SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับเทศบาลและ อบต. พ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด ท่าหลวง พัฒนานิคม โคกสำโรง ลพบุรี ปี 2569

Last updated: 9 ต.ค. 2569  |  15 จำนวนผู้เข้าชม  | 

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับเทศบาลและ อบต. พ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด ท่าหลวง พัฒนานิคม โคกสำโรง ลพบุรี ปี 2569

SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง สำหรับเทศบาลและ อบต. พ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด ท่าหลวง พัฒนานิคม โคกสำโรง ลพบุรี ปี 2569

ถ้าคุณเป็นนายก ปลัด หรือหัวหน้างานสาธารณสุขของเทศบาลหรือ อบต. ที่กำลังค้นหาว่า "หลังน้ำลดควรพ่นฆ่าเชื้อชุมชนอย่างไร" หรือ "เครื่องพ่นยาเทศบาลรุ่นไหนเหมาะกับงานพื้นที่กว้าง" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณโดยตรง เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมจังหวัดลพบุรี ปี 2569 ซึ่งกระทบหลายอำเภอ รวมถึงท่าหลวง พัฒนานิคม และโคกสำโรง แล้วอธิบายว่าทำไมงานฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลดจึงต้องการเครื่องมือที่ครอบคลุมพื้นที่ได้เร็ว และทำไม SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง ที่ World Health Disinfection (WHD) จัดจำหน่าย จึงเป็นครุภัณฑ์ที่ท้องถิ่นควรมีประจำหน่วยงาน เพื่อให้ทีมของคุณพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในอาคารสาธารณะ ตลาด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศาลาประชาคม และจุดรวมพลได้ด้วยตัวเอง ทันทีที่ล้างโคลนเสร็จ

สถานการณ์น้ำท่วมลพบุรี ปี 2569 ที่ท้องถิ่นต้องรับมือ

ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จังหวัดลพบุรีมีน้ำท่วมใน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี ท่าหลวง พัฒนานิคม โคกสำโรง และบ้านหมี่ รวม 23 ตำบล 84 หมู่บ้าน 1,657 ครัวเรือน และในช่วงเวลาที่รายงาน ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น (ที่มา: เดลินิวส์ 1 ต.ค. 2569)

ภาพใหญ่ของประเทศก็หนักไม่แพ้กัน ตามข้อมูลของ ปภ. ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ซึ่งเผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์)

ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า เมื่อน้ำลดในลพบุรี ปี 2569 งานของท้องถิ่นจะไม่ได้มีแค่การแจกถุงยังชีพหรือสูบน้ำออกเท่านั้น แต่จะตามมาด้วยงานฟื้นฟูสุขอนามัยของชุมชนทั้งตำบล ตั้งแต่ถนนในหมู่บ้าน ตลาดสด โรงฆ่าสัตว์ชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ไปจนถึงวัดและศาลาที่ใช้เป็นจุดอพยพ ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่กว้างที่ต้องจัดการให้เสร็จในเวลาจำกัด

กรณีตัวอย่าง: สามวันหลังน้ำลด ที่ อบต. แห่งหนึ่งริมลำน้ำในอำเภอท่าหลวง

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในท้องถิ่นหลังน้ำท่วม เพื่ออธิบายปัญหาและแนวทางแก้ไข ไม่ใช่เหตุการณ์หรือคำบอกเล่าของบุคคลหรือหน่วยงานใดโดยเฉพาะ

เช้าวันที่สามหลังน้ำเริ่มลด คุณสมศักดิ์ หัวหน้าสำนักปลัดของ อบต. ขนาดกลางแห่งหนึ่ง ยืนดูแผนที่ตำบลที่ปักหมุดสีแดงไว้เต็มกระดาน หมุดแต่ละอันคือจุดที่ชาวบ้านโทรมาแจ้งว่า "กลิ่นแรงมาก" "มีแมลงวันเยอะ" หรือ "เด็กเริ่มท้องเสีย" ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของ อบต. ถูกน้ำท่วมสูงเกือบครึ่งผนัง ตลาดนัดประจำตำบลยังมีคราบโคลนเกาะทุกแผง ศาลาประชาคมที่ใช้เป็นจุดพักพิงชั่วคราวเพิ่งว่างลง และผู้ปกครองหลายสิบครอบครัวถามว่าเมื่อไรศูนย์เด็กเล็กจะเปิดอีกครั้ง

สิ่งที่ อบต. มีอยู่ในมือคือถังพ่นยามือโยกสองสามถังที่ใช้ฉีดหญ้า กับอาสาสมัครสาธารณสุขที่เหนื่อยล้าจากการช่วยขนของมาหลายวัน ทีมงานลองใช้ถังมือโยกพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในศูนย์เด็กเล็กเพียงอาคารเดียว ใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน น้ำยาไหลเยิ้มเป็นทางตามผนัง บางมุมไม่โดนเลย ส่วนตลาดนัดที่กว้างกว่าหลายเท่ายังไม่มีใครได้แตะ คุณสมศักดิ์คำนวณคร่าว ๆ แล้วพบว่า ถ้าทำแบบนี้ต่อไป กว่าจะครบทุกจุดในตำบลต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ ขณะที่ชาวบ้านรอไม่ได้

บ่ายวันนั้น นายก อบต. เรียกประชุมด่วน คำถามบนโต๊ะมีสามข้อ ข้อแรก เราจะทำให้พื้นที่สาธารณะกลับมาใช้งานได้เร็วที่สุดอย่างไร ข้อสอง จะทำอย่างไรให้ใช้น้ำยาอย่างประหยัดแต่ทั่วถึง และข้อสาม ปีหน้าถ้าน้ำมาอีก เราจะไม่อยากเริ่มจากศูนย์แบบนี้อีกแล้ว คำตอบที่หลายท้องถิ่นได้คือ การจัดหาเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ไว้เป็นครุภัณฑ์ของหน่วยงาน ซึ่งเป็นที่มาของบทความนี้

ทำไมชุมชนหลังน้ำลดจึงต้องฆ่าเชื้อเป็นวงกว้าง

น้ำท่วมไม่ได้พาแค่น้ำเข้ามา แต่พาสิ่งที่ปนอยู่ในน้ำเข้ามาด้วย ทั้งน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ สิ่งปฏิกูลจากส้วมที่ล้น มูลสัตว์จากคอกและฟาร์ม ซากพืช ขยะ และดินโคลน เมื่อน้ำลดลง สิ่งเหล่านี้จะตกค้างอยู่บนพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ แผงตลาด และของเล่นเด็ก ในสภาพอากาศที่ร้อนชื้น เชื้อโรคหลายกลุ่มจึงมีโอกาสเพิ่มจำนวนหรืออยู่รอดได้นานพอจะสัมผัสคน

  • แบคทีเรีย เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่มาจากสิ่งปฏิกูลและมูลสัตว์ ทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง และอาหารเป็นพิษ รวมถึงความเสี่ยงโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู จากเชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ที่ปนเปื้อนในน้ำและดินโคลน
  • ไวรัส เช่น โนโรไวรัสและโรตาไวรัสที่ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน ซึ่งระบาดได้ง่ายในเด็กเล็ก รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และ RSV ที่แพร่ได้ง่ายเมื่อคนจำนวนมากมาอยู่รวมกันในจุดอพยพหรืออาคารสาธารณะ
  • เชื้อรา ที่ขึ้นตามผนัง ฝ้า ไม้ และผ้าที่เปียกชื้นนาน ทำให้เกิดกลิ่นอับและกระตุ้นอาการภูมิแพ้ หอบหืด และระคายเคืองทางเดินหายใจ

สำหรับบ้านหลังเดียว เจ้าของบ้านอาจจัดการได้เอง แต่สำหรับพื้นที่สาธารณะที่คนทั้งตำบลใช้ร่วมกัน ความรับผิดชอบตกอยู่ที่ท้องถิ่น และขนาดของงานใหญ่เกินกว่าที่ถังพ่นเล็ก ๆ จะรับไหว นี่คือเหตุผลที่การฆ่าเชื้อหลังน้ำลดในระดับชุมชนต้องคิดเป็นระบบ ทั้งเรื่องลำดับขั้นตอน น้ำยา และเครื่องมือ

หลักสำคัญที่ต้องจำ: เครื่องพ่นเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ช่วยกระจายน้ำยา ประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยาฆ่าเชื้อที่เลือกใช้ ซึ่งควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและใช้ตามฉลาก และต้องขจัดโคลนและล้างทำความสะอาดพื้นผิวก่อนเสมอ แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนถัดไป ไม่ใช่พ่นทับโคลน

ความเจ็บปวดของท้องถิ่นหลังน้ำลด ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง

1. ขนาดพื้นที่ใหญ่เกินกำลังคน ตำบลหนึ่งอาจมีหลายหมู่บ้าน มีทั้งตลาด ศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน วัด สถานีอนามัย และถนนสายหลัก เมื่อน้ำท่วมพร้อมกันหลายหมู่บ้าน งานฆ่าเชื้อจึงต้องทำพร้อมกันหลายจุด ขณะที่บุคลากรของท้องถิ่นมีจำกัด

2. แรงงานหมดแรงตั้งแต่ช่วงน้ำท่วม เจ้าหน้าที่และ อสม. ทำงานหนักมาตั้งแต่วันแรก ทั้งอพยพคน ขนของ ทำครัวกลาง พอถึงช่วงฟื้นฟู ทุกคนล้า การใช้เครื่องมือที่ต้องโยกด้วยมือตลอดเวลาจึงยิ่งทำให้งานช้าและคนบาดเจ็บง่าย

3. เวลาไม่รอ ยิ่งปล่อยพื้นที่ชื้นไว้นาน กลิ่นอับและเชื้อราก็ยิ่งลามมากขึ้น ขณะเดียวกันประชาชนต้องการใช้ตลาด ศูนย์เด็กเล็ก และอาคารสาธารณะให้เร็วที่สุดเพื่อกลับไปทำมาหากิน

4. แรงกดดันเรื่องการเปิดพื้นที่อีกครั้ง ผู้ปกครองอยากให้ลูกกลับเข้าศูนย์เด็กเล็ก แม่ค้าอยากเปิดแผง แต่ท้องถิ่นต้องมั่นใจก่อนว่าพื้นที่สะอาดพอ ถ้าเปิดเร็วเกินไปแล้วมีเด็กป่วยตามมา ความเชื่อมั่นจะหายไปทันที

5. สุขภาพของประชาชน หลังน้ำลดเป็นช่วงที่ท้องร่วง โรคผิวหนัง โรคฉี่หนู และโรคทางเดินหายใจพบได้บ่อย ท้องถิ่นซึ่งใกล้ชิดประชาชนที่สุดจึงถูกคาดหวังให้ป้องกันเชิงรุก ไม่ใช่รอแก้ไขเมื่อมีคนป่วยแล้ว

6. ภาพลักษณ์และความไว้วางใจ ในยุคที่ทุกคนถ่ายรูปและโพสต์ลงโซเชียลได้ทันที ภาพตลาดที่ยังเต็มไปด้วยคราบโคลนหรือศูนย์เด็กเล็กที่มีกลิ่นอับ จะถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็ว ขณะที่ภาพทีมงานท้องถิ่นลงพื้นที่พ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ สวมชุดป้องกันครบ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้มาก

ทำไมถังพ่นมือโยก ถังน้ำ และไม้ถูพื้นจึงไม่พอสำหรับงานระดับตำบล

หลายท้องถิ่นเริ่มงานฆ่าเชื้อหลังน้ำลดด้วยเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้ แต่เมื่อพื้นที่ใหญ่ขึ้น ข้อจำกัดของเครื่องมือเหล่านี้จะเห็นชัดทันที

  • ถังพ่นยามือโยก ให้แรงดันไม่สม่ำเสมอ ขึ้นกับแรงของคนโยก ละอองหยาบและหยดเป็นสาย ทำให้น้ำยาไหลทิ้งมากกว่าที่จะเกาะพื้นผิว และระยะพ่นสั้น ต้องเดินเข้าใกล้ทุกจุด
  • ถังน้ำกับไม้ถูพื้น เหมาะกับการล้างพื้น แต่ไม่สามารถเข้าถึงผนังสูง ซอกหลังตู้ ใต้แผงตลาด หรือเพดานโครงหลังคาได้ และใช้น้ำยามากเกินจำเป็น
  • เครื่องพ่นไฟฟ้าขนาดเล็ก เหมาะกับห้องหรืออาคารขนาดเล็ก แต่ส่วนใหญ่ต้องใช้ปลั๊กไฟ ซึ่งในพื้นที่หลังน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าอาจยังไม่ปลอดภัยหรือถูกตัดอยู่ และกำลังลมไม่พอสำหรับพื้นที่เปิดโล่ง

อีกเรื่องที่สับสนกันบ่อยคือ เครื่องพ่นหมอกควัน กับ เครื่องพ่นละอองฝอย หลายคนค้นหาคำว่าเครื่องพ่นหมอกควันเมื่อคิดถึงงานพ่นยาของเทศบาล แต่สองเครื่องนี้ทำงานต่างกัน เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยาระเหยกลายเป็นควันสีขาว นิยมใช้ในงานพ่นกำจัดยุง ส่วนเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ SOLO PORT 423 ใช้เครื่องยนต์ขับพัดลมแรงลมสูงเป่าน้ำยาให้แตกตัวเป็นละอองฝอยแล้วส่งออกไปไกล โดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับงานพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวในพื้นที่กว้าง ทั้งในและนอกอาคาร

คำตอบสำหรับท้องถิ่น: SOLO PORT 423 เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

SOLO PORT 423 เป็นเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังแบบเครื่องยนต์ จากผู้ผลิต SOLO Kleinmotoren GmbH ประเทศเยอรมนี ออกแบบมาให้คนคนเดียวสะพายเดินพ่นได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องพึ่งปลั๊กไฟ จึงเหมาะกับพื้นที่หลังน้ำท่วมที่ไฟฟ้ายังไม่พร้อม และเหมาะกับงานของเทศบาลและ อบต. ที่ต้องเคลื่อนย้ายจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่งภายในวันเดียว

รายการข้อมูล
เครื่องยนต์เครื่องยนต์ 2 จังหวะ สูบเดียว ความจุ 72.3 ซีซี (cm³)
กำลังเครื่องยนต์3.0 กิโลวัตต์ หรือ 4.1 แรงม้า
ถังน้ำยา12 ลิตร
ปริมาณลมสูงสุด1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง
ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร
น้ำหนักเครื่องเปล่า11.0 กิโลกรัม
ระดับเสียงที่ผู้ใช้97 dB(A)
ขนาดละอองระบบ ULV ละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน (ตามข้อมูลสินค้าของ WHD)

ข้อมูลเครื่องยนต์ ถังน้ำยา ปริมาณลม ระยะพ่น น้ำหนัก และระดับเสียง เป็นไปตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ส่วนข้อมูลระบบ ULV และขนาดละอองต่ำกว่า 30 ไมครอน เป็นไปตามข้อมูลสินค้าของ WHD ซึ่งขนาดละอองจริงขึ้นอยู่กับหัวพ่นและการตั้งค่าที่ใช้

ตามข้อมูลสินค้าของ WHD เครื่องรุ่นนี้ใช้ชิ้นส่วนคุณภาพอย่างกระบอกสูบเคลือบนิกาซิล (Nikasil) คาร์บูเรเตอร์ลูกลอยของ BING และระบบจุดระเบิดอิเล็กทรอนิกส์ มีท่อพ่นที่หมุนปรับทิศได้ หัวพ่นระยะไกลและตะแกรงกระจายมุมกว้าง ถังน้ำยาโปร่งแสงทนรังสียูวีพร้อมปากเติมกว้าง คันโยกควบคุมด้วยมือเดียวสำหรับคันเร่ง ปริมาณน้ำยา และดับเครื่อง สายสะพายบุนวม และจุดยึดกันสะเทือน 4 จุด ช่วยลดความล้าเมื่อทำงานต่อเนื่อง สำหรับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น ชุดสำหรับงานพ่นผงหรือเม็ด ทางผู้ผลิตมีในไลน์สินค้า ควรสอบถามรุ่นและความเข้ากันได้กับตัวแทนจำหน่ายก่อนสั่งซื้อ

เครื่องช่วยให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้อย่างไร หัวใจของเครื่องพ่นละอองฝอยคือแรงลม พัดลมที่ขับด้วยเครื่องยนต์ส่งลมปริมาณสูงสุดถึง 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ลมนี้ทำให้น้ำยาแตกตัวเป็นละอองและพาละอองออกไปได้ไกลประมาณ 12 เมตรในแนวราบ ผู้ปฏิบัติงานจึงยืนพ่นจากทางเดินกลางตลาดแล้วกวาดท่อซ้ายขวาให้ละอองเข้าถึงใต้แผงและซอกต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องเดินเข้าไปทุกซอก ละอองที่เล็กกว่าการฉีดแบบถังมือโยกยังช่วยให้น้ำยากระจายเป็นฟิล์มบางบนพื้นผิว ใช้น้ำยาน้อยลงต่อพื้นที่ และลดปัญหาน้ำยาไหลนองพื้น

เรื่องน้ำยา: เครื่องพ่นทำหน้าที่กระจายน้ำยาเท่านั้น ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อเป็นของน้ำยาที่เลือกใช้ ท้องถิ่นควรเลือกน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง ใช้ตามอัตราเจือจางและเวลาสัมผัสบนฉลาก ตัวอย่างเช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จัดจำหน่าย ซึ่งควรใช้ตามคำแนะนำบนฉลากและเอกสารความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

10 เหตุผลที่เทศบาลและ อบต. ควรมี SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์ประจำหน่วยงาน

  1. ครอบคลุมพื้นที่สาธารณะกว้างได้เร็ว ด้วยปริมาณลมสูงสุด 1,400 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงและระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ทีมงานจึงพ่นตลาด ลานวัด หรือศาลาประชาคมได้ในเวลาสั้นกว่าถังมือโยกมาก
  2. ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า เครื่องยนต์เบนซินทำให้ใช้งานได้ทันทีแม้ไฟฟ้าในหมู่บ้านยังไม่กลับมา หรือยังไม่ปลอดภัยพอจะเสียบปลั๊ก
  3. คนเดียวสะพายเดินพ่นได้ ไม่ต้องลากสายยางหรือเข็นรถเข็น เข้าซอยแคบ ทางเดินในตลาด และอาคารที่มีบันไดได้สะดวก
  4. ถังน้ำยา 12 ลิตร ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ช่วยให้พ่นต่อเนื่องได้นานขึ้นก่อนต้องหยุดเติม ลดเวลาเดินไปกลับจุดผสมน้ำยา
  5. ประหยัดน้ำยา ละอองฝอยกระจายบนพื้นผิวได้ทั่วกว่าการฉีดเป็นสาย ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ระบบ ULV ช่วยประหยัดน้ำยา ซึ่งสำคัญมากเมื่องบประมาณฉุกเฉินมีจำกัด
  6. เข้าถึงจุดที่มือเอื้อมไม่ถึง ท่อพ่นหมุนปรับทิศได้ พร้อมหัวพ่นระยะไกลและตะแกรงกระจายมุมกว้าง ช่วยให้ละอองเข้าถึงผนังสูง ใต้แผง และโครงหลังคา
  7. ใช้ได้หลายภารกิจตลอดปี ไม่ได้ใช้เฉพาะช่วงน้ำท่วม ท้องถิ่นยังใช้กับงานควบคุมโรคและงานสุขาภิบาลอื่นตามน้ำยาที่เหมาะสมได้ จึงคุ้มค่าในฐานะครุภัณฑ์
  8. คุณภาพเครื่องยนต์จากเยอรมนี ผลิตโดย SOLO Kleinmotoren GmbH และตามข้อมูลสินค้าของ WHD ใช้กระบอกสูบเคลือบนิกาซิลและคาร์บูเรเตอร์ BING ซึ่งช่วยให้เครื่องทำงานได้สม่ำเสมอ
  9. ลดความล้าของผู้ปฏิบัติงาน สายสะพายบุนวมและจุดยึดกันสะเทือน 4 จุด ตามข้อมูลสินค้าของ WHD ช่วยให้ทีมทำงานได้นานขึ้นโดยไม่บาดเจ็บง่าย
  10. สร้างความมั่นใจให้ประชาชน การมีทีมพ่นฆ่าเชื้อของท้องถิ่นเองที่ลงพื้นที่ได้ทันทีหลังล้างโคลนเสร็จ ช่วยให้เปิดตลาด ศูนย์เด็กเล็ก และอาคารสาธารณะได้อย่างมั่นใจขึ้น ดูรายละเอียด SOLO PORT 423

ก่อนและหลัง: งานฆ่าเชื้อชุมชนของ อบต. เมื่อมีเครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

ก่อน (ใช้ถังมือโยก)

  • ศูนย์เด็กเล็กหนึ่งอาคารใช้เวลาครึ่งวัน
  • น้ำยาไหลนองพื้น บางมุมไม่โดน
  • คนพ่นปวดแขนและหลังจากการโยกต่อเนื่อง
  • ตลาดและศาลาประชาคมต้องรอคิวหลายวัน
  • ชาวบ้านโทรถามซ้ำว่าเมื่อไรจะเปิดใช้พื้นที่

หลัง (ใช้ SOLO PORT 423)

  • วางแผนพ่นได้หลายจุดในวันเดียวตามลำดับความสำคัญ
  • ละอองฝอยกระจายทั่วพื้นผิว ใช้น้ำยาอย่างคุ้มค่า
  • ผู้ปฏิบัติงานสะพายเครื่องเดินพ่นได้ต่อเนื่อง
  • เปิดพื้นที่สาธารณะได้เร็วขึ้นหลังครบเวลาตามฉลาก
  • ท้องถิ่นมีภาพการทำงานเชิงรุกที่ประชาชนเห็นได้

ตารางเปรียบเทียบนี้เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อแสดงความแตกต่างของวิธีทำงาน ผลจริงขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ จำนวนผู้ปฏิบัติงาน สภาพหลังน้ำลด และน้ำยาที่ใช้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด สำหรับเทศบาลและ อบต.

ขั้นที่ 1 สำรวจและจัดลำดับพื้นที่ ทำแผนที่จุดที่ต้องฆ่าเชื้อในตำบล แล้วจัดลำดับจากพื้นที่ที่กลุ่มเปราะบางใช้มากที่สุด เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานีอนามัยหรือ รพ.สต. ศาลาที่ใช้เป็นจุดพักพิง จากนั้นจึงเป็นตลาดสด ห้องน้ำสาธารณะ วัด และถนนในหมู่บ้าน

ขั้นที่ 2 ตรวจความปลอดภัยของอาคาร ก่อนเข้าพื้นที่ ตรวจโครงสร้างที่อาจทรุดตัว ตัดไฟในอาคารที่น้ำเคยท่วมถึงปลั๊ก และกันพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้ระหว่างทำงาน

ขั้นที่ 3 ขจัดโคลนและขยะ ตักโคลน ขนขยะและวัสดุที่เสียหายออก โดยเฉพาะฟูก พรม และกระดาษที่เปียกน้ำนาน ซึ่งไม่ควรเก็บไว้ใช้ต่อ

ขั้นที่ 4 ล้างทำความสะอาด ล้างพื้น ผนัง และพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอกหรือน้ำยาทำความสะอาด เพราะคราบสกปรกจะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

ขั้นที่ 5 เตรียมน้ำยาและเครื่อง ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนตามอัตราเจือจางบนฉลาก เติมลงถัง 12 ลิตรของเครื่อง ตรวจสภาพเครื่อง เติมน้ำมันตามคู่มือผู้ผลิตขณะเครื่องดับและเย็นแล้ว ห่างจากเปลวไฟ

ขั้นที่ 6 สวมอุปกรณ์ป้องกัน ที่ครอบหูหรือที่อุดหู ถุงมือกันสารเคมี แว่นตาหรือหน้ากากกันกระเด็น หน้ากากป้องกันทางหายใจตามที่ฉลากน้ำยากำหนด ชุดแขนยาวและรองเท้าบูต

ขั้นที่ 7 พ่นอย่างเป็นระบบ เริ่มจากด้านในสุดของอาคารแล้วถอยออกมาทางประตู พ่นจากบนลงล่าง กวาดท่อพ่นช้า ๆ สม่ำเสมอ ไม่พ่นสวนลม และไม่หันหัวพ่นไปทางคน สำหรับพื้นที่เปิดโล่งอย่างตลาด ให้เดินตามทางเดินกลางแล้วพ่นเข้าหาแผงทั้งสองฝั่ง

ขั้นที่ 8 รอเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ ปล่อยให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวตามเวลาที่ฉลากกำหนด แล้วระบายอากาศ เปิดให้ประชาชนกลับเข้าใช้หลังครบเวลาที่ปลอดภัยตามฉลากเท่านั้น

ขั้นที่ 9 บันทึกและสื่อสาร บันทึกวันเวลา พื้นที่ น้ำยา และผู้ปฏิบัติงาน เพื่อใช้รายงานผู้บริหารและตอบคำถามประชาชน แจ้งประกาศผ่านหอกระจายข่าวหรือเพจของหน่วยงานว่าพื้นที่ใดพร้อมใช้งานแล้ว

ขั้นที่ 10 ดูแลเครื่องหลังใช้งาน ล้างถังและหัวพ่นด้วยน้ำสะอาด ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ เก็บเครื่องในที่แห้ง และตรวจเช็กตามคู่มือผู้ผลิต เพื่อให้พร้อมใช้งานในครั้งต่อไป

ความปลอดภัยในการใช้เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง

  • ป้องกันเสียง: ระดับเสียงที่ผู้ใช้อยู่ที่ 97 dB(A) ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ต้องสวมที่ครอบหูหรือที่อุดหูทุกครั้งที่เครื่องทำงาน
  • แรงสั่นสะเทือนและเวลาทำงาน: จำกัดเวลาทำงานต่อรอบ สลับคนพ่นและพักเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อต้องพ่นหลายจุดในวันเดียว
  • อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี: สวมถุงมือ แว่นตาหรือหน้ากากกันกระเด็น หน้ากากป้องกันทางหายใจ ชุดแขนยาว และรองเท้าบูต ตามที่ฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัย (SDS) ของน้ำยากำหนด
  • การเติมน้ำมัน: ดับเครื่องและรอให้เครื่องเย็นก่อนเติมน้ำมันทุกครั้ง เติมในที่โล่ง ห่างจากเปลวไฟและบุหรี่
  • น้ำหนักบนหลัง: เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัม ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มถัง 12 ลิตร น้ำหนักรวมจะอยู่ราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ควรปรับสายสะพายให้กระชับ และยกเครื่องขึ้นหลังด้วยท่าที่ถูกต้องหรือให้เพื่อนช่วยยก
  • กันคนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่: ไม่พ่นขณะมีประชาชน เด็ก หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในบริเวณ ติดป้ายหรือกั้นเทปเตือน
  • เวลากลับเข้าพื้นที่: ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ระบุบนฉลากน้ำยาอย่างเคร่งครัด
  • การฝึกอบรม: ผู้ใช้เครื่องควรได้รับการฝึกการใช้งาน การผสมน้ำยา และการดูแลเครื่องก่อนออกปฏิบัติงานจริง

หากผู้ปฏิบัติงานหรือประชาชนมีอาการผิดปกติหลังลุยน้ำหรือหลังน้ำลด เช่น ไข้ ปวดกล้ามเนื้อน่อง ท้องร่วง หรือผื่นผิวหนัง ควรพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการลดความเสี่ยงในสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การรักษาโรค

ซื้อเครื่องไว้ใช้เอง หรือจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อ

สำหรับท้องถิ่นที่มีพื้นที่รับผิดชอบกว้าง มีน้ำท่วมซ้ำเกือบทุกปี และมีบุคลากรพร้อมรับการฝึก การจัดหา SOLO PORT 423 เป็นครุภัณฑ์จะช่วยให้ทีมงานตอบสนองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคิวใคร และยังใช้กับงานควบคุมโรคอื่นได้ตลอดปี เรื่องราคาและเงื่อนไขการจัดซื้อ สามารถขอใบเสนอราคาจาก WHD ได้โดยตรง

ส่วนหน่วยงานที่ยังไม่พร้อมจัดซื้อ หรือมีงานเร่งด่วนเกินกำลังทีม สามารถเลือกใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ซึ่งเป็นบริการแยกต่างหาก โดยทีมงานของ WHD จะใช้อุปกรณ์และน้ำยาของบริการเอง ทั้งสองทางเลือกเริ่มต้นได้จากการโทรปรึกษาทีมงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. SOLO PORT 423 ราคาเท่าไร

ราคาขึ้นอยู่กับจำนวน อุปกรณ์ที่ต้องการ และเงื่อนไขการจัดซื้อของหน่วยงาน กรุณาขอใบเสนอราคาจาก WHD ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

2. เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลังต่างจากเครื่องพ่นหมอกควันอย่างไร

เครื่องพ่นหมอกควันใช้ความร้อนทำให้น้ำยากลายเป็นควัน ส่วน SOLO PORT 423 ใช้แรงลมจากพัดลมที่ขับด้วยเครื่องยนต์เป่าน้ำยาให้แตกเป็นละอองฝอยโดยไม่ใช้ความร้อน จึงเหมาะกับงานพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนพื้นผิวในพื้นที่กว้าง

3. เทศบาลหรือ อบต. ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดเมื่อไร

หลังจากขจัดโคลน ขนขยะ และล้างทำความสะอาดพื้นผิวเสร็จแล้ว และอาคารปลอดภัยพอให้เข้าไปทำงาน ไม่ควรพ่นทับโคลนหรือคราบสกปรก เพราะน้ำยาจะทำงานได้ไม่เต็มที่

4. เครื่องพ่นยาสะพายหลังรุ่นนี้พ่นได้ไกลแค่ไหน

ตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO ระยะพ่นแนวราบประมาณ 12 เมตร ระยะจริงขึ้นกับหัวพ่น ลม และสภาพพื้นที่

5. ใช้น้ำยาอะไรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องและเหมาะกับพื้นผิว เช่น Chemgene HLD4H ที่ WHD จัดจำหน่าย โดยผสมและใช้ตามฉลากอย่างเคร่งครัด ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อขึ้นอยู่กับน้ำยา ไม่ใช่ตัวเครื่อง

6. เครื่องหนักไหม คนทั่วไปสะพายไหวหรือเปล่า

เครื่องเปล่าหนัก 11.0 กิโลกรัมตามข้อมูลผู้ผลิต SOLO เมื่อเติมน้ำยาเต็มถังจะหนักราว 23 กิโลกรัมขึ้นไป ผู้ปฏิบัติงานที่แข็งแรงและได้รับการฝึกสามารถสะพายได้ แต่ควรสลับคนและพักเป็นระยะ

7. ต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่

ไม่ต้อง เครื่องใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2 จังหวะ จึงใช้งานได้ในพื้นที่หลังน้ำท่วมที่ไฟฟ้ายังไม่พร้อม

8. ซื้อเป็นครุภัณฑ์ของท้องถิ่นได้ไหม

ได้ WHD จำหน่าย SOLO PORT 423 ให้หน่วยงานราชการและองค์กร สามารถขอใบเสนอราคาและเอกสารประกอบการจัดซื้อได้จากทีมงาน

9. ถ้ายังไม่พร้อมซื้อ มีทางเลือกอื่นไหม

มี หน่วยงานสามารถจ้างบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD เป็นงานแยกได้ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

10. พ่นเสร็จแล้วเข้าพื้นที่ได้เลยหรือไม่

ไม่ควร ต้องรอให้ครบเวลาสัมผัสและเวลากลับเข้าพื้นที่ตามฉลากน้ำยา และระบายอากาศให้ดีก่อนเปิดให้ประชาชนใช้

ให้ทีมท้องถิ่นของคุณพร้อมฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลด ปี 2569 ด้วยตัวเอง

ดูสินค้าและราคา SOLO PORT 423 คลิกที่นี่

ขอใบเสนอราคาหรือปรึกษาการใช้งาน โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#SOLO423 #SOLOPORT423 #เครื่องพ่นละอองฝอย #เครื่องพ่นยาสะพายหลัง #เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #เครื่องพ่นยาเทศบาล #อบต #น้ำท่วมลพบุรี2569

คำค้นหา: เครื่องพ่นละอองฝอยสะพายหลัง, SOLO PORT 423, SOLO PORT 423 ราคา, เครื่องพ่นยาสะพายหลัง, เครื่องพ่นยาเทศบาล, เครื่องพ่นฆ่าเชื้อ, พ่นฆ่าเชื้อชุมชนหลังน้ำลด, อบต. พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, ครุภัณฑ์เครื่องพ่น, น้ำท่วมลพบุรี ปี 2569, น้ำท่วมท่าหลวง พัฒนานิคม โคกสำโรง 2569

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้