พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี 2569: ชุมชนวัดคาทอลิกวัดหัวไผ่และหมู่บ้านศิลากร กับน้ำท่วมขังปลายน้ำที่ทิ้งเชื้อโรคไว้ในบ้าน

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  7 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี 2569: ชุมชนวัดคาทอลิกวัดหัวไผ่และหมู่บ้านศิลากร กับน้ำท่วมขังปลายน้ำที่ทิ้งเชื้อโรคไว้ในบ้าน

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี 2569: ชุมชนวัดคาทอลิกวัดหัวไผ่และหมู่บ้านศิลากร กับน้ำท่วมขังปลายน้ำที่ทิ้งเชื้อโรคไว้ในบ้าน

สำหรับชาวอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี น้ำท่วมปี 2569 ไม่ได้จบในสองสามวัน ชาวบ้านบางส่วนในชุมชนรอบวัดคาทอลิกวัดหัวไผ่ ตำบลโคกขี้หนอน และหมู่บ้านศิลากร ตำบลพานทอง ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขังตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ต่อเนื่องมาถึงต้นเดือนตุลาคม เพราะพานทองเป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ต้องรับน้ำจากหลายทาง ก่อนน้ำจะไหลลงแม่น้ำบางปะกง และยังเจอน้ำทะเลหนุนซ้ำ น้ำที่ขังนานเกือบสองสัปดาห์แบบนี้เน่าเสียและพาเชื้อโรคหลายชนิดซึมเข้าไปในบ้าน บทความนี้อธิบายว่าเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในพานทองมีอะไรบ้าง ซ่อนอยู่ตรงไหน ใครเสี่ยง และทำไมการ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หลังล้างบ้านเสร็จ จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนกลับเข้าอยู่

สถานการณ์น้ำท่วมพานทอง ชลบุรี ตามรายงานข่าว

ตามรายงานของฐานเศรษฐกิจระหว่างวันที่ 5 ถึง 6 ตุลาคม 2569 พื้นที่บริเวณวัดคาทอลิกวัดหัวไผ่ หมู่ 1 ตำบลโคกขี้หนอน และหมู่บ้านศิลากร หมู่ 9 ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มีระดับน้ำตั้งแต่หน้าแข้งขึ้นไป ชาวบ้านบางส่วนต้องอยู่ท่ามกลางน้ำท่วมขังมาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน นายอำเภอพานทองระบุว่าพานทองเป็นพื้นที่ปลายน้ำ รับน้ำที่ไหลมาจากอำเภอบ้านบึงและอำเภอพนัสนิคม รวมถึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ก่อนจะไหลลงแม่น้ำบางปะกง ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำระบายออกได้ช้า

ในภาพรวมระดับประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์) ตัวเลขทั้งหมดเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดของจังหวัดชลบุรีและอำเภอพานทองประกอบด้วย

สิ่งที่ทำให้น้ำท่วมพานทองแตกต่างจากหลายพื้นที่คือ ระยะเวลา และ ลักษณะของน้ำ น้ำที่ไหลมาจากต้นทางหลายอำเภอได้ผ่านชุมชน ฟาร์ม โรงงาน และระบบระบายน้ำมาแล้ว เมื่อมาถึงปลายน้ำและถูกน้ำทะเลหนุนไว้ จึงไม่ได้ไหลผ่านไปเร็ว ๆ แต่ค้างอยู่กับที่ ส่วนช่วงที่น้ำทะเลหนุนก็อาจทำให้น้ำในบางจุดมีความกร่อย ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อบางกลุ่ม เช่น เชื้อวิบริโอ อยู่ได้ดี ยิ่งขังนาน ออกซิเจนในน้ำยิ่งลดลง น้ำยิ่งเน่า และวัสดุในบ้านยิ่งดูดซับน้ำสกปรกเข้าไปลึกขึ้น

กรณีตัวอย่าง: บ้านทาวน์เฮาส์ในหมู่บ้านปลายน้ำ ที่อยู่กับน้ำมาเกือบสองสัปดาห์

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในชุมชนที่น้ำท่วมขังนาน ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง และไม่ได้อ้างอิงบ้านหลังใดในหมู่บ้านศิลากรหรือชุมชนวัดหัวไผ่

คุณมาลีเป็นพนักงานโรงงานที่อาศัยอยู่ในบ้านทาวน์เฮาส์สองชั้นกับสามี ลูกสาววัยอนุบาล และแม่ที่อายุหกสิบกว่าปี ปลายเดือนกันยายน น้ำเริ่มเข้ามาในซอยหมู่บ้าน ทุกคนคิดว่าคงอยู่ไม่กี่วัน แต่หลายวันผ่านไป น้ำไม่ลดเลย บางวันดูเหมือนจะลดลงนิดหนึ่ง แต่พอถึงช่วงน้ำทะเลหนุน ระดับน้ำก็กลับขึ้นมาอีก ครอบครัวย้ายข้าวของขึ้นชั้นสอง ส่วนชั้นล่างถูกน้ำแช่ตั้งแต่ระดับหน้าแข้งขึ้นไป

คุณมาลียังต้องไปทำงาน ทุกเช้าเธอต้องลุยน้ำออกจากบ้านไปที่ถนนใหญ่ ทุกเย็นก็ลุยกลับเข้ามา น้ำในซอยเปลี่ยนจากสีขุ่นเป็นสีเขียวคล้ำ มีกลิ่นเหม็นเน่า มีขยะ ถุงพลาสติก และฟองลอยตามขอบรั้ว เท้าของเธอเริ่มเปื่อยและคันตามง่ามนิ้ว วันหนึ่งเธอเดินสะดุดฝาท่อจนหน้าแข้งเป็นแผลถลอก แผลนั้นแสบและบวมแดงขึ้นในวันต่อมา เธอจึงรีบไปพบแพทย์ตามคำแนะนำของเพื่อนร่วมงาน

เมื่อถึงวันที่น้ำลดลงจนเห็นพื้นบ้าน ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนท้อ พื้นกระเบื้องมีโคลนบาง ๆ สีเทาดำเคลือบทั่ว ผนังปูนชั้นล่างมีคราบน้ำเป็นเส้นชัดเจน ตู้ไม้อัดใต้บันไดบวมพอง ประตูห้องน้ำไม้ผุ โซฟาที่ยกขึ้นไม่ทันอุ้มน้ำจนหนัก และทั้งบ้านมีกลิ่นอับปนกลิ่นน้ำเน่าที่ไม่ยอมหาย ห้องน้ำชั้นล่างมีกลิ่นคล้ายท่อน้ำทิ้งตลอดเวลา

สามีของคุณมาลีขนของเสียหายออกไปกองหน้าบ้าน แล้วใช้น้ำล้างพื้นหลายรอบ แต่สามวันต่อมาเริ่มมีจุดราสีดำขึ้นตามมุมผนังและขอบบัวพื้น ลูกสาวเริ่มมีน้ำมูกและไอ แม่ของคุณมาลีบ่นว่าหายใจไม่ค่อยสะดวกเวลาลงมาชั้นล่าง คำถามของครอบครัวนี้คือ บ้านที่แช่น้ำมาเกือบสองสัปดาห์ จะล้างอย่างไรจึงจะปลอดภัยพอให้เด็กเล็กและผู้สูงอายุกลับมาใช้ชั้นล่าง คำตอบเริ่มจากการรู้ว่าน้ำท่วมขังแบบนี้ทิ้งเชื้อโรคอะไรไว้บ้าง

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในพานทอง: น้ำขังนาน น้ำกร่อย และน้ำเสียจากต้นทาง

น้ำท่วมขังในพานทองมีสามปัจจัยที่ทำให้เรื่องเชื้อโรคน่ากังวล ได้แก่ ขังนานหลายวัน ไหลผ่านชุมชนและพื้นที่หลายแบบจากต้นทาง และได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุน ด้านล่างคือเชื้อโรคหลัก 11 ชนิดหรือกลุ่มที่ควรรู้จัก ข้อมูลทั้งหมดเป็นความรู้ทั่วไปด้านสาธารณสุข ไม่ใช่คำแนะนำการรักษา ผู้ที่มีอาการผิดปกติควรพบแพทย์โดยเร็ว

1. เชื้อวิบริโอ (Vibrio vulnificus และ Vibrio parahaemolyticus) ในน้ำกร่อย

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เชื้อวิบริโอกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในน้ำกร่อยและน้ำทะเล พื้นที่ปลายน้ำใกล้ปากแม่น้ำที่มีน้ำทะเลหนุน จึงอาจมีน้ำกร่อยปนอยู่ในน้ำท่วม จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: แอ่งน้ำขังรอบบ้าน โคลนเปียก และพื้นผิวที่ยังชื้น อาการและกลุ่มเสี่ยง: Vibrio vulnificus เข้าทางบาดแผลที่สัมผัสน้ำ ทำให้แผลบวมแดง ปวดมาก และลุกลามเร็ว ผู้ป่วยโรคตับ เบาหวาน และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ส่วน Vibrio parahaemolyticus มักทำให้ท้องร่วงจากการกินอาหารทะเลดิบหรือปนเปื้อน การป้องกัน: อย่าให้แผลสัมผัสน้ำท่วม ปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ หากแผลที่โดนน้ำบวมแดงเร็วหรือปวดมาก ให้พบแพทย์ทันที และกินอาหารทะเลที่ปรุงสุกเท่านั้น

2. เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: น้ำที่ขังนานในหมู่บ้านทำให้หนูต้องหนีน้ำขึ้นมาอยู่ใกล้คนมากขึ้น และปัสสาวะของหนูปนอยู่ในน้ำที่คนต้องลุยทุกวัน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: แอ่งน้ำ ท่อระบายน้ำ ห้องเก็บของ ฝ้าเพดาน และกองขยะหน้าบ้าน อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดน่อง ตาแดง ผู้ที่ลุยน้ำไปทำงานทุกวันและผู้ที่มีแผลที่เท้าเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: สวมรองเท้าบูท ล้างตัวทันทีหลังลุยน้ำ กำจัดกองขยะให้เร็ว และพบแพทย์หากมีไข้หลังลุยน้ำ

3. อีโคไล (Escherichia coli) จากน้ำเสียและบ่อเกรอะในหมู่บ้าน

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: บ้านจัดสรรจำนวนมากใช้ถังบำบัดหรือบ่อเกรอะใต้ดิน เมื่อน้ำท่วมขังนาน ระบบเหล่านี้ทำงานไม่ได้และสิ่งปฏิกูลจะดันออกมาปนกับน้ำในซอย จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: พื้นห้องน้ำ ท่อน้ำทิ้ง รอยต่อกระเบื้อง และขอบบัวพื้น อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ การป้องกัน: ทิ้งอาหารที่จมน้ำ ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาด ดื่มน้ำบรรจุขวด และเริ่มทำความสะอาดจากห้องน้ำก่อน

4. ชิเกลลา (Shigella) เชื้อโรคบิด

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ชิเกลลาต้องการเชื้อเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ป่วยได้ และแพร่ง่ายเมื่อการล้างมือทำได้ยากในช่วงน้ำท่วมขังนาน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ราวบันได และของเล่นเด็ก อาการและกลุ่มเสี่ยง: ถ่ายบ่อย อาจมีมูกเลือด ปวดเบ่ง มีไข้ เด็กวัยอนุบาลเสี่ยงสูง การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่ ทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อยทุกวัน และพบแพทย์หากถ่ายเป็นมูกเลือด

5. โนโรไวรัส (Norovirus) ไวรัสท้องร่วงที่ติดง่ายในชุมชน

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ช่วงน้ำท่วม ชาวบ้านมักมารวมกันที่จุดแจกอาหารหรืออาคารส่วนรวมของชุมชน โนโรไวรัสแพร่ได้เร็วผ่านอาหาร มือ และพื้นผิว จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: โต๊ะ ภาชนะ ลูกบิด และห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียนเฉียบพลัน ถ่ายเหลว ปวดท้อง เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อการขาดน้ำ การป้องกัน: ล้างมือก่อนกินและหลังเข้าห้องน้ำ ผู้ป่วยไม่ควรเตรียมอาหารให้ผู้อื่น และทำความสะอาดห้องน้ำส่วนรวมบ่อยขึ้น

6. แอโรโมแนส (Aeromonas hydrophila) แบคทีเรียในน้ำจืดที่ชอบบาดแผล

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แอโรโมแนสพบได้ทั่วไปในน้ำจืดและน้ำกร่อย โดยเฉพาะน้ำนิ่งที่อุ่น เมื่อมีแผลที่เท้าหรือขาแล้วต้องแช่น้ำนาน เชื้ออาจเข้าสู่แผล จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: แอ่งน้ำนิ่ง ถังน้ำ และโคลนเปียก อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลอักเสบ บวมแดง ปวด และบางรายท้องร่วง ผู้มีโรคเรื้อรังเสี่ยงสูง การป้องกัน: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดแผลกันน้ำ และพบแพทย์หากแผลลุกลาม

7. ซูโดโมแนส แอรูจิโนซา (Pseudomonas aeruginosa) ในท่อและวัสดุเปียก

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เชื้อนี้ชอบความชื้นและเติบโตในท่อน้ำ ฟองน้ำ และวัสดุที่เปียกต่อเนื่อง ซึ่งพบได้มากในบ้านที่แช่น้ำนาน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ท่อระบายน้ำ อ่างล้างจาน ไม้ถูพื้น พรม และโซฟาที่อุ้มน้ำ อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลติดเชื้อ หูอักเสบ ผื่นผิวหนัง ผู้มีแผลเรื้อรังหรือภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงสูง การป้องกัน: ทิ้งฟองน้ำ ไม้ถูพื้น และพรมที่จมน้ำ ทำความสะอาดท่อและอ่าง และปล่อยให้บ้านแห้งสนิท

8. เคลบซิเอลลา (Klebsiella pneumoniae) แบคทีเรียจากน้ำเสียและดิน

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เคลบซิเอลลาพบในลำไส้ น้ำเสีย และดิน น้ำท่วมที่ปนน้ำเสียจึงพาเชื้อนี้กระจายไปตามพื้นผิวในบ้าน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ห้องน้ำ อ่างล้างมือ และพื้นผิวที่สัมผัสน้ำเสีย อาการและกลุ่มเสี่ยง: ในคนแข็งแรงมักไม่ก่อโรค แต่ในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แผล หรือปอดได้ การป้องกัน: ทำความสะอาดห้องน้ำและจุดที่ผู้ป่วยใช้เป็นพิเศษ ล้างมือก่อนดูแลผู้ป่วย และพบแพทย์เมื่อมีไข้

9. ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus)

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ไวรัสแพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ โอกาสเพิ่มขึ้นเมื่อน้ำเสียปนกับน้ำใช้เป็นเวลานาน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ภาชนะใส่น้ำ ผักผลไม้ที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด และพื้นผิวในครัว อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อาการมักเกิดหลังรับเชื้อหลายสัปดาห์ การป้องกัน: กินอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้น้ำสะอาดล้างอาหาร ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน

10. เชื้อราผิวหนัง (Dermatophytes) และโรคน้ำกัดเท้า

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ชาวบ้านที่ต้องลุยน้ำเข้าออกหมู่บ้านทุกวันเป็นเวลาเกือบสองสัปดาห์ ผิวที่เท้าจะเปื่อยและติดเชื้อราง่าย จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: รองเท้า ถุงเท้า พรมเช็ดเท้า และพื้นห้องน้ำ อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัน ผิวลอก แดง แสบตามง่ามนิ้ว อาจติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำหากเกา การป้องกัน: ล้างเท้าและเช็ดให้แห้งทุกครั้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย และพบแพทย์หากผื่นลาม

11. เชื้อราในบ้าน: สตาคีบอทริส (Stachybotrys), แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเพนิซิลเลียม (Penicillium)

น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: บ้านที่แช่น้ำเกือบสองสัปดาห์มีความชื้นสะสมในผนังปูน ไม้อัด และยิปซัมสูงมาก เชื้อราเริ่มเติบโตได้ภายในไม่กี่วัน องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งบ้านที่น้ำขังนานไม่สามารถทำได้ จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ผนังชั้นล่าง ขอบบัวพื้น ตู้ไม้อัด ประตูไม้ โซฟา ที่นอน และผ้าม่าน อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก ไอ จาม ระคายเคืองตา หอบหืดกำเริบ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้เป็นภูมิแพ้เสี่ยงที่สุด การป้องกัน: ทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำและขึ้นรามาก เปิดบ้านให้แห้ง สวมหน้ากากระหว่างทำความสะอาด และไม่ทาสีทับผนังที่ยังชื้น

อย่าลืมโรคบาดทะยัก: แผลจากตะปู เศษกระเบื้อง หรือเศษเหล็กระหว่างขนของเสียหาย เสี่ยงต่อเชื้อบาดทะยัก (Clostridium tetani) ที่อยู่ในดินและโคลน ควรล้างแผลให้สะอาดและพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยัก

จากเชื้อโรคในน้ำขังสู่การล้างและการพ่นฆ่าเชื้ออย่างถูกลำดับ

เมื่อน้ำขังนานเกือบสองสัปดาห์ เชื้อโรคไม่ได้อยู่แค่บนผิวพื้น แต่ฝังอยู่ในคราบโคลนบาง ๆ ที่เคลือบกระเบื้อง ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ ลำดับที่ถูกต้องจึงเริ่มจากการขนของที่เสียหายและอุ้มน้ำออกไปก่อน ตามด้วยการขัดล้างคราบโคลนด้วยน้ำสะอาดกับสารทำความสะอาด เปิดบ้านให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่สะอาด องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำหลักเดียวกันว่าพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมควรทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ

ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) การพ่นใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าข้อมูลบริษัทระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยระบุชื่อเชื้อ เช่น โนโรไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไวรัสโรคมือเท้าปาก ซาลโมเนลลา และเชื้อรา อ้างประสิทธิภาพ 99.99% ตามข้อมูลบริการ

สำหรับเชื้อในบทความนี้ที่หน้าผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุชื่อ เช่น วิบริโอ เลปโตสไปรา อีโคไล ชิเกลลา แอโรโมแนส ซูโดโมแนส เคลบซิเอลลา ไวรัสตับอักเสบเอ และเชื้อราผิวหนัง เราไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ บอกได้เพียงว่าเชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม ผู้ที่ต้องการเอกสารผลทดสอบของเชื้อชนิดใดเป็นการเฉพาะ สามารถสอบถาม WHD ได้ และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทดแทนการพบแพทย์ โดยเฉพาะแผลที่สัมผัสน้ำท่วมแล้วอักเสบเร็ว

ผลกระทบที่ชาวพานทองอาจเจอ ถ้ากลับเข้าบ้านโดยไม่ฆ่าเชื้อ

  • ด้านสุขภาพ: แผลติดเชื้อจากน้ำกร่อยและน้ำเสีย ท้องร่วงในเด็กเล็ก อาการภูมิแพ้และทางเดินหายใจจากเชื้อราที่ขึ้นตามผนัง
  • ด้านค่าใช้จ่าย: ค่ารักษาพยาบาล ค่าเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ ประตู และตู้ไม้อัดที่ขึ้นราซ้ำ รวมถึงค่าซ่อมผนังที่ชื้นสะสม
  • ด้านการทำงาน: คนวัยทำงานที่ต้องลุยน้ำไปทำงานมาเกือบสองสัปดาห์ หากป่วยต่อหลังน้ำลด ก็ต้องลางานเพิ่มและเสียรายได้
  • ด้านครอบครัว: เด็กเล็กและผู้สูงอายุต้องอยู่ชั้นบนอย่างเดียวนานขึ้น บรรยากาศในบ้านตึงเครียด
  • ด้านชุมชน: อาคารส่วนรวม เช่น โบสถ์ ศาลา โรงเรียน และร้านค้าในชุมชน ที่มีคนแวะเวียนจำนวนมาก หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึงอาจกลายเป็นจุดแพร่เชื้อ

ทำไมการล้างบ้านที่แช่น้ำนานในพานทองด้วยน้ำอย่างเดียวยังไม่พอ

คราบโคลนบางมองไม่เห็น: น้ำที่ขังนานทิ้งคราบตะกอนละเอียดเคลือบพื้นผิว ล้างน้ำแล้วดูสะอาด แต่ยังมีฟิล์มบาง ๆ ที่เชื้อเกาะอยู่ ต้องขัดด้วยสารทำความสะอาดก่อน

วัสดุอุ้มน้ำลึก: ผนังปูน ไม้อัด ยิปซัม และโซฟาที่แช่น้ำนาน ดูดน้ำเสียเข้าไปลึก ล้างผิวนอกอย่างเดียวไม่ถึงเชื้อที่อยู่ด้านใน วัสดุบางอย่างจึงต้องทิ้ง ส่วนที่เก็บไว้ต้องทำให้แห้งสนิท

น้ำยาฟอกขาวใช้ผิดวิธี: การราดน้ำยาฟอกขาวบนพื้นที่ยังมีโคลน หรือผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำชนิดอื่น นอกจากได้ผลน้อยแล้วยังอาจเกิดไอระเหยอันตราย

กลิ่นอับไม่ใช่แค่กลิ่น: กลิ่นน้ำเน่าที่ค้างอยู่ในบ้านเป็นสัญญาณว่ายังมีแบคทีเรียและเชื้อราทำงานอยู่ การใช้สเปรย์ปรับอากาศจึงแค่กลบปัญหา

จุดสัมผัสบ่อยถูกลืม: ลูกบิด สวิตช์ไฟ ราวบันได รีโมต และโต๊ะกินข้าว คือจุดที่ส่งต่อเชื้อท้องร่วงในครอบครัวได้ดีที่สุด แต่มักถูกล้างน้อยกว่าพื้น

ขั้นตอนบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมของ WHD สำหรับบ้านและอาคารในพานทอง

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดชลบุรี ลูกค้าในพานทองสามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อประเมินงานและนัดหมายล่วงหน้า วันเข้าพื้นที่ขึ้นอยู่กับคิวงานและสภาพเส้นทางหลังน้ำลด เราไม่รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน

  1. สำรวจและประเมิน: ส่งรูปหรือวิดีโอชั้นล่าง ห้องน้ำ ห้องครัว และผนังที่มีคราบน้ำผ่าน LINE @whd268 พร้อมแจ้งขนาดพื้นที่และจำนวนวันที่น้ำขัง สำหรับอาคารส่วนรวม เช่น โบสถ์ ศาลา หรือโรงเรียน ให้แจ้งจำนวนห้องและพื้นที่ใช้งานด้วย
  2. ขนของและล้างก่อน: ขนวัสดุที่เสียหายและอุ้มน้ำออก ขัดล้างคราบโคลนด้วยน้ำสะอาดกับสารทำความสะอาด และเปิดให้แห้ง การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังการล้าง ไม่ได้ใช้แทนการล้าง
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่: กำหนดโซนเสี่ยงสูง เช่น ชั้นล่าง ห้องน้ำ ครัว และห้องที่เด็กเล็กหรือผู้สูงอายุใช้ เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ทั่วพื้นผิว ผนัง จุดสัมผัสบ่อย และซอกมุม ระหว่างพ่น คนและสัตว์เลี้ยงทั้งหมดต้องอยู่นอกโซนที่พ่น
  5. รอและกลับเข้าพื้นที่: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้งานพื้นที่ได้ตามปกติ โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างานเป็นหลัก และเปิดระบายอากาศก่อนเข้าอยู่

หากบ้านยังมีกลิ่นอับค้างในอากาศหลังพ่น สามารถสอบถามเรื่อง บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย ซึ่งเป็นบริการเสริมได้ และอ่านรายละเอียดน้ำยาที่หน้า CHEMGENE HLD4H

10 เหตุผลที่บ้านและอาคารในพานทองควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำที่ขังนานเกือบสองสัปดาห์ทำให้เชื้อมีเวลาฝังตัวในวัสดุภายในบ้านมากกว่าน้ำท่วมระยะสั้น
  2. พื้นที่ปลายน้ำรับน้ำเสียจากต้นทางหลายอำเภอ เชื้อจึงมาจากหลายแหล่งพร้อมกัน
  3. การพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยจัดการเชื้อบนพื้นผิวที่ยังเหลืออยู่หลังขัดล้าง
  4. ละอองฝอยแบบ ULV เข้าถึงขอบบัวพื้น หลังตู้ ใต้บันได และซอกที่เช็ดไม่ถึง
  5. น้ำยา CHEMGENE HLD4H เป็นน้ำยาระดับการแพทย์ ตามข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  6. หน้าข้อมูลบริการระบุการรับรองและการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
  7. ช่างผ่านการฝึกอบรม เน้นจุดเสี่ยงอย่างห้องน้ำ ห้องครัว และจุดสัมผัสบ่อย
  8. รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ แล้วกลับเข้าพื้นที่ตามที่ช่างแจ้ง
  9. รองรับทั้งบ้านพักอาศัย หมู่บ้านจัดสรร โบสถ์ ศาลา โรงเรียน และร้านค้า ขอ ใบกำกับภาษี ได้
  10. ตามโปรโมชันบนหน้าบริการ ลูกค้าได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และผ้าเปียก WELLGIENIC ไว้ดูแลจุดสัมผัสต่อ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: ทาวน์เฮาส์หลังน้ำขังในพานทอง

ก่อน

  • คราบตะกอนสีเทาดำเคลือบพื้นและผนังชั้นล่าง
  • กลิ่นน้ำเน่าและกลิ่นท่อในห้องน้ำ
  • จุดราดำตามมุมผนังและขอบบัวพื้น
  • เด็กเล็กมีน้ำมูก ผู้สูงอายุหายใจไม่สะดวกเมื่อลงชั้นล่าง
  • ไม่แน่ใจว่าจะใช้ห้องครัวได้เมื่อไร

หลัง

  • ขนวัสดุอุ้มน้ำออกและขัดล้างครบ
  • พ่นฆ่าเชื้อทั่วชั้นล่าง ห้องน้ำ และห้องครัว
  • จุดสัมผัสบ่อยได้รับการฆ่าเชื้อทุกจุด
  • มีแผนระบายอากาศและเฝ้าระวังจุดเชื้อรา
  • ครอบครัวทยอยกลับมาใช้ชั้นล่างตามคำแนะนำของช่าง

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี

ก่อนกลับเข้าบ้าน

  • ติดตามประกาศของอำเภอพานทองเรื่องระดับน้ำและช่วงน้ำทะเลหนุน
  • ปิดเมนไฟ และให้ช่างไฟฟ้าตรวจปลั๊กและสายไฟชั้นล่างก่อนใช้งาน
  • เตรียมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และพลาสเตอร์กันน้ำ
  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้ก่อนเริ่มทำความสะอาด

ระหว่างทำความสะอาด

  • ขนโซฟา ที่นอน พรม และตู้ไม้อัดที่บวมน้ำออกไปก่อน
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่ถูกน้ำ
  • ขัดล้างคราบตะกอนด้วยน้ำสะอาดกับสารทำความสะอาด ห้ามผสมน้ำยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน
  • ตรวจถังบำบัดหรือบ่อเกรอะ และแจ้งผู้เชี่ยวชาญหากมีปัญหาไหลย้อน
  • เปิดประตูหน้าต่างและใช้พัดลมช่วยให้แห้ง

วันพ่นฆ่าเชื้อและหลังจากนั้น

  • ให้ทุกคนและสัตว์เลี้ยงอยู่นอกโซนที่พ่นตลอดเวลาที่ช่างทำงาน
  • รอตามเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศ
  • เช็ดจุดสัมผัสบ่อยทุกวันในช่วงสัปดาห์แรก
  • สังเกตแผลที่บวมแดงเร็ว ไข้ ท้องร่วง ไอ หรือหายใจลำบาก และพบแพทย์เมื่อมีอาการ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในชลบุรี

ถาม: WHD ให้บริการที่อำเภอพานทองได้ไหม
ตอบ: ได้ โดยติดต่อทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินงานและนัดหมายล่วงหน้า บริษัทตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในชลบุรี

ถาม: น้ำยังไม่ลดหมด พ่นได้เลยไหม
ตอบ: ควรรอให้น้ำลดจนสามารถขนของ ล้าง และเริ่มทำให้แห้งได้ก่อน การพ่นบนพื้นที่ยังมีน้ำขังหรือโคลนจะได้ผลไม่เต็มที่

ถาม: อาคารส่วนรวมอย่างโบสถ์หรือศาลาชุมชนใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการ WHD ให้บริการอาคารหลายประเภท ทั้งโรงเรียน สำนักงาน และอาคารที่พักอาศัย ส่งรายละเอียดพื้นที่มาเพื่อประเมินได้

ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากบ้านไหม
ตอบ: ต้องออกจากโซนที่พ่นทุกครั้ง และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปประมาณ 30 นาที

ถาม: น้ำยาไม่มีสารตกค้างเลยใช่ไหม
ตอบ: เราไม่อ้างเช่นนั้น ควรทำตามคำแนะนำเรื่องการระบายอากาศ และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารก่อนใช้งาน

ถาม: ค่าบริการเท่าไร
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ จำนวนโซน และระยะทาง ส่งรายละเอียดทาง LINE เพื่อรับใบเสนอราคา

หลังน้ำลดที่พานทอง ให้บ้านกลับมาเป็นที่ปลอดภัยของครอบครัวอีกครั้ง

เมื่อขนของและขัดล้างบ้านเสร็จ ให้ทีมช่าง WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H ทั่วโซนเสี่ยง ส่งรูปบ้านหรืออาคารมาให้ประเมินได้เลย

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อพานทอง #น้ำท่วมพานทอง #น้ำท่วมชลบุรี #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม พานทอง ชลบุรี, น้ำท่วมพานทอง 2569, หมู่บ้านศิลากร, วัดหัวไผ่ โคกขี้หนอน, น้ำท่วมชลบุรี, แม่น้ำบางปะกง น้ำทะเลหนุน, เชื้อวิบริโอ, เชื้อโรคจากน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้