ระคายเคืองตา แสบจมูก หลังน้ำท่วม เกิดจากเชื้อราหรือกลิ่นสารเคมี? บทเรียนน้ำท่วมถนนบ้านหินโคน ถึงบ้านกระทิง ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปี 2569 พร้อมวิธีป้องกันและบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกัน และกำจัดเชื้อ Covid-19

ระคายเคืองตา แสบจมูก หลังน้ำท่วม เกิดจากเชื้อราหรือกลิ่นสารเคมี? บทเรียนน้ำท่วมถนนบ้านหินโคน ถึงบ้านกระทิง ต.หินโคน อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ปี 2569 พร้อมวิธีป้องกันและบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

ถ้าคุณกำลังค้นหาว่า "แสบตา คันตาหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร" "แสบจมูก จามไม่หยุดหลังล้างบ้าน" หรือ "กลิ่นอับหลังน้ำลด อันตรายไหม" บทความนี้มีคำตอบ อาการระคายเคืองตา ตาแดง น้ำตาไหล แสบจมูก คัดจมูก และจามบ่อยหลังน้ำท่วม มักมีต้นเหตุสองกลุ่มใหญ่ที่มาพร้อมกัน กลุ่มแรกคือสปอร์เชื้อราและแบคทีเรียที่เติบโตในบ้านที่อับชื้น อีกกลุ่มคือไอระเหยของสารเคมี ทั้งจากน้ำยาทำความสะอาดที่ผสมกันผิดวิธี น้ำมันเชื้อเพลิง และสารเคมีทางการเกษตรที่ปนมากับน้ำ เราจะอธิบายผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2569 ริมลำมาศ ว่าเชื้อแต่ละชนิดทำให้เกิดอาการอย่างไร อาการแบบไหนต้องรีบไปหาหมอ และหลังล้างบ้านเสร็จแล้ว บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection (WHD) ช่วยดูแลบ้านต่ออย่างไร

ข้อควรรู้ก่อนอ่าน: บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากตาเจ็บมาก มองเห็นไม่ชัด หายใจลำบาก หรือสารเคมีกระเด็นเข้าตา ให้ไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ว่าเพิ่งผ่านน้ำท่วมหรือใช้สารเคมีทำความสะอาด การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาอาการเจ็บป่วย และน้ำยาฆ่าเชื้อเองก็เป็นสารเคมี จึงต้องออกจากพื้นที่ระหว่างพ่นเสมอ

กรณีตัวอย่าง: บ้านริมลำมาศ ต.หินโคน ปี 2569 กับอาการแสบตาที่มาพร้อมงานล้างบ้าน

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมในชุมชนชนบท ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่งในพื้นที่

พี่แก้วเป็นชาวนาในหมู่บ้านริมลำมาศ ตำบลหินโคน ช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 2569 น้ำจากลำมาศเอ่อเข้ามาในหมู่บ้าน ถนนหน้าบ้านจมน้ำจนรถเล็กผ่านไม่ได้ ชาวบ้านต้องอาศัยรถไถลากพ่วงพามอเตอร์ไซค์ข้ามน้ำ นาข้าวที่ใกล้เก็บเกี่ยวจมอยู่ใต้น้ำหลายวัน กระสอบปุ๋ยและแกลลอนสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่เก็บไว้ในเพิงข้างบ้านก็ถูกน้ำท่วมถึง

เมื่อน้ำเริ่มลด พี่แก้วกับสามีรีบล้างบ้าน ห้องเก็บของมีกลิ่นอับรุนแรง ผนังไม้อัดเริ่มมีจุดดำและฝ้าสีเขียว ที่นอนกับหมอนส่งกลิ่นเหม็น พี่แก้วจึงเทน้ำยาฟอกขาวลงถังแล้วเติมน้ำยาล้างห้องน้ำลงไปด้วย หวังให้แรงขึ้น ไม่กี่นาทีต่อมาเธอรู้สึกแสบตา น้ำตาไหลพราก แสบจมูก ไอ และแน่นหน้าอก ส่วนลูกชายวัยรุ่นที่ช่วยรื้อที่นอนก็จามไม่หยุด คันตา และตาแดงทั้งสองข้าง

พี่แก้วรีบออกไปสูดอากาศข้างนอก ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด อาการแน่นหน้าอกดีขึ้น แต่ยังแสบตาอยู่หลายชั่วโมง วันต่อมาจึงไปโรงพยาบาลและเล่าให้แพทย์ฟังทั้งเรื่องน้ำท่วม เรื่องการผสมน้ำยา และเรื่องราที่ขึ้นบนผนัง แพทย์อธิบายว่าการผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาบางชนิดทำให้เกิดก๊าซที่ระคายเคืองทางเดินหายใจ ส่วนอาการจามและคันตาของลูกชายอาจเกี่ยวกับสปอร์เชื้อราในบ้าน และแนะนำให้สวมหน้ากากและแว่นตาเมื่อทำความสะอาด เรื่องนี้สะท้อนคำถามของหลายครอบครัวในพื้นที่น้ำท่วมปี 2569 ว่าอาการระคายเคืองตาและจมูกเกิดจากอะไร และทำความสะอาดบ้านอย่างไรให้ปลอดภัย

น้ำท่วมหินโคน ลำปลายมาศ บุรีรัมย์ ปี 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของสยามรัฐ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 มวลน้ำจาก 7 อำเภอต้นน้ำของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ บ้านกรวด โนนดินแดง ปะคำ ประโคนชัย ละหานทราย เฉลิมพระเกียรติ และนางรอง ไหลมาสมทบในลำมาศจนเอ่อท่วมตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ 6 หมู่บ้าน รวมกว่า 1,000 ครัวเรือน ถนนสายบ้านหินโคนถึงบ้านกระทิงถูกน้ำท่วมสูง 30 ถึง 50 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ชาวบ้านต้องใช้รถไถลากพ่วงขนรถจักรยานยนต์ข้ามน้ำ และนาข้าวได้รับความเสียหายราว 3,200 ไร่

รายละเอียดเรื่องครอบครัวในบทความนี้เป็นกรณีตัวอย่าง แต่ข้อเท็จจริงข้างต้นทำให้เห็นภาพชัดว่า น้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรมไม่ได้พามาเพียงโคลนและน้ำเสีย แต่ยังมีดินจากนา เศษพืชที่เน่า มูลสัตว์ และอาจมีปุ๋ยหรือสารเคมีทางการเกษตรที่ถูกน้ำชะออกมา เมื่อน้ำลด บ้านที่ชื้นนานหลายวันก็กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อราได้ดี

ในภาพรวมระดับประเทศ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (เผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์) อาการแสบตาและแสบจมูกระหว่างล้างบ้านจึงเป็นเรื่องที่คนจำนวนมากอาจเจอในปี 2569

แสบตา แสบจมูกหลังน้ำท่วม มีกี่แบบ? ภูมิแพ้ ระคายเคือง หรือติดเชื้อ

อาการที่ตาและจมูกหลังน้ำท่วมแบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสามแบบ ซึ่งบางครั้งเกิดพร้อมกันได้

  • แบบภูมิแพ้: คันตา น้ำตาไหล ตาแดงทั้งสองข้าง จามติดกัน น้ำมูกใส คัดจมูก มักเป็นมากขึ้นเมื่ออยู่ในห้องที่อับชื้นหรือมีราขึ้น ต้นเหตุคือสปอร์และชิ้นส่วนของเชื้อรา ไรฝุ่น และฝุ่นจากโคลนแห้ง
  • แบบระคายเคืองจากสารเคมี: แสบร้อนตาและจมูกทันทีหลังสัมผัสกลิ่น ไอ แน่นหน้าอก บางคนปวดศีรษะหรือคลื่นไส้ อาการมักดีขึ้นเมื่อออกไปอยู่ในที่อากาศถ่ายเท
  • แบบติดเชื้อ: ตาแดงมีขี้ตามาก ขี้ตาเหลืองหรือเขียว เปลือกตาบวม เจ็บตา หรือคัดจมูกร่วมกับไข้ ปวดหน้าผากและโหนกแก้ม น้ำมูกข้นสีเหลืองเขียว อาจเกิดจากไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อราบางชนิด

การแยกแยะด้วยตนเองทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่ออาการคาบเกี่ยวกัน หากอาการไม่ดีขึ้นใน 1 ถึง 2 วัน หรือมีสัญญาณอันตรายตามหัวข้อด้านล่าง ควรพบแพทย์

ระคายเคืองตา จมูก หลังน้ำท่วม เกิดจากเชื้ออะไรได้บ้าง?

ด้านล่างคือเชื้อ 12 กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอาการตาและจมูกหลังน้ำท่วม ทั้งเชื้อราในบ้าน ไวรัสตาแดง แบคทีเรีย และอะมีบาในน้ำ ข้อมูลนี้เพื่อความเข้าใจทั่วไป การระบุเชื้อจริงต้องให้แพทย์ตรวจ

กลุ่มเชื้อราในบ้านที่อับชื้น

1. แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus fumigatus, Aspergillus flavus, Aspergillus niger)

ราชนิดนี้พบได้ทั่วไปในดิน เศษพืช และวัสดุที่เปียกชื้น ปล่อยสปอร์ขนาดเล็กมากลอยในอากาศ เมื่อสูดเข้าไปอาจทำให้จาม คัดจมูก คันตา และกระตุ้นโรคหืดในคนที่แพ้ ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำหรือมีโรคปอดเรื้อรัง ราแอสเปอร์จิลลัสอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ปอดหรือโพรงไซนัสซึ่งต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ ข้าวเปลือกหรือข้าวสารที่เปียกน้ำแล้วขึ้นราก็อาจมีราชนิดนี้ จึงไม่ควรนำมากิน

2. เพนิซิลเลียม (Penicillium spp.)

ราสีเขียวอมฟ้าที่มักขึ้นบนผนังที่เคยจมน้ำ วอลเปเปอร์ พรม และอาหารที่เสีย เป็นต้นเหตุสำคัญของ "กลิ่นอับ" ในบ้านหลังน้ำลด สปอร์ทำให้คันตา จาม และแน่นจมูกในคนที่แพ้

3. คลาโดสปอเรียม (Cladosporium spp.)

ราสีเขียวเข้มถึงดำที่พบบ่อยที่สุดชนิดหนึ่งทั้งในและนอกบ้าน ชอบขึ้นตามขอบหน้าต่าง ผ้าม่าน และพื้นผิวไม้ที่ชื้น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่ทำให้เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้และจมูกอักเสบได้

4. อัลเทอร์นาเรีย (Alternaria alternata)

ราที่พบมากในทุ่งนาและเศษฟาง เมื่อนาข้าวจมน้ำและฟางเน่า สปอร์ของราชนิดนี้จะเพิ่มขึ้นมาก อัลเทอร์นาเรียเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่มีความสัมพันธ์กับอาการหืดกำเริบ คันตา และจามในฤดูฝน

5. สตาคีบอทริส หรือราดำ (Stachybotrys chartarum)

ราสีดำเขียวที่ชอบวัสดุที่มีเซลลูโลสและเปียกนาน เช่น แผ่นยิปซัม ไม้อัด กระดาษ และกล่องลัง มักปรากฏหลังจากวัสดุเปียกต่อเนื่องหลายวัน ราชนิดนี้สร้างสารพิษจากเชื้อรา (mycotoxin) ได้ ผู้ที่อยู่ในบ้านที่มีราดำขึ้นมากอาจระคายเคืองตา จมูก และคอ วิธีที่ถูกต้องคือรื้อวัสดุที่ขึ้นราออกโดยสวมหน้ากาก N95 ถุงมือ และแว่นตาป้องกัน

6. ราในกลุ่มมิวคอร์ (Rhizopus spp., Mucor spp.)

ราที่ขึ้นเร็วบนอาหารและเศษพืชที่เน่า ในคนทั่วไปมักไม่ก่อโรค แต่ในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อราในโพรงจมูกและไซนัสที่รุนแรงได้ สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์คือ ปวดหน้า หน้าบวม มีสะเก็ดดำในจมูก หรือตาบวมข้างเดียว

7. ฟิวซาเรียม (Fusarium spp.)

ราที่อยู่ในดินและพืช เป็นสาเหตุสำคัญของกระจกตาอักเสบจากเชื้อรา (fungal keratitis) โดยเฉพาะหลังจากตาถูกกระทบด้วยใบไม้ ใบข้าว เศษดิน หรือโคลน ซึ่งเกิดได้ง่ายระหว่างเก็บกู้นาข้าวหรือรื้อเศษพืชหลังน้ำท่วม อาการคือเจ็บตา ตาแดง แพ้แสง และมองเห็นมัว ต้องรีบพบจักษุแพทย์

กลุ่มไวรัสและแบคทีเรีย

8. อะดีโนไวรัส (Adenovirus)

ไวรัสต้นเหตุโรคตาแดงที่พบบ่อยที่สุด ติดต่อทางมือที่สัมผัสน้ำตาหรือขี้ตา ผ้าเช็ดหน้า หมอน และพื้นผิวที่ใช้ร่วมกัน อาการคือตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล ขี้ตาใส บางรายมีไข้และเจ็บคอร่วมด้วย ในศูนย์พักพิงหรือบ้านที่คนอยู่รวมกันมากช่วงน้ำท่วม โรคตาแดงแพร่ได้เร็ว

9. เอนเทอโรไวรัส 70 และค็อกซากีไวรัส A24 (Enterovirus 70, Coxsackievirus A24)

ไวรัสกลุ่มนี้ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบชนิดมีเลือดออก ตาแดงจัด มีจุดเลือดออกใต้เยื่อบุตา เคืองตามาก และระบาดเป็นกลุ่มก้อนได้ในฤดูฝนและหลังน้ำท่วม เมื่อน้ำสะอาดสำหรับล้างมือมีจำกัด การแพร่ผ่านมือและผ้าเช็ดหน้าจึงเพิ่มขึ้น

10. แบคทีเรียที่ทำให้ตาแดงและไซนัสอักเสบ (Staphylococcus aureus, Streptococcus pneumoniae, Haemophilus influenzae)

แบคทีเรียเหล่านี้ทำให้ตาแดงชนิดมีขี้ตาข้นเหลือง เปลือกตาติดกันตอนตื่นนอน และอาจทำให้ไซนัสอักเสบตามหลังหวัดหรือภูมิแพ้ที่คัดจมูกนาน ๆ อาการไซนัสอักเสบคือ คัดจมูก น้ำมูกข้นเหลืองเขียว ปวดหน้าผากหรือโหนกแก้ม และมีไข้

11. ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (Pseudomonas aeruginosa)

แบคทีเรียที่ชอบน้ำ พบในน้ำนิ่ง ท่อระบายน้ำ และโคลน เป็นสาเหตุสำคัญของแผลที่กระจกตา โดยเฉพาะในผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วโดนน้ำสกปรก หรือล้างเลนส์ด้วยน้ำที่ไม่สะอาด อาการคือตาแดง เจ็บตามาก แพ้แสง และมองเห็นมัวอย่างรวดเร็ว ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางตา

กลุ่มปรสิตและสารจากจุลินทรีย์

12. อะแคนทามีบา (Acanthamoeba spp.)

อะมีบาที่อาศัยอยู่ในน้ำ ดิน และฝุ่น สามารถทำให้กระจกตาอักเสบรุนแรงในผู้ใส่คอนแทคเลนส์ที่โดนน้ำท่วมหรือน้ำบ่อ อาการคือเจ็บตามากกว่าที่เห็นภายนอก ตาแดง และมองเห็นลดลง อะแคนทามีบาสร้างซีสต์ที่ทนทาน เราไม่อ้างว่าการพ่นฆ่าเชื้อในบ้านจะกำจัดเชื้อนี้ได้ วิธีป้องกันที่สำคัญคือห้ามใส่คอนแทคเลนส์ขณะลุยน้ำหรือล้างบ้าน และห้ามล้างเลนส์หรือตลับด้วยน้ำประปาหรือน้ำบ่อ

สารจากจุลินทรีย์ที่ทำให้ระคายเคือง: นอกจากตัวเชื้อแล้ว แบคทีเรียแกรมลบในน้ำเสียยังปล่อยสารเอนโดท็อกซิน (endotoxin) ซึ่งเมื่อฟุ้งกระจายตอนฉีดล้างด้วยแรงดันสูงอาจทำให้ระคายเคืองตาและทางเดินหายใจ ส่วนกลิ่นดินหรือกลิ่นอับเฉพาะตัวมักมาจากสารระเหยที่เชื้อราและแบคทีเรียกลุ่มแอคติโนมัยซีท (Streptomyces) ปล่อยออกมา เช่น จีออสมิน (geosmin) แม้กลิ่นเองไม่ใช่เชื้อ แต่เป็นสัญญาณว่าบ้านยังชื้นและมีจุลินทรีย์เติบโตอยู่

กลิ่นสารเคมีหลังน้ำท่วมมาจากไหน และทำไมทำให้แสบตาแสบจมูก?

อาการแสบตาและจมูกแบบทันทีทันใดหลังน้ำท่วม หลายครั้งไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจากไอระเหยของสารเคมี ซึ่งพบได้บ่อยในช่วงล้างบ้าน

  • ผสมน้ำยาทำความสะอาดผิดวิธี: น้ำยาฟอกขาวที่มีคลอรีนเมื่อผสมกับน้ำยาที่มีแอมโมเนีย จะเกิดก๊าซคลอรามีน และถ้าผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรด จะเกิดก๊าซคลอรีน ทั้งสองอย่างทำให้แสบตา แสบจมูก ไอ และแน่นหน้าอก ห้ามผสมน้ำยาต่างชนิดเข้าด้วยกันเด็ดขาด
  • ใช้น้ำยาเข้มข้นในห้องปิด: แม้ใช้น้ำยาชนิดเดียว แต่ถ้าเข้มข้นเกินไปและไม่มีการระบายอากาศ ก็ระคายเคืองได้
  • สารเคมีทางการเกษตรที่ถูกน้ำชะ: ในพื้นที่ที่นาข้าวเสียหายหลายพันไร่ กระสอบปุ๋ยและภาชนะสารเคมีที่จมน้ำอาจรั่วไหล ควรแยกภาชนะเหล่านี้ออกด้วยถุงมือและอย่าเปิดดม
  • น้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำมันเครื่อง: จากรถ เครื่องสูบน้ำ หรือถังที่ลอยมากับน้ำ ทิ้งคราบมันและกลิ่นฉุน
  • ก๊าซจากการเน่าเปื่อย: เศษพืช ซากสัตว์ และน้ำเสียที่หมักหมมปล่อยก๊าซไข่เน่า (ไฮโดรเจนซัลไฟด์) และแอมโมเนีย ซึ่งระคายเคืองตาและจมูก
  • ไอเสียเครื่องปั่นไฟ: ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไม่มีกลิ่นและอันตรายมาก ห้ามใช้เครื่องปั่นไฟหรือเตาถ่านในบ้านหรือห้องปิด ถ้ามีอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ ให้ออกไปที่โล่งทันทีและโทร 1669

สิ่งสำคัญที่ต้องพูดอย่างตรงไปตรงมาคือ น้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้พ่นในบ้านก็เป็นสารเคมี เช่นกัน นี่คือเหตุผลที่บริการพ่นฆ่าเชื้อแบบมืออาชีพกำหนดให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแนะนำ ผู้ที่เป็นโรคหืดหรือภูมิแพ้รุนแรงควรแจ้งช่างล่วงหน้า

ระคายเคืองตา จมูก อาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที?

ควรพบแพทย์ทันทีหรือไปห้องฉุกเฉินเมื่อ และแจ้งแพทย์ว่าเพิ่งผ่านน้ำท่วม ลุยน้ำ หรือใช้สารเคมีทำความสะอาด

  • สารเคมีกระเด็นเข้าตา: ล้างตาด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านต่อเนื่องอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที ถอดคอนแทคเลนส์ แล้วไปโรงพยาบาลพร้อมขวดหรือฉลากน้ำยา
  • เจ็บตามาก ตามัว มองเห็นลดลง หรือแพ้แสงมาก
  • ตาถูกกระทบด้วยใบไม้ ใบข้าว ดิน หรือเศษวัสดุ แล้วเจ็บหรือแดงขึ้นเรื่อย ๆ
  • ใส่คอนแทคเลนส์แล้วตาแดงและเจ็บ
  • หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือโรคหืดกำเริบที่ไม่ดีขึ้น
  • ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือสับสน หลังอยู่ในห้องที่มีกลิ่นสารเคมีหรือใกล้เครื่องปั่นไฟ
  • เปลือกตาบวมแดงร้อน มีไข้ หรือตาโปน
  • ปวดหน้า หน้าบวม มีสะเก็ดดำในจมูก หรือเลือดกำเดาไหลไม่หยุด โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำ
  • ไข้สูงร่วมกับปวดกล้ามเนื้อหรือตาแดงหลังลุยน้ำ ซึ่งอาจเกี่ยวกับโรคฉี่หนู ให้บอกแพทย์ว่าเคยลุยน้ำ
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 ถึง 3 วัน หรือแย่ลง

สิ่งที่ไม่ควรทำ: ไม่ขยี้ตา ไม่ใช้น้ำยาล้างตาหรือยาหยอดตาที่ไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าร่วมกัน และไม่กลับเข้าห้องที่มีกลิ่นสารเคมีแรงจนกว่าจะระบายอากาศดีแล้ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือเรียกรถฉุกเฉิน 1669

ใครเสี่ยงอาการตาและจมูกรุนแรงหลังน้ำท่วมบุรีรัมย์ ปี 2569?

  • ผู้ป่วยโรคหืด ภูมิแพ้ และโรคปอดเรื้อรัง ไวต่อสปอร์ราและไอสารเคมีมากที่สุด
  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ทางเดินหายใจไวและบอกอาการได้ไม่ชัด
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เสี่ยงติดเชื้อราในไซนัสและปอด
  • ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ เสี่ยงกระจกตาอักเสบจากเชื้อในน้ำ
  • เกษตรกร ที่ต้องเก็บกู้นาข้าวและจัดการกับสารเคมีทางการเกษตรที่ถูกน้ำท่วม
  • คนที่ล้างบ้านเองเป็นเวลานาน โดยไม่สวมหน้ากากและแว่นตา

จุดในบ้านที่เชื้อราและกลิ่นอับซ่อนอยู่หลังน้ำลด

  • ผนังไม้อัด แผ่นยิปซัม และวอลเปเปอร์ที่ดูดน้ำไว้ข้างใน
  • ที่นอน หมอน พรม ผ้าม่าน และโซฟาผ้า
  • ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ และกล่องกระดาษที่เคยเปียก
  • ห้องเก็บข้าวเปลือก ยุ้งฉาง และเพิงเก็บปุ๋ย
  • เครื่องปรับอากาศและพัดลมที่ดูดฝุ่นราเข้าไป
  • ห้องน้ำ มุมอับ ใต้ซิงก์ และหลังตู้เย็น
  • หมวกกันน็อก รองเท้า และกระเป๋าที่วางไว้ต่ำ

คำแนะนำของ CDC คือให้ทำบ้านให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง และรื้อวัสดุที่ดูดน้ำและขึ้นราออก เพราะราที่ฝังอยู่ในวัสดุพรุนมักทำความสะอาดไม่หมด

ป้องกันอาการระคายเคืองตา จมูก หลังน้ำท่วมอย่างไร? 12 วิธีที่ทำได้จริง

  1. สวมหน้ากาก N95 แว่นตาป้องกัน ถุงมือยาง และรองเท้าบูต ทุกครั้งที่ล้างบ้านหรือรื้อของที่ขึ้นรา
  2. เปิดประตูหน้าต่างทุกบานก่อนเริ่มทำความสะอาด ใช้พัดลมเป่าอากาศออกนอกบ้าน
  3. ห้ามผสมน้ำยาต่างชนิดกัน และใช้ตามความเข้มข้นที่ฉลากระบุ
  4. ราดน้ำให้ชื้นก่อนรื้อของที่ขึ้นรา เพื่อลดสปอร์ฟุ้ง ห้ามกวาดแห้ง
  5. หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำแรงดันสูงในห้องปิด เพราะทำให้ละอองน้ำเสียและเชื้อฟุ้ง
  6. รื้อวัสดุที่ดูดน้ำและขึ้นราออก เช่น ที่นอน พรม แผ่นยิปซัมส่วนที่เปียก
  7. ทำบ้านให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
  8. ล้างมือและล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด หลังทำงาน และไม่เอามือขยี้ตา
  9. ถอดคอนแทคเลนส์ ใส่แว่นสายตาแทนในช่วงน้ำท่วมและล้างบ้าน
  10. แยกผ้าเช็ดหน้าและปลอกหมอน เมื่อมีคนในบ้านเป็นตาแดง
  11. แยกภาชนะสารเคมีทางการเกษตรที่จมน้ำ ไว้นอกบ้าน และขอคำแนะนำการกำจัดจากหน่วยงานท้องถิ่น
  12. ให้ผู้ป่วยหืดและภูมิแพ้อยู่นอกบ้าน ระหว่างการรื้อและทำความสะอาดหนัก

ทำไมล้างบ้านเองอย่างเดียวอาจยังไม่พอหลังน้ำท่วม

การล้างบ้านเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ แต่ในบ้านที่มีทั้งเชื้อราและกลิ่นอับ หลายครอบครัวพบข้อจำกัดเหล่านี้

  • เช็ดแล้วราขึ้นซ้ำ เพราะบ้านยังไม่แห้งหรือราฝังลึกในวัสดุ
  • ใช้น้ำยาแรงเกินไปจนแสบตาแสบจมูก หรือผสมน้ำยาจนเกิดก๊าซอันตราย
  • จุดอับเข้าไม่ถึง หลังตู้ ใต้เตียง และในฝ้าเพดาน
  • คนในบ้านที่เป็นภูมิแพ้ต้องทนอยู่กับฝุ่นราระหว่างทำงาน

องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC แนะนำให้ ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ และทำให้บ้านแห้งโดยเร็ว การพ่นฆ่าเชื้อโดยมืออาชีพจึงเป็นขั้นตอนต่อจากการล้าง ใช้น้ำยาในความเข้มข้นที่ควบคุมได้ และมีขั้นตอนให้คนออกจากพื้นที่ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่คนในบ้านจะสัมผัสไอสารเคมีโดยไม่จำเป็น

บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD หลังน้ำท่วมบุรีรัมย์ ปี 2569 ด้วย CHEMGENE HLD4H

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ตามข้อมูลบริการ ทีมงานใช้การพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ น้ำยานี้ฆ่าเชื้อได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้ เช่น COVID-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1, ไวรัสมือเท้าปาก, โนโรไวรัส, ซัลโมเนลลา และเชื้อรา พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% (ตามข้อมูลบริการ) ข้อมูลการรับรองที่หน้าบริการระบุไว้ ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ความโปร่งใสเรื่องเชื้อที่กล่าวถึงในบทความนี้: เชื้อรากลุ่มแอสเปอร์จิลลัส เพนิซิลเลียม คลาโดสปอเรียม อัลเทอร์นาเรีย ราดำ และฟิวซาเรียม รวมถึงอะดีโนไวรัส เอนเทอโรไวรัส และแบคทีเรียอย่างสแตฟิโลค็อกคัสและซูโดโมแนส ไม่ได้ถูกระบุชื่อเฉพาะในหน้าเว็บไซต์ แต่จัดอยู่ในกลุ่มเชื้อรา ไวรัส และแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการผลทดสอบของเชื้อชนิดใดโดยเฉพาะ สามารถสอบถาม WHD ได้ ส่วนอะแคนทามีบาที่สร้างซีสต์ เราไม่อ้างว่าการพ่นจะกำจัดได้ และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แก้ปัญหาวัสดุที่ราฝังลึกหรือบ้านที่ยังไม่แห้ง ต้องรื้อและทำให้แห้งก่อนเสมอ

สำหรับบ้านที่ยังมีกลิ่นอับหลังทำความสะอาดแล้ว อาจพิจารณาบริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยเป็นบริการเสริม ซึ่งต้องทำในห้องที่ปิดและไม่มีคน สัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้อยู่ภายใน และกลับเข้าห้องหลังช่วงพักและระบายอากาศแล้วเท่านั้น

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ลูกค้าในบุรีรัมย์และจังหวัดอื่นติดต่อได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินพื้นที่และนัดหมายตามคิวงาน ไม่มีสาขาในพื้นที่และไม่รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียว ลูกค้าของบริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย โปรโมชันปัจจุบันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดแบบ WHD

  1. สำรวจและประเมิน: ส่งรูปจุดที่ราขึ้น ระดับน้ำที่ท่วมถึง และแจ้งว่ามีผู้ป่วยหืดหรือภูมิแพ้ในบ้านหรือไม่ ผ่านโทรศัพท์หรือ LINE
  2. รื้อ ล้าง และทำให้แห้งก่อน: ตักโคลน รื้อวัสดุที่ขึ้นรา ล้างพื้นผิว และเปิดให้อากาศถ่ายเท
  3. แบ่งโซน: เริ่มจากห้องนอน ห้องเก็บของ ห้องน้ำ และครัว เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้เด็กออกจากพื้นที่
  4. ทุกคนออกจากโซน: รวมทั้งสัตว์เลี้ยง ระหว่างที่ช่างทำงาน
  5. พ่นฆ่าเชื้อ: พ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV ให้ครอบคลุมพื้น ผนังส่วนที่น้ำท่วม เฟอร์นิเจอร์ และจุดที่มือสัมผัสบ่อย
  6. รอและกลับเข้าพื้นที่: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที แล้วจึงกลับเข้าใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้ให้ทำตามคำแนะนำของช่างเรื่องการระบายอากาศและเวลากลับเข้าพื้นที่
  7. ดูแลต่อเนื่อง: รักษาบ้านให้แห้ง ตรวจจุดราขึ้นซ้ำ และล้างภาชนะที่ใช้กับอาหารก่อนนำกลับมาใช้

เราไม่อ้างว่าการพ่นจะไม่มีสารตกค้าง ผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศเพิ่มเติมหลังกลับเข้าบ้าน

10 เหตุผลที่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เมื่อคนในบ้านแสบตาและจามบ่อย

  1. ช่วยดูแลพื้นผิวที่เคยมีเชื้อราเกาะ หลังจากรื้อและล้างแล้ว
  2. ไม่ต้องผสมน้ำยาเอง ลดความเสี่ยงเกิดก๊าซระคายเคืองจากการผสมผิดวิธี
  3. คนในบ้านไม่ต้องสูดไอน้ำยาระหว่างพ่น เพราะทุกคนออกจากโซนตามขั้นตอน
  4. ใช้น้ำยาเกรดการแพทย์ ที่มีข้อมูลการรับรองชัดเจน ผ่านบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD
  5. ละอองฝอยแบบ ULV เข้าถึงจุดอับ หลังตู้ ใต้เตียง และมุมห้อง
  6. ครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  7. ช่วยลดการแพร่โรคตาแดงผ่านพื้นผิว ที่คนในบ้านสัมผัสร่วมกัน
  8. ปกป้องผู้ป่วยหืด ภูมิแพ้ เด็ก และผู้สูงอายุ ที่ไม่ควรทำความสะอาดหนักเอง
  9. ประหยัดเวลา ให้ครอบครัวไปเก็บกู้นาข้าวและฟื้นฟูอาชีพ
  10. ปรึกษาได้ก่อน โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ผ่านหน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านริมลำมาศหลังน้ำลด

ก่อน

  • กลิ่นอับแรง ผนังมีจุดราดำและฝ้าเขียว
  • คนในบ้านจาม คันตา แสบจมูกทุกครั้งที่เข้าห้อง
  • ผสมน้ำยาเองจนแสบตาและไอ
  • ไม่แน่ใจว่าจุดอับสะอาดหรือยัง

หลัง

  • รื้อวัสดุขึ้นรา ล้าง ทำให้แห้ง แล้วพ่นฆ่าเชื้อเป็นระบบ
  • คนในบ้านไม่ต้องสัมผัสไอน้ำยาระหว่างพ่น
  • จุดอับและจุดสัมผัสร่วมได้รับการดูแล
  • มีแนวทางป้องกันราขึ้นซ้ำที่ชัดเจน

เช็กลิสต์ล้างบ้านหลังน้ำลดให้ตาและจมูกปลอดภัย ลำปลายมาศ ปี 2569

  • ☐ มีหน้ากาก N95 แว่นตาป้องกัน ถุงมือยาง และรองเท้าบูต
  • ☐ เปิดประตูหน้าต่างก่อนเริ่มงาน
  • ☐ ใช้น้ำยาชนิดเดียวตามฉลาก ไม่ผสมกัน
  • ☐ แยกภาชนะปุ๋ยและสารเคมีทางการเกษตรที่จมน้ำออกนอกบ้าน
  • ☐ รื้อที่นอน พรม และวัสดุที่ขึ้นรา
  • ☐ ไม่ใช้เครื่องปั่นไฟในบ้าน
  • ☐ ถอดคอนแทคเลนส์ระหว่างทำความสะอาด
  • ☐ ทำบ้านให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
  • ☐ นัดพ่นฆ่าเชื้อ และให้ทุกคนออกจากโซนระหว่างพ่น
  • ☐ คนที่ตาเจ็บมาก ตามัว หรือหายใจลำบาก ได้พบแพทย์แล้ว

คำถามที่พบบ่อย: ระคายเคืองตา จมูก หลังน้ำท่วม และการพ่นฆ่าเชื้อ

แสบตา คันตาหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร

อาจเกิดจากสปอร์เชื้อราในบ้านที่อับชื้น ไวรัสตาแดง แบคทีเรีย หรือไอระเหยจากน้ำยาทำความสะอาดและสารเคมีที่มากับน้ำ ถ้าเจ็บตามากหรือตามัวต้องพบแพทย์

แสบจมูก จามไม่หยุดหลังล้างบ้าน เป็นอะไร

มักเป็นภูมิแพ้จากฝุ่นและสปอร์รา หรือระคายเคืองจากกลิ่นน้ำยา ให้ออกไปที่อากาศถ่ายเท สวมหน้ากาก N95 เมื่อกลับไปทำงาน และพบแพทย์หากไม่ดีขึ้น

กลิ่นอับหลังน้ำลด อันตรายไหม

กลิ่นอับเป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นและเชื้อราเติบโตอยู่ ซึ่งกระตุ้นภูมิแพ้และหืดได้ ควรหาจุดที่ราขึ้น รื้อ ล้าง และทำให้แห้ง

ผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำได้ไหม

ไม่ได้ เพราะอาจเกิดก๊าซคลอรีนหรือคลอรามีนที่ทำให้แสบตา ไอ และแน่นหน้าอก ให้ใช้น้ำยาชนิดเดียวตามฉลาก

น้ำยาเข้าตาต้องทำอย่างไร

ล้างตาด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านต่อเนื่องอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที ถอดคอนแทคเลนส์ แล้วไปโรงพยาบาลพร้อมฉลากน้ำยา

ตาแดงหลังน้ำท่วม ติดต่อไหม

ตาแดงจากไวรัสติดต่อได้ง่ายผ่านมือ ผ้าเช็ดหน้า และหมอน ควรล้างมือบ่อย ไม่ใช้ของร่วมกัน และพบแพทย์หากเจ็บตาหรือตามัว

เชื้อราในบ้านทำให้ไซนัสอักเสบได้ไหม

สปอร์ราทำให้จมูกอักเสบจากภูมิแพ้และคัดจมูกนาน ซึ่งอาจนำไปสู่ไซนัสอักเสบได้ ผู้ป่วยเบาหวานหรือภูมิคุ้มกันต่ำที่ปวดหน้าหรือหน้าบวมต้องรีบพบแพทย์

ใส่คอนแทคเลนส์ลุยน้ำท่วมได้ไหม

ไม่ควร เพราะเสี่ยงกระจกตาอักเสบจากเชื้อในน้ำ เช่น ซูโดโมแนสและอะแคนทามีบา ให้ใส่แว่นสายตาแทน

พ่นฆ่าเชื้อแล้วแสบตาไหม

น้ำยาฆ่าเชื้อเป็นสารเคมี จึงต้องออกจากโซนระหว่างพ่นและกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแนะนำ ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที ผู้ที่แพ้ง่ายควรแจ้งช่างล่วงหน้า

พ่นฆ่าเชื้อแล้วราจะไม่ขึ้นอีกใช่ไหม

ไม่มีใครรับประกันได้ ถ้าบ้านยังชื้น ราก็กลับมาได้ การพ่นต้องทำหลังรื้อวัสดุที่ขึ้นราและทำให้บ้านแห้งแล้ว และต้องควบคุมความชื้นต่อเนื่อง

บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน รับงานบุรีรัมย์ ลำปลายมาศ ปี 2569 ไหม

WHD อยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ลูกค้าต่างจังหวัดติดต่อได้ที่ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินพื้นที่และนัดหมายตามคิวงาน

น้ำลดที่หินโคน ลำปลายมาศ ปี 2569 แล้ว ให้ WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

ล้างบ้านแล้วแต่ยังมีกลิ่นอับ คนในบ้านยังจามและแสบตา ปรึกษาทีมงาน WHD ได้ทันที

ปรึกษาบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#ระคายเคืองตา #แสบจมูก #อาการหลังน้ำท่วม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมลำปลายมาศ2569 #น้ำท่วมบุรีรัมย์2569 #พ่นฆ่าเชื้อบุรีรัมย์ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569

คำค้นหา: ระคายเคืองตา จมูก หลังน้ำท่วม, แสบตา คันตาหลังน้ำท่วม, แสบจมูก จามไม่หยุดหลังล้างบ้าน, กลิ่นอับหลังน้ำลด อันตรายไหม, เชื้อราในบ้านหลังน้ำท่วม, ตาแดงหลังน้ำท่วม, ผสมน้ำยาฟอกขาว อันตราย, อาการหลังน้ำท่วม, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมหินโคน ลำปลายมาศ ปี 2569, น้ำท่วมบุรีรัมย์ 2569, พ่นฆ่าเชื้อบุรีรัมย์, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้