Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 3 จำนวนผู้เข้าชม |
ในภาคเหนือ คำว่า "ไข้หูดับ" เป็นโรคที่คนเลี้ยงหมู คนชำแหละหมู และคนที่ชอบกินลาบดิบหรือหลู้ ควรรู้จักมากที่สุด โรคนี้เกิดจากแบคทีเรีย สเตรปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ที่อยู่ในตัวหมู และอาจทำให้ผู้ป่วยมีไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง จนถึงหูอื้อหรือหูดับ หลังเหตุการณ์ น้ำป่าไหลหลากท่วมตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ปี 2569 หลายครอบครัวต้องจัดการทั้งบ้าน ครัว เล้าหมู และอาหารที่ได้รับความเสียหายพร้อมกัน บทความนี้อธิบายว่าไข้หูดับติดต่อทางไหน อาการเป็นอย่างไร ใครเสี่ยง วิธีป้องกันที่ได้ผลจริง และทำไมการล้างบ้านแล้วตามด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ จึงช่วยให้บ้านกลับมาปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยมากขึ้น
กรณีตัวอย่างนี้เป็นเรื่องเล่าที่สร้างจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในชนบทภาคเหนือ ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริง ลุงคำเลี้ยงหมูไว้สามตัวในเล้าเล็ก ๆ หลังบ้าน เป็นรายได้เสริมที่ตั้งใจจะขายช่วงปลายปี เย็นวันหนึ่ง ฝนที่ตกหนักบนดอยทำให้น้ำป่าสีแดงขุ่นไหลบ่าลงมาอย่างรวดเร็ว พัดเอากิ่งไม้และท่อนซุงมาด้วย น้ำทะลักเข้าบ้าน ครัว และเล้าหมูภายในเวลาไม่นาน ลุงคำกับลูกสาวต้องลุยน้ำต้อนหมูขึ้นที่สูง ระหว่างนั้นมือของลุงถูกขอบสังกะสีของเล้าบาดเป็นแผล
หลังน้ำลด บ้านทั้งหลังเต็มไปด้วยโคลนแดง หมูตัวหนึ่งดูซึม ไม่กินอาหาร เพื่อนบ้านแนะนำว่า "ชำแหละขายถูก ๆ ไปเลย ทำลาบกินกันก็ได้" ลูกสาวของลุงคำเคยอ่านข่าวเรื่องไข้หูดับจากหมูดิบ จึงค้นหาข้อมูลเพิ่มและโทรปรึกษาเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ ก่อนตัดสินใจไม่ชำแหละหมูที่ป่วยเอง และไม่ทำอาหารดิบจากหมูตัวนั้น ส่วนแผลที่มือของลุง ลูกสาวพาไปล้างแผลและให้พยาบาลที่ รพ.สต. ตรวจดู
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า หลังน้ำป่าในพื้นที่ชนบท ความเสี่ยงไม่ได้มาจากน้ำเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการตัดสินใจเรื่องอาหาร การจัดการสัตว์เลี้ยง และการดูแลแผลในช่วงที่ทุกคนเหนื่อยล้าและสับสน การให้ข้อมูลที่ถูกต้องจึงสำคัญไม่แพ้การล้างบ้าน
ตามรายงานของมติชน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.30 น. เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมฉับพลันในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน ราว 200 หลังคาเรือน น้ำมีสีแดงขุ่นและพัดพากิ่งไม้และท่อนซุงลงมาอุดสะพาน บ้านเรือนและรถยนต์ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย
น้ำป่าแตกต่างจากน้ำท่วมจากแม่น้ำที่ค่อย ๆ ขึ้น เพราะมาเร็ว แรง และพาตะกอนดินจำนวนมาก สีแดงขุ่นของน้ำบอกว่ามีดินจากภูเขาปนมาในปริมาณสูง เมื่อน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว ตะกอนเหล่านี้จะทิ้งชั้นโคลนหนาไว้ในบ้าน ใต้ถุน คอกสัตว์ และยุ้งฉาง โคลนเหล่านี้ผสมกับสิ่งปฏิกูลจากห้องส้วม มูลสัตว์จากคอกหมูและเล้าไก่ รวมถึงอาหารที่เน่าเสีย กลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียหลายชนิด
ในภาพรวมของประเทศ ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนกว่า 3.1 ล้านคน น้ำท่วมบ้านโฮ่ง ลำพูน ปี 2569 จึงเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่หลายครอบครัวในภาคเหนือต้องฟื้นฟูบ้านพร้อมกัน
สเตรปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) เป็นแบคทีเรียแกรมบวกรูปกลมที่เรียงตัวเป็นสาย อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในทางเดินหายใจส่วนบน ต่อมทอนซิล และโพรงจมูกของหมู หมูหลายตัวมีเชื้อโดยไม่แสดงอาการ แต่บางตัวป่วยเป็นไข้ ข้ออักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เชื้อพบได้ในเลือด เนื้อ และอวัยวะภายในของหมูที่มีเชื้อ โรคในคนที่เกิดจากเชื้อนี้ คนไทยเรียกกันว่า "ไข้หูดับ" เพราะผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยมีอาการสูญเสียการได้ยิน
ไข้หูดับอันตรายไหม คำตอบคืออันตรายและต้องพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ เชื้ออาจทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด และผู้ป่วยบางรายมีอาการหูหนวกถาวรหรือมีปัญหาการทรงตัวหลังหายป่วย กรมควบคุมโรครายงานว่าผู้ป่วยในประเทศไทยพบมากในภาคเหนือ ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมการกินอาหารพื้นบ้านที่ใช้เนื้อหมูและเลือดหมูดิบ เช่น ลาบดิบ หลู้ และส้า
ข่าวดีคือ โรคนี้ป้องกันได้ชัดเจน เพราะรู้ช่องทางการติดต่อแน่นอน หากกินหมูที่ปรุงสุกทั่วถึง และป้องกันแผลเวลาสัมผัสหมูหรือเนื้อหมูดิบ ความเสี่ยงจะลดลงมาก ในช่วงหลังน้ำท่วม สิ่งที่ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นคือสถานการณ์ที่ทำให้คนตัดสินใจเรื่องอาหารและสัตว์เลี้ยงอย่างเร่งรีบ
ไข้หูดับติดต่อสู่คนได้สองทางหลัก ทางแรกคือ การกิน เนื้อหมู เครื่องในหมู หรือเลือดหมูที่ดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง เช่น ลาบดิบ ลาบเลือด หลู้ ส้า หมูกระทะหรือหมูจุ่มที่ใช้ตะเกียบคีบหมูดิบแล้วนำเข้าปาก ทางที่สองคือ การสัมผัสผ่านแผล เมื่อมือหรือเท้าที่มีแผลสัมผัสหมูที่มีเชื้อ เลือดหมู หรือเนื้อหมูดิบ เช่น ระหว่างเลี้ยงหมู ชำแหละหมู หรือหั่นเนื้อในครัว โรคนี้โดยทั่วไปไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คน
น้ำป่าทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นหลายทาง ประการแรก หมูที่ถูกน้ำท่วม ตากฝน หรือเครียดจากการถูกต้อนหนี อาจป่วยได้ง่ายขึ้น ประการที่สอง ครอบครัวที่ขาดรายได้อาจถูกชักชวนให้ชำแหละหมูป่วยเพื่อขายราคาถูกหรือแจกจ่ายกินกันในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เสี่ยงมาก ประการที่สาม ไฟดับทำให้ตู้เย็นใช้ไม่ได้ เนื้อหมูที่ซื้อเก็บไว้อาจเสื่อมคุณภาพ ประการที่สี่ ระหว่างซ่อมเล้าหมูและเก็บกวาดบ้าน มือและเท้ามีแผลจากสังกะสี ตะปู และเศษไม้ได้ง่าย เมื่อแผลเหล่านี้ไปสัมผัสหมูหรือมูลหมู โอกาสรับเชื้อก็เพิ่มขึ้น
นอกจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส แล้ว คอกหมูและโคลนจากน้ำป่ายังมีแบคทีเรียอื่นจากมูลสัตว์ เช่น เชื้อที่ทำให้ท้องเสีย และเชื้อเลปโตสไปโรซิส (ฉี่หนู) ที่มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น การป้องกันจึงต้องครอบคลุมทั้งเรื่องอาหาร เรื่องแผล และเรื่องสุขอนามัยของพื้นผิวในบ้าน
คนจำนวนมากค้นหาว่า "ไข้หูดับ อาการเป็นอย่างไร" อาการมักเริ่มภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันหลังกินหมูดิบหรือสัมผัสเชื้อ โดยทั่วไปได้แก่ ไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ก้มคอลำบาก บางรายมีอาการหูอื้อ ได้ยินเสียงลดลง หรือหูดับทั้งสองข้าง เวียนศีรษะ เดินเซ บางรายมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง ปวดข้อ ข้อบวม ท้องเสีย หรือซึมสับสน
หากมีไข้สูงร่วมกับปวดศีรษะหรือคอแข็ง และมีประวัติกินหมูดิบหรือสัมผัสหมูภายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งแพทย์ให้ชัดเจนว่ากินอะไรมา หรือเลี้ยงหรือชำแหละหมูหรือไม่ การได้รับการรักษาเร็วช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะเรื่องการได้ยิน อย่าซื้อยากินเอง และอย่ารอให้ไข้ลดเองที่บ้าน
ข้อมูลอาการในบทความนี้มีไว้เพื่อให้รู้ว่าเมื่อไรต้องรีบไปพบแพทย์ ไม่ใช่เพื่อวินิจฉัยตัวเอง เพราะอาการไข้ ปวดศีรษะ และคอแข็ง อาจเกิดจากโรคอื่นที่พบหลังน้ำท่วมได้เช่นกัน การตรวจโดยแพทย์จึงจำเป็นเสมอ
กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ คนเลี้ยงหมูทั้งรายย่อยและฟาร์ม คนชำแหละหมู พ่อค้าแม่ค้าขายเนื้อหมูในตลาด แม่ครัวที่หั่นเนื้อหมูดิบเป็นประจำ และคนที่ชอบกินลาบดิบ หลู้ หรือเนื้อหมูที่สุกไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะเมื่อกินร่วมกับการดื่มสุรา ซึ่งทำให้มีโอกาสกินของดิบมากขึ้นและร่างกายอ่อนแอลง
ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคตับ โรคไต ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ผู้สูงอายุ และผู้ที่ตัดม้ามหรือมีภูมิต้านทานต่ำ อาจป่วยรุนแรงกว่าคนทั่วไป ส่วนในช่วงหลังน้ำป่า กลุ่มที่ต้องระวังเพิ่มคือคนที่ซ่อมคอกหมูและมีแผลที่มือหรือเท้า อาสาสมัครที่ช่วยต้อนสัตว์ และเด็กที่ช่วยผู้ใหญ่ทำงานในคอกโดยไม่มีถุงมือ
บ้านที่ถูกน้ำป่าสีแดงขุ่นท่วมจะมีโคลนหนาเกาะตามพื้น ผนังช่วงล่าง ใต้ถุน และขอบประตู จุดที่ควรให้ความสำคัญคือ ครัว โดยเฉพาะเขียง มีด อ่างล้างจาน และโต๊ะที่ใช้หั่นเนื้อหมู ซึ่งอาจปนเปื้อนทั้งจากโคลนและจากเนื้อหมูดิบ ตู้เย็นและตู้แช่ ที่ไฟดับหลายชั่วโมง ซึ่งมีน้ำเลือดจากเนื้อที่ละลายไหลเปื้อนชั้นวาง ห้องน้ำและส้วม ที่น้ำดันย้อน และ จุดสัมผัสบ่อย อย่างลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ ราวบันได และก๊อกน้ำ
สำหรับบ้านที่มีเล้าหมูติดตัวบ้าน พื้นที่ระหว่างเล้ากับครัวมักเป็นทางเดินที่ทั้งคนและสัตว์ใช้ร่วมกัน รองเท้าบู๊ต ถังอาหารหมู และอุปกรณ์ในคอกที่นำเข้ามาในบ้านอาจพาเชื้อจากคอกเข้าสู่ครัวได้ ควรแยกรองเท้าและอุปกรณ์สำหรับคอกออกจากของใช้ในบ้าน และล้างมือทุกครั้งก่อนเข้าครัว
สำหรับตัวคอกหมูเอง การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อคอกสัตว์ควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือสำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ซึ่งมีคำแนะนำเฉพาะเรื่องสุขภาพสัตว์ ส่วนบ้าน ครัว ร้านค้า และอาคารที่คนใช้ชีวิต เป็นพื้นที่ที่บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ช่วยดูแลได้
ด้านสุขภาพ คนในบ้านอาจป่วยด้วยโรคทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง หรือแผลติดเชื้อ ขณะที่ความเสี่ยงไข้หูดับเพิ่มขึ้นหากครัวยังปนเปื้อนและมีการชำแหละหรือหั่นหมูโดยไม่ระวัง ด้านรายได้ สำหรับครอบครัวที่เลี้ยงหมูหรือขายอาหาร การป่วยหนึ่งครั้งหมายถึงต้องหยุดงานและเสียรายได้ในช่วงที่ต้องใช้เงินซ่อมบ้านมากที่สุด ด้านชุมชน หากมีการแจกจ่ายเนื้อหมูป่วยในหมู่บ้าน ความเสี่ยงจะกระจายไปหลายครอบครัวพร้อมกัน ด้านจิตใจ ความไม่แน่ใจว่าบ้านและอาหารปลอดภัยหรือไม่ ทำให้ความเครียดหลังน้ำป่าสะสมนานขึ้น
โคลนจากน้ำป่ามีเนื้อดินละเอียดและเหนียว เมื่อแห้งจะเกาะแน่นตามร่องพื้นและผิวไม้ การฉีดน้ำหรือกวาดออกช่วยลดปริมาณโคลนได้ แต่ยังเหลือคราบบาง ๆ ที่มีแบคทีเรียอยู่ หลายบ้านใช้น้ำบ่อหรือน้ำประปาภูเขาที่ขุ่นในการล้าง ซึ่งอาจยังไม่สะอาดพอ การล้างจึงเป็นการลดสิ่งสกปรก ไม่ได้หมายความว่าพื้นผิวผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
อีกปัญหาคือการใช้น้ำยาผิดวิธี บางบ้านเทน้ำยาฟอกขาวเข้มข้นลงบนโคลนโดยตรง ซึ่งทำให้น้ำยาเสื่อมฤทธิ์เร็วเพราะทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ บางบ้านผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกันจนเกิดก๊าซที่เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ บางบ้านใช้น้ำยาเฉพาะจุดที่เห็นคราบ แต่ลืมเขียง ด้ามมีด มือจับตู้เย็น และสวิตช์ไฟ ซึ่งเป็นจุดที่มือสัมผัสบ่อยที่สุด
สำหรับบ้านที่เลี้ยงหมู ความท้าทายเพิ่มขึ้นอีกขั้น เพราะต้องแยกพื้นที่คอกกับพื้นที่ครัวให้ชัด และต้องใช้เวลาจัดการสัตว์ไปพร้อมกับซ่อมบ้าน การมีทีมช่างมาช่วยพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ในบ้านอย่างเป็นระบบหลังล้างเสร็จ ช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวได้มาก
องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ข้อมูลว่า Streptococcus suis เป็นเชื้อจากหมูที่ติดสู่คนได้ผ่านการสัมผัสหมูหรือเนื้อหมูดิบทางแผล และการกินเนื้อหมูที่ไม่สุก การป้องกันที่สำคัญคือการปรุงเนื้อหมูให้สุกทั่วถึง การสวมถุงมือเมื่อจับเนื้อหมูดิบ และการปิดแผล กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์ต่อเนื่องให้คนไทย "กินสุก" งดกินหมูดิบ ไม่ใช้ตะเกียบหรือช้อนคีบหมูดิบแล้วนำเข้าปาก และเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน
สำหรับบ้านที่ถูกน้ำท่วม ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ขนสิ่งของที่เสียหายออก ล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม ทำให้บ้านแห้งโดยเร็ว สวมถุงมือและรองเท้าบู๊ต และทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมหรือเก็บในตู้เย็นที่ไฟดับนานเกินไป หลักทั้งหมดนี้คือแนวทางที่ WHD ใช้ คือการพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนต่อจากการล้าง และไม่ใช่สิ่งที่ทดแทนการปรุงอาหารให้สุกหรือการไปพบแพทย์
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน อาคาร ร้านค้า และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบหลักคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการ ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก ระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าบริการระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และมีลูกค้าทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
ข้อควรรู้อย่างตรงไปตรงมา: เชื้อสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บไซต์ของ WHD ระบุไว้ สิ่งที่บอกได้คือเชื้อนี้เป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สอบถาม WHD ได้โดยตรง และต้องย้ำว่า ไข้หูดับป้องกันได้ด้วยการกินหมูสุกและป้องกันแผลเป็นหลัก การพ่นฆ่าเชื้อในบ้านช่วยเรื่องสุขอนามัยของพื้นผิว แต่ไม่ได้ทำให้เนื้อหมูดิบปลอดภัย
ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และขอใบกำกับภาษีได้ ราคาและวันนัดหมายขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดงาน กรุณาสอบถามโดยตรง
กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติที่พบได้บ่อย คุณแก้วมีแผงขายเนื้อหมูในตลาดเช้าและใช้ชั้นล่างของบ้านเป็นที่ตัดแต่งเนื้อ เมื่อน้ำป่าไหลเข้าบ้าน โต๊ะสแตนเลส เขียงไม้ และตู้แช่จมน้ำ หลังน้ำลด คุณแก้วทิ้งเนื้อในตู้แช่ทั้งหมดเพราะไฟดับนาน เปลี่ยนเขียงไม้ใหม่ และล้างพื้นที่ทั้งหมดด้วยตัวเอง
คุณแก้วติดต่อ WHD ทาง LINE ส่งภาพพื้นที่ตัดแต่งเนื้อ ห้องน้ำ และครัว ทีมแนะนำให้ล้างคราบไขมันและโคลนให้หมดก่อน วันนัดหมาย ทุกคนออกจากพื้นที่ ช่างแบ่งโซนและพ่นตามแนวที่น้ำเคยท่วมและจุดสัมผัสบ่อย หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง คุณแก้วเปิดระบายอากาศ ล้างโต๊ะที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำ แล้วจึงเริ่มงาน พร้อมสวมถุงมือทุกครั้งที่ตัดแต่งเนื้อ และแนะนำลูกค้าให้ปรุงหมูให้สุกทั่วถึง
โรคติดเชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส ที่มาจากหมู ทำให้มีไข้สูง ปวดศีรษะ คอแข็ง และอาจสูญเสียการได้ยิน
ติดจากการกินเนื้อหมูหรือเลือดหมูดิบหรือสุกไม่ทั่ว และจากการสัมผัสหมูหรือเนื้อหมูดิบผ่านแผล โดยทั่วไปไม่ติดต่อจากคนสู่คน
ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง หูอื้อหรือหูดับ เวียนศีรษะ เดินเซ บางรายมีผื่นหรือปวดข้อ
อันตรายและต้องรักษาโดยแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือสูญเสียการได้ยินถาวร
เสี่ยงถ้าใช้ตะเกียบคีบหมูดิบแล้วนำเข้าปาก หรือกินหมูที่ยังไม่สุก ควรแยกที่คีบหมูดิบและปิ้งหรือต้มให้สุกทั่วถึง
อาจเสี่ยงขึ้น เพราะหมูป่วยง่าย อาจมีการชำแหละหมูป่วยขาย ตู้เย็นไฟดับ และคนมีแผลจากการซ่อมคอกและบ้านมากขึ้น
กินหมูสุกเท่านั้น ไม่กินหมูป่วย สวมถุงมือเมื่อจับหมูหรือเนื้อดิบ ปิดแผล และล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง
ช่วยดูแลพื้นผิวในบ้านและครัวหลังล้างทำความสะอาด เชื้อนี้เป็นแบคทีเรียซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่ระบุผลทดสอบ สอบถามข้อมูลเฉพาะกับ WHD ได้ และการพ่นไม่ทดแทนการกินสุกและการป้องกันแผล
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในลำพูน โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามการให้บริการต่างจังหวัดและนัดหมาย
ล้างโคลนแดงเสร็จแล้ว แต่ยังกังวลเรื่องแบคทีเรียในบ้าน ครัว หรือร้านขายเนื้อ ปรึกษาทีม WHD ได้ทุกวัน
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#ไข้หูดับ #สเตรปโตค็อกคัสซูอิส #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมบ้านโฮ่ง2569 #น้ำท่วมลำพูน2569 #พ่นฆ่าเชื้อลำพูน #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #Chemgene
คำค้นหา: ไข้หูดับ หลังน้ำท่วม, สเตรปโตค็อกคัส ซูอิส, Streptococcus suis, ไข้หูดับ อาการ, ไข้หูดับ ติดต่อทางไหน, ไข้หูดับ อันตรายไหม, ไข้หูดับ ป้องกันอย่างไร, กินหมูดิบ ลาบดิบ เสี่ยงไข้หูดับ, หูอื้อ คอแข็ง มีไข้สูง, น้ำท่วมบ้านโฮ่ง ลำพูน ปี 2569, น้ำท่วมลำพูน 2569, พ่นฆ่าเชื้อลำพูน, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H