Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อน้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าบ้านเรือนและวัดในอำเภอเมืองอ่างทอง ปี 2569 สิ่งที่ตามมาหลังน้ำลดในหลายบ้านคือจุดสีดำอมเขียวที่ค่อย ๆ ลามขึ้นตามผนัง ขอบหน้าต่าง ม่าน และเสื่อ หนึ่งในเชื้อราที่พบบ่อยที่สุดในสภาพแบบนี้คือ เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย (Alternaria) เชื้อราสีเข้มที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิแพ้และโรคหืดสำคัญตัวหนึ่ง คนที่จามไม่หยุด คันตา คัดจมูก หรือหอบหืดกำเริบหลังกลับเข้าบ้านที่เคยน้ำท่วม อาจกำลังเจอกับเชื้อรากลุ่มนี้ บทความนี้อธิบายว่าเชื้อราอัลเทอร์นาเรียคืออะไร อันตรายไหม ซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านและศาลาวัด ใครเสี่ยงที่สุด และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว จึงช่วยให้บ้านเรือนในอ่างทองกลับมาน่าอยู่อีกครั้ง
เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริง
คุณนิดเป็นแม่ค้าขายขนมอยู่ในหมู่บ้านริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง บ้านของเธอเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ที่อยู่กับพ่อแม่ซึ่งอายุเกินเจ็ดสิบปี และลูกสาววัยเก้าขวบที่เป็นโรคหืด ปลายเดือนกันยายน ปี 2569 เมื่อมีข่าวว่าคันดินในหมู่บ้านพัง น้ำก็ไหลเข้ามาในบ้านภายในเวลาไม่นาน ครอบครัวต้องย้ายไปอาศัยอยู่บ้านญาติชั่วคราว
เมื่อน้ำลด คุณนิดกลับมาล้างบ้าน ขนเสื่อ ผ้าห่ม และหมอนที่เปียกออกไปตาก ทาสีขาวทับผนังห้องนอนที่มีคราบน้ำ และจุดธูปไล่กลิ่นอับ ผ่านไปสองสัปดาห์ จุดสีดำอมเขียวเริ่มโผล่ขึ้นมาใหม่ใต้สีที่เพิ่งทา ขอบหน้าต่างไม้และม่านห้องนอนก็มีคราบดำเป็นจุด ๆ ลูกสาวจามและคันตาทุกเช้า และต้องใช้ยาพ่นบ่อยกว่าปกติ ส่วนแม่ของเธอไอแห้ง ๆ ตอนกลางคืน
คุณนิดพาลูกสาวไปพบแพทย์ประจำตัว แพทย์แนะนำให้ลดการสัมผัสเชื้อราในบ้าน คุณนิดจึงติดต่อทีม WHD ทาง LINE คำแนะนำที่ได้รับคือ ให้ขูดสีที่พองออก ล้างผนังให้สะอาด ทิ้งม่านและเสื่อที่ขึ้นรา ซ่อมจุดที่ยังมีน้ำซึม ทำให้บ้านแห้ง แล้วจึงนัดพ่นฆ่าเชื้อเพื่อปิดงาน โดยให้ลูกสาวและพ่อแม่พักที่บ้านญาติจนกว่างานทั้งหมดจะเสร็จ
ตามรายงานของเดลินิวส์ วันที่ 30 กันยายน 2569 คันดินบริเวณหมู่ 4 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง พังลง หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำประมาณ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนั้นจังหวัดอ่างทองมีน้ำท่วม 5 อำเภอ รวม 1,523 ครัวเรือน และในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าวัดต้นสน ตำบลตลาดหลวง สูงประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตร (ที่มา: เดลินิวส์ และ เดลินิวส์)
ภาพรวมระดับประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์)
น้ำท่วมจากแม่น้ำสายใหญ่อย่างเจ้าพระยามีลักษณะต่างจากน้ำป่า คือมักท่วมขังนานหลายวันหรือหลายสัปดาห์ และระดับน้ำขึ้นลงตามการระบายของเขื่อน ผนังและพื้นจึงแช่น้ำนาน ความชื้นซึมลึกเข้าไปในปูน ไม้ และวัสดุบุผนัง แม้น้ำลดแล้ว ความชื้นสะสมก็ยังอยู่ต่ออีกนาน ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อราสีเข้มอย่างอัลเทอร์นาเรียเติบโตได้ดี
สำหรับวัดในชุมชนริมน้ำ ศาลาการเปรียญ กุฏิ และอาคารเก็บของ มักมีวัสดุที่ดูดซับความชื้นจำนวนมาก เช่น เสื่อ พรม เบาะรองนั่ง ผ้าม่าน หมอน หนังสือ และพื้นไม้ วัดจึงเป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรได้รับการฟื้นฟูอย่างระมัดระวัง เพราะเป็นสถานที่ที่ผู้สูงอายุและเด็กในชุมชนมารวมตัวกันบ่อย
อัลเทอร์นาเรียเป็นชื่อสกุลของเชื้อราที่พบได้ทั่วโลก อาศัยอยู่บนพืช ดิน ใบไม้ที่เน่าเปื่อย และพบได้บ่อยในอากาศภายนอกอาคาร ในทางการเกษตรเชื้อรากลุ่มนี้ทำให้เกิดโรคใบจุดในพืชหลายชนิด และทำให้ผักผลไม้อย่างมะเขือเทศเน่าเสีย ในอาคารจะขึ้นบนวัสดุที่ชื้นนาน เช่น ขอบหน้าต่าง ผนังห้องน้ำ วอลล์เปเปอร์ พรม ผ้า และฝ้าเพดาน โคโลนีมีลักษณะคล้ายกำมะหยี่ สีเขียวมะกอกเข้ม น้ำตาล หรือดำ
คำถามว่าเชื้อราอัลเทอร์นาเรียอันตรายไหม คำตอบหลักอยู่ที่เรื่องภูมิแพ้
สำหรับคนที่สุขภาพแข็งแรงและไม่มีภูมิแพ้ การสัมผัสในระดับต่ำมักไม่ก่ออาการ แต่บ้านหลังน้ำท่วมที่มีราขึ้นเป็นบริเวณกว้างอาจมีสปอร์ในอากาศสูงกว่าปกติมาก และทำให้แม้แต่คนที่ไม่เคยแพ้ก็ระคายเคืองจมูกและคอได้
เรื่องที่ควรเข้าใจให้ถูกคือ ราดำขึ้นผนังไม่ได้แปลว่าเป็นอัลเทอร์นาเรียเสมอ เชื้อราสีเข้มมีหลายสกุล เช่น คลาโดสปอเรียม (Cladosporium) หรือสแตคีบอทริส (Stachybotrys) การบอกชนิดที่แน่นอนต้องเก็บตัวอย่างตรวจทางห้องปฏิบัติการ แต่ในทางปฏิบัติ CDC แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องรู้ชนิดของเชื้อราก่อนจัดการ เพราะเชื้อราทุกชนิดในบ้านควรถูกกำจัดออกด้วยวิธีที่ปลอดภัยเหมือนกัน
เชื้อราไม่ได้แพร่จากคนสู่คน แต่ผลต่อสุขภาพเกิดจากการรับสปอร์และชิ้นส่วนของเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย ช่องทางหลักมีดังนี้
เหตุผลที่ราขึ้นผนังหลังน้ำท่วมอ่างทองมาก คือ บ้านแช่น้ำนาน ผนังปูนอิฐดูดน้ำขึ้นไปสูงกว่าระดับน้ำที่เห็น ไม้และวัสดุบุผนังดูดความชื้นจนอิ่มตัว และช่วงปลายฝนต้นหนาวอากาศยังชื้นสูง CDC ระบุว่าเชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียกน้ำ เมื่อรวมกับการทาสีทับผนังที่ยังไม่แห้ง หรือปิดบ้านไว้ไม่ระบายอากาศ ราดำจึงกลับมาขึ้นซ้ำได้ง่าย
อาการต่อไปนี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นอัลเทอร์นาเรีย แต่เป็นสัญญาณที่พบบ่อยเมื่อบ้านมีเชื้อราสะสมหลังน้ำท่วม และควรปรึกษาแพทย์
สังเกตง่าย ๆ ว่าถ้าอาการดีขึ้นเมื่ออยู่นอกบ้าน และแย่ลงเมื่อกลับเข้าบ้าน เป็นไปได้ว่าบ้านยังมีเชื้อราที่ต้องจัดการ
สำคัญ: หากหายใจลำบาก ริมฝีปากเขียว พูดไม่เป็นประโยค หรือยาพ่นที่ใช้ประจำไม่ช่วย ให้ไปโรงพยาบาลทันที และหากมีไข้สูง ปวดน่องหลังลุยน้ำ หรือท้องเสียรุนแรง ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเป็นโรคอื่นหลังน้ำท่วม เช่น โรคฉี่หนู บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
หากในบ้านมีคนกลุ่มเสี่ยง ควรให้พักที่อื่นระหว่างรื้อถอนและทำความสะอาด และกลับมาหลังบ้านแห้งและผ่านการพ่นฆ่าเชื้อแล้ว
ถ้าเห็นจุดดำที่เช็ดออกแล้วกลับมาใหม่ภายในไม่กี่วัน นั่นเป็นสัญญาณว่าความชื้นยังอยู่ในวัสดุ และต้องแก้ที่ความชื้นควบคู่กับการทำความสะอาด
วิธีที่ได้ผลคือแก้ที่ต้นเหตุ ได้แก่ ทิ้งของที่ซึมน้ำ ขูดสีที่พองออก ล้างผนังและพื้นผิวแข็ง ทำให้แห้งสนิท แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อให้ทั่วถึง
สุขภาพ: เด็กที่เป็นโรคหืดอาจกำเริบบ่อยขึ้น ผู้สูงอายุไอเรื้อรัง และคนที่ไม่เคยแพ้ก็อาจเริ่มมีอาการคัดจมูกและคันตา
ค่าใช้จ่าย: ต้องทาสีใหม่ซ้ำ ซื้อยา และเปลี่ยนผ้าม่าน เสื่อ และเบาะหลายรอบ
เวลา: ครอบครัวต้องอยู่บ้านญาตินานกว่าที่วางแผนไว้ เพราะบ้านยังไม่พร้อม
ชุมชน: ศาลาวัดที่มีกลิ่นอับและราขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุไม่สะดวกมาร่วมกิจกรรมทางศาสนา และงานบุญในชุมชนต้องเลื่อนออกไป
ธุรกิจ: ร้านค้าและร้านอาหารริมน้ำที่มีราดำบนผนังทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจในความสะอาด
องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC แนะนำตรงกันว่า หลังน้ำท่วมต้องขนโคลนออก ทิ้งวัสดุที่ซึมน้ำและทำให้แห้งไม่ได้ ล้างพื้นผิวแข็งด้วยน้ำและสารทำความสะอาด ทำให้อาคารแห้งเร็วที่สุด แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม ระหว่างทำงานให้ใส่หน้ากาก N95 ถุงมือ แว่นตา และรองเท้าบูท และคนที่เป็นโรคหืดหรือภูมิแพ้ไม่ควรเป็นคนทำความสะอาดเชื้อราเอง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็ให้คำแนะนำเรื่องสุขอนามัย การล้างมือ และการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติหลังน้ำท่วม แนวทางของ WHD จึงวางการพ่นฆ่าเชื้อไว้เป็นขั้นตอนปิดท้าย ไม่ใช่การข้ามขั้นตอนทำความสะอาด
บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection (WHD) ใช้ช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรม ฉีดพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่ช่วยให้น้ำยากระจายถึงผนัง ขอบหน้าต่าง ใต้เฟอร์นิเจอร์ และซอกมุมได้ทั่วถึง น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา (fungi) หลายชนิด รวมถึงโควิด-19 RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก อ้างประสิทธิภาพ 99.99% ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ หน้าบริการยังระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
ความโปร่งใสเรื่องเชื้อราอัลเทอร์นาเรีย: หน้าเว็บของ WHD ไม่ได้ระบุชื่อ Alternaria เป็นรายชนิด อัลเทอร์นาเรียจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบกับเชื้อชนิดนี้โดยเฉพาะ สอบถามทีม WHD ได้โดยตรง ทั้งนี้การพ่นไม่ได้แทนการรื้อวัสดุที่ราลามเข้าเนื้อใน และไม่ได้แทนการแก้ปัญหาน้ำซึมหรือความชื้นในผนัง
ตามข้อมูลของบริษัท ลูกค้าของบริการนี้มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย มีโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งเหมาะกับวัด มูลนิธิ และหน่วยงานที่ต้องใช้เอกสารประกอบการเบิกจ่าย
WHD มีสำนักงานที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดอ่างทอง งานต่างจังหวัดเริ่มจากการปรึกษาและประเมินผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ด้วยรูปถ่ายและขนาดพื้นที่ แล้วจึงนัดวันเข้าหน้างาน ไม่สามารถรับประกันการเข้างานภายในวันเดียว และแจ้งค่าบริการหลังประเมินพื้นที่แล้ว สำหรับกลิ่นอับในอากาศที่ยังค้าง สามารถสอบถาม บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมได้
WHD ไม่อ้างว่าการพ่นไม่ทิ้งสารตกค้างเลย จึงควรรอตามเวลาที่ช่างแจ้งทุกครั้ง โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กและผู้ป่วยโรคหืด
เป็นเชื้อราสีเข้มที่พบทั่วไปบนพืช ดิน และในอากาศ ขึ้นในบ้านบนวัสดุที่ชื้นนาน และเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่สำคัญชนิดหนึ่ง
สำหรับคนส่วนใหญ่ปัญหาหลักคือภูมิแพ้และโรคหืดกำเริบ การติดเชื้อจริงพบน้อยและมักเกิดในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการ
ใส่หน้ากาก N95 พรมน้ำให้คราบเปียก ขูดสีที่พอง ล้างด้วยน้ำและสารทำความสะอาด ทำให้ผนังแห้งสนิท แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ ไม่ทาสีทับ
ไม่เสมอไป เชื้อราสีเข้มมีหลายชนิด ต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการจึงจะรู้แน่ชัด แต่วิธีจัดการในบ้านเหมือนกัน
เป็นไปได้ โดยเฉพาะถ้าอาการแย่ลงเมื่ออยู่ในบ้านและดีขึ้นเมื่อออกไปข้างนอก ควรพบแพทย์และจัดการความชื้นในบ้านควบคู่กัน
ควรรอให้รื้อของที่ขึ้นรา ล้าง ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อเสร็จ และปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนกลับเข้าบ้าน
ไม่ควร เชื้อราและความชื้นใต้สีจะทำให้สีพองและราดำกลับมาใหม่ ต้องกำจัดราและรอให้ผนังแห้งก่อนทาสี
น้ำยาระบุว่าครอบคลุมกลุ่มเชื้อรา แต่หน้าเว็บไม่ได้ระบุชื่ออัลเทอร์นาเรียเป็นรายชนิด การพ่นช่วยดูแลพื้นผิวที่ล้างแล้ว สอบถามข้อมูลผลทดสอบได้ที่ WHD
ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างาน และเปิดระบายอากาศก่อนเข้า
WHD อยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในอ่างทอง แต่รับปรึกษาและประเมินงานต่างจังหวัดทางโทรศัพท์ 065-556-6294 และ LINE @whd268 ก่อนนัดวัน
ได้ หลังจากขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว ทีมจะแบ่งโซนศาลา กุฏิ และอาคารเก็บของเพื่อพ่นอย่างเป็นระบบ และออกใบกำกับภาษีได้
ล้างบ้าน ทิ้งของที่ขึ้นรา และทำให้แห้ง แล้วปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อบ้าน ร้านค้า โรงเรียน หรือศาลาวัดในชุมชนของคุณ
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมอ่างทอง2569 #น้ำท่วมบ้านแห2569 #พ่นฆ่าเชื้ออ่างทอง #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #ราดำขึ้นผนัง
คำค้นหา: เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย หลังน้ำท่วม, Alternaria, อัลเทอร์นาเรีย คืออะไร, เชื้อราอัลเทอร์นาเรีย อันตรายไหม, ราดำขึ้นผนังหลังน้ำท่วม, จามไม่หยุดหลังน้ำท่วม, แพ้เชื้อราหลังน้ำลด, หอบหืดกำเริบหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมอ่างทอง ปี 2569, น้ำท่วมบ้านแห วัดต้นสน 2569, พ่นฆ่าเชื้ออ่างทอง, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H