พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จรเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี 2569: น้ำสูงเกิน 1.30 เมตร หนักสุดในรอบ 10 ปี และเชื้อโรคที่น้ำจากที่สูงพัดเข้าบ้าน

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  6 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จรเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี 2569: น้ำสูงเกิน 1.30 เมตร หนักสุดในรอบ 10 ปี และเชื้อโรคที่น้ำจากที่สูงพัดเข้าบ้าน

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จรเข้สามพัน อู่ทอง สุพรรณบุรี 2569: น้ำสูงเกิน 1.30 เมตร หนักสุดในรอบ 10 ปี และเชื้อโรคที่น้ำจากที่สูงพัดเข้าบ้าน

ปลายเดือนกันยายน 2569 ชาวตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องเผชิญน้ำท่วมที่หลายคนบอกว่าไม่เคยเจอหนักขนาดนี้ในรอบสิบปี เมื่อน้ำลดลง งานที่รออยู่ไม่ใช่แค่การตักโคลนและซ่อมบ้าน แต่คือการจัดการกับ เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม ซึ่งมองไม่เห็นด้วยตา ทั้งเชื้อจากปัสสาวะสัตว์ เชื้อจากดินโคลนในทุ่งนา เชื้อจากมูลสัตว์และน้ำเสีย ไปจนถึงเชื้อราที่งอกตามผนังบ้าน บทความนี้รวบรวมเชื้อโรคหลายกลุ่มที่สัมพันธ์กับน้ำท่วมแบบน้ำหลากจากที่สูงอย่างที่เกิดขึ้นในจรเข้สามพัน อธิบายว่าเชื้อแต่ละชนิดแพร่อย่างไร ซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้าน ใครเสี่ยง และป้องกันอย่างไร ก่อนจะพาไปดูว่า บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยในขั้นตอนไหน หลังจากล้างโคลนและทำความสะอาดบ้านเสร็จแล้ว

สถานการณ์น้ำท่วมจรเข้สามพัน อู่ทอง ปลายเดือนกันยายน 2569

ตามรายงานของสำนักข่าวบ้านเมือง (banmuang.co.th) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 พื้นที่ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ถูกน้ำท่วมสูงเกิน 1.30 เมตร สาเหตุมาจากฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน ประกอบกับมวลน้ำที่ไหลมาจากอำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี รายงานเดียวกันระบุว่ามีทหารราว 40 นาย พร้อมรถยกสูงและเรือท้องแบน เข้าช่วยอพยพชาวบ้าน และชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่าไม่เคยเจอน้ำท่วมหนักขนาดนี้ในรอบ 10 ปี

ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูล ณ วันที่รายงาน สถานการณ์น้ำเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่ เช่น อำเภออู่ทอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุพรรณบุรี

ในภาพใหญ่ระดับประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์) จรเข้สามพันจึงเป็นเพียงหนึ่งในหลายร้อยตำบลที่กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูหลังน้ำลด และทุกตำบลต่างมีโจทย์เรื่องสุขอนามัยแบบเดียวกัน

สิ่งที่ทำให้น้ำท่วมจรเข้สามพันน่ากังวลเป็นพิเศษในมุมของเชื้อโรค มีอย่างน้อยสามประการ ประการแรก ระดับน้ำสูงเกินหนึ่งเมตร หมายความว่าน้ำขึ้นถึงระดับปลั๊กไฟ ตู้เย็น ที่นอนบนเตียง ตู้กับข้าว และผนังเกือบครึ่งห้อง พื้นผิวที่ต้องทำความสะอาดจึงมากกว่าน้ำท่วมระดับข้อเท้าหลายเท่า ประการที่สอง น้ำที่ไหลมาจากพื้นที่ต้นทางผ่านทุ่งนา ไร่ คอกสัตว์ และร่องน้ำหลายแห่ง ย่อมพัดพาดิน มูลสัตว์ และสิ่งปฏิกูลมาด้วย ประการที่สาม เมื่อชาวบ้านบอกว่าหนักสุดในรอบสิบปี ก็แปลว่าหลายบ้านไม่ได้เตรียมยกของขึ้นที่สูงไว้ล่วงหน้า ของใช้จำนวนมากจึงแช่น้ำและกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อ

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: บ้านไม้ยกพื้นที่น้ำขึ้นถึงชั้นบน

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมในชุมชนเกษตรกรรม ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริงรายใดรายหนึ่งในตำบลจรเข้สามพัน

ลุงสมพงษ์เป็นชาวนาที่อาศัยอยู่ในบ้านไม้ยกพื้นกับภรรยา ลูกสาว และหลานวัยสามขวบ ใต้ถุนบ้านเป็นที่เก็บรถไถเดินตาม กระสอบปุ๋ย และเล้าไก่เล็ก ๆ ข้างบ้านมีคอกวัวสองตัว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา น้ำหลากช่วงปลายฝนเคยขึ้นแค่ใต้ถุน ลุงจึงคิดว่าปีนี้ก็คงเหมือนเดิม แต่ฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ประกอบกับน้ำที่ไหลบ่ามาจากทางฝั่งกาญจนบุรี ทำให้น้ำขึ้นเร็วกว่าที่คาด เพียงชั่วข้ามคืน น้ำก็ล้นพื้นบ้านชั้นบนขึ้นมาถึงระดับเอว

ครอบครัวของลุงได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่ขับรถยกสูงเข้ามารับ หลานตัวเล็กถูกห่อด้วยผ้าห่มแล้วอุ้มขึ้นรถ ส่วนวัวสองตัวถูกจูงไปผูกไว้บนคันถนนที่สูงกว่า ทุกคนพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวหลายวัน ระหว่างนั้นหลานเริ่มมีน้ำมูกและไอ ส่วนลุงซึ่งลุยน้ำกลับไปดูบ้านสองครั้งเริ่มมีแผลถลอกที่หน้าแข้ง และผิวง่ามเท้าเปื่อยขาว

เมื่อน้ำลด สิ่งที่ครอบครัวเห็นคือโคลนสีน้ำตาลเข้มหนาหลายเซนติเมตรเกาะทั่วพื้นไม้ ฟางข้าวและเศษใบไม้ติดอยู่ตามซอกฝา ที่นอนนุ่นอุ้มน้ำจนหนักเกินกว่าจะยก ตู้กับข้าวมีคราบเส้นน้ำสูงเหนือชั้นที่สอง ห้องน้ำซึ่งอยู่ติดกับบ่อเกรอะมีกลิ่นเหม็นรุนแรง และใต้ถุนบ้านมีมูลไก่ มูลวัว ผสมกับโคลนจนแยกไม่ออก ลูกสาวของลุงถามคำถามที่หลายครอบครัวถามเหมือนกันว่า "ล้างแล้วจะพอไหม หลานจะคลานเล่นบนพื้นได้เมื่อไร"

คำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ การล้างโคลนออกเป็นขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้ แต่สำหรับบ้านที่น้ำขึ้นสูงเกินเมตรและมีน้ำปนมูลสัตว์ไหลผ่าน การล้างเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอที่จะลดเชื้อที่ฝังตามรอยต่อไม้ ร่องพื้น และพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อย ขั้นตอนถัดไปที่ควรทำคือการฆ่าเชื้อพื้นผิวอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นงานที่บริการพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมเข้ามาช่วยได้ ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรามาทำความรู้จักกับเชื้อโรคแต่ละชนิดที่อาจซ่อนอยู่ในบ้านแบบนี้กันก่อน

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในจรเข้สามพัน อู่ทอง: 10 ชนิดที่ควรรู้จัก

น้ำท่วมในพื้นที่เกษตรกรรมแบบจรเข้สามพันต่างจากน้ำท่วมในเมืองตรงที่น้ำผ่านทุ่งนา คอกสัตว์ บ่อปลา และดินร่วนจำนวนมาก เชื้อที่พบจึงมีทั้งเชื้อจากสัตว์ เชื้อจากดิน เชื้อจากลำไส้คน และเชื้อราที่เติบโตเมื่อบ้านชื้นนาน ข้อมูลด้านล่างเป็นความรู้ทั่วไปตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที

1. เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira interrogans) ต้นเหตุโรคฉี่หนู

มากับน้ำท่วมอย่างไร: เชื้อเลปโตสไปราอาศัยอยู่ในไตของหนูและสัตว์เลี้ยงหลายชนิด เช่น วัว ควาย หมู และสุนัข แล้วถูกขับออกมาทางปัสสาวะ ในพื้นที่นาข้าวและคอกสัตว์แบบจรเข้สามพัน น้ำที่ท่วมขังจะชะล้างปัสสาวะสัตว์จากคอกและรูหนูตามคันนาให้กระจายไปทั่วหมู่บ้าน หนูยังหนีน้ำขึ้นมาอาศัยบนบ้าน ฝ้าเพดาน และกองฟาง ทำให้ปัสสาวะหนูไปเปื้อนพื้นผิวในบ้านเพิ่มขึ้นอีก

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: โคลนเปียกใต้ถุนบ้าน แอ่งน้ำขังรอบคอกวัว พื้นห้องครัว กองฟางและกระสอบที่หนูเคยอาศัย และบริเวณที่มีน้ำขังไม่ไหลเวียน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก อาการมักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง บางรายรุนแรงจนตัวเหลือง ปัสสาวะน้อย หรือมีเลือดออกผิดปกติ ระยะฟักตัวอาจตั้งแต่ไม่กี่วันจนถึงราวสี่สัปดาห์หลังสัมผัสน้ำ กลุ่มเสี่ยงคือชาวนา ผู้เลี้ยงสัตว์ อาสาสมัครที่ลุยน้ำ และทุกคนที่ล้างบ้านโดยไม่สวมรองเท้าบูท

ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทยางและถุงมือยางทุกครั้งที่ลุยน้ำหรือล้างโคลน ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างมือและเท้าด้วยสบู่หลังเสร็จงาน ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่หนูอาจเคยเดินผ่าน และหากมีไข้หลังลุยน้ำ ให้รีบพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม

2. เชื้อเบอร์คอลเดอเรีย สูโดมาลิอาย (Burkholderia pseudomallei) ต้นเหตุโรคเมลิออยโดสิส

มากับน้ำท่วมอย่างไร: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและแหล่งน้ำผิวดินในเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย โดยพบได้บ่อยในดินนาข้าว เมื่อฝนตกหนักและน้ำไหลบ่าผ่านทุ่งนา ดินชั้นล่างจะถูกพลิกขึ้นมาปนกับน้ำ แล้วพัดเข้าสู่บ้านพร้อมโคลน ชาวนาที่ทำงานในนาเป็นประจำเป็นกลุ่มที่ทางสาธารณสุขให้ความสำคัญกับโรคนี้มาก

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: ชั้นโคลนที่ตกตะกอนบนพื้นบ้าน ลานดินหน้าบ้าน ใต้ถุน แปลงผัก และรองเท้าหรือเครื่องมือการเกษตรที่ยังไม่ได้ล้าง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าทางบาดแผลที่สัมผัสดินหรือน้ำ การสูดละอองน้ำหรือฝุ่นดิน และการกลืน อาการหลากหลายมาก ตั้งแต่ไข้ ไอ ปอดอักเสบ ฝีตามผิวหนังหรืออวัยวะภายใน จนถึงการติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ที่เสี่ยงต่ออาการรุนแรงคือผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง ผู้ดื่มสุราเป็นประจำ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ

ป้องกัน: หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนดินโคลน สวมรองเท้าบูทและถุงมือขณะตักโคลน ใส่หน้ากากเมื่อฉีดน้ำแรงดันสูงที่อาจทำให้เกิดละออง ผู้ป่วยเบาหวานที่มีไข้หลังทำความสะอาดบ้านควรรีบพบแพทย์และแจ้งว่าสัมผัสดินโคลนจากน้ำท่วม

3. เชื้ออีโคไล (Escherichia coli) ตัวชี้วัดการปนเปื้อนอุจจาระ

มากับน้ำท่วมอย่างไร: อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ เมื่อน้ำท่วมสูงเกินเมตร บ่อเกรอะ ส้วมซึม และรางระบายน้ำของบ้านเรือนจะถูกน้ำดันจนล้น สิ่งปฏิกูลจึงปนไปกับน้ำทั้งหมู่บ้าน ยิ่งพื้นที่มีคอกวัว คอกหมู หรือเล้าไก่ ปริมาณมูลสัตว์ในน้ำก็ยิ่งมาก

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: ห้องน้ำ อ่างล้างจาน เคาน์เตอร์ครัว ภาชนะใส่น้ำ ตุ่มน้ำและโอ่งที่น้ำท่วมถึง ของเล่นเด็ก และพื้นที่เด็กเล็กชอบคลาน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อีโคไลบางสายมีพิษทำให้ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน บางครั้งถ่ายเป็นเลือด เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้เร็ว

ป้องกัน: ทิ้งอาหารและน้ำดื่มที่โดนน้ำท่วม ใช้น้ำดื่มบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดแล้วฆ่าเชื้อก่อนใช้ ล้างมือด้วยสบู่ก่อนเตรียมอาหาร และทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อห้องน้ำกับห้องครัวเป็นลำดับแรก

4. เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella spp.) จากมูลไก่ เป็ด และสัตว์เลี้ยง

มากับน้ำท่วมอย่างไร: ซัลโมเนลลาพบได้บ่อยในลำไส้ของสัตว์ปีก เช่น ไก่และเป็ด รวมถึงสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์เลี้ยงอื่น บ้านในชุมชนเกษตรหลายหลังเลี้ยงไก่หรือเป็ดไว้ใต้ถุนหรือข้างบ้าน เมื่อน้ำท่วมเล้า มูลสัตว์จะลอยกระจายไปตามน้ำ

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: ใต้ถุนบ้าน ลานหน้าบ้าน ถังเก็บอาหารสัตว์ ภาชนะที่ลอยน้ำ และมือของคนที่ทำความสะอาดเล้าไก่

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ไข้ ปวดท้องบิด อาเจียน โดยทั่วไปอาการเกิดภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันหลังได้รับเชื้อ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงกว่า

ป้องกัน: แยกพื้นที่สัตว์ออกจากพื้นที่ครัว ล้างมือทุกครั้งหลังจับสัตว์หรือทำความสะอาดเล้า ปรุงอาหารให้สุก และฆ่าเชื้อบริเวณที่สัตว์เคยอยู่หลังล้างโคลนแล้ว ซัลโมเนลลาเป็นหนึ่งในเชื้อที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD ระบุไว้ในรายการเชื้อที่ครอบคลุม

5. เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter jejuni) เชื้อท้องร่วงจากสัตว์ปีก

มากับน้ำท่วมอย่างไร: แคมไพโลแบคเตอร์เป็นแบคทีเรียอีกชนิดที่อาศัยในลำไส้ของสัตว์ปีกและปศุสัตว์ แพร่ผ่านน้ำที่ปนเปื้อนมูลสัตว์และอาหารที่ไม่สุก ในพื้นที่ที่น้ำพัดผ่านฟาร์มเล็ก ๆ หลายแห่งก่อนเข้าบ้าน โอกาสที่น้ำดิบจะปนเปื้อนเชื้อนี้ย่อมสูงขึ้น

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: น้ำในตุ่มหรือถังที่ไม่ได้ปิดฝา เขียงและมีดที่แช่น้ำ ภาชนะใส่อาหารสัตว์ และพื้นห้องครัว

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง บางครั้งมีเลือดปน ปวดท้อง มีไข้ คลื่นไส้ อาการมักดีขึ้นเองในเวลาไม่นาน แต่เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวควรได้รับการดูแลจากแพทย์หากถ่ายบ่อยหรืออ่อนเพลียมาก

ป้องกัน: ไม่ใช้น้ำในตุ่มที่โดนน้ำท่วมสำหรับดื่มหรือล้างอาหาร ล้างเขียงและมีดด้วยน้ำยาล้างจาน ลวกน้ำร้อน หรือฆ่าเชื้อก่อนใช้ แยกเขียงสำหรับเนื้อดิบกับอาหารสุก แคมไพโลแบคเตอร์อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ซึ่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรียโดยทั่วไป หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง

6. ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus) ไวรัสที่มากับน้ำและอาหารปนเปื้อน

มากับน้ำท่วมอย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านทางอุจจาระสู่ปาก เมื่อสิ่งปฏิกูลจากส้วมซึมปนไปกับน้ำท่วม ไวรัสอาจติดอยู่บนภาชนะ ผักที่ปลูกริมบ้าน และมือของคนที่ทำความสะอาดบ้านแล้วหยิบอาหารเข้าปาก ไวรัสชนิดนี้ค่อนข้างทนต่อสภาพแวดล้อม จึงอยู่บนพื้นผิวได้นานกว่าที่หลายคนคิด

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: ผักสวนครัวที่จมน้ำ ภาชนะใส่อาหาร ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู และราวบันไดที่ทุกคนจับขณะเดินขึ้นลงบ้าน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย ไข้ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะสีเข้ม และตาหรือตัวเหลือง อาการมักปรากฏหลังได้รับเชื้อหลายสัปดาห์ ผู้ใหญ่มักมีอาการชัดกว่าเด็ก ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกัน ผู้ที่สนใจควรปรึกษาแพทย์

ป้องกัน: ทิ้งผักที่จมน้ำท่วม ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร และเน้นฆ่าเชื้อจุดที่มือสัมผัสร่วมกัน ไวรัสตับอักเสบเออยู่ในกลุ่มไวรัส หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ ควรสอบถามข้อมูลจาก WHD เพิ่มเติม

7. โรตาไวรัส (Rotavirus) ไวรัสท้องร่วงในเด็กเล็ก

มากับน้ำท่วมอย่างไร: โรตาไวรัสแพร่ผ่านอุจจาระสู่ปากเช่นกัน และแพร่ได้ง่ายในที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก เช่น ศูนย์พักพิงชั่วคราว เมื่อครอบครัวที่มีเด็กเล็กกลับเข้าบ้าน เชื้อที่ติดมากับเสื้อผ้า ผ้าอ้อม และของใช้ อาจตามกลับมาด้วย

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: ของเล่น ขวดนม ที่นอนเด็ก พื้นห้องนอน โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม และอ่างล้างมือ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำหลายครั้ง มีไข้ เด็กอายุต่ำกว่าห้าปีเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ หากเด็กซึม ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

ป้องกัน: ล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม ทิ้งของเล่นนุ่มที่แช่น้ำท่วม ล้างของเล่นพลาสติกด้วยน้ำสบู่แล้วฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดห้องนอนเด็กเป็นห้องแรกก่อนให้เด็กกลับเข้าบ้าน และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนตามช่วงวัย

8. เชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) และการติดเชื้อที่บาดแผล

มากับน้ำท่วมอย่างไร: ระหว่างลุยน้ำลึกเกินเมตร ชาวบ้านมักถูกเศษไม้ ตะปู กิ่งไม้ เปลือกหอย และเศษกระเบื้องบาดโดยไม่รู้ตัว ผิวหนังที่แช่น้ำนานจะอ่อนนุ่มและฉีกขาดง่าย แบคทีเรียบนผิวหนังและในสิ่งแวดล้อม เช่น สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส จึงมีโอกาสเข้าสู่แผลได้ง่าย

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: เครื่องมือทำความสะอาด ด้ามไม้กวาด ถุงมือที่ใช้ซ้ำ ผ้าเช็ดตัวที่ใช้ร่วมกัน และพื้นผิวที่มีคราบเลือดหรือน้ำเหลืองจากแผล

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือมีไข้ ผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุมักหายช้าและเสี่ยงติดเชื้อลุกลามมากกว่า นอกจากนี้ แผลที่โดนตะปูหรือของมีคมที่ปนดินยังเสี่ยงต่อบาดทะยัก (Clostridium tetani) ผู้ที่มีแผลลักษณะนี้ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก

ป้องกัน: สวมรองเท้าพื้นหนาและถุงมือหนาขณะเก็บเศษซาก ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ปิดแผลให้แห้ง ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และฆ่าเชื้อเครื่องมือทำความสะอาดหลังใช้งาน สแตฟิโลค็อกคัสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หากต้องการผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สอบถาม WHD ได้

9. เชื้อราผิวหนัง (Dermatophytes เช่น Trichophyton spp.) ต้นเหตุน้ำกัดเท้าและฮ่องกงฟุต

มากับน้ำท่วมอย่างไร: น้ำกัดเท้าระยะแรกเกิดจากผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย เมื่อผิวไม่แข็งแรง เชื้อราผิวหนังกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ซึ่งชอบความอับชื้นจะเข้ามาซ้ำเติม ทำให้เกิดอาการคันและผื่นตามง่ามนิ้วเท้า ชาวบ้านที่ต้องลุยน้ำทุกวันเพื่อดูแลสัตว์และบ้านจึงเป็นกลุ่มที่พบปัญหานี้บ่อย

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: รองเท้าบูทที่ไม่ได้ตากให้แห้ง ถุงเท้า พรมเช็ดเท้า พื้นห้องน้ำ และผ้าเช็ดเท้าที่ใช้ร่วมกันในครอบครัว

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผิวง่ามนิ้วเท้าเปื่อยขาว คัน แสบ ลอกเป็นขุย บางรายมีกลิ่น หากมีแผลแตกอาจติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ ผู้ป่วยเบาหวานควรระวังเป็นพิเศษ

ป้องกัน: เช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ตากรองเท้าให้แห้งสนิท แยกผ้าเช็ดเท้า และหากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา (fungi) ในภาพรวม

10. เชื้อราในบ้าน (Aspergillus spp. และราดำชนิดอื่น) ที่งอกหลังน้ำลด

มากับน้ำท่วมอย่างไร: สปอร์ของเชื้อรามีอยู่ในอากาศทั่วไปอยู่แล้ว แต่เมื่อบ้านไม้ ผนังปูน ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์อุ้มน้ำนานหลายวัน ความชื้นสูงจะทำให้สปอร์งอกเป็นจุดดำ เขียว หรือขาวภายในไม่กี่วัน WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อลดการเกิดเชื้อรา บ้านที่น้ำขึ้นสูงเกินเมตรอย่างจรเข้สามพันมีพื้นที่ผนังเปียกมาก จึงเสี่ยงเชื้อรามากเป็นพิเศษ

ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: ฝาผนังไม้ด้านใน หลังตู้ ใต้ที่นอน ฝ้าเพดาน ม่าน เสื้อผ้าในตู้ และกระสอบข้าวสารหรือปุ๋ยที่เก็บใต้ถุน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ แน่นหน้าอก ตาคัน ผู้ป่วยโรคหืด ภูมิแพ้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีอาการรุนแรงกว่า ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมากควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปทำความสะอาดห้องที่มีเชื้อราหนาแน่นด้วยตนเอง

ป้องกัน: เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ขนของที่ซึมน้ำและเป็นราหนักออกทิ้ง เช็ดล้างคราบราที่ผิวแข็ง ใส่หน้ากากชนิดกรองละเอียด ถุงมือ และแว่นตาขณะทำความสะอาด เมื่อบ้านแห้งแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวเพื่อลดเชื้อที่หลงเหลือ

สรุปภาพรวม: ในบ้านหลังเดียวกันของจรเข้สามพัน อาจมีเชื้อจากสัตว์ (เลปโตสไปรา ซัลโมเนลลา แคมไพโลแบคเตอร์) เชื้อจากดิน (เบอร์คอลเดอเรีย สูโดมาลิอาย) เชื้อจากลำไส้คน (อีโคไล ตับอักเสบเอ โรตาไวรัส) เชื้อที่เข้าทางบาดแผล (สแตฟิโลค็อกคัส) และเชื้อราทั้งบนผิวหนังและบนผนังบ้าน การจัดการจึงต้องทำเป็นลำดับ คือ ป้องกันตัว ขนโคลนออก ล้างด้วยน้ำและสารทำความสะอาด ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวอย่างทั่วถึง

ทำไมการล้างบ้านอย่างเดียวยังไม่พอ หลังน้ำท่วมจรเข้สามพัน

ชาวบ้านจำนวนมากใช้วิธีฉีดน้ำแรง ๆ ไล่โคลนออก แล้วราดน้ำยาซักผ้าหรือน้ำยาล้างพื้นตาม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกต้อง แต่มีเหตุผลหลายข้อที่ทำให้วิธีนี้อาจยังไม่เพียงพอสำหรับบ้านที่น้ำท่วมลึกและนาน

  • สารทำความสะอาดทั่วไปทำหน้าที่ขจัดคราบ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อ น้ำยาล้างพื้นหรือผงซักฟอกช่วยยกคราบสกปรกออก แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อในระดับที่น้ำยาฆ่าเชื้อทำได้
  • บ้านไม้มีรอยต่อและร่องจำนวนมาก โคลนละเอียดและเชื้อแทรกตัวในร่องไม้ ซอกบันได และรอยต่อระหว่างแผ่นไม้ ซึ่งแปรงเข้าไม่ถึง
  • การฉีดน้ำแรงดันสูงอาจทำให้เกิดละออง ละอองน้ำที่ปนดินและเชื้ออาจฟุ้งขึ้นมาสัมผัสใบหน้า และกระจายไปยังผนังส่วนที่ยังสะอาด
  • การผสมน้ำยาเองเสี่ยงต่อความปลอดภัย การผสมสารฟอกขาวกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรดอาจเกิดก๊าซอันตราย CDC เตือนไม่ให้ผสมสารเคมีทำความสะอาดเข้าด้วยกัน
  • ใช้น้ำยาไม่ทั่วถึงและไม่ได้ทิ้งไว้ตามเวลาที่กำหนด น้ำยาฆ่าเชื้อแต่ละชนิดต้องสัมผัสพื้นผิวในระยะเวลาหนึ่งจึงจะได้ผล การเช็ดผ่านเร็ว ๆ จึงอาจไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่ควร
  • แรงงานในครอบครัวมีจำกัด หลังน้ำลด ครอบครัวต้องซ่อมบ้าน ดูแลสัตว์ กู้ข้าวของ และเตรียมกลับไปทำนา การฆ่าเชื้อทุกห้องอย่างละเอียดจึงมักถูกข้ามไป

ด้วยเหตุนี้ หลายครอบครัวจึงเลือกทำความสะอาดขั้นต้นเอง แล้วให้ทีมงานมืออาชีพเข้ามาพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนกลับเข้าอยู่เต็มรูปแบบ

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมจาก WHD สำหรับบ้านในจรเข้สามพัน อู่ทอง

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้านเรือน อาคาร และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายตัวได้ทั่วถึง ทำให้น้ำยาเข้าถึงซอกมุม ร่องไม้ และพื้นผิวที่เช็ดถึงได้ยาก

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ น้ำยานี้ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยรายชื่อเชื้อที่ระบุไว้บนหน้าเว็บไซต์ของ WHD ได้แก่ SARS-CoV-2 (COVID-19), RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1, ไวรัสมือเท้าปาก, โนโรไวรัส, ซัลโมเนลลา, ไมโคแบคทีเรีย และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุประสิทธิภาพที่ 99.99% และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุว่ามีผลต่อเชื้อ COVID-19 ได้ 99.85% ภายใน 1 นาที

หน้าบริการยังระบุการรับรองและอ้างอิง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ความโปร่งใสเรื่องประสิทธิภาพ: เชื้อบางชนิดในบทความนี้ เช่น เลปโตสไปรา เบอร์คอลเดอเรีย สูโดมาลิอาย อีโคไล แคมไพโลแบคเตอร์ ไวรัสตับอักเสบเอ โรตาไวรัส สแตฟิโลค็อกคัส และเชื้อราผิวหนัง ไม่ได้ระบุชื่อไว้โดยตรงบนหน้าเว็บไซต์ เชื้อเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อรา ที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม หากคุณต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง

เรื่องการให้บริการต่างจังหวัด: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดสุพรรณบุรี การให้บริการในอำเภออู่ทองและพื้นที่ใกล้เคียงจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์หรือ LINE โดยทีมงานจะสอบถามรายละเอียดพื้นที่ จำนวนห้อง และสภาพบ้านก่อนนัดวันเข้าบริการ วันและเวลาขึ้นอยู่กับคิวงานและสภาพเส้นทางในช่วงน้ำท่วม

สำหรับบ้านที่ยังมีกลิ่นอับชื้นหลังพ่นฆ่าเชื้อ สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมได้

ขั้นตอนพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมแบบมืออาชีพ

  1. สำรวจและประเมินพื้นที่: ทีมงานสอบถามข้อมูลผ่านโทรศัพท์หรือ LINE เช่น ระดับน้ำที่เคยท่วม จำนวนห้อง ประเภทบ้าน (บ้านไม้ บ้านปูน บ้านยกพื้น) และพื้นที่พิเศษ เช่น ห้องเด็ก ห้องผู้ป่วยติดเตียง หรือคอกสัตว์ใกล้บ้าน จากนั้นวางแผนการทำงาน
  2. ขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อน: การพ่นฆ่าเชื้อจะได้ผลดีเมื่อพื้นผิวสะอาด เจ้าของบ้านควรขนโคลน เศษซาก และของที่เสียหายออก ล้างพื้นผนังด้วยน้ำและสารทำความสะอาด และเปิดระบายอากาศให้แห้งเท่าที่ทำได้
  3. แบ่งโซนการทำงาน: ทีมงานแบ่งบ้านเป็นโซน เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ใต้ถุน และบริเวณรอบบ้าน เพื่อให้พ่นได้ครบและไม่ข้ามจุดเสี่ยง
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ทีมช่างพ่นน้ำยา CHEMGENE HLD4H และ/หรือพ่นละอองฝอย ULV ครอบคลุมพื้น ผนัง ราวบันได ลูกบิด เคาน์เตอร์ และจุดที่มือสัมผัสบ่อย ระหว่างพ่น ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น
  5. รอเวลาและกลับเข้าใช้พื้นที่: ตามข้อมูลบริการ หลังพ่นให้รอประมาณ 30 นาที แล้วจึงกลับเข้าใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ให้ปฏิบัติตามเวลาที่ช่างแจ้งในวันนั้นเสมอ และเปิดระบายอากาศตามคำแนะนำ

โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ และสามารถออกใบกำกับภาษีได้

10 เหตุผลที่บ้านในจรเข้สามพันควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำท่วมสูงเกิน 1.30 เมตร พื้นผิวที่สัมผัสน้ำครอบคลุมทั้งพื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า มากเกินกว่าจะเช็ดทีละจุดได้ทั่วถึง
  2. น้ำไหลผ่านทุ่งนาและคอกสัตว์ ทำให้มีความเสี่ยงจากปัสสาวะและมูลสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งของเลปโตสไปรา ซัลโมเนลลา และแคมไพโลแบคเตอร์
  3. ดินโคลนจากนาอาจมีเชื้อจากดิน เช่น เบอร์คอลเดอเรีย สูโดมาลิอาย การล้างแล้วตามด้วย การพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยลดเชื้อที่หลงเหลือบนพื้นผิว
  4. บ้านไม้มีร่องและรอยต่อมาก ละอองฝอยแบบ ULV เข้าถึงซอกที่ผ้าและแปรงเข้าไม่ถึง
  5. มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุในบ้าน กลุ่มนี้เสี่ยงต่อท้องร่วงและภาวะขาดน้ำมากกว่าคนทั่วไป
  6. ช่วยลดเชื้อรา หลังบ้านแห้ง การฆ่าเชื้อพื้นผิวช่วยลดเชื้อราที่หลงเหลือ ซึ่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา
  7. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาที่ใช้ในโรงพยาบาลและสถานที่สาธารณะตามข้อมูลบริการ
  8. ทำงานโดยทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ลดความเสี่ยงจากการผสมสารเคมีเองหรือใช้น้ำยาไม่ถูกวิธี
  9. ประหยัดแรงของครอบครัว ให้ครอบครัวมีเวลาไปซ่อมบ้าน ดูแลสัตว์ และเตรียมกลับไปทำนา ดูรายละเอียดบริการ
  10. สร้างความมั่นใจก่อนกลับเข้าอยู่ โดยเฉพาะบ้านที่มีหลานตัวเล็กคลานบนพื้น หรือมีผู้ป่วยที่ต้องนอนติดเตียง

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: ภาพที่ครอบครัวควรคาดหวัง

ก่อน (หลังน้ำลดใหม่ ๆ)

  • โคลนจากทุ่งนาเกาะพื้นและร่องไม้
  • มูลไก่ มูลวัว ปนอยู่ใต้ถุนบ้าน
  • ห้องน้ำมีกลิ่นจากบ่อเกรอะที่ล้น
  • ผนังและที่นอนชื้น เริ่มมีจุดราดำ
  • เด็กเล็กยังเล่นบนพื้นไม่ได้
  • ครอบครัวไม่แน่ใจว่าบ้านพร้อมแค่ไหน

หลัง (ล้าง ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อแล้ว)

  • พื้นผิวสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อเป็นโซน
  • ใต้ถุนและพื้นที่สัตว์ได้รับการจัดการแยก
  • ห้องน้ำและครัวได้รับการฆ่าเชื้อเป็นลำดับแรก
  • เชื้อราที่ผิวได้รับการจัดการหลังเช็ดล้าง
  • ครอบครัวกลับเข้าพื้นที่หลังเวลาที่ช่างแจ้ง
  • มีแนวทางดูแลบ้านต่อเนื่องในระยะฟื้นฟู

หมายเหตุ: การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่ไม่ได้แทนการซ่อมแซมโครงสร้าง การเปลี่ยนวัสดุที่ผุพัง หรือการรักษาพยาบาล บ้านที่มีเชื้อราฝังลึกในวัสดุอาจต้องรื้อเปลี่ยนวัสดุนั้น

กรณีตัวอย่าง: วันที่ครอบครัวของลุงสมพงษ์กลับเข้าบ้าน

กรณีตัวอย่างต่อเนื่องจากเรื่องเล่าข้างต้น เรียบเรียงเพื่ออธิบายลำดับขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

หลังน้ำลด ลูกสาวของลุงสมพงษ์ติดต่อทีมงานผ่าน LINE ส่งรูปบ้าน ใต้ถุน และห้องน้ำมาให้ดู ทีมงานแนะนำให้ครอบครัวขนที่นอนนุ่น ผ้าห่ม และกระสอบข้าวที่จมน้ำออกไปทิ้งก่อน จากนั้นตักโคลนออก ฉีดล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างพื้น เปิดหน้าต่างทุกบาน และตากของที่ยังใช้ได้ไว้กลางแดด

เมื่อถึงวันนัด ทีมช่างแบ่งบ้านเป็นห้าโซน ได้แก่ ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน โถงกลางบ้าน และใต้ถุนรวมพื้นที่รอบคอกวัว ครอบครัวและหลานรออยู่ที่บ้านญาติ ส่วนวัวถูกผูกไว้ไกลจากโซนที่พ่น ช่างเริ่มจากห้องครัวและห้องน้ำ ตามด้วยห้องนอนของหลาน แล้วจึงพ่นใต้ถุนเป็นลำดับท้าย หลังเสร็จงาน ช่างแจ้งเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการกลับเข้าบ้าน และแนะนำให้เปิดหน้าต่างระบายอากาศต่อ

สิ่งที่ครอบครัวได้คือความชัดเจนว่าพื้นผิวในบ้านผ่านทั้งการล้างและการฆ่าเชื้อแล้ว ส่วนลุงซึ่งมีแผลที่หน้าแข้ง ได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อตรวจแผลและประเมินเรื่องวัคซีนบาดทะยัก

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม จรเข้สามพัน อู่ทอง

ก่อนกลับเข้าบ้าน

  • รอให้หน่วยงานท้องถิ่นแจ้งว่าปลอดภัย และตรวจระบบไฟฟ้ากับแก๊สก่อนเปิดใช้
  • เตรียมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นตา
  • ปิดแผลทุกแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ
  • ระวังงู ตะขาบ และสัตว์มีพิษที่หนีน้ำเข้าบ้าน

ระหว่างทำความสะอาด

  • ทิ้งอาหาร น้ำดื่ม และยาที่โดนน้ำท่วม
  • ขนที่นอน พรม และวัสดุซับน้ำที่เป็นราออก
  • ตักโคลน ล้างพื้นผนังด้วยน้ำและสารทำความสะอาด ห้ามผสมสารเคมีหลายชนิดเข้าด้วยกัน
  • เปิดระบายอากาศให้บ้านแห้งเร็วที่สุด
  • แยกล้างพื้นที่เลี้ยงสัตว์ออกจากพื้นที่ครัว

ระหว่างและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • ผู้อยู่อาศัย เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น
  • เก็บอาหารและภาชนะที่ไม่ต้องการให้โดนละอองไว้ในที่ปิด
  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดระบายอากาศ
  • สังเกตอาการของสมาชิกในบ้านต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วงรุนแรง หรือแผลอักเสบ ให้พบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จรเข้สามพัน

ถาม: ต้องล้างโคลนก่อนพ่นฆ่าเชื้อหรือไม่
ตอบ: ต้องล้างก่อนเสมอ โคลนและคราบสกปรกจะขวางไม่ให้น้ำยาสัมผัสพื้นผิวโดยตรง การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นขั้นตอนหลังจากขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว

ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากบ้านไหม
ตอบ: ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงควรออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น

ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อโรคฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: เลปโตสไปราเป็นแบคทีเรีย ซึ่งข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรียในภาพรวม แต่หน้าเว็บไซต์ไม่ได้ระบุชื่อเชื้อนี้โดยตรง หากต้องการข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถสอบถามทีมงานได้ สิ่งสำคัญคือการป้องกันตัวขณะลุยน้ำ และพบแพทย์หากมีไข้หลังสัมผัสน้ำท่วม

ถาม: WHD ให้บริการที่อู่ทองได้หรือไม่
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในสุพรรณบุรี การให้บริการต่างจังหวัดนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 วันเข้าบริการขึ้นอยู่กับคิวงานและสภาพเส้นทาง

ถาม: พ่นใต้ถุนบ้านและบริเวณคอกสัตว์ได้ไหม
ตอบ: สามารถแจ้งทีมงานให้รวมพื้นที่ใต้ถุนและรอบบ้านไว้ในแผนได้ ควรย้ายสัตว์ออกจากบริเวณที่พ่นก่อน และล้างมูลสัตว์และโคลนออกให้มากที่สุด

ถาม: พ่นแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาโรคในร่างกาย ใครมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทุกกรณี

ถาม: มีบริการอื่นช่วยเรื่องกลิ่นอับหรือไม่
ตอบ: สำหรับกลิ่นอับชื้นที่ยังหลงเหลือ สามารถสอบถามบริการอบโอโซนในที่พักอาศัยเป็นบริการเสริมได้

บ้านในจรเข้สามพันกลับมาปลอดภัยได้ เราช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคหลังน้ำท่วมให้คุณ

เชื้อจากน้ำท่วมมีหลากหลายชนิด ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา หลังคุณล้างโคลนเสร็จ ให้ทีมงาน WHD เข้ามาพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H น้ำยาที่ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ครอบครัวกลับเข้าบ้านได้อย่างมั่นใจขึ้น

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม คลิกเลย

โทร 065-556-6294  |  LINE @whd268

World Health Disinfection เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 รับนัดหมายบริการต่างจังหวัดผ่านโทรศัพท์และ LINE

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อจรเข้สามพัน #น้ำท่วมอู่ทอง #น้ำท่วมสุพรรณบุรี #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #เมลิออยโดสิส #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จรเข้สามพัน อู่ทอง, น้ำท่วมจรเข้สามพัน 2569, น้ำท่วมอู่ทอง สุพรรณบุรี, เชื้อโรคจากน้ำท่วม, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, เมลิออยโดสิส, เชื้อราหลังน้ำลด, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้