SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี ปี 2569

ถ้าคุณเป็นผู้จัดการโรงงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) หรือฝ่ายจัดซื้อที่กำลังค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับโรงงาน" หรือ "เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ราคา" หลังเหตุการณ์น้ำท่วมภาคตะวันออก บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณโดยเฉพาะ เราจะพาไปดูว่าทำไมโรงงานที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำอย่าง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ปี 2569 จึงไม่ควรพึ่งพาแค่ถังพ่นมือโยกและสายยางเมื่อต้องฆ่าเชื้อพื้นที่หลายพันตารางเมตรหลังน้ำลด และทำไม SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง จากเยอรมนี ที่ World Health Disinfection (WHD) จำหน่าย จึงเป็นอุปกรณ์ที่ทีมซ่อมบำรุงและทีมความปลอดภัยของโรงงานควรมีไว้ใช้เองอย่างถาวร

สถานการณ์น้ำท่วมพานทอง ชลบุรี ปี 2569 ที่ภาคอุตสาหกรรมต้องจับตา

ตามรายงานของฐานเศรษฐกิจ ระหว่างวันที่ 5 ถึง 6 ตุลาคม 2569 พื้นที่บริเวณวัดคาทอลิก วัดหัวไผ่ หมู่ 1 ตำบลโคกขี้หนอน และหมู่บ้านศิลากร หมู่ 9 ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มีระดับน้ำตั้งแต่หน้าแข้งขึ้นไป และชาวบ้านบางส่วนต้องอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขังมาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 นายอำเภอพานทองระบุว่าพานทองเป็นพื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งรับน้ำมาจากอำเภอบ้านบึงและอำเภอพนัสนิคม รวมถึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ก่อนที่น้ำจะไหลลงแม่น้ำบางปะกง และยังมีน้ำทะเลหนุนซ้ำเติมอีกชั้นหนึ่ง (ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ)

ภาพรวมระดับประเทศก็หนักไม่แพ้กัน ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์)

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ความหมายของตัวเลขเหล่านี้ชัดเจนมาก เมื่อชุมชนรอบโรงงานจมน้ำนานหลายสัปดาห์ พนักงานจำนวนมากเดินทางมาทำงานไม่ได้ ถนนเข้าออกถูกตัดขาด รถขนวัตถุดิบเข้าไม่ถึง และเมื่อน้ำลดแล้ว สิ่งที่รออยู่คือโคลน ตะกอน กลิ่นอับ และเชื้อโรคที่ติดค้างอยู่ตามพื้นโรงงาน ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า โรงอาหาร ห้องน้ำ และลานจอดรถ ทั้งหมดต้องจัดการให้เสร็จก่อนจะเปิดสายการผลิตได้อีกครั้ง

กรณีตัวอย่าง: โรงงานชิ้นส่วนแห่งหนึ่งในพานทอง กับเช้าวันแรกหลังน้ำลด

เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่สร้างขึ้นจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในโรงงานพื้นที่รับน้ำ ไม่ได้อ้างถึงบริษัทจริงรายใด

คุณวิชัย ผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงของโรงงานผลิตชิ้นส่วนขนาดกลางแห่งหนึ่งในอำเภอพานทอง เดินลุยน้ำระดับข้อเท้าเข้าไปสำรวจอาคารผลิตเป็นครั้งแรกหลังจากน้ำเริ่มลดลง สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือคราบโคลนสีน้ำตาลที่เกาะเป็นเส้นตรงบนผนังสูงประมาณครึ่งแข้ง พื้นอีพ็อกซี่ที่เคยเงาวับกลายเป็นสีหม่นและลื่นจนต้องค่อย ๆ ก้าว กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำเน่าลอยออกมาจากโรงอาหารและห้องน้ำพนักงาน ส่วนห้องล็อกเกอร์มีรองเท้าและเสื้อผ้าของพนักงานแช่น้ำอยู่หลายสิบชุด

ผู้บริหารต้องการให้เดินเครื่องจักรได้ภายในสัปดาห์เดียว ลูกค้าโทรมาถามกำหนดส่งของทุกวัน ทีมของคุณวิชัยมีแปดคน มีถังพ่นยามือโยกขนาดเล็กสองถังที่ใช้พ่นยาฆ่าหญ้ารอบรั้ว และสายยางอีกหลายเส้น พื้นที่ที่ต้องจัดการทั้งอาคารผลิต โกดังวัตถุดิบ โรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องพยาบาล และลานจอดรถรวมกันหลายพันตารางเมตร เขาคำนวณคร่าว ๆ แล้วพบว่าถ้าใช้ถังมือโยกพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อหลังล้างโคลนเสร็จ ทีมต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะครอบคลุมทุกจุด และคนพ่นก็จะล้าจนงานไม่สม่ำเสมอ

คำถามที่คุณวิชัยต้องตอบให้ได้ก่อนการประชุมผู้บริหารเย็นวันนั้นจึงไม่ใช่แค่ "จะล้างโคลนอย่างไร" แต่คือ "จะทำให้พื้นที่ทั้งโรงงานสะอาดและพร้อมรับพนักงานกลับมาทำงานอย่างมั่นใจได้เร็วที่สุดอย่างไร" และนี่คือจุดที่เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังเครื่องยนต์อย่าง SOLO PORT 423 เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิดของทีม

ทำไมโรงงานหลังน้ำท่วมจึงต้องฆ่าเชื้อเป็นวงกว้าง

น้ำท่วมที่ไหลผ่านชุมชน ท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ และพื้นที่เกษตร พาเอาสิ่งปนเปื้อนหลายชนิดเข้ามาในอาคารโรงงานด้วย เมื่อน้ำลด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หายไปพร้อมกับน้ำ แต่ตกค้างอยู่ในโคลน คราบบนผนัง ซอกเครื่องจักร ขาโต๊ะ และพื้นผิวที่คนจับบ่อย เชื้อที่ควรรู้จักแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ดังนี้

  • แบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli) ที่มาจากสิ่งปฏิกูล และซัลโมเนลลา (Salmonella) ซึ่งเกี่ยวข้องกับอาการท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ รวมถึงความเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู จากเชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ที่มากับปัสสาวะของหนูและสัตว์ เข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือเยื่อบุเมื่อพนักงานลุยน้ำหรือโคลน
  • ไวรัส เช่น โนโรไวรัสและโรตาไวรัสที่ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน ซึ่งแพร่ได้ง่ายในโรงอาหารและห้องน้ำรวม รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และอาร์เอสวี (RSV) ที่แพร่ได้ดีขึ้นเมื่อคนจำนวนมากกลับมาทำงานในพื้นที่ปิดพร้อมกัน
  • เชื้อรา ที่เติบโตเร็วบนผนังยิปซัม ฝ้า พาเลทไม้ กล่องกระดาษ และฉนวน เมื่อความชื้นยังสูงหลายวันหลังน้ำลด ทำให้เกิดกลิ่นอับและอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้หรือหอบหืดของพนักงาน

สำหรับโรงงาน ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้อยู่แค่ระดับคนคนเดียว แต่เป็นความเสี่ยงระดับองค์กร เพราะพนักงานหลายร้อยคนใช้โรงอาหาร ห้องน้ำ ล็อกเกอร์ และรถรับส่งร่วมกัน หากมีการเจ็บป่วยเป็นกลุ่ม อัตราการขาดงานจะสูงขึ้นทันที ซ้ำเติมกำลังการผลิตที่ลดลงอยู่แล้วจากน้ำท่วม การฆ่าเชื้อเป็นวงกว้างหลังการล้างทำความสะอาดจึงเป็นมาตรการป้องกันที่คุ้มค่ากว่าการรอให้ปัญหาเกิดขึ้นแล้วค่อยแก้

สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยาฆ่าเชื้อที่เลือกใช้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องพ่น เครื่องพ่นมีหน้าที่กระจายน้ำยาให้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ ดังนั้นโรงงานควรเลือกใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และใช้ตามความเข้มข้นและเวลาสัมผัสที่ระบุบนฉลาก เช่น Chemgene HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อ ที่ WHD จำหน่าย และต้องล้างโคลนและคราบสกปรกออกให้หมดก่อนพ่นทุกครั้ง เพราะโคลนและสารอินทรีย์จะลดประสิทธิภาพของน้ำยาลงอย่างมาก

ความเจ็บปวดของโรงงานหลังน้ำลด ที่ตัวเลขในงบการเงินบอกไม่หมด

หนึ่ง พื้นที่ใหญ่เกินกำลังคน อาคารผลิตหนึ่งหลังอาจมีพื้นที่หลายพันตารางเมตร ยังไม่รวมโกดัง โรงอาหาร สำนักงาน และลานภายนอก งานฆ่าเชื้อที่ต้องเดินพ่นทีละตารางเมตรด้วยแรงมือจึงกินเวลาและแรงงานมหาศาล ในขณะที่ทีมเดียวกันต้องดูแลการซ่อมเครื่องจักรและระบบไฟฟ้าไปพร้อมกัน

สอง ทุกวันที่หยุดผลิตคือความเสียหาย สายการผลิตที่หยุดหนึ่งวันหมายถึงคำสั่งซื้อที่เลื่อนออกไป ค่าแรงที่ยังต้องจ่าย และความเสี่ยงที่ลูกค้าจะหันไปหาผู้ผลิตรายอื่น การที่งานฆ่าเชื้อกลายเป็นคอขวดสุดท้ายก่อนเปิดโรงงาน จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารยอมรับไม่ได้

สาม ความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงาน โรงงานมีหน้าที่ดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัย พนักงานที่กลับมาทำงานหลังน้ำท่วมมักกังวลเรื่องกลิ่น เชื้อรา และโรคติดต่อ หากบริษัทไม่มีมาตรการที่มองเห็นได้ ขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นจะลดลง

สี่ มาตรฐานลูกค้าและการตรวจประเมิน โรงงานที่ผลิตอาหาร บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์การแพทย์ หรือชิ้นส่วนที่ส่งให้แบรนด์ใหญ่ ต้องผ่านการตรวจประเมินด้านสุขอนามัยและระบบคุณภาพ หลังน้ำท่วม ลูกค้ามักขอหลักฐานว่าโรงงานได้ทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบแล้ว การมีขั้นตอนที่บันทึกได้และทำซ้ำได้จึงสำคัญมาก

ห้า ชื่อเสียงขององค์กร ข่าวการเจ็บป่วยเป็นกลุ่มของพนักงานโรงงานหลังน้ำท่วมแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียได้เร็ว และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ได้มากกว่าค่าอุปกรณ์ป้องกันหลายเท่า

หก น้ำท่วมซ้ำในพื้นที่ปลายน้ำ พื้นที่อย่างพานทองซึ่งรับน้ำจากต้นทางและได้รับผลจากน้ำทะเลหนุน มีโอกาสเผชิญน้ำท่วมขังซ้ำได้ในฤดูฝนถัดไป การลงทุนในอุปกรณ์ที่ใช้ได้หลายปีจึงคุ้มค่ากว่าการแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าทุกครั้ง

ทำไมถังพ่นมือโยก สายยาง และถังน้ำจึงไม่พอสำหรับงานระดับโรงงาน

โรงงานส่วนใหญ่มีอุปกรณ์ทำความสะอาดพื้นฐานอยู่แล้ว เช่น เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง ไม้ถูพื้น ถังน้ำ และถังพ่นยามือโยกสำหรับงานสวน อุปกรณ์เหล่านี้มีประโยชน์ในขั้นตอนล้างโคลน แต่เมื่อถึงขั้นตอนพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ข้อจำกัดจะเริ่มชัดขึ้น

  • ถังพ่นมือโยก ต้องโยกสร้างแรงดันตลอดเวลา ละอองที่ได้มีขนาดใหญ่และไม่สม่ำเสมอ ระยะพ่นสั้น ต้องเดินเข้าใกล้ทุกจุด ทำให้เปลืองแรงคนและน้ำยามาก และพื้นผิวมักเปียกเป็นจุด ๆ แทนที่จะเคลือบบาง ๆ ทั่วกัน
  • การราดหรือเช็ดด้วยถังน้ำ เหมาะกับพื้นที่เล็ก แต่ไม่สามารถเข้าถึงผนังสูง ด้านหลังชั้นวาง ใต้สายพาน หรือโครงหลังคาได้อย่างทั่วถึง
  • เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง เหมาะกับการล้างคราบ แต่ไม่เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ เพราะใช้น้ำมาก ทำให้น้ำยาเจือจางและไหลทิ้ง อีกทั้งแรงดันสูงอาจทำให้ละอองสกปรกฟุ้งกระจาย
  • สเปรย์ขวดเล็ก เหมาะกับจุดสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิดประตูหรือโต๊ะทำงาน แต่ไม่มีทางครอบคลุมพื้นที่ระดับพันตารางเมตร

ปัญหาร่วมของอุปกรณ์เหล่านี้คือ สเกลไม่พอ โรงงานต้องการเครื่องมือที่ให้คนหนึ่งคนครอบคลุมพื้นที่กว้างได้ภายในเวลาจำกัด ใช้น้ำยาอย่างประหยัด และพ่นได้ทั้งแนวราบและเข้าถึงซอกมุมที่สูงหรือไกล นี่คือเหตุผลที่เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ถูกออกแบบมา

อีกเรื่องหนึ่งที่ควรเข้าใจให้ถูกต้องคือ หลายคนค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" เมื่อต้องการพ่นฆ่าเชื้อ แต่เครื่องพ่นหมอกควันเป็นเครื่องที่ใช้ความร้อนสร้างหมอก ส่วน SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยแบบใช้แรงลม (mistblower) ที่ไม่ใช้ความร้อน ใช้พัดลมจากเครื่องยนต์เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองและส่งออกไปไกล จึงเป็นอุปกรณ์คนละประเภทกัน และเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวในอาคารและพื้นที่กว้าง

คำตอบสำหรับโรงงาน: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังจากเยอรมนี

SOLO PORT 423 ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH เมืองซินเดลฟิงเงน ประเทศเยอรมนี เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว ออกแบบมาสำหรับงานพ่นที่ต้องการแรงลมสูงและครอบคลุมพื้นที่กว้าง ตัวเลขสำคัญมีดังนี้

  • ปริมาตรกระบอกสูบ 72.3 ลูกบาศก์เซนติเมตร (cm³) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • กำลังเครื่องยนต์ 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • ถังน้ำยาความจุ 12 ลิตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • ปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • น้ำหนักเครื่องเปล่าประมาณ 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO
  • ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 1.4 ลิตร คาร์บูเรเตอร์ลูกลอย BING ระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ และกระบอกสูบเคลือบนิกาซิล (Nikasil) ตามข้อมูลสินค้าของ WHD
  • ขนาดละอองเฉลี่ยต่ำกว่า 30 ไมครอน แบบ ULV ซึ่งช่วยประหยัดน้ำยา ตามข้อมูลสินค้าของ WHD (ลักษณะละอองที่ได้จริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า)

หัวใจของเครื่องนี้คือพัดลมแรงลมสูงที่เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองฝอยแล้วส่งออกไปไกล ลมที่แรงช่วยพาละอองเข้าไปถึงซอกหลังชั้นวาง ใต้โต๊ะทำงาน และโครงสร้างที่สูงกว่าระดับแขน ซึ่งถังพ่นมือโยกเข้าไม่ถึง ผู้ใช้งานเพียงคนเดียวสามารถเดินพ่นตามแนวทางเดินในอาคารผลิตหรือโกดังได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องหยุดโยกสร้างแรงดัน

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องมาพร้อมหัวพ่นยาวและหัวกระจายมุมกว้าง ท่อพ่นหมุนปรับทิศทางได้ ถังน้ำยาโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง ก้านควบคุมมือเดียวที่รวมคันเร่ง การปรับปริมาณน้ำยา และสวิตช์ดับเครื่องไว้ในจุดเดียว สายสะพายบุนวม และระบบลดแรงสั่นสะเทือนแบบสี่จุด ซึ่งช่วยให้ทีมทำงานได้นานขึ้นอย่างสบายกว่าเดิม ส่วนข้อมูลจากตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศระบุว่าอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วยหัวพ่นละอองแบบปรับได้สี่ระดับ หัวพ่นระยะไกล ตะแกรงกระจายมุมกว้าง และแผ่นเบี่ยงทิศทางสองด้าน สำหรับชุดอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ควรสอบถามรายละเอียดกับตัวแทนจำหน่ายโดยตรง

สิ่งที่โรงงานควรรู้อีกข้อคือ WHD ระบุว่าเครื่องนี้เหมาะกับพื้นที่สาธารณะ อาคาร โรงงาน ห้างสรรพสินค้า โรงเรียน โรงพยาบาล โรงเรือน และยานพาหนะ และมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งตรงกับลักษณะงานของโรงงานอุตสาหกรรมที่มีพื้นที่กว้างและมีทีมงานภายในพร้อมดูแลเครื่อง

10 เหตุผลที่โรงงานอุตสาหกรรมควรมี SOLO PORT 423 ไว้ประจำทีมซ่อมบำรุง

  1. ครอบคลุมพื้นที่กว้างด้วยคนน้อยลง แรงลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงและระยะพ่นแนวราบราว 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยให้คนหนึ่งคนทำงานได้กว้างกว่าการใช้ถังมือโยกหลายเท่า
  2. ลดเวลาหยุดสายการผลิต เมื่อขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อไม่เป็นคอขวด โรงงานก็กลับมาเดินเครื่องได้เร็วขึ้น ซึ่งมีค่ามากในช่วงที่ลูกค้ารอสินค้า
  3. ประหยัดน้ำยาฆ่าเชื้อ ละอองละเอียดแบบ ULV ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ช่วยให้น้ำยาเคลือบพื้นผิวได้บางและทั่วถึง แทนการราดจนไหลทิ้ง
  4. เข้าถึงจุดสูงและซอกลึก ท่อพ่นหมุนได้และลมแรงช่วยส่งละอองไปถึงผนังสูง ชั้นวางสินค้า และใต้โครงสร้างเครื่องจักรที่เข้าถึงยาก
  5. ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า หลังน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าในอาคารมักต้องตรวจสอบก่อนเปิดใช้ เครื่องยนต์ในตัวทำให้ทีมเริ่มงานได้ทันทีโดยไม่ต้องลากสายไฟผ่านพื้นที่เปียก
  6. เครื่องยนต์คุณภาพเยอรมัน ชิ้นส่วนจาก MAHLE และ BING กับกระบอกสูบนิกาซิล ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ออกแบบมาให้ทนต่อการใช้งานหนักต่อเนื่อง
  7. ใช้ได้ทุกปี ไม่ใช่แค่ช่วงน้ำท่วม นอกจากงานหลังน้ำลด ยังใช้กับงานสุขาภิบาลประจำ เช่น พ่นฆ่าเชื้อโรงอาหาร ห้องน้ำ และพื้นที่ส่วนกลางตามรอบที่โรงงานกำหนด
  8. ควบคุมง่ายด้วยมือเดียว ก้านควบคุมรวมคันเร่ง ปริมาณน้ำยา และสวิตช์หยุด ทำให้ผู้ใช้ปรับการทำงานได้ทันทีเมื่อเข้าใกล้พื้นที่อ่อนไหว
  9. เหมาะกับระบบบันทึกงาน เมื่อมีเครื่องของตัวเอง โรงงานสามารถกำหนดขั้นตอนมาตรฐาน บันทึกวันที่ พื้นที่ น้ำยา และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการตรวจประเมินของลูกค้าได้
  10. มีผู้จำหน่ายในประเทศให้คำปรึกษา สอบถามรายละเอียดและ ขอใบเสนอราคา SOLO PORT 423 ได้โดยตรงกับ WHD ทั้งทางโทรศัพท์และ LINE

ก่อนและหลัง: งานฆ่าเชื้อในโรงงานเมื่อมีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

ก่อน: ใช้ถังมือโยกและสายยาง

  • คนพ่นต้องหยุดโยกถังทุกไม่กี่นาที งานเดินช้าและไม่ต่อเนื่อง
  • ละอองหยาบ น้ำยาไหลนองพื้น สิ้นเปลืองและพื้นลื่น
  • ผนังสูง ชั้นวาง และใต้เครื่องจักรถูกข้ามไปเพราะเข้าไม่ถึง
  • งานกินเวลาหลายวัน สายการผลิตต้องรอ
  • ไม่มีมาตรฐานเดียวกัน แต่ละคนพ่นไม่เหมือนกัน

หลัง: ใช้ SOLO PORT 423

  • เดินพ่นต่อเนื่องตามแนวทางเดิน ครอบคลุมพื้นที่กว้างในเวลาสั้นลง
  • ละอองละเอียดเคลือบพื้นผิวบางและทั่วถึง ใช้น้ำยาตามที่ฉลากกำหนด
  • ลมแรงช่วยส่งละอองไปถึงจุดสูงและซอกลึก
  • วางแผนเปิดสายการผลิตได้แม่นยำขึ้น
  • มีขั้นตอนมาตรฐานและบันทึกงานที่ตรวจสอบย้อนหลังได้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อโรงงานหลังน้ำลด ฉบับทีมซ่อมบำรุงและ จป.

  1. ประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่ ให้ช่างไฟฟ้าตรวจและตัดไฟในโซนที่ยังเปียก ตรวจโครงสร้างอาคาร ชั้นวางที่อาจล้ม และสารเคมีในโรงงานที่อาจรั่วไหลจากภาชนะ กันพื้นที่ที่ยังอันตรายไว้ก่อน
  2. ขนย้ายและคัดแยกของเสียหาย แยกวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ กล่องกระดาษ และพาเลทไม้ที่แช่น้ำออกจากพื้นที่ จัดการตามระเบียบของเสียของโรงงาน ถ่ายภาพเก็บไว้เพื่อใช้กับประกันภัย
  3. ล้างโคลนและคราบให้หมด ใช้พลั่ว ไม้กวาด และเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงล้างพื้น ผนัง และขาเครื่องจักร ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่ดีบนพื้นผิวที่ยังมีโคลนเกาะ
  4. ระบายความชื้น เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมอุตสาหกรรมหรือเครื่องลดความชื้นตามความเหมาะสม เพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา
  5. เลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียน อ่านฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ให้ครบ ผสมตามอัตราที่ฉลากกำหนด และตรวจว่าน้ำยาเหมาะกับพื้นผิวในโรงงาน เช่น โลหะ พื้นอีพ็อกซี่ หรือพื้นที่สัมผัสอาหาร
  6. เตรียมเครื่องและผู้ปฏิบัติงาน ตรวจสภาพเครื่อง เติมน้ำมันขณะเครื่องดับและเย็นแล้ว เติมน้ำยาลงถัง สวมอุปกรณ์ป้องกันครบชุด และแจ้งให้พนักงานคนอื่นออกจากโซนที่จะพ่น
  7. พ่นเป็นโซน แบ่งโรงงานเป็นโซน เช่น อาคารผลิต โกดัง โรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องพยาบาล และสำนักงาน เริ่มจากด้านในสุดแล้วถอยออกมาทางประตู พ่นจากบนลงล่าง ไม่พ่นใส่ตู้ควบคุมไฟฟ้าหรือแผงวงจรโดยตรง
  8. รอให้ครบเวลาสัมผัส ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากระบุ จากนั้นเช็ดหรือล้างซ้ำในพื้นที่สัมผัสอาหารหากฉลากกำหนด
  9. ระบายอากาศและเปิดพื้นที่ เปิดให้พนักงานกลับเข้าพื้นที่หลังพ้นระยะเวลาห้ามเข้าตามฉลาก
  10. บันทึกและวางรอบพ่นซ้ำ จดวันที่ โซน ชื่อน้ำยา อัตราผสม และผู้ปฏิบัติงาน แล้วกำหนดรอบพ่นซ้ำในจุดเสี่ยง เช่น ห้องน้ำและโรงอาหาร ในช่วงสัปดาห์แรกหลังเปิดงาน

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังในโรงงาน

เครื่องพ่นละอองฝอยแบบเครื่องยนต์เป็นอุปกรณ์ที่มีพลังสูง จึงต้องใช้อย่างมีวินัย ฝ่ายความปลอดภัยของโรงงานควรนำหัวข้อต่อไปนี้ไปเขียนเป็นวิธีปฏิบัติงานมาตรฐาน

  • ป้องกันการได้ยินทุกครั้ง ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A) และระดับกำลังเสียง 110 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ผู้ปฏิบัติงานต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูลดเสียง และควรจัดให้อยู่ในโปรแกรมอนุรักษ์การได้ยินของโรงงาน
  • จำกัดเวลาทำงานต่อเนื่อง ค่าความสั่นสะเทือนไม่เกิน 6.3 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ควรสลับคนพ่นและพักเป็นระยะ ถึงแม้เครื่องจะมีระบบลดแรงสั่นสี่จุดและสายสะพายบุนวมก็ตาม
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมีตามฉลากและ SDS ถุงมือกันสารเคมี แว่นครอบตาหรือหน้ากากกันกระเด็น หน้ากากป้องกันระบบหายใจชนิดที่เหมาะกับน้ำยา เสื้อแขนยาวหรือชุดคลุม และรองเท้าบูท
  • เติมน้ำมันอย่างปลอดภัย ดับเครื่องและรอให้เครื่องเย็นก่อนเติมน้ำมันเสมอ ทำในที่โล่ง ห่างจากประกายไฟ เปลวไฟ และพื้นที่เก็บสารไวไฟของโรงงาน
  • คำนึงถึงน้ำหนัก เครื่องเปล่าหนักประมาณ 11 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตรจะหนักรวมราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ควรปรับสายสะพายให้กระชับ ยกขึ้นหลังด้วยท่าที่ถูกต้อง หรือให้เพื่อนช่วยยก
  • กันคนและสัตว์ออกจากโซนพ่น ติดป้ายและกั้นพื้นที่ ไม่พ่นใส่คน ไม่พ่นสวนทางลม และไม่พ่นใกล้แหล่งอาหารหรือน้ำดื่มที่ไม่ได้ปิดคลุม
  • ปฏิบัติตามระยะเวลาห้ามกลับเข้าพื้นที่ ตามที่ฉลากน้ำยากำหนด และระบายอากาศก่อนให้พนักงานกลับเข้าทำงาน
  • ฝึกอบรมก่อนใช้งานจริง ผู้ใช้งานควรได้รับการอบรมการสตาร์ต การปรับปริมาณน้ำยา การดับเครื่องฉุกเฉิน และการบำรุงรักษาเบื้องต้น และอ่านคู่มือของผู้ผลิตให้ครบ

สำหรับพนักงานที่ลุยน้ำหรือทำความสะอาดโคลน หากมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ท้องร่วง หรือมีบาดแผลอักเสบ ควรไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อเป็นมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ได้ทดแทนการดูแลรักษาทางการแพทย์

ซื้อเครื่องไว้ใช้เอง หรือจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อ แบบไหนเหมาะกับโรงงานของคุณ

โรงงานที่มีพื้นที่ใหญ่ มีทีมซ่อมบำรุงหรือทีมความปลอดภัยประจำ และต้องการพ่นฆ่าเชื้อเป็นรอบสม่ำเสมอ ทั้งหลังน้ำท่วมและในงานสุขาภิบาลประจำปี การมี SOLO PORT 423 ไว้เป็นครุภัณฑ์ของตัวเองช่วยให้ตอบสนองได้ทันที ไม่ต้องรอคิว และควบคุมคุณภาพงานได้เอง

ส่วนโรงงานขนาดเล็กหรือโรงงานที่ไม่มีบุคลากรพร้อมดูแลเครื่อง อาจเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นอีกทางเลือกหนึ่งแยกต่างหาก ซึ่งทีมงานจะใช้อุปกรณ์และน้ำยาของบริการเอง หลายองค์กรเลือกผสมทั้งสองแบบ คือมีเครื่องไว้ใช้งานประจำ และเรียกบริการเสริมในช่วงที่พื้นที่เสียหายมากเกินกำลังทีม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

SOLO PORT 423 ราคาเท่าไหร่

WHD ไม่ได้แสดงราคาบนหน้าเว็บ เนื่องจากราคาขึ้นกับจำนวนและเงื่อนไขการสั่งซื้อ สามารถขอใบเสนอราคาได้ที่โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ซึ่งเหมาะกับโรงงานที่ต้องใช้ใบเสนอราคาประกอบการอนุมัติจัดซื้อ

เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังใช้ฆ่าเชื้อในโรงงานได้ไหม

ได้ เครื่องทำหน้าที่กระจายน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วถึง ส่วนผลการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยาที่เลือกใช้ ควรใช้น้ำยาที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะกับพื้นผิวในโรงงาน ใช้ตามฉลาก และล้างโคลนก่อนพ่นเสมอ

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันหรือเปล่า

ไม่ใช่ SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยแบบใช้แรงลมจากพัดลมเครื่องยนต์ ไม่ใช้ความร้อนสร้างหมอกเหมือนเครื่องพ่นหมอกควัน จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาลงบนพื้นผิวในอาคารและพื้นที่กว้าง

พ่นได้ไกลแค่ไหน และครอบคลุมพื้นที่ได้เท่าไหร่

ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO พื้นที่ที่ทำได้ต่อวันขึ้นกับผังโรงงาน สิ่งกีดขวาง และอัตราการใช้น้ำยาตามฉลาก จึงควรทดลองพ่นในโซนตัวอย่างก่อนวางแผนทั้งโรงงาน

ต้องล้างโคลนก่อนพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมไหม

ต้องล้างก่อนทุกครั้ง โคลนและคราบสารอินทรีย์ทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่เต็มที่ ลำดับที่ถูกต้องคือขนของเสียหายออก ล้างโคลน ระบายความชื้น แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออะไรกับเครื่องพ่นละอองฝอยดี

เลือกน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและฉลากระบุว่าใช้กับวิธีพ่นได้ เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย ใช้ตามอัตราผสมและเวลาสัมผัสบนฉลาก และตรวจความเข้ากันได้กับวัสดุในโรงงาน

เครื่องหนักไหม พนักงานผู้หญิงใช้ได้หรือเปล่า

เครื่องเปล่าหนักประมาณ 11 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO และรวมราว 23 กิโลกรัมขึ้นไปเมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง ผู้ใช้งานทุกเพศควรผ่านการฝึกอบรม ปรับสายสะพายให้พอดี และสลับคนพ่นเพื่อลดความล้า

เสียงดังแค่ไหน ต้องใช้อุปกรณ์ป้องกันอะไร

ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO จึงต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันการได้ยินทุกครั้ง ร่วมกับอุปกรณ์ป้องกันสารเคมีตามฉลากน้ำยา

โรงงานไม่อยากซื้อเครื่อง มีทางเลือกอื่นไหม

มี สามารถติดต่อบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหาก ทีมงานใช้อุปกรณ์ของบริการเอง เหมาะกับงานครั้งเดียวหรือโรงงานที่ยังไม่มีทีมดูแลเครื่อง

พร้อมให้โรงงานของคุณฟื้นตัวเร็วขึ้นหลังน้ำท่วม ปี 2569

ปรึกษาการเลือกเครื่อง น้ำยา และขอใบเสนอราคา SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ได้ทันที

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อโรงงาน #น้ำท่วมพานทอง2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรงงาน, พ่นฆ่าเชื้อโรงงานหลังน้ำท่วม, ครุภัณฑ์เครื่องพ่น, น้ำท่วมพานทอง ชลบุรี ปี 2569, น้ำท่วมชลบุรี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้