SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงเรียน พ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดเรียนหลังน้ำท่วม บ้านปลวกง่าม ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง พิษณุโลก ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงเรียน พ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดเรียนหลังน้ำท่วม บ้านปลวกง่าม ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง พิษณุโลก ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับโรงเรียน พ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดเรียนหลังน้ำท่วม บ้านปลวกง่าม ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง พิษณุโลก ปี 2569

เมื่อโรงเรียนถูกน้ำท่วมและต้องปิดเรียน คำถามแรกที่ผู้ปกครองทุกคนถามคือ "จะเปิดเรียนได้เมื่อไร" และคำถามที่ตามมาทันทีคือ "ลูกจะปลอดภัยไหม" ถ้าคุณเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ครูอนามัยโรงเรียน เจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้บริหาร อบต. ที่สนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ และกำลังค้นหาว่า "ฆ่าเชื้อโรงเรียนหลังน้ำท่วมอย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นฆ่าเชื้อสำหรับโรงเรียนรุ่นไหนดี" บทความนี้จะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมบ้านปลวกง่าม หมู่ 5 ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ปี 2569 ที่โรงเรียนในชุมชนต้องปิดเรียน แล้วอธิบายว่าทำไมโรงเรียนหรือหน่วยงานที่ดูแลโรงเรียนควรมี SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ที่ World Health Disinfection (WHD) จัดจำหน่าย ไว้พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องเรียน โรงอาหาร ห้องน้ำ และสนามเด็กเล่นให้เสร็จทันก่อนวันเปิดเรียน

สถานการณ์น้ำท่วมบ้านปลวกง่าม เนินมะปราง พิษณุโลก ปี 2569

ตามรายงานของมติชน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง 3 วันทำให้คลองชมพูล้นตลิ่ง น้ำท่วมบ้านเรือนในบ้านปลวกง่าม หมู่ 5 ตำบลชมพู อำเภอเนินมะปราง ราว 150 ครัวเรือน โรงเรียนวัดปลวกง่ามมีน้ำท่วมขังราว 1 เมตร ต้องปิดการเรียนการสอน และพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหาย (ที่มา: มติชน 21 ส.ค. 2569)

หลังจากนั้น สถานการณ์น้ำท่วมในหลายภูมิภาคยังขยายวงกว้าง ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์)

น้ำสูงราว 1 เมตรในโรงเรียนหมายความว่า โต๊ะเรียน เก้าอี้ ผนังส่วนล่าง ปลั๊กไฟ ตู้หนังสือ ของเล่นในห้องอนุบาล และอุปกรณ์ในโรงอาหาร จมน้ำทั้งหมด เมื่อน้ำลด สิ่งที่เหลืออยู่คือคราบโคลนและความชื้นที่ฝังอยู่ในทุกซอกมุม ซึ่งเป็นงานใหญ่สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่มีครูไม่กี่คน

กรณีตัวอย่าง: หนึ่งสัปดาห์ก่อนวันเปิดเรียน

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในโรงเรียนขนาดเล็กหลังน้ำท่วม ไม่ใช่เหตุการณ์หรือคำบอกเล่าของบุคคลหรือโรงเรียนใดโดยเฉพาะ

ครูวิไลเป็นครูอนามัยของโรงเรียนประถมขนาดเล็กแห่งหนึ่งในชนบท เช้าวันที่น้ำลดจนเดินเข้าโรงเรียนได้ เธอยืนอยู่หน้าห้องอนุบาลที่ผนังมีเส้นคราบน้ำสูงเกือบถึงขอบหน้าต่าง กลิ่นอับลอยออกมาตั้งแต่เปิดประตู เบาะนั่งของเด็กเล็กชุ่มน้ำ ของเล่นพลาสติกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นที่มีโคลนหนาหลายเซนติเมตร โรงอาหารที่อยู่ติดกันมีโคลนเกาะใต้โต๊ะยาว ห้องน้ำนักเรียนมีกลิ่นแรงจนต้องกลั้นหายใจ

ผู้อำนวยการแจ้งว่าเขตพื้นที่การศึกษาอยากให้เปิดเรียนให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เด็กเสียการเรียนนานเกินไป ผู้ปกครองในกลุ่มไลน์ของห้องก็ถามทุกวัน แต่ครูและนักการภารโรงรวมกันไม่ถึงสิบคน ชุมชนช่วยกันตักโคลนและล้างอาคารได้ในสองสามวัน แต่เมื่อถึงขั้นฆ่าเชื้อ ทุกคนเริ่มลังเล เพราะมีเพียงถังพ่นยามือโยกที่ภารโรงใช้ฉีดหญ้า กับน้ำยาถูพื้นอีกไม่กี่แกลลอน

ครูวิไลทดลองพ่นห้องอนุบาลห้องเดียวด้วยถังมือโยก ใช้เวลาเกือบชั่วโมง น้ำยานองบนพื้นจนต้องเช็ดซ้ำ ผนังส่วนบนแทบไม่โดน และยังเหลืออีกเกือบสิบห้อง รวมโรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องสมุด และอาคารเอนกประสงค์ เธอรู้ทันทีว่า ถ้าทำแบบนี้ โรงเรียนจะเปิดไม่ทันวันที่กำหนด หรือถ้าเปิดทัน ก็คงไม่มั่นใจว่าทุกห้องสะอาดพอสำหรับเด็กเล็ก

ทำไมโรงเรียนหลังน้ำท่วมจึงต้องฆ่าเชื้อก่อนให้เด็กกลับเข้าเรียน

เด็กแตะทุกอย่าง จับโต๊ะ จับราวบันได จับของเล่น แล้วเอามือเข้าปาก เด็กนั่งและนอนกับพื้นในห้องอนุบาล และกินอาหารร่วมกันในโรงอาหาร ภูมิคุ้มกันของเด็กเล็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้เด็กเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดเมื่ออาคารยังมีเชื้อโรคตกค้างจากน้ำท่วม เชื้อกลุ่มที่ควรระวังได้แก่

  • แบคทีเรียจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไลและซัลโมเนลลา ที่ทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง และอาหารเป็นพิษ โดยเฉพาะในโรงอาหารและห้องน้ำ รวมถึงความเสี่ยงโรคฉี่หนูจากเชื้อเลปโตสไปราที่ปนในดินโคลนบริเวณสนามและรอบอาคาร
  • ไวรัสระบบทางเดินอาหาร เช่น โรตาไวรัสและโนโรไวรัส ซึ่งระบาดในเด็กได้รวดเร็ว ทำให้อาเจียนและท้องร่วง และติดต่อผ่านพื้นผิวที่เด็กจับร่วมกัน
  • ไวรัสระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่และ RSV ที่แพร่ได้ง่ายเมื่อเด็กกลับมาอยู่รวมกันในห้องเรียน โดยเฉพาะ RSV ซึ่งพบบ่อยในเด็กเล็ก
  • เชื้อรา ที่ขึ้นบนผนัง ฝ้า ตู้ไม้ หนังสือ และเบาะ ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้และหอบหืดในเด็ก

หลักสำคัญ: เครื่องพ่นเป็นอุปกรณ์กระจายน้ำยา ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อขึ้นกับน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนและใช้ตามฉลาก ต้องตักโคลนและล้างทำความสะอาดก่อนทุกครั้ง พ่นเมื่อไม่มีนักเรียนอยู่ในอาคาร และให้เด็กกลับเข้าเรียนหลังครบเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลากเท่านั้น วิธีที่ดีคือวางแผนพ่นให้เสร็จก่อนวันเปิดเรียนอย่างน้อยหนึ่งวัน

ความกดดันที่โรงเรียนต้องเผชิญหลังน้ำลด

1. เวลาเรียนที่หายไป ทุกวันที่ปิดเรียนคือบทเรียนที่เด็กพลาดไป โรงเรียนจึงถูกเร่งให้เปิดเร็ว แต่จะเปิดได้ก็ต่อเมื่ออาคารพร้อมจริง

2. คนน้อย งานมาก โรงเรียนขนาดเล็กในชนบทมีครูและบุคลากรจำกัด ครูหลายคนบ้านก็ถูกน้ำท่วมเช่นกัน งานฟื้นฟูโรงเรียนจึงต้องทำด้วยคนไม่กี่คนในเวลาไม่กี่วัน

3. พื้นที่หลากหลายและกว้าง ห้องเรียนหลายห้อง ห้องอนุบาล โรงอาหาร ห้องน้ำ ห้องสมุด อาคารเอนกประสงค์ สนามเด็กเล่น และรอบอาคาร แต่ละจุดมีลักษณะต่างกัน ต้องใช้เครื่องมือที่ปรับใช้ได้ทั้งในห้องแคบและพื้นที่โล่ง

4. ความกังวลของผู้ปกครอง ผู้ปกครองจำนวนมากลังเลที่จะส่งลูกกลับไปเรียนถ้าไม่แน่ใจว่าโรงเรียนสะอาด หากเปิดเรียนแล้วมีเด็กท้องร่วงหรือป่วยพร้อมกันหลายคน ความเชื่อมั่นจะหายไปทันทีและอาจต้องปิดเรียนอีกรอบ

5. งบประมาณจำกัด โรงเรียนเล็กมีงบไม่มาก การใช้น้ำยาแบบสิ้นเปลืองด้วยถังมือโยกหรือไม้ถูพื้นจึงเป็นภาระ ขณะที่การจ้างบริการทุกครั้งที่น้ำท่วมอาจไม่ทันเวลาในช่วงที่หลายโรงเรียนต้องการพร้อมกัน

6. น้ำท่วมซ้ำ โรงเรียนริมคลองหลายแห่งเจอน้ำท่วมเกือบทุกปี การมีเครื่องมือของตัวเองหรือของหน่วยงานในพื้นที่ จึงช่วยให้ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทุกครั้ง

ทำไมถังพ่นมือโยกและไม้ถูพื้นจึงไม่พอสำหรับทั้งโรงเรียน

  • ถังพ่นมือโยก แรงดันขึ้นอยู่กับคนโยก ละอองหยาบ น้ำยาไหลนองพื้นและหยดจากโต๊ะ ทำให้เปลืองน้ำยาและพื้นลื่น ซึ่งอันตรายสำหรับเด็ก ระยะพ่นสั้นจนต้องเดินเข้าไปทุกซอก
  • ไม้ถูพื้นและผ้าเช็ด ทำได้ดีกับพื้นและโต๊ะ แต่เข้าไม่ถึงผนังส่วนบน ใต้ชั้นหนังสือ หลังตู้ และโครงหลังคาโรงอาหาร และใช้แรงคนมาก
  • เครื่องพ่นไฟฟ้าขนาดเล็ก ต้องใช้ปลั๊กไฟ ซึ่งหลังน้ำท่วมระบบไฟในอาคารเรียนอาจยังไม่ผ่านการตรวจความปลอดภัย และกำลังลมไม่พอสำหรับโรงอาหารหรืออาคารเอนกประสงค์ขนาดใหญ่

บางโรงเรียนค้นหาคำว่า เครื่องพ่นหมอกควัน เพราะคุ้นกับภาพเจ้าหน้าที่พ่นกำจัดยุงในโรงเรียน ต้องเข้าใจว่าเครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยาเป็นควันสีขาว เน้นงานกำจัดยุง ส่วน SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยที่ใช้แรงลมจากพัดลมเครื่องยนต์เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองฝอยโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นผิวในห้องเรียนและพื้นที่กว้าง

ทางออกสำหรับโรงเรียน: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ผู้ปฏิบัติงานคนเดียวสะพายเดินพ่นได้ทั่วอาคารเรียนโดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า จึงใช้ได้แม้ระบบไฟของโรงเรียนยังไม่ได้รับการตรวจหลังน้ำท่วม

รายการข้อมูล
เครื่องยนต์2 จังหวะ สูบเดียว 72.3 ซีซี (cm³)
กำลัง3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
ถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเครื่องเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้97 dB(A)
ขนาดละอองระบบ ULV ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน (ตามข้อมูลสินค้าของ WHD)

ข้อมูลเครื่องยนต์ กำลัง ถังน้ำยา ปริมาณลม ระยะพ่น น้ำหนัก และระดับเสียง เป็นไปตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ส่วนระบบ ULV และละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน เป็นไปตามข้อมูลสินค้าของ WHD ขนาดละอองจริงขึ้นกับหัวพ่นและการตั้งค่า

ใช้ในโรงเรียนอย่างไร ในห้องเรียนขนาดมาตรฐาน ผู้พ่นยืนที่มุมด้านในแล้วกวาดท่อพ่นช้า ๆ จากผนังด้านบนลงมาถึงโต๊ะเรียนและพื้น แรงลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยพาละอองเข้าไปใต้โต๊ะ หลังตู้ และซอกที่ไม้ถูพื้นเข้าไม่ถึง ส่วนโรงอาหารหรืออาคารเอนกประสงค์ที่กว้าง ระยะพ่นประมาณ 12 เมตรช่วยให้พ่นจากทางเดินกลางไปยังสองฝั่งได้ ละอองฝอยที่ละเอียดยังทำให้น้ำยาเกาะพื้นผิวเป็นฟิล์มบาง ไม่นองพื้นจนเด็กลื่น

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องมีท่อพ่นที่หมุนปรับทิศได้ หัวพ่นระยะไกล และตะแกรงกระจายมุมกว้าง ใช้ได้ทั้งห้องน้ำแคบและสนามกว้าง ถังน้ำยาโปร่งแสงทนยูวีพร้อมปากเติมกว้าง คันโยกควบคุมมือเดียว สายสะพายบุนวม และจุดยึดกันสะเทือน 4 จุด ทำให้ครูหรือภารโรงที่ผ่านการฝึกใช้งานได้ต่อเนื่องทั้งอาคาร ส่วนอุปกรณ์เสริมอื่นในไลน์สินค้า SOLO ควรสอบถามรุ่นที่เข้ากันได้กับตัวแทนจำหน่าย

เรื่องน้ำยา: ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อเป็นของน้ำยา ไม่ใช่ตัวเครื่อง โรงเรียนควรเลือกน้ำยาที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะกับพื้นผิวในสถานศึกษา เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จัดจำหน่าย ใช้ตามอัตราเจือจาง เวลาสัมผัส และเวลากลับเข้าพื้นที่บนฉลาก ของเล่นเด็กเล็กและภาชนะในโรงอาหารควรล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน แล้วจัดการตามคำแนะนำบนฉลากน้ำยาสำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหาร

10 เหตุผลที่โรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาควรมี SOLO PORT 423

  1. ทันวันเปิดเรียน แรงลมสูงและระยะพ่นประมาณ 12 เมตรตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยให้พ่นห้องเรียนทีละห้องได้เร็วกว่าถังมือโยกมาก งานทั้งโรงเรียนจึงเสร็จทันก่อนวันที่กำหนด
  2. ไม่ต้องรอไฟฟ้า ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เริ่มงานได้ทันทีแม้ระบบไฟของอาคารยังต้องรอช่างตรวจ
  3. พื้นไม่ลื่น ปลอดภัยกับเด็ก ละอองฝอยเกาะพื้นผิวเป็นฟิล์มบาง ไม่นองพื้นเหมือนการฉีดเป็นสาย
  4. เข้าถึงทุกซอกของห้องเรียน ใต้โต๊ะ หลังตู้ ผนังส่วนบน และโครงหลังคาโรงอาหาร ด้วยท่อพ่นที่หมุนปรับทิศได้
  5. ประหยัดน้ำยาและงบประมาณ ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ระบบ ULV ช่วยประหยัดน้ำยา เหมาะกับโรงเรียนที่งบจำกัด
  6. ถังน้ำยา 12 ลิตร พ่นได้หลายห้องต่อการเติมหนึ่งครั้ง ลดเวลาเดินไปกลับจุดผสมน้ำยา
  7. ใช้ได้ทั้งในอาคารและนอกอาคาร ห้องเรียน ห้องน้ำ โรงอาหาร สนามเด็กเล่น และรอบอาคารเรียน ใช้เครื่องเดียวครบ
  8. ใช้ร่วมกันหลายโรงเรียนได้ เขตพื้นที่การศึกษาหรือ อบต. สามารถจัดหาไว้เป็นครุภัณฑ์กลาง แล้วหมุนเวียนให้โรงเรียนในพื้นที่ใช้เมื่อเกิดน้ำท่วม เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ขนย้ายสะดวก
  9. ใช้ได้ตลอดปีการศึกษา นอกจากหลังน้ำท่วม ยังใช้กับงานสุขาภิบาลและควบคุมโรคในโรงเรียนได้ตามน้ำยาที่เหมาะสม
  10. สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง โรงเรียนที่สื่อสารได้ว่าล้างและฆ่าเชื้อทุกห้องอย่างเป็นระบบก่อนเปิดเรียน จะได้รับความไว้วางใจจากชุมชน ดูรายละเอียด SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: การเตรียมโรงเรียนก่อนเปิดเรียน

ก่อน

  • ห้องอนุบาลห้องเดียวใช้เวลาเกือบชั่วโมง
  • น้ำยานองพื้น ต้องเช็ดซ้ำ
  • ผนังส่วนบนและหลังตู้ไม่โดนน้ำยา
  • เลื่อนวันเปิดเรียนเพราะทำไม่ทัน
  • ผู้ปกครองไม่มั่นใจส่งลูกกลับ

หลัง

  • วางแผนพ่นทั้งโรงเรียนได้ในเวลาที่กำหนด
  • ละอองฝอยเกาะพื้นผิวทั่วถึง ไม่นองพื้น
  • เข้าถึงผนัง ใต้โต๊ะ และโครงหลังคา
  • เสร็จก่อนวันเปิดเรียนและครบเวลาตามฉลาก
  • แจ้งผู้ปกครองพร้อมบันทึกการฆ่าเชื้อ

การเปรียบเทียบนี้เป็นกรณีตัวอย่าง ผลจริงขึ้นกับขนาดโรงเรียน สภาพหลังน้ำลด จำนวนผู้ปฏิบัติงาน และน้ำยาที่ใช้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อโรงเรียนหลังน้ำท่วม ก่อนเปิดเรียน

ขั้นที่ 1 ตรวจความปลอดภัยของอาคาร ให้ช่างตรวจโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และปลั๊กที่เคยจมน้ำก่อน ตัดไฟในอาคารที่ยังไม่ผ่านการตรวจ ห้ามนักเรียนเข้าพื้นที่

ขั้นที่ 2 ทำแผนและกำหนดวัน นับถอยหลังจากวันเปิดเรียน กำหนดวันตักโคลน วันล้าง วันพ่น และเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งวันสำหรับเวลากลับเข้าพื้นที่และการระบายอากาศ เรียงลำดับจากห้องอนุบาล โรงอาหาร และห้องน้ำก่อน

ขั้นที่ 3 ตักโคลนและคัดแยกของ ขนโคลนออก คัดแยกเบาะ พรม หนังสือ และสื่อการสอนกระดาษที่เปียกนานจนขึ้นราออกไปกำจัด ของเล่นพลาสติกและภาชนะแยกไปล้าง

ขั้นที่ 4 ล้างทำความสะอาด ล้างพื้น ผนัง โต๊ะ เก้าอี้ และห้องน้ำด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ล้างคราบโคลนออกให้หมด เปิดประตูหน้าต่างและพัดลมเพื่อให้อาคารแห้ง

ขั้นที่ 5 เตรียมน้ำยาและเครื่อง ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก เติมถัง 12 ลิตร ตรวจเครื่อง และเติมน้ำมันตามคู่มือผู้ผลิตขณะเครื่องดับและเย็น ห่างจากอาคารเรียนและเปลวไฟ

ขั้นที่ 6 สวมอุปกรณ์ป้องกัน ที่ครอบหูหรือที่อุดหู ถุงมือ แว่นตาหรือหน้ากากกันกระเด็น หน้ากากป้องกันทางหายใจตามฉลาก ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต

ขั้นที่ 7 พ่นในอาคาร พ่นทีละห้องจากด้านในถอยออกมาที่ประตู จากบนลงล่าง เน้นโต๊ะเรียน ลูกบิด ราวบันได สวิตช์ ห้องน้ำ อ่างล้างมือ และโต๊ะในโรงอาหาร ปิดห้องที่พ่นแล้วและติดป้าย "ห้ามเข้า"

ขั้นที่ 8 พ่นนอกอาคาร พ่นบริเวณสนามเด็กเล่น เครื่องเล่น ทางเดินรอบอาคาร และจุดทิ้งขยะ โดยไม่พ่นสวนลม และไม่พ่นใกล้แปลงผักของโรงเรียนหรือบ่อน้ำ

ขั้นที่ 9 รอเวลาและระบายอากาศ ปล่อยให้ครบเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลาก เปิดระบายอากาศ ครูตรวจความเรียบร้อยอีกรอบก่อนวันเปิดเรียน

ขั้นที่ 10 บันทึก สื่อสาร และดูแลเครื่อง บันทึกวันที่ ห้อง น้ำยา และผู้ปฏิบัติงาน แจ้งผู้ปกครองผ่านกลุ่มไลน์หรือเพจโรงเรียน ล้างถังและหัวพ่นด้วยน้ำสะอาด ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ และเก็บเครื่องในห้องที่ล็อกได้ ห่างจากนักเรียน

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นในโรงเรียน

  • ไม่มีนักเรียนในพื้นที่: พ่นเฉพาะวันที่ไม่มีการเรียนการสอน หรือในอาคารที่ปิดกั้นแล้ว กันเด็ก ผู้ปกครอง และสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณ
  • ป้องกันเสียง: ระดับเสียงที่ผู้ใช้ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้ง
  • แรงสั่นสะเทือนและเวลาทำงาน: พ่นเป็นช่วง พักและสลับคนเป็นระยะ
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี: ถุงมือ แว่นตาหรือหน้ากากกันกระเด็น หน้ากากป้องกันทางหายใจ ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต ตามฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยา
  • การเติมน้ำมัน: ดับเครื่องและรอให้เย็นก่อนเติม เติมในที่โล่ง ห่างเปลวไฟ เก็บน้ำมันและน้ำยาในที่ล็อกได้ พ้นมือเด็ก
  • น้ำหนัก: เครื่องเปล่า 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็ม 12 ลิตร จะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ปรับสายสะพายให้กระชับ ยกอย่างถูกท่าหรือให้คนช่วย
  • เวลากลับเข้าพื้นที่: ให้นักเรียนกลับเข้าห้องหลังครบเวลาตามฉลากและระบายอากาศแล้วเท่านั้น
  • การฝึกอบรม: ครูหรือภารโรงที่จะใช้เครื่องควรผ่านการฝึกการใช้งาน การผสมน้ำยา และการดูแลรักษาก่อน

หากนักเรียนหรือบุคลากรมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือผื่นผิวหนังหลังน้ำท่วม ควรพาไปพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดความเสี่ยงในสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ใช่การรักษาโรค

ซื้อไว้ใช้เอง หรือเรียกบริการ

โรงเรียนที่อยู่ริมคลองและเจอน้ำท่วมบ่อย หรือเขตพื้นที่การศึกษาและ อบต. ที่ดูแลหลายโรงเรียน จะคุ้มค่าที่สุดเมื่อมี SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์ของตัวเอง เพราะพร้อมใช้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิว เรื่องราคาและเอกสารประกอบการจัดซื้อ ขอใบเสนอราคาจาก WHD ได้โดยตรง

สำหรับโรงเรียนที่ยังไม่พร้อมจัดซื้อ สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหาก ทีมงานใช้อุปกรณ์และน้ำยาของบริการเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. โรงเรียนหลังน้ำท่วมต้องฆ่าเชื้อก่อนเปิดเรียนไหม

ควรทำ หลังตักโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว การพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนช่วยลดเชื้อโรคที่ตกค้างบนพื้นผิว ซึ่งสำคัญมากสำหรับเด็กเล็ก

2. ควรพ่นก่อนวันเปิดเรียนกี่วัน

ควรเสร็จก่อนวันเปิดเรียนอย่างน้อยหนึ่งวัน หรือตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ฉลากน้ำยากำหนด และเผื่อเวลาระบายอากาศ

3. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

ขึ้นกับจำนวนและอุปกรณ์ กรุณาขอใบเสนอราคาจาก WHD โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

4. เครื่องพ่นละอองฝอยกับเครื่องพ่นหมอกควันต่างกันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยาเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมเป่าน้ำยาให้เป็นละอองฝอยโดยไม่ใช้ความร้อน เหมาะกับการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิว

5. ใช้น้ำยาอะไรพ่นฆ่าเชื้อในโรงเรียน

ใช้น้ำยาที่ขึ้นทะเบียนและเหมาะกับพื้นผิวในสถานศึกษา เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จัดจำหน่าย ตามอัตราเจือจางและเวลาบนฉลาก

6. ครูหรือภารโรงใช้เครื่องเองได้ไหม

ได้ หากผ่านการฝึกการใช้งาน การผสมน้ำยา และความปลอดภัย และสวมอุปกรณ์ป้องกันครบ

7. เขตพื้นที่การศึกษาหรือ อบต. ซื้อไว้ใช้ร่วมกันหลายโรงเรียนได้ไหม

ได้ WHD จำหน่ายให้หน่วยงานราชการและองค์กร สามารถขอใบเสนอราคาและเอกสารจัดซื้อได้

8. ต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่

ไม่ต้อง ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2 จังหวะ จึงใช้ได้แม้ระบบไฟของโรงเรียนยังไม่พร้อม

9. ของเล่นและหนังสือที่โดนน้ำท่วมต้องทำอย่างไร

ของเล่นพลาสติกให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน ส่วนหนังสือ เบาะ และพรมที่เปียกนานจนขึ้นรา ควรคัดทิ้ง ไม่ควรพ่นน้ำยาทับแล้วนำกลับมาใช้

10. ถ้ายังไม่มีเครื่อง มีทางเลือกไหม

มี สามารถเรียกใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นงานแยกได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ให้โรงเรียนของคุณพร้อมเปิดเรียนอย่างมั่นใจหลังน้ำท่วม ปี 2569

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

ขอใบเสนอราคาหรือปรึกษา โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #ฆ่าเชื้อโรงเรียน #น้ำท่วมพิษณุโลก2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, ฆ่าเชื้อโรงเรียนหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดเรียน, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อโรงเรียน, ครุภัณฑ์เครื่องพ่น, น้ำท่วมเนินมะปราง พิษณุโลก ปี 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้