พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน จันทบุรี 2569: น้ำหลากที่สะพานบ้านแปลงขึ้นเร็วเกือบถึงใต้ท้องสะพาน และเชื้อโรคที่โคลนดินพามาถึงบ้าน

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน จันทบุรี 2569: น้ำหลากที่สะพานบ้านแปลงขึ้นเร็วเกือบถึงใต้ท้องสะพาน และเชื้อโรคที่โคลนดินพามาถึงบ้าน

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน จันทบุรี 2569: น้ำหลากที่สะพานบ้านแปลงขึ้นเร็วเกือบถึงใต้ท้องสะพาน และเชื้อโรคที่โคลนดินพามาถึงบ้าน

น้ำหลากที่ สะพานบ้านแปลง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี พื้นที่ชายแดนภาคตะวันออก เป็นตัวอย่างของน้ำท่วมที่มาเร็วและไปเร็ว แต่ทิ้งโคลนดิน เศษไม้ และเชื้อโรคหลายชนิดไว้ในบ้านเรือนนานกว่าที่คิด บทความนี้อธิบายว่าหลังน้ำลดที่บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน มีเชื้อโรคอะไรบ้างที่ควรระวัง ทั้งแบคทีเรียในดิน เชื้อที่เข้าทางบาดแผล เชื้อก่อโรคทางเดินอาหาร ไวรัส และเชื้อรา เชื้อเหล่านี้ซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้าน ใครเสี่ยงที่สุด และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ที่ทำหลังจากตักโคลนและล้างบ้านเสร็จแล้ว จึงเป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยให้ครอบครัวกลับเข้าบ้านได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สถานการณ์น้ำท่วมสะพานบ้านแปลง โป่งน้ำร้อน ตามรายงานข่าว

ตามรายงานของ news1live เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ระดับน้ำบริเวณสะพานบ้านแปลง อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนเกือบถึงใต้ท้องสะพาน เส้นทางบ้านแปลงไม่สามารถสัญจรได้ และมวลน้ำยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีการเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว (แหล่งข่าว: news1live)

รายงานข่าวไม่ได้ระบุจำนวนบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบหรือความลึกของน้ำในบ้านแต่ละหลัง บทความนี้จึงไม่คาดเดาตัวเลขเหล่านั้น สิ่งที่บอกได้จากข้อเท็จจริงคือ น้ำที่ขึ้นเร็วจนเกือบแตะใต้ท้องสะพานเป็นลักษณะของน้ำหลากที่มีแรงไหล และน้ำแบบนี้มักพัดพาดินตะกอน เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ขยะ และสิ่งปฏิกูลจากพื้นที่ต้นทางมาด้วย เมื่อไหลผ่านบ้านเรือน คอกสัตว์ หรือห้องส้วมที่อยู่ใกล้ลำน้ำ ทุกอย่างจะปะปนกันและตกตะกอนเป็นโคลนเมื่อน้ำลด

ในภาพรวมระดับประเทศ กรมประชาสัมพันธ์รายงานข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่ประกอบด้วย

สำหรับชาวโป่งน้ำร้อนและพื้นที่ใกล้เคียง ข้อเท็จจริงนี้มีความหมายชัดเจน คือเมื่อน้ำลดแล้วงานยังไม่จบ บ้านที่น้ำเคยเข้าถึงต้องผ่านการตักโคลน ล้าง ทำให้แห้ง และฆ่าเชื้อ ก่อนที่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยในบ้านจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ

กรณีตัวอย่าง: บ้านใกล้ลำน้ำที่บ้านแปลง กับโคลนสีแดงที่ไม่ยอมแห้ง

เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อยหลังน้ำหลาก ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของบุคคลจริง

พี่นิดอาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวไม่ไกลจากเส้นทางบ้านแปลง เย็นวันที่น้ำขึ้นเร็ว เธอได้ยินเสียงน้ำไหลแรงผิดปกติ และเห็นระดับน้ำใต้สะพานสูงขึ้นจนเกือบชนคานสะพาน เธอรีบยกตู้เย็นขึ้นบนอิฐบล็อก ย้ายผ้าห่มและยารักษาโรคประจำตัวของแม่ขึ้นที่สูง แล้วพาแม่ไปพักบ้านญาติที่อยู่บนเนิน

สองวันต่อมา เมื่อน้ำลด พี่นิดกลับมาเห็นพื้นบ้านทั้งหลังมีโคลนดินสีน้ำตาลแดงหนาเกือบหนึ่งฝ่ามือ มีกิ่งไม้ ใบไม้ และขยะพลาสติกติดอยู่ตามมุมห้อง ผนังมีคราบเส้นระดับน้ำ ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นเพราะน้ำดันสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะขึ้นมา เธอใช้เวลาเกือบทั้งวันตักโคลนออก ฉีดน้ำล้างพื้น และขัดผนังด้วยผงซักฟอก

แม้บ้านจะดูสะอาดขึ้นมาก แต่ปัญหายังไม่หมด สามวันหลังจากนั้น ใต้ตู้ไม้เริ่มมีจุดราสีดำและเขียว มุมห้องยังมีกลิ่นอับ และพี่นิดเองมีแผลถลอกที่หน้าแข้งจากเศษไม้ที่ซ่อนอยู่ในโคลน แผลเริ่มบวมแดง เธอจึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน แพทย์ถามว่าเคยลุยน้ำหรือโคลนหรือไม่ และแนะนำให้ระวังการติดเชื้อทางบาดแผล รวมถึงสอบถามเรื่องประวัติวัคซีนบาดทะยัก

คำถามที่พี่นิดและครอบครัวจำนวนมากในพื้นที่น้ำหลากมีเหมือนกันคือ "บ้านล้างแล้ว ทำไมยังไม่ปลอดภัย" คำตอบอยู่ที่เชื้อโรคที่มองไม่เห็น ซึ่งยังเกาะอยู่ในรอยต่อพื้น ร่องกระเบื้อง ผนังที่เปียกนาน และเฟอร์นิเจอร์ที่ดูดซับน้ำไว้ ส่วนถัดไปจะอธิบายเชื้อเหล่านั้นทีละชนิด

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในบ้านแปลง โป่งน้ำร้อน: น้ำหลาก โคลนดิน และบาดแผล

น้ำท่วมที่สะพานบ้านแปลงเป็นน้ำหลากที่ไหลแรงและพาตะกอนดินมาจำนวนมาก ลักษณะนี้ต่างจากน้ำท่วมขังนิ่งในเมือง เพราะเชื้อที่มากับดินและเชื้อที่เข้าทางบาดแผลจะมีบทบาทมากขึ้น ขณะที่เชื้อจากสิ่งปฏิกูลและเชื้อราก็ยังพบได้เช่นเดิม ด้านล่างคือเชื้อสำคัญ 11 ชนิดที่ควรรู้จัก พร้อมชื่อวิทยาศาสตร์ วิธีที่น้ำหลากพาเชื้อมา จุดที่เชื้อซ่อนหลังน้ำลด อาการ กลุ่มเสี่ยง และวิธีป้องกัน ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่คำแนะนำในการรักษา ผู้ที่มีอาการผิดปกติควรพบแพทย์

1. เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู

มาอย่างไร: เชื้อนี้อยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เมื่อน้ำหลากผ่านป่า ไร่ สวน และคอกสัตว์ ปัสสาวะสัตว์ที่ค้างอยู่บนดินจะถูกชะลงมาในน้ำ ส่วนหนูที่หนีน้ำก็มักขึ้นมาหลบในบ้าน ใต้หลังคา และกองของ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนเปียกบนพื้นบ้าน ลานดินรอบบ้าน ใต้บันได แอ่งน้ำขังข้างทาง และกองฟืนหรือกองของที่หนูเข้าไปอาศัย เชื้ออยู่ได้นานในดินและน้ำที่ชื้น ไม่โดนแดด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าทางบาดแผล รอยถลอก ผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย หรือเยื่อบุตาและปาก อาการที่พบบ่อยคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง และตาแดง บางรายมีภาวะแทรกซ้อนที่ไตหรือตับ ผู้ที่ตักโคลน ลุยน้ำ และทำงานกลางแจ้งหลังน้ำลดคือกลุ่มเสี่ยงหลัก

ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทยางและถุงมือยางหนาทุกครั้ง ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างมือและเท้าด้วยสบู่หลังทำงาน กำจัดขยะที่เป็นแหล่งอาหารของหนู และถ้ามีไข้ภายในหลายวันถึงหลายสัปดาห์หลังลุยน้ำ ให้พบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วม

2. เบอร์โคลเดอเรีย สูโดมัลลีไอ (Burkholderia pseudomallei) ต้นเหตุโรคเมลิออยโดสิส

มาอย่างไร: แบคทีเรียชนิดนี้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในดินและน้ำผิวดินของหลายพื้นที่ในประเทศไทย เมื่อน้ำหลากกัดเซาะหน้าดินและพัดตะกอนเข้าบ้าน เชื้อจากดินจึงมาอยู่ในโคลนที่เราต้องตักออก

ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนดินที่ตกตะกอนบนพื้น ลานบ้าน สวนหลังบ้าน แอ่งน้ำขุ่น และฝุ่นดินที่แห้งแล้วฟุ้งขึ้นเมื่อกวาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าร่างกายได้ทางบาดแผลที่สัมผัสดินหรือน้ำ การหายใจเอาละอองน้ำหรือฝุ่นดินที่ปนเปื้อน หรือการกลืนน้ำที่ไม่สะอาด อาการหลากหลาย ตั้งแต่ไข้ ฝีหรือแผลที่หายช้า ไปจนถึงปอดอักเสบ ผู้ที่เป็นเบาหวาน โรคไต ดื่มสุราเป็นประจำ หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือเมื่อสัมผัสดินโคลน ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อกวาดฝุ่นดินแห้งหรือฉีดน้ำแรงดันสูง ผู้มีโรคประจำตัวควรหลีกเลี่ยงงานตักโคลนโดยตรง และหากมีไข้ไม่ลด แผลไม่หาย หรือไอเรื้อรังหลังน้ำลด ให้พบแพทย์และแจ้งว่าเคยสัมผัสดินโคลนจากน้ำท่วม

3. คลอสตริเดียม เททานิ (Clostridium tetani) เชื้อบาดทะยักในดินและเศษไม้

มาอย่างไร: สปอร์ของเชื้อบาดทะยักพบได้ทั่วไปในดินและมูลสัตว์ น้ำหลากที่พัดเศษไม้ ตะปู สังกะสี และกิ่งไม้มาทับถมในโคลน ทำให้โอกาสเกิดแผลลึกหรือแผลตะปูตำสูงขึ้นมากในช่วงทำความสะอาด

ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนที่มีเศษวัสดุแหลมคม กองเศษไม้รอบบ้าน ใต้ถุนบ้าน และบริเวณที่มีมูลสัตว์ปน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: บาดทะยักทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง ขากรรไกรแข็ง อ้าปากลำบาก และกล้ามเนื้อกระตุก ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนครั้งสุดท้ายนานมากแล้ว ควรระวังเป็นพิเศษ

ป้องกัน: ใส่รองเท้าพื้นหนา ห้ามเดินเท้าเปล่าในโคลน ล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาด และไปพบแพทย์เมื่อมีแผลลึก แผลสกปรก หรือแผลตะปูตำ เพื่อให้แพทย์ประเมินเรื่องวัคซีนบาดทะยักตามความเหมาะสม

4. สแตฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เชื้อแผลอักเสบ

มาอย่างไร: เชื้อชนิดนี้พบได้บนผิวหนังและในโพรงจมูกของคนจำนวนมาก ปกติไม่ก่อปัญหา แต่เมื่อผิวหนังมีแผลจากการทำงานหนักหลังน้ำลด และแผลถูกน้ำสกปรกหรือโคลนซ้ำ เชื้ออาจลุกลามเป็นแผลอักเสบหรือฝี

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผ้าเช็ดตัวและผ้าขี้ริ้วที่ใช้ร่วมกัน ด้ามจับเครื่องมือ ถุงมือที่ไม่ได้ล้าง ลูกบิดประตู และพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือเป็นฝีหลายจุด ผู้ที่เป็นเบาหวาน ผู้สูงอายุ และคนที่ทำความสะอาดบ้านติดต่อกันหลายวันจนมีแผลที่มือและเท้า มีโอกาสติดเชื้อมากกว่า

ป้องกัน: ทำความสะอาดแผลทุกวัน แยกผ้าเช็ดตัวของแต่ละคน ซักผ้าที่ใช้ทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนเมื่อทำได้ และพบแพทย์เมื่อแผลลามหรือมีไข้

5. สเตรปโตคอคคัส ไพโอจีเนส (Streptococcus pyogenes) เชื้อผิวหนังอักเสบลุกลาม

มาอย่างไร: เชื้อสเตรปโตคอคคัสกลุ่มเอแพร่ได้ทางการสัมผัสและละอองจากคนสู่คน เมื่อหลายครอบครัวต้องพักรวมกันในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติช่วงน้ำท่วม ประกอบกับมีแผลเล็กแผลน้อยจากการขนของ เชื้อจึงมีโอกาสเข้าสู่ผิวหนัง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผ้าห่ม ที่นอน และเสื้อผ้าที่ใช้ร่วมกัน รวมถึงพื้นผิวในห้องที่หลายคนใช้งาน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผิวหนังแดงร้อนลามเป็นวงกว้าง แผลพุพองในเด็ก เจ็บคอ มีไข้ เด็กเล็กและผู้ที่มีแผลเรื้อรังควรระวัง

ป้องกัน: ล้างมือบ่อย ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน ปิดแผลให้มิดชิด และให้แพทย์ตรวจเมื่อผิวหนังแดงลามเร็วหรือมีไข้สูง

6. ชิเกลลา (Shigella) ต้นเหตุโรคบิดชนิดไม่มีตัว

มาอย่างไร: ชิเกลลาติดต่อทางอุจจาระสู่ปาก เมื่อน้ำหลากท่วมส้วมหลุมหรือบ่อเกรอะ สิ่งปฏิกูลจะปนกับน้ำและโคลน การล้างภาชนะหรือหยิบอาหารด้วยมือที่ยังไม่ได้ล้างให้สะอาด จึงทำให้เชื้อเข้าปากได้ง่าย เชื้อชนิดนี้ใช้ปริมาณเพียงเล็กน้อยก็ก่อโรคได้

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ห้องน้ำ ก๊อกน้ำ ซิงก์ล้างจาน โอ่งหรือถังน้ำที่จมน้ำ และมือจับประตูห้องน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ถ่ายเหลวบ่อย ปวดเบ่ง อาจมีมูกหรือเลือดปน มีไข้ เด็กเล็กมีโอกาสขาดน้ำเร็ว

ป้องกัน: ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ล้างมือด้วยสบู่หลังเข้าห้องน้ำและก่อนเตรียมอาหาร ทำความสะอาดห้องน้ำก่อนพื้นที่อื่นด้วยอุปกรณ์แยกชุด และพาเด็กพบแพทย์เมื่อถ่ายเป็นมูกเลือดหรือซึมลง

7. ไกอาร์เดีย (Giardia duodenalis) โปรโตซัวจากน้ำลำธาร

มาอย่างไร: ไกอาร์เดียเป็นปรสิตเซลล์เดียวที่อยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ ถุงซีสต์ของมันทนทานในน้ำเย็นและน้ำผิวดิน น้ำหลากที่ไหลจากต้นน้ำผ่านพื้นที่เลี้ยงสัตว์จึงอาจพาซีสต์มาปนในน้ำที่ชาวบ้านใช้

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ถังเก็บน้ำ โอ่ง แท็งก์น้ำที่น้ำท่วมเข้า และภาชนะที่ล้างด้วยน้ำดิบ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสียเรื้อรัง ท้องอืด ถ่ายเป็นไขมันลอย น้ำหนักลด เด็กเล็กและผู้ที่ดื่มน้ำดิบโดยไม่ผ่านการต้มมีความเสี่ยงสูง

ป้องกัน: ล้างและฆ่าเชื้อถังเก็บน้ำก่อนใช้ใหม่ ต้มน้ำให้เดือดก่อนดื่ม และอย่าใช้น้ำท่วมล้างผักหรือภาชนะ

8. คริปโตสปอริเดียม (Cryptosporidium) ปรสิตที่ทนทานในน้ำ

มาอย่างไร: คริปโตสปอริเดียมแพร่จากอุจจาระของคนและสัตว์ เช่น วัว ลูกวัว และแพะ เมื่อน้ำหลากท่วมคอกสัตว์ เชื้อจะปนไปกับน้ำ เชื้อชนิดนี้มีเปลือกหุ้มที่ทนต่อสารฆ่าเชื้อบางชนิด จึงยิ่งต้องเน้นการล้างเอาสิ่งสกปรกออกก่อน

ซ่อนอยู่ที่ไหน: แหล่งน้ำใช้ในครัวเรือน บ่อน้ำตื้น พื้นคอกสัตว์ และรองเท้าบูทที่เดินผ่านคอก

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสียเป็นน้ำ ปวดท้อง คลื่นไส้ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจมีอาการนานและรุนแรง

ป้องกัน: แยกรองเท้าที่ใช้ในคอกสัตว์ ต้มน้ำก่อนดื่ม ล้างมือหลังจับสัตว์ และขัดล้างพื้นผิวให้สะอาดก่อนฆ่าเชื้อ

9. เอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ต้นเหตุโรคมือเท้าปาก

มาอย่างไร: ไวรัสกลุ่มนี้ติดต่อทางน้ำลาย น้ำมูก ตุ่มน้ำ และอุจจาระ ในช่วงน้ำท่วมที่เด็กหลายบ้านต้องอยู่รวมกัน ของเล่นและภาชนะถูกใช้ร่วมกัน ประกอบกับสิ่งปฏิกูลที่ปนในน้ำ ทำให้เชื้อแพร่ได้ง่ายขึ้น

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ของเล่นเด็ก ราวบันได โต๊ะกินข้าว ที่นอนเด็ก และพื้นที่เด็กคลานเล่น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ผื่นหรือตุ่มน้ำที่มือ เท้า และก้น เด็กเล็กโดยเฉพาะต่ำกว่า 5 ปีเสี่ยงที่สุด หากเด็กซึม ไม่กินน้ำ อาเจียนบ่อย หรือมือสั่นกระตุก ต้องรีบพบแพทย์

ป้องกัน: ล้างของเล่นด้วยน้ำสบู่แล้วฆ่าเชื้อ แยกเด็กที่ป่วยไม่ให้ไปโรงเรียนจนกว่าแพทย์อนุญาต และล้างมือเด็กบ่อยครั้ง ไวรัสมือเท้าปากเป็นหนึ่งในเชื้อที่หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ระบุไว้ในรายการ

10. เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) ในบ้านที่เปียกนาน

มาอย่างไร: สปอร์เชื้อราลอยอยู่ในอากาศตลอดเวลา แต่จะงอกได้ดีบนวัสดุที่เปียกชื้นนานเกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมง บ้านที่โดนน้ำหลากและยังแห้งไม่สนิทจึงเป็นแหล่งเพาะชั้นดี

ซ่อนอยู่ที่ไหน: หลังตู้ไม้ ผนังยิปซัม ฝ้าเพดานที่ซึมน้ำ ที่นอน หมอน พรม และกระสอบข้าวสารที่เปียก

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก ไอ จาม ระคายเคืองตา หอบหืดกำเริบ ผู้ป่วยโรคปอด ผู้รับยากดภูมิคุ้มกัน และผู้ป่วยมะเร็งเสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่ปอด

ป้องกัน: เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมช่วยให้แห้ง ทิ้งวัสดุพรุนที่เปียกนานและมีรา ใส่หน้ากากเมื่อรื้อของขึ้นรา และให้ผู้ป่วยโรคปอดอยู่นอกบ้านระหว่างทำความสะอาด เชื้อรา (fungi/mold) เป็นกลุ่มที่ข้อมูลบริการของ WHD ระบุว่าครอบคลุม

11. เชื้อราผิวหนังกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (Trichophyton) และน้ำกัดเท้า

มาอย่างไร: การแช่เท้าในน้ำนานทำให้ผิวเปื่อย ลอก และคัน ซึ่งเรียกกันว่าน้ำกัดเท้า เมื่อผิวอ่อนแอ เชื้อราผิวหนังอย่างไตรโคไฟตอน (Trichophyton) จะเข้าไปเจริญได้ง่าย และอาจมีแบคทีเรียแทรกซ้อนตามมา

ซ่อนอยู่ที่ไหน: รองเท้าและถุงเท้าที่อับชื้น พื้นห้องน้ำ พรมเช็ดเท้า และผ้าเช็ดเท้าที่ใช้ร่วมกัน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ซอกนิ้วเท้าเปื่อยขาว คัน แสบ มีกลิ่น ผื่นวงแดง ผู้ที่ลุยน้ำทุกวันและผู้ป่วยเบาหวานควรดูแลเท้าเป็นพิเศษ

ป้องกัน: เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ โดยเฉพาะซอกนิ้ว เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ตากรองเท้าให้แห้ง และพบแพทย์เมื่อมีแผลติดเชื้อ

เชื่อมโยงสู่การฆ่าเชื้อในบ้าน: เชื้อเกือบทั้งหมดข้างต้นอาศัยโคลน คราบสกปรก และความชื้นเป็นที่หลบ ขั้นแรกจึงต้องเอาโคลนออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด แล้วทำให้แห้ง ขั้นถัดไปจึงเป็นการฆ่าเชื้อพื้นผิว ซึ่งเป็นลำดับเดียวกับที่ CDC และ WHO แนะนำสำหรับพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม สำหรับเชื้อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุชื่อไว้ เช่น ไวรัสมือเท้าปาก RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา และเชื้อรา สามารถกล่าวได้ว่าผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ส่วนเชื้ออื่น เช่น เลปโตสไปรา เบอร์โคลเดอเรีย ชิเกลลา หรือคริปโตสปอริเดียม อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือปรสิตที่ต้องอาศัยการล้างทำความสะอาดร่วมด้วย หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อตัวใด สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง

ผลกระทบที่บ้านในบ้านแปลง โป่งน้ำร้อน อาจเจอ ถ้าข้ามขั้นตอนฆ่าเชื้อ

ด้านสุขภาพ: เมื่อเชื้อยังค้างอยู่ตามพื้นและพื้นผิวที่มือสัมผัส คนในบ้านอาจเริ่มมีอาการท้องเสีย ผื่นคัน ตาแดง ไอ หรือแผลอักเสบภายในไม่กี่วันหลังกลับเข้าบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่ชอบนั่งเล่นบนพื้นและผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว

ด้านค่าใช้จ่าย: การเจ็บป่วยซ้ำหมายถึงค่าเดินทางไปโรงพยาบาล ค่าอาหารพิเศษ และรายได้ที่หายไปจากการหยุดงาน ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นราเพราะไม่ได้จัดการตั้งแต่แรกก็ต้องทิ้งและซื้อใหม่

ด้านเวลา: หลายครอบครัวต้องล้างบ้านซ้ำสองสามรอบเพราะกลิ่นอับไม่หาย หรือเชื้อรากลับมาขึ้นใหม่ เวลาที่ควรใช้ซ่อมบ้านหรือกลับไปทำงานในสวนจึงหมดไปกับการทำความสะอาดซ้ำ

ด้านครอบครัวและชุมชน: พื้นที่ชายแดนที่ผู้คนไปมาหาสู่กันใกล้ชิด เมื่อบ้านหนึ่งมีเด็กป่วยด้วยโรคมือเท้าปากหรือท้องเสีย โรคอาจกระจายไปสู่บ้านข้างเคียงและโรงเรียนได้เร็ว การฆ่าเชื้อบ้านอย่างเป็นระบบจึงเป็นการดูแลทั้งครอบครัวและเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

ด้านกิจการ: ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พักในพื้นที่ที่เปิดให้บริการหลังน้ำลด ต้องการความเชื่อมั่นจากลูกค้า การแสดงให้เห็นว่าได้ล้างและฆ่าเชื้ออย่างถูกขั้นตอนช่วยให้กลับมาเปิดกิจการได้อย่างมั่นใจกว่า

ทำไมแค่ตักโคลนและล้างบ้านหลังน้ำหลากยังไม่พอ

น้ำหลากทิ้งตะกอนละเอียดไว้ในทุกร่อง: โคลนดินจากน้ำหลากมีอนุภาคละเอียดมาก มันแทรกเข้าไปในร่องยาแนว รอยต่อพื้นไม้ ขอบบัว และใต้ตู้ การฉีดน้ำทั่วไปมักไล่ได้แค่ชั้นบน เชื้อที่ติดอยู่ในตะกอนชั้นล่างยังคงอยู่

น้ำยาทำความสะอาดทั่วไปทำหน้าที่ต่างจากน้ำยาฆ่าเชื้อ: ผงซักฟอกและน้ำยาถูพื้นช่วยละลายคราบและยกสิ่งสกปรกออก ซึ่งจำเป็นมาก แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำลายเชื้อโรคบนพื้นผิวในระยะเวลาสัมผัสที่กำหนด

การผสมน้ำยาเองมีความเสี่ยง: หลายบ้านใช้น้ำยาฟอกขาวผสมเองในความเข้มข้นที่ไม่แน่นอน บางครั้งผสมร่วมกับน้ำยาล้างห้องน้ำซึ่งอาจเกิดก๊าซระคายเคืองทางเดินหายใจ การทำงานในบ้านที่ปิดทึบจึงอันตรายต่อผู้ทำความสะอาดเอง

พื้นที่สูงและซอกมุมเข้าถึงยาก: ผนังเหนือระดับน้ำที่โดนละอองน้ำ ฝ้าเพดาน ใต้หลังคา และพื้นที่หลังตู้ใหญ่ เป็นจุดที่คนทั่วไปเช็ดไม่ถึง แต่ความชื้นยังขึ้นถึงได้

น้ำหอมและการทาสีทับไม่ได้แก้ต้นเหตุ: สเปรย์ปรับอากาศกลบกลิ่นเพียงชั่วคราว ส่วนการทาสีทับผนังที่ยังชื้นอาจทำให้เชื้อราขึ้นใต้ชั้นสีในภายหลัง

ขั้นตอนบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมของ WHD สำหรับบ้านในโป่งน้ำร้อน จันทบุรี

World Health Disinfection (WHD) มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดจันทบุรี การให้บริการในต่างจังหวัด เช่น อำเภอโป่งน้ำร้อน จะนัดหมายและวางแผนร่วมกันผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 วันเวลาที่เข้าพื้นที่ขึ้นอยู่กับคิวงานและสภาพเส้นทาง จึงไม่สามารถรับประกันการเข้าหน้างานภายในวันเดียวกันได้

ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นด้วยเครื่องพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) โดยใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุรายการเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ทั้งยังระบุว่าน้ำยาฆ่าเชื้อได้หลากหลายสายพันธุ์ (broad-spectrum)

  1. สำรวจและประเมินพื้นที่: คุยรายละเอียดผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ส่งรูปบ้าน ระดับคราบน้ำ ขนาดพื้นที่ และจุดที่กังวล เช่น ห้องน้ำ ครัว ห้องนอนเด็ก หรือคอกสัตว์ใกล้บ้าน
  2. ตักโคลนและล้างให้สะอาดก่อน: การพ่นฆ่าเชื้อต้องทำหลังจากเอาโคลนออก ล้างพื้นผิว และเช็ดคราบให้หมดแล้ว เพราะโคลนและคราบสกปรกจะขวางไม่ให้น้ำยาสัมผัสเชื้อ
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่: แยกโซนห้องน้ำ ครัว ห้องนอน และพื้นที่ส่วนกลาง เก็บอาหาร ภาชนะใส่อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด ให้คน เด็ก และสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ที่จะพ่น
  4. ช่างพ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นพื้น ผนัง ประตู มือจับ เฟอร์นิเจอร์ที่เก็บไว้ใช้ต่อ และซอกมุมที่เข้าถึงยาก ส่วนพื้นที่กว้างอาจใช้ละอองฝอย ULV เพื่อให้ละอองกระจายทั่วห้อง
  5. รอและกลับเข้าใช้พื้นที่: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแจ้งในหน้างานแต่ละครั้ง และเปิดระบายอากาศก่อนเข้าใช้

ข้อมูลบริการยังระบุว่ามีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย มีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC พร้อมบริการ และออกใบกำกับภาษีได้ สำหรับบ้านที่ยังมีกลิ่นอับหลังพ่นฆ่าเชื้อ สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมได้

10 เหตุผลที่บ้านพื้นที่น้ำหลากในจันทบุรีควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำหลากพาดินและเชื้อจากหลายแหล่งมารวมกัน ทั้งเชื้อจากดิน มูลสัตว์ และสิ่งปฏิกูล การฆ่าเชื้อพื้นผิวช่วยลดความเสี่ยงที่ตกค้าง
  2. เด็กเล็กเล่นบนพื้นและเอามือเข้าปาก พื้นที่ผ่าน การพ่นฆ่าเชื้อ หลังล้างแล้วช่วยให้ผู้ปกครองสบายใจขึ้น
  3. ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวติดเชื้อง่ายกว่า โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องระวังเชื้อจากดินและแผลอักเสบ
  4. น้ำยาเกรดการแพทย์ที่ระบุแหล่งที่มาชัดเจน CHEMGENE HLD4H จากสหราชอาณาจักร พร้อมข้อมูลการรับรองที่หน้าบริการระบุไว้
  5. ช่างผ่านการฝึกอบรมและมีอุปกรณ์ป้องกัน ลดความเสี่ยงจากการผสมน้ำยาเองและการสูดสารระคายเคือง
  6. เข้าถึงซอกมุมและพื้นที่สูง ละอองฝอย ULV ช่วยให้น้ำยากระจายถึงจุดที่เช็ดด้วยมือได้ยาก
  7. ช่วยลดปัญหาเชื้อราเมื่อทำร่วมกับการทำให้แห้ง เชื้อราเป็นกลุ่มที่ข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุม
  8. กลับมาใช้พื้นที่ได้เร็ว ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที และทำตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  9. เหมาะทั้งบ้าน ร้านค้า และที่พัก ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเมื่อกลับมาเปิดกิจการ ดูรายละเอียดบริการ
  10. ปรึกษาได้ก่อนตัดสินใจ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินพื้นที่และวางแผนการเดินทางไปโป่งน้ำร้อน

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านหลังน้ำหลากที่บ้านแปลง

ก่อน

  • โคลนดินตกค้างในร่องกระเบื้องและรอยต่อพื้นไม้
  • ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นจากบ่อเกรอะที่ถูกน้ำดัน
  • จุดราดำและเขียวเริ่มขึ้นหลังตู้และมุมผนัง
  • ของเล่นเด็กและภาชนะเคยจมน้ำ
  • คนในบ้านกังวลว่าจะป่วยซ้ำหลังกลับเข้าบ้าน

หลัง

  • ตักโคลนและล้างพื้นผิวครบทุกห้องก่อนพ่น
  • พื้นผิวสำคัญผ่านการพ่นฆ่าเชื้อตามโซน
  • ห้องน้ำและครัวได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
  • ระบายอากาศและทำให้แห้งต่อเนื่องเพื่อลดเชื้อรา
  • ครอบครัวกลับเข้าบ้านตามเวลาที่ช่างแจ้งอย่างมั่นใจขึ้น

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน

ก่อนกลับเข้าบ้าน

  • ติดตามประกาศของหน่วยงานในพื้นที่ว่าเส้นทางบ้านแปลงและสะพานปลอดภัยแล้ว ห้ามขับรถหรือเดินฝ่าน้ำที่ไหลแรง
  • ตัดไฟที่เบรกเกอร์ก่อนเข้าบ้าน และให้ช่างไฟตรวจระบบก่อนเปิดใช้
  • เตรียมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยางหนา หน้ากากอนามัย แว่นกันน้ำกระเด็น และพลาสเตอร์กันน้ำ
  • ระวังงู ตะขาบ และสัตว์มีพิษที่หนีน้ำเข้ามาหลบในบ้าน

ระหว่างทำความสะอาด

  • ตักโคลนออกให้มากที่สุด แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาทำความสะอาด
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่โดนน้ำท่วม รวมถึงที่นอนและพรมที่แช่น้ำนาน
  • ล้างและฆ่าเชื้อถังเก็บน้ำ โอ่ง และภาชนะก่อนนำกลับมาใช้
  • ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนีย
  • เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมช่วยให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเท่าที่ทำได้

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • แจ้งช่าง WHD ถึงจุดที่มีน้ำเสียหรือมูลสัตว์ปน เพื่อวางแผนโซนการพ่น
  • ให้คน เด็ก และสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น
  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดระบายอากาศ
  • สังเกตอาการคนในบ้านต่อเนื่องอย่างน้อยหลายสัปดาห์ ถ้ามีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือแผลอักเสบ ให้พบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในโป่งน้ำร้อน จันทบุรี

ถาม: WHD มีสาขาที่จันทบุรีหรือไม่
ตอบ: ไม่มีสาขาในจังหวัดจันทบุรี สำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ งานต่างจังหวัดนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และวางแผนวันเข้าพื้นที่ร่วมกัน

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแทนการล้างบ้านได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังจากตักโคลนและล้างบ้านแล้ว เพราะโคลนและคราบสกปรกจะขวางไม่ให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิว

ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อโรคฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: เชื้อเลปโตสไปราไม่ได้อยู่ในรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บระบุ แต่เป็นแบคทีเรีย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถขอข้อมูลจาก WHD ได้ ที่สำคัญคือต้องป้องกันตัวด้วยรองเท้าบูทและถุงมือ และพบแพทย์เมื่อมีไข้หลังลุยน้ำ

ถาม: ต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างานเป็นหลัก

ถาม: บ้านที่มีเด็กเล็กหรือผู้ป่วยติดเตียงควรทำอย่างไร
ตอบ: ให้ย้ายเด็กและผู้ป่วยไปอยู่ที่อื่นระหว่างทำความสะอาดและพ่น และแจ้งช่างล่วงหน้าเพื่อเน้นห้องนอนและพื้นที่ที่เด็กใช้

ถาม: หลังพ่นแล้วยังมีกลิ่นอับ ทำอย่างไรดี
ตอบ: ให้ตรวจหาวัสดุที่ยังเปียก เช่น ฟูก พรม หรือผนังยิปซัม และระบายอากาศต่อ หากกลิ่นยังไม่หาย สามารถสอบถามเรื่องบริการอบโอโซนเป็นบริการเสริมได้

ถาม: ถ้ามีแผลจากเศษไม้ในโคลนควรทำอย่างไร
ตอบ: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ปิดแผล และพบแพทย์เมื่อแผลลึก สกปรก หรือเริ่มบวมแดง แพทย์จะประเมินเรื่องวัคซีนบาดทะยักให้

เชื้อโรคหลังน้ำหลากที่บ้านแปลง บริการพ่นฆ่าเชื้อของเราช่วยป้องกันและกำจัดได้

ไม่ว่าจะเป็นเชื้อจากดินโคลน เชื้อจากสิ่งปฏิกูล ไวรัสที่แพร่ในเด็ก หรือเชื้อราที่ขึ้นตามผนัง เมื่อบ้านของคุณตักโคลนและล้างเสร็จแล้ว ทีมช่าง WHD พร้อมปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาเกรดการแพทย์ที่ข้อมูลบริการระบุว่าฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้หลากหลายสายพันธุ์ ช่วยให้ครอบครัวในโป่งน้ำร้อนกลับมาใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างมั่นใจ

ปรึกษาบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อบ้านแปลง #น้ำท่วมโป่งน้ำร้อน #น้ำท่วมจันทบุรี #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #เมลิออยโดสิส #โรคฉี่หนู #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม บ้านแปลง โป่งน้ำร้อน, น้ำท่วมสะพานบ้านแปลง 2569, น้ำท่วมโป่งน้ำร้อน จันทบุรี, น้ำหลากชายแดนจันทบุรี, เชื้อโรคจากน้ำท่วม, เมลิออยโดสิสหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนู, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้