ท้องเสียหลังน้ำท่วม เกิดจากเชื้ออะไร? บทเรียนน้ำท่วมโผงเผง ป่าโมก อ่างทอง ปี 2569 พร้อมวิธีป้องกันและบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน บริการพ่นฆ่าเชื้อ

ท้องเสียหลังน้ำท่วม เกิดจากเชื้ออะไร? บทเรียนน้ำท่วมโผงเผง ป่าโมก อ่างทอง ปี 2569 พร้อมวิธีป้องกันและบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

หลายคนพิมพ์ค้นหาว่า "ท้องเสียหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร" "ถ่ายเหลวหลังน้ำลด อันตรายไหม" หรือ "ท้องร่วงหลังลุยน้ำ ต้องไปหาหมอไหม" เพราะอาการนี้พบบ่อยที่สุดอาการหนึ่งหลังน้ำท่วม คำตอบสั้น ๆ คือ ท้องเสียหลังน้ำท่วมไม่ได้เกิดจากเชื้อตัวเดียว แต่อาจมาจากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิตหลายสิบชนิดที่ปนมากับน้ำเสีย ส้วมที่ล้น และอาหารที่บูดเพราะไฟดับ บทความนี้จะพาไปดูสถานการณ์ น้ำท่วมหมู่ 5 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ปี 2569 ที่คันกระสอบทรายบริเวณประตูน้ำคลองโผงเผงพังจนน้ำทะลักเข้าหมู่บ้าน แล้วอธิบายเชื้อที่เป็นต้นเหตุของอาการท้องเสียทีละตัว อาการแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์ วิธีป้องกันตัวเองและครอบครัว และทำไมหลังจากล้างโคลนเสร็จ บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection (WHD) จึงเป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านได้อีกชั้นหนึ่ง

ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขใกล้บ้าน และการพ่นฆ่าเชื้อเป็นการทำความสะอาดพื้นผิวในบ้าน ไม่ใช่การรักษาอาการป่วย

กรณีตัวอย่าง: คืนที่คันกระสอบทรายประตูน้ำคลองโผงเผงพัง ปี 2569

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในชุมชนริมน้ำหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

ลุงสมชายเลี้ยงกบอยู่หลังบ้านในหมู่ 5 ตำบลโผงเผง มาหลายปี ทุกปีที่น้ำเจ้าพระยาขึ้น ชาวบ้านจะช่วยกันวางกระสอบทรายเสริมแนวป้องกันบริเวณประตูน้ำคลองโผงเผง แต่ในปี 2569 แรงน้ำที่ดันเข้ามาหนักเกินกว่าที่แนวกระสอบจะต้านไหว เมื่อคันกระสอบพัง น้ำก็ทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วจนท่วมสูงหลายเมตร บ่อกบที่ลงทุนไว้เสียหาย ข้าวของชั้นล่างจมน้ำ และครอบครัวต้องย้ายขึ้นไปอยู่ชั้นบนหรือที่สูง

สามวันต่อมา หลานชายวัยเจ็ดขวบเริ่มถ่ายเหลวหลายครั้ง ตามด้วยปวดท้องบิด ๆ ภรรยาของลุงก็คลื่นไส้และถ่ายเป็นน้ำในคืนเดียวกัน ทุกคนสงสัยว่าเกิดจากอะไร เพราะช่วงนั้นต้องกินข้าวกล่องที่ได้รับแจก บางมื้อเก็บไว้นานเพราะตู้เย็นใช้ไม่ได้ ต้องใช้น้ำในโอ่งที่น้ำท่วมถึงขอบล้างจาน และเด็ก ๆ ก็ลงไปเล่นน้ำที่ไหลผ่านหน้าบ้านทั้งที่ผู้ใหญ่ห้ามแล้ว น้ำนั้นปนทั้งโคลนจากแม่น้ำ น้ำจากบ่อกบ และสิ่งปฏิกูลจากส้วมที่ใช้งานไม่ได้

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในเกือบทุกพื้นที่น้ำท่วม อาการท้องเสียของคนในบ้านเดียวกันอาจมาจากเชื้อต่างชนิดกันก็ได้ บางคนหายเองใน 1 ถึง 2 วัน แต่บางคนอาจขาดน้ำจนต้องไปโรงพยาบาล สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การเดาว่าเป็นเชื้ออะไร แต่คือการรู้ว่าอาการแบบไหนอันตราย การดูแลไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ และการตัดวงจรเชื้อในบ้านหลังน้ำลด ไม่ให้คนในครอบครัวติดต่อกันไปเรื่อย ๆ

น้ำท่วมโผงเผง ป่าโมก อ่างทอง ปี 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 คันกระสอบทรายบริเวณประตูน้ำคลองโผงเผง หมู่ 5 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง พังทลาย ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่สูงราว 2 ถึง 3 เมตร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 98 หลังคาเรือน และบ่อกบของชาวบ้านได้รับความเสียหาย

  • ช่วงเวลาเดียวกัน เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำราว 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • ระดับน้ำหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองอยู่ที่ 9.00 เมตร สูงกว่าจุดวิกฤตที่ 8.00 เมตร
  • รายงานระบุว่าจุดเดียวกันนี้เคยพังมาแล้วเมื่อปีก่อน

ภาพรวมระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขนี้สะท้อนว่าน้ำท่วมปี 2569 ไม่ได้เป็นเรื่องของอ่างทองเพียงจังหวัดเดียว และอาการท้องเสียหลังน้ำท่วมจึงเป็นเรื่องที่หลายล้านครอบครัวควรรู้ไว้

ในชุมชนอย่างโผงเผงที่น้ำมาเร็วและสูง ปัจจัยเสี่ยงของโรคทางเดินอาหารเกิดขึ้นพร้อมกันหลายอย่าง ได้แก่ ส้วมและบ่อเกรอะจมน้ำ น้ำประปาหรือน้ำบาดาลอาจปนเปื้อน ไฟฟ้าดับทำให้แช่เย็นอาหารไม่ได้ การล้างมือทำได้ยาก และน้ำจากบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำปนกับน้ำท่วม ทั้งหมดนี้คือเงื่อนไขที่เชื้อก่อโรคท้องเสียชอบที่สุด

ท้องเสียหลังน้ำท่วมเกิดจากเชื้ออะไรได้บ้าง?

อาการท้องเสีย หมายถึงถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปใน 1 วัน หรือถ่ายมีมูกปนเลือดแม้เพียงครั้งเดียว หลังน้ำท่วม เชื้อที่ทำให้เกิดอาการนี้แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ แบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่การติดเชื้อโดยตรง แต่เกิดจากสารพิษที่แบคทีเรียสร้างไว้ในอาหารที่บูด ด้านล่างคือเชื้อที่พบบ่อยและควรรู้จัก เรียงตามกลุ่ม

กลุ่มแบคทีเรีย

1. อีโคไล (Escherichia coli) สายพันธุ์ก่อโรคท้องร่วง

อีโคไลอาศัยอยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์เป็นปกติ จึงเป็นตัวชี้วัดว่าน้ำปนเปื้อนอุจจาระหรือไม่ แต่บางกลุ่ม เช่น ETEC ที่มักเป็นต้นเหตุของท้องร่วงในนักเดินทาง และ STEC ที่สร้างสารพิษชิกะ ทำให้ถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้องบิด และบางรายถ่ายเป็นเลือด หลังน้ำท่วม เชื้อกลุ่มนี้มากับน้ำจากส้วมและบ่อเกรอะที่ล้น เกาะอยู่บนพื้นครัว ภาชนะ และมือที่ไม่ได้ล้าง เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำเร็วกว่าวัยอื่น

2. ซัลโมเนลลา (Salmonella spp.)

ซัลโมเนลลาพบได้ในลำไส้ของสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และในไข่หรือเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก เมื่ออาหารถูกวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องนานเพราะไฟดับ เชื้อจะเพิ่มจำนวนได้เร็ว อาการมักเริ่มภายใน 6 ชั่วโมงถึง 3 วัน มีไข้ ปวดท้อง ถ่ายเหลว คลื่นไส้ บางคนอาเจียน ในพื้นที่ที่มีบ่อกบหรือฟาร์มสัตว์อย่างโผงเผง ควรล้างมือทุกครั้งหลังจับสัตว์หรืออุปกรณ์ในบ่อ

3. ชิเกลลา (Shigella spp.) ต้นเหตุโรคบิดไม่มีตัว

ชิเกลลาเป็นแบคทีเรียที่ติดต่อได้ง่ายมาก เพราะเชื้อปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ป่วยได้ แพร่จากมือที่เปื้อนอุจจาระสู่ปาก หรือผ่านน้ำและอาหารปนเปื้อน อาการเด่นคือถ่ายบ่อย ปวดเบ่ง ถ่ายมีมูกหรือมูกปนเลือด และมีไข้ ในศูนย์พักพิงหรือบ้านที่มีคนอยู่รวมกันมากแต่ห้องน้ำน้อย โรคบิดแพร่จากคนสู่คนได้รวดเร็ว การล้างมือด้วยสบู่และการทำความสะอาดห้องน้ำจึงสำคัญมาก

4. แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter jejuni)

แคมไพโลแบคเตอร์เป็นหนึ่งในสาเหตุของท้องเสียจากอาหารที่พบบ่อยทั่วโลก มักมาจากเนื้อไก่ที่ปรุงไม่สุก น้ำที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ และการสัมผัสสัตว์ อาการคือถ่ายเหลว บางครั้งมีเลือดปน ปวดท้อง มีไข้ และอ่อนเพลียหลายวัน ในช่วงน้ำท่วมที่ต้องทำอาหารในพื้นที่จำกัด การใช้เขียงเดียวกันหั่นเนื้อดิบและผักที่กินสดเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ

5. อหิวาตกโรค (Vibrio cholerae)

อหิวาตกโรคเป็นโรคที่ประเทศไทยเฝ้าระวังตลอด อาการที่โดดเด่นคือถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก ลักษณะคล้ายน้ำซาวข้าว อาจอาเจียนร่วมด้วย และขาดน้ำได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง เชื้อแพร่ทางน้ำดื่มและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ แม้จะไม่ได้พบบ่อยในทุกเหตุการณ์น้ำท่วม แต่หากพบคนถ่ายเป็นน้ำมากผิดปกติ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีและแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่

6. วิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus)

เชื้อนี้มักเกี่ยวข้องกับอาหารทะเลดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น หอยและกุ้งที่ปรุงไม่สุก อาการคือปวดท้อง ถ่ายเป็นน้ำ คลื่นไส้ และอาจมีไข้ต่ำ ๆ ช่วงน้ำท่วมที่ร้านค้าและตลาดได้รับผลกระทบ อาหารทะเลที่ขนส่งไม่ทันหรือแช่เย็นไม่พออาจกลายเป็นความเสี่ยง การกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่จึงปลอดภัยกว่า

7. แอโรโมแนส (Aeromonas hydrophila) เชื้อในน้ำจืดและบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

แอโรโมแนสเป็นแบคทีเรียที่พบได้ตามธรรมชาติในแหล่งน้ำจืด แม่น้ำ คลอง และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมถึงบ่อปลาและบ่อกบ เชื้อนี้สามารถทำให้เกิดอาการท้องเสียในคนบางรายเมื่อดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ปนเปื้อน และยังทำให้แผลที่สัมผัสน้ำสกปรกติดเชื้อได้ด้วย ในพื้นที่อย่างโผงเผงที่บ่อกบได้รับความเสียหายและน้ำจากบ่อปนกับน้ำท่วม ชาวบ้านที่ทำงานซ่อมบ่อหรือเก็บซากสัตว์ควรสวมถุงมือและรองเท้าบูท และล้างมือให้สะอาดก่อนจับอาหาร

กลุ่มสารพิษจากแบคทีเรียในอาหารบูด (อาหารเป็นพิษ)

8. บาซิลลัส ซีเรียส (Bacillus cereus)

เชื้อนี้อยู่ในดินและฝุ่น และสร้างสปอร์ที่ทนความร้อนได้ เมื่อข้าวสวย ข้าวผัด หรืออาหารแป้งที่หุงสุกแล้วถูกทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องหลายชั่วโมง สปอร์จะงอกและสร้างสารพิษ ทำให้คลื่นไส้อาเจียนเร็วหลังกิน หรือทำให้ท้องเสียในอีกหลายชั่วโมงต่อมา การอุ่นซ้ำไม่ได้ทำลายสารพิษบางชนิดเสมอไป ข้าวกล่องที่เก็บข้ามมื้อในช่วงไฟดับจึงควรระวังเป็นพิเศษ

9. สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus)

เชื้อนี้อยู่บนผิวหนังและในโพรงจมูกของคนจำนวนมาก เมื่อผู้ปรุงอาหารมีแผลที่มือหรือไม่ได้ล้างมือ แล้วอาหารถูกวางไว้นาน เชื้อจะสร้างสารพิษที่ทนความร้อน ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนรุนแรง และท้องเสียภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังกิน อาหารที่ทำเลี้ยงคนจำนวนมากในช่วงน้ำท่วม เช่น ข้าวมันไก่หรือขนมที่มีครีม ควรกินให้หมดเร็วหรือเก็บให้เย็น

10. คลอสตริเดียม เพอร์ฟริงเจนส์ (Clostridium perfringens)

เชื้อนี้พบในดิน โคลน และลำไส้สัตว์ มักก่อปัญหาในแกงหรือต้มเนื้อหม้อใหญ่ที่ปล่อยให้เย็นลงช้า ๆ ในอุณหภูมิห้อง อาการหลัก ๆ คือปวดท้องบิดและถ่ายเหลวภายใน 6 ถึง 24 ชั่วโมงหลังกิน โรงครัวที่ทำอาหารแจกผู้ประสบภัยควรแบ่งอาหารเป็นหม้อเล็กและแจกจ่ายเร็ว เพื่อไม่ให้อาหารค้างอยู่ในช่วงอุณหภูมิที่เชื้อเติบโตได้ดี

กลุ่มไวรัส

11. โนโรไวรัส (Norovirus)

โนโรไวรัสเป็นไวรัสที่ติดต่อง่ายมาก เชื้อจำนวนน้อยก็ทำให้ป่วยได้ และอยู่บนพื้นผิวได้นาน อาการมาเร็ว ทั้งคลื่นไส้ อาเจียนพุ่ง ถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง บางรายมีไข้ต่ำ มักหายใน 1 ถึง 3 วัน แต่ระหว่างนั้นแพร่ให้คนในบ้านได้ง่ายผ่านอาเจียน อุจจาระ มือ ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ และโถส้วม การทำความสะอาดจุดที่มีคนอาเจียนอย่างถูกวิธีจึงสำคัญมาก โนโรไวรัสเป็นหนึ่งในเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุไว้

12. โรต้าไวรัส (Rotavirus)

โรต้าไวรัสเป็นสาเหตุสำคัญของท้องร่วงรุนแรงในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาการมักเริ่มด้วยไข้และอาเจียน ตามด้วยถ่ายเป็นน้ำหลายครั้งต่อวัน ทำให้เด็กขาดน้ำได้เร็ว ไวรัสอยู่บนของเล่น พื้น และพื้นผิวที่เด็กจับได้หลายวัน ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรต้าไวรัสในเด็กตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ปกครองสามารถสอบถามได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน

13. อะดีโนไวรัสชนิดก่อโรคลำไส้ (Enteric adenovirus 40/41) และแอสโตรไวรัส (Astrovirus)

ไวรัสสองกลุ่มนี้ทำให้เด็กเล็กมีอาการถ่ายเหลวได้หลายวัน บางครั้งนานกว่าโรต้าไวรัส ร่วมกับอาเจียนเล็กน้อยและไข้ต่ำ แพร่ผ่านมือ ของเล่น และพื้นผิวที่ปนเปื้อน ในบ้านที่เด็ก ๆ ต้องเล่นอยู่บนพื้นเดิมที่เพิ่งล้างโคลนออก การทำความสะอาดพื้นและของเล่นซ้ำหลายรอบช่วยลดการแพร่ได้มาก

กลุ่มปรสิต (โปรโตซัว)

14. ไกอาร์เดีย (Giardia duodenalis)

ไกอาร์เดียเป็นโปรโตซัวที่ทำให้ถ่ายเหลว มีกลิ่นเหม็นมาก ท้องอืด มีลมในท้อง และอ่อนเพลีย อาการบางรายเป็นเรื้อรังหลายสัปดาห์ เชื้ออยู่ในรูปซีสต์ที่ทนทานในน้ำและสิ่งแวดล้อม แพร่ผ่านน้ำดื่มที่ปนเปื้อนและมือที่เปื้อนอุจจาระ

15. คริปโตสปอริเดียม (Cryptosporidium parvum)

เชื้อนี้ทำให้ถ่ายเป็นน้ำ ปวดท้อง และคลื่นไส้ ในคนที่ภูมิคุ้มกันปกติมักหายเองได้ แต่ในคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำอาจเป็นนานและรุนแรง ไข่ของเชื้อ (โอโอซีสต์) ทนต่อคลอรีนในระดับที่ใช้ทั่วไปได้ดี การต้มน้ำให้เดือดหรือใช้น้ำดื่มบรรจุขวดจึงสำคัญกว่าการพึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อ

16. อะมีบา (Entamoeba histolytica)

อะมีบาทำให้เกิดโรคบิดมีตัว อาการคือถ่ายเป็นมูกเลือด ปวดท้อง และบางรายมีอาการเรื้อรัง แพร่ผ่านน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ ผักสดที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาดเป็นเส้นทางสำคัญ หากถ่ายเป็นมูกเลือด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ข้อควรรู้เรื่องปรสิต: ซีสต์และโอโอซีสต์ของไกอาร์เดีย คริปโตสปอริเดียม และอะมีบา ทนต่อน้ำยาฆ่าเชื้อหลายชนิด รวมถึงคลอรีนสำหรับคริปโตสปอริเดียม ด่านป้องกันหลักจึงเป็นการกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากบ้าน การล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก การดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำขวด และการล้างมือด้วยสบู่ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยเสริมสุขอนามัยของพื้นผิวในภาพรวม แต่เราไม่อ้างว่าจะทำลายซีสต์ของปรสิตเหล่านี้ได้

ทำไมน้ำท่วมทำให้คนท้องเสียกันทั้งหมู่บ้าน?

ถ้ามองเป็นภาพรวม เชื้อเกือบทุกตัวข้างต้นเข้าสู่ร่างกายผ่านเส้นทางเดียวกันที่เรียกว่า "อุจจาระสู่ปาก" คือเชื้อจากอุจจาระของคนหรือสัตว์ปนเปื้อนไปถึงน้ำ อาหาร มือ หรือสิ่งของ แล้วเข้าปากในที่สุด น้ำท่วมทำให้เส้นทางนี้สั้นลงและเกิดได้หลายทางพร้อมกัน

  • ส้วมและบ่อเกรอะจมน้ำ สิ่งปฏิกูลลอยออกมาปนกับน้ำท่วม แล้วไหลเข้าบ้าน ห้องครัว และตู้เก็บของ
  • น้ำดื่มน้ำใช้ปนเปื้อน โอ่ง ถังเก็บน้ำ และท่อประปาที่น้ำท่วมถึงอาจมีเชื้อปน แม้น้ำจะดูใสก็ตาม
  • ไฟดับ ตู้เย็นใช้ไม่ได้ อาหารสดและอาหารปรุงสุกถูกวางไว้ในอุณหภูมิห้องนาน แบคทีเรียเพิ่มจำนวนและสร้างสารพิษ
  • ล้างมือได้ยาก สบู่และน้ำสะอาดมีจำกัด คนส่วนใหญ่จึงล้างมือน้อยลงทั้งที่จับสิ่งสกปรกมากขึ้น
  • อยู่รวมกันแออัด ในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ ห้องน้ำหนึ่งห้องอาจใช้ร่วมกันหลายสิบคน เชื้อที่ติดต่อง่ายอย่างโนโรไวรัสและชิเกลลาจึงแพร่เร็ว
  • เด็กเล่นน้ำท่วม เด็กมักเผลอกลืนน้ำ หรือเอามือเข้าปากหลังเล่นน้ำ
  • น้ำจากบ่อเลี้ยงสัตว์และฟาร์ม ในพื้นที่เกษตรอย่างโผงเผง น้ำจากบ่อกบ บ่อปลา และคอกสัตว์ปนกับน้ำท่วม เพิ่มเชื้อจากสัตว์เข้ามาอีกชั้น

ที่สำคัญคือ เมื่อน้ำลดแล้ว ความเสี่ยงยังไม่จบ โคลนที่ค้างอยู่ในบ้านยังมีเชื้อ พื้นผิวที่ทุกคนจับบ่อยอย่างก๊อกน้ำ ลูกบิด เคาน์เตอร์ครัว และโถส้วม อาจยังมีเชื้อเกาะอยู่ และคนในบ้านที่ป่วยอยู่ก็ยังแพร่เชื้อต่อได้อีกหลายวัน

จุดในบ้านที่เชื้อก่อโรคท้องเสียชอบซ่อนหลังน้ำลด

  1. พื้นห้องครัว เคาน์เตอร์ อ่างล้างจาน และชั้นวางภาชนะ
  2. ห้องน้ำ โถส้วม สายชำระ ก๊อกน้ำ และพื้นรอบท่อระบายน้ำ
  3. ตู้เย็นที่น้ำท่วมถึงหรือไฟดับนานจนอาหารเน่า
  4. โอ่ง ถังเก็บน้ำ และขันตักน้ำ
  5. เขียง มีด และเครื่องครัวไม้ที่ดูดซับน้ำได้
  6. ของเล่นเด็ก เสื่อ และพรมที่เด็กนั่งเล่น
  7. ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ ราวบันได และรีโมต
  8. ผนังส่วนล่างที่น้ำท่วมถึงและร่องกระเบื้อง

ท้องเสียหลังน้ำท่วม อาการแบบไหนต้องไปหาหมอทันที?

ท้องเสียส่วนใหญ่หายได้เองภายในไม่กี่วันถ้าดื่มน้ำเพียงพอ แต่มีสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ไม่ควรรอ ควรพบแพทย์ทันทีเมื่อ...

  • ถ่ายเป็นเลือด หรือมีมูกปนเลือด อาจเป็นการติดเชื้อที่ลำไส้อย่างรุนแรง เช่น ชิเกลลา อีโคไลบางชนิด หรืออะมีบา
  • ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก คล้ายน้ำซาวข้าว หรือถ่ายถี่จนลุกไม่ไหว
  • มีสัญญาณขาดน้ำ ปากแห้งมาก กระหายน้ำจัด ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้มมาก เวียนศีรษะเมื่อลุกยืน ใจสั่น ตาลึกโหล ผิวหนังเหี่ยว
  • ในเด็กเล็ก ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ผ้าอ้อมแห้งนานหลายชั่วโมง กระหม่อมบุ๋ม ซึมผิดปกติ หรือดื่มน้ำไม่ได้
  • ไข้สูง หรือมีไข้ร่วมกับปวดท้องมาก
  • อาเจียนจนดื่มน้ำหรือกินอะไรไม่ได้ นานหลายชั่วโมง
  • ปวดท้องรุนแรง ท้องแข็ง หรือปวดเฉพาะจุดไม่หาย
  • ท้องเสียไม่ดีขึ้นใน 2 ถึง 3 วัน หรือถ่ายเหลวเรื้อรังนานเป็นสัปดาห์
  • ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ควรพบแพทย์เร็วกว่าคนทั่วไป
  • มีไข้หลังลุยน้ำ ร่วมกับปวดกล้ามเนื้อน่อง ตาแดง หรือตัวเหลือง อาจไม่ใช่แค่ท้องเสียธรรมดา ต้องนึกถึงโรคฉี่หนู

สิ่งที่ควรบอกแพทย์: แจ้งว่าคุณอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เคยลุยน้ำ ดื่มหรือใช้น้ำที่อาจไม่สะอาด กินอาหารที่เก็บไว้นาน หรือคนในบ้านป่วยแบบเดียวกันกี่คน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินสาเหตุได้แม่นยำขึ้น

ระหว่างรอดูอาการ ดูแลตัวเองอย่างไร

หัวใจของการดูแลอาการท้องเสียคือการป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ค่อย ๆ จิบน้ำสะอาดหรือสารละลายเกลือแร่ (ORS) บ่อย ๆ ตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุข กินอาหารอ่อน ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก งดอาหารรสจัดและของมัน ส่วนเด็กที่ยังกินนมแม่ให้กินต่อได้ ไม่ควรซื้อยาหยุดถ่ายมากินเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพราะในบางโรค การหยุดถ่ายอาจทำให้เชื้อค้างอยู่ในลำไส้นานขึ้น หากไม่แน่ใจ โทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือ อสม. ในพื้นที่ได้

ผู้ที่มีอาการท้องเสียควรแยกใช้ห้องน้ำถ้าทำได้ ไม่ควรทำอาหารให้คนอื่นจนกว่าจะหายและพ้นไปอีกระยะหนึ่ง ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ และทำความสะอาดโถส้วม ก๊อกน้ำ และลูกบิดประตูบ่อยขึ้น

ใครเสี่ยงท้องเสียรุนแรงหลังน้ำท่วมโผงเผง ปี 2569

  • เด็กเล็กโดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 5 ปี ร่างกายมีน้ำสำรองน้อย ขาดน้ำเร็ว และชอบเอามือเข้าปาก
  • ผู้สูงอายุ มักรู้สึกกระหายน้ำช้า และหลายคนมีโรคประจำตัว
  • หญิงตั้งครรภ์ การขาดน้ำและไข้สูงส่งผลต่อทั้งแม่และทารก
  • ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง อาจติดเชื้อปรสิตอย่างคริปโตสปอริเดียมได้รุนแรง
  • ผู้ป่วยติดเตียง ที่ต้องพึ่งคนดูแลเรื่องอาหารและสุขอนามัย
  • เกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ต้องลงไปซ่อมบ่อ เก็บซากสัตว์ หรือทำงานในน้ำนาน ๆ
  • อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยขนของ ทำอาหาร และทำความสะอาดในพื้นที่น้ำท่วม

ป้องกันท้องเสียหลังน้ำท่วมอย่างไร? 12 วิธีที่ทำได้จริง

  1. ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ปิดสนิท หากไม่แน่ใจว่าน้ำสะอาด ให้ต้มเดือดก่อนดื่มทุกครั้ง
  2. ใช้น้ำสะอาดล้างจานและแปรงฟัน ไม่ใช้น้ำในโอ่งหรือถังที่น้ำท่วมถึงจนกว่าจะล้างและฆ่าเชื้อแล้ว
  3. ล้างมือด้วยสบู่ ก่อนทำอาหาร ก่อนกิน หลังเข้าห้องน้ำ หลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และหลังสัมผัสน้ำท่วมหรือโคลน
  4. กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ไม่กินอาหารที่มีกลิ่น รส หรือสีผิดปกติ
  5. ระวังข้าวกล่องที่เก็บข้ามมื้อ อาหารปรุงสุกที่วางในอุณหภูมิห้องนานควรทิ้ง หากไม่แน่ใจให้ทิ้งไว้ก่อน
  6. ทิ้งอาหารที่โดนน้ำท่วม รวมถึงอาหารในกล่องหรือถุงที่ไม่ได้ปิดสนิท และอาหารในตู้เย็นที่ไฟดับนาน
  7. แยกเขียงอาหารดิบและอาหารสุก ล้างเขียงและมีดด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจานทุกครั้ง
  8. ห้ามเด็กเล่นน้ำท่วม และล้างมือให้เด็กทุกครั้งหลังกลับเข้าบ้าน
  9. ใช้ส้วมเฉพาะกิจหรือถุงขับถ่าย เมื่อส้วมใช้ไม่ได้ แล้วทิ้งในจุดที่เจ้าหน้าที่กำหนด ไม่ทิ้งลงน้ำ
  10. ใส่ถุงมือยางและรองเท้าบูท เวลาล้างบ้าน ขนโคลน หรือเก็บซากสัตว์
  11. ล้างแล้วจึงฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดพื้นผิวในครัวและห้องน้ำก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ ตามคำแนะนำของ WHO และ CDC
  12. สังเกตอาการของคนในบ้าน หากมีคนท้องเสียหลายคนพร้อมกัน ให้แจ้ง อสม. หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในพื้นที่

ทำไมล้างบ้านเองอย่างเดียวอาจยังไม่พอหลังน้ำท่วม

หลังน้ำลด สิ่งแรกที่ทุกบ้านทำคือขนโคลนออกและฉีดน้ำล้าง ซึ่งถูกต้องและจำเป็นที่สุด เพราะการเอาโคลนและสิ่งสกปรกออกช่วยลดเชื้อได้มาก แต่ในทางปฏิบัติ การล้างเองมีข้อจำกัดหลายอย่าง

  • น้ำที่ใช้ล้างอาจไม่สะอาดพอ ช่วงแรกหลังน้ำลด ประปาอาจยังไม่ปกติ หลายบ้านจึงใช้น้ำจากแหล่งที่ยังปนเปื้อน
  • ล้างแต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ น้ำและผงซักฟอกช่วยขจัดคราบ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย
  • ซอกมุมเข้าไม่ถึง ใต้ตู้ หลังเคาน์เตอร์ ร่องกระเบื้อง และขอบประตูมักถูกมองข้าม
  • ผสมน้ำยาเองเสี่ยง การผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดกรด หรือแอมโมเนีย ทำให้เกิดก๊าซอันตราย
  • แรงหมด เวลาหมด ครอบครัวที่ต้องซ่อมบ้าน ซ่อมบ่อกบ และกลับไปทำงาน มักไม่มีแรงทำความสะอาดซ้ำหลายรอบ

คำแนะนำของ CDC และ WHO สำหรับบ้านหลังน้ำท่วมจึงเป็นลำดับเดียวกันเสมอ คือ ขนโคลนและสิ่งสกปรกออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิว โดยเฉพาะครัว ห้องน้ำ และพื้นผิวที่เด็กสัมผัส การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานมืออาชีพคือการทำขั้นตอนสุดท้ายนี้ให้ครบและทั่วถึง

บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD หลังน้ำท่วมอ่างทอง ปี 2569 ด้วย CHEMGENE HLD4H

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้าน อาคาร และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการอบรมจะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายเข้าถึงซอกมุมได้ดี น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้ เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุถึงโนโรไวรัสและซัลโมเนลลาด้วย หน้าเว็บแสดงการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

พูดกันตรง ๆ เรื่องเชื้อแต่ละตัว: เชื้ออื่นในบทความนี้ เช่น อีโคไล ชิเกลลา แคมไพโลแบคเตอร์ วิบริโอ แอโรโมแนส และโรต้าไวรัส ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุไว้ เราจึงไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อเหล่านี้ สิ่งที่บอกได้คือ เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียและไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อชนิดใดโดยเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง ส่วนปรสิตอย่างไกอาร์เดีย คริปโตสปอริเดียม และอะมีบา ด่านป้องกันหลักยังเป็นน้ำสะอาด การล้าง และการล้างมือ ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดแบบ WHD

  1. สำรวจและประเมินหน้างาน ลูกค้าส่งภาพหรือวิดีโอผ่าน LINE ให้ทีมงานดูขนาดพื้นที่ ระดับที่น้ำท่วมถึง และจุดที่กังวล เช่น ครัว ห้องน้ำ ห้องเด็ก
  2. ขนโคลนและล้างให้สะอาดก่อน การพ่นฆ่าเชื้อต้องทำหลังขนโคลนและล้างพื้นผิวแล้วเสมอ น้ำยาจะทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่ไม่มีคราบโคลนหนาปิดอยู่
  3. แบ่งโซน กำหนดลำดับพื้นที่ เช่น ห้องน้ำ ครัว ห้องนอน และห้องนั่งเล่น เก็บอาหารและภาชนะใส่อาหารให้มิดชิด
  4. พ่นฆ่าเชื้อตามโซน ช่างสวมอุปกรณ์ป้องกัน พ่นพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย โถส้วม ก๊อกน้ำ เคาน์เตอร์ พื้น ผนังส่วนล่าง และใช้ ULV สำหรับพื้นที่กว้างหรือซอกมุม ระหว่างพ่นต้องไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซน
  5. รอและกลับเข้าใช้พื้นที่ ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ให้ทำตามเวลาที่ช่างแจ้งหน้างาน

เราไม่อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้าง หลังกลับเข้าพื้นที่ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศ และล้างภาชนะใส่อาหารด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนใช้ ตามโปรโมชันบนหน้าเว็บ ลูกค้าจะได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และขอใบกำกับภาษีได้ ราคาขึ้นกับขนาดพื้นที่และสภาพหน้างาน กรุณาสอบถามทีมงานโดยตรง WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในอ่างทอง งานต่างจังหวัดนัดหมายผ่านโทรศัพท์และ LINE ตามคิวงาน

10 เหตุผลที่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เมื่อคนในบ้านเคยท้องเสีย

  1. ตัดวงจรเชื้อในบ้าน เชื้ออย่างโนโรไวรัสและชิเกลลาแพร่จากคนสู่คนผ่านพื้นผิว การฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วมช่วยลดการติดต่อซ้ำ
  2. ครัวกลับมาใช้ได้อย่างมั่นใจขึ้น เคาน์เตอร์ อ่างล้างจาน และชั้นวางภาชนะได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อครบทุกจุด
  3. ห้องน้ำที่เคยจมน้ำ โถส้วม พื้น และท่อระบายน้ำเป็นจุดที่มีเชื้อจากอุจจาระมากที่สุด
  4. ปกป้องเด็กเล็ก พื้นและของเล่นที่เด็กสัมผัสได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
  5. เข้าถึงซอกมุมด้วย ULV ละอองฝอยกระจายถึงใต้ตู้ หลังเคาน์เตอร์ และร่องไม้
  6. น้ำยาเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าเว็บแสดงการรับรองและมาตรฐานอ้างอิง
  7. ไม่ต้องผสมน้ำยาเอง ลดความเสี่ยงจากการผสมสารเคมีผิดวิธีจนเกิดก๊าซอันตราย
  8. ช่างผ่านการอบรม มีอุปกรณ์ป้องกันและรู้ลำดับการทำงานที่ถูกต้อง
  9. ใช้เวลาไม่นาน ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาทีก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่
  10. ใช้ได้ทั้งบ้านและธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร ร้านขายของชำ ฟาร์ม และ อาคารที่ต้องการบริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังน้ำท่วม

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านที่เคยมีคนท้องเสีย

ก่อน

  • ล้างโคลนแล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าเคาน์เตอร์ครัวสะอาดพอ
  • คนในบ้านท้องเสียต่อกันทีละคน
  • ห้องน้ำที่จมน้ำยังมีกลิ่นและคราบตามร่องกระเบื้อง
  • เด็ก ๆ ยังไม่กล้าให้เล่นบนพื้น
  • ไม่รู้ว่าควรใช้น้ำยาอะไร ผสมอย่างไร

หลัง

  • พื้นผิวครัวและห้องน้ำได้รับการล้างและฆ่าเชื้อครบตามลำดับ
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการฆ่าเชื้อ ลดโอกาสแพร่เชื้อในบ้าน
  • ซอกมุมที่มือเข้าไม่ถึงได้รับละอองน้ำยา
  • ครอบครัวกลับเข้าใช้พื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • มีคำแนะนำการดูแลบ้านต่อเนื่องจากทีมงาน

เช็กลิสต์ป้องกันท้องเสียหลังน้ำลด อ่างทอง ปี 2569

เรื่องน้ำและอาหาร

  • มีน้ำดื่มต้มสุกหรือน้ำขวดเพียงพอสำหรับทุกคนในบ้าน
  • ทิ้งอาหารที่โดนน้ำท่วมและอาหารในตู้เย็นที่ไฟดับนาน
  • ล้างและฆ่าเชื้อโอ่ง ถังเก็บน้ำ และขันตักน้ำก่อนใช้ใหม่
  • ล้างผักผลไม้ด้วยน้ำสะอาด และเลือกกินอาหารปรุงสุกใหม่

เรื่องมือและห้องน้ำ

  • วางสบู่และน้ำสะอาดไว้ที่หน้าห้องน้ำและในครัว
  • ตรวจว่าส้วมและบ่อเกรอะกลับมาใช้งานได้ ไม่ไหลย้อน
  • คนที่ท้องเสียแยกใช้ห้องน้ำถ้าทำได้ และไม่ทำอาหารให้คนอื่น
  • ทำความสะอาดโถส้วม ก๊อกน้ำ และลูกบิดประตูทุกวัน

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • ขนโคลน ล้างพื้นและผนังส่วนล่าง และเปิดระบายอากาศให้แห้ง
  • เก็บอาหาร ภาชนะ แปรงสีฟัน และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด
  • พาคน เด็ก และสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่จะพ่น
  • กลับเข้าบ้านตามเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดหน้าต่าง และล้างภาชนะอีกครั้ง

คำถามที่พบบ่อย: ท้องเสียหลังน้ำท่วม และการพ่นฆ่าเชื้อ

ท้องเสียหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร

ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อที่ปนมากับน้ำเสีย ส้วมที่ล้น และอาหารบูด เช่น อีโคไล ซัลโมเนลลา ชิเกลลา แคมไพโลแบคเตอร์ วิบริโอ โนโรไวรัส โรต้าไวรัส และปรสิตอย่างไกอาร์เดีย รวมถึงสารพิษจากแบคทีเรียในอาหารที่วางไว้นานเพราะไฟดับ

ท้องเสียหลังลุยน้ำ อันตรายไหม

ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้ใน 1 ถึง 3 วันหากดื่มน้ำเพียงพอ แต่จะอันตรายเมื่อขาดน้ำ ถ่ายเป็นเลือด มีไข้สูง หรือเกิดในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งควรพบแพทย์เร็ว

ท้องเสียกี่วันต้องไปหาหมอ

หากไม่ดีขึ้นใน 2 ถึง 3 วัน ควรพบแพทย์ แต่ถ้ามีสัญญาณอันตราย เช่น ถ่ายเป็นเลือด ถ่ายเป็นน้ำจำนวนมาก อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ หรือมีอาการขาดน้ำ ให้ไปทันทีโดยไม่ต้องรอ

ถ่ายเป็นน้ำหลังน้ำท่วม เป็นอหิวาต์หรือเปล่า

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะเชื้อหลายชนิดทำให้ถ่ายเป็นน้ำได้ แต่ถ้าถ่ายเป็นน้ำปริมาณมากคล้ายน้ำซาวข้าวและอ่อนเพลียเร็ว ต้องรีบไปโรงพยาบาลและแจ้งว่าอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ

ท้องเสียหลังน้ำท่วม ติดต่อกันได้ไหม

ติดต่อกันได้ โดยเฉพาะโนโรไวรัส โรต้าไวรัส และชิเกลลา ผ่านมือ อาหาร และพื้นผิวที่ปนเปื้อนอุจจาระหรืออาเจียน จึงควรล้างมือบ่อย ๆ และทำความสะอาดห้องน้ำกับจุดสัมผัสร่วมทุกวัน

เด็กท้องเสียหลังน้ำท่วม ดูแลอย่างไร

ให้จิบน้ำหรือสารละลายเกลือแร่บ่อย ๆ ตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุข กินนมแม่และอาหารอ่อนต่อได้ และรีบพาไปพบแพทย์หากซึม ไม่มีปัสสาวะนานหลายชั่วโมง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา หรือถ่ายเป็นเลือด

ป้องกันท้องเสียหลังน้ำท่วมอย่างไร

ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำขวด ล้างมือด้วยสบู่ กินอาหารปรุงสุกใหม่ ทิ้งอาหารที่โดนน้ำท่วม ล้างและฆ่าเชื้อครัวกับห้องน้ำหลังน้ำลด และไม่ให้เด็กเล่นน้ำท่วม

พ่นฆ่าเชื้อแล้วช่วยรักษาอาการท้องเสียได้ไหม

ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน ไม่ใช่การรักษาโรค ผู้ที่มีอาการต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ แต่การฆ่าเชื้อพื้นผิวหลังล้างบ้านช่วยลดโอกาสที่คนอื่นในบ้านจะติดเชื้อต่อ

ต้องล้างบ้านก่อนพ่นฆ่าเชื้อไหม

ต้องล้างก่อนเสมอ ขนโคลนและสิ่งสกปรกออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ เพราะคราบโคลนหนาจะบังไม่ให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวได้ทั่วถึง

พ่นฆ่าเชื้อแล้วเข้าบ้านได้เมื่อไหร่

ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ระหว่างพ่นต้องไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซน และให้ทำตามเวลาที่ช่างแจ้งหน้างาน

บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน รับงานน้ำท่วมอ่างทอง ป่าโมก ปี 2569 ไหม

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในอ่างทอง แต่รับนัดหมายงานต่างจังหวัดผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 และ LINE @whd268 ตามคิวงาน ส่งภาพหน้างานมาให้ประเมินก่อนได้

น้ำลดที่โผงเผง ป่าโมก ปี 2569 แล้ว ให้ WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

ล้างโคลนเสร็จแล้วแต่ยังกังวลเรื่องครัว ห้องน้ำ และพื้นผิวที่คนในบ้านจับทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อมีคนเคยท้องเสีย ปรึกษาทีมงาน WHD ได้ ส่งภาพหน้างานมาให้ประเมินก่อน

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

World Health Disinfection เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 รับงานต่างจังหวัดผ่านการนัดหมายทางโทรศัพท์และ LINE

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#ท้องเสียหลังน้ำท่วม #อาการหลังน้ำท่วม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมอ่างทอง2569 #น้ำท่วมป่าโมก2569 #พ่นฆ่าเชื้ออ่างทอง #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อ

คำค้นหา: ท้องเสียหลังน้ำท่วม, ท้องเสียหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร, ถ่ายเหลวหลังน้ำลด, ท้องร่วงหลังลุยน้ำ, ท้องเสียกี่วันต้องไปหาหมอ, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, อาการหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมโผงเผง ป่าโมก ปี 2569, น้ำท่วมอ่างทอง 2569, พ่นฆ่าเชื้ออ่างทอง, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้