พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ท่าน้ำนนท์ นนทบุรี 2569: ชุมชนวัดบางขวางริมเจ้าพระยากับน้ำท่วมขังบางจุด และเชื้อโรคจากท่อระบายน้ำที่มากับน้ำ

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  26 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการอบโอโซน

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ท่าน้ำนนท์ นนทบุรี 2569: ชุมชนวัดบางขวางริมเจ้าพระยากับน้ำท่วมขังบางจุด และเชื้อโรคจากท่อระบายน้ำที่มากับน้ำ

ท่าน้ำนนท์และชุมชนวัดบางขวาง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เป็นย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่คึกคักทั้งวัน มีท่าเรือ ร้านค้า แผงอาหาร และบ้านเรือนที่อยู่ติดกันหนาแน่น เมื่อแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสู่ระดับเฝ้าระวังในเดือนตุลาคม 2569 และมีน้ำท่วมขังบางจุด ความเสี่ยงที่หลายคนมองข้ามคือ เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในเมือง ซึ่งไม่ได้มาจากแม่น้ำเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากท่อระบายน้ำที่ไหลย้อน ขยะจากตลาด และหนูที่หนีน้ำขึ้นมาบนบก บทความนี้จะพาไปรู้จักเชื้อโรคเหล่านั้นทีละชนิด บอกจุดที่เชื้อซ่อนอยู่ในบ้านและร้านค้าหลังน้ำลด กลุ่มคนที่เสี่ยง และอธิบายว่าทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ที่ทำหลังจากล้างทำความสะอาดแล้ว จึงช่วยให้บ้านและร้านค้าย่านท่าน้ำนนท์กลับมาปลอดภัยมากขึ้น

สถานการณ์น้ำที่ท่าน้ำนนท์และชุมชนวัดบางขวาง ตามรายงานข่าว

ตามรายงานของไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.55 น. ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าน้ำนนท์ขึ้นสู่ระดับเฝ้าระวัง อยู่ที่ประมาณ 1.80 ถึง 2.30 เมตร ซึ่งเป็นระดับธงเหลือง เทศบาลได้เดินเครื่องสูบน้ำ 4 เครื่องตลอด 24 ชั่วโมง และวางกระสอบทรายรอบท่าน้ำ ขณะที่พื้นที่ท่าน้ำนนท์และชุมชนวัดบางขวางมีน้ำท่วมขังบางจุด

ในภาพรวมระดับประเทศ ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน

หมายเหตุ: ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นลงตามน้ำทะเลหนุนและปริมาณน้ำเหนือ ตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้ทุกวันและทุกช่วงเวลา ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากเทศบาลนครนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และ ปภ.

น้ำท่วมในย่านเมืองริมแม่น้ำอย่างท่าน้ำนนท์มีลักษณะเฉพาะ คือน้ำไม่ได้ท่วมลึกทุกจุด แต่ท่วมขังเป็นหย่อม ๆ ตามซอย ลานจอดรถ ร้านค้าชั้นล่าง และบ้านที่พื้นต่ำกว่าระดับถนน เมื่อแม่น้ำสูงขึ้น น้ำในท่อระบายน้ำก็ระบายออกได้ช้าลงหรือดันย้อนกลับขึ้นมาทางฝาท่อและท่อน้ำทิ้ง น้ำที่ท่วมขังจึงมักปนน้ำเสียจากครัวเรือน ร้านอาหาร และตลาด ซึ่งมีเชื้อโรคมากกว่าน้ำในแม่น้ำเสียอีก แม้น้ำจะไม่ลึก แต่การท่วมขังซ้ำหลายรอบตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลงก็ทำให้พื้นบ้านและผนังชั้นล่างเปียกชื้นต่อเนื่อง

กรณีตัวอย่าง: ร้านข้าวแกงชั้นล่างใกล้ท่าน้ำนนท์ ที่น้ำซึมเข้าร้านทุกคืน

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในย่านเมืองริมแม่น้ำช่วงน้ำขึ้นสูง ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ได้รับการยืนยัน

ป้าน้อยเปิดร้านข้าวแกงในห้องแถวชั้นล่างไม่ไกลจากท่าน้ำนนท์มากว่ายี่สิบปี ชั้นบนเป็นที่พักของป้ากับสามีและหลานสาววัยประถม ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนที่มาต่อเรือ พนักงานออฟฟิศ และนักเรียนในละแวกนั้น ทุกปีช่วงน้ำขึ้นสูง ป้าน้อยจะวางกระสอบทรายหน้าร้านและยกตู้แช่ขึ้นบนแท่นปูน แต่ปีนี้น้ำมาแรงกว่าที่คิด

คืนหนึ่งหลังปิดร้าน น้ำเริ่มผุดขึ้นจากท่อระบายน้ำในห้องครัวหลังร้าน กลิ่นเหม็นเน่าคล้ายท่อน้ำทิ้งลอยฟุ้งไปทั้งชั้นล่าง เช้ามาพื้นร้านมีน้ำขังสีขุ่นสูงเกือบข้อเท้า มีเศษขยะและคราบมันลอยอยู่ ป้าน้อยกับสามีต้องใช้ไม้กวาดรีดน้ำออกและเปิดพัดลมเป่า ก่อนจะเปิดร้านขายต่อ เรื่องนี้เกิดซ้ำอยู่หลายคืนตามจังหวะน้ำขึ้น

ไม่กี่วันต่อมา หลานสาวมีอาการตาแดงและระคายเคืองตา ส่วนสามีของป้าซึ่งมีแผลเล็ก ๆ ที่เท้าจากการลุยน้ำหน้าร้าน แผลเริ่มบวมแดงและมีหนอง ป้าน้อยพาทั้งสองคนไปพบแพทย์ แพทย์รักษาและแนะนำให้ระวังการสัมผัสน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะน้ำที่ปนน้ำเสียจากท่อ

หลังน้ำลดลง ป้าน้อยสังเกตว่าผนังปูนด้านล่างเริ่มมีจุดดำ กลิ่นอับชื้นยังอยู่แม้จะขัดพื้นหลายรอบ และเริ่มเห็นรอยหนูวิ่งตามแนวผนังครัว ป้าเริ่มกังวลว่าร้านอาหารที่ลูกค้าเข้าออกทุกวันจะสะอาดพอหรือไม่ จึงตัดสินใจปิดร้านหนึ่งวัน ขัดล้างครัวและพื้นใหม่ทั้งหมด ทิ้งเขียงไม้และของที่แช่น้ำ แล้วให้ทีมพ่นฆ่าเชื้อมืออาชีพเข้ามาพ่นทั้งร้านและที่พักชั้นบน ก่อนเปิดขายตามปกติอีกครั้ง

เรื่องของป้าน้อยแสดงให้เห็นว่า น้ำท่วมขังในเมืองแม้จะไม่ลึก แต่เป็นน้ำที่ปนน้ำเสียและขยะ และเกิดซ้ำได้หลายรอบ บ้านและร้านค้าจึงสะสมเชื้อโรคได้มากกว่าที่ตาเห็น

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในท่าน้ำนนท์และชุมชนวัดบางขวาง

น้ำท่วมย่านท่าน้ำนนท์เป็นน้ำท่วมขังในเมืองริมแม่น้ำ มีทั้งน้ำจากแม่น้ำที่เอ่อขึ้น น้ำฝน และน้ำเสียที่ดันย้อนจากท่อระบายน้ำ พื้นที่มีทั้งตลาด ร้านอาหาร ท่าเรือที่คนสัญจรจำนวนมาก และบ้านเรือนหนาแน่น เชื้อโรคที่ต้องระวังจึงเน้นเชื้อจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล เชื้อที่ติดต่อผ่านอาหาร เชื้อที่แพร่ในที่คนพลุกพล่าน เชื้อที่เข้าทางบาดแผล และเชื้อที่เติบโตในระบบน้ำและผนังที่ชื้น ต่อไปนี้คือเชื้อสิบกลุ่มที่ควรรู้จัก

1. เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) จากหนูในตลาดและท่อระบายน้ำ

มาอย่างไร: ย่านตลาดและร้านอาหารริมแม่น้ำมีหนูอาศัยอยู่ตามท่อระบายน้ำและใต้แผงค้า เมื่อน้ำดันขึ้นมาจากท่อ หนูจะหนีขึ้นมาบนพื้นถนน ร้านค้า และบ้าน ปัสสาวะหนูที่มีเชื้อเลปโตสไปราจึงปนกับน้ำท่วมขัง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นครัวหลังร้าน ใต้ชั้นวางของ ซอกผนัง รอบฝาท่อ และแอ่งน้ำขังตามซอย

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง มักเริ่มภายในราว 2 ถึง 30 วันหลังสัมผัสเชื้อ คนที่ลุยน้ำหน้าร้าน พ่อค้าแม่ค้า และพนักงานเก็บขยะเสี่ยงที่สุด ใครมีไข้หลังลุยน้ำควรรีบพบแพทย์

ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทยาง ปิดแผลก่อนลุยน้ำ เก็บอาหารและขยะในภาชนะปิดมิดชิด และอุดช่องทางที่หนูเข้าบ้าน

2. อีโคไล (Escherichia coli) จากน้ำเสียที่ดันย้อนท่อ

มาอย่างไร: เมื่อแม่น้ำสูง ท่อระบายน้ำระบายไม่ทัน น้ำเสียจากห้องน้ำ ห้องครัว และบ่อพักน้ำเสียจึงย้อนขึ้นมาทางท่อน้ำทิ้งในบ้านและร้านค้า อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่บ่งบอกการปนเปื้อนอุจจาระ บางสายพันธุ์ทำให้ท้องเสียรุนแรง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นห้องน้ำ รอบท่อน้ำทิ้ง ซิงก์ล้างจาน พื้นครัว และขาโต๊ะเก้าอี้ที่แช่น้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ บางรายถ่ายเป็นเลือด เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงอาการรุนแรง

ป้องกัน: ล้างพื้นและท่อน้ำทิ้งด้วยน้ำยาทำความสะอาด ทิ้งอาหารที่โดนน้ำ ล้างภาชนะแล้วฆ่าเชื้อก่อนใช้ และล้างมือก่อนจับอาหาร

3. ซาลโมเนลลา (Salmonella) จากแผงอาหารและเนื้อสัตว์ในตลาด

มาอย่างไร: ซาลโมเนลลาพบได้ในเนื้อไก่ ไข่ และเนื้อสัตว์ดิบ เมื่อน้ำท่วมขังแผงค้าในตลาดและครัวร้านอาหาร เชื้อจากของสดและน้ำเสียสามารถปนเปื้อนไปถึงพื้นผิวที่ใช้เตรียมอาหาร

ซ่อนอยู่ที่ไหน: เขียง มีด เคาน์เตอร์ ตู้แช่ที่ไฟดับ และพื้นครัวที่น้ำเคยท่วม

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ท้องเสีย ปวดบิด อาเจียน มักเกิดภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันหลังได้รับเชื้อ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงกว่าคนทั่วไป

ป้องกัน: ทิ้งของสดที่ตู้แช่ไฟดับนาน แยกเขียงอาหารดิบกับอาหารสุก และปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง

4. จิอาร์เดีย (Giardia lamblia) ปรสิตในน้ำที่ทำให้ท้องเสียเรื้อรัง

มาอย่างไร: จิอาร์เดียเป็นปรสิตเซลล์เดียวที่ปนเปื้อนในน้ำซึ่งมีอุจจาระของคนหรือสัตว์ เมื่อท่อน้ำทิ้งย้อนและน้ำท่วมขังปนน้ำเสีย ถังเก็บน้ำหรือภาชนะที่ไม่ได้ปิดอาจปนเปื้อนได้

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ถังเก็บน้ำ แก้วน้ำ ภาชนะที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด และมือที่สัมผัสน้ำท่วม

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสียเป็นน้ำ ท้องอืด ปวดเกร็งท้อง อุจจาระมีกลิ่นแรง อาการอาจเป็นนานหลายสัปดาห์ เด็กเล็กเสี่ยงที่สุด ควรพบแพทย์หากท้องเสียไม่หาย

ป้องกัน: ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวด ล้างมือด้วยสบู่ และทำความสะอาดถังเก็บน้ำหลังน้ำลด

5. อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ต้นเหตุโรคตาแดงหลังน้ำท่วม

มาอย่างไร: โรคตาแดงพบได้บ่อยในช่วงน้ำท่วม สาเหตุส่วนใหญ่มาจากไวรัส โดยเฉพาะอะดีโนไวรัส ติดต่อทางการสัมผัสน้ำตา ขี้ตา และมือที่ไปขยี้ตา รวมถึงน้ำสกปรกที่กระเด็นเข้าตา ย่านท่าเรือที่คนจับราวและที่นั่งเดียวกันจำนวนมาก เชื้อจึงแพร่ได้เร็ว

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หมอน ลูกบิดประตู ราวจับ โทรศัพท์มือถือ และรีโมต

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ตาแดง น้ำตาไหล เคืองตา มีขี้ตา บางรายมีไข้หรือเจ็บคอร่วมด้วย เด็กวัยเรียนติดง่ายและแพร่ต่อในครอบครัว ควรพบแพทย์หากตามัวหรือปวดตามาก

ป้องกัน: ห้ามขยี้ตา ล้างมือบ่อย ๆ ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้าและหมอนร่วมกัน และทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมในบ้าน

6. ไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) และไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในช่วงฝนและที่คนพลุกพล่าน

มาอย่างไร: ฤดูฝนเป็นช่วงที่ไข้หวัดใหญ่และ RSV ระบาดมากอยู่แล้ว เมื่อน้ำท่วมทำให้คนต้องเบียดกันในพื้นที่แห้งที่เหลืออยู่ ต่อแถวขึ้นเรือ หรือพักรวมกันชั้นบนของบ้าน ร่างกายที่เหนื่อยล้าและเปียกฝนบ่อยก็ติดเชื้อง่ายขึ้น

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ราวจับ ลูกบิดประตู โต๊ะ ของเล่นเด็ก แก้วน้ำที่ใช้ร่วมกัน และละอองจากการไอจาม

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อยตัว ทารก เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคปอดหรือหัวใจเสี่ยงอาการรุนแรง หากหายใจเหนื่อยหอบควรพบแพทย์ทันที

ป้องกัน: สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด ล้างมือบ่อย ๆ แยกของใช้ผู้ป่วย และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่

7. ลีจิโอเนลลา (Legionella pneumophila) ในระบบน้ำของอาคารที่หยุดใช้งาน

มาอย่างไร: ลีจิโอเนลลาเป็นแบคทีเรียที่เติบโตในน้ำนิ่งอุ่น ๆ ในระบบท่อ ถังเก็บน้ำ หอผึ่งเย็นของระบบปรับอากาศ และหัวฝักบัว เมื่ออาคาร คอนโด หรือร้านค้าย่านท่าน้ำต้องปิดหรือหยุดใช้น้ำช่วงน้ำท่วม น้ำในท่อจะค้างนิ่ง ทำให้เชื้อมีโอกาสเพิ่มจำนวน

ซ่อนอยู่ที่ไหน: หัวฝักบัวที่ไม่ได้ใช้นาน ถังเก็บน้ำบนอาคาร เครื่องทำน้ำอุ่น และระบบปรับอากาศขนาดใหญ่

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ติดเชื้อจากการหายใจเอาละอองน้ำที่มีเชื้อเข้าไป อาการคล้ายปอดอักเสบ มีไข้ ไอ หายใจลำบาก ผู้สูงอายุ ผู้สูบบุหรี่ และผู้มีโรคเรื้อรังเสี่ยงที่สุด

ป้องกัน: เมื่อกลับมาใช้อาคาร ให้เปิดน้ำไล่ในท่อทุกจุดตามคำแนะนำของผู้ดูแลอาคาร ทำความสะอาดหัวฝักบัวและถังเก็บน้ำ และให้ช่างตรวจระบบปรับอากาศก่อนเปิดใช้

8. สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) กับแผลจากการลุยน้ำในเมือง

มาอย่างไร: เชื้อนี้อยู่บนผิวหนังและในจมูกของคนจำนวนมากโดยไม่ก่อโรค แต่เมื่อมีแผลจากเศษแก้ว ฝาท่อ หรือขอบฟุตปาธที่มองไม่เห็นใต้น้ำขุ่น และแผลโดนน้ำสกปรก เชื้อจะเข้าไปทำให้แผลอักเสบ บางสายพันธุ์ดื้อยาด้วย

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผ้าเช็ดตัวที่ใช้ร่วมกัน รองเท้า ราวจับ และพื้นผิวที่สัมผัสแผลหรือหนอง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง ฝี หรือผิวหนังอักเสบลาม ผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุแผลหายช้า ควรพบแพทย์หากแผลลามหรือมีไข้

ป้องกัน: สวมรองเท้าหุ้มส้น ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ปิดแผล ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และไม่บีบหนองเอง

9. แคนดิดา (Candida) และเชื้อราผิวหนัง (Dermatophytes) ตามซอกผิวที่อับชื้น

มาอย่างไร: คนที่ต้องลุยน้ำไปทำงานหรือยืนขายของในร้านที่พื้นเปียกทั้งวัน ผิวเท้า ซอกนิ้ว และขาหนีบจะอับชื้นตลอดเวลา ยีสต์แคนดิดาและเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์จึงเติบโตได้ง่าย

ซ่อนอยู่ที่ไหน: รองเท้าและถุงเท้าที่เปียก ผ้าเช็ดตัว พรมเช็ดเท้า และพื้นห้องน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผื่นแดงคัน ผิวเปื่อยขาว ซอกนิ้วแตก ผิวลอกเป็นขุย ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก และผู้ที่ใส่รองเท้าบูทนานเสี่ยงกว่า

ป้องกัน: เปลี่ยนถุงเท้าและรองเท้าให้แห้ง เช็ดซอกผิวให้แห้งหลังอาบน้ำ ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และพบแพทย์หากผื่นลาม

10. เชื้อราบนผนังและเพดาน: แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus), คลาโดสปอเรียม (Cladosporium) และราดำสตาคีบอทริส (Stachybotrys)

มาอย่างไร: ห้องแถวและบ้านชั้นล่างที่น้ำท่วมขังซ้ำตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง ผนังปูนจะดูดความชื้นขึ้นไปสูงกว่าระดับน้ำ ตามคำแนะนำของ CDC เชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังวัสดุเปียก อากาศชื้นริมแม่น้ำยิ่งทำให้ผนังแห้งช้า

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผนังชั้นล่าง ขอบบัว หลังตู้ ใต้เคาน์เตอร์ครัว ฝ้าเพดานที่มีน้ำรั่วซึม และกล่องกระดาษที่วางบนพื้น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: จาม คัดจมูก ไอ หอบหืดกำเริบ ระคายเคืองตาและผิวหนัง ผู้ป่วยภูมิแพ้ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงกว่าคนทั่วไป

ป้องกัน: ทิ้งกล่องกระดาษ พรม และวัสดุอุ้มน้ำที่ขึ้นรา ขัดราบนพื้นผิวแข็งโดยสวมหน้ากาก N95 เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท และอย่าทาสีทับก่อนผนังแห้งสนิท

ข้อมูลเชื้อโรคเหล่านี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผู้ที่มีไข้ ท้องเสียไม่หยุด ตาแดงรุนแรง แผลอักเสบ หรือหายใจลำบากหลังสัมผัสน้ำท่วม ควรไปพบแพทย์และบอกประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง

เชื่อมโยงเชื้อโรคย่านท่าน้ำนนท์กับการทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อ

องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดพื้นผิวที่โดนน้ำท่วมก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ เพราะคราบโคลน ไขมัน และสิ่งสกปรกจะห่อหุ้มเชื้อโรคไว้ ลำดับที่ถูกต้องคือ เอาน้ำขังและขยะออก ขัดล้างด้วยน้ำและผงซักฟอก ปล่อยให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อให้ทั่วทุกพื้นผิว โดยเฉพาะครัว ห้องน้ำ และจุดที่มือสัมผัสบ่อย

ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) บริการพ่นฆ่าเชื้อใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride เจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นแบบฉีดพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) เพื่อให้ครอบคลุมพื้นผิวและซอกมุมในบ้าน ร้านค้า และอาคาร

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ น้ำยานี้ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด รายการที่ระบุไว้มีทั้งไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 RSV ซาลโมเนลลา โนโรไวรัส ไวรัสมือเท้าปาก โควิด-19 และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% สำหรับเชื้ออื่นในบทความนี้ เช่น เลปโตสไปรา อีโคไล อะดีโนไวรัส ลีจิโอเนลลา สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส แคนดิดา เชื้อราผิวหนัง และเชื้อราในบ้านแต่ละสกุล WHD ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ เชื้อเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการเอกสารผลทดสอบเชื้อชนิดใด สอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง

ส่วนจิอาร์เดียเป็นปรสิต ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุ การป้องกันที่สำคัญที่สุดคือดื่มน้ำสะอาดและล้างมือ สำหรับลีจิโอเนลลาในระบบน้ำ ต้องดูแลระบบท่อและถังเก็บน้ำโดยผู้ดูแลอาคาร การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวไม่ได้ใช้แทนการดูแลระบบน้ำหรือการรักษาของแพทย์

ผลกระทบต่อบ้านและร้านค้าย่านท่าน้ำนนท์ ถ้าไม่ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  • สุขภาพ: คนในบ้านท้องเสีย ตาแดง แผลอักเสบ และภูมิแพ้กำเริบซ้ำ
  • ธุรกิจ: ร้านอาหารและแผงค้าที่ไม่สะอาดเสี่ยงทำให้ลูกค้าป่วยและเสียชื่อเสียง
  • เงิน: ค่ารักษาพยาบาล ค่าเปลี่ยนวัสดุที่ขึ้นราซ้ำ และรายได้ที่หายไปจากการปิดร้านหลายรอบ
  • เวลา: ต้องขัดล้างซ้ำทุกครั้งที่น้ำขึ้น ถ้าไม่จัดการเชื้อให้ครบตั้งแต่แรก
  • อาคาร: ความชื้นที่ไต่ขึ้นผนังทำให้สีพอง ปูนเสื่อม และกลิ่นอับติดทน

ทำไมแค่รีดน้ำและถูพื้นในย่านท่าน้ำนนท์ยังไม่พอ

น้ำท่วมขังในเมืองปนน้ำเสีย น้ำที่ย้อนจากท่อมีเชื้อจากสิ่งปฏิกูลมากกว่าน้ำฝน การรีดน้ำออกแล้วถูด้วยน้ำเปล่าจึงไม่พอสำหรับครัวและห้องน้ำ

น้ำท่วมซ้ำหลายรอบ ถ้าน้ำขึ้นลงหลายคืน เชื้อจะถูกพาเข้ามาใหม่เรื่อย ๆ การทำความสะอาดครั้งสุดท้ายหลังน้ำลดจริงจึงต้องละเอียดและครบทุกจุด

น้ำยาฟอกขาวมีข้อจำกัด ใช้ผิดความเข้มข้นได้ง่าย กัดพื้นผิวโลหะในครัว และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด

จุดสัมผัสร่วมถูกลืม ราวบันได ลูกบิดประตู ตู้แช่ และเคาน์เตอร์คิดเงินเป็นจุดที่เชื้อติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย

ขั้นตอนบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมของ WHD สำหรับบ้านและร้านค้าย่านท่าน้ำนนท์

WHD มีสำนักงานที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 พื้นที่นนทบุรีอยู่ในปริมณฑล ทีมงานนัดหมายผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ตามตารางงาน ไม่มีสาขาในนนทบุรี และไม่รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  1. สำรวจและประเมิน: ส่งรูปบ้านหรือร้าน ขนาดพื้นที่ และสภาพหลังน้ำลดทาง LINE @whd268 หรือโทร 065-556-6294
  2. ล้างทำความสะอาดก่อน: รีดน้ำขัง เก็บขยะ ทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำ ขัดล้างพื้นผิว และปล่อยให้แห้ง
  3. แบ่งโซน: แบ่งเป็นครัว ห้องน้ำ หน้าร้าน ที่พัก และจุดสัมผัสร่วม เพื่อพ่นให้ครบ
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ตามข้อมูลบริการ เจ้าหน้าที่จะพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV ด้วย CHEMGENE HLD4H ระหว่างพ่นคนและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซน และควรเก็บอาหารและภาชนะให้มิดชิด
  5. รอและกลับเข้าใช้งาน: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วกลับเข้าใช้พื้นที่ได้ตามปกติ โดยยึดเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้ง

WHD ไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้างใด ๆ ผู้ที่เจ็บป่วยควรพบแพทย์ควบคู่ไปด้วยเสมอ

10 เหตุผลที่บ้านและร้านค้าริมเจ้าพระยาในนนทบุรีควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำท่วมขังในเมืองปนน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ จึงมีเชื้อจากสิ่งปฏิกูลสูง
  2. ย่านตลาดและร้านอาหารมีหนู จึงเสี่ยงเชื้อฉี่หนูบนพื้นผิว
  3. ร้านอาหารต้องดูแลความสะอาดเพื่อปกป้องลูกค้าที่เข้าออกทุกวัน
  4. การพ่นละอองฝอย ULV เข้าถึงใต้เคาน์เตอร์ หลังตู้แช่ และซอกมุมที่เช็ดยาก
  5. ย่านท่าเรือมีคนพลุกพล่าน เชื้อไข้หวัดและตาแดงแพร่ผ่านจุดสัมผัสร่วมได้ง่าย
  6. น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมไข้หวัดใหญ่ RSV และซาลโมเนลลา ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์
  7. ตามข้อมูลบริการ ลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน และอาคารที่พักอาศัย
  8. ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีก็กลับเข้าใช้พื้นที่ได้ ร้านค้าไม่ต้องปิดนาน
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะกับร้านค้าและธุรกิจ ตามข้อมูลบริการ
  10. ทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรม วางแผนโซนและจุดเสี่ยงให้ครบถ้วน

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: ห้องแถวหลังน้ำลดใกล้ท่าน้ำนนท์

ก่อน

  • คราบน้ำเสียรอบท่อน้ำทิ้งและพื้นครัว
  • จุดดำบนผนังชั้นล่าง กลิ่นอับชื้น
  • รอยหนูตามแนวผนัง
  • คนในบ้านมีตาแดงและแผลอักเสบ

หลัง

  • พื้นและท่อน้ำทิ้งได้รับการขัดล้าง วัสดุที่ขึ้นราถูกทิ้ง
  • ครัว หน้าร้าน ห้องน้ำ และที่พักผ่านการพ่นฆ่าเชื้อ
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
  • เปิดร้านต้อนรับลูกค้าได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านและร้านค้าหลังน้ำท่วม ท่าน้ำนนท์ นนทบุรี

  • ติดตามระดับน้ำเจ้าพระยาและประกาศของเทศบาลและจังหวัดนนทบุรี
  • ตัดไฟชั้นล่างก่อนน้ำเข้า และให้ช่างตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และปิดแผลก่อนลุยน้ำ
  • ทิ้งอาหารและของสดที่โดนน้ำหรือตู้แช่ไฟดับนาน
  • ขัดล้างพื้น ท่อน้ำทิ้ง และเคาน์เตอร์ครัว แล้วปล่อยให้แห้ง
  • ทิ้งกล่องกระดาษ พรม และวัสดุที่ขึ้นรา
  • เปิดน้ำไล่ในท่อและทำความสะอาดหัวฝักบัวก่อนใช้
  • หลังพ่นฆ่าเชื้อ กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้ง
  • หากมีไข้ ท้องเสีย ตาแดงรุนแรง หรือแผลอักเสบ ให้พบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในนนทบุรี

ถาม: WHD รับงานย่านท่าน้ำนนท์หรือไม่
ตอบ: WHD อยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ สามารถนัดหมายงานในนนทบุรีผ่านโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ตามตารางงาน ไม่มีสาขาในพื้นที่ และไม่รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียว

ถาม: น้ำท่วมแค่ข้อเท้า จำเป็นต้องพ่นฆ่าเชื้อไหม
ตอบ: ความลึกไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว น้ำตื้นที่ย้อนจากท่อระบายน้ำมักปนน้ำเสีย จึงควรทำความสะอาดให้ดีแล้วพิจารณาพ่นฆ่าเชื้อ โดยเฉพาะครัวและห้องน้ำ

ถาม: ร้านอาหารต้องปิดนานเท่าไร
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แต่ให้ยึดเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้ง และควรเก็บอาหารและภาชนะให้มิดชิดระหว่างพ่น

ถาม: น้ำยาครอบคลุมเชื้อไข้หวัดใหญ่หรือไม่
ตอบ: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 รวมถึง RSV เป็นเชื้อที่ระบุไว้

ถาม: มีใบกำกับภาษีและของแถมหรือไม่
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ออกใบกำกับภาษีได้ และมีสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC แถมพร้อมบริการ

เชื้อโรคหลากหลายชนิดจากน้ำท่วมในเมือง เราช่วยป้องกันและกำจัดได้

ตั้งแต่แบคทีเรียจากน้ำเสียที่ย้อนท่อ เชื้อจากหนูในตลาด ไวรัสไข้หวัดและตาแดงในที่คนพลุกพล่าน ไปจนถึงเชื้อราที่ไต่ขึ้นผนัง บ้านและร้านค้าย่านท่าน้ำนนท์และชุมชนวัดบางขวางควรได้รับการดูแลอย่างครบขั้นตอน ทำความสะอาดให้ดี แล้วให้ทีม WHD พ่นฆ่าเชื้อด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ที่ระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เพื่อให้ครอบครัวและลูกค้ากลับมาใช้พื้นที่ได้อย่างมั่นใจ

นัดหมายพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อนนทบุรี #น้ำท่วมท่าน้ำนนท์ #น้ำท่วมนนทบุรี #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #โรคตาแดง #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ท่าน้ำนนท์, น้ำท่วมชุมชนวัดบางขวาง, น้ำท่วมนนทบุรี 2569, เจ้าพระยาระดับเฝ้าระวัง, น้ำย้อนท่อระบายน้ำ, เชื้อโรคจากน้ำท่วมในเมือง, โรคตาแดงหลังน้ำท่วม, ลีจิโอเนลลา, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้