SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับหน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยช่วยภัยพิบัติ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จอมบึง ราชบุรี ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับหน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยช่วยภัยพิบัติ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จอมบึง ราชบุรี ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับหน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยช่วยภัยพิบัติ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จอมบึง ราชบุรี ปี 2569

ถ้าคุณเป็นผู้บังคับหน่วย นายทหารฝ่ายส่งกำลังบำรุง สารวัตรที่ดูแลโรงพักในพื้นที่น้ำท่วม หัวหน้าชุดกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ศูนย์ ปภ. ที่เพิ่งพากำลังพลกลับจากภารกิจช่วยประชาชน แล้วกำลังค้นหาว่า "รถและเรือที่ลุยน้ำท่วมมา ต้องฆ่าเชื้ออย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อแบบสะพายหลังรุ่นไหนเหมาะกับหน่วยงาน" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำป่าไหลหลากในอำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมหน่วยที่ออกช่วยภัยพิบัติจึงควรมี SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ไว้ประจำหน่วย เพื่อฆ่าเชื้อยานพาหนะ อุปกรณ์ ที่พักกำลังพล และจุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เองอย่างรวดเร็ว

งานของหน่วยทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครไม่ได้จบลงตอนที่ช่วยคนสุดท้ายขึ้นจากน้ำ หลังจากนั้นยังมีรถบรรทุกที่ล้อและใต้ท้องเปื้อนโคลน เรือท้องแบนที่แล่นผ่านน้ำปนสิ่งปฏิกูล เสื้อชูชีพ เชือก กระสอบทราย และรองเท้าบูทที่ชุ่มน้ำมาทั้งวัน รวมถึงโรงนอน โรงอาหาร และห้องประชุมที่กำลังพลเดินเข้าออกด้วยเท้าเปียก ถ้าไม่จัดการให้ดี สิ่งเหล่านี้จะพาเชื้อโรคจากพื้นที่น้ำท่วมกลับเข้ามาในค่ายหรือสถานีของเราเอง

สถานการณ์น้ำท่วมจอมบึง ราชบุรี ปี 2569

ตามรายงานของ MGR Online เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 16.27 น. ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำป่าจากเขาไหลหลากเข้าบ้านเรือนและถนนหลายสายในพื้นที่ตำบลจอมบึง ตำบลด่านทับตะโก และตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลายจุดมีน้ำรอการระบาย รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ขณะที่ในตำบลหนองกวาง อำเภอโพธาราม บางหลังถูกน้ำท่วมเกือบครึ่งหลัง และบางจุดน้ำสูงถึงระดับคอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องวางกระสอบทรายและใช้รถแบ็คโฮเปิดทางน้ำ ส่วนเขื่อนแม่กลองระบายน้ำราว 981 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ภาพแบบนี้คือภาพที่หน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยคุ้นเคยดี เมื่อรถเล็กเข้าไม่ได้ รถบรรทุกทหาร รถยกสูง และเรือท้องแบนจึงกลายเป็นพาหนะหลักในการขนย้ายคน ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง สัตว์เลี้ยง และถุงยังชีพ ทุกเที่ยวที่รถลุยน้ำ ทุกครั้งที่เรือแล่นผ่านซอย ทุกคนที่ลงไปเข็นเรือหรือแบกของในน้ำ ล้วนสัมผัสน้ำที่ผ่านทั้งคอกสัตว์ ส้วม ถังขยะ และท่อระบายน้ำมาแล้ว

ในภาพใหญ่ระดับประเทศ ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ตามที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขนี้บอกเราว่าภารกิจช่วยเหลือในปี 2569 ไม่ได้มีแค่จุดเดียว หน่วยเดียวกันอาจต้องย้ายจากพื้นที่หนึ่งไปอีกพื้นที่หนึ่งต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และการฆ่าเชื้อระหว่างภารกิจคือส่วนหนึ่งของการรักษากำลังพลให้พร้อมรบกับภัยพิบัติครั้งถัดไป

กรณีตัวอย่าง: กองร้อยที่กลับจากภารกิจพร้อมโคลนเต็มลานจอด

เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่เหตุการณ์ของหน่วยใดหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะ

จ่าเอก (ขอเรียกว่า "จ่าวิทย์") เป็นนายทหารประทวนฝ่ายส่งกำลังบำรุงของกองร้อยหนึ่งในภาคตะวันตก ช่วงที่น้ำป่าหลากเข้าจอมบึง กองร้อยของเขาส่งรถบรรทุก 6 คัน เรือท้องแบน 4 ลำ และกำลังพลราว 60 นาย ไปช่วยอพยพชาวบ้านและขนถุงทรายติดต่อกันสามวัน เมื่อภารกิจแรกจบ ลานจอดรถของหน่วยเต็มไปด้วยโคลน กลิ่นเหม็นอับของน้ำขังลอยมาจากกองเสื้อชูชีพและเชือกที่วางกองไว้ข้างโรงเก็บ ห้องนอนรวมมีรองเท้าบูทเปียกวางเรียงยาว กำลังพลหลายนายบ่นว่าคันตามแขนขา บางนายมีแผลถลอกจากการเข็นเรือในน้ำ

ผู้บังคับกองร้อยสั่งให้ "ล้างและฆ่าเชื้อทุกอย่างให้เสร็จภายในวันพรุ่งนี้ เพราะอีกสองวันอาจต้องออกไปอีกจุด" จ่าวิทย์มีถังพ่นยามือโยกอยู่สองถังกับเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงหนึ่งเครื่อง เขาคำนวณคร่าว ๆ แล้วพบว่า แค่พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วใต้ท้องรถ กระบะท้าย และห้องโดยสารของรถหกคันด้วยถังมือโยก ก็กินเวลาเกือบทั้งวันแล้ว ยังไม่นับเรือ อุปกรณ์ โรงนอน และโรงอาหาร

สุดท้ายงานฆ่าเชื้อจึงถูกทำแบบ "เท่าที่ทำได้" รถบางคันได้แค่ฉีดน้ำล้างโคลน เรือบางลำวางตากแดดไว้เฉย ๆ ผ้าห่มและเสื่อในโรงนอนถูกยกออกไปตากแต่ไม่มีใครแน่ใจว่าสะอาดพอหรือยัง หลังจากนั้นไม่กี่วัน มีกำลังพลมีอาการท้องเสียและไข้หลายราย หน่วยต้องส่งไปพบแพทย์และสลับกำลังพลชุดใหม่ลงพื้นที่แทน

เมื่อทบทวนหลังภารกิจ จ่าวิทย์เสนอผู้บังคับหน่วยว่า หน่วยควรมีเครื่องพ่นฆ่าเชื้อแบบเครื่องยนต์ที่สะพายหลังได้ เคลื่อนย้ายไปพร้อมรถได้ ไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟในพื้นที่ที่ไฟดับ และพ่นได้ไกลพอจะครอบคลุมรถคันใหญ่หรือโรงนอนทั้งหลังในเวลาสั้น ๆ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หลายหน่วยหันมาสนใจ SOLO PORT 423

เชื้อโรคที่ติดมากับน้ำป่าและน้ำท่วม และทำไมกำลังพลจึงเสี่ยง

น้ำป่าที่ไหลลงจากเขาไม่ได้มีแค่ดินโคลน เมื่อไหลผ่านชุมชน มันพาสิ่งปฏิกูลจากส้วม บ่อเกรอะ คอกหมู คอกไก่ และกองขยะไปด้วย เชื้อโรคหลัก ๆ ที่ควรรู้จักแบ่งได้เป็นสามกลุ่ม

กลุ่มแบคทีเรีย

  • อีโคไล (E. coli) เป็นเชื้อที่บ่งบอกการปนเปื้อนอุจจาระ ทำให้ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้
  • เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส มากับปัสสาวะสัตว์ในน้ำท่วม เข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน อาการเด่นคือไข้สูงและปวดน่องหลังลุยน้ำ
  • ซัลโมเนลลา (Salmonella) มากับอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ทำให้อาหารเป็นพิษ

กลุ่มไวรัส

  • โนโรไวรัส (norovirus) และ โรตาไวรัส (rotavirus) ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน แพร่ได้เร็วมากในที่ที่คนอยู่รวมกัน เช่น โรงนอน ศูนย์พักพิง
  • ไวรัสทางเดินหายใจ เช่น อาร์เอสวี (RSV) และไข้หวัดใหญ่ (influenza) แพร่ง่ายเมื่อคนจำนวนมากนอนรวมกัน ใช้ห้องน้ำร่วมกัน และร่างกายอ่อนล้าจากการทำงานหนัก

กลุ่มเชื้อรา

  • ผ้าใบ เต็นท์ ที่นอน เสื้อชูชีพ และผนังห้องที่เปียกชื้นนานจะเกิดเชื้อราได้ภายในไม่กี่วัน ส่งกลิ่นอับและกระตุ้นภูมิแพ้หรือหอบหืด

กำลังพลที่ออกช่วยภัยพิบัติเสี่ยงกว่าคนทั่วไปด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือ ต้องอยู่ในน้ำนานหลายชั่วโมงต่อวัน มีแผลถลอกจากการทำงานบ่อย นอนน้อย กินอาหารไม่เป็นเวลา และอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ เมื่อมีคนหนึ่งป่วยด้วยเชื้อที่แพร่ทางสัมผัส เชื้อก็กระจายไปยังคนอื่นในโรงนอนเดียวกันได้ง่าย หากกำลังพลคนใดมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง หรือมีแผลอักเสบหลังลุยน้ำ ต้องรีบพบแพทย์และแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม การฆ่าเชื้อสิ่งแวดล้อมเป็นการลดความเสี่ยง ไม่ได้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์

ความเจ็บปวดของหน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยช่วยภัยพิบัติหลังน้ำลด

ยานพาหนะและอุปกรณ์จำนวนมากในเวลาจำกัด

หน่วยหนึ่งอาจมีรถบรรทุก รถกระบะ รถพยาบาล เรือท้องแบน เครื่องสูบน้ำ เต็นท์ เสื้อชูชีพ และกล่องอุปกรณ์อีกนับร้อยชิ้น ทั้งหมดต้องกลับมาพร้อมใช้ก่อนคำสั่งภารกิจถัดไป ซึ่งบางครั้งห่างกันแค่หนึ่งถึงสองวัน

กำลังพลคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุด

เมื่อกำลังพลป่วยพร้อมกันหลายนาย หน่วยต้องลดจำนวนคนที่ส่งลงพื้นที่ หรือต้องดึงกำลังจากงานอื่นมาเสริม ส่งผลต่อทั้งภารกิจช่วยเหลือประชาชนและงานประจำของหน่วย

ที่พักและสถานที่ที่คนอยู่รวมกัน

โรงนอน โรงอาหาร ห้องน้ำรวม สถานีตำรวจ และห้องควบคุมผู้ต้องหา เป็นพื้นที่ที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน ถ้าน้ำท่วมเข้ามาหรือมีคนเดินโคลนเข้ามาต่อเนื่อง ความเสี่ยงการแพร่เชื้อก็สูงขึ้น

จุดช่วยเหลือที่หน่วยรับผิดชอบ

หลายหน่วยไม่ได้ดูแลแค่ค่ายของตัวเอง แต่ยังตั้งโรงครัวพระราชทานหรือโรงครัวสนาม จุดแจกถุงยังชีพ และจุดพักพิงชั่วคราว ซึ่งต้องสะอาดพอจะรองรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง

ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น

ประชาชนคาดหวังให้หน่วยงานความมั่นคงเป็นตัวอย่างของความพร้อม หากจุดที่หน่วยตั้งไว้มีกลิ่นเหม็น มีขยะสะสม หรือมีคนป่วยตามมา ความเชื่อมั่นจะลดลงทันที

ไฟดับและน้ำประปาใช้การไม่ได้

ในพื้นที่ประสบภัย ไฟฟ้ามักถูกตัดเพื่อความปลอดภัย อุปกรณ์ที่ต้องเสียบปลั๊กจึงใช้งานไม่ได้ หน่วยต้องการเครื่องมือที่ทำงานได้ด้วยตัวเองในสนาม

ทำไมถังพ่นมือโยก ถังน้ำ และการเช็ดถูจึงไม่พอสำหรับหน่วยงาน

ถังพ่นยามือโยกเป็นอุปกรณ์ที่ดีสำหรับงานจุดเล็ก ๆ แต่เมื่อต้องฆ่าเชื้อรถบรรทุกทั้งคัน เรือหลายลำ และโรงนอนขนาดใหญ่ ข้อจำกัดจะเห็นชัดทันที

  • แรงดันไม่สม่ำเสมอ ผู้พ่นต้องโยกตลอด เมื่อเหนื่อยแรงดันก็ตก ละอองไม่ทั่ว บางจุดเปียกโชก บางจุดไม่โดนเลย
  • ระยะพ่นสั้น พ่นถึงใต้ท้องรถ หลังคาเต็นท์สูง หรือเพดานโรงนอนได้ยาก ต้องปีนหรือเอื้อมจนเสี่ยงอุบัติเหตุ
  • ใช้แรงคนมาก หลังจากลุยน้ำมาหลายวัน กำลังพลเหนื่อยอยู่แล้ว การยืนโยกถังทั้งวันยิ่งทำให้ล้า
  • สิ้นเปลืองน้ำยา หยดน้ำยาใหญ่ ไหลทิ้งลงพื้น ต้องผสมน้ำยาใหม่บ่อย
  • เช็ดถูอย่างเดียวไม่ทั่วถึง ซอกมุมรถ ช่องใต้ที่นั่ง ผ้าใบ และโครงเต็นท์ เช็ดให้ทั่วได้ยาก

ส่วนเครื่องพ่นไฟฟ้าขนาดเล็กก็ติดเรื่องสายไฟและแหล่งจ่ายไฟ ซึ่งในพื้นที่น้ำท่วมทั้งหาไม่ได้และไม่ปลอดภัย ขณะที่เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงเหมาะกับการล้างโคลน แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกระจายน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นละอองให้เคลือบพื้นผิวอย่างทั่วถึง หน่วยจึงต้องการเครื่องมืออีกแบบที่ทำงานด้วยเครื่องยนต์ สะพายไปได้ทุกที่ และส่งละอองน้ำยาไปได้ไกลในเวลาสั้น

คำตอบสำหรับหน่วยงาน: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบใช้เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี เครื่องใช้พัดลมกำลังสูงสร้างกระแสลมแรงเพื่อพาน้ำยาที่แตกตัวเป็นละอองฝอยออกไปไกลและกระจายทั่วพื้นที่ จึงเหมาะกับงานที่ต้องครอบคลุมพื้นที่กว้าง เช่น ลานจอดรถ โรงนอน โกดังอุปกรณ์ และจุดพักพิง World Health Disinfection (WHD) เป็นผู้จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้ให้หน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่

สเปกหลัก ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

รายการค่า
เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ สูบเดียว
ปริมาตรกระบอกสูบ72.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร
กำลังเครื่องยนต์3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
ถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้97 dB(A)

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้ให้ละอองแบบ ULV ขนาดต่ำกว่า 30 ไมครอน ซึ่งช่วยประหยัดน้ำยา อย่างไรก็ตาม ขนาดละอองจริงขึ้นอยู่กับหัวพ่นและการตั้งค่าที่เลือกใช้ ควรปรึกษาทีมงานเพื่อเลือกการตั้งค่าให้เหมาะกับงาน นอกจากนี้ WHD ยังระบุจุดเด่นอื่น ได้แก่ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์จาก MAHLE และคาร์บูเรเตอร์ BING กระบอกสูบเคลือบ Nikasil ถังน้ำยาโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง ท่อพ่นหมุนได้ คันบังคับมือเดียวที่รวมคันเร่ง การปรับปริมาณน้ำยา และการดับเครื่องไว้ด้วยกัน สายสะพายบุนวม และจุดยึดกันสะเทือนสี่จุด ส่วนชุดอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ในตระกูล SOLO มีให้เลือก แนะนำให้สอบถามตัวแทนจำหน่ายก่อนสั่งซื้อ

ต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

หลายหน่วยค้นหาด้วยคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" แต่ SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยาระเหยเป็นควันขาว นิยมใช้พ่นยุงตามชุมชน ส่วน SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลมพาละอองน้ำยาออกไปโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับงานพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิว ยานพาหนะ และอาคารหลังน้ำท่วม หน่วยที่ต้องการทั้งสองงานสามารถดูเครื่องพ่นหมอกควันแยกต่างหากได้จาก ศูนย์รวมอุปกรณ์กำจัดยุงและแมลง ครุภัณฑ์ราชการ

เครื่องเป็นผู้พ่น ส่วนน้ำยาเป็นผู้ฆ่าเชื้อ

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เครื่องพ่นทำหน้าที่กระจายน้ำยาให้ทั่วและสม่ำเสมอ ส่วนประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยาที่ใช้ หน่วยควรเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และใช้ตามความเข้มข้น เวลาสัมผัส และข้อควรระวังบนฉลาก ตัวอย่างเช่น Chemgene HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อ ที่ WHD จำหน่าย ซึ่งควรใช้ตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และต้องจำไว้เสมอว่า ต้องล้างโคลนและทำความสะอาดก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ เพราะโคลนและคราบสกปรกจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาลงมาก

10 เหตุผลที่หน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยช่วยภัยพิบัติควรมี SOLO PORT 423

  1. ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า เครื่องยนต์เบนซินทำงานได้ทันทีในพื้นที่ที่ไฟดับหรือถูกตัดไฟ เหมาะกับงานสนามโดยตรง
  2. ครอบคลุมรถคันใหญ่ได้เร็ว ด้วยลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงและระยะพ่นแนวนอนราว 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ละอองน้ำยาเข้าถึงกระบะท้าย ห้องโดยสาร และพื้นที่รอบรถได้ในเวลาสั้น
  3. ถังน้ำยา 12 ลิตร เติมครั้งหนึ่งทำงานได้ต่อเนื่อง ลดเวลาเดินกลับไปผสมน้ำยาใหม่
  4. สะพายหลังไปได้ทุกที่ ขึ้นรถ ลงเรือ เดินเข้าซอยแคบ หรือขึ้นอาคารหลายชั้นได้ ไม่ต้องลากสายยาง
  5. ใช้แรงคนน้อยกว่า ผู้พ่นไม่ต้องโยกถัง แรงลมจากเครื่องยนต์ทำงานแทน กำลังพลจึงเหลือแรงไว้ทำภารกิจอื่น
  6. ประหยัดน้ำยา ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ละอองแบบ ULV ช่วยให้ใช้น้ำยาน้อยลงเมื่อเทียบกับการพ่นแบบหยดใหญ่
  7. ควบคุมด้วยมือเดียว คันบังคับรวมคันเร่ง การปรับปริมาณน้ำยา และการดับเครื่องไว้ในจุดเดียว เหมาะกับงานที่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายบ่อย
  8. ทนงานหนักแบบเครื่องเยอรมัน ชิ้นส่วนเครื่องยนต์ MAHLE คาร์บูเรเตอร์ BING และกระบอกสูบ Nikasil ตามข้อมูลของ WHD
  9. ใช้ได้หลายงานตลอดปี นอกจากฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ยังใช้กับงานพ่นในค่าย สถานีตำรวจ บ้านพักกำลังพล และงานสาธารณสุขอื่นตามน้ำยาที่เลือก
  10. ช่วยให้หน่วยพึ่งตนเองได้ เมื่อมีเครื่องประจำหน่วย ไม่ต้องรอคิวหน่วยงานอื่นมาช่วยพ่น หน่วยจึงฟื้นตัวและพร้อมออกภารกิจครั้งถัดไปได้เร็วขึ้น ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าสินค้า SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: การฟื้นฟูกองร้อยหลังภารกิจน้ำป่า

ก่อน (ถังมือโยกกับสายยาง)

  • ใช้กำลังพล 6 ถึง 8 นายทั้งวัน เพื่อพ่นรถหกคันแบบไม่ทั่ว
  • ใต้ท้องรถและซอกกระบะท้ายแทบไม่โดนน้ำยา
  • เรือ เสื้อชูชีพ และเชือก ได้แค่ล้างน้ำแล้วตากไว้
  • โรงนอนมีกลิ่นอับ ผ้าห่มและเสื่อยังชื้น
  • กำลังพลเหนื่อยล้าก่อนออกภารกิจรอบถัดไป

หลัง (SOLO PORT 423)

  • กำลังพล 2 นายสลับกันพ่น หลังจากทีมอื่นล้างโคลนเสร็จ
  • ละอองน้ำยาเข้าถึงกระบะ ห้องโดยสาร และพื้นที่รอบรถ
  • เรือและอุปกรณ์กู้ภัยที่จัดวางเป็นแถวได้รับการพ่นครบทุกชิ้น
  • โรงนอนและโรงอาหารพ่นเสร็จในเวลาสั้น แล้วเปิดระบายอากาศตามฉลาก
  • หน่วยพร้อมรับคำสั่งภารกิจถัดไปเร็วขึ้น

ตัวเลขในตารางเปรียบเทียบนี้เป็นภาพประกอบจากกรณีตัวอย่าง ไม่ใช่ผลการวัดจริง เวลาที่ใช้จริงขึ้นกับขนาดพื้นที่ จำนวนรถ และน้ำยาที่เลือก

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อสำหรับหน่วยทหาร ตำรวจ และหน่วยช่วยภัยพิบัติหลังน้ำท่วม

ขั้นที่ 1 วางแผนและแบ่งโซน

แบ่งพื้นที่เป็นโซนชัดเจน เช่น โซนล้างรถ โซนอุปกรณ์กู้ภัย โซนที่พักกำลังพล และโซนจุดช่วยเหลือประชาชน กำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละโซน และวางเส้นทางเดินจากโซนสกปรกไปโซนสะอาดเพื่อไม่ให้เชื้อย้อนกลับ

ขั้นที่ 2 ล้างโคลนก่อนเสมอ

ใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงหรือสายยางล้างโคลนออกจากล้อ ซุ้มล้อ ใต้ท้องรถ กระบะท้าย และพื้นห้องโดยสาร ขัดคราบที่ติดแน่นด้วยแปรงและน้ำยาทำความสะอาด สำหรับเรือ ให้ล้างทั้งด้านในและด้านนอก รวมถึงใบพัดและบริเวณท้ายเรือ

ขั้นที่ 3 เก็บสิ่งที่ซักได้ไปซัก

เสื้อชูชีพ เชือก ผ้าใบ ผ้าห่ม และชุดปฏิบัติงานที่ซักได้ ให้ซักด้วยผงซักฟอกและตากให้แห้งสนิท สิ่งที่เสียหายหนักหรือขึ้นราจนแก้ไขไม่ได้ควรคัดทิ้งตามระเบียบพัสดุ

ขั้นที่ 4 เตรียมน้ำยาและเครื่อง

เลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียน ผสมตามอัตราบนฉลาก เติมลงถัง 12 ลิตรของ SOLO PORT 423 ผ่านปากเติมกว้าง ตรวจน้ำมันเชื้อเพลิงตามคู่มือผู้ผลิต และเติมเชื้อเพลิงขณะเครื่องดับและเย็นแล้วเท่านั้น

ขั้นที่ 5 พ่นยานพาหนะ

ให้รถจอดเรียงห่างกันพอเดินรอบได้ เปิดประตูห้องโดยสารและฝากระบะ ผู้พ่นเดินรอบรถทีละคัน พ่นจากด้านเหนือลมลงสู่ด้านใต้ลม เริ่มจากห้องโดยสาร ตามด้วยกระบะท้าย ล้อ และใต้ท้องรถ ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากกำหนดก่อนเช็ดหรือปิดประตู

ขั้นที่ 6 พ่นเรือและอุปกรณ์กู้ภัย

วางเรือคว่ำหรือตะแคงบนลาน จัดเสื้อชูชีพ หมวก และกล่องอุปกรณ์เป็นแถวบนชั้นวาง แล้วพ่นให้ละอองเคลือบทุกด้าน กลับด้านแล้วพ่นซ้ำเมื่อจำเป็น จากนั้นตากให้แห้งในที่มีลมผ่าน

ขั้นที่ 7 พ่นที่พักและอาคาร

ย้ายกำลังพลและสัตว์เลี้ยงออกจากอาคารก่อน เก็บอาหารและภาชนะใส่อาหาร พ่นพื้น ผนังส่วนล่างที่เคยโดนน้ำหรือโคลน เตียง ตู้ ลูกบิดประตู และห้องน้ำ ปิดอาคารไว้ตามเวลาสัมผัส แล้วเปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศก่อนกลับเข้าใช้ตามเวลาที่ฉลากกำหนด

ขั้นที่ 8 พ่นจุดช่วยเหลือประชาชน

สำหรับโรงครัวสนาม จุดแจกของ และจุดพักพิงชั่วคราว ให้พ่นนอกเวลาที่มีประชาชน แยกพื้นที่ประกอบอาหารออกจากพื้นที่พ่น และใช้น้ำยาที่ฉลากระบุว่าใช้กับบริเวณนั้นได้

ขั้นที่ 9 บันทึกและทำซ้ำ

จดวันที่ โซน น้ำยา และผู้พ่น เพื่อใช้ในรายงานภารกิจและวางรอบการพ่นซ้ำ หากหน่วยยังต้องลงพื้นที่น้ำท่วมต่อเนื่อง ควรฆ่าเชื้อยานพาหนะทุกครั้งที่กลับเข้าหน่วย

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังในหน่วยงาน

หน่วยทหารและตำรวจคุ้นเคยกับวินัยด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว การใช้เครื่องพ่นก็ควรมีมาตรฐานเดียวกัน

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ผู้ใช้ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ผู้พ่นต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง และคนที่อยู่ใกล้ควรสวมด้วย
  • จำกัดเวลาทำงานต่อเนื่อง แรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ทำให้มือและแขนล้า ควรสลับผู้พ่นและพักเป็นระยะ แม้เครื่องจะมีจุดยึดกันสะเทือนก็ตาม
  • อุปกรณ์ป้องกันตามฉลากน้ำยา สวมถุงมือกันสารเคมี แว่นตาหรือหน้ากากป้องกันใบหน้า หน้ากากกรองที่เหมาะกับน้ำยา เสื้อแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูท ตามที่ฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยากำหนด
  • เติมน้ำมันอย่างปลอดภัย ดับเครื่องและรอให้เย็นก่อนเติม ห่างจากเปลวไฟและห้ามสูบบุหรี่
  • น้ำหนักรวมไม่น้อย น้ำหนักเปล่า 11.0 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตรจะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ปรับสายสะพายให้กระชับ ยกขึ้นหลังด้วยท่าที่ถูกต้อง หรือให้เพื่อนช่วยยก
  • กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่พ่น ตั้งแนวกั้นและป้ายเตือน ห้ามพ่นเข้าหาคน ห้ามพ่นสวนลม
  • ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ อย่าให้กำลังพลกลับเข้าอาคารก่อนเวลาที่ฉลากน้ำยากำหนด
  • ฝึกอบรมก่อนใช้งาน จัดการฝึกการติดเครื่อง การปรับหัวพ่น การดับเครื่องฉุกเฉิน และการบำรุงรักษา ให้ผู้ใช้ทุกคนก่อนออกภารกิจ

การจัดหาเป็นครุภัณฑ์ และทางเลือกจ้างบริการ

หลายหน่วยจัดหาเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังเป็นครุภัณฑ์ประจำหน่วย เพื่อใช้ทั้งงานบรรเทาสาธารณภัยและงานสุขาภิบาลในค่ายหรือสถานี ทีม WHD ช่วยเตรียมรายละเอียดสินค้าและใบเสนอราคาสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างได้ ส่วนเรื่องราคา WHD ไม่ได้แสดงราคาบนเว็บไซต์ ให้ติดต่อขอใบเสนอราคาโดยตรงทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ถ้าหน่วยยังไม่พร้อมจัดซื้อ หรือต้องการให้มืออาชีพจัดการพื้นที่ขนาดใหญ่ในครั้งแรก สามารถจ้าง บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD แยกต่างหากได้ บริการนี้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และเป็นงานที่แยกจากการซื้อเครื่อง SOLO PORT 423 ไว้ใช้เอง

หากต้องการมุมมองอื่นของเครื่องรุ่นเดียวกัน อ่านต่อได้ที่ SOLO Port 423 สู้ไข้เลือดออกสำหรับเทศบาลและ อบต. และ พ่นยาสู้โรคอุบัติใหม่ด้วย SOLO Port 423 สำหรับสาธารณสุขจังหวัด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

WHD ไม่ได้ประกาศราคาไว้บนเว็บไซต์ เพราะราคาขึ้นกับจำนวนเครื่อง อุปกรณ์ที่ต้องการ และเงื่อนไขการจัดซื้อของแต่ละหน่วยงาน ติดต่อขอใบเสนอราคาได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

2. รถทหารหรือรถกู้ภัยที่ลุยน้ำท่วม ต้องฆ่าเชื้ออย่างไร

ล้างโคลนออกจากล้อ ใต้ท้องรถ กระบะ และห้องโดยสารให้หมดก่อน จากนั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนให้ทั่ว ปล่อยให้สัมผัสตามเวลาบนฉลาก แล้วจึงเช็ดหรือปล่อยให้แห้ง

3. เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมพาละอองน้ำยาออกไปโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวและอาคาร

4. เครื่องพ่นยาสะพายหลังรุ่นนี้พ่นได้ไกลแค่ไหน

ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร ระยะจริงขึ้นกับหัวพ่น ทิศทางลม และการตั้งค่า

5. ใช้ในพื้นที่ที่ไฟดับได้ไหม

ได้ เพราะเป็นเครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า จึงเหมาะกับงานภาคสนามในพื้นที่ประสบภัย

6. เครื่องหนักไหม ทหารหนึ่งนายสะพายทั้งวันได้หรือเปล่า

น้ำหนักเปล่า 11.0 กิโลกรัม และราว 23 กิโลกรัมขึ้นไปเมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง ควรสลับผู้พ่นและพักเป็นระยะ เพื่อลดความล้าจากน้ำหนักและแรงสั่นสะเทือน

7. ใช้น้ำยาอะไรฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและระบุการใช้กับพื้นผิวที่ต้องการ เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย โดยใช้ตามฉลากและ SDS อย่างเคร่งครัด

8. พ่นแล้วกำลังพลกลับเข้าโรงนอนได้ทันทีไหม

ไม่ควร ต้องรอตามเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ฉลากน้ำยากำหนด และเปิดระบายอากาศก่อนเข้าใช้

9. สถานีตำรวจที่น้ำท่วมเข้าอาคาร ควรเริ่มตรงไหนก่อน

เริ่มจากล้างโคลนและนำของเปียกออก จากนั้นพ่นฆ่าเชื้อจุดที่คนใช้มากที่สุด เช่น ห้องโถงรับแจ้งความ ห้องน้ำ ห้องพักเจ้าหน้าที่ และพื้นที่ควบคุม แล้วไล่ไปยังห้องอื่น

10. ซื้อเป็นครุภัณฑ์ราชการได้หรือไม่

ได้ WHD จำหน่ายให้หน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่ และช่วยเตรียมเอกสารรายละเอียดสินค้าและใบเสนอราคาให้ได้

11. ถ้ายังไม่พร้อมซื้อ มีทางเลือกอื่นไหม

สามารถจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD แยกต่างหากได้ ติดต่อสอบถามทางโทรศัพท์หรือ LINE

ให้หน่วยของคุณพร้อมออกภารกิจครั้งถัดไปอย่างมั่นใจ

ภัยพิบัติในปี 2569 ยังไม่จบง่าย ๆ หน่วยที่ล้างและฆ่าเชื้อได้เร็ว จะส่งกำลังพลที่แข็งแรงกลับลงพื้นที่ได้เร็วกว่า และดูแลจุดช่วยเหลือประชาชนได้อย่างน่าเชื่อถือ SOLO PORT 423 คือเครื่องมือที่ช่วยให้หน่วยพึ่งตนเองได้ในงานนี้

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 หรือแอดไลน์ @whd268 เพื่อขอใบเสนอราคา สอบถามการจัดหาเป็นครุภัณฑ์ หรือนัดสาธิตการใช้งาน

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #หน่วยช่วยภัยพิบัติ #น้ำท่วมราชบุรี2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหน่วยทหาร, ฆ่าเชื้อรถกู้ภัยหลังน้ำท่วม, ครุภัณฑ์หน่วยบรรเทาสาธารณภัย, น้ำท่วมจอมบึง ราชบุรี ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้