Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 8 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วม ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ริมลำมาศ เป็นน้ำท่วมแบบทุ่งนาที่มวลน้ำจากหลายอำเภอต้นน้ำไหลมารวมกัน ถนนสายบ้านหินโคนไปบ้านกระทิงจมน้ำเป็นระยะทางยาว ชาวบ้านต้องอาศัยรถไถลากพ่วงขนรถจักรยานยนต์ข้ามน้ำ ขณะที่นาข้าวนับพันไร่จมอยู่ใต้น้ำ น้ำแบบนี้ไหลผ่านทุ่งนา คอกวัวควาย เล้าไก่ บ่อปลา และส้วมของบ้านเรือน ก่อนจะเอ่อเข้าบ้าน บทความนี้พาไปรู้จักเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในหินโคน ลำปลายมาศ ทั้งแบคทีเรียในดินนา เชื้อจากมูลสัตว์ เชื้อก่อโรคท้องร่วง ไวรัสตับอักเสบ และเชื้อราในยุ้งข้าว พร้อมอธิบายว่าทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ที่ทำต่อจากการล้างโคลนจึงช่วยให้บ้านกลับมาปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยมากขึ้น
ตามรายงานของสยามรัฐ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 มวลน้ำจาก 7 อำเภอต้นน้ำของจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ บ้านกรวด โนนดินแดง ปะคำ ประโคนชัย ละหานทราย เฉลิมพระเกียรติ และนางรอง ไหลมาสมทบลำมาศ จนน้ำเอ่อล้นท่วม 6 หมู่บ้าน ในพื้นที่ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ กระทบกว่า 1,000 ครัวเรือน (แหล่งข่าว: สยามรัฐ)
รายงานเดียวกันระบุว่า ถนนสายบ้านหินโคนไปบ้านกระทิงมีน้ำท่วมสูงราว 30 ถึง 50 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ชาวบ้านต้องใช้รถไถลากพ่วงช่วยขนรถจักรยานยนต์ข้ามน้ำ และนาข้าวได้รับความเสียหายราว 3,200 ไร่
ในภาพรวมระดับประเทศ กรมประชาสัมพันธ์รายงานข้อมูลจาก ปภ. ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขทั้งหมดเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน จึงควรติดตามประกาศของอำเภอและจังหวัดอย่างใกล้ชิด
สิ่งที่ข้อเท็จจริงเหล่านี้บอกเราคือ น้ำท่วมที่หินโคนเป็นน้ำที่เดินทางไกล ผ่านพื้นที่เกษตรของหลายอำเภอ และแช่ขังอยู่ในทุ่งนากับถนนเป็นเวลาหลายวัน น้ำลักษณะนี้มีโอกาสสะสมเชื้อจากดินนา ปัสสาวะและมูลสัตว์ รวมถึงสิ่งปฏิกูลจากชุมชนตลอดเส้นทาง เมื่อเอ่อเข้าบ้าน เชื้อเหล่านั้นจึงติดเข้ามาด้วย
เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อยในพื้นที่น้ำท่วมทุ่งนา ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของบุคคลจริง
ลุงสมชายกับป้าบุญมีทำนามาตลอดชีวิต บ้านไม้ยกใต้ถุนของทั้งสองอยู่ไม่ไกลจากถนนที่จมน้ำ ช่วงที่ลำมาศเอ่อ ลูกชายต้องฝากรถจักรยานยนต์ขึ้นพ่วงรถไถของเพื่อนบ้านเพื่อข้ามน้ำไปทำงานในตัวอำเภอทุกเช้า ส่วนหลานสองคนต้องหยุดเรียนหลายวัน
น้ำเข้าใต้ถุนบ้านและท่วมห้องครัวที่อยู่ชั้นล่าง กระสอบปุ๋ย ข้าวสารบางส่วน และอุปกรณ์ทำนาจมน้ำ ไก่ที่เลี้ยงไว้ต้องย้ายขึ้นไปบนแคร่ วัวสองตัวต้องจูงไปผูกบนคันถนนที่สูงกว่า ลุงสมชายลุยน้ำทุกวันเพื่อดูนา ขาของแกมีรอยข่วนจากตอซังข้าวหลายจุด
เมื่อน้ำเริ่มลด ใต้ถุนบ้านเหลือโคลนดำปนเศษฟาง มูลวัว และมูลไก่ กลิ่นเหม็นอับลอยขึ้นมาถึงชั้นบน ผนังไม้ของครัวมีคราบน้ำและจุดราขึ้น ป้าบุญมีเริ่มกังวลเพราะหลานคนเล็กท้องเสียสองวันติดกัน และลุงสมชายบ่นปวดน่องผิดปกติ ลูกชายจึงพาลุงไปพบแพทย์ แพทย์ซักประวัติการลุยน้ำทันทีและให้การดูแลตามอาการ
ครอบครัวนี้ล้างใต้ถุนบ้านด้วยน้ำหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าครัวที่จะใช้หุงข้าวให้หลานกินปลอดภัยหรือยัง ความกังวลแบบนี้เป็นเรื่องที่ครอบครัวจำนวนมากในพื้นที่น้ำท่วมทุ่งนาเผชิญ และเป็นเหตุผลที่เราต้องเข้าใจเชื้อโรคแต่ละชนิดให้ชัดเจน
น้ำท่วมริมลำมาศเป็นน้ำที่ไหลผ่านนาข้าว พื้นที่เลี้ยงวัวควาย ไก่ และบ่อปลา แล้วขังอยู่หลายวัน เชื้อที่ต้องระวังจึงมีทั้งเชื้อจากดินนาที่เป็นที่รู้จักในภาคอีสาน เชื้อจากมูลสัตว์ เชื้อจากสิ่งปฏิกูล ไวรัสในเด็ก และเชื้อราในบ้านไม้กับยุ้งข้าว ด้านล่างคือเชื้อสำคัญ 12 ชนิด พร้อมชื่อวิทยาศาสตร์ วิธีที่น้ำท่วมพาเชื้อมา จุดที่เชื้อซ่อนหลังน้ำลด อาการ กลุ่มเสี่ยง และวิธีป้องกัน ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำในการรักษา หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์
มาอย่างไร: หนูนาและสัตว์เลี้ยง เช่น วัว ควาย สุกร และสุนัข ขับเชื้อออกมาทางปัสสาวะ เมื่อน้ำท่วมนาข้าวเป็นบริเวณกว้าง เชื้อจะกระจายอยู่ในน้ำที่ขังนิ่งและโคลนนา การลุยน้ำไปดูนา ไปทำงาน หรือเดินข้ามถนนที่จมน้ำ จึงเป็นการสัมผัสเชื้อโดยตรง
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนใต้ถุนบ้าน คันนา แอ่งน้ำข้างถนน คอกสัตว์ และบริเวณที่หนูหนีน้ำขึ้นมาอาศัย เช่น กองฟาง ยุ้งข้าว และหลังคาบ้าน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่องและโคนขา ตาแดง บางรายมีอาการตัวเหลืองหรือปัสสาวะน้อย ชาวนา ผู้เลี้ยงสัตว์ และผู้ที่มีแผลที่ขาเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด
ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทยางทุกครั้งที่ลงน้ำหรือลงนา ไม่ลุยน้ำเมื่อมีแผล ล้างตัวด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีหลังขึ้นจากน้ำ และรีบพบแพทย์เมื่อมีไข้หลังลุยน้ำ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม
มาอย่างไร: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำของนาข้าว และภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่รู้จักโรคนี้มานาน เมื่อน้ำท่วมนาและพัดโคลนเข้ามาใต้ถุนบ้าน เชื้อจากดินจึงอยู่ใกล้ตัวคนในบ้านมากขึ้น
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนนาที่ตกตะกอนใต้ถุน ลานบ้าน แปลงผัก น้ำขุ่นในแอ่ง และฝุ่นดินเมื่อโคลนแห้ง
อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าทางแผล การหายใจเอาละอองหรือฝุ่น และการกลืนน้ำปนเปื้อน อาการมีได้หลายแบบ เช่น ไข้เรื้อรัง ฝีตามร่างกาย หรือปอดอักเสบ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ ซึ่งพบได้มากในกลุ่มเกษตรกรวัยกลางคน มีความเสี่ยงสูง
ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือ ใส่หน้ากากเมื่อกวาดโคลนแห้ง ผู้มีโรคประจำตัวควรเลี่ยงงานล้างโคลนโดยตรง และพบแพทย์เมื่อมีไข้ไม่ลดหรือมีฝีหลังสัมผัสดินโคลน
มาอย่างไร: บ้านในชนบทจำนวนมากใช้ส้วมซึมและบ่อเกรอะ เมื่อน้ำท่วมขังหลายวัน ระดับน้ำใต้ดินสูงขึ้นจนดันสิ่งปฏิกูลขึ้นมาปนกับน้ำท่วม อีโคไลจึงเป็นตัวบ่งชี้ว่าน้ำปนเปื้อนอุจจาระ บางชนิดก่อโรคท้องร่วงได้
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ห้องน้ำ พื้นครัวชั้นล่าง ภาชนะที่จมน้ำ โอ่งน้ำ และเครื่องมือทำนาที่วางอยู่ใต้ถุน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ บางชนิดทำให้ถ่ายเป็นเลือด เด็กเล็กและผู้สูงอายุขาดน้ำได้เร็ว
ป้องกัน: ทิ้งอาหารที่โดนน้ำท่วม ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดแล้วฆ่าเชื้อก่อนใช้ และพาเด็กหรือผู้สูงอายุไปพบแพทย์เมื่อท้องเสียบ่อยหรือมีอาการอ่อนเพลียมาก
มาอย่างไร: ไก่ เป็ด และสัตว์เลี้ยงหลายชนิดมีซัลโมเนลลาในลำไส้ เมื่อเล้าไก่ถูกน้ำท่วมหรือต้องย้ายสัตว์ขึ้นมาอยู่ใกล้คน มูลสัตว์จะปนเปื้อนพื้น บันได และแคร่ที่คนใช้ร่วมกัน
ซ่อนอยู่ที่ไหน: แคร่ใต้ถุน พื้นระเบียง บันได ภาชนะใส่อาหารสัตว์ และไข่ที่เก็บจากเล้าซึ่งเคยจมน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ท้องเสีย ปวดบิดท้อง อาเจียน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรระวัง
ป้องกัน: แยกพื้นที่สัตว์ออกจากที่นอนและครัว ล้างมือหลังจับสัตว์ ทำความสะอาดคราบมูลสัตว์ก่อนฆ่าเชื้อ และปรุงไข่และเนื้อสัตว์ให้สุกทั่วถึง ซัลโมเนลลาเป็นหนึ่งในเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE ระบุไว้
มาอย่างไร: แคมไพโลแบคเตอร์พบมากในลำไส้ไก่และสัตว์ปีก น้ำท่วมที่ไหลผ่านเล้าไก่และฟาร์มขนาดเล็กในหมู่บ้านจึงพาเชื้อไปยังบ่อน้ำ โอ่ง และพื้นบ้าน
ซ่อนอยู่ที่ไหน: เขียง มีด ภาชนะที่ใช้ชำแหละไก่ พื้นครัว และน้ำในโอ่งที่น้ำท่วมเข้า
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย บางครั้งมีเลือดปน ปวดท้องเป็นพัก ๆ มีไข้ เด็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการขาดน้ำ
ป้องกัน: แยกเขียงเนื้อดิบกับอาหารสุก ล้างมือหลังจับไก่ ต้มน้ำก่อนดื่ม และฆ่าเชื้อภาชนะในครัวหลังน้ำลด
มาอย่างไร: อะมีบาชนิดนี้ติดต่อทางอุจจาระสู่ปาก ซีสต์ของมันทนทานในน้ำและดิน น้ำท่วมที่ปนสิ่งปฏิกูลจึงเป็นช่องทางแพร่เชื้อ โดยเฉพาะเมื่อใช้น้ำท่วมล้างผักหรือภาชนะ
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โอ่งเก็บน้ำ ผักริมรั้วที่จมน้ำ ภาชนะ และมือที่ไม่ได้ล้างหลังทำความสะอาดห้องน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ถ่ายเป็นมูกปนเลือด ปวดเบ่ง ปวดท้องเรื้อรัง บางรายมีฝีที่ตับ ผู้ที่ดื่มน้ำไม่สะอาดเสี่ยงสูง
ป้องกัน: ต้มน้ำให้เดือดก่อนดื่ม ล้างผักด้วยน้ำสะอาดหลายรอบ ไม่กินผักที่จมน้ำท่วม และล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้ง
มาอย่างไร: โรตาไวรัสติดต่อทางอุจจาระสู่ปากและแพร่ได้ง่ายมากในเด็กเล็ก เมื่อเด็กต้องหยุดเรียนและอยู่รวมกันในบ้านหรือศูนย์พักพิง ของเล่นและภาชนะที่ใช้ร่วมกันจึงเป็นทางผ่านของเชื้อ
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ของเล่น ขวดนม ที่นอนเด็ก ผ้าอ้อม โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม และพื้นที่เด็กคลาน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำหลายครั้ง มีไข้ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเสี่ยงขาดน้ำรุนแรง ต้องพาพบแพทย์เมื่อเด็กซึม ปัสสาวะน้อย หรือปากแห้งมาก
ป้องกัน: ล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม ทิ้งผ้าอ้อมใช้แล้วในถุงปิดมิดชิด ล้างและฆ่าเชื้อของเล่นกับขวดนม และปรึกษาบุคลากรสาธารณสุขเรื่องวัคซีนโรตาไวรัสในเด็ก
มาอย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอติดต่อทางอุจจาระสู่ปาก ผ่านน้ำดื่ม น้ำแข็ง และอาหารที่ปนเปื้อน เมื่อแหล่งน้ำในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมปนสิ่งปฏิกูล โอกาสรับเชื้อจึงสูงขึ้น
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โอ่งน้ำ ตู้กดน้ำที่จมน้ำ ภาชนะใส่น้ำแข็ง และพื้นผิวในครัวที่สัมผัสน้ำท่วม
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องใต้ชายโครงขวา ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อาการมักเริ่มหลังรับเชื้อหลายสัปดาห์ ผู้ใหญ่มักมีอาการชัดกว่าเด็ก
ป้องกัน: ดื่มน้ำสะอาด ไม่ใช้น้ำแข็งที่ไม่รู้แหล่งที่มา ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนตับอักเสบเอหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
มาอย่างไร: แบคทีเรียชนิดนี้พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ และพื้นผิวที่เปียกชื้น น้ำท่วมขังนานทำให้มันเจริญได้ดีในท่อ ห้องน้ำ และวัสดุที่อุ้มน้ำ
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ท่อระบายน้ำ ฝักบัว ฟองน้ำล้างจาน ผ้าขี้ริ้ว และแอ่งน้ำในบ้าน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลอักเสบมีหนองสีเขียว หูชั้นนอกอักเสบหลังแช่น้ำ ผิวหนังเป็นตุ่มอักเสบ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้มีแผลไฟไหม้หรือแผลเรื้อรังเสี่ยงสูง
ป้องกัน: เปลี่ยนฟองน้ำและผ้าขี้ริ้วที่จมน้ำ เช็ดหูให้แห้งหลังลุยน้ำ ดูแลแผลให้แห้งสะอาด และทำความสะอาดท่อและห้องน้ำก่อนฆ่าเชื้อ
มาอย่างไร: แอโรโมแนสเป็นแบคทีเรียในน้ำจืด พบได้ในบ่อปลา ลำน้ำ และนาข้าว น้ำจากลำมาศที่ท่วมทุ่งนาจึงเป็นแหล่งที่เชื้อกลุ่มนี้อยู่ได้
ซ่อนอยู่ที่ไหน: แอ่งน้ำรอบบ้าน บ่อปลาที่น้ำล้น เครื่องมือหาปลา และพื้นผิวเปียกที่ยังไม่ได้ล้าง
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดงหลังโดนน้ำหรือโดนครีบปลาทิ่ม ท้องเสียเมื่อกลืนน้ำปนเปื้อน ผู้ที่มีโรคตับ เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำอาจมีอาการรุนแรง
ป้องกัน: สวมถุงมือเมื่อจับปลาหรือเครื่องมือหาปลา ล้างแผลทันที และพบแพทย์เมื่อแผลบวมลามหรือมีไข้
มาอย่างไร: บ้านไม้ยกใต้ถุนและยุ้งข้าวที่โดนน้ำหรือความชื้นสูงหลายวัน เป็นแหล่งเพาะเชื้อราได้ดีมาก โดยเฉพาะเมื่ออากาศชื้นและแดดน้อยในฤดูฝน
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ไม้กระดานพื้นและผนังครัว กระสอบข้าวเปลือกและข้าวสารที่เปียก ที่นอนนุ่น เสื่อ มุ้ง และหลังตู้กับข้าว
อาการและกลุ่มเสี่ยง: จาม คัดจมูก ไอ ระคายเคืองตา หอบหืดกำเริบ ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยโรคปอดได้รับผลกระทบมากที่สุด
ป้องกัน: ขนของออกตากแดด เปิดบ้านให้ลมผ่าน ไม่นำข้าวที่ขึ้นราหรือมีกลิ่นอับมากินหรือให้สัตว์กิน ใส่หน้ากากเมื่อขนของขึ้นรา และทำความสะอาดพื้นผิวไม้ก่อนฆ่าเชื้อ เชื้อรา (fungi/mold) เป็นกลุ่มที่ข้อมูลบริการ WHD ระบุว่าครอบคลุม
มาอย่างไร: คนที่ลุยน้ำทุกวันและใส่เสื้อผ้าเปียกนาน ผิวหนังตามซอกพับ ขาหนีบ ใต้ราวนม และซอกนิ้ว จะอับชื้นจนเชื้อราแคนดิดาและเชื้อราผิวหนังเจริญได้ดี
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผ้าเช็ดตัว ชุดชั้นใน ถุงเท้า รองเท้าบูทที่ไม่แห้ง และพื้นห้องน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผื่นแดงคันตามซอกพับ ผิวเปื่อยขาว ซอกนิ้วเท้าแตกแสบ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่ต้องทำงานในน้ำทั้งวันเสี่ยงสูง
ป้องกัน: อาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้งทุกครั้งหลังขึ้นจากน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าแห้ง ซักผ้าแล้วตากแดด และพบแพทย์เมื่อผื่นลามหรือมีแผล
เชื่อมโยงสู่การฆ่าเชื้อในบ้าน: เชื้อทั้ง 12 ชนิดนี้มีจุดร่วมคือ อาศัยโคลน คราบมูลสัตว์ สิ่งปฏิกูล และความชื้นเป็นที่หลบ ลำดับที่ CDC และ WHO แนะนำคือ ตักโคลนออก ล้างทำความสะอาด ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิว สำหรับเชื้อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุชื่อไว้ เช่น ซัลโมเนลลา โนโรไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 H5N1 และเชื้อรา สามารถกล่าวได้ว่าผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนเลปโตสไปรา เบอร์โคลเดอเรีย อีโคไล แคมไพโลแบคเตอร์ ซูโดโมแนส แอโรโมแนส โรตาไวรัส และไวรัสตับอักเสบเอ ไม่ได้ระบุชื่อเฉพาะ แต่อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม สำหรับอะมีบาซึ่งเป็นปรสิต การล้างทำความสะอาดและการดื่มน้ำสะอาดยังเป็นหัวใจสำคัญ หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถขอข้อมูลจาก WHD ได้
สุขภาพของเด็กและผู้สูงอายุ: บ้านในชนบทหลายหลังมีผู้สูงอายุเป็นคนเลี้ยงหลาน เมื่อเชื้อท้องร่วงยังค้างอยู่ในครัวและพื้นบ้าน ทั้งเด็กเล็กและผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่ขาดน้ำได้เร็วที่สุด
แรงงานในครอบครัว: ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงที่ต้องฟื้นนา ซ่อมคันนา และดูแลสัตว์ หากคนในบ้านป่วยด้วยโรคฉี่หนูหรือท้องร่วง งานฟื้นฟูทั้งหมดจะล่าช้าออกไป ขณะที่นาข้าวเสียหายไปแล้วหลายพันไร่ในพื้นที่
ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด: ค่าเดินทางไปโรงพยาบาลในตัวอำเภอหรือตัวจังหวัด ค่าเสียเวลาทำงาน และค่าซื้อที่นอน เสื่อ และของใช้ใหม่แทนของที่ขึ้นรา เป็นภาระซ้ำเติมครอบครัวที่รายได้จากนาข้าวหายไปแล้ว
ข้าวและอาหารสัตว์: ยุ้งข้าวที่ชื้นและไม่ได้จัดการอาจทำให้ข้าวขึ้นรา ต้องคัดทิ้ง และอาหารสัตว์ที่ปนเปื้อนอาจทำให้สัตว์เลี้ยงป่วยตามมา
ชุมชนและโรงเรียน: เมื่อเด็กกลับไปโรงเรียนพร้อมเชื้อท้องร่วงหรือโรคผิวหนัง โรคอาจแพร่ในห้องเรียนได้ การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบ้านอย่างถูกขั้นตอนจึงช่วยปกป้องทั้งชุมชน
น้ำที่ใช้ล้างอาจไม่สะอาดพอ: ช่วงหลังน้ำท่วม บางบ้านใช้น้ำจากบ่อหรือสระที่โดนน้ำท่วมมาล้างบ้าน ซึ่งอาจนำเชื้อกลับมาเพิ่มแทนที่จะลดลง ควรใช้น้ำประปาหรือน้ำที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพแล้ว
ไม้ดูดซับน้ำและเชื้อ: พื้นไม้ ผนังไม้ และเสาบ้านดูดน้ำเข้าไปในเนื้อไม้ การฉีดน้ำล้างเพียงผิวด้านนอกไม่สามารถไล่ความชื้นและเชื้อที่แทรกอยู่ในรอยต่อได้หมด
มูลสัตว์ติดแน่นและมองไม่เห็นง่าย: มูลวัวและมูลไก่ที่ผสมโคลนจะเกาะตามขอบเสา บันได และแคร่ ต้องขัดออกจนหมดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ
น้ำยาที่ใช้เองไม่ครอบคลุมพื้นที่: การเช็ดด้วยน้ำยาเป็นจุด ๆ มักพลาดพื้นที่ใต้ชั้นวาง ซอกบันได และผนังส่วนบน ขณะที่การผสมน้ำยาฟอกขาวเองมีความเสี่ยงต่อการระคายเคืองทางเดินหายใจ
กลิ่นอับเป็นสัญญาณ ไม่ใช่ปัญหาที่ควรกลบ: หากยังมีกลิ่นอับหลังล้าง แปลว่ายังมีวัสดุชื้นหรือเชื้อราเหลืออยู่ การฉีดน้ำหอมจึงไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ
World Health Disinfection (WHD) มีสำนักงานที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดบุรีรัมย์ งานในต่างจังหวัด เช่น ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จะนัดหมายและวางแผนผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 วันเข้าพื้นที่ขึ้นอยู่กับคิวงานและสภาพถนนหลังน้ำลด จึงไม่สามารถรับประกันการเข้าหน้างานภายในวันเดียวกันได้
ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นฆ่าเชื้อด้วยเครื่องพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุรายการเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก ระบุประสิทธิภาพ 99.99% และอ้างอิงการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 โดยระบุว่าฆ่าเชื้อได้หลากหลายสายพันธุ์
ลูกค้าตามที่หน้าบริการระบุมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย มีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้ หากบ้านยังมีกลิ่นอับ สามารถสอบถาม บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม
ถาม: WHD มีสาขาในบุรีรัมย์หรือไม่
ตอบ: ไม่มีสาขาในบุรีรัมย์ สำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ งานต่างจังหวัดนัดหมายผ่าน 065-556-6294 หรือ LINE @whd268
ถาม: พ่นใต้ถุนที่เคยเลี้ยงวัวได้หรือไม่
ตอบ: ได้ หลังจากตักโคลนและขัดมูลสัตว์ออกแล้ว ให้ย้ายสัตว์ออกระหว่างพ่น และนำกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง
ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อเมลิออยโดสิสหรือโรคฉี่หนูได้ไหม
ตอบ: เชื้อทั้งสองไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่หน้าเว็บระบุ แต่เป็นแบคทีเรีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อสามารถขอข้อมูลจาก WHD ได้ และการป้องกันตัวเองด้วยรองเท้าบูทกับการพบแพทย์เมื่อมีไข้ยังจำเป็นเสมอ
ถาม: พ่นแล้วกลับเข้าบ้านได้เมื่อไร
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที แต่ให้ทำตามเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างาน
ถาม: ข้าวในยุ้งที่ชื้นควรทำอย่างไร
ตอบ: คัดข้าวที่ขึ้นราหรือมีกลิ่นอับทิ้ง ไม่นำมากินหรือให้สัตว์กิน แล้วทำความสะอาดยุ้งให้แห้งก่อนฆ่าเชื้อ
ถาม: ควรพ่นทั้งบ้านหรือเฉพาะชั้นล่าง
ตอบ: ขึ้นอยู่กับระดับน้ำและความชื้น ช่างจะช่วยประเมินจากรูปและข้อมูลที่ส่งมา โดยเน้นจุดที่น้ำและสัตว์เคยเข้าถึง
ทั้งเชื้อจากดินนา มูลสัตว์ สิ่งปฏิกูล ไวรัสท้องร่วงในเด็ก และเชื้อราในบ้านไม้กับยุ้งข้าว เมื่อบ้านของคุณล้างโคลนเสร็จแล้ว ทีมช่าง WHD พร้อมปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาเกรดการแพทย์ที่ข้อมูลบริการระบุว่าฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้หลากหลายสายพันธุ์ ให้ครอบครัวในหินโคนกลับมาใช้ครัวและใต้ถุนบ้านได้อย่างมั่นใจ
ปรึกษาบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้อหินโคน #น้ำท่วมลำปลายมาศ #น้ำท่วมบุรีรัมย์ #ลำมาศล้น #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #Chemgene
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หินโคน ลำปลายมาศ, น้ำท่วมหินโคน 2569, ลำมาศล้นตลิ่ง, น้ำท่วมลำปลายมาศ บุรีรัมย์, ถนนบ้านหินโคน บ้านกระทิง, เชื้อโรคจากน้ำท่วมนาข้าว, โรคฉี่หนู, เมลิออยโดสิส, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H