เชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium) หลังน้ำท่วม หล่มสัก เพชรบูรณ์ ปี 2569: อาการ จุดเสี่ยงในบ้าน วิธีป้องกัน และบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อ

เชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium) หลังน้ำท่วม หล่มสัก เพชรบูรณ์ ปี 2569: อาการ จุดเสี่ยงในบ้าน วิธีป้องกัน และบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

น้ำป่าที่ไหลหลากเข้าชุมชนริมแม่น้ำป่าสักในตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2569 ทิ้งไว้มากกว่าคราบโคลนสีน้ำตาล เมื่อน้ำลดและอากาศยังชื้น ผนังไม้ ฟูก กระสอบข้าว และเศษพืชที่น้ำพัดเข้ามาในบ้าน กลายเป็นที่เติบโตของ เชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium) เชื้อราในดินที่ชาวไร่ชาวสวนคุ้นชื่อในฐานะต้นเหตุโรคเหี่ยวของพืช แต่ในบ้านหลังน้ำท่วม เชื้อรากลุ่มนี้ก็เกี่ยวข้องกับอาการภูมิแพ้ ตาอักเสบ เล็บติดเชื้อ และการปนเปื้อนในเมล็ดธัญพืชได้ บทความนี้อธิบายว่าเชื้อราฟิวซาเรียมคืออะไร อันตรายไหม ซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านหลังน้ำลด ใครเสี่ยงที่สุด และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ ที่ทำหลังจากขนโคลนและล้างบ้านเสร็จแล้ว จึงเป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยให้บ้านในหล่มสักกลับมาน่าอยู่อีกครั้ง

สรุปสั้นสำหรับคนรีบอ่าน

  • เชื้อราฟิวซาเรียมเป็นเชื้อราที่พบได้ทั่วไปในดิน ซากพืช และน้ำ น้ำท่วมจึงพาเชื้อเข้ามาในบ้านพร้อมโคลนได้ง่าย
  • หลังน้ำท่วม เชื้อราขึ้นผนัง ขึ้นฟูก ขึ้นกระสอบข้าวได้ภายในไม่กี่วันถ้าบ้านยังชื้น โดยฟิวซาเรียมมักเป็นขุยฟูสีขาว ชมพู หรือม่วงอ่อน
  • อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ จาม คัดจมูก ไอ หอบ ตาแดงเคืองตาหลังมีโคลนกระเด็นเข้าตา เล็บเปลี่ยนสี และแผลที่บวมแดงไม่ยอมหาย
  • ธัญพืช ข้าวสาร ข้าวโพด หรืออาหารที่ขึ้นราหลังโดนน้ำ ควรทิ้ง ไม่ควรตัดส่วนที่ขึ้นราออกแล้วกิน
  • ลำดับที่ถูกต้องคือ ขนโคลน ทิ้งของที่ซึมน้ำ ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

กรณีตัวอย่าง: บ้านไม้ริมแม่น้ำป่าสักที่หล่มสัก ปี 2569 กับกลิ่นอับที่ไม่ยอมหาย

เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริง

ป้าสมใจอาศัยอยู่ในบ้านไม้ยกพื้นต่ำกับหลานสองคนในชุมชนริมแม่น้ำป่าสัก ตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก คืนที่ฝนตกหนักข้ามคืนในเดือนกันยายน ปี 2569 น้ำป่าไหลหลากมาเป็นระลอก ป้าและเพื่อนบ้านช่วยกันยกโทรทัศน์ ตู้เย็นเล็ก และถังข้าวสารขึ้นที่สูงเท่าที่ทำได้ แต่กระสอบข้าวเปลือกที่เก็บไว้ใต้ถุนบ้าน ฟูกนอนของหลาน และผ้าม่านที่ยาวถึงพื้นยังจมน้ำไปครึ่งหนึ่ง

หลังน้ำลด ป้าใช้น้ำประปาฉีดโคลนออก ตากฟูกไว้ที่ระเบียง และเปิดหน้าต่างทุกบาน แต่ฝนยังตกสลับแดดทั้งสัปดาห์ บ้านไม้จึงไม่แห้งสนิท วันที่ห้าป้าเริ่มเห็นขุยฟูสีขาวอมชมพูขึ้นตามขอบกระสอบข้าวและมุมฟูก ส่วนผนังไม้ด้านล่างมีจุดดำและเขียวขึ้นเป็นแนวตามระดับน้ำ หลานคนเล็กจามและคัดจมูกทุกเช้า ส่วนหลานคนโตบ่นว่าตาข้างหนึ่งเคืองและแดงตั้งแต่วันที่ช่วยกวาดโคลนแล้วมีเศษดินกระเด็นเข้าตา

ป้าพาหลานคนโตไปพบแพทย์ตั้งแต่วันนั้น และโทรปรึกษาทีม WHD ทาง LINE เพื่อถามว่าควรทำอะไรกับบ้านต่อ คำแนะนำแรกที่ได้ยินไม่ใช่การพ่นยาทันที แต่คือการทิ้งกระสอบข้าวที่ขึ้นรา ทิ้งฟูกที่ซึมน้ำ ล้างผนังให้หมดคราบโคลน และทำให้บ้านแห้งที่สุดก่อน จากนั้นจึงนัดพ่นฆ่าเชื้อเพื่อปิดงาน เรื่องของป้าสมใจคือภาพที่เกิดขึ้นได้ในหลายครัวเรือนของเพชรบูรณ์และจังหวัดอื่นที่น้ำท่วมในปี 2569

น้ำท่วมหล่มสัก เพชรบูรณ์ ปี 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของเดลินิวส์ วันที่ 19 กันยายน 2569 ฝนตกหนักข้ามคืนทำให้น้ำป่าไหลหลากเป็นระลอกที่สาม ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักสูง 8.56 เมตร เกินตลิ่ง 26 เซนติเมตร น้ำท่วมชุมชนท่ากกโพธิ์ ชุมชนวัดทุ่งสมุทร และชุมชนบ้านไร่ ในตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ราว 300 ครัวเรือน (ที่มา: เดลินิวส์)

ข้อควรรู้เล็กน้อยสำหรับคนที่ค้นหาข้อมูล คือ ตำบลปากช่องในบทความนี้อยู่ในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ใช่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กัน

ในภาพรวมระดับประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (ที่มา: กรมประชาสัมพันธ์) ตัวเลขนี้บอกว่าปัญหาเชื้อราหลังน้ำท่วมปี 2569 ไม่ได้เกิดแค่ในหล่มสัก แต่เกิดกับบ้านเรือนจำนวนมากทั่วประเทศ

สิ่งที่ทำให้น้ำท่วมแบบน้ำป่าน่ากังวลเรื่องเชื้อรา คือ น้ำป่ามักพาดินตะกอน ใบไม้ กิ่งไม้ และซากพืชจากพื้นที่สูงลงมาด้วย ตะกอนเหล่านี้คือแหล่งอาศัยตามธรรมชาติของเชื้อราในดินอย่างฟิวซาเรียม เมื่อตะกอนค้างอยู่ตามซอกผนัง ใต้ถุนบ้าน และในเฟอร์นิเจอร์ที่ชื้น เชื้อราก็มีทั้งอาหาร ความชื้น และอุณหภูมิที่เหมาะกับการเติบโต

เชื้อราฟิวซาเรียม (Fusarium) คืออะไร อันตรายไหม

ฟิวซาเรียมเป็นชื่อสกุลของเชื้อราชนิดเส้นใยที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ พบได้ในดิน ซากพืช น้ำ และบนพืชผลทางการเกษตร หลายชนิดในสกุลนี้เป็นต้นเหตุโรคพืชที่เกษตรกรไทยรู้จักดี เช่น โรคเหี่ยวในพืชผักและไม้ผล หรือโรคที่ทำให้เมล็ดข้าวโพดและธัญพืชขึ้นรา เมื่ออยู่บนอาหารเลี้ยงเชื้อหรือวัสดุชื้น โคโลนีของฟิวซาเรียมมักเป็นขุยฟูคล้ายสำลี มีสีขาว ชมพู ส้มอ่อน หรือม่วง ต่างจากเชื้อราดำหรือเขียวที่คนทั่วไปคุ้นตา

คำถามที่คนค้นหามากคือ เชื้อราฟิวซาเรียมอันตรายไหม คำตอบคือ สำหรับคนสุขภาพดีส่วนใหญ่ การสัมผัสในชีวิตประจำวันไม่ได้ก่อโรครุนแรง แต่เชื้อรากลุ่มนี้ก่อปัญหาได้ในบางสถานการณ์ ได้แก่

  • ตาอักเสบจากเชื้อรา (กระจกตาอักเสบ) มักเกิดหลังตาได้รับบาดเจ็บจากเศษพืช ดิน หรือกิ่งไม้ และในผู้ใส่คอนแทคเลนส์ที่ดูแลเลนส์ไม่ถูกวิธี ภาวะนี้ต้องให้จักษุแพทย์ดูแลโดยเร็ว เพราะอาจกระทบการมองเห็น
  • เล็บติดเชื้อรา โดยเฉพาะเล็บเท้าของคนที่ต้องลุยน้ำหรือใส่รองเท้าบูทเปียกเป็นเวลานาน
  • แผลที่ผิวหนังติดเชื้อ เมื่อแผลถลอกหรือแผลบาดสัมผัสโคลนและเศษพืชเป็นเวลานาน
  • การติดเชื้อรุนแรงในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก เช่น ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดที่ได้รับเคมีบำบัด หรือผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูก กลุ่มนี้ต้องเลี่ยงฝุ่นและเชื้อราอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์
  • ภูมิแพ้และการระคายเคืองทางเดินหายใจ จากสปอร์และเศษเส้นใยของเชื้อราที่ฟุ้งในอากาศ ซึ่งเป็นปัญหาร่วมของเชื้อราหลายชนิดในบ้านที่เคยน้ำท่วม
  • สารพิษจากเชื้อราในธัญพืช ฟิวซาเรียมบางชนิดสร้างสารพิษ (mycotoxins) เช่น ฟูโมนิซิน (fumonisin) ดีออกซีนิวาลีนอล (deoxynivalenol) และซีราลีโนน (zearalenone) ในข้าวโพดและเมล็ดพืชที่ขึ้นรา สารพิษเหล่านี้ทนความร้อนจากการหุงต้มได้ระดับหนึ่ง จึงไม่ควรนำธัญพืชที่ขึ้นราหลังน้ำท่วมมากินหรือนำไปเลี้ยงสัตว์

สรุปคือ ฟิวซาเรียมไม่ใช่เชื้อที่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นเชื้อที่ควรจัดการอย่างจริงจังหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเรื้อรัง หรือมีการเก็บข้าวและธัญพืชไว้ในบ้าน

เชื้อราฟิวซาเรียมมาจากไหน ติดต่อทางไหน และทำไมน้ำท่วมทำให้เชื้อราขึ้นบ้าน

เชื้อราไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนเหมือนไข้หวัด แต่เข้าสู่ร่างกายหรือก่อปัญหาผ่านช่องทางหลัก ๆ ดังนี้

  1. หายใจเอาสปอร์และฝุ่นเชื้อราเข้าไป เมื่อเชื้อราขึ้นบนผนัง ฟูก พรม หรือกระสอบข้าว แล้วเราขัด กวาด หรือขนย้ายของโดยไม่ใส่หน้ากาก สปอร์จะฟุ้งขึ้นในอากาศ
  2. สัมผัสผ่านแผลและเล็บ การลุยน้ำ ล้างโคลน หรือขนเศษไม้โดยไม่ใส่ถุงมือและรองเท้าบูท ทำให้ผิวที่มีแผลสัมผัสเชื้อในดินโดยตรง
  3. เศษดินหรือเศษพืชกระเด็นเข้าตา ขณะฉีดน้ำแรงดันสูง กวาดโคลน หรือตัดกิ่งไม้ที่น้ำพัดมา
  4. กินอาหารหรือธัญพืชที่ขึ้นรา ซึ่งอาจมีสารพิษจากเชื้อราปนอยู่

เหตุผลที่น้ำท่วมทำให้เชื้อราขึ้นบ้านเร็วมาก คือ เชื้อราต้องการความชื้น อาหาร และอุณหภูมิอบอุ่น ซึ่งบ้านหลังน้ำลดในเดือนกันยายนถึงตุลาคมมีครบทั้งสามอย่าง ไม้ ผ้า กระดาษ แผ่นยิปซัม ฟูก และเมล็ดพืช ล้วนเป็นอาหารของเชื้อรา หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำว่าเชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียกน้ำ ดังนั้นถ้าบ้านยังชื้นอยู่หลายวัน โอกาสที่เชื้อราขึ้นผนังหลังน้ำท่วมก็สูงขึ้นตามไปด้วย

สำหรับพื้นที่ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากอย่างหล่มสัก ตะกอนดินที่น้ำพามาเป็นตัวเร่งอีกชั้นหนึ่ง เพราะดินและเศษพืชคือที่อยู่ตามธรรมชาติของฟิวซาเรียม ยิ่งโคลนค้างในบ้านนานเท่าไร เชื้อราก็ยิ่งมีเวลาเติบโตและกระจายสปอร์มากเท่านั้น

อาการที่อาจเกี่ยวกับเชื้อราหลังน้ำท่วม: ไอ จาม ตาแดง เล็บขึ้นรา แผลไม่หาย

เชื้อราฟิวซาเรียมไม่มีอาการเฉพาะที่บอกได้ด้วยตัวเอง อาการด้านล่างจึงเป็นสัญญาณที่ควรสังเกตหลังอยู่ในบ้านที่เคยน้ำท่วม และควรให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยเสมอ

  • ทางเดินหายใจและภูมิแพ้: จามบ่อย คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอไม่หยุดหลังน้ำลด แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด หรือหอบหืดกำเริบเมื่อเข้าบ้าน และอาการดีขึ้นเมื่อออกไปอยู่ที่อื่น
  • ตา: ตาแดง ปวดตา เคืองตาเหมือนมีอะไรอยู่ในตา น้ำตาไหล ตาสู้แสงไม่ได้ ตาพร่ามัว หรือเห็นจุดขาวบนตาดำ โดยเฉพาะหลังมีโคลน ฝุ่น หรือเศษพืชเข้าตา อาการแบบนี้ควรไปพบจักษุแพทย์ให้เร็ว ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เอง
  • เล็บ: เล็บเปลี่ยนเป็นสีขาวขุ่น เหลือง หรือน้ำตาล เล็บหนาขึ้น เปราะ หรือร่อน โดยเฉพาะเล็บเท้าหลังลุยน้ำหลายวัน
  • ผิวหนังและแผล: แผลบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือแผลเรื้อรังที่ไม่ดีขึ้นแม้ดูแลแล้ว ผื่นคันตามมือและเท้าที่แช่น้ำนาน
  • หลังกินอาหารที่สงสัยว่าขึ้นรา: คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียหลังน้ำท่วม ควรหยุดกินอาหารนั้นและพบแพทย์ถ้าอาการไม่ดีขึ้น

สำคัญ: หากมีไข้สูง ปวดน่องหลังลุยน้ำ ตาแดงร่วมกับไข้ ตัวเหลือง ปัสสาวะน้อย หรือหายใจลำบาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที เพราะอาจเป็นโรคอื่นหลังน้ำท่วม เช่น โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู บทความนี้ให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล

ใครเสี่ยงเชื้อราฟิวซาเรียมมากที่สุดหลังน้ำท่วมหล่มสัก ปี 2569

  • ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก เช่น ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด ผู้ปลูกถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูก และผู้ที่ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ควรหลีกเลี่ยงการเข้าบ้านระหว่างขนโคลนและรื้อของที่ขึ้นรา
  • ผู้ป่วยโรคหืด ภูมิแพ้ และโรคปอดเรื้อรัง เพราะสปอร์เชื้อราเป็นตัวกระตุ้นอาการได้ง่าย
  • เด็กเล็กและผู้สูงอายุ ที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในบ้าน นอนบนพื้น หรือนอนบนฟูกที่อาจยังชื้น
  • ผู้ใส่คอนแทคเลนส์ ที่ต้องช่วยล้างบ้านท่ามกลางฝุ่นและละอองน้ำ ควรเปลี่ยนมาใส่แว่นตาชั่วคราว
  • เกษตรกรและคนที่ทำงานกับดิน ซึ่งต้องลงไปเก็บกวาดเศษพืช กิ่งไม้ และตะกอนหลังน้ำป่า
  • ผู้ป่วยเบาหวาน ที่แผลหายช้า และผู้ที่มีแผลเปิดที่มือหรือเท้า
  • อาสาสมัครและช่างที่ช่วยฟื้นฟูบ้าน ซึ่งสัมผัสฝุ่นเชื้อราเป็นเวลานานติดต่อกันหลายวัน

ถ้าในบ้านมีคนกลุ่มเสี่ยง ควรให้คนที่แข็งแรงเป็นคนทำงานรื้อถอน ใส่หน้ากากแบบ N95 แว่นตานิรภัย ถุงมือยาง และรองเท้าบูท ส่วนคนกลุ่มเสี่ยงควรพักที่อื่นจนกว่าบ้านจะสะอาด แห้ง และผ่านการพ่นฆ่าเชื้อแล้ว

จุดเสี่ยงในบ้านที่เชื้อราฟิวซาเรียมชอบซ่อนหลังน้ำลด

  • ผนังไม้และผนังยิปซัมช่วงล่าง ตามแนวระดับน้ำที่ท่วมขึ้นมา ทั้งด้านหน้าและด้านหลังผนังที่มองไม่เห็น
  • ใต้ถุนบ้านและพื้นไม้ ที่มีโคลนและเศษใบไม้ติดค้างตามร่องไม้
  • กระสอบข้าว ข้าวโพด ถั่ว และอาหารสัตว์ ที่โดนน้ำหรือความชื้น เป็นแหล่งที่ฟิวซาเรียมขึ้นได้ดีและอาจมีสารพิษจากเชื้อรา
  • ฟูก ที่นอน หมอน โซฟาผ้า และพรม ซึ่งดูดน้ำไว้ข้างในและแห้งยากมาก
  • ผ้าม่าน เสื้อผ้า และกล่องกระดาษ ที่วางอยู่ต่ำหรือถูกน้ำซึมขึ้นมา
  • ท่อน้ำทิ้งและรูระบายในห้องน้ำหรือซิงก์ล้างจาน ซึ่งมีคราบเมือกและความชื้นตลอดเวลา
  • ตู้ไม้ใต้ซิงก์และตู้กับข้าว ที่แผ่นไม้อัดบวมน้ำ
  • กระถางต้นไม้ เศษพืช และดินที่น้ำพาเข้ามา ตามระเบียงและลานบ้าน

เคล็ดลับการสังเกตคือ ถ้าได้กลิ่นอับคล้ายดินเปียกหรือกลิ่นเหม็นอับในห้องที่ปิดไว้ แม้มองไม่เห็นคราบ ก็เป็นไปได้ว่ามีเชื้อราเติบโตอยู่หลังผนัง ใต้พื้น หรือในเฟอร์นิเจอร์

ผลกระทบเมื่อปล่อยให้เชื้อราขึ้นบ้านหลังน้ำท่วม

ด้านสุขภาพ: คนในบ้านอาจเป็นภูมิแพ้ ไอ จาม หรือหอบบ่อยขึ้น เด็กหยุดเรียนบ่อย ผู้สูงอายุนอนไม่สบาย และผู้ป่วยเรื้อรังอาจต้องไปโรงพยาบาลบ่อยขึ้น

ด้านเงิน: เชื้อราที่ลามเข้าในเนื้อไม้ ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ทำให้ต้องรื้อทิ้งและซ่อมแซมมากกว่าที่ควร ข้าวและธัญพืชที่ขึ้นราก็ต้องทิ้งทั้งหมด ซึ่งเป็นความสูญเสียโดยตรงสำหรับครอบครัวที่ทำการเกษตร

ด้านเวลา: การล้างซ้ำหลายรอบเพราะเชื้อรากลับมาขึ้นใหม่ทำให้ฟื้นฟูบ้านได้ช้า บางครอบครัวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นนานกว่าที่วางแผนไว้

ด้านธุรกิจ: ร้านค้า โฮมสเตย์ หรือร้านอาหารในชุมชนที่มีกลิ่นอับและคราบราบนผนัง จะทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจ และเสียรายได้ในช่วงที่ต้องการฟื้นตัว

ด้านครอบครัว: ความกังวลว่าบ้านปลอดภัยหรือยัง ทำให้หลายคนนอนหลับไม่สนิท โดยเฉพาะพ่อแม่ที่มีลูกเล็ก

ทำไมล้างบ้านเองอย่างเดียวยังไม่พอ เมื่อเชื้อราขึ้นผนังหลังน้ำท่วม

การล้างบ้านด้วยตัวเองเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและต้องทำก่อนเสมอ แต่หลายวิธีที่คนนิยมใช้มีข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ฉีดน้ำแรงดันสูงอย่างเดียว ช่วยไล่โคลนได้ แต่ทำให้น้ำซึมเข้าในร่องไม้และผนังมากขึ้น ถ้าไม่ทำให้แห้งต่อ เชื้อราก็กลับมาขึ้นใหม่ และละอองน้ำยังทำให้สปอร์ฟุ้งเข้าตาและจมูกได้
  • เช็ดด้วยน้ำยาซักผ้าขาวอย่างเดียว น้ำยาฟอกขาวทำให้คราบจางลงบนพื้นผิวเรียบ แต่ซึมไม่ถึงเชื้อราในเนื้อไม้หรือยิปซัม และเมื่อผสมกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรดจะเกิดก๊าซอันตราย ห้ามผสมเด็ดขาด
  • เปิดพัดลมตากบ้าน ช่วยให้แห้งขึ้น แต่ถ้าเปิดลมแรงระหว่างที่ยังมีเชื้อราขึ้นอยู่ ก็จะพัดสปอร์ให้กระจายไปทั่วบ้าน
  • ใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือจุดธูป กลบกลิ่นอับได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้จัดการต้นเหตุ
  • ทาสีทับคราบเชื้อรา ทำให้ผนังดูสะอาด แต่เชื้อราใต้สียังเติบโตต่อ และจะดันสีให้พองหรือเป็นคราบใหม่ภายหลัง
  • ตากข้าวที่ขึ้นราแล้วนำมากิน แสงแดดไม่ได้ทำลายสารพิษจากเชื้อราที่อาจเกิดขึ้นแล้ว จึงไม่ปลอดภัย

ดังนั้นวิธีที่ได้ผลจึงเป็นการทำงานเป็นลำดับ ได้แก่ ทิ้งของที่ซึมน้ำและขึ้นรา ล้างโคลนให้หมด ทำให้แห้งสนิท แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่เหลืออย่างทั่วถึงด้วยน้ำยาและอุปกรณ์ที่เหมาะสม

คำแนะนำจาก WHO และ CDC: ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ

องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) ให้คำแนะนำในทิศทางเดียวกันสำหรับบ้านหลังน้ำท่วม คือ ต้องขนโคลนและสิ่งสกปรกออก ทิ้งวัสดุที่ซึมน้ำและทำให้แห้งไม่ได้ ล้างพื้นผิวแข็งด้วยน้ำและสารทำความสะอาด ทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด โดยเฉพาะภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม ระหว่างทำงานควรสวมหน้ากาก N95 ถุงมือ แว่นตา และรองเท้าบูท

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็เน้นเรื่องการดูแลสุขอนามัย การล้างมือ การกินอาหารที่สุกและสะอาด และการพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติหลังน้ำท่วม ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับแนวทางที่ WHD ใช้ คือ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนปิดท้าย ไม่ใช่ขั้นตอนแทนการทำความสะอาด

บริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD หลังน้ำท่วมหล่มสัก เพชรบูรณ์ ปี 2569 ด้วย CHEMGENE HLD4H

บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection (WHD) ใช้ช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรม ฉีดพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายไปถึงพื้นผิวและซอกมุมได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ระบุว่าครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา (fungi) หลายชนิด รวมถึงไวรัสโควิด-19 RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ และหน้าบริการระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ความโปร่งใสเรื่องเชื้อราฟิวซาเรียม: หน้าเว็บของ WHD ไม่ได้ระบุชื่อ Fusarium เป็นรายชนิด ฟิวซาเรียมจัดอยู่ในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และแนวทางของ WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบกับเชื้อชนิดนี้โดยเฉพาะ สามารถสอบถามทีม WHD ได้โดยตรง นอกจากนี้ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แก้ปัญหาวัสดุที่เชื้อราลามเข้าเนื้อในแล้ว ของเหล่านั้นยังต้องรื้อหรือทิ้ง

ลูกค้าของบริการนี้ตามข้อมูลของบริษัท มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ปัจจุบันมีโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และออกใบกำกับภาษีได้

WHD มีสำนักงานที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ งานต่างจังหวัดจะเริ่มจากการพูดคุยและประเมินหน้างานผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ด้วยรูปถ่ายและขนาดพื้นที่ แล้วจึงนัดวันที่เหมาะสม ไม่สามารถรับประกันการเข้าหน้างานภายในวันเดียว ส่วนค่าบริการจะแจ้งหลังประเมินพื้นที่แล้วเท่านั้น หากต้องการลดกลิ่นอับในอากาศเพิ่มเติม สามารถสอบถาม บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย ซึ่งเป็นบริการเสริมได้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดแบบ WHD เมื่อกังวลเรื่องเชื้อรา

  1. สำรวจและประเมิน: ทีมสอบถามระดับน้ำที่ท่วม ระยะเวลาที่น้ำขัง ชนิดวัสดุในบ้าน จุดที่เห็นเชื้อราหรือได้กลิ่นอับ และสมาชิกกลุ่มเสี่ยงในบ้าน ผ่านรูปถ่ายและวิดีโอทาง LINE
  2. ขนโคลนและล้างให้เสร็จก่อน: เจ้าของบ้านหรือทีมทำความสะอาดขนโคลน ทิ้งฟูก พรม กระสอบข้าว และวัสดุที่ซึมน้ำหรือขึ้นราจนแก้ไม่ได้ ล้างพื้นผิวแข็ง แล้วทำให้แห้งที่สุด
  3. แบ่งโซน: แบ่งบ้านเป็นโซน เช่น ห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ใต้ถุน และพื้นที่เก็บของ เพื่อพ่นอย่างเป็นระบบและไม่หลงลืมจุดใด
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอย ULV ด้วย CHEMGENE HLD4H ครอบคลุมผนัง พื้น ตู้ ประตู มือจับ และซอกมุม ระหว่างพ่นคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องอยู่นอกโซน
  5. รอและกลับเข้าใช้: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามปกติ โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างานเป็นหลัก เปิดระบายอากาศ และควรเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้

WHD ไม่อ้างว่าการพ่นไม่ทิ้งสารตกค้างเลย จึงแนะนำให้ปฏิบัติตามเวลาที่ช่างแจ้งก่อนกลับเข้าพื้นที่ทุกครั้ง

10 เหตุผลที่ควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เมื่อกังวลเรื่องเชื้อราฟิวซาเรียม

  1. น้ำป่าพาตะกอนดินและเศษพืชซึ่งเป็นแหล่งเชื้อราเข้ามาในบ้าน การพ่นช่วยดูแลพื้นผิวที่ล้างแล้วได้ทั่วถึงขึ้น
  2. ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกผนัง ใต้ตู้ และมุมใต้ถุน ที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  3. น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ตอบโจทย์บ้านที่มีเชื้อหลายกลุ่มปนกันหลังน้ำท่วม
  4. ช่วยลดความเสี่ยงของเชื้อโรคอื่นที่มากับน้ำเสียและโคลนไปพร้อมกัน ไม่ใช่เฉพาะเชื้อรา
  5. ทำงานเป็นขั้นตอน มีการแบ่งโซนและบันทึกพื้นที่ที่พ่นแล้ว
  6. ช่างผ่านการอบรม สวมอุปกรณ์ป้องกัน ลดการสัมผัสฝุ่นเชื้อราของคนในบ้าน
  7. เหมาะเป็นขั้นตอนปิดงานก่อนให้เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรังกลับเข้าบ้าน
  8. ใช้ได้ทั้งบ้านไม้ บ้านปูน ร้านค้า โฮมสเตย์ วัด และอาคารสาธารณะในชุมชน ดูรายละเอียดที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  9. มีใบกำกับภาษีสำหรับร้านค้า ธุรกิจ และหน่วยงาน
  10. ปรึกษาได้ก่อนตัดสินใจทางโทรศัพท์ 065-556-6294 และ LINE @whd268 รวมถึงขอข้อมูลผลทดสอบของน้ำยาได้ ดูข้อมูลน้ำยาที่ หน้า CHEMGENE HLD4H

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านหลังน้ำท่วมจะเปลี่ยนไปอย่างไร

ก่อน

  • กลิ่นอับคล้ายดินเปียกในห้องปิด
  • คราบเชื้อราขาว ชมพู ดำ หรือเขียวตามแนวระดับน้ำ
  • คนในบ้านจาม ไอ และคัดจมูกบ่อย
  • ไม่แน่ใจว่าบ้านปลอดภัยพอให้เด็กกลับมานอนหรือยัง

หลัง

  • ของที่ขึ้นราถูกคัดทิ้ง พื้นผิวสะอาดและแห้ง
  • พื้นผิวที่ล้างแล้วผ่านการพ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบ
  • รู้ชัดว่าจุดไหนต้องเฝ้าดูต่อ และควรระบายอากาศอย่างไร
  • ครอบครัวมั่นใจมากขึ้นในการกลับเข้าอยู่

เช็กลิสต์ป้องกันเชื้อราฟิวซาเรียมหลังน้ำท่วมเพชรบูรณ์ ปี 2569

ระหว่างรื้อและล้างบ้าน

  • ใส่หน้ากาก N95 แว่นตานิรภัย ถุงมือยาง และรองเท้าบูททุกครั้ง ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ให้เปลี่ยนเป็นแว่นตาชั่วคราว
  • พรมน้ำให้คราบราเปียกก่อนรื้อหรือขนย้าย ไม่กวาดแห้งเพื่อลดการฟุ้งของสปอร์
  • ทิ้งฟูก พรม กล่องกระดาษ และกระสอบข้าวหรือธัญพืชที่โดนน้ำหรือขึ้นรา
  • ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำที่เป็นกรด
  • ถ้ามีเศษดินหรือฝุ่นเข้าตา ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด ไม่ขยี้ตา และพบแพทย์หากยังเคืองหรือแดง

หลังล้างเสร็จ

  • เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นเมื่อไม่มีราขึ้นแล้ว
  • เฝ้าดูผนังช่วงล่างและใต้ถุนอย่างน้อยสองถึงสามสัปดาห์
  • ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดแผลก่อนทำงาน และพบแพทย์ถ้าแผลบวมแดง
  • เก็บข้าวสารและธัญพืชใหม่ในภาชนะปิดสนิทที่ยกสูงจากพื้น

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • เก็บอาหาร ภาชนะ และของเล่นเด็กเข้าตู้หรือคลุมให้มิดชิด
  • ให้คน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ออกจากโซนที่พ่น
  • กลับเข้าบ้านตามเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศ
  • เช็ดโต๊ะอาหารและพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้

คำถามที่พบบ่อย: เชื้อราฟิวซาเรียมหลังน้ำท่วม และการพ่นฆ่าเชื้อ

เชื้อราฟิวซาเรียม คืออะไร

เป็นเชื้อราชนิดเส้นใยที่พบทั่วไปในดิน ซากพืช และน้ำ รู้จักกันดีในฐานะต้นเหตุโรคพืช และในบ้านหลังน้ำท่วมก็ขึ้นบนวัสดุชื้นอย่างไม้ ฟูก และธัญพืชได้

เชื้อราฟิวซาเรียม อันตรายไหม

สำหรับคนส่วนใหญ่ไม่รุนแรง แต่ทำให้เกิดภูมิแพ้ ตาอักเสบ เล็บและแผลติดเชื้อได้ และอันตรายมากขึ้นในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมาก ควรพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ

เชื้อราขึ้นผนังหลังน้ำท่วม ทำอย่างไรดี

ใส่หน้ากาก N95 ถุงมือ และแว่นตา พรมน้ำให้คราบเปียก ล้างพื้นผิวแข็งด้วยน้ำและสารทำความสะอาด รื้อวัสดุที่เชื้อราลามลึก ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ ไม่ควรทาสีทับ

ตาแดง เคืองตา หลังล้างบ้านน้ำท่วม เกิดจากอะไร

อาจเกิดจากฝุ่น สารเคมี เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราจากเศษดินและพืชที่เข้าตา หากปวดตา ตาพร่ามัว หรืออาการไม่ดีขึ้นใน 1 วัน ควรพบจักษุแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรใช้ยาหยอดตาเอง

เล็บเท้าขึ้นราหลังลุยน้ำท่วม หายเองไหม

เล็บที่ติดเชื้อรามักไม่หายเอง ควรรักษาเท้าให้แห้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย และพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษาที่ถูกต้อง

ข้าวสารหรือข้าวโพดขึ้นราหลังน้ำท่วม กินได้ไหม

ไม่ควรกินและไม่ควรนำไปเลี้ยงสัตว์ เพราะเชื้อราบางชนิดรวมถึงฟิวซาเรียมสร้างสารพิษที่ทนความร้อนจากการหุงต้มได้ ควรทิ้งทั้งกระสอบ

พ่นฆ่าเชื้อแล้วกำจัดเชื้อราฟิวซาเรียมได้ไหม

น้ำยาที่ใช้ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มเชื้อรา แต่หน้าเว็บไม่ได้ระบุชื่อฟิวซาเรียมเป็นรายชนิด การพ่นช่วยดูแลพื้นผิวที่ล้างแล้ว ส่วนวัสดุที่ราลามเข้าเนื้อในต้องรื้อทิ้ง สอบถามข้อมูลผลทดสอบได้ที่ WHD

ต้องล้างบ้านก่อนพ่นฆ่าเชื้อไหม

ต้องล้างก่อนเสมอ โคลนและคราบสกปรกทำให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวได้ไม่ทั่วถึง การพ่นจึงเป็นขั้นตอนหลังขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง

พ่นฆ่าเชื้อแล้วเข้าบ้านได้เมื่อไหร่

ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งหน้างานเป็นหลัก และเปิดระบายอากาศก่อนเข้า

บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน รับงานหล่มสัก เพชรบูรณ์ ปี 2569 ไหม

WHD อยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในเพชรบูรณ์ แต่รับปรึกษาและประเมินงานต่างจังหวัดผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 และ LINE @whd268 ก่อนนัดวันเข้าหน้างาน

ไตรโคเดอร์มากับฟิวซาเรียมเกี่ยวกันอย่างไร

ในภาคเกษตร ไตรโคเดอร์มาถูกใช้เป็นเชื้อราชีวภัณฑ์ช่วยควบคุมโรคพืชที่เกิดจากฟิวซาเรียม แต่เรื่องนี้เป็นการใช้ในแปลงปลูก ไม่ใช่วิธีจัดการเชื้อราในบ้านหลังน้ำท่วม

น้ำลดที่หล่มสัก ปี 2569 แล้ว ให้ WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

ขนโคลน ล้าง และทำให้บ้านแห้งให้เรียบร้อย แล้วปรึกษาทีม WHD เพื่อวางแผนพ่นฆ่าเชื้อบ้าน ร้านค้า โฮมสเตย์ หรืออาคารในชุมชนของคุณ

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#เชื้อราฟิวซาเรียม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมหล่มสัก2569 #น้ำท่วมเพชรบูรณ์2569 #พ่นฆ่าเชื้อเพชรบูรณ์ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #เชื้อราขึ้นผนังหลังน้ำท่วม

คำค้นหา: เชื้อราฟิวซาเรียม หลังน้ำท่วม, Fusarium, ฟิวซาเรียม คืออะไร, เชื้อราฟิวซาเรียม อันตรายไหม, เชื้อราขึ้นผนังหลังน้ำท่วม, ตาแดงเคืองตาหลังน้ำท่วม, เล็บขึ้นราหลังลุยน้ำ, ข้าวขึ้นราหลังน้ำท่วม, น้ำท่วมหล่มสัก เพชรบูรณ์ ปี 2569, น้ำท่วมเพชรบูรณ์ 2569, พ่นฆ่าเชื้อเพชรบูรณ์, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้