Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 6 จำนวนผู้เข้าชม |
ถ้าคุณกำลังค้นหาว่า "ตัวเหลืองตาเหลืองหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร" หรือ "ไวรัสตับอักเสบอี ติดต่อทางไหน" บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อคุณ ไวรัสตับอักเสบอี (Hepatitis E virus หรือ HEV) เป็นเชื้อไวรัสที่ทำให้ตับอักเสบ ติดต่อได้ง่ายผ่านน้ำดื่มและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ ซึ่งเป็นสภาพที่เกิดขึ้นบ่อยในชุมชนที่ถูกน้ำท่วมขังนานหลายวัน เราจะเล่าผ่านสถานการณ์ น้ำท่วมหมู่ 8-9 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ปี 2569 ที่ชาวบ้านต้องใช้เรือสัญจร แล้วอธิบายว่าเชื้อนี้คืออะไร อาการเป็นอย่างไร ใครเสี่ยง ป้องกันอย่างไร และทำไมหลังจากล้างโคลนเสร็จแล้ว บริการพ่นฆ่าเชื้อ จาก World Health Disinfection (WHD) จึงเป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยให้บ้านกลับมาน่าอยู่และสะอาดขึ้นอีกระดับ
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในชุมชนริมแม่น้ำหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ป้าน้อยอาศัยอยู่ในบ้านไม้ยกพื้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในชุมชนหมู่ 9 ตำบลบ้านป้อม ช่วงน้ำท่วมบ้านป้อม ปี 2569 ระดับน้ำขึ้นมาจนท่วมใต้ถุนและเข้ามาถึงพื้นบ้านชั้นล่าง ทุกเช้าลูกชายของป้าต้องพายเรือออกไปซื้อของกินที่ปากซอย ส่วนไก่ชนที่เลี้ยงไว้ก็ต้องย้ายขึ้นแพที่ช่วยกันต่อขึ้นมาเอง เรื่องที่ป้ากังวลไม่ใช่แค่ข้าวของที่เปียก แต่คือห้องน้ำที่ใช้ไม่ได้ ถังเก็บน้ำที่น้ำท่วมถึงขอบ และน้ำที่ไหลผ่านหน้าบ้านทุกวันซึ่งมีทั้งขยะ เศษใบไม้ และกลิ่นที่บอกชัดว่ามีสิ่งปฏิกูลปนอยู่
หลายครอบครัวในสถานการณ์แบบนี้เลือกใช้น้ำที่มีอยู่ไปก่อน ทั้งล้างจาน ล้างผัก หรือบางครั้งก็ใช้ดื่มเมื่อน้ำขวดหมด เพราะการออกไปซื้อน้ำต้องใช้เรือและเสียเวลามาก สิ่งที่ตามมาอาจยังไม่ปรากฏในวันนั้น แต่ไวรัสบางชนิดมีระยะฟักตัวนานหลายสัปดาห์ ไวรัสตับอักเสบอีคือหนึ่งในนั้น หลายคนอาจเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ แล้วสังเกตเห็นว่าปัสสาวะมีสีเข้มเหมือนน้ำชา หรือตาเริ่มเหลือง หลังจากที่น้ำลดไปนานแล้ว จนไม่ได้นึกว่าอาการนั้นอาจเกี่ยวกับช่วงน้ำท่วม
เมื่อน้ำเริ่มลด ลูกชายของป้าตั้งใจจะขัดล้างบ้านให้เสร็จภายในสองวัน แต่ยิ่งล้างยิ่งเห็นว่าคราบโคลนเข้าไปอยู่ตามร่องไม้ ขาโต๊ะ ใต้ตู้กับข้าว และรอบโอ่งน้ำ ความสะอาดที่ตาเห็นจึงไม่ใช่ความสะอาดที่ครอบคลุมทุกจุด นี่คือเหตุผลที่บทความนี้จะพาไปรู้จักไวรัสตับอักเสบอีให้ลึกขึ้น และวางลำดับการฟื้นฟูบ้านที่ถูกต้อง ตั้งแต่การดูแลน้ำดื่ม การล้างโคลน ไปจนถึงการพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวโดยทีมงานมืออาชีพ
ตามรายงานข่าวของ MGR Online วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในหมู่ 8-9 ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปี 2569 ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 1-2 เมตร และระดับน้ำทรงตัวอยู่ราว 1.2-1.5 เมตร โดยเฉพาะหมู่ 9 ซึ่งมีประมาณ 80 ครัวเรือน หรือราว 250 คน ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรไปมา และมีการทำแพขึ้นมาเพื่อเลี้ยงไก่ชนให้พ้นน้ำ รายงานระบุว่าสาเหตุมาจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ภาพรวมระดับประเทศก็หนักไม่แพ้กัน ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ซึ่งเผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้บอกว่าน้ำท่วมปี 2569 ไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะบ้านป้อม แต่เป็นปัญหาสุขอนามัยที่กระจายไปทั่ว และทุกบ้านที่น้ำเข้าต้องคิดเรื่องเชื้อโรคหลังน้ำลดอย่างจริงจัง
ลักษณะเฉพาะของน้ำท่วมบ้านป้อม ปี 2569 ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสตับอักเสบอีโดยตรงมีอย่างน้อยสามข้อ ข้อแรก น้ำท่วมขังนานและสูงจนส้วมและบ่อเกรอะใช้งานไม่ได้ สิ่งปฏิกูลจึงมีโอกาสปนลงไปในน้ำที่ไหลรอบบ้าน ข้อสอง การเดินทางด้วยเรือทำให้การหาน้ำดื่มสะอาดยากขึ้น ข้อสาม ชุมชนอยู่ติดแม่น้ำ น้ำที่ท่วมเป็นน้ำไหลที่พาสิ่งปนเปื้อนจากต้นน้ำและชุมชนอื่นมาด้วย ทั้งหมดนี้คือเงื่อนไขที่ทำให้เชื้อที่ติดต่อทางอุจจาระสู่ปากแพร่ได้ง่ายกว่าช่วงปกติ
ไวรัสตับอักเสบอี เป็นไวรัสชนิดอาร์เอ็นเอขนาดเล็กที่ไม่มีเปลือกหุ้มไขมัน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปเพิ่มจำนวนในเซลล์ตับ ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคตับอักเสบอีพบได้ทั่วโลก แต่พบมากในพื้นที่ที่ขาดน้ำสะอาดและระบบสุขาภิบาลที่ดี และมักเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเมื่อแหล่งน้ำดื่มปนเปื้อนอุจจาระ เช่น ช่วงน้ำท่วมหรือหลังภัยพิบัติ
คำถามที่คนค้นหาบ่อยคือ "ไวรัสตับอักเสบอี อันตรายไหม" คำตอบคือ ในคนสุขภาพดีส่วนใหญ่ โรคนี้มักหายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ และหลายคนติดเชื้อโดยไม่มีอาการเลย แต่ในบางกลุ่มอาจรุนแรงได้มาก โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ช่วงไตรมาสท้าย ผู้ที่มีโรคตับเรื้อรังอยู่เดิม และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งอาจเกิดภาวะตับวายเฉียบพลันหรือติดเชื้อเรื้อรังได้ จึงไม่ควรมองว่าเป็นแค่อาการอ่อนเพลียธรรมดาหลังน้ำท่วม
ไวรัสตับอักเสบอีแตกต่างจากไวรัสตับอักเสบบีและซีซึ่งติดต่อทางเลือดและเพศสัมพันธ์ แต่จะคล้ายกับไวรัสตับอักเสบเอตรงที่ติดต่อผ่านทางการกินเป็นหลัก ไวรัสถูกขับออกมาทางอุจจาระของผู้ติดเชื้อ เมื่ออุจจาระนั้นปนเปื้อนลงในน้ำหรืออาหาร คนอื่นที่ดื่มหรือกินเข้าไปก็จะได้รับเชื้อต่อ นอกจากนี้ยังมีไวรัสชนิดย่อยที่พบในสัตว์ เช่น สุกร ซึ่งคนอาจได้รับเชื้อจากการกินเนื้อหมูหรือเครื่องในหมูที่ปรุงไม่สุก โดยเฉพาะตับหมู
จุดสำคัญที่ทำให้ไวรัสตับอักเสบอีน่ากังวลหลังน้ำท่วมคือ ระยะฟักตัวยาว โดยทั่วไปอยู่ราว 2 ถึง 10 สัปดาห์ เฉลี่ยประมาณ 5-6 สัปดาห์ ทำให้คนที่ได้รับเชื้อในช่วงน้ำท่วมบ้านป้อม ปี 2569 อาจเริ่มมีอาการในช่วงที่ทุกอย่างดูเหมือนกลับสู่ปกติแล้ว และผู้ติดเชื้อสามารถขับไวรัสออกทางอุจจาระได้ตั้งแต่ก่อนมีอาการ จึงแพร่ต่อให้คนในบ้านได้โดยไม่รู้ตัว หากห้องน้ำหรือมือไม่สะอาดพอ
เส้นทางหลักของไวรัสตับอักเสบอีคือ อุจจาระสู่ปาก ในสถานการณ์น้ำท่วม เส้นทางนี้เปิดกว้างกว่าปกติหลายเท่า ลองนึกภาพชุมชนริมแม่น้ำที่น้ำท่วมสูงเกินหนึ่งเมตรติดต่อกันหลายวัน ส้วมซึมและบ่อเกรอะจมใต้น้ำ สิ่งปฏิกูลจึงลอยปนออกมาในน้ำรอบบ้าน น้ำนั้นไหลผ่านใต้ถุนบ้าน ซึมเข้าถังเก็บน้ำที่ปิดไม่สนิท และเปื้อนภาชนะ เขียง จาน ชาม ที่วางอยู่ชั้นล่าง
ช่องทางที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมมีดังนี้
นอกจากนี้ ช่วงน้ำท่วมมักมีไฟฟ้าดับ ตู้เย็นหยุดทำงาน อาหารเน่าเสียเร็ว และหลายบ้านต้องรับอาหารแจกที่วางทิ้งไว้นาน ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้เกิดไวรัสตับอักเสบอีโดยตรง แต่ทำให้สุขอนามัยด้านอาหารโดยรวมแย่ลง และเพิ่มโอกาสที่เชื้อทางเดินอาหารหลายชนิดจะเข้าสู่ร่างกายพร้อมกัน
ประเด็นที่ต้องเข้าใจให้ตรงกันคือ ไวรัสตับอักเสบอีไม่ได้ติดต่อทางการหายใจ และไม่ได้ติดต่อเพียงแค่เดินผ่านน้ำท่วม แต่ต้องมีการ "กลืน" เชื้อเข้าไป ดังนั้นการป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือการตัดเส้นทางจากน้ำและสิ่งปฏิกูลไปสู่ปาก ทั้งเรื่องน้ำดื่ม อาหาร มือ และพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร ส่วนการทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวในบ้านเป็นตัวช่วยลดโอกาสที่มือจะไปแตะเชื้อซ้ำ
คำค้นหาอย่าง "ตัวเหลืองหลังน้ำท่วม" "ปัสสาวะสีเข้มเหมือนน้ำชา" หรือ "อ่อนเพลียเบื่ออาหารหลังน้ำลด" เป็นสัญญาณที่ควรใส่ใจ เพราะอาการของไวรัสตับอักเสบอีมักเริ่มแบบไม่จำเพาะก่อน แล้วจึงตามมาด้วยอาการของตับอักเสบ อาการที่พบได้บ่อยมีดังนี้
อาการเหล่านี้อาจคล้ายกับโรคอื่นที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ หรือโรคฉี่หนู (เลปโตสไปโรซิส) ซึ่งก็ทำให้มีไข้และตัวเหลืองได้เช่นกัน การแยกโรคจึงต้องอาศัยแพทย์และการตรวจเลือด ไม่ควรวินิจฉัยเองจากอาการ หากคุณหรือคนในบ้านมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติภายในไม่กี่สัปดาห์หลังน้ำท่วม ควรไปพบแพทย์ และแจ้งประวัติว่าเคยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ใช้น้ำที่ไม่แน่ใจความสะอาด หรือลุยน้ำมา
อาการที่ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่ ซึมลง สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง อาเจียนมากจนกินอะไรไม่ได้ มีเลือดออกผิดปกติ ตัวเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการตัวเหลือง ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของการตั้งครรภ์ ห้ามซื้อยาลดไข้หรือยาสมุนไพรมากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางชนิดเพิ่มภาระให้ตับที่กำลังอักเสบอยู่
ในชุมชนอย่างหมู่ 8-9 บ้านป้อม ปี 2569 ซึ่งมีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่ต้องออกไปทำงานลุยน้ำทุกวัน กลุ่มที่ควรดูแลเป็นพิเศษมีดังนี้
เด็กเล็กมักติดเชื้อแล้วมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ แต่ก็ยังขับไวรัสออกทางอุจจาระได้ การดูแลผ้าอ้อม กระโถน และการล้างมือของผู้ดูแลเด็กจึงสำคัญไม่แพ้กัน
เมื่อพูดถึงไวรัสตับอักเสบอี เราไม่ได้หมายความว่าไวรัสลอยอยู่ในอากาศหรือเกาะผนังรอคนผ่าน แต่หมายถึงคราบสิ่งปฏิกูลและโคลนที่ค้างอยู่ตามพื้นผิว ซึ่งมือจะไปสัมผัสแล้วนำเข้าปากในภายหลัง บ้านไม้ยกพื้นริมน้ำแบบบ้านป้อม ปี 2569 มีจุดที่ควรให้ความสำคัญดังนี้
จุดเหล่านี้คือจุดที่ทีมงาน WHD ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในขั้นตอนสำรวจและแบ่งโซนก่อนพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อไม่ให้พลาดพื้นที่ที่มือสัมผัสบ่อย
ความเสียหายจากน้ำท่วมไม่ได้จบที่เฟอร์นิเจอร์พังหรือรถจมน้ำ หากคนในบ้านป่วยด้วยโรคทางเดินอาหารหรือตับอักเสบหลังน้ำลด ผลกระทบจะลามไปหลายด้าน
ด้านสุขภาพ คนที่ป่วยด้วยไวรัสตับอักเสบอีมักอ่อนเพลียต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ ทำงานหนักไม่ไหว และต้องงดสุราและระวังยาหลายชนิด ส่วนหญิงตั้งครรภ์ต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดจากแพทย์ ด้านเงิน การหยุดงานในช่วงที่ต้องซ่อมบ้านและซื้อของใหม่ เป็นภาระซ้ำเติมครอบครัวที่เพิ่งเสียหายจากน้ำท่วม ค่าเดินทางไปโรงพยาบาลในช่วงที่ถนนยังไม่แห้งก็สูงกว่าปกติ ด้านเวลา หากมีคนป่วยในบ้าน การฟื้นฟูบ้านจะล่าช้าลงอีก เพราะกำลังคนลดลง และ ด้านครอบครัว ความกังวลว่าคนอื่นในบ้านจะติดต่อ ทำให้ทุกคนเครียดและพักผ่อนไม่พอ
การลงทุนกับขั้นตอนป้องกันตั้งแต่ต้น เช่น จัดการน้ำดื่มให้ปลอดภัย ล้างบ้านอย่างเป็นระบบ และพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย จึงคุ้มค่ากว่าการรอให้มีคนป่วยแล้วค่อยแก้ไข
หลายบ้านใช้วิธีฉีดน้ำแรง ๆ ไล่โคลน แล้วถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นหอม ๆ ก็ถือว่าเสร็จ วิธีนี้ช่วยให้บ้านดูสะอาดขึ้นมาก แต่ยังมีช่องโหว่หลายจุดที่ควรรู้
การทำความสะอาดจึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้และต้องทำก่อนเสมอ แต่ขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยปิดช่องโหว่คือการพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวอย่างเป็นระบบด้วยน้ำยาเกรดการแพทย์ โดยช่างที่ได้รับการฝึกอบรม
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) แนะนำว่าหลังน้ำท่วม ควรทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมด้วยน้ำสะอาดและสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ โดยเฉพาะพื้นผิวที่สัมผัสอาหารและของเล่นเด็ก ของที่ซึมน้ำและทำความสะอาดไม่ได้ เช่น ฟูก พรม หรือของเล่นผ้า ควรพิจารณาทิ้ง ส่วนองค์การอนามัยโลกเน้นว่าการป้องกันไวรัสตับอักเสบอีที่ดีที่สุดคือการมีน้ำดื่มที่ปลอดภัย การจัดการสิ่งปฏิกูลที่ถูกต้อง และการล้างมือ
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็ย้ำหลักเดียวกันในช่วงน้ำท่วม คือ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" ดื่มน้ำสะอาด และหลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น หลักการทั้งหมดนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน คือ ต้องเอาสิ่งสกปรกออกก่อน แล้วจึงใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมกับพื้นผิวที่สะอาดแล้ว เพราะคราบโคลนและสารอินทรีย์จะลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อเกือบทุกชนิด
ความจริงที่ต้องบอกตรง ๆ: ไวรัสตับอักเสบอีไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุว่าได้ทดสอบไว้ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยรายชื่อที่ระบุไว้ ได้แก่ SARS-CoV-2 (COVID-19), RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1, โนโรไวรัส และไวรัสมือเท้าปาก เป็นต้น ไวรัสตับอักเสบอีเป็นไวรัสกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่เราไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะต่อเชื้อชนิดนี้ หากคุณต้องการข้อมูลผลทดสอบสำหรับเชื้อตัวใดตัวหนึ่ง สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง และขอย้ำว่าการป้องกันไวรัสตับอักเสบอีที่สำคัญที่สุดคือน้ำดื่มสะอาด อาหารปรุงสุก และการล้างมือ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นตัวช่วยด้านสุขอนามัยของพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้ทดแทนสิ่งเหล่านี้
World Health Disinfection (WHD) ให้บริการ พ่นฆ่าเชื้อ สำหรับบ้าน อาคาร และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้วิธีพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายเข้าถึงมุมและซอกต่าง ๆ ได้ดี น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยรายชื่อที่ระบุไว้มีทั้ง COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% หน้าเว็บยังแสดงการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าที่ใช้บริการมีตั้งแต่โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร ไปจนถึงอาคารที่พักอาศัย
สำหรับชุมชนต่างจังหวัดอย่างบ้านป้อม อยุธยา ปี 2569 WHD มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 และไม่มีสาขาในพื้นที่ แต่สามารถนัดหมายงานต่างจังหวัดผ่านโทรศัพท์และ LINE ได้ ทีมงานจะประเมินพื้นที่และสภาพการเข้าถึงก่อน เพราะบางจุดยังต้องรอให้น้ำลดและถนนเข้าออกได้ จึงไม่สามารถรับปากว่าจะเข้างานได้ภายในวันเดียวกัน
เราไม่อ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้าง หลังกลับเข้าพื้นที่ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศ และล้างภาชนะใส่อาหารด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนใช้งาน ส่วนโปรโมชันตามหน้าเว็บ ลูกค้าจะได้รับสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรีเมื่อใช้บริการ และสามารถขอใบกำกับภาษีได้ ราคาขึ้นกับขนาดพื้นที่และสภาพหน้างาน กรุณาสอบถามทีมงานโดยตรง
ติดต่อทางการกินเป็นหลัก คือดื่มน้ำหรือกินอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระของผู้ติดเชื้อ และกินเนื้อหมูหรือตับหมูที่ไม่สุก ไม่ติดต่อทางการหายใจ ช่วงน้ำท่วมความเสี่ยงสูงขึ้นเพราะน้ำดื่มและภาชนะมีโอกาสปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลมากขึ้น
เริ่มจากอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องใต้ชายโครงขวา ต่อมาอาจมีปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด ตาเหลือง ตัวเหลือง หลายคนติดเชื้อโดยไม่มีอาการเลย
อาจเกิดได้จากหลายโรค เช่น ไวรัสตับอักเสบเอ ไวรัสตับอักเสบอี หรือโรคฉี่หนู ต้องให้แพทย์ตรวจเลือดเพื่อแยกโรค ควรไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งประวัติว่าอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม
คนสุขภาพดีส่วนใหญ่หายได้เองภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่หญิงตั้งครรภ์ ผู้มีโรคตับเรื้อรัง และผู้ภูมิคุ้มกันต่ำอาจมีอาการรุนแรงได้ จึงควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินเอง
ประมาณ 2 ถึง 10 สัปดาห์ เฉลี่ยราว 5-6 สัปดาห์ จึงควรสังเกตอาการต่อเนื่องแม้น้ำลดไปนานแล้ว
ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวด กินอาหารปรุงสุก ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ จัดการสิ่งปฏิกูลให้ถูกวิธี ล้างบ้านให้สะอาด แล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวในครัวและห้องน้ำ
เราไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะต่อไวรัสตับอักเสบอี น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา หากต้องการข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สอบถามทีมงาน WHD ได้ การพ่นฆ่าเชื้อช่วยด้านสุขอนามัยของพื้นผิว แต่การป้องกันหลักยังเป็นน้ำดื่มสะอาดและการล้างมือ
ต้องล้างก่อนเสมอ ขนโคลนและล้างด้วยน้ำสะอาดให้เรียบร้อย เพราะโคลนและคราบสกปรกทำให้น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่เต็มที่
ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ระหว่างพ่นต้องไม่มีคนหรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในโซน และให้ทำตามเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างาน
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในอยุธยา แต่รับนัดหมายงานพื้นที่น้ำท่วมอยุธยา ปี 2569 และงานต่างจังหวัดอื่นผ่านโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะประเมินพื้นที่และการเดินทางก่อนยืนยันวันเข้างาน
ดื่มเฉพาะน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ไม่ลุยน้ำหรือล้างโคลนเอง ให้คนอื่นทำความสะอาดแทน และไม่อยู่ในบ้านระหว่างพ่นฆ่าเชื้อ หากมีอาการตัวเหลืองหรืออ่อนเพลียผิดปกติ ให้รีบพบแพทย์
ล้างโคลนเสร็จแล้วแต่ยังไม่มั่นใจเรื่องครัว ห้องน้ำ และพื้นผิวที่ทุกคนจับทุกวัน ปรึกษาทีมงาน WHD ได้ทันที ส่งภาพหน้างานมาให้ประเมินก่อนได้
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
World Health Disinfection เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 รับงานต่างจังหวัดผ่านการนัดหมายทางโทรศัพท์และ LINE
#ไวรัสตับอักเสบอี #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #น้ำท่วมอยุธยา2569 #น้ำท่วมบ้านป้อม2569 #พ่นฆ่าเชื้ออยุธยา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #น้ำท่วม2569 #พ่นฆ่าเชื้อ #Chemgene
คำค้นหา: ไวรัสตับอักเสบอี หลังน้ำท่วม, Hepatitis E virus, ตัวเหลืองตาเหลืองหลังน้ำท่วม, ปัสสาวะสีเข้มหลังน้ำลด, ไวรัสตับอักเสบอี ติดต่อทางไหน, ไวรัสตับอักเสบอี อาการ, ไวรัสตับอักเสบอี ป้องกันอย่างไร, น้ำท่วมบ้านป้อม อยุธยา ปี 2569, น้ำท่วมอยุธยา 2569, พ่นฆ่าเชื้ออยุธยา, บริการพ่นฆ่าเชื้อใกล้ฉัน, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H