Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 5 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณกำลังค้นหาว่า "น้ำกัดเท้า รักษายังไง" "เท้าเปื่อยหลังลุยน้ำ" "ซอกนิ้วเท้าคัน แสบ มีกลิ่น" หรือ "น้ำกัดเท้าแบบไหนต้องไปหาหมอ" บทความนี้ตั้งใจเขียนเพื่อตอบคำถามเหล่านั้น น้ำกัดเท้าหลังน้ำท่วมเป็นอาการที่คนไทยรู้จักดี แต่หลายคนไม่รู้ว่าเบื้องหลังอาการเท้าเปื่อยและซอกนิ้วคันนั้นมีเชื้อรา ยีสต์ และแบคทีเรียหลายชนิดผลัดกันเข้ามาซ้ำเติมผิวที่แช่น้ำนาน เราจะเล่าผ่านสถานการณ์น้ำท่วมซอยบ้านดอนทราย-หนองเวียง 1 หมู่ 2 ตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปี 2569 ที่น้ำท่วมลึกกว่า 1.50 เมตร แล้วอธิบายเชื้อต้นเหตุกว่า 12 ชนิด สัญญาณอันตรายที่ต้องไปพบแพทย์ทันที วิธีดูแลเท้าให้แห้ง และทำไมหลังจากขนโคลนและล้างบ้านเสร็จ บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection (WHD) จึงเป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านได้อีกชั้น
ข้อควรทราบ: บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์และแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการทำความสะอาดพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาโรคที่เกิดขึ้นแล้ว
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในพื้นที่น้ำท่วมขังนาน ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ลุงสมชายอาศัยอยู่ในซอยเล็ก ๆ ย่านดอนทราย ช่วงต้นเดือนตุลาคม ปี 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำในซอยสูงขึ้นเรื่อย ๆ บางจุดลึกกว่าระดับเอว ลุงตัดสินใจอยู่เฝ้าบ้านเพราะห่วงข้าวของและสัตว์เลี้ยง ทุกวันลุงต้องลุยน้ำออกไปรับถุงยังชีพที่ปากซอย และเดินย่ำน้ำในบ้านชั้นล่างเพื่อขนของขึ้นที่สูง รองเท้าแตะคู่เดียวที่มีเปียกตั้งแต่เช้าจนค่ำ ถุงเท้าที่ใส่ตอนกลางคืนก็ไม่เคยแห้งสนิท
วันที่สาม ลุงเริ่มรู้สึกแสบที่ซอกนิ้วเท้า ผิวระหว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยกลายเป็นสีขาวซีด เปื่อยยุ่ย ลอกเป็นขุย คันจนต้องเอานิ้วถู พอถูแรง ๆ ก็เริ่มมีรอยแตกเป็นร่องแดงและมีน้ำเหลืองซึม เวลาถอดรองเท้ามีกลิ่นเหม็นอับแรงผิดปกติ ฝ่าเท้าบางจุดมีหลุมเล็ก ๆ คล้ายถูกเข็มจิ้ม และเมื่อปลิงเกาะขาแล้วลุงดึงออกแรง ๆ ก็ทิ้งแผลเล็ก ๆ ไว้ที่หน้าแข้งอีกหลายจุด
สิ่งที่ลุงสมชายเผชิญคือภาพรวมของ "น้ำกัดเท้า" ที่หลายคนคิดว่าเป็นโรคเดียว แต่ในความจริงอาจเป็นผลรวมของผิวที่แช่น้ำจนอ่อนแอ เชื้อรากลาก เชื้อยีสต์ แบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นและหลุมที่ฝ่าเท้า ไปจนถึงแบคทีเรียที่อาจลุกลามเป็นเนื้อเยื่ออักเสบ ซึ่งแต่ละอย่างต้องดูแลต่างกัน และเชื้อบางชนิดยังติดอยู่ในรองเท้า พื้นบ้าน และพรมเช็ดเท้า แม้น้ำจะลดลงแล้วก็ตาม
ตามรายงานของเดลินิวส์ ช่วงวันที่ 2 ถึง 3 ตุลาคม 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทราถึงอำเภอบ้านโพธิ์ ทำให้ซอยบ้านดอนทราย-หนองเวียง 1 หมู่ 2 ตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ ถูกน้ำท่วมลึกกว่า 1.50 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือเข้าไปช่วยหญิงวัย 80 ปีที่ติดอยู่ในบ้านมา 4 วัน และช่วยย้ายแมว 18 ตัวขึ้นไปไว้บนหลังคา นอกจากนี้ยังพบไฟรั่วบริเวณหน้าบ้าน และพบปลิงจำนวนมากในน้ำ
ข้อเท็จจริงเหล่านี้สะท้อนสภาพที่ทำให้ปัญหาเท้าหลังน้ำท่วมรุนแรงขึ้น ทั้งการติดอยู่ในบ้านหลายวันโดยไม่มีพื้นที่แห้ง น้ำที่ลึกจนต้องเดินแช่ครึ่งตัว ปลิงที่ทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ตามขา และการดูแลสัตว์เลี้ยงจำนวนมากในพื้นที่จำกัด ส่วนไฟรั่วเป็นอันตรายเร่งด่วนที่ต้องระวังเหนือสิ่งอื่นใด หากพบสายไฟจมน้ำหรือรู้สึกว่าไฟดูด ให้ออกห่างทันที แจ้งการไฟฟ้าหรือหน่วยกู้ภัย และอย่าลุยน้ำใกล้เสาไฟหรือปลั๊กที่จมน้ำ
ในระดับประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่าอุทกภัยปี 2569 ส่งผลกระทบใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์) หมายความว่ามีคนจำนวนมหาศาลที่ต้องลุยน้ำและเสี่ยงต่อน้ำกัดเท้าในปีเดียวกัน
ที่มา: เดลินิวส์ (2 ถึง 3 ต.ค. 2569) และ กรมประชาสัมพันธ์ (ข้อมูล ปภ. 7 ต.ค. 2569)
คำว่า "น้ำกัดเท้า" ในภาษาพูดใช้เรียกอาการผิวหนังที่เท้าซึ่งแช่น้ำหรืออับชื้นนาน ๆ จนเปื่อยยุ่ย คัน แสบ ลอก หรือแตกเป็นร่อง โดยเฉพาะที่ซอกนิ้วเท้า กลไกเริ่มจากผิวหนังชั้นนอกซึ่งปกติทำหน้าที่เป็นเกราะกันน้ำและเชื้อโรค เมื่อแช่น้ำนานหลายชั่วโมง ชั้นเคราตินจะดูดน้ำจนบวมและขาวซีด ความแข็งแรงลดลง เสียดสีกับรองเท้าหรือพื้นเพียงเล็กน้อยก็ถลอกได้ง่าย
ในช่วงแรก อาการเท้าเปื่อยอาจเป็นเพียงการระคายเคืองจากน้ำและความชื้น แต่เมื่อผิวอ่อนแอและยังอับชื้นอยู่ต่อเนื่อง เชื้อราและแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำท่วม ในดินโคลน และบนผิวของเราเองจะเข้ามาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลที่น้ำกัดเท้าบางคนหายเองในไม่กี่วันเมื่อเท้าแห้ง แต่บางคนกลับคันเรื้อรังหลายสัปดาห์ มีกลิ่นแรง หรือกลายเป็นแผลติดเชื้อที่บวมแดงลามขึ้นขา
สิ่งที่ควรแยกออกจากน้ำกัดเท้าทั่วไปคือภาวะเท้าแช่น้ำ (immersion foot หรือ trench foot) ซึ่งเกิดเมื่อเท้าเปียกและเย็นต่อเนื่องนานมาก ทำให้เท้าบวม ชา ซีด ปวด และผิวเสียหายลึกกว่า ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อโดยตรง แต่ทำให้ติดเชื้อซ้ำได้ง่าย และต้องได้รับการดูแลจากแพทย์
เป็นเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ที่พบบ่อยที่สุดในโรคเชื้อราที่เท้า (tinea pedis) ชนิดเรื้อรัง ทำให้ซอกนิ้วเท้าลอกเป็นขุย คัน และฝ่าเท้าแห้งเป็นขุยละเอียดแบบ "รองเท้าโมคาซิน" ที่ลามไปถึงขอบเท้า เชื้อนี้ยังลามไปที่เล็บทำให้เล็บหนา ขุ่น และเปราะ หลังน้ำท่วม สะเก็ดผิวที่มีเชื้อจะหลุดตกตามพื้นห้องน้ำ พรมเช็ดเท้า และภายในรองเท้าที่ยังชื้น
มักทำให้เกิดน้ำกัดเท้าแบบอักเสบเฉียบพลัน ซอกนิ้วเท้าเปื่อยขาว แตกเป็นร่อง คันและแสบ บางคนมีตุ่มน้ำใสคันจัดที่ฝ่าเท้าหรือข้างเท้า เชื้อแพร่ผ่านพื้นเปียกที่เดินเท้าเปล่าร่วมกัน ช่วงน้ำท่วมคนในบ้านมักถอดรองเท้าเปียกแล้วเดินเท้าเปล่าบนพื้นชั้นบน ทำให้เชื้อกระจายได้รวดเร็ว
เป็นเดอร์มาโทไฟต์อีกชนิดที่ทำให้เกิดเชื้อราที่เท้าและขาหนีบ ผื่นมีขอบชัด คันมากเวลาอับชื้น คนที่ใส่กางเกงเปียกและรองเท้าเปียกทั้งวันมักเป็นทั้งสองจุดพร้อมกัน
เป็นเชื้อรากลากที่พบได้ในแมวและสุนัข ติดสู่คนผ่านการสัมผัสขนหรือผิวหนังของสัตว์ที่มีเชื้อ ทำให้เกิดผื่นวงขอบแดงที่แขน ขา หรือใบหน้า และในเด็กอาจเป็นกลากที่ศีรษะ ช่วงน้ำท่วมที่คนและสัตว์เลี้ยงต้องอยู่รวมกันใกล้ชิดในพื้นที่แห้งเพียงเล็กน้อย การสัมผัสสัตว์บ่อยขึ้นจึงเพิ่มโอกาสติดเชื้อนี้ได้ หากสัตว์เลี้ยงมีขนร่วงเป็นวงหรือผิวหนังเป็นขุย ควรปรึกษาสัตวแพทย์
ในซอกนิ้วเท้าที่อับชื้นตลอดเวลา แคนดิดาทำให้ผิวเปื่อยขาวเป็นแผ่นหนา ใต้แผ่นขาวมีผิวแดงสด แสบ และมีตุ่มเล็ก ๆ กระจายรอบขอบ พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้สูงอายุ และคนที่ใส่รองเท้าบูทยางนานต่อเนื่องหลายชั่วโมงโดยไม่ได้ถอดผึ่ง
เป็นเชื้อราที่ไม่ใช่กลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ พบในดินและพืชในเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย ทำให้เกิดอาการคล้ายเชื้อราที่เท้าแบบผิวแห้งเป็นขุยที่ฝ่าเท้า และติดเชื้อที่เล็บ การสัมผัสดินโคลนเปียกเป็นเวลานานระหว่างน้ำท่วมจึงเป็นโอกาสให้เชื้อกลุ่มนี้สัมผัสผิวได้มากขึ้น เชื้อกลุ่มนี้มักต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อแยกชนิด
ซูโดโมแนสชอบที่ชื้นแฉะ เมื่อซอกนิ้วเท้าที่เปื่อยจากเชื้อราถูกแบคทีเรียนี้ซ้ำเติม จะเกิดภาวะที่เรียกว่าซอกนิ้วเท้าติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบ ผิวเปื่อยแฉะ มีสีเขียวอมฟ้า แสบ เจ็บ และมีกลิ่นเฉพาะ อาการนี้มักเป็นสัญญาณว่าน้ำกัดเท้าเริ่มรุนแรงเกินกว่าการดูแลเองที่บ้าน
เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคเอริทราสมา (erythrasma) ผื่นสีน้ำตาลแดงหรือชมพูที่ซอกนิ้วเท้าและขาหนีบ ผิวเปื่อยเล็กน้อย คันบ้างหรือไม่คันเลย หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเชื้อรา เพราะลักษณะคล้ายกันมาก โรคนี้พบได้บ่อยในอากาศร้อนชื้นและผู้ป่วยเบาหวาน
เป็นหนึ่งในแบคทีเรียที่ทำให้เกิดภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุม (pitted keratolysis) ซึ่งเห็นเป็นหลุมเล็ก ๆ ตื้น ๆ คล้ายถูกเข็มจิ้มหลายจุดบนฝ่าเท้าที่รับน้ำหนัก ร่วมกับกลิ่นเท้าแรงมาก ภาวะนี้เกิดจากแบคทีเรียหลายชนิด รวมถึงกลุ่มคอรีนีแบคทีเรียมและเดอร์มาโทฟิลัส (Dermatophilus congolensis) ที่ย่อยชั้นเคราตินของฝ่าเท้าที่เปียกตลอดเวลา ชาวบ้านที่ใส่รองเท้าบูทยางหรือรองเท้าเปียกนาน ๆ หลังน้ำท่วมจึงพบได้บ่อย
เมื่อซอกนิ้วแตกหรือมีแผลถลอกที่เท้า สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียสอาจเข้าไปทำให้เกิดตุ่มหนอง ฝี รอบเล็บอักเสบ หรือผิวหนังอักเสบ บางสายพันธุ์ดื้อต่อยาบางกลุ่ม จึงควรให้แพทย์เป็นผู้ตรวจและเลือกการรักษา เชื้อนี้ติดอยู่บนผ้า ถุงเท้า และพื้นผิวที่สัมผัสบ่อยในบ้านได้
ซอกนิ้วเท้าที่แตกเป็นร่องจากน้ำกัดเท้าคือประตูสำคัญของเชื้อสเตรปโตค็อกคัสกลุ่มเอ ซึ่งอาจทำให้เกิดเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังอักเสบที่หลังเท้าและหน้าแข้ง ผิวแดง ร้อน บวม เจ็บ ขอบแดงขยายเร็ว อาจมีไข้หนาวสั่น แพทย์จำนวนมากจึงมักตรวจซอกนิ้วเท้าของผู้ป่วยที่มีขาบวมแดงเสมอ
แอโรโมแนสพบในน้ำจืดและคลอง อาจเข้าสู่ผิวผ่านแผลปลิงกัด รอยถลอก หรือแผลจากของมีคมใต้น้ำ ทำให้แผลบวมแดงลุกลามได้ ส่วนเลปโตสไปราหรือเชื้อโรคฉี่หนูมาจากปัสสาวะหนูในน้ำท่วม และเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายผ่านผิวที่เปื่อยและแผลที่เท้า แม้ไม่ได้ทำให้เท้าคัน แต่คนที่มีน้ำกัดเท้าและยังต้องลุยน้ำต่อจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น หากมีไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดน่องมาก หรือตาแดง ภายในประมาณ 2 ถึง 30 วันหลังลุยน้ำ ควรรีบพบแพทย์และบอกว่าเคยลุยน้ำท่วม
นอกจากเชื้อเหล่านี้ แผลจากปลิงกัดที่พบมากในน้ำท่วมดอนทรายอาจมีเลือดไหลซึมนานกว่าแผลทั่วไป และถ้าดึงปลิงออกแรง ๆ หรือเกาแผลจนสกปรก ก็อาจติดเชื้อแบคทีเรียได้ ควรล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ กดห้ามเลือด ปิดแผล และสังเกตอาการบวมแดงในวันต่อ ๆ ไป
ลักษณะเหล่านี้เป็นเพียงแนวทางสังเกต ไม่ใช่การวินิจฉัย เพราะเชื้อหลายชนิดมักอยู่ร่วมกันในเท้าเดียว ไม่ควรซื้อยาหลายชนิดมาทาสลับกันเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการต่อไปนี้ และบอกแพทย์ด้วยว่าเคยลุยน้ำท่วม ลุยวันไหน และนานเท่าไร
กรณีฉุกเฉินโทร 1669 ข้อมูลนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจไปพบแพทย์เท่านั้น และการพ่นฆ่าเชื้อในบ้านไม่สามารถรักษาน้ำกัดเท้าหรือแผลติดเชื้อที่เกิดขึ้นแล้วได้
หลายคนดูแลเท้าดีแล้ว แต่อาการคันซอกนิ้วกลับมาซ้ำ เพราะเชื้อราและแบคทีเรียยังรออยู่ในบ้าน จุดที่ควรจัดการหลังน้ำท่วมดอนทรายลดลงมีดังนี้
ด้านสุขภาพ: น้ำกัดเท้าที่ปล่อยไว้อาจกลายเป็นประตูให้แบคทีเรียเข้าไปทำให้ขาอักเสบบวมแดง ต้องหยุดงานหรือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ผู้ป่วยเบาหวานอาจมีแผลที่เท้าหายยาก ส่วนเชื้อราที่ลามไปที่เล็บอาจรักษานานหลายเดือน
ด้านเงินและเวลา: ค่าเดินทางไปพบแพทย์ ค่ารองเท้าและถุงเท้าใหม่ และวันทำงานที่เสียไปในช่วงที่ครอบครัวต้องใช้เงินซ่อมบ้านหลังน้ำท่วมอยู่แล้ว
ทำไมล้างบ้านเองไม่พอ: น้ำและผงซักฟอกช่วยขจัดคราบสกปรก แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อ การผสมน้ำยาฟอกขาวเองอาจผิดสัดส่วน และถ้าผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิดอาจเกิดก๊าซที่ระคายเคืองทางเดินหายใจ ซอกมุมใต้ตู้ หลังเตียง และขอบผนังมักถูกมองข้าม และคนในบ้านที่อดนอนมาหลายวันก็ไม่มีแรงพอจะทำความสะอาดอย่างเป็นระบบ
คำแนะนำจาก WHO และ CDC: องค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกาแนะนำตรงกันว่า หลังน้ำท่วมให้ขนโคลนและของเสียหายออก ล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและสารทำความสะอาด ทำให้แห้งเร็วที่สุด ภายในประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดเชื้อรา แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อน ผู้ทำความสะอาดควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากาก ส่วนกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็ระบุว่าโรคผิวหนังรวมถึงน้ำกัดเท้าเป็นปัญหาที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ร่วมกับโรคฉี่หนูและโรคระบบทางเดินอาหาร
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน อาคาร และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายถึงพื้นผิวและซอกมุมได้ทั่วถึง น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ น้ำยานี้ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น โควิด-19 RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 H5N1 ไวรัสมือเท้าปาก โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา และเชื้อรา หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่าออกฤทธิ์ต่อโควิด-19 ได้ 99.85% ภายใน 1 นาที และหน้าบริการอ้างถึงการรับรองหรือการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
ความโปร่งใสเรื่องประสิทธิภาพ: เชื้อที่ทำให้น้ำกัดเท้าในบทความนี้ เช่น Trichophyton, Epidermophyton, Microsporum, Candida, Neoscytalidium, Pseudomonas, Corynebacterium, Kytococcus, Staphylococcus, Streptococcus, Aeromonas และ Leptospira ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บไซต์ของ WHD ระบุไว้โดยตรง เชื้อเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียและเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่เราไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อแต่ละชนิด หากต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อชนิดใด สอบถาม WHD ได้โดยตรง
การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลนและล้างบ้าน ไม่ได้ใช้แทนการทำความสะอาด ไม่ได้ใช้แทนการพบแพทย์ และไม่ได้ทำให้น้ำกัดเท้าที่เป็นอยู่หาย แต่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านเพื่อลดโอกาสสัมผัสเชื้อซ้ำ
ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรี และขอใบกำกับภาษีได้ WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 รับงานฉะเชิงเทราและต่างจังหวัดผ่านการนัดหมายทางโทรศัพท์และ LINE วันเวลาขึ้นอยู่กับคิวงานและการเข้าถึงพื้นที่ ราคาประเมินตามขนาดและสภาพพื้นที่
เริ่มจากผิวเท้าที่แช่น้ำนานจนเปื่อยและอ่อนแอ จากนั้นเชื้อรากลาก เชื้อแคนดิดา และแบคทีเรียหลายชนิด เช่น ซูโดโมแนส คอรีนีแบคทีเรียม และสแตฟิโลค็อกคัส เข้ามาซ้ำเติม ทำให้คัน แสบ ลอก และมีกลิ่น
ถ้าเป็นเพียงผิวเปื่อยจากการแช่น้ำ มักดีขึ้นใน 2 ถึง 3 วันเมื่อเท้าแห้งและสะอาด แต่ถ้ามีขุยลอกเรื้อรัง แตกเป็นแผล มีกลิ่นแรง หรือบวมแดง แสดงว่ามีเชื้อร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
ล้างด้วยสบู่และน้ำสะอาด ซับซอกนิ้วให้แห้งสนิท เปลี่ยนถุงเท้าแห้ง สลับรองเท้า ไม่ถูหรือแกะผิว และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกยา
เท้าเปื่อยจากน้ำมักเกิดเร็วหลังแช่น้ำและดีขึ้นเมื่อแห้ง ส่วนเชื้อราที่เท้ามักมีขุยลอก คันเรื้อรัง เป็นวงหรือเป็นซ้ำ และลามไปเล็บได้ ทั้งสองอย่างมักเกิดร่วมกันหลังน้ำท่วม
มักเป็นภาวะฝ่าเท้าเป็นหลุม (pitted keratolysis) จากแบคทีเรียที่ย่อยผิวฝ่าเท้าที่เปียกนาน การทำให้เท้าแห้งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และควรให้แพทย์ประเมิน
เท้าหรือขาบวมแดงร้อนและลามเร็ว มีไข้หนาวสั่น มีหนอง ผิวคล้ำ มีเส้นแดงลามขึ้นขา เท้าชาซีดเย็น หรือมีไข้สูงปวดน่องหลังลุยน้ำ ต้องพบแพทย์ทันทีและบอกว่าเคยลุยน้ำท่วม
ผู้ป่วยเบาหวานควรพบแพทย์แม้แผลหรืออาการดูเล็กน้อย เพราะเท้าอาจชาจนไม่รู้สึก แผลหายช้า และติดเชื้อลุกลามได้เร็ว ควรตรวจเท้าทุกวันหลังลุยน้ำ
เชื้อรากลากที่เท้าติดต่อได้ผ่านพื้นเปียกที่เดินเท้าเปล่าร่วมกัน รองเท้า ถุงเท้า และผ้าเช็ดเท้า จึงควรแยกของใช้ส่วนตัวและทำความสะอาดพื้นห้องน้ำสม่ำเสมอ
อย่ากระชากปลิงออกแรง ๆ ให้ปลิงหลุดเองหรือค่อย ๆ ใช้เล็บเขี่ยบริเวณปากดูดออก ล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด กดห้ามเลือด ปิดแผล และพบแพทย์ถ้าบวมแดงมากขึ้นหรือมีไข้
ไม่ การพ่นฆ่าเชื้อลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านเพื่อลดการสัมผัสเชื้อซ้ำ แต่ไม่ได้รักษาผิวเท้าที่ติดเชื้อแล้ว ผู้ที่มีอาการต้องได้รับการดูแลจากแพทย์
ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหรือตามที่ทีมช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศ ระหว่างพ่นทั้งคนและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซน และควรเช็ดชามอาหารสัตว์ด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ รับนัดหมายงานฉะเชิงเทราและต่างจังหวัดทางโทรศัพท์ 065-556-6294 และ LINE @whd268 วันเวลาขึ้นกับคิวงานและการเข้าถึงพื้นที่
ล้างบ้านเสร็จแล้วแต่คนในบ้านยังคันซอกนิ้วเท้าซ้ำ ๆ ปรึกษาทีม World Health Disinfection ได้ทันที เราช่วยวางแผนพ่นฆ่าเชื้อทีละโซน ตั้งแต่ทางเข้าบ้าน ชั้นวางรองเท้า ห้องน้ำ ไปจนถึงห้องนอน โดยคำนึงถึงผู้สูงอายุและสัตว์เลี้ยงในบ้าน
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
World Health Disinfection เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 รับงานต่างจังหวัดผ่านการนัดหมายทางโทรศัพท์และ LINE
#น้ำกัดเท้า #อาการหลังน้ำท่วม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมบ้านโพธิ์2569 #น้ำท่วมฉะเชิงเทรา2569 #พ่นฆ่าเชื้อฉะเชิงเทรา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #เท้าเปื่อย
คำค้นหา: น้ำกัดเท้าหลังน้ำท่วม, น้ำกัดเท้า รักษายังไง, เท้าเปื่อยหลังลุยน้ำ, ซอกนิ้วเท้าคัน, เชื้อราที่เท้าหลังน้ำท่วม, น้ำกัดเท้าเกิดจากเชื้ออะไร, น้ำกัดเท้าแบบไหนต้องไปหาหมอ, ปลิงกัดตอนลุยน้ำ, น้ำท่วมดอนทราย บ้านโพธิ์ ปี 2569, น้ำท่วมฉะเชิงเทรา 2569, พ่นฆ่าเชื้อฉะเชิงเทรา, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H