เปรียบเทียบ SOLO PORT 423 กับเครื่องพ่นยาสะพายหลังมือโยก เครื่องพ่นแบตเตอรี่ และเครื่องพ่นหมอกควัน สำหรับพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หนองแค สระบุรี ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เปรียบเทียบ SOLO PORT 423 กับเครื่องพ่นยาสะพายหลังมือโยก เครื่องพ่นแบตเตอรี่ และเครื่องพ่นหมอกควัน สำหรับพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หนองแค สระบุรี ปี 2569

เปรียบเทียบ SOLO PORT 423 กับเครื่องพ่นยาสะพายหลังมือโยก เครื่องพ่นแบตเตอรี่ และเครื่องพ่นหมอกควัน สำหรับพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หนองแค สระบุรี ปี 2569

ถ้าคุณเป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ หัวหน้างานสาธารณสุข ผู้จัดการโรงงาน หรือผู้ดูแลอาคารที่กำลังค้นหาว่า "เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบไหนดี" "เครื่องพ่นแบตเตอรี่กับเครื่องยนต์ต่างกันอย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นหมอกควันใช้ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมได้ไหม" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อช่วยคุณตัดสินใจ เราจะใช้สถานการณ์ น้ำท่วมตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ปี 2569 เป็นฉากหลัง แล้วเปรียบเทียบเครื่องพ่นที่หน่วยงานไทยนิยมใช้ ได้แก่ ถังพ่นยาสะพายหลังแบบมือโยก เครื่องพ่นแบตเตอรี่ เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่น ULV ไฟฟ้า และ SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ที่ World Health Disinfection (WHD) จัดจำหน่าย อย่างตรงไปตรงมา ว่าแต่ละแบบเหมาะกับงานใด และทำไมงานฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างหลังน้ำลดจึงควรมีเครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์ไว้ประจำหน่วยงาน

น้ำท่วมหนองโรง หนองแค สระบุรี ปี 2569 กับคำถามเรื่องเครื่องมือ

ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ลงพื้นที่ตำบลหนองโรง อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยหลายร้อยครัวเรือน ตามรายงานของ PRD มีการมอบเวชภัณฑ์ อาหาร และน้ำดื่มให้ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังระดับน้ำอย่างต่อเนื่อง

หนองแคเป็นอำเภอที่มีทั้งชุมชนเกษตร หมู่บ้านจัดสรร โรงงาน และเส้นทางคมนาคมสำคัญ เมื่อน้ำลดลง สิ่งที่ทุกหน่วยงานต้องทำต่อคือการฟื้นฟู ทั้งการล้างโคลน ซ่อมแซม และการฆ่าเชื้อในพื้นที่ส่วนรวม เช่น ศาลาประชาคม ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียน วัด ตลาด และโรงอาหารของโรงงาน และนี่คือจังหวะที่คำถามเรื่องเครื่องมือเกิดขึ้น เพราะหลายหน่วยงานพบว่าเครื่องพ่นที่มีอยู่ไม่ทันกับขนาดของงาน

ในภาพใหญ่ ข้อมูลของ ปภ. ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชน 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน การเลือกเครื่องพ่นที่เหมาะสมจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นการลงทุนเพื่อรับมือกับฤดูน้ำหลากที่อาจกลับมาอีกในปีต่อ ๆ ไป

กรณีตัวอย่าง: เจ้าหน้าที่พัสดุที่ต้องเลือกเครื่องพ่นภายในสัปดาห์เดียว

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ได้อ้างถึงหน่วยงานหรือบุคคลจริง

คุณแอน เจ้าหน้าที่พัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในอำเภอหนองแค ได้รับโจทย์จากผู้บริหารหลังน้ำลดว่า "หาเครื่องพ่นฆ่าเชื้อที่ทีมเราใช้เองได้ ครอบคลุมศาลา ศูนย์เด็กเล็ก และตลาดให้เสร็จภายในไม่กี่วัน" ในห้องเก็บของมีถังพ่นยามือโยกอยู่หลายถัง ซึ่งใช้พ่นหญ้าและพ่นยากันยุงในบ้านเรือนมาหลายปี มีเครื่องพ่นหมอกควันอีกหนึ่งเครื่องที่ใช้ในงานควบคุมไข้เลือดออก

เมื่อทีมลองใช้ถังมือโยกพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในศาลาประชาคม คนพ่นต้องโยกไปพ่นไปจนเหนื่อย ละอองตกลงพื้นเป็นหยดใหญ่ ผนังด้านบนแทบไม่โดนน้ำยา ครั้นจะใช้เครื่องพ่นหมอกควัน ก็มีคำถามว่าน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทนความร้อนได้หรือไม่ และควันหนาทึบในอาคารจะปลอดภัยแค่ไหน คุณแอนจึงเปิดอินเทอร์เน็ตค้นหาเปรียบเทียบเครื่องพ่นแต่ละแบบ และพบว่าคำตอบขึ้นอยู่กับ "ชนิดของงาน" มากกว่า "ยี่ห้อ"

เนื้อหาด้านล่างคือสิ่งที่คุณแอนสรุปได้ และเป็นแนวทางที่หน่วยงานของคุณนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้เช่นกัน

ก่อนเปรียบเทียบ ต้องรู้ว่างานฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมต้องการอะไร

น้ำท่วมพัดพาน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะ และโคลนเข้าสู่อาคาร เมื่อน้ำลด เชื้อโรคจะค้างอยู่บนพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้แก่

  • แบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่ทำให้ท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ รวมถึงความเสี่ยงจากเชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู ในพื้นที่ที่มีน้ำขังและหนูชุกชุม
  • ไวรัส เช่น โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ที่ติดต่อผ่านพื้นผิว และไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ (influenza) และอาร์เอสวี (RSV) ที่แพร่ง่ายในศูนย์พักพิงและอาคารที่คนแออัด
  • เชื้อรา ที่เติบโตบนผนังและวัสดุที่เปียกชื้น ทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นภูมิแพ้

ดังนั้นเครื่องพ่นที่ดีสำหรับงานนี้ต้องมีคุณสมบัติหลัก 5 ข้อ คือ ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้เร็ว ส่งน้ำยาได้ไกลถึงผนังและซอกมุม ใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำได้โดยไม่ใช้ความร้อน ไม่พึ่งไฟฟ้าในพื้นที่ที่ไฟยังไม่พร้อม และ ใช้งานได้โดยคนเดียว ทั้งนี้ต้องย้ำว่าเครื่องพ่นเป็นเพียงอุปกรณ์กระจายน้ำยา ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนและใช้ตามฉลาก และต้องล้างโคลนออกก่อนพ่นเสมอ

ความเจ็บปวดเมื่อเลือกเครื่องพ่นผิดประเภท

เสียเวลา เครื่องที่เล็กเกินไปทำให้งานที่ควรเสร็จในหนึ่งวันลากยาวเป็นหลายวัน ศูนย์เด็กเล็กและตลาดเปิดช้า ชาวบ้านต้องรอ

เสียแรงงาน ทีมต้องใช้คนมากขึ้น ทำงานล่วงเวลา และเหนื่อยล้าจนเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและการสัมผัสสารเคมี

เสียน้ำยา ละอองใหญ่เกินไปทำให้น้ำยาไหลนองพื้น ส่วนการพ่นไม่ทั่วทำให้ต้องพ่นซ้ำ

เสียงบประมาณซ้ำซ้อน หลายหน่วยงานซื้อเครื่องที่ราคาย่อมเยาก่อน แล้วพบว่าใช้กับงานพื้นที่กว้างไม่ได้ สุดท้ายต้องจัดซื้อใหม่อีกรอบ

เสียความเชื่อมั่น เมื่อประชาชนเห็นว่าพื้นที่ส่วนรวมยังมีกลิ่นอับหรือคราบโคลน และเริ่มมีคนป่วยท้องร่วงหลังน้ำลด ความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานย่อมลดลง

รู้จักเครื่องพ่นแต่ละแบบ

1. ถังพ่นยาสะพายหลังแบบมือโยก

เป็นเครื่องพ่นที่คนไทยคุ้นเคยที่สุด ใช้มือโยกคันสูบเพื่อสร้างแรงดันในถัง แล้วบีบด้ามพ่นให้น้ำยาออกทางหัวฉีด ข้อดีคือราคาย่อมเยา ซ่อมง่าย ไม่ต้องใช้น้ำมันหรือไฟฟ้า เหมาะกับงานพ่นจุดเล็ก ๆ หรือพ่นแปลงผักขนาดเล็ก ข้อจำกัดคือแรงดันขึ้นลงตามจังหวะการโยก ละอองค่อนข้างใหญ่ ระยะพ่นสั้น และผู้ใช้เมื่อยล้าเร็ว เมื่อต้องพ่นศาลาหรือโกดังทั้งหลังจึงใช้เวลานานมาก

2. เครื่องพ่นยาแบตเตอรี่

ใช้ปั๊มไฟฟ้าจากแบตเตอรี่สร้างแรงดันแทนการโยกมือ ทำให้แรงดันสม่ำเสมอกว่าและเสียงเบา เหมาะกับงานในอาคารขนาดเล็ก ห้องเรียน หรือสำนักงาน ข้อจำกัดคือแรงส่งยังมาจากแรงดันน้ำเป็นหลัก ไม่มีกระแสลมช่วยพาละออง ระยะพ่นจึงจำกัด และต้องหยุดชาร์จเมื่อแบตเตอรี่หมด ซึ่งอาจเป็นปัญหาในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังไม่กลับมาหลังน้ำท่วม

3. เครื่องพ่นหมอกควัน (thermal fogger)

ใช้ความร้อนจากห้องเผาไหม้ทำให้น้ำยากลายเป็นควันขาวหนาทึบ ลอยฟุ้งไปได้ไกล เป็นเครื่องมือหลักของงานควบคุมยุงลายและแมลงในชุมชน เช่น AIROFOG AT35 ที่ WHD จำหน่ายในหมวดเครื่องพ่นกำจัดยุงและแมลง ข้อควรรู้คือเครื่องพ่นหมอกควันออกแบบมาสำหรับสูตรน้ำยาที่ใช้กับความร้อนได้ และมักใช้กับงานกำจัดแมลง หากต้องการใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อ ต้องตรวจสอบฉลากน้ำยาและคู่มือเครื่องให้ชัดเจนก่อน อีกทั้งควันหนาทึบในอาคารยังลดทัศนวิสัยและต้องจัดการความปลอดภัยเพิ่มเติม

4. เครื่องพ่น ULV ไฟฟ้า

เป็นเครื่องพ่นละอองละเอียดที่ใช้ไฟฟ้า เช่น รุ่น MASTER ในหมวดสินค้าของ WHD เหมาะกับการพ่นในห้องหรืออาคารที่มีปลั๊กไฟ เสียงเบากว่าเครื่องยนต์ ข้อจำกัดคือต้องมีไฟฟ้าและสายไฟ ซึ่งอาจไม่สะดวกในพื้นที่กว้างกลางแจ้ง หรือในอาคารที่ระบบไฟยังไม่ได้รับการตรวจหลังน้ำท่วม

5. SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์

SOLO PORT 423 ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ใช้เครื่องยนต์ขับพัดลมสร้างกระแสลมแรง แล้วนำน้ำยาเข้าสู่กระแสลมจนแตกเป็นละอองฝอย ส่งไปได้ไกลโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเป็นเครื่องพ่นละอองฝอย (mistblower) ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน

สเปกหลัก ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว ความจุกระบอกสูบ 72.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร กำลัง 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า ถังน้ำยา 12 ลิตร ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร น้ำหนักเครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัม และระดับเสียงที่ตำแหน่งผู้ใช้งาน 97 dB(A)

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องสามารถพ่นแบบ ULV ขนาดละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา โดยลักษณะละอองจริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า WHD ยังระบุจุดเด่น เช่น กระบอกสูบเคลือบนิกาซิล ชิ้นส่วนจาก MAHLE และ BING ท่อพ่นหมุนได้ หัวพ่นยาวและแผ่นกระจายละอองมุมกว้าง ถังโปร่งแสงทนยูวี คันโยกควบคุมด้วยมือเดียว สายสะพายบุนวม และจุดยึดกันสั่น 4 จุด ส่วนชุดอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ให้สอบถามตัวแทนจำหน่าย

ตารางเปรียบเทียบเครื่องพ่นสำหรับงานฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ตารางนี้เปรียบเทียบเชิงคุณลักษณะทั่วไปของเครื่องแต่ละประเภท ตัวเลขของ SOLO PORT 423 เป็นข้อมูลผู้ผลิต SOLO ส่วนเครื่องประเภทอื่นมีหลายยี่ห้อและหลายขนาด จึงควรตรวจสเปกของรุ่นที่สนใจอีกครั้ง

หัวข้อถังมือโยกเครื่องพ่นแบตเตอรี่เครื่องพ่นหมอกควันSOLO PORT 423
แหล่งพลังงานแรงคนแบตเตอรี่ ต้องชาร์จน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ 2 จังหวะ 3.0 กิโลวัตต์ ไม่พึ่งไฟฟ้า
วิธีสร้างละอองแรงดันน้ำจากการโยกแรงดันน้ำจากปั๊มไฟฟ้าความร้อนทำให้เป็นควันกระแสลมแรงแตกน้ำยาเป็นละอองฝอย ไม่ใช้ความร้อน
ระยะพ่นสั้นสั้นถึงปานกลางควันลอยไปได้ไกลแต่ควบคุมทิศทางยากแนวนอนประมาณ 12 เมตร ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
งานที่เหมาะจุดเล็ก งานเกษตรขนาดเล็กห้องขนาดเล็ก สำนักงานควบคุมยุงและแมลงพื้นที่กว้าง อาคารสาธารณะ ลาน โกดัง ทั้งในและนอกอาคาร
ใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำได้ได้ต้องตรวจฉลากน้ำยาและคู่มือเครื่องได้ ตามฉลากน้ำยา
ความเหนื่อยของผู้ใช้สูง ต้องโยกตลอดต่ำปานกลางปานกลาง น้ำหนักเต็มถังประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป มีสายสะพายบุนวม
เสียงเงียบเบาดัง97 dB(A) ต้องป้องกันการได้ยิน

เลือกแบบไหนดี สรุปตามลักษณะงาน

  • ถ้างานของคุณคือพ่นจุดเล็ก ๆ หรือห้องไม่กี่ห้อง ถังมือโยกหรือเครื่องพ่นแบตเตอรี่อาจเพียงพอ และใช้คู่กับการเช็ดจุดสัมผัสบ่อย
  • ถ้างานของคุณคือควบคุมยุงลายในชุมชน เครื่องพ่นหมอกควันยังเป็นเครื่องมือหลัก ควบคู่กับการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์
  • ถ้างานของคุณคือฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างหลังน้ำท่วม ทั้งศาลา ศูนย์เด็กเล็ก ตลาด โกดัง หรือลานจอดรถ เครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์อย่าง SOLO PORT 423 คือตัวเลือกที่ตรงงานที่สุด เพราะมีทั้งแรงลม ระยะพ่น ความจุถัง และความคล่องตัว
  • ถ้าหน่วยงานของคุณต้องทำหลายงาน การมีเครื่องหลายประเภทไว้คู่กันเป็นเรื่องปกติ เช่น ใช้ SOLO PORT 423 สำหรับพื้นที่กว้าง และใช้เครื่องขนาดเล็กเก็บรายละเอียดในห้อง

10 เหตุผลที่ SOLO PORT 423 เหนือกว่าสำหรับงานฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างหลังน้ำลด

  1. แรงลมช่วยพาน้ำยา ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ทำให้ละอองไปถึงพื้นผิวได้ทั่วกว่าเครื่องที่ใช้แรงดันน้ำอย่างเดียว
  2. ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร ถึงผนังสูงและซอกมุมโดยไม่ต้องเดินเข้าใกล้ทุกจุด
  3. ไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับน้ำยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำที่ฉลากระบุให้พ่นได้
  4. ไม่ต้องรอไฟฟ้า ใช้ได้ทันทีในพื้นที่ที่ระบบไฟยังไม่พร้อม
  5. ถัง 12 ลิตร ทำงานต่อเนื่องได้นาน เติมน้อยครั้ง
  6. ไม่ต้องโยก ผู้ใช้ไม่ต้องออกแรงสร้างแรงดัน จึงพ่นได้สม่ำเสมอตลอดงาน
  7. ประหยัดน้ำยา ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องพ่นแบบ ULV ได้ ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน
  8. ควบคุมง่ายด้วยมือเดียว คันเร่ง ปริมาณน้ำยา และปุ่มดับเครื่องอยู่ในคันโยกเดียว
  9. ทนทานใช้ได้หลายปี WHD ระบุว่าใช้กระบอกสูบเคลือบนิกาซิลและชิ้นส่วนจาก MAHLE และ BING
  10. ใช้ได้หลายภารกิจตลอดปี ทั้งฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม งานสุขอนามัยในอาคารสาธารณะ และงานอื่นตามที่ WHD ระบุ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน และห้างสรรพสินค้า สอบถามราคาได้ที่หน้าสินค้า SOLO PORT 423

ก่อนและหลังเลือกเครื่องพ่นให้ตรงงาน

ก่อน

  • ใช้ถังมือโยกพ่นศาลาทั้งหลัง ผนังบนไม่โดนน้ำยา
  • ลองใช้เครื่องพ่นหมอกควันกับน้ำยาที่ไม่ได้ระบุให้ใช้กับความร้อน
  • เครื่องแบตเตอรี่หมดกลางงาน ไม่มีไฟให้ชาร์จ
  • งานลากยาวหลายวัน ศูนย์เด็กเล็กเปิดช้า

หลัง

  • ล้างโคลนก่อน แล้วใช้ SOLO PORT 423 พ่นพื้นที่กว้างตามแผน
  • ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก
  • เครื่องยนต์ทำงานได้โดยไม่ต้องรอไฟฟ้า
  • พื้นที่ส่วนรวมกลับมาเปิดได้เร็วขึ้น หลังพ้นเวลาที่ฉลากกำหนด

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้ออาคารสาธารณะหลังน้ำท่วมด้วย SOLO PORT 423

1. ประเมินพื้นที่และความปลอดภัย

ตรวจโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และสัตว์มีพิษที่อาจหลบอยู่ในอาคาร ก่อนให้ทีมเข้าทำงาน

2. ขนขยะและล้างโคลนให้หมด

เก็บวัสดุที่เสียหายออก ล้างโคลนจากพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ขั้นตอนนี้ต้องทำก่อนเสมอ เพราะน้ำยาทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด

3. เลือกและผสมน้ำยาตามฉลาก

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียน เช่น Chemgene HLD4H ผสมตามอัตราส่วนที่ฉลากกำหนด แล้วเติมลงถัง 12 ลิตรของเครื่องบนพื้นราบ

4. สวมอุปกรณ์ป้องกันและกันคนออกจากพื้นที่

ผู้พ่นสวมที่ครอบหู ถุงมือ แว่นตา หน้ากากตามฉลาก ชุดแขนยาว และรองเท้าบูท ปิดกั้นพื้นที่ไม่ให้คนและสัตว์เลี้ยงเข้ามา

5. พ่นจากด้านในออกด้านนอก

ติดเครื่องตามคู่มือ เดินพ่นสม่ำเสมอ หันท่อพ่นไปยังผนัง พื้น และซอกมุม ถอยออกจากพื้นที่ที่พ่นแล้ว และหลีกเลี่ยงการพ่นสวนลมเมื่ออยู่กลางแจ้ง

6. รอเวลาสัมผัสและระบายอากาศ

ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากกำหนด เปิดหน้าต่างระบายอากาศ และให้คนกลับเข้าพื้นที่หลังพ้นเวลาที่กำหนดเท่านั้น

7. ล้างเครื่องและบันทึกงาน

ล้างถังและสายด้วยน้ำสะอาด ตรวจหัวพ่นและกรองอากาศ บันทึกพื้นที่ เวลา และน้ำยาที่ใช้

ความปลอดภัยที่ต้องรู้ก่อนใช้ SOLO PORT 423

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ตำแหน่งผู้ใช้งาน 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ต้องใส่ที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง
  • แรงสั่นสะเทือน จำกัดเวลาพ่นต่อรอบ สลับผู้ปฏิบัติงาน และพักเป็นระยะ
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี ตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยา
  • การเติมน้ำมัน ดับเครื่องและรอให้เย็นก่อนเติม ห่างจากเปลวไฟ และผสมน้ำมันตามคู่มือผู้ผลิต
  • น้ำหนัก เครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัม เต็มถังประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ปรับสายสะพายให้พอดี
  • กันคนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่พ่น และปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่บนฉลาก
  • ฝึกอบรม ผู้ใช้งานทุกคนควรผ่านการฝึกจากคู่มือและตัวแทนจำหน่ายก่อนใช้งานจริง

ผู้ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือแผลอักเสบ ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม

คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อเครื่องพ่นทุกประเภท

ไม่ว่าคุณจะเอนเอียงไปทางเครื่องแบบใด รายการตรวจสอบสั้น ๆ ต่อไปนี้จะช่วยให้การตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของงานจริง ไม่ใช่แค่ข้อมูลในโบรชัวร์

  • พื้นที่ที่ต้องฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมกว้างแค่ไหน ลองรวมพื้นที่ศาลา ศูนย์เด็กเล็ก ตลาด ลาน และโกดังทั้งหมด หากรวมกันได้หลายพันตารางเมตร เครื่องที่ใช้แรงดันน้ำอย่างเดียวจะทำงานได้ช้ามาก
  • หลังน้ำท่วมจะมีไฟฟ้าใช้หรือไม่ ระบบไฟมักต้องปิดไว้จนกว่าช่างจะตรวจเสร็จ เครื่องยนต์จึงช่วยตัดปัญหาการพึ่งไฟฟ้าออกไป
  • จะใช้น้ำยาอะไร อ่านฉลากก่อนเสมอ ฉลากจะบอกว่าพ่นได้หรือไม่ ผสมอัตราส่วนเท่าไร ต้องสัมผัสพื้นผิวนานเท่าไร และต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันแบบใด
  • ใครจะเป็นผู้ใช้งาน วางแผนการฝึกอบรม การสลับเวร และอุปกรณ์ป้องกันการได้ยินไว้ก่อนถึงฤดูน้ำหลาก ไม่ใช่รอให้น้ำมาแล้วจึงเริ่ม
  • ใครจะดูแลซ่อมบำรุง สอบถามตัวแทนจำหน่ายเรื่องอะไหล่ คำแนะนำการบำรุงรักษา และเงื่อนไขการรับประกัน
  • นอกฤดูน้ำท่วมจะใช้ทำอะไรได้อีก เครื่องที่ใช้งานด้านสุขอนามัยในอาคารสาธารณะได้ตลอดปี ย่อมคุ้มค่ากว่าเครื่องที่เก็บไว้ในโกดังเฉย ๆ

ไม่อยากซื้อเครื่อง มีทางเลือกอื่นไหม

หากหน่วยงานของคุณต้องการเพียงงานครั้งเดียว สามารถเลือกบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นทางเลือกแยกต่างหากได้ แต่สำหรับหน่วยงานที่ต้องรับมือน้ำท่วมทุกปีหรือมีพื้นที่ดูแลหลายจุด การมี SOLO PORT 423 ไว้เองช่วยให้ตอบสนองได้ทันที อ่านมุมอื่นของเครื่องรุ่นนี้ได้ในบทความสู้ไข้เลือดออกสำหรับเทศบาลและ อบต. และบทความพ่นยาสู้โรคอุบัติใหม่สำหรับสาธารณสุขจังหวัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เครื่องพ่นยาสะพายหลังมือโยกกับเครื่องยนต์ ต่างกันอย่างไร

ถังมือโยกใช้แรงดันน้ำจากการโยก ระยะพ่นสั้นและละอองใหญ่ ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์อย่าง SOLO PORT 423 ใช้กระแสลมแรงพาละอองไปได้ไกลประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

เครื่องพ่นยาแบตเตอรี่กับเครื่องยนต์ แบบไหนดีกว่า

ขึ้นกับงาน เครื่องแบตเตอรี่เสียงเบาเหมาะกับห้องเล็ก ส่วนงานพื้นที่กว้างหรือพื้นที่ที่ไม่มีไฟฟ้าหลังน้ำท่วม เครื่องยนต์เหมาะกว่า

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมได้ไหม

เครื่องพ่นหมอกควันออกแบบมาสำหรับงานควบคุมแมลงเป็นหลัก หากจะใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อต้องตรวจฉลากน้ำยาและคู่มือเครื่อง สำหรับน้ำยาฆ่าเชื้อสูตรน้ำบนพื้นผิว เครื่องพ่นละอองฝอยที่ไม่ใช้ความร้อนมักเหมาะกว่า

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันหรือไม่

ไม่ใช่ SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลม ไม่ใช้ความร้อน

SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

กรุณาขอใบเสนอราคาที่หน้าสินค้า โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

SOLO PORT 423 ถังจุกี่ลิตร หนักเท่าไร

ถังน้ำยา 12 ลิตร น้ำหนักเครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมเต็มถังจะหนักประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป

เครื่องพ่นละอองฝอยฆ่าเชื้อได้เองจริงไหม

ตัวเครื่องไม่ได้ฆ่าเชื้อเอง ประสิทธิภาพขึ้นกับน้ำยาที่ใช้ ให้ดูข้อมูลการทดสอบและฉลากของน้ำยาแต่ละชนิด และใช้ตามฉลากเท่านั้น

หน่วยงานราชการจัดซื้อ SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์ได้ไหม

WHD จัดจำหน่ายเครื่องรุ่นนี้ให้หน่วยงานราชการและองค์กร สามารถขอใบเสนอราคาและสอบถามรายละเอียดสำหรับการจัดซื้อได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE

สนใจ SOLO PORT 423 สำหรับหน่วยงานของคุณ ขอใบเสนอราคาได้ทันที

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

สอบถามสเปก การสาธิต และใบเสนอราคา โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงาน World Health Disinfection ยินดีให้คำแนะนำการเลือกน้ำยาและการใช้งานอย่างปลอดภัย

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #เปรียบเทียบเครื่องพ่นยา #เครื่องพ่นหมอกควัน #น้ำท่วมสระบุรี2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นยาสะพายหลังมือโยก, เครื่องพ่นยาแบตเตอรี่, เครื่องพ่นหมอกควัน ต่างกันอย่างไร, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ เลือกแบบไหนดี, ครุภัณฑ์เครื่องพ่น, น้ำท่วมหนองแค สระบุรี ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้