พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชุมชนเกาะยมและชุมชนบางปรอง นครสวรรค์ 2569: เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าบ้านริมน้ำ กับเชื้อโรคที่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงเสี่ยงที่สุด

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เชื้อโรคร้ายในบ้านและโรงเรียนไทย

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ชุมชนเกาะยมและชุมชนบางปรอง นครสวรรค์ 2569: เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าบ้านริมน้ำ กับเชื้อโรคที่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงเสี่ยงที่สุด

เช้ามืดวันที่ 30 กันยายน 2569 แม่น้ำเจ้าพระยาล้นตลิ่งเข้าสู่ ชุมชนเกาะยมและชุมชนบางปรอง เขตเทศบาลนครนครสวรรค์ อำเภอเมืองนครสวรรค์ บางจุดน้ำสูงเกินครึ่งเมตร บ้านเรือนหลายสิบหลังได้รับผลกระทบ และชาวบ้านต้องร้องขอเต็นท์ให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงได้พักอาศัยชั่วคราว น้ำจากแม่น้ำที่ไหลเข้าบ้านพาทั้งตะกอนดิน โคลน น้ำทิ้ง และเชื้อโรคหลายชนิดมาด้วย โดยเฉพาะเชื้อที่อันตรายต่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่นอนติดเตียง บทความนี้อธิบายสถานการณ์ตามรายงานของหน่วยงานรัฐ เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมริมแม่น้ำ จุดที่เชื้อซ่อนอยู่ในบ้านไม้และบ้านปูนหลังน้ำลด อาการที่ต้องเฝ้าระวัง และเหตุผลที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ของ World Health Disinfection (WHD) หลังการขนโคลนและล้างทำความสะอาด จะช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคให้บ้านริมเจ้าพระยาในนครสวรรค์พร้อมรับสมาชิกที่เปราะบางที่สุดกลับบ้าน

สถานการณ์น้ำท่วมชุมชนเกาะยมและชุมชนบางปรอง นครสวรรค์ ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์

ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ (PRD) เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 แม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนเกาะยมและชุมชนบางปรอง ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด บางจุดระดับน้ำสูงเกิน 50 เซนติเมตร บ้านเรือนหลายสิบหลังได้รับผลกระทบ และชาวบ้านได้ร้องขอเต็นท์เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงได้พักอาศัยชั่วคราวระหว่างที่น้ำยังท่วมบ้าน ข้อมูลเหล่านี้เป็นสถานการณ์ ณ วันที่รายงาน ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันตามปริมาณน้ำจากต้นน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ผู้อ่านควรติดตามประกาศของเทศบาลนครนครสวรรค์และจังหวัดนครสวรรค์อย่างใกล้ชิด

ในภาพรวมของประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยใน 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน แต่สะท้อนว่าน้ำท่วมปี 2569 กินพื้นที่กว้างขวาง และชุมชนริมแม่น้ำอย่างเกาะยมและบางปรองเป็นกลุ่มที่ต้องรับมือกับน้ำก่อนใคร

สิ่งที่ทำให้น้ำท่วมริมแม่น้ำแตกต่างจากน้ำขังบนถนนในเมือง คือน้ำแม่น้ำที่ล้นตลิ่งพาตะกอนดิน โคลน และสิ่งที่ลอยมากับกระแสน้ำเข้ามาในบ้านโดยตรง ทั้งเศษไม้ ขยะ ซากพืช มูลสัตว์ และน้ำจากบ่อเกรอะที่ถูกน้ำดันจนล้น บ้านไม้ใต้ถุนสูงที่ปกติปลอดภัยอาจรอด แต่บ้านชั้นเดียว บ้านปูนชั้นล่าง และใต้ถุนบ้านจะเต็มไปด้วยโคลนหลังน้ำลด เมื่อในบ้านมีผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียง ความเสี่ยงด้านเชื้อโรคจึงสูงขึ้นอีกหลายเท่า เพราะคนกลุ่มนี้มีภูมิต้านทานต่ำ เคลื่อนไหวได้น้อย และบางคนมีแผลกดทับหรือใส่อุปกรณ์ทางการแพทย์

กรณีตัวอย่าง: ครอบครัวริมเจ้าพระยาที่ต้องย้ายคุณยายติดเตียงไปนอนในเต็นท์

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในชุมชนริมแม่น้ำหลังน้ำล้นตลิ่ง ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้าหรือชาวบ้านรายใดรายหนึ่ง

คุณต้อมอาศัยอยู่กับแม่วัยเกือบแปดสิบปีในบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่ของเขานอนติดเตียงมาหลายปีหลังป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง และเป็นเบาหวานร่วมด้วย เช้ามืดวันนั้น เสียงน้ำไหลเข้าใต้ถุนบ้านปลุกให้เขาตื่น ภายในไม่กี่ชั่วโมงน้ำสีน้ำตาลขุ่นก็ขึ้นมาถึงพื้นชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องที่แม่นอนอยู่ เขากับเพื่อนบ้านช่วยกันยกแม่พร้อมที่นอนลมขึ้นรถกระบะไปพักในเต็นท์ที่ชุมชนช่วยกันกางไว้บนพื้นที่สูง ส่วนข้าวของในห้อง ทั้งตู้ยา ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าปูที่นอน และเก้าอี้นั่งถ่าย ต้องทิ้งไว้ให้จมน้ำ

หลายวันต่อมาเมื่อน้ำลด สิ่งที่เหลืออยู่คือโคลนหนาบนพื้น คราบน้ำบนผนังสูงเกือบเข่า กลิ่นเหม็นอับปนกลิ่นท่อ และจุดราดำบนฝาไม้ คุณต้อมอยากพาแม่กลับบ้านโดยเร็ว เพราะการนอนในเต็นท์ทำให้แม่ไม่สบายตัวและแผลกดทับที่ก้นกบเริ่มแดงขึ้น แต่เขาก็กังวลว่า หากห้องนอนของแม่ยังมีเชื้อโรคจากโคลนและน้ำทิ้ง แผลของแม่อาจติดเชื้อ หรือแม่อาจป่วยเป็นปอดอักเสบจากเชื้อราในบ้าน

คุณต้อมจึงติดต่อ WHD ทาง LINE ทีมงานแนะนำลำดับงานที่ถูกต้อง เริ่มจากขนโคลนออก ทิ้งที่นอน ผ้า และวัสดุที่อุ้มน้ำ ขัดล้างพื้นและฝาผนัง เปิดบ้านให้แห้ง แล้วจึงนัดหมายพ่นฆ่าเชื้อทั่วทั้งชั้นล่าง โดยเฉพาะห้องนอนแม่ ห้องน้ำ และพื้นที่ใต้ถุน ระหว่างพ่น ทุกคนอยู่นอกบ้าน และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้ง ก่อนจะจัดห้องใหม่ด้วยที่นอนและผ้าปูที่สะอาด แล้วจึงพาแม่กลับบ้าน เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่หลายครอบครัวในชุมชนริมแม่น้ำของนครสวรรค์ต้องเผชิญหลังน้ำลด

ทำไมผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงในเกาะยมและบางปรองจึงเสี่ยงต่อเชื้อโรคหลังน้ำท่วมเป็นพิเศษ

ผู้สูงอายุมีภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัย หลายคนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคหัวใจ หรือโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ไม่ดีเท่าคนหนุ่มสาว ผู้ป่วยติดเตียงยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกหลายด้าน ผิวหนังที่ถูกกดทับนานอาจเกิดแผลซึ่งเป็นประตูให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย การนอนนานทำให้เสมหะคั่งและเสี่ยงต่อปอดอักเสบ ผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะหรือสายให้อาหารมีโอกาสติดเชื้อจากอุปกรณ์ และการที่ผู้ดูแลต้องสัมผัสทั้งผู้ป่วยและสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน ทำให้เชื้อเคลื่อนจากพื้นบ้านไปถึงตัวผู้ป่วยได้ง่าย

นอกจากนี้ การย้ายไปพักในเต็นท์หรือศูนย์พักพิงชั่วคราว แม้จะช่วยให้พ้นน้ำ แต่ก็มักแออัด อากาศร้อนชื้น ห้องน้ำมีจำกัด และอาหารอาจเก็บได้ไม่ดี จึงเป็นสภาพที่เชื้อโรคทางเดินหายใจและทางเดินอาหารแพร่ได้ง่าย การเตรียมบ้านให้สะอาดและปลอดภัยก่อนพาผู้สูงอายุกลับบ้านจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรรีบร้อนข้ามขั้นตอน

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในชุมชนเกาะยมและบางปรอง นครสวรรค์: 10 เชื้อที่ต้องรู้ก่อนพาผู้สูงอายุกลับบ้าน

น้ำท่วมจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ล้นตลิ่งเข้าชุมชน เป็นส่วนผสมของน้ำแม่น้ำ ตะกอนดิน โคลน น้ำจากบ่อเกรอะ และสิ่งที่ลอยมากับน้ำ เชื้อโรคที่ตามมาจึงหลากหลายทั้งแบคทีเรียจากดิน แบคทีเรียในน้ำจืด ไวรัส และเชื้อรา ข้อมูลต่อไปนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่คำแนะนำในการรักษา หากผู้สูงอายุหรือสมาชิกในบ้านมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมเสมอ

1. เชื้อเมลิออยโดสิส (Burkholderia pseudomallei) ในดินและโคลนริมแม่น้ำ

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำผิวดินในประเทศไทย เมื่อน้ำท่วมพัดพาดินโคลนเข้าบ้าน และคนต้องลุยน้ำหรือขนโคลนด้วยมือเปล่า เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล การสูดละอองน้ำหรือฝุ่นดิน และการกลืนน้ำปนเปื้อน ซ่อนอยู่ที่ไหนหลังน้ำลด: โคลนใต้ถุนบ้าน ดินในสวนหลังบ้าน กองโคลนที่ตักออกมา และรองเท้าที่ใส่ขนโคลน อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเรื้อรัง ไอ ปอดอักเสบ ฝีตามอวัยวะต่าง ๆ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้สูงอายุเสี่ยงต่ออาการรุนแรงมากเป็นพิเศษ การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางทุกครั้งที่ขนโคลน ปิดแผลกันน้ำ ใส่หน้ากากเมื่อฉีดน้ำล้างโคลน และหากมีไข้นานหลังสัมผัสโคลน โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวาน ต้องพบแพทย์และแจ้งประวัติ เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม แต่ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก WHD ได้

2. เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) โรคฉี่หนูจากน้ำแม่น้ำและโคลน

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: หนูและสัตว์ที่หนีน้ำขึ้นมาอยู่บนบ้านหรือบนพื้นที่สูงขับเชื้อทางปัสสาวะ เชื้อปะปนอยู่ในน้ำและโคลน และเข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนชื้นบนพื้น ใต้ถุนบ้าน กองขยะ ห้องเก็บของ และรองเท้า อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดน่องมาก ตาแดง บางรายมีอาการรุนแรงต่อไตและตับ คนที่ขนโคลนหลายวันและผู้ที่มีแผลที่เท้าเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือ ปิดแผล ล้างตัวด้วยสบู่หลังลุยน้ำ กำจัดขยะเพื่อลดหนู และพบแพทย์ทันทีหากมีไข้ เลปโตสไปราอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม ไม่มีผลทดสอบเฉพาะระบุไว้

3. แอโรโมแนส (Aeromonas hydrophila) แบคทีเรียในน้ำจืดที่ชอบเข้าแผล

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แอโรโมแนสเป็นแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในแม่น้ำและน้ำจืด เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาล้นเข้าบ้าน คนที่มีแผลแล้วต้องลุยน้ำหรือถูกเศษไม้ในน้ำบาด เชื้ออาจเข้าสู่แผลได้ ซ่อนอยู่ที่ไหน: น้ำที่ยังขังในโอ่ง ถัง แอ่งใต้ถุนบ้าน และพื้นผิวที่ยังเปียก อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง ร้อน ปวดมาก ลุกลามเร็ว หรือท้องเสียหากกลืนน้ำปนเปื้อน ผู้ป่วยเบาหวาน โรคตับ และผู้สูงอายุเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: หลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อมีแผล ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที และพบแพทย์หากแผลบวมแดงลุกลาม เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม และสามารถขอผลทดสอบเฉพาะจาก WHD ได้

4. เชื้อบาดทะยัก (Clostridium tetani) ในดินและเศษวัสดุที่ลอยมากับน้ำ

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: สปอร์ของเชื้อบาดทะยักอยู่ในดินและฝุ่น เมื่อคนขนโคลนหรือเก็บกวาดเศษไม้ ตะปู และสังกะสีที่ลอยมากับน้ำ แล้วถูกของมีคมตำหรือบาด สปอร์อาจเข้าสู่แผลลึกได้ ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลน ดิน เศษไม้ผุ ตะปูและเหล็กขึ้นสนิม อาการและกลุ่มเสี่ยง: กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ขากรรไกรแข็งอ้าปากไม่ได้ ผู้สูงอายุที่ไม่เคยได้รับวัคซีนกระตุ้นและคนที่ทำงานเก็บกวาดเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: สวมรองเท้าพื้นหนาและถุงมือหนา ล้างแผลให้สะอาด และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยักทุกครั้งที่มีแผลจากของสกปรก สปอร์ของแบคทีเรียบางชนิดทนทานต่อสารฆ่าเชื้อทั่วไปมาก การป้องกันหลักของเชื้อนี้จึงเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัว การดูแลแผล และวัคซีน ส่วนการพ่นฆ่าเชื้อเป็นการดูแลพื้นผิวเสริมเท่านั้น

5. อีโคไล (Escherichia coli) จากบ่อเกรอะที่ถูกน้ำดันล้น

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เมื่อระดับน้ำสูงเกินครึ่งเมตร บ่อเกรอะและส้วมของบ้านริมน้ำมักถูกน้ำดันจนสิ่งปฏิกูลล้นออกมาปนกับน้ำท่วม อีโคไลซึ่งเป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนอุจจาระจึงกระจายไปทั่วบ้าน ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นห้องน้ำ พื้นห้องนอนชั้นล่าง เก้าอี้นั่งถ่าย ภาชนะใส่น้ำ และร่องไม้กระดาน อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง และในผู้ป่วยติดเตียงที่ใส่สายสวนปัสสาวะ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ผู้สูงอายุและเด็กเล็กเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ การป้องกัน: ให้ช่างตรวจและสูบบ่อเกรอะหลังน้ำลด ทิ้งอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน ล้างมือก่อนดูแลผู้ป่วย อีโคไลอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม แต่ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะ

6. เคล็บซิเอลลา (Klebsiella pneumoniae) แบคทีเรียที่เสี่ยงต่อปอดอักเสบในผู้สูงอายุ

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เคล็บซิเอลลาพบได้ในลำไส้ ดิน และน้ำ เมื่อสิ่งแวดล้อมในบ้านปนเปื้อนน้ำท่วมและผู้ดูแลต้องจับทั้งพื้นผิวสกปรกและตัวผู้ป่วย เชื้ออาจเคลื่อนไปถึงผู้ป่วยติดเตียง ซ่อนอยู่ที่ไหน: ราวเตียง อุปกรณ์ดูดเสมหะ ภาชนะใส่น้ำ อ่างล้างมือ และผ้าเช็ดตัว อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอมีเสมหะ หายใจหอบ หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ใส่ท่อหรือสายสวน และผู้ป่วยเบาหวานเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: ล้างมือก่อนและหลังดูแลผู้ป่วย ทำความสะอาดอุปกรณ์การแพทย์ตามคำแนะนำของพยาบาล และพบแพทย์หากผู้ป่วยมีไข้หรือหายใจผิดปกติ เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม

7. โนโรไวรัส (Norovirus) ในเต็นท์และศูนย์พักพิงที่แออัด

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เมื่อชาวบ้านต้องย้ายไปพักในเต็นท์หรือศูนย์พักพิงชั่วคราว ห้องน้ำมีจำกัด และการล้างมือทำได้ยาก โนโรไวรัสจึงแพร่ผ่านมือ อาหาร และพื้นผิวร่วมได้รวดเร็ว และอาจติดกลับเข้าบ้านเมื่อย้ายกลับ ซ่อนอยู่ที่ไหน: ลูกบิดประตู ราวจับ ก๊อกน้ำ ชักโครก และภาชนะใส่อาหาร อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องเสียเฉียบพลัน ผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด แยกผู้ป่วย และทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมบ่อย ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD โนโรไวรัสเป็นหนึ่งในเชื้อที่ระบุไว้ว่าน้ำยา CHEMGENE HLD4H ครอบคลุม

8. ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ภัยของผู้สูงอายุช่วงน้ำท่วม

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ความเหนื่อยล้า การนอนในเต็นท์ อากาศชื้น และการอยู่รวมกันหลายครอบครัว ทำให้ไข้หวัดใหญ่แพร่ผ่านละอองและมือได้ง่ายในช่วงน้ำท่วม ซ่อนอยู่ที่ไหน: ราวเตียง แก้วน้ำ โทรศัพท์ รีโมต และโต๊ะ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูง ปวดเมื่อย ไอ เจ็บคอ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยงต่อปอดอักเสบแทรกซ้อน การป้องกัน: สวมหน้ากากเมื่อป่วย ล้างมือ แยกผู้ป่วยออกจากผู้สูงอายุ และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนประจำปี ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ของ WHD ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 เป็นเชื้อที่ระบุไว้ว่าครอบคลุม

9. เชื้อราแคนดิดา (Candida) ตามซอกผิวหนังของผู้ป่วยติดเตียง

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ความชื้นที่สูงหลังน้ำท่วม ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ที่เปลี่ยนไม่ทันในช่วงอพยพ และอากาศร้อนอบในเต็นท์ ทำให้ผิวหนังตามซอกพับ ขาหนีบ และใต้ราวนมอับชื้น เชื้อราแคนดิดาจึงเติบโตได้ดี ซ่อนอยู่ที่ไหน: ที่นอน ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว และผ้าอ้อมที่อับชื้น อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผื่นแดง คัน แสบ มีขุยหรือตุ่มเล็ก ๆ รอบผื่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่ใช้ผ้าอ้อมเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: เปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย ทำความสะอาดและซับผิวให้แห้ง ใช้ที่นอนและผ้าปูที่สะอาดแห้ง และพบแพทย์หากผื่นลุกลาม ตามข้อมูลบริการ เชื้อราเป็นกลุ่มเชื้อที่ระบุว่าครอบคลุม

10. เชื้อราในบ้านไม้ริมน้ำ: สตาคีบอทริส (Stachybotrys chartarum) แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเพนิซิลเลียม (Penicillium)

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: บ้านไม้และฝาไม้อัดที่แช่น้ำแม่น้ำหลายวันจะอุ้มความชื้นไว้นาน หากไม่แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง เชื้อราหลายชนิดจะเติบโต โดยสตาคีบอทริสหรือราดำชอบวัสดุที่มีเซลลูโลสเปียกนาน เช่น ไม้อัด กระดาษ และยิปซัม ซ่อนอยู่ที่ไหน: ฝาไม้ด้านล่าง ใต้พื้นไม้กระดาน หลังตู้ ที่นอนและหมอน ผ้าม่าน และหีบเก็บเอกสาร อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตาและผิว ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยโรคปอด และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงต่อปัญหาทางเดินหายใจรุนแรง การป้องกัน: เปิดบ้านให้แห้งเร็วที่สุด ทิ้งที่นอนและวัสดุที่ขึ้นรา ขัดล้างคราบราด้วยอุปกรณ์ป้องกันตัวก่อนฆ่าเชื้อ ให้ผู้สูงอายุอยู่นอกบ้านระหว่างทำความสะอาด และอาจพิจารณาอบโอโซนเสริมสำหรับกลิ่นอับในห้องปิด ตามข้อมูลบริการของ WHD เชื้อราเป็นกลุ่มเชื้อที่บริการพ่นฆ่าเชื้อระบุว่าครอบคลุม

เชื่อมโยงเชื้อโรคเหล่านี้กับการล้างและการพ่นฆ่าเชื้อบ้านริมเจ้าพระยา นครสวรรค์

องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำว่า หลังน้ำท่วม ให้ขนโคลนและทำความสะอาดพื้นผิวก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ วัสดุที่อุ้มน้ำและทำความสะอาดไม่ได้ เช่น ที่นอน พรม และไม้อัดที่บวมน้ำ ควรทิ้ง และควรทำให้บ้านแห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดเชื้อรา กรมควบคุมโรคยังเตือนให้เฝ้าระวังโรคฉี่หนู โรคเมลิออยโดสิส โรคอุจจาระร่วง และโรคผิวหนังหลังน้ำท่วม

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อหลายชนิด เช่น โนโรไวรัส ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัส RSV โควิด 19 ไวรัสโคโรนา 229E ไวรัสมือเท้าปาก เชื้อซาลโมเนลลา เชื้อไอกรน เชื้อมัยโคแบคทีเรีย ตลอดจนแบคทีเรียและเชื้อราโดยรวม โดยหน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% สำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ เช่น เมลิออยโดสิส เลปโตสไปรา แอโรโมแนส อีโคไล หรือเคล็บซิเอลลา ให้มองว่าเป็นเชื้อในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม และสามารถขอผลทดสอบเฉพาะจาก WHD ได้ ส่วนสปอร์บาดทะยักต้องอาศัยการป้องกันตัว การดูแลแผล และวัคซีนเป็นหลัก การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังการขนโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ไม่ได้มาแทนการทำความสะอาดหรือการดูแลทางการแพทย์

ทำไมแค่ฉีดน้ำไล่โคลนในบ้านริมน้ำนครสวรรค์ยังไม่พอ

  • ฉีดน้ำแรงดันสูงไล่โคลน ช่วยเอาโคลนออก แต่ละอองน้ำที่กระเด็นอาจพาเชื้อจากดินฟุ้งขึ้นมา และไม่ได้ฆ่าเชื้อที่ติดอยู่ในร่องไม้
  • ราดน้ำยาฟอกขาวบนโคลน น้ำยาจะหมดฤทธิ์กับสารอินทรีย์ในโคลน และการผสมสารเคมีเองอาจเกิดไอระเหยที่อันตรายต่อผู้สูงอายุ
  • ตากแดดแค่ภายนอก ใต้พื้นไม้ ฝาผนังด้านใน และที่นอนยังเก็บความชื้นไว้ เชื้อราจึงขึ้นซ้ำ
  • ใช้ที่นอนเดิมที่เคยแช่น้ำ ที่นอนและหมอนที่อุ้มน้ำแม่น้ำเป็นแหล่งเชื้อราและแบคทีเรียที่ทำความสะอาดให้หมดได้ยากมาก
  • ลืมห้องน้ำและบ่อเกรอะ หากบ่อเกรอะยังเต็มหรือแตกร้าว สิ่งปฏิกูลอาจไหลย้อนกลับเข้าบ้านได้อีก
  • ลืมอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย เตียง ราวเตียง เก้าอี้นั่งถ่าย รถเข็น และอุปกรณ์การแพทย์ที่สัมผัสน้ำท่วมต้องทำความสะอาดตามคำแนะนำของบุคลากรสาธารณสุข

ขั้นตอนบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมของ WHD สำหรับบ้านในชุมชนเกาะยมและบางปรอง

ตามข้อมูลบริการ ช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมของ WHD ใช้การพ่นและ/หรือการพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุการรับรองและการอ้างอิง เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ขั้นตอนโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. สำรวจและประเมิน: ส่งภาพบ้าน แนวระดับน้ำ ห้องนอนผู้สูงอายุ ห้องน้ำ และใต้ถุนบ้าน ผ่านโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อประเมินพื้นที่
  2. ขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อน: ตักโคลนออก ทิ้งที่นอน พรม และวัสดุที่อุ้มน้ำ ขัดล้างพื้น ฝาผนัง และใต้ถุน แล้วเปิดบ้านให้แห้งที่สุด การพ่นได้ผลดีบนพื้นผิวที่สะอาดแล้วเท่านั้น
  3. แบ่งโซน: แยกห้องนอนผู้ป่วย ห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องน้ำ และใต้ถุน เพื่อพ่นอย่างทั่วถึง
  4. ผู้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น: ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็ก และสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกพื้นที่ เก็บยา อาหาร และอุปกรณ์การแพทย์ไว้ในที่ปลอดภัย
  5. พ่นฆ่าเชื้อ: ครอบคลุมพื้น ผนังส่วนล่าง เฟอร์นิเจอร์ เตียง ราวจับ และมุมอับ
  6. กลับเข้าพื้นที่: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แล้วจึงกลับมาใช้พื้นที่ โดยยึดเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้งเป็นหลัก ระบายอากาศให้ดีก่อนนำผู้ป่วยติดเตียงกลับเข้าห้อง และจัดที่นอนใหม่ที่สะอาดแห้ง

WHD มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดนครสวรรค์ การให้บริการต่างจังหวัดนัดหมายผ่านโทรศัพท์และ LINE ตามคิวงาน กรุณาติดต่อล่วงหน้า ราคาประเมินตามขนาดและสภาพพื้นที่ ตามข้อมูลบริการมีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้ ลูกค้าของบริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

10 เหตุผลที่บ้านริมเจ้าพระยาในเกาะยมและบางปรองควรพ่นฆ่าเชื้อก่อนพาผู้สูงอายุกลับบ้าน

  1. น้ำแม่น้ำที่ล้นตลิ่งพาดินโคลนและเชื้อจากดินอย่างเมลิออยโดสิสเข้าบ้านโดยตรง
  2. บ่อเกรอะที่ถูกน้ำดันล้นทำให้เชื้อจากสิ่งปฏิกูลกระจายทั่วชั้นล่าง
  3. ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงมีภูมิต้านทานต่ำ ติดเชื้อแล้วอาการมักรุนแรงกว่า
  4. บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD ใช้น้ำยาเกรดการแพทย์ที่ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  5. การพ่นหมอกละเอียดเข้าถึงร่องไม้ ใต้เตียง และมุมอับที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  6. ช่วยลดเชื้อราในบ้านไม้ที่อุ้มความชื้นนาน ซึ่งกระทบทางเดินหายใจของผู้ป่วย
  7. รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการก็กลับมาใช้พื้นที่ได้
  8. ช่างเทคนิคผ่านการฝึกอบรม แนะนำการจัดการพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ดูแลผู้ป่วย
  9. มีการอ้างอิงมาตรฐาน EN 14476 และหน่วยงานอย่างกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตามข้อมูลบริการ
  10. ปิดท้ายการฟื้นฟูบ้านครบขั้นตอน ช่วย ป้องกันและกำจัดเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ก่อนคนที่คุณรักกลับมานอนในบ้าน

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านริมน้ำหลังเจ้าพระยาล้นตลิ่งในนครสวรรค์

ก่อน

  • โคลนหนาบนพื้นและใต้ถุนบ้าน
  • คราบน้ำบนฝาผนังและจุดราดำบนไม้
  • กลิ่นอับปนกลิ่นท่อและบ่อเกรอะ
  • ผู้สูงอายุต้องนอนในเต็นท์ ครอบครัวกังวลเรื่องแผลกดทับติดเชื้อ

หลัง

  • ขนโคลน ทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำ ล้าง และทำให้แห้ง
  • พ่นฆ่าเชื้อทั่วชั้นล่าง ห้องนอนผู้ป่วย และห้องน้ำ
  • จัดห้องใหม่ด้วยที่นอนและผ้าปูที่สะอาด
  • พาผู้สูงอายุกลับบ้านได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม เกาะยม บางปรอง นครสวรรค์ สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ

  • ให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงพักในที่ปลอดภัยจนกว่าบ้านจะสะอาดและแห้ง
  • ตัดไฟชั้นล่าง และให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยางหนา และหน้ากากขณะขนโคลน
  • ทิ้งที่นอน หมอน พรม ผ้าอ้อม และยาที่สัมผัสน้ำท่วม แล้วปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เรื่องยาทดแทน
  • ขัดล้างพื้น ฝาผนัง ใต้ถุนบ้าน เตียง และราวจับ
  • ให้ช่างตรวจและสูบบ่อเกรอะก่อนใช้ห้องน้ำตามปกติ
  • ทำความสะอาดโอ่งและถังเก็บน้ำ และใช้น้ำดื่มที่สะอาด
  • เปิดบ้านระบายอากาศให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง
  • นัดหมายพ่นฆ่าเชื้อกับ WHD และให้ทุกคนอยู่นอกโซนที่พ่น
  • จัดห้องผู้ป่วยใหม่ด้วยที่นอนและผ้าปูที่สะอาดแห้ง
  • สังเกตอาการ ไข้ ปวดน่อง ไอ หายใจหอบ แผลบวมแดง หรือท้องเสีย และพบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในนครสวรรค์

ถาม: บ้านไม้ที่เคยแช่น้ำแม่น้ำ พ่นฆ่าเชื้อได้หรือไม่
ตอบ: ได้ แต่ต้องขนโคลนและล้างก่อน และควรทำให้ไม้แห้งที่สุด ไม้ที่บวมผุหรือขึ้นราหนักอาจต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยน

ถาม: ผู้ป่วยติดเตียงกลับเข้าห้องได้เมื่อไร
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้ง ระบายอากาศให้ดี และจัดที่นอนใหม่ที่สะอาดแห้งก่อน

ถาม: น้ำยาครอบคลุมเชื้อเมลิออยโดสิสหรือโรคฉี่หนูหรือไม่
ตอบ: เชื้อทั้งสองเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม แต่หน้าเว็บไซต์ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะ สามารถขอข้อมูลจาก WHD ได้ และการป้องกันตัวขณะขนโคลนยังสำคัญที่สุด

ถาม: WHD มีสาขาในนครสวรรค์หรือไม่
ตอบ: ไม่มีสาขา สำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ งานต่างจังหวัดนัดหมายผ่านโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ตามคิวงาน

ถาม: พ่นแล้วแผลกดทับของผู้ป่วยจะหายหรือไม่
ตอบ: การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในบ้าน ไม่ได้รักษาแผลหรือโรค แผลกดทับที่แดง บวม หรือมีหนองต้องได้รับการดูแลจากแพทย์หรือพยาบาล

ถาม: พ่นแล้วไม่มีสารตกค้างใช่หรือไม่
ตอบ: เราไม่กล่าวอ้างเช่นนั้น ควรระบายอากาศและเช็ดพื้นผิวสัมผัสอาหารตามคำแนะนำของช่างเทคนิค

ให้ WHD ช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ก่อนพาผู้สูงอายุกลับบ้านริมเจ้าพระยา

ไม่ว่าบ้านของคุณจะอยู่ในชุมชนเกาะยม ชุมชนบางปรอง หรือชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาอื่น ๆ ในเขตเทศบาลนครนครสวรรค์ เมื่อขนโคลนและทำความสะอาดเสร็จแล้ว บริการพ่นฆ่าเชื้อของ WHD พร้อมเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคที่น้ำท่วมทิ้งไว้ ให้บ้านพร้อมต้อนรับคนที่คุณรักกลับมาอย่างปลอดภัยมากขึ้น

นัดหมายบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อนครสวรรค์ #น้ำท่วมนครสวรรค์ #น้ำท่วมเกาะยม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #เมลิออยโดสิส #โรคฉี่หนู

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เกาะยม บางปรอง นครสวรรค์, น้ำท่วมชุมชนเกาะยม 2569, น้ำท่วมชุมชนบางปรอง, เจ้าพระยาล้นตลิ่งนครสวรรค์, เชื้อโรคหลังน้ำท่วมผู้สูงอายุ, เมลิออยโดสิส, โรคฉี่หนู, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้