SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับวัดและศาสนสถาน พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม องครักษ์ นครนายก ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  12 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับวัดและศาสนสถาน พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม องครักษ์ นครนายก ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับวัดและศาสนสถาน พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม องครักษ์ นครนายก ปี 2569

ถ้าคุณเป็นเจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการวัด อิหม่ามและกรรมการมัสยิด ผู้ดูแลโบสถ์คริสต์ หรือเจ้าหน้าที่ อบต. และเทศบาลที่ดูแลศาสนสถานในพื้นที่ แล้วกำลังค้นหาว่า "พ่นฆ่าเชื้อวัดหลังน้ำท่วมทำอย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับศาสนสถาน" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ ศาสนสถานในชนบทไทยไม่ใช่แค่สถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์กลางชุมชน เป็นที่ตั้งโรงครัว จุดแจกของ ที่พักพิงชั่วคราว และที่ประชุมของหมู่บ้าน เมื่อน้ำลด วัดจึงเป็นสถานที่แรก ๆ ที่ชาวบ้านจะกลับมารวมตัวกัน เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมบริเวณวัดอรุณรังษี ตำบลบางลูกเสือ และตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมวัดและศาสนสถานจึงควรมี เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 หรือมีไว้ใช้ร่วมกันในระดับตำบล

สถานการณ์น้ำท่วม ปี 2569: ภาพรวมประเทศ และองครักษ์ นครนายก

ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. น้ำท่วม ปี 2569 กระทบ 27 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ มีวัด มัสยิด และโบสถ์จำนวนมากที่ถูกน้ำท่วมเอง หรือเปิดเป็นที่พึ่งของชาวบ้านระหว่างน้ำท่วม

ที่จังหวัดนครนายก เดลินิวส์รายงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่าหลังฝนตกหนักระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 เขื่อนขุนด่านปราการชลมีปริมาณน้ำเก็บกัก 218.66 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 97.61 จึงต้องระบายน้ำลงแม่น้ำนครนายก ทำให้น้ำท่วม 4 อำเภอ ทั้งบ้านเรือน รีสอร์ต และวัด โดยพื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงรวมถึงบริเวณวัดอรุณรังษี ตำบลบางลูกเสือ และตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ และมีการตั้งโรงครัวช่วยเหลือ 6 จุด เช่น ที่ตำบลทรายมูล ซึ่งใช้วัดคลองหนึ่งเป็นที่ตั้ง

ข้อมูลนี้สะท้อนบทบาทของวัดในภาวะน้ำท่วมได้ชัดเจน วัดคือทั้งพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และพื้นที่ที่ใช้ช่วยเหลือผู้อื่นไปพร้อมกัน เมื่อน้ำลด งานฟื้นฟูวัดจึงต้องทำทั้งเพื่อพระสงฆ์ เพื่อญาติโยม และเพื่อให้วัดพร้อมเป็นศูนย์กลางของชุมชนต่อไป

ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ อ้างข้อมูล ปภ. ณ 7 ต.ค. 2569 06.00 น. (https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548715) และเดลินิวส์ 5 ต.ค. 2569 (https://www.dailynews.co.th/news/6250170/)

กรณีตัวอย่าง: เช้าวันที่น้ำลดจากลานวัดริมแม่น้ำนครนายก

หมายเหตุ: เรื่องเล่าในส่วนนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่สร้างขึ้นจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในวัดที่ถูกน้ำท่วม ไม่ได้อ้างถึงวัดหรือบุคคลจริงรายใดรายหนึ่ง

ตลอดสัปดาห์ที่น้ำท่วม พระสงฆ์ในวัดริมแม่น้ำแห่งหนึ่งต้องย้ายขึ้นไปพักบนชั้นสองของกุฏิ ศาลาการเปรียญที่อยู่บนที่สูงกลายเป็นที่เก็บข้าวของของชาวบ้าน และโรงครัวด้านข้างกลายเป็นจุดทำอาหารแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้าน ลุงเสถียร ไวยาวัจกรของวัด เดินลุยน้ำทุกวันเพื่อดูแลเครื่องสูบน้ำ ขนถุงข้าวสาร และพาชาวบ้านขึ้นลงเรือ

เมื่อน้ำลดลงจากลานวัด ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนใจหาย ลานปูนหน้าโบสถ์มีโคลนหนาเป็นคืบ ห้องน้ำรวมด้านหลังวัดมีน้ำเสียเอ่อจากบ่อเกรอะ ใต้ถุนกุฏิไม้มีกลิ่นอับและคราบเชื้อราขึ้นตามเสา ทางเดินระหว่างศาลากับโรงครัวมีเศษขยะและซากกิ่งไม้ติดอยู่ ส่วนเต็นท์ที่ใช้แจกอาหารก็เปียกชื้นจนเริ่มส่งกลิ่น

ชาวบ้านกว่ายี่สิบคนมาช่วยกันลงแขกล้างวัดตั้งแต่เช้า โคลนถูกตักออก พื้นถูกฉีดน้ำล้าง แต่เมื่อถึงขั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ วัดมีเพียงถังพ่นยามือโยกที่ชาวบ้านยืมมาจากสวน แต่ละคนพ่นหนาบางไม่เท่ากัน ใต้ถุนกุฏิ หลังห้องน้ำ และแนวกำแพงวัดยาวหลายร้อยเมตร แทบไม่มีใครพ่นถึง พอถึงเย็น หลายคนต้องกลับไปทำความสะอาดบ้านของตัวเองต่อ

เย็นวันนั้นเจ้าอาวาสปรารภกับนายก อบต. ว่า "ถ้าตำบลเรามีเครื่องพ่นที่มีเครื่องยนต์ เป่าละอองไปได้ไกล ๆ สักเครื่อง จะได้ช่วยวัดทุกวัดในตำบลพ่นให้ทั่ว แล้วญาติโยมจะได้กลับมาทำบุญอย่างสบายใจ" ความคิดนี้คือคำตอบที่หลายชุมชนกำลังมองหาหลังน้ำท่วม ปี 2569

เชื้อโรคหลังน้ำท่วมที่วัดและศาสนสถานต้องระวัง

วัดเป็นสถานที่ที่คนหลายวัยมารวมกัน ทั้งผู้สูงอายุที่มาทำบุญเป็นประจำ เด็กที่มากับพ่อแม่ และชาวบ้านที่มาช่วยงาน นอกจากนี้ยังมีโรงครัวที่ทำอาหารให้คนจำนวนมาก ห้องน้ำรวม และพื้นที่ที่พระสงฆ์พักอาศัย เมื่อน้ำท่วมพาสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะ ท่อระบายน้ำ และคอกสัตว์ในหมู่บ้านเข้ามา เชื้อเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังในระดับกลุ่ม

  • แบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่ทำให้ท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ เป็นความเสี่ยงสำคัญของโรงครัววัดและโรงทาน
  • เลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู พื้นที่วัดที่มีต้นไม้และกองวัสดุมักมีหนูอาศัยอยู่ ชาวบ้านที่มาช่วยล้างวัดโดยไม่สวมรองเท้าบูทมีความเสี่ยง หากมีไข้สูงและปวดน่องหลังลุยน้ำต้องพบแพทย์ทันที
  • ไวรัสระบบทางเดินอาหาร เช่น โนโรไวรัส (norovirus) และโรตาไวรัส (rotavirus) ที่แพร่ผ่านมือและพื้นผิวที่ใช้ร่วมกัน เช่น ราวบันได ประตูห้องน้ำ และภาชนะในโรงครัว
  • ไวรัสระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ (influenza) และอาร์เอสวี (RSV) ซึ่งแพร่ได้ง่ายในศาลาที่มีคนนั่งรวมกันจำนวนมากช่วงฤดูฝน
  • เชื้อรา ที่ขึ้นบนเสาไม้ ผนังปูน เสื่อ และผ้าม่านในศาลาและกุฏิ ส่งผลต่อพระสงฆ์และผู้สูงอายุที่เป็นภูมิแพ้หรือโรคทางเดินหายใจ

สิ่งที่ทำให้วัดแตกต่างจากบ้านทั่วไปคือ วัดเป็น "พื้นที่ส่วนรวม" ที่ทุกคนในหมู่บ้านใช้ร่วมกัน หากวัดยังไม่สะอาด เชื้อจากน้ำท่วมก็มีโอกาสส่งต่อไปยังหลายครอบครัวพร้อมกันในวันเดียว ทั้งผ่านการรับประทานอาหารในโรงทาน การใช้ห้องน้ำรวม และการนั่งรวมกันในศาลา

ต้องย้ำว่า การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาดเสมอ และไม่ใช่การรักษาโรค พระสงฆ์หรือชาวบ้านที่มีอาการเจ็บป่วยหลังน้ำท่วมต้องพบแพทย์

ปัญหาที่วัดและศาสนสถานต้องเผชิญหลังน้ำลด

1. พื้นที่กว้างและมีหลายอาคาร วัดหนึ่งแห่งมีทั้งลานวัด อุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร กุฏิ หอฉัน โรงครัว ห้องน้ำรวม ลานจอดรถ และกำแพงล้อมรอบ บางวัดมีพื้นที่หลายไร่ งานล้างและฆ่าเชื้อจึงใหญ่กว่าบ้านเรือนหลายสิบเท่า

2. แรงงานส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร วัดพึ่งพาชาวบ้านที่มาช่วยด้วยใจ แต่ชาวบ้านเองก็มีบ้านที่ถูกน้ำท่วมต้องดูแล แรงงานจึงมาได้ไม่สม่ำเสมอ หากงานแต่ละขั้นใช้เวลานาน วัดจะฟื้นฟูได้ช้า

3. ศาสนกิจรอไม่ได้ งานบุญตามประเพณี การทำบุญอุทิศส่วนกุศล การบวช และการละหมาดหรือนมัสการตามศาสนา ล้วนต้องการพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัย การเลื่อนกิจกรรมออกไปนานส่งผลต่อจิตใจของชุมชนที่เพิ่งผ่านความยากลำบากมา

4. ความเปราะบางของผู้มาวัด ผู้สูงอายุคือกลุ่มที่มาวัดบ่อยที่สุด และเป็นกลุ่มที่ร่างกายรับมือกับการติดเชื้อได้ยากที่สุด ความสะอาดของวัดจึงเชื่อมโยงกับสุขภาพของคนกลุ่มนี้โดยตรง

5. ความต้องการเฉพาะของศาสนสถาน พระพุทธรูป คัมภีร์ ภาพจิตรกรรม ไม้แกะสลัก และวัตถุมงคล ต้องได้รับการดูแลด้วยความเคารพ ไม่ควรพ่นสารเคมีใส่โดยตรง การทำงานจึงต้องมีแผนและคนที่เข้าใจทั้งเรื่องการฆ่าเชื้อและเรื่องการดูแลศาสนวัตถุ

6. งบประมาณจำกัด วัดส่วนใหญ่มีงบประมาณจากการบริจาค การจ้างทีมจากภายนอกทุกครั้งที่น้ำท่วมอาจเป็นภาระ ขณะที่การมีเครื่องเป็นของตำบลหรือเครือข่ายวัด และใช้ร่วมกันหลายแห่ง อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ทำไมถังพ่นมือโยกและไม้ถูพื้น จึงไม่พอสำหรับวัดทั้งวัด

ไม้กวาด ไม้ถูพื้น สายยาง และถังพ่นยามือโยก เป็นเครื่องมือที่วัดทุกแห่งมีอยู่แล้ว และยังจำเป็นสำหรับงานล้างทำความสะอาด แต่เมื่อถึงขั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วพื้นที่หลายไร่ ปัญหาก็ตามมา

  • ระยะพ่นสั้น ใต้ถุนกุฏิ ซอกระหว่างอาคาร แนวกำแพงยาว และใต้ชายคาสูงของศาลา เข้าถึงได้ยาก ผู้พ่นต้องก้มหรือปีนเข้าไป
  • คุณภาพไม่สม่ำเสมอ เมื่ออาสาสมัครหลายคนผลัดกันพ่น แต่ละคนใช้น้ำยาไม่เท่ากัน บางจุดได้มากจนไหลนอง บางจุดแทบไม่ได้เลย
  • เหนื่อยและช้า การสูบลมด้วยมือทั้งวันทำให้คนเหนื่อยล้า งานที่ควรเสร็จในวันเดียวอาจกินเวลาหลายวัน
  • เปลืองน้ำยา ละอองหยดใหญ่ไหลลงพื้นและระบายทิ้ง โดยไม่ได้เคลือบพื้นผิวให้ครบตามเวลาสัมผัสที่ฉลากกำหนด

นี่คือเหตุผลที่เครือข่ายวัดและ อบต. หลายแห่งเริ่มมองหา เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบมีเครื่องยนต์ ที่ใช้แรงลมจากพัดลมพาละอองไปได้ไกลและทั่วถึงกว่า เหมาะกับพื้นที่กว้างและมีหลายอาคารอย่างวัด

คำตอบสำหรับวัดและศาสนสถาน: SOLO PORT 423

SOLO PORT 423 หรือ โซโล พอร์ต 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี จำหน่ายโดย World Health Disinfection (WHD) เครื่องยนต์หมุนพัดลมสร้างกระแสลมแรง น้ำยาที่ผสมไว้ในถังจะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสลมที่ปลายท่อ แตกเป็นละอองและถูกเป่าออกไปไกล ผู้ใช้งานจึงยืนอยู่บนลานวัดแล้วพ่นให้ละอองเข้าถึงใต้ถุนกุฏิ ใต้ชายคา และแนวกำแพงได้ โดยไม่ต้องเข้าไปทุกซอก

สเปกสำคัญ (ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO)

รายการค่า
เครื่องยนต์2 จังหวะ 1 สูบ 72.3 ซม.³
กำลังเครื่องยนต์3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
ถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน97 dB(A)

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ ULV ให้ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา ขนาดละอองจริงขึ้นอยู่กับหัวพ่นและการปรับตั้งเครื่อง

จุดเด่นที่เหมาะกับงานในวัด (ตามข้อมูลสินค้าของ WHD)

  • ท่อพ่นยาวหมุนปรับทิศได้ และหัวกระจายมุมกว้าง เลือกพ่นเฉพาะพื้นและผนังที่ต้องการ หลีกเลี่ยงศาสนวัตถุได้ง่าย
  • คันบังคับมือเดียว ควบคุมคันเร่ง ปริมาณน้ำยา และดับเครื่องได้ทันที เมื่อต้องหยุดพ่นใกล้จุดที่ต้องระวัง
  • ถังโปร่งแสงทนรังสียูวี เห็นระดับน้ำยาได้ชัด และปากถังกว้าง เติมน้ำยาสะดวก
  • สายสะพายบุนวม และระบบกันสะเทือน 4 จุด ช่วยให้อาสาสมัครทำงานได้สบายขึ้น
  • ผลิตในเยอรมนี ใช้ชิ้นส่วน MAHLE คาร์บูเรเตอร์ BING และกระบอกสูบเคลือบ Nikasil

ผู้ผลิตมีชุดอุปกรณ์เสริมในกลุ่มสินค้า SOLO สำหรับงานเฉพาะ แนะนำให้สอบถาม WHD ก่อน เพื่อเลือกการตั้งค่าที่ตรงกับงานของวัด

เครื่องพ่นละอองฝอย กับเครื่องพ่นหมอกควัน ไม่เหมือนกัน

ชาวบ้านหลายคนคุ้นกับ "เครื่องพ่นหมอกควัน" ที่ อบต. นำมาพ่นกำจัดยุงในวัดและหมู่บ้าน จึงอาจคิดว่าเป็นเครื่องชนิดเดียวกัน แต่ SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้สารเคมีกลายเป็นควันสีขาว ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้แตกตัวเป็นละอองโดยไม่ใช้ความร้อน

สำหรับวัด ความแตกต่างนี้มีความหมาย เพราะงานหลังน้ำท่วมคือการทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำตามฉลากเคลือบพื้นลานวัด ผนัง เสา ใต้ถุน และห้องน้ำ ให้เปียกชื้นจนครบเวลาสัมผัส ไม่มีควันหนาที่ลอยเข้าอุโบสถหรือศาลา และไม่ใช้ความร้อนใกล้อาคารไม้เก่า หากวัดต้องการควบคุมยุงด้วย ควรปรึกษา WHD หรือ อบต. เพื่อเลือกเครื่องและสารเคมีที่เหมาะกับงานนั้น

10 เหตุผลที่วัด ศาสนสถาน และ อบต. ควรมี SOLO PORT 423

  1. ครอบคลุมลานวัดกว้างได้เร็ว แรงลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยให้พ่นลานวัด ลานจอดรถ และทางเดินได้ทั่วในเวลาที่สั้นกว่าเดิมมาก
  2. เข้าใต้ถุนกุฏิและใต้ชายคาได้ ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ช่วยให้ละอองเข้าถึงจุดที่คนเข้าไปยาก
  3. ถัง 12 ลิตร ทำงานต่อเนื่อง ลดการหยุดเติมน้ำยาระหว่างพ่นอาคารหลายหลัง
  4. อาสาสมัครน้อยก็ทำได้ ผู้ปฏิบัติงานที่ผ่านการฝึกหนึ่งคนพ่นได้มาก ชาวบ้านคนอื่นจึงช่วยงานล้างและจัดของได้เต็มที่
  5. ประหยัดน้ำยา ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ละอองขนาดเล็กแบบ ULV ช่วยให้น้ำยาเคลือบพื้นผิวทั่วโดยไม่ไหลนอง
  6. ควบคุมทิศทางได้ดี ท่อพ่นหมุนปรับได้ จึงเลี่ยงพระพุทธรูป ภาพจิตรกรรม และศาสนวัตถุได้ง่ายกว่าการสาดน้ำยา
  7. ใช้ร่วมกันได้หลายวัดในตำบล อบต. หรือเทศบาลจัดซื้อเป็นครุภัณฑ์ แล้วจัดตารางหมุนเวียนช่วยวัด มัสยิด โรงเรียน และอาคารสาธารณะในพื้นที่
  8. ใช้งานได้ตลอดปี นอกจากหลังน้ำท่วม ยังใช้ทำความสะอาดใหญ่ก่อนงานประจำปี หรือเมื่อมีการระบาดของโรคในชุมชน ตามแผนของหน่วยงาน
  9. ทนทานแบบเครื่องเยอรมัน ชิ้นส่วนคุณภาพตามข้อมูลสินค้าของ WHD เหมาะกับครุภัณฑ์ที่ต้องใช้งานหลายปี
  10. มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา WHD แนะนำได้ทั้งการเลือกน้ำยา วิธีพ่น และการดูแลเครื่อง ดูรายละเอียด SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: การฟื้นฟูวัดหลังน้ำลด

ก่อนมี SOLO PORT 423

  • อาสาสมัครผลัดกันสูบถังมือโยก ทั้งวันยังพ่นไม่ทั่ววัด
  • ใต้ถุนกุฏิและหลังห้องน้ำยังมีกลิ่นอับ
  • แนวกำแพงยาวและใต้ชายคาศาลาแทบไม่ได้รับน้ำยา
  • ต้องเลื่อนงานบุญและกิจกรรมของชุมชนออกไป
  • ต้องรอยืมเครื่องจากที่อื่น ซึ่งก็มีคิวยาว

หลังมี SOLO PORT 423

  • ล้างเสร็จแล้ว ผู้พ่นที่ผ่านการอบรมพ่นตามแผนผังวัดได้ครบ
  • ละอองเข้าถึงใต้ถุน ใต้ชายคา และแนวกำแพง
  • ศาสนวัตถุได้รับการย้ายหรือปกคลุมก่อน และพ่นเลี่ยงได้แม่นยำ
  • วัดพร้อมรับญาติโยมได้เร็วขึ้นหลังครบเวลาตามฉลาก
  • ตำบลมีเครื่องหมุนเวียนช่วยทุกศาสนสถานในพื้นที่

ขั้นตอนล้างและพ่นฆ่าเชื้อวัดหลังน้ำท่วมด้วย SOLO PORT 423

ขั้นตอนนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษาเจ้าอาวาสหรือผู้นำศาสนา และปฏิบัติตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยาที่ใช้ทุกครั้ง

  1. วางแผนร่วมกับผู้นำศาสนา แบ่งโซนเป็นลานวัด อุโบสถ ศาลา กุฏิ โรงครัว ห้องน้ำ และแนวกำแพง ระบุจุดที่มีศาสนวัตถุ และกำหนดลำดับการทำงาน
  2. ดูแลศาสนวัตถุก่อน ย้ายคัมภีร์ วัตถุมงคล และของที่เคลื่อนย้ายได้ไปไว้ในที่แห้งและปลอดภัย ส่วนพระพุทธรูปหรือสิ่งที่ย้ายไม่ได้ให้ปกคลุมด้วยผ้าพลาสติกสะอาด ไม่พ่นสารเคมีใส่โดยตรง และทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะสมกับวัสดุตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
  3. ตรวจความปลอดภัยของอาคาร ตรวจโครงสร้างไม้ที่แช่น้ำ ตัดไฟในอาคารที่น้ำเคยท่วมจนกว่าช่างจะตรวจระบบ และระวังสัตว์มีพิษที่หลบอยู่ใต้ถุน
  4. ขนโคลนและขยะออก ตักโคลน เก็บกิ่งไม้และเศษขยะ ทิ้งอาหารและวัตถุดิบในโรงครัวที่สัมผัสน้ำท่วม
  5. ล้างทำความสะอาด ฉีดน้ำล้างลาน ขัดพื้นและผนัง ล้างห้องน้ำ และโรงครัวด้วยผงซักฟอก แล้วปล่อยให้สะเด็ดน้ำ เพราะโคลนที่ตกค้างจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ
  6. เลือกน้ำยาที่ขึ้นทะเบียน ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง และฉลากระบุว่าใช้กับพื้นผิวนั้นได้ เช่น Chemgene HLD4H ของ WHD ผสมตามอัตราบนฉลาก ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยาและเวลาสัมผัส ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับเครื่องพ่น
  7. นิมนต์พระสงฆ์และให้ชาวบ้านออกจากโซนพ่น แจ้งเวลาพ่นล่วงหน้า กั้นพื้นที่ และไม่ให้มีคน เด็ก สุนัข หรือแมววัดอยู่ในบริเวณ
  8. ตรวจเครื่องและสวมอุปกรณ์ป้องกัน ตรวจถัง ท่อ หัวพ่น สายสะพาย เติมเชื้อเพลิงเมื่อเครื่องดับและเย็นแล้ว ห่างจากธูปเทียนและเปลวไฟ สวมที่ครอบหู ถุงมือ แว่นตา หน้ากากตามฉลาก ชุดคลุม และรองเท้าบูท
  9. พ่นตามแผนผังและทิศทางลม เริ่มจากด้านเหนือลม พ่นพื้นลาน ผนัง เสา ใต้ถุน ห้องน้ำ และแนวกำแพง ให้พื้นผิวเปียกชื้นทั่วแต่ไม่ไหลนอง เลี่ยงศาสนวัตถุ ไม่พ่นสวนลมหรือพ่นเข้าหาคน
  10. รอครบเวลา ล้างเครื่อง และบันทึก ปล่อยให้ครบเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลาก ล้างภาชนะในโรงครัวและพื้นผิวสัมผัสอาหารตามคำแนะนำ ล้างถังและท่อด้วยน้ำสะอาด และบันทึกการทำงาน

หลังเปิดวัดให้ญาติโยมแล้ว ควรตั้งจุดล้างมือ ระบายอากาศในศาลาและกุฏิให้แห้ง เฝ้าระวังเชื้อราที่อาจขึ้นซ้ำ และทำความสะอาดห้องน้ำรวมบ่อยขึ้นในช่วงแรก

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยในวัด

  • ป้องกันการได้ยิน ระดับเสียงที่ผู้ใช้งานคือ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO สวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการพ่นในช่วงเวลาทำวัตรหรือประกอบศาสนกิจ
  • แรงสั่นสะเทือน จำกัดเวลาทำงานต่อรอบ สลับผู้ปฏิบัติงาน และพักเป็นระยะ โดยเฉพาะอาสาสมัครที่ไม่คุ้นกับเครื่องยนต์
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี ใช้ตามฉลากและ SDS ของน้ำยา ได้แก่ ถุงมือกันสารเคมี แว่นตา หน้ากากกรองอากาศ ชุดแขนยาว และรองเท้าบูท
  • เชื้อเพลิงและไฟ เติมเชื้อเพลิงเมื่อเครื่องดับและเย็นแล้ว ห่างจากธูป เทียน เตาในโรงครัว และประกายไฟ เก็บเชื้อเพลิงไว้นอกอาคารไม้
  • น้ำหนักเครื่อง เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตร อาจหนักเกิน 23 กิโลกรัม ปรับสายสะพายให้พอดี และให้ผู้ที่ร่างกายแข็งแรงเป็นผู้ใช้งาน
  • ไม่มีคนและสัตว์ในพื้นที่ พระสงฆ์ ชาวบ้าน เด็ก และสัตว์ในวัดต้องอยู่นอกโซนพ่น และกลับเข้าได้หลังครบเวลาที่ฉลากกำหนด
  • ฝึกอบรมก่อนใช้งาน ผู้ใช้งานควรเรียนรู้การสตาร์ต การปรับปริมาณน้ำยา การดับเครื่องฉุกเฉิน และการบำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. พ่นฆ่าเชื้อวัดหลังน้ำท่วม ต้องเริ่มอย่างไร

เริ่มจากวางแผนร่วมกับเจ้าอาวาส ย้ายหรือปกคลุมศาสนวัตถุ ขนโคลนออก ล้างทำความสะอาด ปล่อยให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก และรอครบเวลาก่อนเปิดให้ญาติโยมเข้า

2. พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อใส่พระพุทธรูปได้ไหม

ไม่ควรพ่นสารเคมีใส่พระพุทธรูป ภาพจิตรกรรม หรือศาสนวัตถุโดยตรง ควรย้ายหรือปกคลุมก่อน และทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะกับวัสดุตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ

3. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวน อุปกรณ์เสริม และเงื่อนไขการจัดซื้อ กรุณาติดต่อ WHD เพื่อขอใบเสนอราคา โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

4. อบต. จัดซื้อเป็นครุภัณฑ์เพื่อช่วยวัดในตำบลได้ไหม

หน่วยงานสามารถขอสเปก ใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการจัดซื้อจาก WHD เพื่อดำเนินการตามระเบียบพัสดุ ควรตรวจสอบหมวดครุภัณฑ์และขั้นตอนกับเจ้าหน้าที่พัสดุ

5. SOLO PORT 423 ใช้แทนเครื่องพ่นหมอกควันได้ไหม

เป็นเครื่องคนละชนิดกัน SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลม ไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำบนพื้นผิว ส่วนงานควบคุมยุงควรปรึกษา WHD เพื่อเลือกเครื่องและสารเคมีที่เหมาะสม

6. ใต้ถุนกุฏิไม้มีเชื้อราหลังน้ำท่วม ต้องทำอย่างไร

ให้ขัดล้างคราบเชื้อราออก ระบายอากาศให้ไม้แห้งสนิท แล้วพ่นน้ำยาที่ฉลากระบุว่าใช้กับเชื้อราบนพื้นผิวนั้นได้ หากโครงสร้างไม้เสียหายมาก ควรให้ช่างตรวจสอบก่อนใช้งาน

7. ต้องพ่นฆ่าเชื้อโรงครัววัดอย่างไรให้ปลอดภัยต่ออาหาร

ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างภาชนะและพื้นผิว ใช้น้ำยาที่ฉลากระบุว่าใช้ในพื้นที่ประกอบอาหารได้ รอครบเวลาสัมผัส และล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงตามคำแนะนำบนฉลาก

8. เครื่องพ่นยาสะพายหลัง SOLO PORT 423 หนักไหม อาสาสมัครใช้ได้หรือเปล่า

เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO และหนักกว่า 23 กิโลกรัมเมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง อาสาสมัครใช้ได้หากผ่านการฝึกอบรม สวมอุปกรณ์ป้องกันครบ และจำกัดเวลาทำงานต่อรอบ

9. ถ้าวัดยังไม่พร้อมซื้อเครื่อง มีทางเลือกอื่นไหม

วัดหรือหน่วยงานที่ยังไม่ต้องการซื้อเครื่อง สามารถใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหากได้

ให้วัดกลับมาเป็นที่พึ่งของชุมชนได้อย่างปลอดภัย

น้ำท่วม ปี 2569 ที่องครักษ์ นครนายก และอีกหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าวัดและศาสนสถานคือศูนย์กลางของการช่วยเหลือและการฟื้นฟูชุมชน เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 ช่วยให้วัดและ อบต. พ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างได้ทั่วถึงและรวดเร็ว ขอใบเสนอราคาและคำแนะนำได้วันนี้

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อวัด #ศาสนสถาน #น้ำท่วมนครนายก2569

คำค้นหา: SOLO PORT 423, เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, พ่นฆ่าเชื้อวัด, พ่นฆ่าเชื้อศาสนสถาน หลังน้ำท่วม, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, SOLO PORT 423 ราคา, ครุภัณฑ์ อบต., เครื่องพ่นยาเทศบาล, น้ำท่วมองครักษ์ 2569, น้ำท่วมนครนายก ปี 2569, โซโล พอร์ต 423

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้