Last updated: 9 ต.ค. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณเป็นหัวหน้าทีมอาสา เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัย หรือผู้ประสานงานกลุ่มจิตอาสา แล้วกำลังค้นหาว่า "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม แบบพกพาไปพื้นที่ห่างไกลได้" "เครื่องพ่นยาสะพายหลังเครื่องยนต์ รุ่นไหนทนงานหนัก" หรือ "SOLO PORT 423 ราคา" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราจะเล่าผ่านเหตุการณ์ น้ำท่วมบ้านท่าข่อย หมู่ 2 ตำบลกลอนโด อำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมทีมอาสาที่ลงพื้นที่จริงควรมี [เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) ติดรถไว้ เพื่อเปลี่ยนจากงานกู้ภัยไปสู่งานฟื้นฟูและพ่นฆ่าเชื้อได้ทันทีที่น้ำลด
ปี 2569 เป็นปีที่อาสาสมัครทั่วประเทศทำงานหนักมาก ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่าน กรมประชาสัมพันธ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้คือทีมอาสาจำนวนมากที่ต้องทำงานต่อเนื่องหลายสัปดาห์
ตามรายงานของ กรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 น้ำท่วมบ้านท่าข่อย หมู่ 2 ตำบลกลอนโด สูงจนมิดหลังคาบ้าน ชาวบ้านต้องอพยพขึ้นที่สูง สาเหตุมาจากฝนตกหนักร่วมกับการระบายน้ำของเขื่อนแม่กลองในอัตรา 2,184 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดว่าอาจสูงสุดถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า ปภ. ส่งข้อความเตือนภัยผ่านระบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่ตำบลหนองไผ่และตำบลด่านมะขามเตี้ย เนื่องจากน้ำในลำภาชีเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
เมื่อน้ำท่วมสูงถึงหลังคา ทุกอย่างภายในบ้านจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมด ทั้งที่นอน ตู้กับข้าว เครื่องครัว ห้องน้ำ และเสื้อผ้า เมื่อน้ำลดลง สิ่งที่เหลืออยู่คือบ้านที่เต็มไปด้วยโคลน กลิ่นอับ และความชื้นสะสมทุกซอกมุม นี่คือช่วงที่งานของอาสาสมัครเปลี่ยนจากการพายเรือช่วยคนออกจากบ้าน มาเป็นการช่วยให้คนกลับเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย
คนทั่วไปมักนึกถึงอาสากู้ภัยในภาพของเรือ เสื้อชูชีพ และการช่วยคนออกจากบ้าน แต่ในความเป็นจริง งานของทีมอาสาแบ่งได้เป็นหลายช่วง
ช่วงฟื้นฟูมักกินเวลานานที่สุด และเป็นช่วงที่ทีมอาสาขาดเครื่องมือมากที่สุด เพราะอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่มูลนิธิจัดหาไว้เป็นอุปกรณ์กู้ภัย เช่น เรือ เครื่องยนต์เรือ ไฟฉาย เชือก และชุดปฐมพยาบาล ส่วนอุปกรณ์สำหรับงานสุขาภิบาลหลังน้ำลดมักเป็นของที่หยิบยืมมา หรือซื้อแบบเฉพาะหน้า
พื้นที่ชนบทอย่างด่านมะขามเตี้ยยังมีความท้าทายเพิ่มขึ้นอีก บ้านเรือนกระจายตัวตามริมลำน้ำ ถนนบางช่วงยังมีโคลนและน้ำขัง ไฟฟ้ายังไม่กลับมาครบทุกหลัง และบางจุดต้องเดินเท้าเข้าไป อุปกรณ์ที่ทีมพกไปจึงต้องทนทาน ทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า และแบกไปได้ด้วยคนคนเดียว
บ้านที่จมน้ำถึงหลังคาเป็นเวลาหลายวัน สะสมเชื้อโรคจากน้ำที่ไหลผ่านส้วม บ่อเกรอะ คอกสัตว์ และพื้นที่เกษตรรอบหมู่บ้าน เชื้อที่ควรรู้จักแบ่งเป็นกลุ่มหลักได้ดังนี้
บ้านที่จมน้ำทั้งหลังมีผนัง ฝ้า ไม้ และผ้าที่เปียกโชก เชื้อราจะขึ้นอย่างรวดเร็วหากแห้งไม่ทัน ทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุดหลังน้ำลด
การล้างบ้านด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาดช่วยเอาโคลนออก แต่เชื้อโรคยังคงเกาะอยู่บนพื้นผิว ขั้นตอนที่ถูกต้องคือขนโคลน ล้าง แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามฉลาก ถ้าทีมอาสาต้องทำแบบนี้กับบ้านหลายสิบหลังในเวลาไม่กี่วัน เครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์คือสิ่งที่ทำให้งานเป็นไปได้
ทีมอาสาส่วนใหญ่มีสมาชิกไม่มาก และไม่ได้ว่างทุกวัน หลายคนมีงานประจำ บางคนมาช่วยได้เฉพาะวันหยุด การพ่นทีละบ้านด้วยถังมือโยกทำให้ทีมต้องใช้เวลาหลายวันในหมู่บ้านเดียว ขณะที่หมู่บ้านอื่นยังรออยู่
ทีมอาสาต้องย้ายจุดทำงานทุกวัน อุปกรณ์ต้องยกขึ้นลงรถกระบะ ขึ้นเรือ หรือแบกเดินผ่านทางโคลน อุปกรณ์ที่เปราะบางหรือต้องต่อสายยาวจึงไม่เหมาะ
หลังน้ำลดใหม่ๆ การเปิดไฟในบ้านที่เพิ่งจมน้ำอาจไม่ปลอดภัย การไฟฟ้าต้องตรวจสอบก่อน อุปกรณ์ที่ต้องเสียบปลั๊กหรือต้องชาร์จแบตเตอรี่ทุกคืนจึงใช้งานลำบาก
อาสาสมัครที่ทำงานต่อเนื่องเสี่ยงทั้งบาดแผล โรคผิวหนัง และโรคฉี่หนู หากต้องเดินเข้าไปพ่นในบ้านอับชื้นทุกห้องด้วยถังมือโยก ก็ยิ่งสัมผัสความเสี่ยงนานขึ้น
มูลนิธิส่วนใหญ่ได้รับเงินบริจาค ผู้บริจาคอยากเห็นว่าเงินถูกใช้กับอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริง ใช้ได้หลายปี และช่วยคนได้มาก อุปกรณ์ที่ซื้อมาแล้วพังภายในฤดูเดียวสร้างความเสียหายทั้งเงินและความเชื่อมั่น
ทีมอาสาจึงต้องการเครื่องที่ใช้เครื่องยนต์ แบกไปได้ด้วยคนเดียว พ่นได้ไกล มีถังน้ำยาใหญ่พอที่จะพ่นต่อเนื่อง และทนการใช้งานหนักในสนาม
[SOLO PORT 423](https://www.worldhealthdisinfection.com/product/15428-17449/solo-port423-เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง-ทรงพลังสำหรับการควบคุมโรคและกำจัดแมลง) เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบใช้เครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ทำงานโดยใช้พัดลมจากเครื่องยนต์สร้างกระแสลมแรง เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองฝอยและพาไปเคลือบพื้นผิวในระยะไกล World Health Disinfection (WHD) เป็นผู้จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้ในประเทศไทย
เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะทำให้ทีมเริ่มพ่นได้ทันทีในหมู่บ้านที่ไฟฟ้ายังไม่กลับมา ไม่ต้องหาปลั๊ก ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่ข้ามคืน
เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ยกขึ้นรถกระบะได้ง่าย แบกเดินเข้าซอยที่รถเข้าไม่ถึงได้ และเมื่อถึงจุดทำงานค่อยเติมน้ำยา
ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง และระยะพ่นประมาณ 12 เมตร ช่วยให้ผู้พ่นยืนที่ประตูหรือหน้าต่าง แล้วส่งละอองเข้าไปในห้องได้ ลดเวลาที่ต้องอยู่ในห้องอับชื้น
ถังน้ำยา 12 ลิตรทำให้พ่นได้หลายห้องหรือหลายหลังก่อนต้องเติม เหมาะกับทีมที่ต้องปิดงานให้ได้มากที่สุดในหนึ่งวัน
จุดอพยพหลายแห่งในชนบทคือวัด ศาลาประชาคม และโรงเรียน เมื่อชาวบ้านกลับบ้านแล้ว พื้นที่เหล่านี้ต้องได้รับการล้างและพ่นฆ่าเชื้อเช่นกัน เครื่องที่มีแรงลมสูงช่วยให้ทีมจัดการพื้นที่กว้างได้เร็วขึ้น
ทีมอาสาต้องเข้าใจเสมอว่าเครื่องเป็นเพียงเครื่องมือส่งน้ำยา ผลในการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยา ให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง เช่น Chemgene HLD4H โดยผสมและใช้ตามฉลากและ SDS ทุกครั้ง
มูลนิธิและกลุ่มอาสาสามารถจัดหาเครื่องได้หลายทาง เช่น ใช้เงินบริจาคทั่วไป เปิดรับบริจาคเพื่ออุปกรณ์ฟื้นฟูโดยเฉพาะ หรือขอการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนที่ต้องการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ขอใบเสนอราคา SOLO PORT 423 จาก WHD ได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อใช้ประกอบการขออนุมัติภายในหรือแจ้งผู้สนับสนุน ราคาขึ้นกับจำนวนและเงื่อนไข จึงไม่ระบุไว้ในบทความนี้
หากองค์กรใดยังไม่พร้อมจัดซื้อเครื่อง และต้องการทีมมืออาชีพเข้าพ่นในจุดสำคัญ เช่น โรงเรียนหรือศูนย์พักพิง สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นอีกทางเลือกแยกต่างหากได้
SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร มูลนิธิขอใบเสนอราคาได้ไหม
WHD ไม่ได้แสดงราคาบนหน้าเว็บ มูลนิธิและหน่วยงานขอใบเสนอราคาได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ใช้ไม่มีไฟฟ้าได้ไหม
ได้ SOLO PORT 423 ใช้เครื่องยนต์เบนซินสองจังหวะ ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่
SOLO PORT 423 หนักแค่ไหน แบกคนเดียวไหวไหม
เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มถังจะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ควรสลับคนแบกและพักเป็นระยะ
พ่นได้ไกลกี่เมตร
ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตรตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ระยะจริงขึ้นกับลมและการตั้งค่า
SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันหรือไม่
ไม่ใช่ เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลม ไม่ใช้ความร้อนกับน้ำยาเหมือนเครื่องพ่นหมอกควัน
ต้องล้างบ้านก่อนพ่นฆ่าเชื้อไหม
ต้องขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อนทุกครั้ง แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ
ใช้น้ำยาอะไรพ่นดี
ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้ตามฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย
อาสาต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไรบ้าง
ที่ครอบหู ถุงมือกันสารเคมี แว่นหรือกระบังหน้า หน้ากากตามฉลากน้ำยา ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต
ใช้พ่นศูนย์พักพิงหรือจุดอพยพได้ไหม
ได้ หลังจากผู้อพยพย้ายออกและล้างพื้นที่แล้ว พ่นในขณะที่ไม่มีคนอยู่ และรอให้พ้นเวลากลับเข้าตามฉลากก่อนเปิดใช้
ถ้ายังไม่ซื้อเครื่อง จ้าง WHD พ่นได้ไหม
ได้ องค์กรสามารถจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นทางเลือกแยกต่างหาก
ขอใบเสนอราคา สอบถามการใช้งานภาคสนาม อะไหล่ และน้ำยาที่เหมาะสม ทีม WHD ยินดีให้คำแนะนำ
ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #อาสากู้ภัย #น้ำท่วมกาญจนบุรี2569
คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง อาสากู้ภัย, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, โซโล พอร์ต 423, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมกาญจนบุรี 2569, น้ำท่วมด่านมะขามเตี้ย 2569, อุปกรณ์มูลนิธิกู้ภัย, ครุภัณฑ์