Last updated: 9 ต.ค. 2569 | 11 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล หัวหน้างานควบคุมการติดเชื้อ ผู้อำนวยการ รพ.สต. หรือเจ้าของคลินิก แล้วกำลังค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับโรงพยาบาล" หรือ "พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. หลังน้ำท่วม" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณโดยตรง เมื่อน้ำลดลงรอบสถานพยาบาล สิ่งที่เหลือไว้คือลานจอดรถ ทางเดินเชื่อมอาคาร จุดรับส่งผู้ป่วย โรงจอดรถพยาบาล และรั้วรอบขอบชิดที่เปื้อนโคลนและน้ำเสีย พื้นที่เหล่านี้กว้างเกินกว่าจะใช้ถังน้ำกับไม้ถูพื้นหรือกระบอกฉีดมือบีบให้ทั่วถึงทันเวลา เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมหมู่บ้านธนาเพลส และธนาซิตี้ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ปี 2569 แล้วอธิบายว่าทำไมสถานพยาบาลจึงควรมี เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 ไว้ประจำหน่วยงาน
ฤดูฝน ปี 2569 เป็นอีกปีที่หลายพื้นที่ของประเทศไทยต้องรับมือกับน้ำท่วมเป็นวงกว้าง ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้หมายความว่ามีสถานพยาบาลจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม หรืออยู่ติดกับชุมชนที่ถูกน้ำท่วม และต้องเตรียมรับผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นหลังน้ำลด
สำหรับอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ สำนักข่าว TopNews รายงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ว่าหมู่บ้านธนาเพลส และธนาซิตี้ มีน้ำสูงราว 1.5 เมตรในบางโซน ปั๊มหลักใช้งานไม่ได้เพราะตู้ไฟจมน้ำ หน่วยงานต้องระดมเครื่องสูบน้ำ 14 เครื่อง ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ระบายน้ำไปยังสนามกอล์ฟและคลองลำรางสาธารณะ และคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 5 ถึง 6 วัน ภาพของชุมชนบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ที่ถูกน้ำล้อมแบบนี้ บอกเราว่าเมื่อน้ำลด ปริมาณผู้คนที่ต้องกลับเข้าบ้าน ทำความสะอาด และอาจเจ็บป่วยจากการลุยน้ำ จะไหลมาที่สถานพยาบาลใกล้เคียงพร้อมกันในเวลาไม่กี่วัน
ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์ อ้างข้อมูล ปภ. ณ 7 ต.ค. 2569 06.00 น. (https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548715) และ TopNews 1 ต.ค. 2569 (https://www.topnews.co.th/news/1707234)
หมายเหตุ: เรื่องเล่าในส่วนนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่สร้างขึ้นจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในพื้นที่น้ำท่วม ไม่ได้อ้างถึงสถานพยาบาลหรือบุคคลจริงรายใดรายหนึ่ง
พี่นุช หัวหน้าพยาบาลวิชาชีพของ รพ.สต. แห่งหนึ่งในอำเภอบางพลี ยืนอยู่หน้าประตูอาคารตั้งแต่หกโมงเช้า น้ำที่เคยขังสูงถึงหน้าแข้งบนลานจอดรถเพิ่งลดลงเมื่อคืน เหลือไว้แต่ชั้นโคลนสีน้ำตาลเทาที่มีกลิ่นเหม็นอับ ขยะลอยน้ำติดอยู่ตามรั้ว และคราบน้ำมันจากรถที่จมน้ำในซอยข้างเคียง ใต้หลังคาจุดคัดกรองผู้ป่วยมีเก้าอี้พลาสติกล้มระเกะระกะ ม้านั่งยาวหน้าห้องรอตรวจมีรอยน้ำสูงประมาณหนึ่งคืบ
ในกลุ่มไลน์ของอำเภอ มีข้อความแจ้งว่าวันนี้จะมีชาวบ้านจากหมู่บ้านที่น้ำเพิ่งลดเดินทางมาขอรับยาโรคประจำตัว ทำแผล และตรวจอาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย ผื่นคัน รวมถึงผู้สูงอายุที่ต้องมารับยาความดันและเบาหวานต่อเนื่อง ทีมงานทั้งหมดมีเจ็ดคน มีถังพ่นยาแบบมือโยกหนึ่งถัง และกระบอกฉีดน้ำยาขนาดเล็กอีกสองสามอัน
ทีมช่วยกันตักโคลนและฉีดน้ำล้างพื้นจนถึงเที่ยง พื้นที่ที่ล้างแล้วเริ่มดูสะอาด แต่เมื่อถึงขั้นพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ ปัญหาก็เกิดขึ้นทันที ถังมือโยกต้องสูบลมตลอดเวลา แรงดันตกเร็ว ละอองที่ออกมาเป็นหยดใหญ่ ไหลรวมเป็นแอ่ง ใช้เวลานานกว่าจะพ่นครบลานจอดรถหนึ่งด้าน ส่วนบริเวณใต้หลังคาจุดคัดกรอง ซอกผนัง ใต้ม้านั่ง และรั้วด้านหลังที่ติดคูน้ำ แทบไม่มีใครเข้าไปถึง ตอนบ่ายสามโมงผู้ป่วยเริ่มมารอหน้าประตู ขณะที่งานพ่นยังไม่เสร็จครึ่งหนึ่ง
เย็นวันนั้นพี่นุชพิมพ์ข้อความถึงผู้อำนวยการว่า "ถ้าเรามีเครื่องพ่นแบบสะพายหลังที่มีเครื่องยนต์ เป่าละอองได้ไกลและทั่วถึง งานนี้น่าจะเสร็จก่อนเที่ยง" ประโยคนี้คือจุดเริ่มต้นของการเขียนโครงการขอจัดซื้อครุภัณฑ์ และเป็นคำถามเดียวกับที่สถานพยาบาลจำนวนมากถามตัวเองหลังน้ำท่วม ปี 2569
น้ำท่วมไม่ได้พาแค่น้ำมา แต่พาเอาสิ่งปฏิกูลจากท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ ขยะ และซากสัตว์มาด้วย เมื่อน้ำลดลง สิ่งเหล่านี้ตกค้างอยู่บนพื้น ผนัง ล้อรถ และทุกพื้นผิวที่เคยจมน้ำ สำหรับสถานพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่รวมผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ความเสี่ยงจึงสูงกว่าอาคารทั่วไปหลายเท่า เชื้อที่ควรรู้จักในระดับกลุ่มมีดังนี้
ในโรงพยาบาลและ รพ.สต. เชื้อเหล่านี้เดินทางเข้าอาคารได้ง่ายมาก ผ่านล้อรถเข็น ล้อเปลนอน รองเท้าของผู้ป่วยและญาติ ล้อรถพยาบาล และมือที่จับราวบันได ประตู หรือเก้าอี้ ดังนั้นการฆ่าเชื้อจึงไม่ควรเริ่มที่ห้องตรวจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจาก "พื้นที่รอบนอก" ที่เป็นทางผ่านของทุกคน ซึ่งมักเป็นพื้นที่กว้างที่สุดและถูกมองข้ามบ่อยที่สุด
สิ่งสำคัญที่ต้องย้ำคือ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาดเสมอ เพราะสารอินทรีย์และโคลนจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อแทบทุกชนิด และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการไข้ ท้องเสียรุนแรง หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์
1. พื้นที่กว้างกว่าที่คิด โรงพยาบาลชุมชนหนึ่งแห่งมีลานจอดรถ ถนนภายใน ทางเดินมีหลังคา จุดรับส่งผู้ป่วย โรงซักฟอก โรงครัว จุดพักขยะติดเชื้อ และบ้านพักเจ้าหน้าที่ รวมกันอาจเป็นหลายพันตารางเมตร แม้แต่ รพ.สต. ขนาดเล็กก็ยังมีลานหน้าอาคาร ที่จอดรถ และทางเดินรอบอาคารที่ต้องจัดการ
2. คนน้อย งานมาก และเวลาจำกัด ช่วงหลังน้ำลด เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้รับผลกระทบที่บ้านของตัวเอง บางคนต้องออกหน่วยเยี่ยมบ้านหรือศูนย์พักพิง กำลังคนที่เหลือต้องดูแลผู้ป่วยไปพร้อมกับทำความสะอาดสถานที่ การมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้คนหนึ่งคนทำงานได้เท่ากับหลายคน จึงมีค่ามาก
3. แรงกดดันเรื่องการเปิดบริการ สถานพยาบาลปิดนานไม่ได้ ชุมชนต้องการที่พึ่งทันทีหลังน้ำลด ผู้ป่วยเรื้อรังต้องรับยาต่อเนื่อง ผู้บาดเจ็บจากการทำความสะอาดบ้านต้องการทำแผล การฆ่าเชื้อจึงต้องเร็ว ทั่วถึง และวางแผนให้เสร็จก่อนเวลาเปิดให้บริการ
4. ความเสี่ยงต่อผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง ผู้ที่มาโรงพยาบาลคือคนที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว หากพื้นที่รอบนอกยังมีเชื้อจากน้ำท่วมตกค้าง ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำซ้อนก็สูงขึ้น และอาจกลายเป็นภาระงานที่เพิ่มขึ้นอีกหลายสัปดาห์
5. ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ญาติผู้ป่วยที่เดินผ่านลานจอดรถที่ยังมีกลิ่นเหม็นและคราบโคลน ย่อมตั้งคำถามว่าภายในอาคารสะอาดพอหรือไม่ การฟื้นฟูสถานที่ให้สะอาดและปลอดภัยอย่างเป็นระบบ คือการบอกชุมชนว่าสถานพยาบาลพร้อมดูแลพวกเขาอีกครั้ง
6. การตรวจสอบและการรายงาน หน่วยงานสาธารณสุขต้องรายงานการฟื้นฟูสถานที่ต่อผู้บังคับบัญชา การมีอุปกรณ์ที่เป็นครุภัณฑ์ของหน่วยงานเอง พร้อมขั้นตอนการทำงานที่เขียนไว้ชัดเจน ช่วยให้บันทึกและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายกว่าการพึ่งพาอุปกรณ์ยืมชั่วคราว
อุปกรณ์พื้นฐานอย่างถังพ่นยาแบบมือโยก ถังน้ำกับผ้าถูพื้น หรือกระบอกฉีดสเปรย์ ยังมีประโยชน์มากสำหรับงานจุดเล็ก เช่น เช็ดเคาน์เตอร์ ลูกบิดประตู หรือพื้นห้องขนาดเล็ก แต่เมื่อต้องรับมือกับพื้นที่หลายพันตารางเมตรหลังน้ำท่วม ข้อจำกัดเหล่านี้จะชัดเจนขึ้นทันที
นี่คือเหตุผลที่สถานพยาบาลหลายแห่งเริ่มมองหา เครื่องพ่นยาสะพายหลังแบบมีเครื่องยนต์ หรือที่เรียกกันว่าเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง (mistblower) ซึ่งใช้แรงลมจากพัดลมที่ขับด้วยเครื่องยนต์ช่วยพาละอองน้ำยาไปได้ไกลและกระจายตัวได้ดีกว่ามาก
SOLO PORT 423 หรือ โซโล พอร์ต 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH เมืองซินเดลฟิงเงน ประเทศเยอรมนี World Health Disinfection (WHD) จำหน่ายเครื่องรุ่นนี้สำหรับหน่วยงานราชการและองค์กรขนาดใหญ่ หลักการทำงานคือเครื่องยนต์จะหมุนพัดลมสร้างกระแสลมแรง แล้วนำน้ำยาจากถังลงไปผสมกับลมที่หัวพ่น เกิดเป็นละอองที่ถูกเป่าออกไปไกลและกระจายทั่วพื้นที่ ต่างจากถังมือโยกที่อาศัยแรงดันจากการสูบลมเพียงอย่างเดียว
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| เครื่องยนต์ | เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 1 สูบ ปริมาตรกระบอกสูบ 72.3 ซม.³ (cm³) |
| กำลังเครื่องยนต์ | 3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า |
| ถังน้ำยา | 12 ลิตร |
| ปริมาณลมสูงสุด | 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง |
| ระยะพ่นแนวราบ | ประมาณ 12 เมตร |
| น้ำหนักเปล่า | 11.0 กิโลกรัม |
| ระดับเสียงที่ผู้ใช้งาน | 97 dB(A) |
ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้ถูกระบุว่าเป็นเครื่องพ่นแบบ ULV ที่ให้ขนาดละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน ช่วยประหยัดน้ำยา ทั้งนี้ขนาดละอองจริงขึ้นอยู่กับหัวพ่นและการปรับตั้งเครื่อง
สำหรับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น ชุดสำหรับงานเฉพาะทาง ผู้ผลิตมีชุดเสริมในกลุ่มสินค้า SOLO ให้เลือก แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับ WHD ก่อนสั่งซื้อ เพื่อเลือกให้ตรงกับลักษณะงานของสถานพยาบาลแต่ละแห่ง
หลายคนค้นหาคำว่า "เครื่องพ่นหมอกควัน" เมื่อต้องการเครื่องสำหรับพ่นฆ่าเชื้อหรือพ่นยากำจัดยุง จึงควรเข้าใจความต่างให้ชัด SOLO PORT 423 ไม่ใช่เครื่องพ่นหมอกควัน เครื่องพ่นหมอกควัน (thermal fogger) ใช้ความร้อนทำให้สารเคมีที่ผสมกับตัวทำละลายกลายเป็นควันสีขาว นิยมใช้กำจัดยุงในชุมชนในช่วงเวลาที่กำหนด ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังอย่าง SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำตามฉลาก บนพื้นผิวกว้าง เช่น ลานจอดรถ ทางเดิน และอาคารที่ว่าง
ข้อดีของการไม่ใช้ความร้อนสำหรับงานสถานพยาบาลคือ ไม่มีควันหนาทึบที่ทำให้ผู้คนในบริเวณใกล้เคียงตกใจ และสามารถใช้กับน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมน้ำได้ตามคำแนะนำบนฉลาก อย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องควรดูจากลักษณะงานเป็นหลัก หากหน่วยงานต้องทำงานควบคุมยุงด้วย ควรปรึกษา WHD เพื่อเลือกเครื่องที่เหมาะกับงานแต่ละประเภท
ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับพื้นที่รอบนอกและพื้นที่ที่ไม่มีผู้ป่วยอยู่ ควรวางแผนร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล (IC) และปฏิบัติตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยาที่ใช้ทุกครั้ง
สำหรับห้องตรวจ ห้องผู้ป่วย และพื้นที่ทางคลินิกภายในอาคาร ให้ยึดแนวทางของคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อเป็นหลัก ซึ่งอาจใช้วิธีเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวร่วมกับการพ่นในห้องที่ไม่มีผู้ใช้งานตามที่ฉลากน้ำยาอนุญาต
สำหรับพื้นที่รอบนอกอย่างลานจอดรถ ถนนภายใน และทางเดินมีหลังคา เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบมีเครื่องยนต์ เช่น SOLO PORT 423 เหมาะกว่าถังมือโยก เพราะใช้แรงลมพาละอองไปได้ไกลประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO และครอบคลุมพื้นที่ได้เร็ว ส่วนงานในห้องทางคลินิกให้ยึดแนวทางของคณะกรรมการควบคุมการติดเชื้อ
ราคาขึ้นอยู่กับจำนวน อุปกรณ์เสริม และเงื่อนไขการจัดซื้อของหน่วยงาน กรุณาติดต่อ WHD เพื่อขอใบเสนอราคา โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
หน่วยงานสามารถขอข้อมูลสเปก ใบเสนอราคา และเอกสารประกอบการจัดซื้อจาก WHD เพื่อนำไปใช้ตามระเบียบพัสดุของหน่วยงานได้ ควรตรวจสอบหมวดครุภัณฑ์และขั้นตอนกับเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงาน
ไม่ใช่ SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังที่ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้แตกเป็นละออง ไม่ได้ใช้ความร้อนสร้างควันแบบเครื่องพ่นหมอกควัน
ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ระบุการใช้งานกับพื้นผิวที่ต้องการ และผสมตามฉลาก เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จำหน่าย ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยาและเวลาสัมผัสตามฉลาก
ต้องล้างก่อนทุกครั้ง โคลนและคราบสกปรกจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ ลำดับที่ถูกต้องคือ ขนโคลนออก ล้างทำความสะอาด ปล่อยให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ
เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มถังจะหนักกว่า 23 กิโลกรัม ผู้ใช้งานทุกเพศใช้ได้หากผ่านการฝึกอบรม ปรับสายสะพายให้เหมาะกับสรีระ และจำกัดเวลาทำงานต่อรอบ
ไม่ควรพ่นในพื้นที่ที่มีคนอยู่ ต้องกั้นพื้นที่และให้ผู้ป่วย ญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากโซนพ่น และกลับเข้าได้หลังครบเวลาตามฉลากน้ำยา เครื่องมีเสียงดัง 97 dB(A) จึงควรวางแผนพ่นในช่วงที่ไม่รบกวนหอผู้ป่วย
หน่วยงานที่ยังไม่ต้องการซื้อเครื่อง สามารถใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหาก โดยทีมงานของ WHD พร้อมให้คำปรึกษา
หลังใช้งานให้ล้างถังและท่อด้วยน้ำสะอาด ไม่ทิ้งน้ำยาค้างในถัง ตรวจข้อต่อและหัวพ่น และบำรุงรักษาตามคู่มือผู้ผลิต สามารถสอบถามเรื่องการดูแลเครื่องกับ WHD ได้
น้ำท่วม ปี 2569 ที่บางพลีและอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ยืนยันว่าสถานพยาบาลต้องเป็นสถานที่แรกที่กลับมาสะอาดและพร้อมให้บริการ การมีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์ของหน่วยงาน ช่วยให้ทีมของคุณพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่กว้างได้เร็ว ทั่วถึง และปลอดภัย ขอใบเสนอราคาและคำแนะนำการใช้งานได้วันนี้
ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล #รพสต #น้ำท่วมบางพลี2569
คำค้นหา: SOLO PORT 423, เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรงพยาบาล, พ่นฆ่าเชื้อ รพ.สต. หลังน้ำท่วม, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, SOLO PORT 423 ราคา, ครุภัณฑ์สถานพยาบาล, เครื่องพ่นยาเทศบาล, น้ำท่วมบางพลี 2569, น้ำท่วมสมุทรปราการ ปี 2569, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, โซโล พอร์ต 423