Last updated: 9 ต.ค. 2569 | 12 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณเป็นเจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการวัด อิหม่ามและกรรมการมัสยิด ผู้ดูแลโบสถ์คริสต์ หรือเจ้าหน้าที่ อบต. และเทศบาลที่ดูแลศาสนสถานในพื้นที่ แล้วกำลังค้นหาว่า "พ่นฆ่าเชื้อวัดหลังน้ำท่วมทำอย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับศาสนสถาน" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ ศาสนสถานในชนบทไทยไม่ใช่แค่สถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่เป็นศูนย์กลางชุมชน เป็นที่ตั้งโรงครัว จุดแจกของ ที่พักพิงชั่วคราว และที่ประชุมของหมู่บ้าน เมื่อน้ำลด วัดจึงเป็นสถานที่แรก ๆ ที่ชาวบ้านจะกลับมารวมตัวกัน เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมบริเวณวัดอรุณรังษี ตำบลบางลูกเสือ และตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมวัดและศาสนสถานจึงควรมี เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 หรือมีไว้ใช้ร่วมกันในระดับตำบล
ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. น้ำท่วม ปี 2569 กระทบ 27 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ มีวัด มัสยิด และโบสถ์จำนวนมากที่ถูกน้ำท่วมเอง หรือเปิดเป็นที่พึ่งของชาวบ้านระหว่างน้ำท่วม
ที่จังหวัดนครนายก เดลินิวส์รายงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่าหลังฝนตกหนักระหว่างวันที่ 24 ถึง 27 กันยายน 2569 เขื่อนขุนด่านปราการชลมีปริมาณน้ำเก็บกัก 218.66 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 97.61 จึงต้องระบายน้ำลงแม่น้ำนครนายก ทำให้น้ำท่วม 4 อำเภอ ทั้งบ้านเรือน รีสอร์ต และวัด โดยพื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงรวมถึงบริเวณวัดอรุณรังษี ตำบลบางลูกเสือ และตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ และมีการตั้งโรงครัวช่วยเหลือ 6 จุด เช่น ที่ตำบลทรายมูล ซึ่งใช้วัดคลองหนึ่งเป็นที่ตั้ง
ข้อมูลนี้สะท้อนบทบาทของวัดในภาวะน้ำท่วมได้ชัดเจน วัดคือทั้งพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย และพื้นที่ที่ใช้ช่วยเหลือผู้อื่นไปพร้อมกัน เมื่อน้ำลด งานฟื้นฟูวัดจึงต้องทำทั้งเพื่อพระสงฆ์ เพื่อญาติโยม และเพื่อให้วัดพร้อมเป็นศูนย์กลางของชุมชนต่อไป
ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ อ้างข้อมูล ปภ. ณ 7 ต.ค. 2569 06.00 น. (https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548715) และเดลินิวส์ 5 ต.ค. 2569 (https://www.dailynews.co.th/news/6250170/)
หมายเหตุ: เรื่องเล่าในส่วนนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่สร้างขึ้นจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในวัดที่ถูกน้ำท่วม ไม่ได้อ้างถึงวัดหรือบุคคลจริงรายใดรายหนึ่ง
ตลอดสัปดาห์ที่น้ำท่วม พระสงฆ์ในวัดริมแม่น้ำแห่งหนึ่งต้องย้ายขึ้นไปพักบนชั้นสองของกุฏิ ศาลาการเปรียญที่อยู่บนที่สูงกลายเป็นที่เก็บข้าวของของชาวบ้าน และโรงครัวด้านข้างกลายเป็นจุดทำอาหารแจกจ่ายให้คนในหมู่บ้าน ลุงเสถียร ไวยาวัจกรของวัด เดินลุยน้ำทุกวันเพื่อดูแลเครื่องสูบน้ำ ขนถุงข้าวสาร และพาชาวบ้านขึ้นลงเรือ
เมื่อน้ำลดลงจากลานวัด ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนใจหาย ลานปูนหน้าโบสถ์มีโคลนหนาเป็นคืบ ห้องน้ำรวมด้านหลังวัดมีน้ำเสียเอ่อจากบ่อเกรอะ ใต้ถุนกุฏิไม้มีกลิ่นอับและคราบเชื้อราขึ้นตามเสา ทางเดินระหว่างศาลากับโรงครัวมีเศษขยะและซากกิ่งไม้ติดอยู่ ส่วนเต็นท์ที่ใช้แจกอาหารก็เปียกชื้นจนเริ่มส่งกลิ่น
ชาวบ้านกว่ายี่สิบคนมาช่วยกันลงแขกล้างวัดตั้งแต่เช้า โคลนถูกตักออก พื้นถูกฉีดน้ำล้าง แต่เมื่อถึงขั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ วัดมีเพียงถังพ่นยามือโยกที่ชาวบ้านยืมมาจากสวน แต่ละคนพ่นหนาบางไม่เท่ากัน ใต้ถุนกุฏิ หลังห้องน้ำ และแนวกำแพงวัดยาวหลายร้อยเมตร แทบไม่มีใครพ่นถึง พอถึงเย็น หลายคนต้องกลับไปทำความสะอาดบ้านของตัวเองต่อ
เย็นวันนั้นเจ้าอาวาสปรารภกับนายก อบต. ว่า "ถ้าตำบลเรามีเครื่องพ่นที่มีเครื่องยนต์ เป่าละอองไปได้ไกล ๆ สักเครื่อง จะได้ช่วยวัดทุกวัดในตำบลพ่นให้ทั่ว แล้วญาติโยมจะได้กลับมาทำบุญอย่างสบายใจ" ความคิดนี้คือคำตอบที่หลายชุมชนกำลังมองหาหลังน้ำท่วม ปี 2569
วัดเป็นสถานที่ที่คนหลายวัยมารวมกัน ทั้งผู้สูงอายุที่มาทำบุญเป็นประจำ เด็กที่มากับพ่อแม่ และชาวบ้านที่มาช่วยงาน นอกจากนี้ยังมีโรงครัวที่ทำอาหารให้คนจำนวนมาก ห้องน้ำรวม และพื้นที่ที่พระสงฆ์พักอาศัย เมื่อน้ำท่วมพาสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะ ท่อระบายน้ำ และคอกสัตว์ในหมู่บ้านเข้ามา เชื้อเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังในระดับกลุ่ม
สิ่งที่ทำให้วัดแตกต่างจากบ้านทั่วไปคือ วัดเป็น "พื้นที่ส่วนรวม" ที่ทุกคนในหมู่บ้านใช้ร่วมกัน หากวัดยังไม่สะอาด เชื้อจากน้ำท่วมก็มีโอกาสส่งต่อไปยังหลายครอบครัวพร้อมกันในวันเดียว ทั้งผ่านการรับประทานอาหารในโรงทาน การใช้ห้องน้ำรวม และการนั่งรวมกันในศาลา
ต้องย้ำว่า การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาดเสมอ และไม่ใช่การรักษาโรค พระสงฆ์หรือชาวบ้านที่มีอาการเจ็บป่วยหลังน้ำท่วมต้องพบแพทย์
1. พื้นที่กว้างและมีหลายอาคาร วัดหนึ่งแห่งมีทั้งลานวัด อุโบสถ ศาลาการเปรียญ วิหาร กุฏิ หอฉัน โรงครัว ห้องน้ำรวม ลานจอดรถ และกำแพงล้อมรอบ บางวัดมีพื้นที่หลายไร่ งานล้างและฆ่าเชื้อจึงใหญ่กว่าบ้านเรือนหลายสิบเท่า
2. แรงงานส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร วัดพึ่งพาชาวบ้านที่มาช่วยด้วยใจ แต่ชาวบ้านเองก็มีบ้านที่ถูกน้ำท่วมต้องดูแล แรงงานจึงมาได้ไม่สม่ำเสมอ หากงานแต่ละขั้นใช้เวลานาน วัดจะฟื้นฟูได้ช้า
3. ศาสนกิจรอไม่ได้ งานบุญตามประเพณี การทำบุญอุทิศส่วนกุศล การบวช และการละหมาดหรือนมัสการตามศาสนา ล้วนต้องการพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัย การเลื่อนกิจกรรมออกไปนานส่งผลต่อจิตใจของชุมชนที่เพิ่งผ่านความยากลำบากมา
4. ความเปราะบางของผู้มาวัด ผู้สูงอายุคือกลุ่มที่มาวัดบ่อยที่สุด และเป็นกลุ่มที่ร่างกายรับมือกับการติดเชื้อได้ยากที่สุด ความสะอาดของวัดจึงเชื่อมโยงกับสุขภาพของคนกลุ่มนี้โดยตรง
5. ความต้องการเฉพาะของศาสนสถาน พระพุทธรูป คัมภีร์ ภาพจิตรกรรม ไม้แกะสลัก และวัตถุมงคล ต้องได้รับการดูแลด้วยความเคารพ ไม่ควรพ่นสารเคมีใส่โดยตรง การทำงานจึงต้องมีแผนและคนที่เข้าใจทั้งเรื่องการฆ่าเชื้อและเรื่องการดูแลศาสนวัตถุ
6. งบประมาณจำกัด วัดส่วนใหญ่มีงบประมาณจากการบริจาค การจ้างทีมจากภายนอกทุกครั้งที่น้ำท่วมอาจเป็นภาระ ขณะที่การมีเครื่องเป็นของตำบลหรือเครือข่ายวัด และใช้ร่วมกันหลายแห่ง อาจเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ไม้กวาด ไม้ถูพื้น สายยาง และถังพ่นยามือโยก เป็นเครื่องมือที่วัดทุกแห่งมีอยู่แล้ว และยังจำเป็นสำหรับงานล้างทำความสะอาด แต่เมื่อถึงขั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อให้ทั่วพื้นที่หลายไร่ ปัญหาก็ตามมา
นี่คือเหตุผลที่เครือข่ายวัดและ อบต. หลายแห่งเริ่มมองหา เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบมีเครื่องยนต์ ที่ใช้แรงลมจากพัดลมพาละอองไปได้ไกลและทั่วถึงกว่า เหมาะกับพื้นที่กว้างและมีหลายอาคารอย่างวัด
SOLO PORT 423 หรือ โซโล พอร์ต 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี จำหน่ายโดย World Health Disinfection (WHD) เครื่องยนต์หมุนพัดลมสร้างกระแสลมแรง น้ำยาที่ผสมไว้ในถังจะถูกปล่อยเข้าสู่กระแสลมที่ปลายท่อ แตกเป็นละอองและถูกเป่าออกไปไกล ผู้ใช้งานจึงยืนอยู่บนลานวัดแล้วพ่นให้ละอองเข้าถึงใต้ถุนกุฏิ ใต้ชายคา และแนวกำแพงได้ โดยไม่ต้องเข้าไปทุกซอก
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| เครื่องยนต์ | 2 จังหวะ 1 สูบ 72.3 ซม.³ |
| กำลังเครื่องยนต์ | 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า |
| ถังน้ำยา | 12 ลิตร |
| ปริมาณลมสูงสุด | 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง |
| ระยะพ่นแนวราบ | ประมาณ 12 เมตร |
| น้ำหนักเปล่า | 11.0 กิโลกรัม |
| ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน | 97 dB(A) |
ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้เป็นแบบ ULV ให้ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา ขนาดละอองจริงขึ้นอยู่กับหัวพ่นและการปรับตั้งเครื่อง
ผู้ผลิตมีชุดอุปกรณ์เสริมในกลุ่มสินค้า SOLO สำหรับงานเฉพาะ แนะนำให้สอบถาม WHD ก่อน เพื่อเลือกการตั้งค่าที่ตรงกับงานของวัด
ชาวบ้านหลายคนคุ้นกับ "เครื่องพ่นหมอกควัน" ที่ อบต. นำมาพ่นกำจัดยุงในวัดและหมู่บ้าน จึงอาจคิดว่าเป็นเครื่องชนิดเดียวกัน แต่ SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้สารเคมีกลายเป็นควันสีขาว ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้แตกตัวเป็นละอองโดยไม่ใช้ความร้อน
สำหรับวัด ความแตกต่างนี้มีความหมาย เพราะงานหลังน้ำท่วมคือการทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำตามฉลากเคลือบพื้นลานวัด ผนัง เสา ใต้ถุน และห้องน้ำ ให้เปียกชื้นจนครบเวลาสัมผัส ไม่มีควันหนาที่ลอยเข้าอุโบสถหรือศาลา และไม่ใช้ความร้อนใกล้อาคารไม้เก่า หากวัดต้องการควบคุมยุงด้วย ควรปรึกษา WHD หรือ อบต. เพื่อเลือกเครื่องและสารเคมีที่เหมาะกับงานนั้น
ขั้นตอนนี้เป็นแนวทางทั่วไป ควรปรึกษาเจ้าอาวาสหรือผู้นำศาสนา และปฏิบัติตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยาที่ใช้ทุกครั้ง
หลังเปิดวัดให้ญาติโยมแล้ว ควรตั้งจุดล้างมือ ระบายอากาศในศาลาและกุฏิให้แห้ง เฝ้าระวังเชื้อราที่อาจขึ้นซ้ำ และทำความสะอาดห้องน้ำรวมบ่อยขึ้นในช่วงแรก
เริ่มจากวางแผนร่วมกับเจ้าอาวาส ย้ายหรือปกคลุมศาสนวัตถุ ขนโคลนออก ล้างทำความสะอาด ปล่อยให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก และรอครบเวลาก่อนเปิดให้ญาติโยมเข้า
ไม่ควรพ่นสารเคมีใส่พระพุทธรูป ภาพจิตรกรรม หรือศาสนวัตถุโดยตรง ควรย้ายหรือปกคลุมก่อน และทำความสะอาดด้วยวิธีที่เหมาะกับวัสดุตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
ราคาขึ้นอยู่กับจำนวน อุปกรณ์เสริม และเงื่อนไขการจัดซื้อ กรุณาติดต่อ WHD เพื่อขอใบเสนอราคา โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
หน่วยงานสามารถขอสเปก ใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการจัดซื้อจาก WHD เพื่อดำเนินการตามระเบียบพัสดุ ควรตรวจสอบหมวดครุภัณฑ์และขั้นตอนกับเจ้าหน้าที่พัสดุ
เป็นเครื่องคนละชนิดกัน SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลม ไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำบนพื้นผิว ส่วนงานควบคุมยุงควรปรึกษา WHD เพื่อเลือกเครื่องและสารเคมีที่เหมาะสม
ให้ขัดล้างคราบเชื้อราออก ระบายอากาศให้ไม้แห้งสนิท แล้วพ่นน้ำยาที่ฉลากระบุว่าใช้กับเชื้อราบนพื้นผิวนั้นได้ หากโครงสร้างไม้เสียหายมาก ควรให้ช่างตรวจสอบก่อนใช้งาน
ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างภาชนะและพื้นผิว ใช้น้ำยาที่ฉลากระบุว่าใช้ในพื้นที่ประกอบอาหารได้ รอครบเวลาสัมผัส และล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงตามคำแนะนำบนฉลาก
เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO และหนักกว่า 23 กิโลกรัมเมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง อาสาสมัครใช้ได้หากผ่านการฝึกอบรม สวมอุปกรณ์ป้องกันครบ และจำกัดเวลาทำงานต่อรอบ
วัดหรือหน่วยงานที่ยังไม่ต้องการซื้อเครื่อง สามารถใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหากได้
น้ำท่วม ปี 2569 ที่องครักษ์ นครนายก และอีกหลายพื้นที่ แสดงให้เห็นว่าวัดและศาสนสถานคือศูนย์กลางของการช่วยเหลือและการฟื้นฟูชุมชน เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 ช่วยให้วัดและ อบต. พ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างได้ทั่วถึงและรวดเร็ว ขอใบเสนอราคาและคำแนะนำได้วันนี้
ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อวัด #ศาสนสถาน #น้ำท่วมนครนายก2569
คำค้นหา: SOLO PORT 423, เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, พ่นฆ่าเชื้อวัด, พ่นฆ่าเชื้อศาสนสถาน หลังน้ำท่วม, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, SOLO PORT 423 ราคา, ครุภัณฑ์ อบต., เครื่องพ่นยาเทศบาล, น้ำท่วมองครักษ์ 2569, น้ำท่วมนครนายก ปี 2569, โซโล พอร์ต 423