ปอดอักเสบหลังน้ำท่วม ไอ มีไข้ หอบเหนื่อย เกิดจากเชื้ออะไร? บทเรียนน้ำหลากชุมชนมาบยางพร ปลวกแดง ระยอง ปี 2569 พร้อมวิธีป้องกันและบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซนใกล้ฉัน

ปอดอักเสบหลังน้ำท่วม ไอ มีไข้ หอบเหนื่อย เกิดจากเชื้ออะไร? บทเรียนน้ำหลากชุมชนมาบยางพร ปลวกแดง ระยอง ปี 2569 พร้อมวิธีป้องกันและบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

ถ้าคุณกำลังค้นหาว่า "ไอไม่หยุดหลังน้ำลด" "มีไข้หอบเหนื่อยหลังน้ำท่วม" หรือ "ปอดอักเสบหลังน้ำท่วมเกิดจากอะไร" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อตอบคำถามเหล่านั้น ปอดอักเสบ (pneumonia) คือการติดเชื้อในเนื้อปอดที่ทำให้ถุงลมเต็มไปด้วยของเหลวและหนอง ผู้ป่วยจึงไอ มีไข้ และหายใจลำบาก หลังน้ำท่วม ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากหลายทาง ทั้งการสำลักน้ำท่วม การอยู่รวมกันในศูนย์พักพิง ความเหนื่อยล้า และเชื้อราที่ขึ้นในบ้านที่อับชื้น เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำหลากเข้าชุมชนมาบยางพร หมู่ 5 ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ปี 2569 แล้วพาไปรู้จักเชื้ออย่างน้อย 12 ชนิดที่ทำให้ปอดอักเสบได้ อาการแบบไหนต้องไปหาหมอ วิธีป้องกันตัวเองและครอบครัว และเหตุผลที่หลังจากล้างบ้านแล้ว บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection (WHD) เป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านอย่างเป็นระบบ

ข้อควรทราบ: บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีไข้ ไอ หายใจเหนื่อย หรือเจ็บหน้าอก ควรไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหรือเคยสำลักน้ำ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการทำความสะอาดพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้ใช้รักษาโรค

กรณีตัวอย่าง: คืนฝนตกหนักที่มาบยางพร ปี 2569 กับอาการไอที่ไม่ยอมหาย

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

พี่วิไลทำงานกะดึกที่โรงงานแห่งหนึ่งในอำเภอปลวกแดง และเช่าบ้านแถวชั้นเดียวอยู่ในชุมชนมาบยางพรกับแม่ที่อายุเจ็ดสิบกว่าปีและลูกสาววัยห้าขวบ คืนวันที่ 24 ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนตกหนักทั้งคืน พอเช้ามืดน้ำก็เริ่มไหลเข้าซอยและเอ่อเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว พี่วิไลต้องรีบอุ้มลูก พยุงแม่ และขนของจำเป็นออกไปฝากบ้านญาติที่อยู่บนที่สูงกว่า ระหว่างลุยน้ำ แม่ลื่นล้มจนน้ำขุ่นเข้าปากและจมูก ไอสำลักอยู่พักใหญ่ แต่ทุกคนคิดว่าคงไม่เป็นอะไร

บ้านญาติมีคนมาอาศัยรวมกันกว่าสิบคน นอนเบียดกันในห้องเดียว เด็กหลายคนเริ่มเป็นหวัด น้ำมูกไหล และไอ ส่วนแม่ของพี่วิไลเริ่มมีไข้ในวันที่สาม ไอมีเสมหะสีเขียวข้น หายใจเร็วขึ้น และดูซึมกว่าปกติ พี่วิไลจึงพาไปโรงพยาบาล แพทย์ซักประวัติ ฟังเสียงปอด ตรวจเพิ่มเติม และดูแลตามอาการ พร้อมบอกว่าการแจ้งเรื่องสำลักน้ำท่วมและการอยู่รวมกันหลายคนช่วยให้แพทย์ประเมินได้เร็วขึ้น

เมื่อน้ำลด พี่วิไลกลับมาที่บ้านเช่าและพบว่าผนังด้านล่างมีคราบน้ำ ที่นอนเปียกชื้น ผ้าม่านมีจุดดำของเชื้อราขึ้นภายในไม่กี่วัน และในห้องมีกลิ่นอับจนแสบจมูก คำถามที่ตามมาคือ ถ้าพาแม่ที่เพิ่งหายจากปอดอักเสบและลูกที่ยังไอกลับเข้ามาอยู่ บ้านจะปลอดภัยพอหรือยัง เรื่องนี้คือจุดเริ่มต้นของบทความ ที่จะพาไปเข้าใจว่าเชื้ออะไรบ้างที่ทำให้ปอดอักเสบหลังน้ำท่วม และควรฟื้นฟูบ้านตามลำดับอย่างไร

น้ำหลากชุมชนมาบยางพร ปลวกแดง ระยอง ปี 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของสยามรัฐ วันที่ 25 กันยายน 2569 ฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ทำให้น้ำหลากจากอ่างเก็บน้ำพัฒนา ซึ่งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ตำบลมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ไหลทะลักเข้าชุมชนมาบยางพรอย่างต่อเนื่อง มีการแจ้งเตือนว่าหากฝนยังตกต่อ ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีก และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่น้ำท่วม รายงานไม่ได้ระบุระดับความลึกของน้ำ บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลขเพิ่มเติม

ภาพรวมระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน น้ำท่วมระยอง ปี 2569 จึงเป็นหนึ่งในหลายพื้นที่ที่ครอบครัวต้องรับมือกับปัญหาสุขภาพหลังน้ำลดไปพร้อมกัน

ลักษณะของน้ำหลากที่มาบยางพร ปี 2569 คือน้ำมาเร็วในช่วงกลางคืนและเช้ามืด คนต้องรีบลุยน้ำออกจากบ้านทั้งที่ยังมืด มีโอกาสลื่นล้มและสำลักน้ำ อีกทั้งปลวกแดงเป็นพื้นที่ที่มีบ้านเช่าและห้องพักของคนทำงานจำนวนมาก เมื่อต้องย้ายไปอยู่รวมกันในบ้านญาติหรือจุดพักพิงชั่วคราว เชื้อทางเดินหายใจจึงแพร่ต่อกันได้ง่าย และเมื่อกลับเข้าบ้านที่อับชื้น เชื้อราก็กลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงต่อปอด

ปอดอักเสบคืออะไร ต่างจากหวัดและหลอดลมอักเสบอย่างไร?

หวัดธรรมดาเป็นการติดเชื้อที่จมูกและลำคอ หลอดลมอักเสบเป็นการอักเสบของท่อลม ส่วนปอดอักเสบคือการติดเชื้อลึกลงไปถึงถุงลมเล็ก ๆ ในปอด ซึ่งเป็นจุดที่ออกซิเจนเข้าสู่เลือด เมื่อถุงลมเต็มไปด้วยของเหลว ร่างกายจะได้รับออกซิเจนน้อยลง อาการที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ไข้ หนาวสั่น บางคนไข้ไม่สูงมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
  • ไอ อาจมีเสมหะสีเหลือง เขียว หรือมีเลือดปน
  • หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หอบ แม้อยู่เฉย ๆ
  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าลึกหรือไอ
  • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ในผู้สูงอายุอาจมีอาการสับสนหรือซึมเป็นอาการเด่น
  • ในเด็กเล็ก อาจเห็นจมูกบาน ซี่โครงบุ๋มเวลาหายใจ กินนมหรืออาหารได้น้อยลง

ปอดอักเสบที่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วมแบ่งได้คร่าว ๆ เป็น 3 แบบ คือ ปอดอักเสบจากการสำลักน้ำท่วม ซึ่งเกิดเมื่อน้ำสกปรกเข้าปอดระหว่างลื่นล้มหรือจมน้ำ ปอดอักเสบจากเชื้อที่แพร่ในชุมชนและศูนย์พักพิง ซึ่งติดต่อทางละอองฝอยเมื่ออยู่ใกล้กัน และ ปอดอักเสบหรือปอดอักเสบจากภูมิแพ้ที่เกี่ยวกับเชื้อรา ซึ่งเกิดจากการหายใจเอาสปอร์ราจำนวนมากระหว่างทำความสะอาดบ้าน

ปอดอักเสบหลังน้ำท่วมเกิดจากเชื้ออะไรได้บ้าง?

ด้านล่างคือเชื้อที่เกี่ยวข้องกับปอดอักเสบหลังน้ำท่วม แบ่งตามช่องทางที่เชื้อเข้าสู่ร่างกาย ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไป การระบุเชื้อจริงต้องอาศัยการตรวจของแพทย์

กลุ่มแบคทีเรียที่ติดต่อทางละอองฝอยในชุมชน

1. สเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนีย (Streptococcus pneumoniae) หรือเชื้อนิวโมคอคคัส

เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของปอดอักเสบในชุมชนทั่วโลก เชื้ออาศัยอยู่ในโพรงจมูกและลำคอของคนจำนวนมากโดยไม่มีอาการ แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอ เช่น หลังเป็นไข้หวัดใหญ่ อดนอน หรือหนาวเปียกนาน ๆ เชื้อจะลงไปก่อโรคที่ปอด อาการมักเริ่มเร็ว ไข้สูง หนาวสั่น ไอมีเสมหะสีสนิม และเจ็บหน้าอก กลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคเรื้อรัง ซึ่งแพทย์อาจแนะนำวัคซีนป้องกันเชื้อนี้ตามความเหมาะสม

2. ฮีโมฟิลัส อินฟลูเอนซา (Haemophilus influenzae)

แม้ชื่อจะคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่เชื้อนี้เป็นแบคทีเรีย ไม่ใช่ไวรัส พบในลำคอและทำให้เกิดปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ และหูชั้นกลางอักเสบ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง และผู้สูบบุหรี่ การอยู่ในห้องแคบที่อากาศถ่ายเทไม่ดีช่วยให้เชื้อแพร่ต่อกันได้ง่ายขึ้น

3. ไมโคพลาสมา นิวโมเนีย (Mycoplasma pneumoniae) ต้นเหตุ "ปอดบวมเดินได้"

ไมโคพลาสมาเป็นแบคทีเรียขนาดเล็กที่ไม่มีผนังเซลล์ พบบ่อยในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น อาการค่อยเป็นค่อยไป ไข้ไม่สูงมาก ปวดศีรษะ เจ็บคอ และไอแห้งเรื้อรังหลายสัปดาห์ จนหลายคนยังไปเรียนหรือทำงานได้ จึงถูกเรียกว่าปอดบวมเดินได้ เชื้อแพร่ได้ดีในที่ที่คนอยู่ใกล้ชิดกันนาน ๆ อย่างบ้านญาติหรือศูนย์พักพิงช่วงน้ำท่วม

กลุ่มไวรัสทางเดินหายใจ

4. ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus เช่น H1N1 และสายพันธุ์อื่น)

ไข้หวัดใหญ่ทำให้ไข้สูง ปวดเมื่อยตัวมาก ไอ และอ่อนเพลีย ในบางคนไวรัสลงไปทำให้ปอดอักเสบโดยตรง หรือเปิดทางให้แบคทีเรียอย่างนิวโมคอคคัสและสแตฟิโลค็อกคัสเข้ามาซ้ำเติม ช่วงฤดูฝนและหลังน้ำท่วมเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดได้ง่ายในประเทศไทย เพราะคนอยู่รวมกันในอาคารมากขึ้น ข้อมูลบริการของ WHD ระบุว่าน้ำยาครอบคลุม H1N1 และ H5N1

5. ไวรัสอาร์เอสวี (Respiratory syncytial virus หรือ RSV)

RSV เป็นสาเหตุสำคัญของหลอดลมฝอยอักเสบและปอดอักเสบในทารกและเด็กเล็ก และทำให้ผู้สูงอายุป่วยหนักได้ เชื้ออยู่บนพื้นผิวแข็งได้หลายชั่วโมง ติดต่อทั้งทางละอองฝอยและการสัมผัสพื้นผิวแล้วมาจับจมูกหรือตา จุดสัมผัสร่วมในบ้านอย่างลูกบิด โต๊ะ ของเล่น และราวเตียง จึงมีความสำคัญ ข้อมูลบริการของ WHD ระบุ RSV ไว้ในรายชื่อเชื้อที่น้ำยาครอบคลุม

6. ไวรัสโคโรนา (SARS-CoV-2) ต้นเหตุโควิด-19

โควิด-19 ยังคงหมุนเวียนในชุมชน และทำให้ปอดอักเสบได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว การอยู่รวมกันหลายครอบครัวในห้องปิดช่วงน้ำท่วมเพิ่มโอกาสแพร่เชื้อ การสวมหน้ากากเมื่อมีอาการ ล้างมือ และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทยังเป็นวิธีพื้นฐานที่ได้ผล ข้อมูลบริการของ WHD ระบุ COVID-19 ไว้ในรายชื่อเชื้อที่น้ำยาครอบคลุม

กลุ่มเชื้อจากน้ำท่วม การสำลักน้ำ และดินโคลน

7. เบอร์คโฮลเดอเรีย สูโดมาลเลอิ (Burkholderia pseudomallei) ต้นเหตุโรคเมลิออยโดสิส

เชื้อเมลิออยด์อาศัยอยู่ในดินและน้ำของประเทศไทย พบได้ในหลายภาค รวมถึงภาคตะวันออก การติดเชื้อเพิ่มขึ้นชัดเจนในฤดูฝน เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางแผล การสูดละอองน้ำหรือฝุ่นดิน และการสำลักน้ำ อาการทางปอดคล้ายปอดอักเสบทั่วไป มีไข้สูง ไอ หอบเหนื่อย บางรายมีฝีในอวัยวะอื่นร่วม ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำเสี่ยงสูง ถ้ามีไข้และไอหลังลุยน้ำหรือทำงานกับดินโคลน ควรแจ้งแพทย์ให้ชัดเจน

8. ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา และแอโรโมแนส (Pseudomonas aeruginosa, Aeromonas spp.) จากการสำลักน้ำ

เมื่อคนลื่นล้มหรือจมน้ำแล้วสำลักน้ำท่วมเข้าปอด เชื้อที่อยู่ในน้ำจืดและน้ำเสีย เช่น ซูโดโมแนสและแอโรโมแนส อาจเข้าไปทำให้ปอดอักเสบได้ อาการอาจเริ่มภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันหลังสำลัก ไอ มีไข้ หายใจเร็ว เป็นเหตุผลที่คนที่สำลักน้ำท่วมแม้จะรู้สึกปกติในตอนแรก ก็ควรได้รับการประเมินจากแพทย์และเฝ้าดูอาการต่ออีกหลายวัน

9. เคล็บซิเอลลา นิวโมเนีย (Klebsiella pneumoniae) และแบคทีเรียลำไส้อื่น

เคล็บซิเอลลาพบในลำไส้และสิ่งแวดล้อม เมื่อน้ำท่วมพาน้ำเสียจากท่อและบ่อเกรอะมาปนกับน้ำที่คนลุย การสำลักน้ำเสียจึงอาจพาเชื้อกลุ่มนี้ลงปอด เคล็บซิเอลลาเป็นที่รู้จักในการทำให้ปอดอักเสบรุนแรงในผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้สูงอายุ อาการอาจมีเสมหะเหนียวข้น

10. เลจิโอเนลลา นิวโมฟิลา (Legionella pneumophila) ต้นเหตุโรคลีเจียนแนร์

เลจิโอเนลลาอาศัยในน้ำอุ่นที่นิ่งค้าง เช่น แท็งก์น้ำ ระบบท่อที่ไม่ได้ใช้นาน หอทำความเย็น และเครื่องทำน้ำอุ่น เชื้อเข้าสู่ปอดเมื่อสูดละอองน้ำที่ปนเปื้อน เช่น จากฝักบัวที่เพิ่งเปิดใช้หลังปิดบ้านไปหลายวัน หรือระบบน้ำในอาคารที่น้ำท่วมถึง อาการคือไข้สูง ไอ หอบ บางรายมีท้องเสียและสับสนร่วม ผู้สูงอายุและผู้สูบบุหรี่เสี่ยงกว่า หลังน้ำลด ก่อนใช้ฝักบัวครั้งแรก ควรปล่อยน้ำทิ้งสักพักโดยไม่ยืนสูดละออง และอาคารขนาดใหญ่ควรตรวจและล้างระบบน้ำตามคำแนะนำของผู้ดูแลระบบ

กลุ่มเชื้อราและเชื้อที่ซ้ำเติม

11. แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus fumigatus) และราดำในบ้านหลังน้ำท่วม

เชื้อราเริ่มขึ้นบนผนัง ฝ้า เฟอร์นิเจอร์ และผ้าที่เปียกได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำท่วม เวลาขัดล้างหรือรื้อของที่ขึ้นรา สปอร์จำนวนมากจะฟุ้งในอากาศ คนทั่วไปอาจมีอาการไอ คัดจมูก หรือหอบหืดกำเริบ ส่วนผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการรักษาหรือผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ อาจเกิดการติดเชื้อราที่ปอดซึ่งรุนแรง ผู้ที่สูดสปอร์ปริมาณมากบางคนเกิดปอดอักเสบจากภูมิแพ้ได้ด้วย การป้องกันคือทำให้บ้านแห้งเร็ว ทิ้งของที่ขึ้นราจนล้างไม่ได้ และสวมหน้ากาก N95 ระหว่างทำความสะอาด

12. สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ปอดอักเสบซ้ำเติมหลังไข้หวัดใหญ่

สแตฟิโลค็อกคัสมักเป็นเชื้อที่ผิวหนัง แต่ในบางกรณีทำให้ปอดอักเสบรุนแรง โดยเฉพาะในคนที่เพิ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือมีแผลติดเชื้อที่ผิวหนังแล้วเชื้อเข้ากระแสเลือด อาการมักหนักและเร็ว ถ้ามีไข้หวัดใหญ่แล้วดีขึ้นช่วงหนึ่ง ก่อนจะกลับมามีไข้สูงและหอบอีกครั้ง ควรรีบพบแพทย์

13. เลปโตสไปรา (Leptospira interrogans) โรคฉี่หนูที่มีอาการทางปอด

โรคฉี่หนูส่วนใหญ่ทำให้ไข้สูง ปวดน่อง และตาแดง แต่บางรายมีอาการทางปอด เช่น ไอ หายใจเหนื่อย หรือไอมีเลือดปน ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน คนที่ลุยน้ำท่วมแล้วมีไข้ร่วมกับอาการทางปอดจึงควรบอกแพทย์ว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม เพื่อให้แพทย์พิจารณาโรคนี้ด้วย

แล้ววัณโรคล่ะ เกี่ยวกับน้ำท่วมไหม?

วัณโรคไม่ได้มากับน้ำท่วมโดยตรง แต่การอยู่รวมกันในพื้นที่แออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดีเป็นเวลานาน ทำให้เชื้อจากผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับการรักษาแพร่ต่อได้ง่ายขึ้น ถ้ามีอาการไอเรื้อรังเกินสองสัปดาห์ น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือไอมีเลือด ควรไปตรวจที่สถานพยาบาล

ทำไมหลังน้ำท่วมจึงเสี่ยงปอดอักเสบมากขึ้น?

  1. การสำลักน้ำท่วม ลื่นล้มในน้ำ เดินตกหลุมที่มองไม่เห็น หรือพาเด็กลุยน้ำ ทำให้น้ำสกปรกเข้าปากและจมูกได้ง่าย
  2. อยู่รวมกันในพื้นที่แคบ บ้านญาติ วัด หรือศูนย์พักพิงชั่วคราวมีคนหนาแน่น เชื้อทางเดินหายใจแพร่ทางละอองฝอยได้เร็ว
  3. ร่างกายหนาว เปียก และอ่อนล้า การแช่น้ำนาน นอนไม่พอ และกินอาหารไม่ครบ ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง
  4. เชื้อราในบ้านที่อับชื้น ผนัง ที่นอน และผ้าม่านที่เปียกเป็นแหล่งของสปอร์รา ซึ่งฟุ้งขึ้นมาตอนทำความสะอาด
  5. ระบบน้ำในบ้านหยุดใช้นาน น้ำค้างท่อและแท็งก์น้ำเป็นที่อยู่ของเลจิโอเนลลา
  6. โรคประจำตัวกำเริบ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง และเบาหวาน อาจขาดการดูแลต่อเนื่องในช่วงอพยพ
  7. ฝุ่นโคลนแห้ง เมื่อโคลนแห้งและถูกกวาด ฝุ่นที่มีเชื้อจากดินและน้ำเสียจะฟุ้งในอากาศ
  8. พื้นผิวสัมผัสร่วมปนเปื้อน ลูกบิด ราวบันได โต๊ะ และของเล่น เป็นจุดที่ไวรัสอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่ติดอยู่และส่งต่อผ่านมือ

จุดในบ้านที่เกี่ยวกับเชื้อทางเดินหายใจหลังน้ำลด

  • ผนังส่วนล่าง ฝ้า และมุมห้อง จุดที่เชื้อราขึ้นเร็วที่สุดหลังน้ำท่วม
  • ที่นอน หมอน ผ้าม่าน และพรม วัสดุที่ซับน้ำและเก็บสปอร์ราได้ลึก
  • เครื่องปรับอากาศ พัดลม และช่องลม ถ้าน้ำท่วมถึงหรือมีความชื้นสะสม อาจกระจายสปอร์ไปทั่วห้อง
  • ฝักบัว ก๊อกน้ำ และเครื่องทำน้ำอุ่น น้ำที่ค้างในท่อหลายวันควรปล่อยทิ้งก่อนใช้
  • ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ รีโมต และโทรศัพท์ จุดที่มือของทุกคนสัมผัส
  • ของเล่นเด็ก ขวดนม และราวเตียง จุดเสี่ยงของ RSV ในเด็กเล็ก
  • ห้องน้ำและท่อระบาย แหล่งของแบคทีเรียจากน้ำเสีย

ไอ มีไข้ หอบเหนื่อยหลังน้ำท่วม อาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที?

ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อ…

  • หายใจเร็ว หายใจลำบาก หอบเหนื่อยแม้นั่งพัก หรือพูดได้ไม่จบประโยค
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเขียวคล้ำ
  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าลึกหรือไอ
  • ไข้สูงเกินสองถึงสามวัน หรือไข้ลดแล้วกลับมาสูงอีกพร้อมไอหนักขึ้น
  • ไอมีเลือดปน หรือเสมหะเปลี่ยนเป็นสีเขียวข้น สีสนิม
  • ผู้สูงอายุซึม สับสน กินไม่ได้ หรือลุกเดินไม่ไหว แม้ไม่มีไข้สูง
  • เด็กเล็กหายใจหอบ จมูกบาน ซี่โครงบุ๋ม ดูดนมไม่ได้ หรือซึมผิดปกติ
  • เคยสำลักน้ำท่วมหรือเกือบจมน้ำ แม้ตอนแรกรู้สึกปกติ
  • มีไข้สูงร่วมกับปวดน่องมาก ตาแดง หลังลุยน้ำ ซึ่งอาจเป็นโรคฉี่หนู
  • หากหายใจไม่ออกหรือหมดสติ ให้โทร 1669 ทันที

สิ่งที่ควรบอกแพทย์: วันที่เริ่มมีอาการ ประวัติลุยน้ำหรือสำลักน้ำ การไปอยู่ศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ คนรอบข้างที่ป่วยคล้ายกัน การทำความสะอาดบ้านที่มีเชื้อรา และโรคประจำตัว ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์คิดถึงเชื้อที่เกี่ยวกับน้ำท่วมได้เร็วขึ้น

สิ่งที่ไม่ควรทำ: อย่าซื้อยามากินเองตามที่คนอื่นแนะนำ อย่ารอให้อาการหอบเหนื่อยหนักก่อนค่อยไปโรงพยาบาล และอย่าให้ผู้ป่วยที่ไออยู่นอนรวมกับทารกหรือผู้สูงอายุโดยไม่สวมหน้ากาก

ระหว่างรอพบแพทย์ ดูแลตัวเองและคนในบ้านอย่างไร?

  1. พักผ่อนให้มาก ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
  2. ผู้ที่ไอควรสวมหน้ากากอนามัย และไอหรือจามใส่ข้อพับแขนหรือกระดาษทิชชู
  3. เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท แต่ไม่ให้ผู้ป่วยนอนในห้องที่ยังมีกลิ่นอับหรือเชื้อราขึ้น
  4. แยกแก้วน้ำ ช้อน และผ้าเช็ดหน้า ล้างมือบ่อย ๆ
  5. สังเกตอัตราการหายใจ สีริมฝีปาก และระดับความตื่นตัว หากแย่ลงให้ไปโรงพยาบาลทันที
  6. หากมีเครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว สามารถใช้ติดตามได้ แต่ไม่ใช้แทนการพบแพทย์

ใครเสี่ยงปอดอักเสบรุนแรงหลังน้ำท่วมระยอง ปี 2569

  • ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอายุ 65 ปีขึ้นไป อาการอาจไม่ชัดเจน แต่ทรุดลงเร็ว
  • เด็กเล็กและทารก ทางเดินหายใจเล็ก ติด RSV และไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย
  • ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรังและโรคหืด สปอร์ราและฝุ่นโคลนทำให้อาการกำเริบ
  • ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และโรคหัวใจ เสี่ยงเมลิออยโดสิสและปอดอักเสบรุนแรง
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ ปอดและภูมิคุ้มกันอ่อนแอกว่า
  • หญิงตั้งครรภ์ ไข้หวัดใหญ่อาจรุนแรงกว่าคนทั่วไป
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่ปอด
  • คนทำงานกะและแรงงานที่พักห้องเช่าแออัด นอนน้อย อยู่ใกล้ชิดกัน และมักต้องกลับไปทำงานเร็ว

ป้องกันปอดอักเสบหลังน้ำท่วมอย่างไร? 12 วิธีที่ทำได้จริง

  1. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำที่ไหลแรงหรือลึก ใช้ไม้ค้ำหยั่งพื้นก่อนก้าว และจับมือเด็กไว้เสมอ
  2. ถ้าสำลักน้ำท่วม ให้เฝ้าดูอาการต่อหลายวันและปรึกษาแพทย์
  3. ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังจับของที่เปียกน้ำท่วม
  4. สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัดหรือเมื่อมีอาการไอ
  5. จัดที่นอนในศูนย์พักพิงให้มีระยะห่าง และเปิดให้อากาศถ่ายเท
  6. สวมหน้ากาก N95 ถุงมือ และแว่นป้องกันระหว่างขัดล้างหรือรื้อของที่ขึ้นรา
  7. ห้ามกวาดโคลนแห้งหรือเชื้อราแบบแห้ง ให้พรมน้ำก่อนแล้วจึงเก็บ
  8. เปิดบ้านระบายอากาศและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเท่าที่ทำได้
  9. ทิ้งที่นอน พรม และฝ้าที่ขึ้นราหรือแช่น้ำเสีย
  10. ปล่อยน้ำในท่อและฝักบัวทิ้งสักพักก่อนใช้ครั้งแรกหลังน้ำลด โดยไม่ยืนสูดละออง
  11. ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบสำหรับกลุ่มเสี่ยง
  12. ล้างบ้านให้สะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสร่วมก่อนพาเด็กเล็กและผู้สูงอายุกลับเข้าอยู่

ทำไมล้างบ้านเองอย่างเดียวอาจยังไม่พอหลังน้ำท่วม

การขนโคลนออกและล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอกต้องทำก่อนเสมอ แต่เมื่อเป้าหมายคือการลดความเสี่ยงต่อปอดของคนในบ้าน ยังมีข้อจำกัดที่หลายครอบครัวในปลวกแดง ปี 2569 พบ

  • คนที่ทำความสะอาดคือคนที่เสี่ยงเอง การขัดเชื้อราโดยไม่มีหน้ากากที่เหมาะสมทำให้สูดสปอร์จำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคหืดหรือเพิ่งหายป่วย
  • ผสมน้ำยาเองแล้วเกิดก๊าซระคายเคือง การผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดทำให้เกิดก๊าซที่ทำร้ายทางเดินหายใจ
  • จุดสัมผัสร่วมมีมากกว่าที่คิด ลูกบิด สวิตช์ ราวบันได รีโมต และของเล่น มักถูกข้าม
  • เวลาจำกัด คนทำงานโรงงานในปลวกแดงมักต้องกลับเข้ากะโดยเร็ว จึงล้างแบบเร่งรีบ

องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วมแล้วจึงฆ่าเชื้อ และให้ทำบ้านให้แห้งเพื่อลดเชื้อรา การให้ทีมงานมืออาชีพรับผิดชอบขั้นตอนฆ่าเชื้อช่วยลดการสัมผัสน้ำยาและสปอร์ของคนในบ้าน

บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD หลังน้ำท่วมระยอง ปี 2569 ด้วย CHEMGENE HLD4H

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้าน ห้องเช่า หอพัก สำนักงาน และโรงงาน ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการอบรมจะใช้การพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่กระจายเข้าถึงซอกมุมได้ดี น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยระบุรายชื่อเชื้อไว้ เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% ข้อมูลผลิตภัณฑ์ยังกล่าวถึงไวรัสโคโรนา 229E ไมโคแบคทีเรีย ไอกรน และเชื้อรา ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ตามที่ผู้ผลิตระบุ หน้าเว็บแสดงการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

พูดกันตรง ๆ เรื่องเชื้อแต่ละตัว: ในบทความนี้ เชื้อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุไว้คือไวรัสไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1, RSV และ COVID-19 ส่วนนิวโมคอคคัส ฮีโมฟิลัส ไมโคพลาสมา เมลิออยด์ ซูโดโมแนส แอโรโมแนส เคล็บซิเอลลา เลจิโอเนลลา สแตฟิโลค็อกคัส และเลปโตสไปรา ไม่ได้อยู่ในรายชื่อนั้น เราจึงไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อเหล่านี้ สิ่งที่บอกได้คือ เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แอสเปอร์จิลลัสอยู่ในกลุ่มเชื้อรา และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อชนิดใด สอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง สิ่งสำคัญคือ เชื้อที่ทำให้ปอดอักเสบส่วนใหญ่ติดต่อจากคนสู่คนทางละอองฝอย การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ได้ป้องกันการติดต่อทางอากาศแทนการสวมหน้ากาก การระบายอากาศ หรือวัคซีน และไม่ได้รักษาปอดอักเสบ เชื้อราที่ฝังลึกในวัสดุอย่างฝ้าหรือที่นอนต้องรื้อทิ้ง ส่วนเลจิโอเนลลาในระบบน้ำต้องจัดการที่ระบบท่อโดยตรง

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดแบบ WHD

  1. สำรวจและประเมินหน้างาน ส่งภาพหรือวิดีโอผ่าน LINE ให้ทีมงานดูขนาดพื้นที่ ระดับน้ำที่ท่วมถึง และจุดที่กังวล เช่น ห้องนอนผู้สูงอายุ มุมที่มีเชื้อรา หรือห้องเด็ก
  2. ขนโคลน ล้าง และทำให้แห้งก่อน การพ่นฆ่าเชื้อต้องทำหลังขนโคลน ล้างพื้นผิว และรื้อวัสดุที่ขึ้นราจนล้างไม่ได้ออกแล้ว
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่ เก็บอาหาร ภาชนะ ยาประจำตัว และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้มิดชิด ย้ายคนและสัตว์เลี้ยงออก
  4. พ่นฆ่าเชื้อตามโซน ช่างสวมอุปกรณ์ป้องกัน พ่นพื้น ผนังส่วนล่าง ห้องน้ำ และจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิด สวิตช์ ราวเตียง ใช้ ULV สำหรับพื้นที่กว้างและซอกมุม ระหว่างพ่นต้องไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซน
  5. รอและกลับเข้าใช้พื้นที่ ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ให้ทำตามเวลาที่ช่างแจ้งหน้างาน ผู้ป่วยโรคหืดหรือผู้ที่เพิ่งหายจากปอดอักเสบควรกลับเข้าหลังเปิดระบายอากาศแล้ว

เราไม่อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้าง หลังกลับเข้าพื้นที่ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศ และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือของเล่นที่เด็กเอาเข้าปากด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้ ตามโปรโมชันบนหน้าเว็บ ลูกค้าจะได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และขอใบกำกับภาษีได้ ราคาขึ้นกับขนาดพื้นที่และสภาพหน้างาน กรุณาสอบถามทีมงานโดยตรง WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในระยอง การนัดหมายงานต่างจังหวัดทำผ่านโทรศัพท์และ LINE ตามคิวงาน สำหรับกลิ่นอับที่ยังค้างในห้อง สอบถามเพิ่มเติมเรื่อง บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย ซึ่งต้องทำในห้องที่ไม่มีคนอยู่

10 เหตุผลที่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เมื่อมีคนในบ้านไอหรือเพิ่งหายจากปอดอักเสบ

  1. จุดสัมผัสร่วมอย่างลูกบิด สวิตช์ และราวเตียงคือทางส่งต่อไวรัสผ่านมือ การ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ช่วยจัดการได้ครบทุกจุด
  2. น้ำยาที่ใช้มีรายชื่อ RSV, H1N1 และ COVID-19 อยู่ในข้อมูลบริการ ซึ่งเป็นไวรัสทางเดินหายใจที่พบบ่อย
  3. คนที่เป็นโรคหืดหรือเพิ่งหายป่วยไม่ต้องสัมผัสน้ำยาและไม่ต้องขัดล้างเอง
  4. ลดความเสี่ยงจากการผสมน้ำยาหลายชนิดจนเกิดก๊าซระคายเคืองปอด
  5. ละอองแบบ ULV เข้าถึงมุมห้อง หลังตู้ และใต้เตียง
  6. ช่วยลดเชื้อราบนพื้นผิวที่ล้างแล้ว ควบคู่กับการทำให้บ้านแห้งและรื้อวัสดุที่ขึ้นรา
  7. เหมาะกับห้องเช่า หอพัก และบ้านแถวที่มีหลายครอบครัวใช้พื้นที่ร่วมกัน
  8. เหมาะกับสำนักงานและโรงงานที่ต้องการให้พนักงานกลับมาทำงานอย่างมั่นใจขึ้น
  9. รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ แล้วกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  10. ปรึกษาทีมงานได้ก่อนตัดสินใจ ผ่าน หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านแถวในชุมชนหลังน้ำหลาก

ก่อน

  • ผนังมีคราบน้ำและจุดดำของเชื้อรา
  • ห้องมีกลิ่นอับจนแสบจมูก
  • ลูกบิด สวิตช์ และของเล่นเปื้อนโคลน
  • คนในบ้านยังไอและไม่แน่ใจว่าห้องไหนปลอดภัย
  • ไม่รู้ว่าน้ำยาที่ผสมเองถูกต้องหรือไม่

หลัง

  • รื้อวัสดุที่ขึ้นราและล้างผนังเรียบร้อยก่อนพ่น
  • พื้นผิวทุกโซนได้รับการพ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการดูแลครบ
  • เปิดระบายอากาศแล้วกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • ครอบครัวมั่นใจขึ้นในการพาผู้สูงอายุและเด็กกลับบ้าน

เช็กลิสต์ป้องกันปอดอักเสบหลังน้ำลด ปลวกแดง ระยอง ปี 2569

เรื่องร่างกาย

  • เฝ้าดูอาการไอ ไข้ และการหายใจของทุกคน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็ก
  • ไปพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย และแจ้งประวัติลุยน้ำหรือสำลักน้ำ
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยง

เรื่องอากาศในบ้าน

  • เปิดหน้าต่าง ทำให้บ้านแห้ง และทิ้งวัสดุที่ขึ้นรา
  • ล้างหรือให้ช่างตรวจเครื่องปรับอากาศที่น้ำท่วมถึง
  • ปล่อยน้ำในท่อทิ้งก่อนใช้ฝักบัวครั้งแรก

เรื่องพื้นผิวในบ้าน

  • ขนโคลน ล้างพื้นและผนังถึงระดับน้ำท่วม
  • นัดหมาย บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังล้างเสร็จ และให้ทุกคนออกจากโซนระหว่างพ่น
  • กลับเข้าใช้พื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย: ปอดอักเสบหลังน้ำท่วม และการพ่นฆ่าเชื้อ

ปอดอักเสบหลังน้ำท่วมเกิดจากอะไร

เกิดได้จากหลายเชื้อ ทั้งแบคทีเรียในชุมชนอย่างนิวโมคอคคัส ไวรัสอย่างไข้หวัดใหญ่ RSV และโควิด-19 เชื้อจากน้ำและดินอย่างเมลิออยด์และซูโดโมแนสเมื่อสำลักน้ำ รวมถึงเชื้อราในบ้านที่อับชื้น

ไอไม่หยุดหลังน้ำลด เป็นปอดอักเสบหรือเปล่า

ไม่จำเป็นเสมอไป อาจเป็นหวัด หลอดลมอักเสบ ภูมิแพ้ หรือการระคายเคืองจากเชื้อรา แต่ถ้ามีไข้ หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือไอนานเกินสองสัปดาห์ ควรไปพบแพทย์

สำลักน้ำท่วม ต้องไปหาหมอไหม

ควรไปปรึกษาแพทย์ แม้ตอนแรกจะรู้สึกปกติ เพราะปอดอักเสบจากการสำลักอาจเกิดตามมาภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน

ปอดอักเสบติดต่อคนในบ้านได้ไหม

ปอดอักเสบจากไวรัสและแบคทีเรียบางชนิดติดต่อทางละอองฝอยได้ ผู้ป่วยควรสวมหน้ากาก แยกของใช้ และล้างมือบ่อย ส่วนปอดอักเสบจากการสำลักหรือเชื้อราไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนโดยตรง

เชื้อราขึ้นบ้านหลังน้ำท่วม ทำให้ปอดอักเสบได้ไหม

ส่วนใหญ่ทำให้ไอ คัดจมูก หรือหอบหืดกำเริบ แต่ในผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เชื้อราอย่างแอสเปอร์จิลลัสอาจทำให้ปอดติดเชื้อได้ ควรทำบ้านให้แห้งและสวม N95 ระหว่างทำความสะอาด

ปอดอักเสบในผู้สูงอายุ มีอาการอย่างไร

อาจไม่มีไข้สูง แต่ซึม สับสน กินไม่ได้ หายใจเร็ว หรือล้มบ่อย ถ้าผู้สูงอายุเปลี่ยนไปจากเดิมหลังน้ำท่วม ควรพาไปพบแพทย์

ป้องกันปอดอักเสบหลังน้ำท่วมอย่างไร

หลีกเลี่ยงการสำลักน้ำ ล้างมือ สวมหน้ากากในที่แออัด ทำบ้านให้แห้ง สวม N95 ตอนจัดการเชื้อรา ปรึกษาเรื่องวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยง และทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวในบ้าน

พ่นฆ่าเชื้อแล้วช่วยรักษาปอดอักเสบได้ไหม

ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อลดเชื้อบนพื้นผิว ไม่ได้รักษาโรค และไม่ได้แทนการสวมหน้ากากหรือการระบายอากาศ ผู้ที่มีอาการต้องพบแพทย์

คนเป็นหอบหืดอยู่บ้านระหว่างพ่นฆ่าเชื้อได้ไหม

ไม่ควร ทุกคนต้องออกจากโซนระหว่างพ่น และผู้ที่มีโรคทางเดินหายใจควรกลับเข้าหลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้งและเปิดระบายอากาศแล้ว

บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน รับงานปลวกแดง ระยอง ปี 2569 ไหม

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในระยอง สามารถสอบถามและนัดหมายงานต่างจังหวัดผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 และ LINE @whd268 ตามคิวงาน

น้ำลดที่มาบยางพร ปลวกแดง ปี 2569 แล้ว ให้ WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

ดูแลอาการไอและไข้ให้ถูกวิธี พบแพทย์เมื่อมีสัญญาณอันตราย ทำบ้านให้แห้ง รื้อวัสดุที่ขึ้นรา แล้วให้ทีมงานพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวและจุดสัมผัสร่วม เพื่อให้ทุกคนกลับมาหายใจในบ้านได้อย่างมั่นใจขึ้น

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#ปอดอักเสบ #ปอดอักเสบหลังน้ำท่วม #อาการหลังน้ำท่วม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมปลวกแดง2569 #น้ำท่วมระยอง2569 #พ่นฆ่าเชื้อระยอง #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569

คำค้นหา: ปอดอักเสบหลังน้ำท่วม, ไอมีไข้หอบเหนื่อยหลังน้ำท่วม, ไอไม่หยุดหลังน้ำลด, สำลักน้ำท่วม, ปอดบวมหลังน้ำท่วม, เชื้อราในบ้านทำให้ไอ, อาการหลังน้ำท่วม, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมมาบยางพร ปลวกแดง ปี 2569, น้ำท่วมระยอง 2569, พ่นฆ่าเชื้อระยอง, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้