SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงเรือนเกษตรและสวนผลไม้ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำหลาก มาบยางพร ปลวกแดง ระยอง ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  13 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงเรือนเกษตรและสวนผลไม้ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำหลาก มาบยางพร ปลวกแดง ระยอง ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงเรือนเกษตรและสวนผลไม้ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำหลาก มาบยางพร ปลวกแดง ระยอง ปี 2569

ถ้าคุณเป็นเจ้าของสวนผลไม้ ผู้จัดการโรงเรือนปลูกผัก หรือผู้ดูแลโรงคัดบรรจุผลไม้ในภาคตะวันออก ที่กำลังค้นหาว่า "หลังน้ำท่วมสวนควรฆ่าเชื้อโรงเรือนอย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นยาสะพายหลังรุ่นไหนพ่นพื้นที่กว้างได้เร็ว" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำหลากเข้าชุมชนมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมงานฟื้นฟูพื้นที่เกษตรหลังน้ำลดจึงต้องการเครื่องมือที่ครอบคลุมพื้นที่ได้เร็ว และทำไม SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ที่ World Health Disinfection (WHD) จัดจำหน่าย จึงเป็นอุปกรณ์ที่สวนและโรงเรือนขนาดกลางถึงใหญ่ควรมีไว้ประจำฟาร์ม เพื่อให้ทีมของคุณพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในโรงเรือน โรงคัดบรรจุ โรงเก็บอุปกรณ์ และบ้านพักคนงานได้เอง ทันทีที่ล้างโคลนเสร็จ

สถานการณ์น้ำหลากมาบยางพร ปลวกแดง ปี 2569

ตามรายงานของสยามรัฐออนไลน์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องทั้งคืนในพื้นที่อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ทำให้มีน้ำหลากจากอ่างเก็บน้ำพัฒนา บริเวณหมู่ 5 ตำบลมาบยางพร ไหลทะลักเข้าชุมชนอย่างต่อเนื่อง รายงานยังเตือนว่าหากฝนยังตกลงมาอีก ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้น และแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วม (ที่มา: สยามรัฐ 25 ก.ย. 2569)

ภาพใหญ่ของประเทศในปี 2569 ก็หนักไม่แพ้กัน ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ปภ. 7 ต.ค. 2569)

ปลวกแดงเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชน โรงงาน และพื้นที่เกษตรอยู่ใกล้กัน สวนผลไม้ แปลงผัก และโรงเรือนจำนวนไม่น้อยตั้งอยู่ในที่ลุ่มหรือริมทางน้ำ เมื่อน้ำหลากมาเร็วและแรง สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ต้นไม้เสียหาย แต่คือโคลน ตะกอน ขยะ และน้ำปนเปื้อนที่ไหลเข้าไปค้างอยู่ในโรงเรือน โรงคัดบรรจุ โรงเก็บปุ๋ย และบ้านพักคนงาน ซึ่งเป็นจุดที่คนต้องกลับเข้าไปทำงานทุกวันหลังน้ำลด

กรณีตัวอย่าง: สวนผลไม้และโรงเรือนผักหลังน้ำหลาก

เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในพื้นที่เกษตรภาคตะวันออกหลังน้ำหลาก ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริงรายใดรายหนึ่ง

พี่สมชาย (นามสมมติ) ดูแลสวนผลไม้ผสมขนาดหลายสิบไร่ในละแวกปลวกแดง มีทั้งทุเรียน มังคุด และเงาะ ด้านหลังสวนมีโรงเรือนปลูกผักสลัดสามหลังที่ลูกสาวเพิ่งลงทุนทำส่งร้านอาหารในเมือง ข้างโรงเรือนเป็นโรงคัดแยกผลไม้ขนาดเล็ก มีโต๊ะคัด ตะกร้าพลาสติกหลายร้อยใบ และห้องเก็บปุ๋ยกับอุปกรณ์ ถัดไปเป็นบ้านพักคนงานสองหลังที่มีคนงานและครอบครัวอาศัยอยู่ราวสิบคน

คืนที่ฝนตกไม่หยุด น้ำจากทางน้ำด้านบนไหลลงมาอย่างรวดเร็ว เช้าวันรุ่งขึ้นโคลนสีน้ำตาลเข้มท่วมพื้นโรงเรือนสูงเกือบถึงหัวเข่า โต๊ะปลูกผักบางส่วนล้ม ตะกร้าผลไม้ลอยไปกองรวมกันที่มุมโรงคัด กลิ่นเหม็นอับเริ่มลอยมาตั้งแต่วันที่สอง เพราะน้ำพาซากพืช มูลสัตว์ และขยะจากที่ต่าง ๆ มาด้วย

เมื่อน้ำลด ทุกคนรีบตักโคลนและฉีดน้ำล้าง แต่ปัญหาใหญ่ตามมาทันที ล้งที่รับซื้อผลไม้ขอให้สวนยืนยันว่าโรงคัดและภาชนะสะอาดก่อนจะกลับมารับของ ร้านอาหารที่รับผักสลัดถามเรื่องความปลอดภัยของโรงเรือน ส่วนคนงานเริ่มมีแผลที่เท้าจากการลุยโคลน พี่สมชายมีเพียงถังพ่นยามือโยกสองถัง ทีมต้องเดินพ่นทีละจุด เติมน้ำยาทุกไม่กี่นาที สามวันผ่านไปยังพ่นไม่ครบทุกโรงเรือน และไม่มีใครมั่นใจว่าน้ำยาไปถึงหลังคา ซอกโครงเหล็ก และใต้โต๊ะปลูกจริงหรือไม่

นี่คือจุดที่หลายสวนเริ่มคิดว่า ถ้ามีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ที่มีแรงลมสูงไว้ประจำฟาร์ม งานฆ่าเชื้อหลังน้ำลดที่ต้องใช้เวลาหลายวันอาจทำได้เสร็จภายในวันเดียว และคนงานก็ไม่ต้องเหนื่อยกับการโยกคันโยกทั้งวัน

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในพื้นที่เกษตร

น้ำท่วมในพื้นที่เกษตรไม่ได้มีแค่น้ำฝน แต่เป็นน้ำที่ไหลผ่านถนน ชุมชน คอกสัตว์ บ่อปุ๋ย และท่อระบายน้ำ จึงพาเชื้อโรคหลายกลุ่มมาด้วย กลุ่มสำคัญที่หน่วยงานสาธารณสุขเตือนบ่อยครั้ง ได้แก่

    • แบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่มากับน้ำปนเปื้อนอุจจาระคนและสัตว์ ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ รวมถึงเชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) สาเหตุของโรคฉี่หนู ที่ปนอยู่ในน้ำและโคลนที่มีปัสสาวะของหนูหรือสัตว์อื่น และเข้าร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน
    • ไวรัส เช่น โนโรไวรัสและโรตาไวรัสที่ทำให้ท้องเสีย ส่วนไวรัสทางเดินหายใจอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่ จะแพร่ได้ง่ายขึ้นเมื่อคนต้องมาอยู่รวมกันแออัดในช่วงอพยพหรือในบ้านพักคนงาน
    • เชื้อรา ที่เติบโตเร็วมากบนไม้ กระดาษ ลังผลไม้ ถุงปุ๋ย และพื้นผิวที่ชื้นเกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดในคนที่ไวต่อเชื้อรา

ในสวนผลไม้และโรงเรือน จุดที่ควรระวังเป็นพิเศษคือพื้นผิวที่สัมผัสกับผลผลิตโดยตรง เช่น โต๊ะคัด ตะกร้า ลังพลาสติก กรรไกรตัดแต่ง และรถเข็น เพราะถ้าเชื้อจากน้ำท่วมติดค้างอยู่ ผลผลิตที่ส่งออกไปอาจเป็นช่องทางพาเชื้อไปถึงผู้บริโภค ส่วนบ้านพักคนงาน ห้องน้ำ และโรงอาหาร คือจุดที่เสี่ยงต่อสุขภาพของคนที่ทำงานในฟาร์มเอง

ผู้ที่มีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง หรือท้องเสียหลังจากลุยน้ำหรือโคลน ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมทันที การพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ทำงานเป็นการลดความเสี่ยงในสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ทดแทนการรักษาทางการแพทย์

ความเจ็บปวดของเจ้าของสวนและโรงเรือนหลังน้ำลด

พื้นที่กว้างกว่าที่คิด

โรงเรือนหนึ่งหลังอาจมีพื้นที่หลายร้อยตารางเมตร มีโครงเหล็ก ผ้าคลุม ตาข่าย โต๊ะปลูก และรางน้ำที่ต้องฆ่าเชื้อทั้งหมด เมื่อรวมกับโรงคัด โรงเก็บอุปกรณ์ และบ้านพักคนงาน พื้นที่ที่ต้องจัดการจึงมากกว่าบ้านทั่วไปหลายเท่า

แรงงานมีจำกัด

หลังน้ำท่วม คนงานต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งเก็บกู้ต้นไม้ ระบายน้ำออกจากแปลง ซ่อมระบบน้ำ และเก็บผลผลิตที่ยังเหลือ การให้คนสองสามคนไปโยกถังพ่นยาทั้งวันเพื่อฆ่าเชื้อจึงเป็นต้นทุนแรงงานที่สูงมาก

เวลาคือรายได้

ผลไม้บางชนิดมีช่วงเก็บเกี่ยวสั้น ผักสลัดในโรงเรือนต้องปลูกรอบใหม่ให้เร็วที่สุด ทุกวันที่โรงคัดหรือโรงเรือนยังกลับมาใช้งานไม่ได้ คือรายได้ที่หายไปและลูกค้าที่อาจหันไปหาแหล่งอื่น

ผู้รับซื้อต้องการความมั่นใจ

ล้ง ตลาดค้าส่ง และร้านอาหารที่รับผลผลิตมีแนวโน้มจะถามถึงความสะอาดของโรงคัดและภาชนะหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะสวนที่อยู่ในระบบการผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ซึ่งให้ความสำคัญกับสุขลักษณะของสถานที่และอุปกรณ์ การมีขั้นตอนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่ชัดเจนช่วยให้ตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างมั่นใจ

สุขภาพคนงานและครอบครัว

บ้านพักคนงานที่ถูกน้ำท่วมมักมีเด็กและผู้สูงอายุอยู่ด้วย ถ้าห้องน้ำ ห้องครัว และที่นอนยังมีเชื้อราและแบคทีเรียค้างอยู่ คนงานอาจป่วยต่อเนื่อง ส่งผลให้แรงงานในช่วงฟื้นฟูยิ่งน้อยลง

ชื่อเสียงของสวน

สวนที่ขายผลไม้ออนไลน์หรือส่งร้านอาหารโดยตรงสร้างชื่อเสียงมาจากความสด ความสะอาด และความน่าเชื่อถือ ถ้ามีข่าวว่าลูกค้าท้องเสียหลังกินผลผลิตจากสวนในช่วงน้ำท่วม ความเสียหายต่อแบรนด์อาจมากกว่าความเสียหายจากน้ำเสียอีก

ทำไมถังพ่นมือโยก ถังน้ำ และสายยาง จึงไม่พอสำหรับงานหลังน้ำท่วม

หลายสวนมีเครื่องมือพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เมื่อเจองานฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างหลังน้ำท่วม ข้อจำกัดจะเห็นชัดทันที

    • ถังพ่นยาสะพายหลังแบบมือโยก ให้แรงดันต่ำและไม่สม่ำเสมอ ละอองที่ออกมาใหญ่และตกลงพื้นเร็ว พ่นได้ใกล้ตัว ทำให้ต้องเดินเข้าไปทุกซอกมุม และคนพ่นเหนื่อยเร็วมากเมื่อต้องโยกทั้งวัน
    • การราดน้ำยาด้วยถังหรือฝักบัว ใช้น้ำยาสิ้นเปลืองมาก พื้นแฉะนาน และไม่สามารถทำให้น้ำยาไปถึงผนัง โครงหลังคา หรือใต้โต๊ะปลูกได้ทั่วถึง
    • สายยางต่อน้ำยา เหมาะกับการล้างโคลน แต่ไม่เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เพราะควบคุมปริมาณได้ยาก น้ำยาเจือจางเกินกว่าที่ฉลากกำหนด และไหลทิ้งลงดินเป็นส่วนใหญ่
    • เครื่องพ่นแบตเตอรี่ขนาดเล็ก สะดวกในบ้าน แต่ถังเล็ก ต้องเติมบ่อย แรงลมไม่พอจะส่งละอองไปไกล และแบตเตอรี่อาจหมดก่อนงานเสร็จ ในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังดับหลังน้ำท่วม การชาร์จก็เป็นปัญหาอีกชั้นหนึ่ง
    • เครื่องพ่นยาเกษตรแบบลากสาย ใช้ได้ดีในแปลงโล่ง แต่ลากสายเข้าโรงคัด บ้านพัก และโรงเรือนที่มีของวางเกะกะได้ลำบาก

สิ่งที่งานหลังน้ำท่วมต้องการจริง ๆ คือเครื่องที่สะพายเดินได้คล่อง มีแรงลมพาละอองไปได้ไกลและแทรกเข้าซอกได้ดี ถังน้ำยาใหญ่พอให้ทำงานได้นานต่อรอบ และไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าหรือสายยาง

SOLO PORT 423 คำตอบสำหรับงานฆ่าเชื้อพื้นที่เกษตรขนาดกว้าง

SOLO PORT 423 คือเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ (motorised mistblower) ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH จากประเทศเยอรมนี ทำงานโดยใช้พัดลมแรงลมสูงเป่าน้ำยาที่ไหลออกจากถังให้แตกตัวเป็นละอองฝอย แล้วส่งละอองออกไปเป็นลำยาวเพื่อเคลือบพื้นผิวในบริเวณกว้าง เครื่องรุ่นนี้ WHD จัดจำหน่ายสำหรับหน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่ และเหมาะกับฟาร์มที่มีพื้นที่ต้องดูแลมาก

สเปกหลักตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO

  • เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว ความจุกระบอกสูบ 72.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร
  • กำลัง 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
  • ถังน้ำยาขนาด 12 ลิตร
  • ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
  • ระยะพ่นแนวนอนประมาณ 12 เมตร
  • น้ำหนักเปล่าประมาณ 11.0 กิโลกรัม
  • ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A)

คุณสมบัติตามข้อมูลสินค้าของ WHD

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องนี้ให้ละอองฝอยละเอียดแบบ ULV ขนาดต่ำกว่า 30 ไมครอน ซึ่งช่วยประหยัดน้ำยา มีชิ้นส่วนสำคัญจาก MAHLE และ BING กระบอกสูบเคลือบนิกาซิล ถังน้ำยาโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง ท่อพ่นหมุนปรับทิศได้ มีหัวพ่นยาวและหัวกระจายมุมกว้าง คันควบคุมมือเดียวสำหรับเร่ง ปรับปริมาณน้ำยา และดับเครื่อง สายสะพายบุนวม และระบบลดแรงสั่นสะเทือนสี่จุด ทั้งนี้ขนาดละอองที่ได้จริงขึ้นอยู่กับหัวพ่นและการตั้งค่าที่เลือกใช้ ส่วนชุดอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ในตระกูล SOLO สามารถสอบถามตัวแทนจำหน่ายได้

ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน

หลายคนค้นหาด้วยคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" แต่ SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควันแบบใช้ความร้อน เครื่องพ่นหมอกควันจะใช้ความร้อนทำให้น้ำยาระเหยเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมจากพัดลมทำให้น้ำยาแตกเป็นละอองฝอยโดยไม่เผาหรือต้มน้ำยา จึงเหมาะกับงานพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ต้องการให้ละอองเคลือบพื้นผิว และใช้ได้กับน้ำยาสูตรน้ำตามที่ฉลากอนุญาต

ประสิทธิภาพอยู่ที่น้ำยา เครื่องคือผู้ส่งน้ำยา

ต้องเข้าใจให้ตรงกันว่า เครื่องพ่นทำหน้าที่ส่งน้ำยาไปให้ทั่วพื้นผิว ส่วนการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยาที่เลือกใช้ ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ผสมและใช้ตามฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย และต้องล้างโคลนและคราบสกปรกออกก่อนเสมอ เพราะโคลนจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาเกือบทุกชนิด

10 เหตุผลที่สวนผลไม้และโรงเรือนควรมี SOLO PORT 423 ไว้ประจำฟาร์ม

  1. พ่นได้ไกลประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ทำให้ละอองไปถึงโครงหลังคาโรงเรือนและผนังโรงคัดได้โดยไม่ต้องปีนบันได
  2. แรงลม 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ช่วยพาละอองแทรกเข้าซอกโครงเหล็ก ใต้โต๊ะปลูก และระหว่างกองตะกร้า ซึ่งถังมือโยกเข้าไม่ถึง
  3. ถังน้ำยา 12 ลิตร ทำงานได้นานต่อรอบ ลดการเดินกลับมาเติมน้ำยาบ่อย ๆ
  4. ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า ใช้เครื่องยนต์เบนซิน จึงทำงานได้แม้ไฟยังดับหลังน้ำท่วม
  5. สะพายหลังเดินได้คล่อง เข้าได้ทั้งโรงเรือน ทางเดินระหว่างแปลง บ้านพักคนงาน และโรงเก็บของ ไม่ต้องลากสาย
  6. ละอองฝอยละเอียด ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ช่วยให้ใช้น้ำยาน้อยลงเมื่อเทียบกับการราดหรือฉีดสายยาง และพื้นไม่แฉะนาน
  7. คุณภาพเครื่องยนต์จากเยอรมนี พร้อมชิ้นส่วน MAHLE และ BING เหมาะกับการใช้งานหนักต่อเนื่องในฤดูฝน
  8. ใช้ได้หลายงานตลอดปี นอกจากงานหลังน้ำท่วม ยังใช้ในงานสุขาภิบาลโรงคัดและโรงเรือนตามรอบ โดยเลือกน้ำยาให้ถูกกับงานและฉลาก
  9. ควบคุมด้วยมือเดียว ปรับรอบเครื่องและปริมาณน้ำยาได้สะดวก ช่วยลดการพ่นเกินในจุดที่ไม่ต้องการ
  10. ทีมฟาร์มทำได้เองตามตารางของสวน ไม่ต้องรอคิวผู้รับเหมาในช่วงที่ทั้งอำเภอต้องการความช่วยเหลือพร้อมกัน และถ้าต้องการคำแนะนำ สามารถ ติดต่อ WHD เพื่อสอบถามรายละเอียดเครื่อง ได้ทันที

ก่อนและหลังมี SOLO PORT 423 ในฟาร์ม

ก่อน: ใช้ถังมือโยกและสายยาง

  • คนงาน 2 ถึง 3 คนโยกถังพ่นทั้งวัน แต่ยังพ่นไม่ทั่วโรงเรือน
  • ละอองใหญ่ ตกพื้นเร็ว ไม่ถึงหลังคาและซอกโครงเหล็ก
  • ต้องเติมน้ำยาบ่อย เสียเวลาเดินไปกลับ
  • ไฟดับ เครื่องพ่นแบตเตอรี่ชาร์จไม่ได้
  • ผู้รับซื้อถามเรื่องความสะอาด แต่ไม่มีขั้นตอนชัดเจนให้ตอบ

หลัง: ใช้ SOLO PORT 423

  • ผู้พ่นที่ผ่านการฝึกหนึ่งคนครอบคลุมพื้นที่กว้างได้เร็วขึ้นมาก
  • แรงลมส่งละอองไปได้ประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • ถัง 12 ลิตร ทำงานได้นานต่อรอบ
  • ใช้เครื่องยนต์ ทำงานได้แม้ไฟยังไม่มา
  • มีบันทึกขั้นตอนล้าง ฆ่าเชื้อ และวันที่ทำ ให้ผู้รับซื้อดูได้

ผลลัพธ์ข้างต้นเป็นการเปรียบเทียบลักษณะงานโดยทั่วไป ความเร็วจริงขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ ปริมาณสิ่งกีดขวาง ทักษะผู้พ่น และอัตราการใช้น้ำยาตามฉลาก

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อโรงเรือนและสวนผลไม้หลังน้ำลด

ขั้นที่ 1 ประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่

ตรวจระบบไฟฟ้า ปั๊มน้ำ และสายไฟในโรงเรือนก่อนเข้าไป ปิดเบรกเกอร์ถ้ายังมีน้ำขัง ระวังสัตว์มีพิษ เช่น งูและตะขาบที่หนีน้ำเข้ามาซ่อนในกองของ สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางทุกครั้ง

ขั้นที่ 2 ขนของออกและคัดแยก

ขนตะกร้า ลัง ถุงปุ๋ย และวัสดุปลูกออกมาคัดแยก ของที่ซึมน้ำ เช่น กระดาษ กล่อง ถุงวัสดุปลูก และไม้ที่ขึ้นราหนัก ควรทิ้ง ผลผลิตที่แช่น้ำท่วมไม่ควรนำไปขายหรือบริโภค

ขั้นที่ 3 ตักโคลนและล้างให้สะอาด

ตักโคลนออกให้มากที่สุด แล้วล้างพื้น โต๊ะปลูก โต๊ะคัด ตะกร้า และผนังด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกหรือสารทำความสะอาด ขัดคราบตามซอก การฆ่าเชื้อจะได้ผลดีก็ต่อเมื่อพื้นผิวสะอาดแล้วเท่านั้น

ขั้นที่ 4 เปิดระบายอากาศให้แห้ง

เปิดม่านโรงเรือน ประตู และหน้าต่างโรงคัด ใช้พัดลมช่วยให้แห้งเร็ว ยิ่งแห้งเร็ว เชื้อราก็ยิ่งมีโอกาสเติบโตน้อย

ขั้นที่ 5 เตรียมน้ำยาและเครื่อง

เลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและเหมาะกับพื้นผิว เช่น Chemgene HLD4H ผสมตามอัตราบนฉลาก อ่านเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) เติมน้ำมันเชื้อเพลิงขณะเครื่องดับและเย็น ในที่โล่งห่างจากเปลวไฟ แล้วตรวจสายสะพาย หัวพ่น และฝาถังให้เรียบร้อย

ขั้นที่ 6 กันคนและสัตว์ออกจากพื้นที่

ให้คนงาน เด็ก และสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่จะพ่น ปิดคลุมหรือย้ายผลผลิต เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า และอาหารออกไป ติดป้ายห้ามเข้า

ขั้นที่ 7 พ่นจากบนลงล่าง จากในออกนอก

เริ่มพ่นจากโครงหลังคาและผนังด้านบน ไล่ลงมาที่โต๊ะปลูก โต๊ะคัด และพื้น เดินถอยออกจากจุดที่พ่นแล้ว ไม่เดินย้อนเข้าไปในละอองเปียก ไม่พ่นสวนทางลม และควบคุมให้พื้นผิวเปียกพอดีตามระยะเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนด

ขั้นที่ 8 รอระยะสัมผัสและระยะกลับเข้าพื้นที่

ปล่อยให้น้ำยาทำงานตามเวลาที่ฉลากระบุ จากนั้นเปิดระบายอากาศ สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือผลผลิตโดยตรง ให้ทำตามฉลากว่าต้องล้างน้ำสะอาดซ้ำหรือไม่ก่อนใช้งาน

ขั้นที่ 9 ทำความสะอาดเครื่องและบันทึกงาน

ล้างถังและหัวพ่นด้วยน้ำสะอาดตามคู่มือ บันทึกวันที่ พื้นที่ ชื่อน้ำยา อัตราผสม และผู้พ่น เก็บไว้เป็นหลักฐานให้ผู้รับซื้อหรือผู้ตรวจมาตรฐาน

ขั้นที่ 10 เฝ้าระวังเชื้อราและพ่นซ้ำตามความจำเป็น

ตรวจกลิ่นอับและคราบราในอีก 1 ถึง 2 สัปดาห์ ถ้าพบจุดที่ยังชื้นหรือมีราขึ้นใหม่ ให้ล้างและพ่นซ้ำเฉพาะจุด

ข้อควรรู้เฉพาะงานเกษตร

  • แยกงานฆ่าเชื้อกับงานพ่นสารเคมีเกษตรให้ชัด น้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับพื้นผิวไม่ใช่ยาป้องกันโรคพืช และไม่ควรพ่นใส่ต้นพืชหรือผลไม้ที่จะเก็บเกี่ยว เว้นแต่ฉลากอนุญาตไว้ชัดเจน ถ้าใช้เครื่องเดียวกันทั้งสองงาน ต้องล้างถังและระบบให้สะอาดทุกครั้งก่อนเปลี่ยนชนิดสาร
  • ระวังโต๊ะคัดและภาชนะใส่ผลผลิต ให้เลือกน้ำยาที่ฉลากระบุว่าใช้กับพื้นผิวสัมผัสอาหารได้ และทำตามขั้นตอนล้างซ้ำหากฉลากกำหนด
  • ระวังแหล่งน้ำ อย่าล้างถังน้ำยาลงบ่อน้ำ ร่องสวน หรือทางน้ำสาธารณะ
  • ต้นกล้าและวัสดุปลูก ควรย้ายออกจากโซนพ่น หรือคลุมให้มิดชิด เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อบางชนิดอาจทำให้ใบพืชไหม้ได้
  • เก็บน้ำยาและน้ำมันให้ห่างจากปุ๋ยและอาหารสัตว์ และเก็บในที่ที่น้ำท่วมไม่ถึงสำหรับฤดูฝนครั้งถัดไป

ความปลอดภัยในการใช้ SOLO PORT 423

เครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์มีพลังสูง จึงต้องใช้อย่างถูกวิธีทุกครั้ง

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ผู้พ่นต้องใส่ที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง และคนที่อยู่ใกล้ก็ควรป้องกันเช่นกัน
  • แรงสั่นสะเทือนและเวลาทำงาน แม้จะมีระบบลดแรงสั่นสี่จุดตามข้อมูลของ WHD แต่ควรจำกัดเวลาพ่นต่อเนื่อง สลับคนพ่น และพักเป็นระยะ
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี สวมถุงมือกันสารเคมี แว่นครอบตาหรือหน้ากากกันกระเด็น หน้ากากป้องกันการหายใจที่เหมาะกับน้ำยาตามฉลาก เสื้อแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูท ตาม SDS ของน้ำยา
  • การเติมน้ำมัน ดับเครื่องและรอให้เครื่องเย็นก่อนเติม เติมในที่โล่ง ห่างจากเปลวไฟและบุหรี่ เช็ดน้ำมันที่หกให้แห้ง
  • น้ำหนักเครื่อง น้ำหนักเปล่าประมาณ 11 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตรจะหนักรวมประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป ปรับสายสะพายให้กระชับ ยกขึ้นหลังด้วยท่าที่ถูกต้องหรือให้เพื่อนช่วย และระวังพื้นโคลนลื่น
  • กันคนและสัตว์ออกจากโซนพ่น และไม่ชี้หัวพ่นไปทางคน สัตว์ แหล่งน้ำ หรืออาหาร
  • ระยะเวลากลับเข้าพื้นที่ ทำตามที่ฉลากน้ำยากำหนดอย่างเคร่งครัด
  • ทำงานในที่อากาศถ่ายเท เครื่องยนต์เบนซินปล่อยไอเสีย ถ้าพ่นในอาคารปิด เช่น ห้องเก็บของหรือโรงคัดที่ปิดทึบ ต้องเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
  • ฝึกอบรมผู้ใช้ ผู้พ่นควรได้รับการสอนการสตาร์ต การปรับปริมาณน้ำยา การดับเครื่อง และการทำความสะอาดก่อนใช้งานจริง

ซื้อเครื่องไว้ใช้เอง หรือจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อ

สำหรับสวนและโรงเรือนที่มีพื้นที่มาก มีงานสุขาภิบาลต่อเนื่องทั้งปี และอยู่ในพื้นที่ที่น้ำท่วมซ้ำบ่อย การมี SOLO PORT 423 ไว้ประจำฟาร์มช่วยให้ตอบสนองได้เร็วตามตารางของตัวเอง ไม่ต้องรอคิวในช่วงที่ทั้งอำเภอต้องการความช่วยเหลือ และยังใช้งานต่อได้ในงานดูแลความสะอาดตามรอบ

แต่ถ้าสวนของคุณไม่ต้องการลงทุนซื้อเครื่อง หรือต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาจัดการเป็นครั้งคราว ก็สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดบริการได้โดยตรง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SOLO PORT 423 และการฆ่าเชื้อสวนหลังน้ำท่วม

SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

ราคาขึ้นอยู่กับรุ่น อุปกรณ์ที่เลือก และจำนวนที่สั่ง กรุณาขอใบเสนอราคาจาก WHD ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 หรือดูรายละเอียดที่ หน้าสินค้า SOLO PORT 423

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังใช้ฆ่าเชื้อโรงเรือนหลังน้ำท่วมได้ไหม

ได้ เมื่อใช้ร่วมกับน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้ตามฉลาก หลังจากล้างโคลนและทำความสะอาดพื้นผิวแล้ว ตัวเครื่องช่วยกระจายน้ำยาให้ทั่วพื้นที่กว้าง

SOLO PORT 423 กับเครื่องพ่นยาสะพายหลังมือโยกต่างกันอย่างไร

SOLO PORT 423 ใช้เครื่องยนต์และพัดลมแรงลมสูงถึง 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ส่งละอองได้ไกลประมาณ 12 เมตร ส่วนถังมือโยกใช้แรงคนสร้างแรงดัน พ่นได้ใกล้และละอองใหญ่กว่า เหมาะกับงานจุดเล็ก

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันหรือเปล่า

ไม่ใช่ เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลม ไม่ใช้ความร้อนทำให้น้ำยาเป็นควันเหมือนเครื่องพ่นหมอกควัน

ใช้ SOLO PORT 423 พ่นสารป้องกันโรคพืชได้ไหม

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังเป็นเครื่องมือที่ใช้ในงานเกษตรได้ แต่ต้องใช้สารที่ขึ้นทะเบียนสำหรับพืชนั้นและทำตามฉลาก และต้องล้างถังให้สะอาดทุกครั้งเมื่อสลับระหว่างน้ำยาฆ่าเชื้อกับสารเคมีเกษตร

พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนผลไม้ที่ยังไม่เก็บได้ไหม

ไม่ควร เว้นแต่ฉลากน้ำยาระบุว่าใช้ได้ ผลไม้ที่แช่น้ำท่วมไม่ควรนำไปขายหรือบริโภค ส่วนผลไม้บนต้นที่ไม่ได้สัมผัสน้ำ ควรล้างตามปกติก่อนบรรจุ

เติมน้ำยาเต็มถังแล้ว SOLO PORT 423 หนักเท่าไร

น้ำหนักเปล่าประมาณ 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยา 12 ลิตรจะหนักรวมประมาณ 23 กิโลกรัมขึ้นไป จึงควรปรับสายสะพายให้กระชับและสลับคนพ่น

ต้องใส่อุปกรณ์อะไรบ้างตอนพ่น

ที่ครอบหูหรือที่อุดหู ถุงมือกันสารเคมี แว่นครอบตา หน้ากากที่เหมาะกับน้ำยา เสื้อแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูท ตามฉลากและ SDS ของน้ำยา

หลังพ่นแล้วคนงานกลับเข้าโรงเรือนได้เมื่อไร

ให้ทำตามระยะเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ระบุบนฉลากน้ำยา และเปิดระบายอากาศก่อนกลับเข้าไปทำงาน

ถ้าไม่อยากซื้อเครื่อง มีบริการพ่นให้ไหม

มี สามารถใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นทางเลือกแยกต่างหาก โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ฟื้นฟูสวนและโรงเรือนให้กลับมาสะอาดเร็วขึ้นด้วย SOLO PORT 423

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังจากเยอรมนี ถังน้ำยา 12 ลิตร แรงลม 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ระยะพ่นประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ให้ทีมฟาร์มของคุณพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมได้เองตามตารางของสวน

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

ขอใบเสนอราคาหรือปรึกษาการใช้งาน โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #โรงเรือนเกษตร #สวนผลไม้ #น้ำท่วมระยอง2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อโรงเรือนหลังน้ำท่วม, ฆ่าเชื้อโรงคัดบรรจุผลไม้, สวนผลไม้น้ำท่วม, น้ำท่วมระยอง ปี 2569, น้ำท่วมปลวกแดง มาบยางพร 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้