำเสมอ หัวพ่นหรือสายน้ำยาที่มีคราบอุดตันทำให้ปริมาณน้ำยาออกน้อยหรือไม่คงที่ พื้นผิวบางจุดจึงได้น้ำยาไม่พอ

ค่าซ่อมและเวลาที่สูญเสีย การซ่อมใหญ่จากการละเลยดูแล ทำให้เสียทั้งงบประมาณและเวลาที่เครื่องต้องหยุดใช้งาน

ความเสี่ยงต่อผู้ใช้งาน ข้อต่อที่รั่วอาจทำให้น้ำยาซึมมาโดนหลังผู้ใช้ สายสะพายที่ชำรุดอาจทำให้เครื่องหลุดหรือบาดเจ็บ

อายุการใช้งานสั้นลง ครุภัณฑ์ที่ควรใช้ได้หลายปี อาจต้องเปลี่ยนเร็วกว่ากำหนด

รู้จัก SOLO PORT 423 ก่อนเริ่มใช้งาน

SOLO PORT 423 (โซโล พอร์ต 423) เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ทำงานโดยเครื่องยนต์ขับพัดลมสร้างกระแสลมแรง และนำน้ำยาจากถังเข้าสู่กระแสลมจนแตกเป็นละอองฝอยส่งออกไปได้ไกล เป็นเครื่องพ่นละอองฝอย (mistblower) ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควันที่ใช้ความร้อน

สเปกหลัก ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

  • เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว ความจุกระบอกสูบ 72.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร
  • กำลัง 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
  • ถังน้ำยา 12 ลิตร
  • ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร
  • น้ำหนักเครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัม
  • ระดับเสียงที่ตำแหน่งผู้ใช้งาน 97 dB(A)

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องสามารถพ่นแบบ ULV ขนาดละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา โดยลักษณะละอองจริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า WHD ระบุส่วนประกอบสำคัญที่ผู้ใช้ควรรู้จัก ได้แก่ กระบอกสูบเคลือบนิกาซิล คาร์บูเรเตอร์ลูกลอยของ BING ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ ท่อพ่นหมุนได้ หัวพ่นยาวและแผ่นกระจายละอองมุมกว้าง ถังน้ำยาโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง คันโยกควบคุมด้วยมือเดียวสำหรับคันเร่ง ปรับปริมาณน้ำยา และดับเครื่อง สายสะพายบุนวม และจุดยึดกันสั่น 4 จุด

ข้อสำคัญคือ ตัวเลขที่ไม่ได้ระบุไว้ในบทความนี้ เช่น อัตราส่วนผสมน้ำมัน ให้ยึดตามคู่มือผู้ผลิตที่มากับเครื่องเท่านั้น และหากไม่แน่ใจ ให้สอบถามตัวแทนจำหน่าย

ขั้นตอนการใช้ SOLO PORT 423 พ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่น้ำท่วม

1. ตรวจเครื่องก่อนใช้งานทุกครั้ง

ตรวจสภาพสายสะพาย หัวเข็มขัด และแผ่นรองหลังว่าไม่ขาด ตรวจถังน้ำยาและฝาว่าไม่มีรอยร้าว ตรวจสายน้ำยาและข้อต่อว่าไม่รั่วซึม ตรวจกรองอากาศว่าไม่อุดตันด้วยฝุ่นโคลน ตรวจน็อตยึดต่าง ๆ ว่าแน่นหนา และตรวจว่าคันโยกควบคุมทำงานคล่องและดับเครื่องได้จริง

2. ล้างโคลนในพื้นที่ก่อนพ่น

เครื่องพ่นเป็นอุปกรณ์กระจายน้ำยา ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยา และน้ำยาจะทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด ดังนั้นต้องขนขยะและล้างโคลนออกก่อนทุกครั้ง

3. ผสมน้ำยาตามฉลาก

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียน เช่น Chemgene HLD4H ผสมตามอัตราส่วนที่ฉลากกำหนด ผสมในภาชนะแยกแล้วกรองก่อนเทลงถัง 12 ลิตร ไม่ผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกันเอง และใช้น้ำสะอาด ไม่ใช้น้ำท่วมหรือน้ำขุ่นมาผสม เพราะตะกอนจะไปอุดหัวพ่น

4. เติมน้ำมันอย่างปลอดภัย

เติมน้ำมันขณะเครื่องดับและเย็น ในที่โล่ง ห่างจากเปลวไฟ ใช้น้ำมันผสมตามอัตราส่วนที่คู่มือผู้ผลิตกำหนด เช็ดน้ำมันที่หกออกก่อนติดเครื่อง และติดเครื่องห่างจากจุดเติมน้ำมันพอสมควร

5. สวมอุปกรณ์ป้องกันครบชุด

ที่ครอบหูหรือที่อุดหู ถุงมือกันสารเคมี แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันใบหน้า หน้ากากกรองที่เหมาะกับน้ำยา เสื้อแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูท ตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS)

6. ติดเครื่องและยกขึ้นหลังอย่างถูกท่า

วางเครื่องบนพื้นราบ ติดเครื่องตามขั้นตอนในคู่มือ ปล่อยให้เครื่องเดินเบาสักครู่ แล้วยกขึ้นหลังโดยงอเข่า หลังตรง หรือให้เพื่อนร่วมทีมช่วยยก ปรับสายสะพายให้กระชับ เพราะเมื่อเติมเต็มถังเครื่องจะหนักประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป

7. พ่นด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอ

เปิดคันเร่งให้ได้แรงลมที่ต้องการ แล้วจึงเปิดน้ำยา เดินด้วยความเร็วคงที่ ส่ายท่อพ่นช้า ๆ ไปยังผนัง พื้น และซอกมุม เริ่มจากด้านในสุดแล้วถอยออก ในที่โล่งให้พ่นตามทิศลม ไม่พ่นสวนลม และไม่พ่นเข้าหาคน สัตว์เลี้ยง แหล่งน้ำดื่ม หรือภาชนะใส่อาหาร

8. ปิดน้ำยาก่อนลดรอบเครื่อง

เมื่อจบแต่ละช่วง ให้ปิดน้ำยาก่อน แล้วจึงลดคันเร่ง เพื่อไม่ให้น้ำยาหยดออกโดยไม่มีแรงลมพา ดับเครื่องด้วยคันโยกควบคุม และวางเครื่องลงบนพื้นราบ

9. กันพื้นที่และรอเวลา

ปิดกั้นพื้นที่ที่พ่นแล้ว ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากระบุ ระบายอากาศ และให้คนกลับเข้าพื้นที่หลังพ้นเวลาที่กำหนดเท่านั้น

ขั้นตอนล้างและดูแล SOLO PORT 423 หลังพ่นทุกครั้ง

1. จัดการน้ำยาที่เหลือ

พยายามผสมน้ำยาให้พอดีกับงาน หากมีเหลือให้จัดการตามคำแนะนำบนฉลาก ไม่เทลงแหล่งน้ำ คูคลอง หรือท่อระบายน้ำสาธารณะ

2. ล้างถังและระบบน้ำยาด้วยน้ำสะอาด

เติมน้ำสะอาดลงถังเล็กน้อย เขย่าล้าง แล้วติดเครื่องพ่นน้ำสะอาดผ่านระบบออกไปในบริเวณที่ปลอดภัย เพื่อไล่น้ำยาที่ค้างในสายและหัวพ่น ทำซ้ำจนน้ำที่ออกมาใส แล้วเทน้ำที่เหลือออก

3. ถอดล้างตะแกรงกรองน้ำยาและหัวพ่น

ถอดตะแกรงที่ปากถังและชิ้นส่วนหัวพ่นที่ถอดได้ตามคู่มือ ล้างด้วยน้ำสะอาดและแปรงขนนุ่ม ห้ามใช้ลวดหรือของแข็งแหย่รูหัวพ่น เพราะจะทำให้รูเสียรูปและละอองผิดเพี้ยน

4. ทำความสะอาดตัวเครื่องและช่องดูดลม

เช็ดโคลนและคราบน้ำยาออกจากตัวเครื่อง ถังน้ำมัน และสายสะพาย ด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ทำความสะอาดตะแกรงช่องดูดลมของพัดลมไม่ให้มีโคลนหรือเศษใบไม้อุด ไม่ฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เครื่องยนต์โดยตรง

5. ตรวจกรองอากาศ

ในงานหลังน้ำท่วมที่มีฝุ่นโคลนมาก กรองอากาศอุดตันเร็วกว่าปกติ ให้ถอดตรวจและทำความสะอาดตามวิธีที่คู่มือกำหนด และเปลี่ยนเมื่อชำรุด กรองอากาศที่สกปรกทำให้เครื่องติดยากและกำลังตก

6. ตรวจหัวเทียนและระบบจุดระเบิดตามรอบ

ตรวจสภาพหัวเทียนตามรอบที่คู่มือแนะนำ หากเครื่องติดยากหรือเดินไม่เรียบ อาจเป็นสัญญาณให้ตรวจหัวเทียนหรือกรองอากาศ หากไม่แน่ใจให้ส่งตรวจกับตัวแทนจำหน่าย

7. ตรวจสายสะพายและจุดยึดกันสั่น

ตรวจว่าสายสะพาย แผ่นรองหลัง และจุดยึดกันสั่นทั้ง 4 จุดไม่ฉีกขาดหรือหลวม เพราะเป็นส่วนที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งถึงผู้ใช้

8. ล้างอุปกรณ์ป้องกันและตัวผู้ใช้

ล้างถุงมือ แว่นตา และรองเท้าบูทก่อนถอด เก็บหน้ากากตามคำแนะนำของผู้ผลิต อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า แยกซักชุดทำงานจากผ้าของครอบครัว

9. บันทึกการใช้งาน

จดชั่วโมงการใช้งาน พื้นที่ที่พ่น น้ำยาที่ใช้ และอาการผิดปกติของเครื่อง ข้อมูลนี้ช่วยวางแผนบำรุงรักษาและเป็นหลักฐานการทำงานของหน่วยงาน

การเก็บรักษาระหว่างฤดูน้ำหลาก

  • เก็บเครื่องในที่แห้ง ร่ม มีอากาศถ่ายเท และสูงพ้นระดับน้ำที่เคยท่วม ห่างจากแหล่งความร้อนและเปลวไฟ
  • ล้างถังน้ำยาให้สะอาดและแห้งก่อนเก็บ ไม่เก็บเครื่องโดยมีน้ำยาค้างในถัง
  • สำหรับการเก็บนานหลายสัปดาห์ ให้จัดการน้ำมันในถังและคาร์บูเรเตอร์ตามวิธีที่คู่มือผู้ผลิตกำหนด
  • เก็บน้ำยาฆ่าเชื้อแยกจากน้ำมันเชื้อเพลิง ในภาชนะเดิมที่มีฉลาก ให้พ้นมือเด็ก
  • ก่อนถึงฤดูฝนปีถัดไป ให้ทดลองติดเครื่องและพ่นน้ำสะอาด เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมใช้งานจริง
  • ตรวจสอบอะไหล่สิ้นเปลือง เช่น กรองอากาศและหัวเทียน และสั่งเตรียมไว้ล่วงหน้าผ่านตัวแทนจำหน่าย

10 เหตุผลที่ SOLO PORT 423 คุ้มค่าเมื่อดูแลถูกวิธี

  1. ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  2. ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร ผู้ใช้ไม่ต้องเข้าใกล้พื้นผิวทุกจุด ลดโอกาสสัมผัสน้ำยา
  3. ถัง 12 ลิตรโปร่งแสง มองเห็นระดับน้ำยา และปากเติมกว้างช่วยให้ล้างถังง่าย ตามข้อมูลของ WHD
  4. ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า ใช้ได้ในพื้นที่ชายแดนหรือชุมชนที่ไฟฟ้ายังไม่กลับมา
  5. เครื่องยนต์ทนทาน WHD ระบุว่าใช้กระบอกสูบเคลือบนิกาซิลและชิ้นส่วนจาก MAHLE และ BING
  6. ควบคุมด้วยมือเดียว ปิดน้ำยาและดับเครื่องได้ทันทีจากคันโยก
  7. ลดแรงสั่นสะเทือน สายสะพายบุนวมและจุดยึดกันสั่น 4 จุด ตามข้อมูลของ WHD
  8. ประหยัดน้ำยา ตามข้อมูลสินค้าของ WHD พ่นแบบ ULV ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอนได้
  9. ดูแลได้เองด้วยขั้นตอนง่าย ล้าง ตรวจ เก็บ ตามคู่มือ ทีมของคุณทำได้หลังเลิกงานทุกวัน
  10. ใช้งานได้หลายปี เป็นครุภัณฑ์ที่ใช้ได้ทั้งงานหลังน้ำท่วมและงานสุขอนามัยตลอดปี สอบถามราคาได้ที่หน้าสินค้า SOLO PORT 423

ก่อนและหลังมีระบบดูแลเครื่องที่ดี

ก่อน

  • เก็บเครื่องทั้งที่มีน้ำยาค้างถัง
  • โคลนอุดตะแกรงลมและกรองอากาศ
  • เครื่องติดยาก หัวพ่นออกไม่สม่ำเสมอ
  • เสียเวลาซ่อมในวันที่ชุมชนรอ

หลัง

  • พ่นเสร็จ ล้างทันที ตรวจก่อนเก็บ
  • กรองอากาศสะอาด เครื่องติดง่าย
  • ละอองสม่ำเสมอ ใช้น้ำยาได้คุ้ม
  • เครื่องพร้อมทุกครั้งที่น้ำมา

ความปลอดภัยในการใช้และดูแล SOLO PORT 423

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ตำแหน่งผู้ใช้งาน 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ต้องใส่ที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง แม้ในช่วงทดลองเครื่องหลังซ่อมบำรุง
  • แรงสั่นสะเทือนและเวลาทำงาน จำกัดเวลาพ่นต่อรอบ สลับผู้ปฏิบัติงาน และพักเป็นระยะ
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี ตามฉลากและ SDS ของน้ำยา รวมถึงตอนล้างเครื่องที่ยังมีน้ำยาค้าง
  • การเติมน้ำมัน ดับเครื่องและรอให้เย็น ห่างจากเปลวไฟ
  • น้ำหนัก เครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัม เต็มถังประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ระวังการยกบนพื้นโคลนที่ลื่น
  • กันคนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่พ่น และปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่บนฉลาก
  • ซ่อมบำรุงขณะเครื่องดับเท่านั้น ห้ามถอดชิ้นส่วนหรือแหย่มือใกล้พัดลมขณะเครื่องทำงาน
  • ฝึกอบรม ผู้ใช้งานทุกคนควรผ่านการฝึกการใช้และดูแลเครื่องจากคู่มือและตัวแทนจำหน่าย

ผู้ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือแผลอักเสบ ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม

กิจวัตรประจำวันง่าย ๆ สำหรับหัวหน้าทีม

ช่วงรับมือน้ำท่วม ทุกคนเหนื่อยจนกิจวัตรต่าง ๆ มักหลุด รายการสั้น ๆ ที่หัวหน้าทีมตรวจทุกวันจะช่วยให้ SOLO PORT 423 ทำงานได้ตลอดหลายสัปดาห์ของการฟื้นฟู

  • ตอนเช้า เดินตรวจสายสะพาย ถัง สายน้ำยา และกรองอากาศ แล้วทดลองพ่นน้ำสะอาดสั้น ๆ ก่อนขึ้นรถ
  • ก่อนเข้าแต่ละพื้นที่ ยืนยันชนิดน้ำยา อัตราส่วนผสม และเวลาสัมผัสจากฉลาก และยืนยันว่าไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซน
  • ระหว่างวัน สลับผู้พ่น บังคับใส่อุปกรณ์ป้องกันการได้ยิน ให้พักดื่มน้ำ และห้ามเติมน้ำมันขณะเครื่องร้อน
  • ตอนเย็น พ่นน้ำสะอาดไล่ระบบ ล้างตะแกรงและหัวพ่น เช็ดโคลน ทำความสะอาดตะแกรงดูดลม และจดปัญหาลงสมุดบันทึก
  • ทุกสัปดาห์ ตรวจกรองอากาศ หัวเทียน น็อต และจุดยึดกันสั่นอย่างละเอียด และสั่งอะไหล่ผ่านตัวแทนจำหน่ายก่อนจะหมด

มอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบลงชื่อยืนยันในแต่ละขั้นตอน เพราะงานที่ทุกคนรับผิดชอบร่วมกัน มักกลายเป็นงานที่ไม่มีใครทำ

ยังไม่มีเครื่อง หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน

หากหน่วยงานของคุณยังไม่มีเครื่องหรือต้องการงานเร่งด่วนครั้งเดียว สามารถเลือกบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นทางเลือกแยกต่างหากได้ และหากต้องการอ่านมุมอื่นของเครื่องรุ่นนี้ แนะนำบทความสู้ไข้เลือดออกสำหรับเทศบาลและ อบต. และบทความพ่นยาสู้โรคอุบัติใหม่สำหรับสาธารณสุขจังหวัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

วิธีใช้ SOLO PORT 423 ครั้งแรกต้องทำอย่างไร

อ่านคู่มือผู้ผลิตให้ครบ รับการฝึกจากตัวแทนจำหน่าย ตรวจเครื่องก่อนใช้ เติมน้ำมันตามคู่มือ ผสมน้ำยาตามฉลาก สวมอุปกรณ์ป้องกัน แล้วทดลองพ่นน้ำสะอาดก่อนใช้งานจริง

SOLO PORT 423 ใช้น้ำมันผสมอัตราส่วนเท่าไร

ให้ใช้อัตราส่วนตามคู่มือผู้ผลิตที่มากับเครื่องเท่านั้น หากไม่แน่ใจให้สอบถาม WHD โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ล้างเครื่องพ่นยาสะพายหลังหลังใช้งานอย่างไร

จัดการน้ำยาที่เหลือตามฉลาก ล้างถังด้วยน้ำสะอาด พ่นน้ำสะอาดไล่ระบบ ถอดล้างตะแกรงและหัวพ่น เช็ดตัวเครื่อง และตรวจกรองอากาศ

เก็บน้ำยาไว้ในถังข้ามคืนได้ไหม

ไม่แนะนำ ควรผสมให้พอดีกับงาน และล้างถังทุกครั้งหลังเลิกงาน เพื่อป้องกันตะกอนและการเสื่อมของชิ้นส่วน

เครื่องพ่นละอองฝอยติดยาก เกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือกรองอากาศสกปรก หัวเทียนเสื่อม หรือน้ำมันเก่าค้างนาน ให้ตรวจตามคู่มือ หากยังไม่หายให้ส่งตรวจกับตัวแทนจำหน่าย

หัวพ่นตันต้องทำอย่างไร

ดับเครื่อง ถอดหัวพ่นตามคู่มือ ล้างด้วยน้ำสะอาดและแปรงขนนุ่ม ห้ามใช้ลวดแหย่ และใช้น้ำสะอาดผสมน้ำยาทุกครั้ง

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันหรือไม่

ไม่ใช่ เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลม ไม่ใช้ความร้อน

SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร และซื้ออะไหล่ได้ที่ไหน

สอบถามราคาและเรื่องอะไหล่ได้ที่หน้าสินค้า โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

สนใจ SOLO PORT 423 สำหรับหน่วยงานของคุณ ขอใบเสนอราคาได้ทันที

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

สอบถามสเปก การสาธิต และใบเสนอราคา โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงาน World Health Disinfection ยินดีให้คำแนะนำการเลือกน้ำยาและการใช้งานอย่างปลอดภัย

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ดูแลรักษาเครื่องพ่นยา #วิธีใช้SOLO423 #น้ำท่วมจันทบุรี2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, วิธีใช้ SOLO PORT 423, ดูแลรักษาเครื่องพ่นยาสะพายหลัง, ล้างเครื่องพ่นยาหลังใช้งาน, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, ครุภัณฑ์เครื่องพ่น, น้ำท่วมโป่งน้ำร้อน จันทบุรี ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้