Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 12 จำนวนผู้เข้าชม |
ไม่กี่วันหลังน้ำลด หลายบ้านเริ่มเห็นปุยราสีขาวเทาที่มีจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นตามกระสอบข้าว ฟูก เบาะ ผนังไม้ และเศษอาหาร คำค้นหาอย่าง "เชื้อราขึ้นบ้านหลังน้ำท่วม" "ข้าวขึ้นราหลังน้ำท่วมกินได้ไหม" และ "เชื้อราดำอันตรายไหม" จึงเพิ่มขึ้นทุกครั้งหลังภัยพิบัติ ราที่โตเร็วกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งคือ มิวคอร์ (Mucor) และไรโซปัส (Rhizopus) ซึ่งบางครั้งสื่อเรียกโรคจากราในกลุ่มนี้ว่า "เชื้อราดำ" บทความนี้ใช้เหตุการณ์ น้ำป่าท่วมอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปี 2569 เป็นบทเรียน อธิบายว่าราเหล่านี้คืออะไร ซ่อนอยู่ตรงไหน ใครเสี่ยงที่สุด วิธีจัดการที่ถูกต้อง และทำไมหลังรื้อของเสียหายและทำให้บ้านแห้งแล้ว บริการพ่นฆ่าเชื้อ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้บ้านกลับมาน่าอยู่ขึ้น
กรณีตัวอย่างนี้เป็นเรื่องเล่าที่สร้างจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำป่าในพื้นที่ภูเขา ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริง แม่อุ่นอาศัยอยู่ในบ้านไม้ริมลำห้วยกับสามีและหลานวัยเจ็ดขวบ คืนหนึ่งฝนตกหนักไม่หยุด น้ำในลำห้วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลหลากเข้าบ้านกลางดึก ทั้งครอบครัวต้องรีบอุ้มหลานขึ้นที่สูง ส่วนข้าวเปลือกและข้าวสารที่เก็บไว้ในยุ้งข้างบ้าน ฟูกนอน หมอน และผ้าห่ม จมน้ำทั้งหมด
สามวันต่อมา เมื่อน้ำลดและแดดเริ่มออก แม่อุ่นเปิดยุ้งเพื่อดูข้าว พบว่ากระสอบด้านล่างมีกลิ่นอับเปรี้ยว ผิวข้าวมีปุยราสีขาวเทาขึ้นฟู และมีจุดดำเล็ก ๆ กระจายอยู่ ฟูกที่ตากไว้ก็เริ่มมีคราบราด้านใน แม่อุ่นเสียดายข้าวมาก เพราะเป็นข้าวที่ปลูกเองทั้งปี และคิดว่าจะนำข้าวส่วนที่ยังดูดีไปตากแดดแล้วหุงกิน ส่วนสามีซึ่งเป็นเบาหวานมาหลายปีก็ลงมือขนกระสอบข้าวออกจากยุ้งด้วยมือเปล่า ไม่ได้ใส่หน้ากาก
ลูกสาวที่ทำงานในตัวเมืองโทรมาถาม และค้นข้อมูลให้ จึงแนะนำว่าข้าวที่ขึ้นราและจมน้ำท่วมไม่ควรนำมากิน ฟูกที่แช่น้ำควรทิ้ง ส่วนพ่อซึ่งเป็นเบาหวานไม่ควรเป็นคนขนของขึ้นรา และถ้ามีแผล ไอผิดปกติ หรือหน้าบวมให้รีบไปพบแพทย์ เรื่องนี้สะท้อนว่า หลังน้ำป่า ความเสียดายของและความเหนื่อยล้ามักทำให้คนตัดสินใจเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
ตามรายงานของเดลินิวส์ (ข่าววันที่ 18 กันยายน 2569) คืนวันที่ 17 กันยายน 2569 ฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้น้ำป่าจากลำห้วยแม่ฮุ ลำน้ำลา และห้วยอีนาย ไหลหลากท่วม 3 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านแม่ลาน้อย หมู่ 2 บ้านป่าหมาก และหมู่ 9 บ้านทุ่งสารภี ครอบคลุม 7 ชุมชน บ้านเรือนริมน้ำได้รับผลกระทบกว่า 50 หลังคาเรือน และโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย 5 จุด มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
น้ำป่าที่หลากในเวลากลางคืนทำให้ชาวบ้านมีเวลาขนย้ายข้าวของน้อยมาก สิ่งที่มักจมน้ำคือที่นอน หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้า กระสอบข้าว อาหารแห้ง เฟอร์นิเจอร์ไม้ และวัสดุบุผนัง ซึ่งล้วนเป็นวัสดุที่ดูดซับน้ำ เมื่อรวมกับอากาศชื้นของพื้นที่ภูเขาในฤดูฝน และตะกอนดินที่มีเศษพืชเน่าเปื่อยปนอยู่ บ้านหลังน้ำลดจึงเป็นสภาพที่เชื้อราเติบโตได้ดีมาก
ในภาพรวมของประเทศ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 3.1 ล้านคน ปัญหาเชื้อราขึ้นบ้านหลังน้ำท่วมในปี 2569 จึงเป็นเรื่องที่หลายพื้นที่ต้องเผชิญพร้อมกัน
มิวคอร์ (Mucor) และไรโซปัส (Rhizopus) เป็นเชื้อราในกลุ่มที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่าอันดับมิวโคราเลส (Mucorales) พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งในดิน ซากพืชที่เน่าเปื่อย ปุ๋ยหมัก ฟาง ผลไม้เน่า และขนมปังที่เก็บไว้นาน ราในกลุ่มนี้โตเร็วมาก เส้นใยฟูเป็นปุยสีขาวหรือเทา และมีจุดสีดำเล็ก ๆ ซึ่งเป็นถุงสร้างสปอร์ ไรโซปัสบางชนิดจึงถูกเรียกว่า "ราขนมปัง" สปอร์ของราเหล่านี้เล็กมาก ลอยในอากาศได้ง่ายเมื่อมีการขยับหรือกวาดวัสดุที่ขึ้นรา
คำว่า "เชื้อราดำ" เป็นชื่อที่สื่อใช้เรียกโรคติดเชื้อราในกลุ่มนี้ที่เรียกทางการแพทย์ว่า มิวคอร์ไมโคซิส (mucormycosis) ซึ่งเป็นโรคที่พบไม่บ่อย แต่รุนแรง เพราะเชื้อสามารถทำให้เนื้อเยื่อเสียหายจนเป็นสีดำคล้ำ ส่วนคำว่า "ราเมือก" ที่บางคนใช้ค้นหานั้น ทางวิทยาศาสตร์หมายถึงสิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มหนึ่ง (slime mold) ที่ไม่ใช่มิวคอร์หรือไรโซปัส บทความนี้จึงใช้ชื่อมิวคอร์และไรโซปัสเป็นหลัก เพื่อไม่ให้สับสน
คำถามว่า "เชื้อราดำอันตรายไหม" คำตอบคือ สำหรับคนสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่ การหายใจเอาสปอร์ของราเหล่านี้ในปริมาณปกติไม่ได้ทำให้เกิดโรคติดเชื้อ แต่ราที่ขึ้นในบ้านจำนวนมากอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา และหอบหืดกำเริบได้ ส่วนการติดเชื้อรุนแรงแบบมิวคอร์ไมโคซิส มักเกิดในผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำหรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการปกป้องเป็นพิเศษหลังน้ำท่วม
เชื้อรามิวคอร์และไรโซปัสไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คน คนรับเชื้อได้จากสิ่งแวดล้อมสามทางหลัก ทางแรกคือ การหายใจ เอาสปอร์ที่ลอยขึ้นมาจากวัสดุที่ขึ้นรา เช่น ตอนรื้อฟูก ขนกระสอบข้าว หรือกวาดฝุ่นแห้งในบ้าน ทางที่สองคือ ทางแผล เมื่อแผลถลอก แผลบาด หรือแผลถูกของแหลมทิ่ม สัมผัสดินและโคลนที่มีเชื้อ ซึ่งมีรายงานทางการแพทย์ว่าพบหลังภัยพิบัติธรรมชาติบางเหตุการณ์ในต่างประเทศ ทางที่สามคือ การกิน อาหารที่ขึ้นรา ซึ่งนอกจากอาจมีเชื้อแล้ว ยังอาจมีสารพิษจากราชนิดอื่นที่ขึ้นปะปนอยู่ด้วย
น้ำท่วมทำให้ราขึ้นเร็วเพราะสามปัจจัยมาพร้อมกัน คือ ความชื้นสูง อุณหภูมิอุ่น และอาหารของรา ซึ่งได้แก่ สารอินทรีย์ในโคลน ไม้ ผ้า กระดาษ แป้ง และเมล็ดข้าว องค์การอนามัยโลกและ CDC ระบุตรงกันว่า หากวัสดุที่เปียกไม่ได้รับการทำให้แห้งภายใน 24–48 ชั่วโมง เชื้อราจะเริ่มเติบโต ในพื้นที่ภูเขาอย่างแม่ลาน้อยที่อากาศชื้นและแดดน้อยในฤดูฝน การทำให้บ้านแห้งยิ่งยากกว่าที่ราบ
มิวคอร์และไรโซปัสเป็นราที่โตเร็วเป็นพิเศษบนอาหารที่มีแป้งและน้ำตาล เช่น ข้าว ข้าวเหนียว ขนมปัง ผลไม้ และอาหารสัตว์ ยุ้งข้าวและห้องเก็บอาหารที่ถูกน้ำท่วมจึงเป็นจุดแรก ๆ ที่เห็นราประเภทนี้ ขณะที่ผนังไม้ ฝ้าเพดาน และเฟอร์นิเจอร์มักมีราหลากหลายชนิดขึ้นปะปนกัน
อาการที่พบบ่อยเมื่ออยู่ในบ้านที่มีเชื้อราขึ้นมาก คือ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอไม่หยุดหลังน้ำลด เจ็บคอ คันตา ตาแดง ผื่นคันที่ผิวหนัง และหอบหืดกำเริบในผู้ที่เป็นหอบหืดอยู่แล้ว อาการเหล่านี้มักดีขึ้นเมื่อออกจากพื้นที่ที่มีรา และเป็นสัญญาณว่าบ้านยังมีราสะสมอยู่
สำหรับการติดเชื้อมิวคอร์ไมโคซิส ซึ่งพบไม่บ่อยแต่ต้องรีบรักษา สัญญาณเตือนที่ควรรู้ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดหรือบวมบริเวณใบหน้าข้างเดียว ปวดไซนัส คัดจมูกข้างเดียว มีน้ำมูกปนเลือดหรือสีคล้ำ มีรอยดำที่จมูกหรือเพดานปาก ตาบวม มองเห็นภาพซ้อน ไอเป็นเลือด เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือแผลที่ผิวหนังมีขอบดำ ปวด บวมแดง และลุกลามเร็ว หากผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีอาการเหล่านี้ ต้องไปโรงพยาบาลทันทีและแจ้งแพทย์ว่าเพิ่งผ่านเหตุน้ำท่วมหรือทำความสะอาดของขึ้นรา
ข้อมูลอาการในบทความนี้มีไว้เพื่อให้รู้ว่าเมื่อไรต้องรีบพบแพทย์ ไม่ใช่สำหรับวินิจฉัยตนเอง อย่าซื้อยาฆ่าเชื้อราหรือยาสเตียรอยด์มาใช้เอง เพราะยาบางชนิดอาจทำให้ภูมิต้านทานลดลง การรักษาโรคจากเชื้อราต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
กลุ่มที่ต้องระวังการติดเชื้อมิวคอร์และไรโซปัสแบบรุนแรงมากที่สุด คือ ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมน้ำตาลได้ไม่ดี โดยเฉพาะผู้ที่เคยมีภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ที่เม็ดเลือดขาวต่ำ ผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะหรือไขกระดูก ผู้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ขนาดสูงหรือยากดภูมิคุ้มกันเป็นเวลานาน ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน และผู้ที่มีแผลขนาดใหญ่หรือแผลไฟไหม้
สำหรับอาการภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจจากเชื้อรา กลุ่มที่ต้องระวังเพิ่มคือ ผู้ป่วยหอบหืด ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ แนวทางที่ปลอดภัยคือให้คนกลุ่มนี้อยู่นอกบ้านระหว่างการรื้อของขึ้นราและทำความสะอาด และกลับเข้าบ้านเมื่อบ้านแห้ง สะอาด และผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
จุดที่ต้องตรวจก่อน ได้แก่ ยุ้งข้าวและห้องเก็บอาหาร โดยเฉพาะกระสอบที่วางชิดพื้น ห้องนอน ที่มีฟูก หมอน และผ้าห่มเปียก ผนังไม้และไม้อัด ซึ่งดูดน้ำเข้าไปในเนื้อไม้ ฝ้าเพดานยิปซัมและแผ่นบุผนัง ที่อุ้มน้ำ ตู้เสื้อผ้าและตู้รองเท้า ที่ปิดทึบ อากาศไม่ถ่ายเท ใต้ถุนบ้าน ที่โคลนแห้งช้า และ ตู้เย็น ที่ไฟดับนานจนอาหารเน่า
ราไม่ได้ขึ้นเฉพาะจุดที่มองเห็น บ่อยครั้งราเริ่มเติบโตอยู่ด้านหลังตู้ ใต้พื้นไม้ หรือในโพรงผนัง ก่อนจะแสดงคราบออกมาภายนอก สัญญาณที่บอกว่ามีราซ่อนอยู่คือกลิ่นอับชื้นที่ไม่หายแม้ล้างแล้ว คราบเป็นจุดหรือวงบนผนัง สีหลุดล่อน ไม้บวม และอาการจามหรือคัดจมูกที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่อยู่ในห้องใดห้องหนึ่ง
ด้านสุขภาพ สมาชิกในบ้านมีอาการภูมิแพ้ ไอเรื้อรัง และหอบหืดกำเริบ ขณะที่ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้มีภูมิต้านทานต่ำอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงกว่าปกติ ด้านทรัพย์สิน ราที่ปล่อยไว้นานกัดกินเนื้อไม้ ผ้า และกระดาษ ทำให้ต้องรื้อเปลี่ยนวัสดุมากขึ้นและค่าซ่อมสูงขึ้น ด้านอาหาร ข้าวและอาหารแห้งที่ขึ้นราต้องทิ้ง และหากเสียดายนำมากิน ก็เสี่ยงต่อสุขภาพ ด้านจิตใจ กลิ่นอับที่ไม่หายทำให้ครอบครัวรู้สึกว่าบ้านไม่เคยกลับมาเป็นบ้านเดิม
วิธีที่หลายบ้านใช้คือเช็ดคราบราที่เห็นออก แล้วทาสีทับหรือฉีดน้ำหอม ซึ่งทำให้บ้านดูสะอาดชั่วคราว แต่ถ้าเนื้อไม้หรือผนังยังชื้น ราจะกลับมาอีกในไม่ช้า อีกวิธีที่พบบ่อยคือการกวาดหรือปัดฝุ่นราแห้ง ๆ ซึ่งทำให้สปอร์ฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านและเข้าสู่ทางเดินหายใจของคนทำความสะอาดโดยตรง
วัสดุที่มีรูพรุนและอุ้มน้ำ เช่น ฟูก หมอน พรม ฝ้าเพดานยิปซัม และกระดาษ หากแช่น้ำท่วมและขึ้นราแล้ว โดยทั่วไปไม่สามารถทำความสะอาดให้ปลอดภัยได้ CDC แนะนำให้ทิ้งวัสดุเหล่านี้ ส่วนพื้นผิวแข็ง เช่น กระเบื้อง โลหะ พลาสติก และไม้ที่ผิวเรียบ สามารถล้างด้วยน้ำผสมผงซักฟอก ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อได้ การใช้น้ำยาฟอกขาวเข้มข้นราดลงบนราโดยไม่ล้างคราบออกก่อน หรือผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน เป็นวิธีที่ไม่ได้ผลและเสี่ยงต่อก๊าซพิษ
ประเด็นสำคัญที่สุดคือความชื้น การพ่นฆ่าเชื้อหรือการใช้น้ำยาใด ๆ จะได้ผลไม่นาน ถ้าต้นเหตุของความชื้นยังอยู่ บ้านต้องได้รับการรื้อของเสียหายออก เปิดระบายอากาศ ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้น และซ่อมจุดที่น้ำรั่วซึมก่อน แล้วการฆ่าเชื้อจึงจะช่วยปิดงานได้อย่างแท้จริง
องค์การอนามัยโลก (WHO) มีแนวทางเรื่องความชื้นและเชื้อราในอาคาร ซึ่งเน้นว่าวิธีที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมความชื้นและกำจัดแหล่งที่ราเติบโต ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำสำหรับบ้านหลังน้ำท่วมว่า ให้ทำให้บ้านแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเท่าที่ทำได้ ทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำและขึ้นรา ล้างพื้นผิวแข็งด้วยน้ำและผงซักฟอก และสวมอุปกรณ์ป้องกันระหว่างทำความสะอาดรา ได้แก่ หน้ากาก N95 ถุงมือยาง แว่นตาป้องกันที่ไม่มีช่องระบาย และรองเท้าบู๊ต
CDC ยังแนะนำว่าผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้ป่วยหอบหืด และผู้ที่มีโรคปอด ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดราด้วยตัวเอง กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็เตือนเรื่องโรคที่มากับน้ำท่วม ทั้งโรคทางเดินหายใจ โรคผิวหนัง และให้ทิ้งอาหารที่ขึ้นราหรือสัมผัสน้ำท่วม บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ยึดหลักการเดียวกัน คือเป็นขั้นตอนหลังการรื้อ ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ใช่การทดแทนขั้นตอนเหล่านั้นหรือการรักษาพยาบาล
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน อาคาร และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบหลักคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการ ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก ระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าบริการระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 โดยมีลูกค้าทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
ข้อควรรู้อย่างตรงไปตรงมา: มิวคอร์และไรโซปัสเป็นเชื้อรา ซึ่งอยู่ในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ชื่อสกุลมิวคอร์และไรโซปัสไม่ได้ระบุเป็นรายชื่อเฉพาะบนหน้าเว็บไซต์ของ WHD หากต้องการข้อมูลผลทดสอบสำหรับราสองสกุลนี้ สอบถาม WHD ได้โดยตรง และต้องย้ำว่า การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แทนการทิ้งวัสดุที่ขึ้นรา และไม่ได้แก้ปัญหาความชื้นที่ยังค้างอยู่ สำหรับกลิ่นอับในห้องที่ปิดทึบ สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนบ้านและอาคาร เป็นบริการเสริมได้
ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และขอใบกำกับภาษีได้ ราคาและวันนัดหมายขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดงาน กรุณาสอบถามโดยตรง
กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่พบได้บ่อย คุณต้นเปิดโฮมสเตย์บ้านไม้ห้าห้องริมลำน้ำ น้ำป่าเข้าท่วมห้องชั้นล่างสามห้องประมาณครึ่งเมตร หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ห้องที่ปิดไว้เริ่มมีกลิ่นอับ ที่นอนมีจุดรา และผนังไม้ด้านล่างมีคราบขาวเทา คุณต้นกังวลว่าแขกจะร้องเรียน และไม่อยากให้พนักงานที่เป็นหอบหืดเข้าไปทำความสะอาด
คุณต้นปรึกษา WHD ทาง LINE พร้อมส่งภาพแต่ละห้อง ทีมแนะนำให้ทิ้งที่นอนและม่านที่ขึ้นรา ให้ทีมงานที่ไม่มีโรคปอดสวมหน้ากาก N95 ล้างพื้นผิวแข็ง และเปิดพัดลมให้ห้องแห้งหลายวันก่อน เมื่อบ้านแห้งแล้ว ช่างนัดเข้าพ่นฆ่าเชื้อทีละห้อง โดยให้ทุกคนออกจากโซนระหว่างพ่น หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง คุณต้นเปิดระบายอากาศ จัดห้องใหม่ และพิจารณาบริการอบโอโซนสำหรับห้องที่ยังมีกลิ่นอับ
เป็นชื่อที่สื่อใช้เรียกโรคมิวคอร์ไมโคซิส ซึ่งเกิดจากราในกลุ่มมิวคอร์และไรโซปัส เป็นโรคที่พบไม่บ่อยแต่รุนแรง มักเกิดในผู้มีภูมิต้านทานต่ำหรือเบาหวานที่คุมไม่ดี
สำหรับคนสุขภาพแข็งแรงส่วนใหญ่ไม่ทำให้ติดเชื้อ แต่ราในบ้านกระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืดได้ ส่วนผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอาจติดเชื้อรุนแรง ต้องพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเตือน
ไม่ติดต่อจากคนสู่คน รับเชื้อจากการหายใจเอาสปอร์ จากแผลที่สัมผัสดินโคลน และจากอาหารที่ขึ้นรา
ไม่เหมือนกัน ราเมือก (slime mold) เป็นสิ่งมีชีวิตอีกกลุ่ม ส่วนเชื้อราดำเกี่ยวกับราในกลุ่มมิวคอร์และไรโซปัส
ไม่ควรกิน ข้าวที่จมน้ำท่วมหรือขึ้นราควรทิ้งทั้งกระสอบ การตากแดดหรือซาวน้ำไม่ได้ทำให้ปลอดภัย
ทำให้บ้านแห้ง ทิ้งวัสดุอุ้มน้ำที่ขึ้นรา ล้างพื้นผิวแข็งด้วยน้ำผสมผงซักฟอก สวมหน้ากาก N95 แล้วจึงฆ่าเชื้อ
อาจเกี่ยวกับราในบ้านที่กระตุ้นภูมิแพ้ แต่อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ หากไอนาน มีไข้ เจ็บหน้าอก หรือไอเป็นเลือด ควรพบแพทย์
ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มเชื้อรา ส่วนมิวคอร์และไรโซปัสไม่ได้อยู่ในรายชื่อเฉพาะ สอบถามข้อมูลผลทดสอบกับ WHD ได้ และต้องรื้อของขึ้นราและทำให้บ้านแห้งก่อนพ่นเสมอ
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในแม่ฮ่องสอน โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามการให้บริการต่างจังหวัดและนัดหมาย
รื้อของขึ้นราและทำให้บ้านแห้งแล้ว แต่ยังกังวลเรื่องราที่อาจกลับมา ปรึกษาทีม WHD ได้ทุกวัน
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#เชื้อราดำ #มิวคอร์ไรโซปัส #เชื้อราขึ้นบ้านหลังน้ำท่วม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมแม่ลาน้อย2569 #น้ำท่วมแม่ฮ่องสอน2569 #พ่นฆ่าเชื้อแม่ฮ่องสอน #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #Chemgene
คำค้นหา: เชื้อราดำ หลังน้ำท่วม, มิวคอร์ ไรโซปัส, Mucor, Rhizopus, mucormycosis, เชื้อราขึ้นบ้านหลังน้ำท่วม, เชื้อราขึ้นผนังหลังน้ำท่วม, ข้าวขึ้นราหลังน้ำท่วม กินได้ไหม, เชื้อราดำ อันตรายไหม, เชื้อราดำ ติดต่อทางไหน, ไอไม่หยุดหลังน้ำลด, ราเมือก, น้ำท่วมแม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน ปี 2569, น้ำท่วมแม่ฮ่องสอน 2569, พ่นฆ่าเชื้อแม่ฮ่องสอน, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, CHEMGENE HLD4H