SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และท่าเรือ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ป้อมเพชร เกาะเมืองอยุธยา ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  2 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และท่าเรือ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ป้อมเพชร เกาะเมืองอยุธยา ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และท่าเรือ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ป้อมเพชร เกาะเมืองอยุธยา ปี 2569

ถ้าคุณเป็นนายสถานี ผู้จัดการสถานีขนส่งผู้โดยสาร เจ้าของหรือผู้ดูแลท่าเรือข้ามฟาก ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ดูแลจุดจอดรถสาธารณะ แล้วกำลังค้นหาว่า "ท่าเรือหลังน้ำท่วม ต้องฆ่าเชื้ออย่างไรก่อนเปิดให้ผู้โดยสารใช้" หรือ "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างสำหรับสถานีรถไฟ ควรเลือกแบบไหน" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำเจ้าพระยาทะลักท่วมพื้นที่ริมน้ำป้อมเพชร เกาะเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมผู้ดูแลจุดเดินทางสาธารณะจึงควรมี SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ไว้ใช้เอง เพื่อฆ่าเชื้อชานชาลา โถงพักคอย โป๊ะเรือ และลานจอดรถให้ทันก่อนผู้โดยสารกลุ่มแรกของวันมาถึง

สถานีและท่าเรือเป็นพื้นที่ที่คนแปลกหน้าจำนวนมากใช้ร่วมกันทุกวัน มือของผู้โดยสารนับพันคนแตะราวบันได ที่นั่งรอ เคาน์เตอร์ขายตั๋ว และประตูห้องน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อน้ำท่วมพาโคลนและสิ่งปฏิกูลเข้ามาเคลือบพื้นผิวเหล่านี้ไว้ จุดเดินทางสาธารณะจึงอาจกลายเป็นจุดกระจายเชื้อไปยังหลายอำเภอและหลายจังหวัดได้ในวันเดียว

สถานการณ์น้ำท่วมป้อมเพชร เกาะเมืองอยุธยา ปี 2569

ตามรายงานของ TopNews เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักท่วมพื้นที่ริมน้ำบริเวณป้อมเพชร โบราณสถานตรงจุดบรรจบของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ในเกาะเมือง อำเภอพระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร ตรงจุดบรรจบเกิดวังน้ำวนรุนแรงที่ดันน้ำข้ามแนวป้องกันฝั่งตะวันตก ขณะนั้นเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำราว 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระรามหกระบาย 616 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมศิลปากรต้องเสริมแนวป้องกันตั้งแต่วัดไชยวัฒนารามถึงวัดพนัญเชิง

เกาะเมืองอยุธยาเป็นพื้นที่ที่การเดินทางผูกพันกับแม่น้ำมาตลอด ทั้งเรือข้ามฟาก เรือนำเที่ยวรอบเกาะ รถสองแถว รถตู้ และรถโดยสารที่รับส่งนักท่องเที่ยวกับคนทำงาน เมื่อน้ำสูงขึ้นจนเกือบ 1 เมตรตามริมฝั่ง โป๊ะเรือ ทางลาด ลานจอด และอาคารพักคอยที่อยู่ใกล้น้ำย่อมได้รับผลกระทบ และเมื่อน้ำลด สิ่งที่ทิ้งไว้คือคราบโคลน กลิ่นอับ และเชื้อโรคที่มองไม่เห็น

ในภาพรวมระดับประเทศ ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน คนจำนวนมากเหล่านี้ยังต้องเดินทางไปทำงาน ไปโรงพยาบาล หรือย้ายไปพักกับญาติ จุดเดินทางสาธารณะจึงต้องกลับมาเปิดให้บริการเร็วที่สุด และต้องปลอดภัยพอจะไม่กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อเสียเอง

กรณีตัวอย่าง: ท่าเรือข้ามฟากที่ต้องเปิดก่อนหกโมงเช้า

เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ได้อ้างถึงท่าเรือหรือสถานีแห่งใดแห่งหนึ่งโดยตรง

"พี่ต้อย" ดูแลท่าเรือข้ามฟากเล็ก ๆ ริมแม่น้ำในเกาะเมืองอยุธยา ผู้โดยสารประจำของเธอคือแม่ค้าที่ข้ามไปตลาด เด็กนักเรียน พนักงานโรงงาน และนักท่องเที่ยวที่อยากชมวัดริมน้ำ ในช่วงที่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น ท่าเรือต้องหยุดให้บริการหลายวัน โป๊ะเรือจมน้ำบางส่วน ทางลาดคอนกรีตมีโคลนหนาเป็นคืบ ศาลาพักคอยมีเศษไม้ ถุงพลาสติก และซากพืชน้ำติดค้าง ห้องน้ำหลังท่ามีน้ำเสียย้อนขึ้นมา

เมื่อน้ำเริ่มลด ทางท้องถิ่นแจ้งว่าท่าเรือจะเปิดได้อีกครั้งในอีกสองวัน พี่ต้อยมีลูกจ้างสองคน มีไม้ถู ถังน้ำ และถังพ่นยามือโยกหนึ่งถัง ทั้งสามคนช่วยกันล้างโคลนตั้งแต่เช้าจนค่ำ แต่พอถึงขั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ก็พบว่าพื้นที่กว้างเกินกว่าจะทำด้วยถังมือโยกได้ทันเวลา ทั้งศาลาพักคอย ราวกันตก เก้าอี้ยาว โป๊ะเรือ ตัวเรือสามลำ และห้องน้ำ

วันแรกที่เปิดท่า ผู้โดยสารหลายคนบ่นเรื่องกลิ่นเหม็นอับ บางคนไม่ยอมนั่งบนเก้าอี้ในศาลา นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มหนึ่งถ่ายภาพคราบโคลนตามราวจับแล้วโพสต์ลงโซเชียล ไม่กี่วันต่อมา ลูกจ้างคนหนึ่งเริ่มมีอาการท้องเสีย พี่ต้อยต้องรับหน้าที่ขายตั๋วเองทั้งวัน

ประสบการณ์นี้ทำให้พี่ต้อยตัดสินใจว่า ในฤดูน้ำหลากครั้งหน้า ท่าเรือต้องมีเครื่องพ่นที่ทำงานได้เร็ว ไม่ต้องลากสายไฟลงไปใกล้น้ำ และพ่นถึงหลังคาศาลากับตัวเรือได้โดยไม่ต้องปีน นี่คือเหตุผลเดียวกับที่ผู้ดูแลสถานีและท่าเรือหลายแห่งเริ่มมองหา SOLO PORT 423

ทำไมจุดเดินทางสาธารณะหลังน้ำท่วมจึงเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ

น้ำที่ท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำไม่ได้มีแค่น้ำจากเขื่อน แต่ยังรวมน้ำจากท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ ตลาด และชุมชนริมฝั่ง เมื่อน้ำลด เชื้อโรคหลายกลุ่มจะติดค้างอยู่บนพื้นผิว

กลุ่มแบคทีเรีย

  • อีโคไล (E. coli) สัญญาณของการปนเปื้อนอุจจาระ ทำให้ท้องเสียและปวดท้อง
  • เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู พนักงานที่ลุยน้ำทำความสะอาดโป๊ะเรือและทางลาดมีความเสี่ยง โดยเฉพาะคนที่มีแผลที่เท้าหรือขา
  • ซัลโมเนลลา (Salmonella) มากับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ร้านขายอาหารในสถานีควรระวังเป็นพิเศษ

กลุ่มไวรัส

  • โนโรไวรัส (norovirus) และ โรตาไวรัส (rotavirus) แพร่ผ่านมือที่แตะพื้นผิวปนเปื้อนแล้วเข้าปาก ห้องน้ำสาธารณะในสถานีเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น อาร์เอสวี (RSV) และไข้หวัดใหญ่ (influenza) แพร่ง่ายในโถงพักคอยและในรถโดยสารที่ผู้โดยสารนั่งใกล้กัน

กลุ่มเชื้อรา

  • ที่นั่งบุนวม ผ้าม่าน ฝ้าเพดาน และผนังห้องที่เปียกชื้น จะขึ้นราได้ภายในไม่กี่วัน ทำให้เกิดกลิ่นอับที่ผู้โดยสารสังเกตได้ทันที

สิ่งที่ทำให้สถานีและท่าเรือต่างจากบ้านทั่วไปคือ จุดสัมผัสร่วม จำนวนมาก ราวบันได ราวโป๊ะ ที่นั่งรอ ปุ่มกดลิฟต์ ตู้จำหน่ายตั๋ว และมือจับประตูห้องน้ำ ถูกแตะโดยคนหลายร้อยถึงหลายพันคนต่อวัน และผู้โดยสารก็เดินทางต่อไปยังที่อื่น ทำให้เชื้อเคลื่อนที่ไปไกลกว่าจุดเกิดเหตุ กลุ่มที่ต้องระวังมากคือผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ถ้าพนักงานหรือผู้โดยสารมีไข้สูง ปวดน่อง หรือท้องเสียรุนแรงหลังสัมผัสน้ำท่วม ควรพบแพทย์ทันที การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการลดความเสี่ยงในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค

ความเจ็บปวดของผู้ดูแลสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และท่าเรือหลังน้ำลด

พื้นที่ยาวและกว้างกว่าที่คิด

ชานชาลารถไฟยาวหลายสิบเมตร ลานจอดรถโดยสารกว้างหลายร้อยตารางเมตร โป๊ะเรือมีทั้งพื้น ราว และหลังคา การเช็ดถูทีละจุดจึงกินเวลาหลายวัน

เวลาเปิดบริการรอไม่ได้

ผู้โดยสารกลุ่มแรกมาตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง งานฆ่าเชื้อต้องทำให้เสร็จในช่วงกลางคืนหรือช่วงที่ไม่มีเที่ยวรถเที่ยวเรือ ซึ่งมีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ภาพลักษณ์ต่อนักท่องเที่ยว

อยุธยาเป็นเมืองมรดกโลกที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ภาพคราบโคลนหรือกลิ่นเหม็นที่ท่าเรือถูกโพสต์ต่อได้ในไม่กี่นาที และส่งผลต่อรายได้ของทั้งผู้ประกอบการและชุมชน

พนักงานน้อย งานมาก

ช่วงน้ำท่วม พนักงานหลายคนต้องดูแลบ้านของตัวเองไปพร้อมกัน ทำให้กำลังคนในสถานีลดลงในจังหวะที่งานทำความสะอาดมากที่สุด

ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ถ้ามีผู้โดยสารหรือพนักงานป่วยหลังกลับมาเปิดบริการ ผู้ดูแลจุดเดินทางต้องตอบคำถามจากหน่วยงานกำกับดูแลและสื่อ การมีขั้นตอนฆ่าเชื้อที่ชัดเจนพร้อมบันทึกจึงช่วยปกป้ององค์กรด้วย

ไฟฟ้าใกล้น้ำคือความเสี่ยง

การลากสายไฟลงไปใช้เครื่องพ่นไฟฟ้าบนโป๊ะหรือลานที่ยังเปียก อาจทำให้เกิดอันตรายจากไฟฟ้าได้ เครื่องมือที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าจึงเหมาะกว่าสำหรับงานริมน้ำ

ทำไมไม้ถู ถังน้ำ และถังพ่นมือโยกจึงไม่พอสำหรับจุดเดินทางสาธารณะ

ไม้ถูและถังน้ำช่วยเอาโคลนออกได้ แต่ไม่ได้ทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อเคลือบทั่วพื้นผิวแนวตั้งและซอกมุม ส่วนถังพ่นมือโยกมีข้อจำกัดชัดเจนเมื่อใช้ในสถานีหรือท่าเรือ

  • พ่นไม่ถึงที่สูง หลังคาศาลา ฝ้าเพดานโถงพักคอย และป้ายบอกทางที่ผู้โดยสารเอื้อมแตะ อยู่สูงเกินระยะของถังมือโยก
  • ช้าเกินเวลาที่มี พื้นที่หลายร้อยตารางเมตรในเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนเปิดบริการ ไม่สามารถทำให้ทั่วด้วยแรงโยกของคนคนเดียว
  • ละอองหยาบ น้ำยาไหลทิ้ง หยดใหญ่ไหลลงพื้นและลงแม่น้ำ สิ้นเปลืองน้ำยาและอาจเพิ่มภาระต่อสิ่งแวดล้อม
  • ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับความเหนื่อยของผู้พ่น บางจุดได้น้ำยามาก บางจุดแทบไม่ได้เลย

เครื่องพ่นไฟฟ้าขนาดเล็กก็มีปัญหาเรื่องสายไฟใกล้น้ำ ส่วนเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเหมาะกับการล้างโคลน แต่ไม่ได้ช่วยกระจายน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นละอองฝอยบาง ๆ สถานีและท่าเรือจึงต้องการเครื่องมือที่มีแรงลมสูง ทำงานด้วยเครื่องยนต์ และให้คนเดียวสะพายไปทั่วชานชาลาหรือโป๊ะได้

คำตอบสำหรับสถานีและท่าเรือ: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

SOLO PORT 423 คือเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังจาก SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ใช้เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะขับพัดลมกำลังสูง ส่งละอองน้ำยาไปตามกระแสลมให้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ผู้ใช้หนึ่งคนสามารถเดินไล่ตามชานชาลา ลานจอด หรือโป๊ะเรือ แล้วพ่นถึงหลังคาและซอกมุมได้โดยไม่ต้องปีน World Health Disinfection (WHD) เป็นผู้จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้สำหรับหน่วยงานราชการ องค์กรขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการที่ดูแลพื้นที่สาธารณะ

สเปกหลัก ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

รายการค่า
เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ สูบเดียว
ปริมาตรกระบอกสูบ72.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร
กำลังเครื่องยนต์3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
ถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้97 dB(A)

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องนี้ให้ละอองแบบ ULV ขนาดต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยให้ใช้น้ำยาน้อยลง ทั้งนี้ขนาดละอองที่ได้จริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า WHD ยังระบุว่าเครื่องใช้ชิ้นส่วน MAHLE และคาร์บูเรเตอร์ BING กระบอกสูบเคลือบ Nikasil มีหัวพ่นยาวพร้อมตัวกระจายมุมกว้าง ท่อพ่นที่หมุนได้ ถังโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง คันบังคับมือเดียว สายสะพายบุนวม และจุดยึดกันสะเทือนสี่จุด สำหรับชุดอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ในตระกูล SOLO แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่าย

ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน

คนจำนวนมากค้นหาเครื่องพ่นด้วยคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้ความร้อนเปลี่ยนน้ำยาเป็นควันขาวสำหรับงานพ่นยุง SOLO PORT 423 ทำงานต่างออกไป คือใช้แรงลมพาละอองน้ำยาโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิว ที่นั่ง ราวจับ และตัวอาคารในสถานีหรือท่าเรือ ถ้าต้องการเครื่องพ่นหมอกควันสำหรับงานยุงโดยเฉพาะ ดูได้ที่ ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อมาจากน้ำยา

เครื่องพ่นช่วยให้น้ำยากระจายได้ทั่วและเร็ว แต่การฆ่าเชื้อเป็นหน้าที่ของน้ำยา ผู้ดูแลสถานีควรเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ระบุว่าใช้กับพื้นที่สาธารณะได้ และใช้ตามความเข้มข้นกับเวลาสัมผัสบนฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย โดยต้องใช้ตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย และต้องล้างโคลนออกก่อนเสมอ แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ

10 เหตุผลที่สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และท่าเรือควรมี SOLO PORT 423

  1. พ่นเสร็จทันก่อนเที่ยวแรก แรงลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยให้ละอองน้ำยาครอบคลุมโถงพักคอยและชานชาลาได้ในเวลาสั้น
  2. ถึงหลังคาและป้ายสูง ระยะพ่นแนวนอนราว 12 เมตร ช่วยให้ละอองไปถึงจุดที่ไม้ถูเอื้อมไม่ถึง
  3. ปลอดภัยกว่าสำหรับงานริมน้ำ ไม่ต้องลากสายไฟลงไปบนโป๊ะหรือลานที่ยังเปียก
  4. ถังใหญ่ 12 ลิตร พ่นได้ต่อเนื่องตลอดแนวชานชาลาโดยไม่ต้องกลับไปเติมบ่อย
  5. คนเดียวก็ทำได้ เหมาะกับท่าเรือหรือสถานีขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่กี่คน
  6. ประหยัดน้ำยา ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ละอองละเอียดแบบ ULV ช่วยลดปริมาณน้ำยาที่ไหลทิ้ง
  7. ท่อพ่นหมุนได้ ปรับทิศละอองขึ้นหลังคา ลงใต้ที่นั่ง หรือเข้าซอกราวจับได้สะดวก
  8. ใช้ซ้ำได้ตลอดฤดูฝน น้ำท่วมมักมาเป็นระลอก การมีเครื่องของตัวเองทำให้ฆ่าเชื้อรอบใหม่ได้ทันทีหลังน้ำลดแต่ละครั้ง
  9. ใช้กับงานสุขาภิบาลประจำได้ นอกฤดูน้ำท่วม ยังใช้ในงานพ่นตามรอบของสถานีหรือท่าเรือได้ ตามน้ำยาที่เลือก
  10. สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร การฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบพร้อมป้ายแจ้งวันที่พ่น ช่วยให้ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวกลับมาใช้บริการ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ หน้าสินค้า SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: การฟื้นฟูท่าเรือข้ามฟากหลังน้ำเจ้าพระยาลด

ก่อน (ไม้ถูกับถังมือโยก)

  • พนักงานสามคนใช้เวลาเกือบสองวันกับศาลาและโป๊ะเรือ
  • หลังคาศาลาและซอกใต้เก้าอี้ยาวแทบไม่โดนน้ำยา
  • ผู้โดยสารบ่นเรื่องกลิ่นอับในวันแรกที่เปิด
  • ภาพคราบโคลนถูกโพสต์ลงโซเชียล
  • พนักงานเหนื่อยล้าและเริ่มป่วย

หลัง (SOLO PORT 423)

  • ล้างโคลนเสร็จแล้วพ่นฆ่าเชื้อทั้งศาลา โป๊ะ และเรือได้ภายในคืนเดียว
  • ละอองน้ำยาเข้าถึงหลังคา ราวจับ และซอกใต้ที่นั่ง
  • เปิดระบายอากาศตามเวลาบนฉลาก แล้วเปิดท่าได้ตามกำหนด
  • ติดป้ายแจ้งวันที่ฆ่าเชื้อให้ผู้โดยสารเห็น
  • พนักงานมีแรงเหลือไว้ดูแลผู้โดยสาร

ข้อมูลในกล่องเปรียบเทียบนี้เป็นภาพประกอบจากกรณีตัวอย่าง ไม่ใช่ผลการวัดจริง เวลาที่ใช้จริงขึ้นกับขนาดพื้นที่และน้ำยาที่เลือก

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อสถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และท่าเรือหลังน้ำท่วม

ขั้นที่ 1 ประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่

ตรวจโครงสร้างโป๊ะ ทางลาด และพื้นชานชาลาว่าไม่ทรุดหรือลื่นเกินไป ตัดไฟในส่วนที่เคยจมน้ำและให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้ ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่นเรื่องระดับน้ำและกระแสน้ำในแม่น้ำ

ขั้นที่ 2 ปิดพื้นที่และวางแผนเวลา

ประกาศปิดบริการชั่วคราว เลือกช่วงเวลาที่ไม่มีเที่ยวรถหรือเที่ยวเรือ แบ่งพื้นที่เป็นโซน เช่น โซนโถงพักคอย โซนชานชาลาหรือโป๊ะ โซนห้องน้ำ โซนลานจอด และโซนยานพาหนะ

ขั้นที่ 3 ล้างโคลนและขยะออกให้หมด

กวาดเศษไม้ ถุงพลาสติก และซากพืชน้ำออก ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงล้างโคลนบนพื้น ทางลาด ขั้นบันได และราวจับ ขัดคราบตามขอบผนังด้วยแปรง และล้างห้องน้ำที่มีน้ำเสียย้อนขึ้นมาอย่างละเอียด

ขั้นที่ 4 นำของที่ซับน้ำออก

เบาะที่นั่ง พรมเช็ดเท้า ผ้าม่าน และกล่องกระดาษที่เปียก ให้นำออกไปซัก ตาก หรือคัดทิ้ง เพราะของเหล่านี้เป็นแหล่งเชื้อราที่น้ำยาเข้าไม่ถึง

ขั้นที่ 5 เตรียมน้ำยาและเครื่อง

ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนตามอัตราบนฉลาก เติมลงถัง 12 ลิตรของ SOLO PORT 423 ตรวจเชื้อเพลิงตามคู่มือผู้ผลิต และเติมเชื้อเพลิงเฉพาะตอนเครื่องดับและเย็นแล้ว ห่างจากแม่น้ำเพื่อไม่ให้น้ำมันหกลงน้ำ

ขั้นที่ 6 พ่นจากที่สูงลงที่ต่ำ จากในสู่นอก

เริ่มจากหลังคาและฝ้าในโถงพักคอย ตามด้วยผนัง ป้ายบอกทาง เคาน์เตอร์ตั๋ว ที่นั่ง และพื้น แล้วจึงออกไปยังชานชาลาหรือโป๊ะ เดินถอยออกจากพื้นที่ที่พ่นแล้ว เพื่อไม่ต้องเหยียบซ้ำ หันทิศพ่นตามลม และหลีกเลี่ยงการพ่นลงแม่น้ำโดยตรง

ขั้นที่ 7 จุดสัมผัสร่วมและห้องน้ำ

พ่นราวบันได ราวโป๊ะ ปุ่มลิฟต์ มือจับประตู และห้องน้ำให้ทั่ว ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาบนฉลาก หากฉลากกำหนดให้เช็ดหรือล้างออกบนพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย ให้ทำตามนั้น

ขั้นที่ 8 ยานพาหนะ

สำหรับเรือ รถสองแถว และรถโดยสาร ให้ล้างโคลนก่อน เปิดประตูและหน้าต่าง แล้วพ่นภายในห้องโดยสาร ที่นั่ง ราวจับ และพื้น ปล่อยตามเวลาสัมผัส แล้วระบายอากาศก่อนรับผู้โดยสาร

ขั้นที่ 9 ระบายอากาศ ตรวจ และบันทึก

เปิดประตูหน้าต่างให้ลมผ่านจนครบเวลาที่ฉลากกำหนด ตรวจว่าไม่มีคราบน้ำยาหรือพื้นลื่น ติดป้ายแจ้งวันที่และเวลาที่ฆ่าเชื้อ แล้วบันทึกโซน น้ำยา และผู้พ่น เพื่อวางรอบพ่นซ้ำในช่วงที่น้ำยังขึ้นลง

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังในสถานีและท่าเรือ

  • ป้องกันเสียงดัง ระดับเสียงที่ผู้ใช้ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ผู้พ่นต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหู และควรพ่นนอกเวลาที่มีผู้โดยสาร
  • พักเป็นระยะ แรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ทำให้มือและแขนล้า ควรกำหนดเวลาทำงานต่อเนื่องและสลับผู้พ่น
  • สวมอุปกรณ์ป้องกันตามฉลากน้ำยา ถุงมือกันสารเคมี แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันใบหน้า หน้ากากกรองที่เหมาะกับน้ำยา เสื้อแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูทกันลื่น ตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS)
  • เติมเชื้อเพลิงอย่างปลอดภัย ดับเครื่องและรอให้เย็นก่อนเติม ห่างจากเปลวไฟและห่างจากขอบน้ำ
  • ระวังน้ำหนักบนพื้นลื่น น้ำหนักเปล่า 11.0 กิโลกรัม และราว 23 กิโลกรัมขึ้นไปเมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง การเดินบนโป๊ะหรือทางลาดที่เปียกต้องระวังเป็นพิเศษ ควรมีคนช่วยยกขึ้นหลัง
  • กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่พ่น ปิดกั้นทางเข้า ติดป้ายเตือน และห้ามพ่นเข้าหาคนหรือพ่นสวนลม
  • รอเวลากลับเข้าพื้นที่ เปิดให้ผู้โดยสารเข้าใช้หลังเวลาที่ฉลากน้ำยากำหนดเท่านั้น
  • ฝึกอบรมพนักงาน ทุกคนที่ใช้เครื่องควรผ่านการฝึกการติดเครื่อง การปรับหัวพ่น การดับเครื่องฉุกเฉิน และการล้างเครื่องหลังใช้งาน

ซื้อเครื่องไว้ใช้เอง หรือจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อ

สำหรับสถานีและท่าเรือที่อยู่ในพื้นที่น้ำขึ้นลงทุกปี การมี SOLO PORT 423 ไว้ประจำทำให้ฆ่าเชื้อได้ทุกครั้งที่ต้องการ โดยไม่ต้องรอคิว หน่วยงานราชการสามารถจัดหาเป็นครุภัณฑ์ได้ และ WHD ช่วยเตรียมเอกสารรายละเอียดสินค้ากับใบเสนอราคาให้ เรื่องราคา WHD ไม่ได้แสดงไว้บนเว็บไซต์ ให้ติดต่อขอใบเสนอราคาที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

หากยังไม่พร้อมจัดซื้อ หรืออยากให้ทีมมืออาชีพจัดการพื้นที่ขนาดใหญ่ในรอบแรก สามารถจ้าง บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD แยกต่างหากได้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่แยกจากการซื้อเครื่องไว้ใช้เอง

อ่านมุมมองอื่นของเครื่องรุ่นเดียวกันได้ที่ SOLO Port 423 สู้ไข้เลือดออกสำหรับเทศบาลและ อบต. และ SOLO Port 423 สู้โรคอุบัติใหม่สำหรับสาธารณสุขจังหวัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

WHD ไม่ได้ประกาศราคาบนเว็บไซต์ ราคาขึ้นกับจำนวนเครื่องและเงื่อนไขการสั่งซื้อ ติดต่อขอใบเสนอราคาที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

2. ท่าเรือหลังน้ำท่วม ต้องฆ่าเชื้ออย่างไรก่อนเปิดให้บริการ

ตรวจความปลอดภัยของโครงสร้างก่อน ล้างโคลนและขยะออก นำของที่ซับน้ำออก แล้วพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนให้ทั่วศาลา โป๊ะ ราวจับ และตัวเรือ ปล่อยตามเวลาสัมผัส แล้วระบายอากาศก่อนเปิด

3. สถานีรถไฟใช้เครื่องพ่นฆ่าเชื้อแบบไหนดี

พื้นที่ยาวและกว้างอย่างชานชาลาเหมาะกับเครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์ที่สะพายเดินได้ เช่น SOLO PORT 423 ซึ่งมีถัง 12 ลิตรและระยะพ่นแนวนอนราว 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

4. เครื่องพ่นละอองฝอยกับเครื่องพ่นหมอกควันต่างกันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนสร้างควัน ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยใช้แรงลมโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวมากกว่า

5. พ่นใกล้แม่น้ำได้ไหม

ควรหันทิศพ่นออกจากแม่น้ำ หลีกเลี่ยงการพ่นลงน้ำโดยตรง เติมน้ำยาและเชื้อเพลิงห่างจากขอบน้ำ และทำตามข้อควรระวังด้านสิ่งแวดล้อมบนฉลากน้ำยา

6. พ่นในโถงพักคอยแล้วให้ผู้โดยสารเข้าได้เมื่อไร

หลังครบเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลากน้ำยา และหลังเปิดระบายอากาศแล้วเท่านั้น

7. เครื่องหนักไหม เดินบนโป๊ะเรือได้หรือเปล่า

น้ำหนักเปล่า 11.0 กิโลกรัม และราว 23 กิโลกรัมขึ้นไปเมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง เดินบนโป๊ะได้แต่ต้องระวังพื้นลื่น สวมรองเท้ากันลื่น และให้มีคนช่วยยกขึ้นหลัง

8. ใช้น้ำยาอะไรฆ่าเชื้อสถานีขนส่งหลังน้ำท่วม

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนและระบุว่าใช้กับพื้นที่สาธารณะได้ เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย โดยใช้ตามฉลากและ SDS

9. ต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่

ไม่ต้อง SOLO PORT 423 ใช้เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ จึงไม่ต้องลากสายไฟในพื้นที่เปียก

10. ถ้ายังไม่พร้อมซื้อเครื่อง มีทางเลือกอื่นไหม

สามารถจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD แยกต่างหากได้ สอบถามทางโทรศัพท์หรือ LINE

ให้ผู้โดยสารกลับมาเดินทางอย่างมั่นใจ

ฤดูน้ำหลากปี 2569 ทำให้หลายจุดเดินทางริมแม่น้ำต้องหยุดชั่วคราว ผู้ที่ฆ่าเชื้อได้เร็วและเป็นระบบจะเปิดบริการได้เร็วกว่า และได้ความไว้วางใจจากผู้โดยสารกลับมาเร็วกว่า SOLO PORT 423 ช่วยให้สถานีและท่าเรือของคุณทำงานนี้ได้ด้วยตัวเอง

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา สอบถามการจัดหาเป็นครุภัณฑ์ หรือนัดสาธิตการใช้งาน

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อท่าเรือ #สถานีขนส่ง #น้ำท่วมอยุธยา2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อสถานีรถไฟ, ฆ่าเชื้อท่าเรือหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อสถานีขนส่ง, ครุภัณฑ์เครื่องพ่น, น้ำท่วมป้อมเพชร อยุธยา ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้