Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 9 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วมในตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 ไม่ได้มาแบบพุ่งแรงแล้วหายไปในวันเดียว แต่เป็นน้ำที่ค่อย ๆ เอ่อจากแม่น้ำท่าจีนและแนวคลองแล้วท่วมขังอยู่นานหลายวัน ซึ่งเป็นรูปแบบที่ทำให้เชื้อโรคมีเวลาแพร่กระจายและฝังตัวในบ้านมากที่สุด บทความนี้อธิบายว่าเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในงิ้วรายมีอะไรบ้าง ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด ใครเสี่ยงที่สุด และทำไมการ พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หลังจากตักโคลนและล้างบ้านเสร็จแล้ว จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ครอบครัวในนครชัยศรีกลับเข้าบ้านได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ตามรายงานของสยามรัฐ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ทางจังหวัดนครปฐมได้ลงพื้นที่ตำบลงิ้วราย อำเภอนครชัยศรี เพื่อมอบถุงยังชีพให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจำนวน 150 ชุด รายงานเดียวกันระบุว่าอำเภอนครชัยศรีอยู่ในเขตประกาศภัยพิบัติครอบคลุม 24 ตำบล 108 หมู่บ้าน โดยมีจุดเปราะบางอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนและตามแนวคลอง เช่น ตำบลนครชัยศรี ตำบลบางกระเบา และตำบลท่าตำหนัก ขณะนั้นน้ำยังท่วมขังอยู่หลายตำบล และทางจังหวัดได้ประสานกองทัพเรือเพื่อส่งเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยเร่งระบายน้ำ
ในภาพรวมระดับประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์) ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากจังหวัดนครปฐมและหน่วยงานในพื้นที่ประกอบด้วย
สิ่งที่ข้อมูลข้างต้นบอกเราคือ น้ำในนครชัยศรีไม่ได้เป็นน้ำสะอาดจากฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เป็นน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำ คลอง ท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ คอกสัตว์ แปลงเกษตร และถนนหลายสาย ก่อนจะเข้ามาในบ้าน เมื่อน้ำท่วมขังนานหลายวัน เชื้อโรคจากแหล่งต่าง ๆ จึงปะปนกันและซึมเข้าไปในวัสดุภายในบ้าน ทั้งพื้นไม้ ผนังปูน ตู้ไม้อัด ที่นอน และผ้าม่าน การกลับเข้าบ้านหลังน้ำลดจึงต้องวางแผนให้ดี ไม่ใช่แค่ตักโคลนออกแล้วเข้าอยู่ทันที
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมขังในพื้นที่ริมแม่น้ำและคลอง ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง และไม่ได้อ้างอิงบ้านหลังใดหลังหนึ่งในตำบลงิ้วราย
ป้าศรีอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ไม่ไกลจากคลองสายหนึ่งในตำบลงิ้วราย ปลายเดือนกันยายน น้ำในคลองค่อย ๆ สูงขึ้นทีละนิด ตอนแรกเธอคิดว่าน้ำคงเอ่อมาถึงลานหน้าบ้านแล้วก็ลดลงเหมือนทุกปี แต่คราวนี้น้ำไม่ยอมลด กลับไหลเข้าห้องครัวและห้องน้ำชั้นล่าง จนเธอต้องยกตู้เย็น ถังข้าวสาร และเครื่องซักผ้าขึ้นไปไว้ชั้นบน แล้วอยู่อาศัยบนชั้นสองกับหลานวัยประถมอีกสองคน
ช่วงที่น้ำท่วมขัง ทุกครั้งที่ต้องลงไปชั้นล่าง ป้าศรีต้องเดินลุยน้ำที่มีสีขุ่นและมีกลิ่นเหม็นมากขึ้นทุกวัน มีเศษใบไม้ ขยะ และคราบน้ำมันลอยมาติดที่บันได หลานคนเล็กเคยลงไปเล่นน้ำตรงประตูหลังบ้านโดยที่ผู้ใหญ่ไม่ทันเห็น เมื่อได้ถุงยังชีพจากหน่วยงานที่ลงพื้นที่ ป้าศรีโล่งใจเรื่องอาหารไปได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอกังวลกลับเป็นคำถามว่า เมื่อน้ำลดแล้ว บ้านหลังนี้จะกลับมาปลอดภัยสำหรับเด็ก ๆ ได้อย่างไร
เมื่อน้ำลดลงจนเห็นพื้น ภาพที่เห็นคือโคลนสีน้ำตาลเข้มหนาหลายเซนติเมตร คราบน้ำเป็นเส้นตามผนัง ตู้กับข้าวไม้อัดบวมและส่งกลิ่นอับ ส่วนห้องน้ำมีกลิ่นคล้ายท่อน้ำทิ้งตลอดเวลา ลูกชายของป้าศรีที่ทำงานในตัวเมืองนครปฐมกลับมาช่วยตักโคลน ล้างพื้น และขนของที่เสียหายออกไปทิ้ง ทุกคนเหนื่อยมาก และอยากให้ทุกอย่างกลับเป็นปกติให้เร็วที่สุด
แต่หลังจากล้างบ้านไปสองรอบ กลิ่นอับยังไม่หาย มีจุดดำ ๆ ขึ้นตามมุมผนังและใต้ตู้ หลานคนโตเริ่มมีผื่นคันที่ขา ส่วนลูกชายมีแผลถลอกที่เท้าจากเศษสังกะสีระหว่างขนของ คำถามที่ครอบครัวนี้ต้องตอบคือ การล้างด้วยน้ำกับผงซักฟอกเพียงพอหรือไม่ และควรทำอะไรต่อก่อนจะให้เด็ก ๆ กลับมานอนชั้นล่าง คำตอบเริ่มจากการเข้าใจว่าน้ำท่วมนำเชื้อโรคอะไรมาบ้าง
น้ำท่วมในพื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีนและแนวคลองของนครชัยศรีมีลักษณะเฉพาะ คือไหลผ่านชุมชน บ้านเรือน พื้นที่เกษตร และระบบระบายน้ำหลายแบบก่อนจะมาถึงบ้าน เมื่อน้ำท่วมขังนาน น้ำจะเริ่มเน่าและออกซิเจนน้อยลง เชื้อบางชนิดจึงอยู่รอดได้ในโคลนและพื้นผิวที่ชื้นแฉะ ด้านล่างนี้คือเชื้อโรคหลัก 11 ชนิดหรือกลุ่มที่ควรรู้จัก ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไปด้านสาธารณสุข ไม่ใช่คำแนะนำการรักษา หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: หนูและสัตว์หลายชนิดขับเชื้อเลปโตสไปราออกมากับปัสสาวะ เมื่อน้ำท่วมโพรงหนูริมคลองและใต้ถุนบ้าน เชื้อจะกระจายไปกับน้ำที่ท่วมขัง จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: แอ่งน้ำขังรอบบ้าน โคลนเปียกใต้ถุน พื้นห้องครัวที่ยังชื้น และบริเวณที่หนูหนีน้ำขึ้นมาอาศัย เช่น ฝ้าเพดานหรือห้องเก็บของ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง ผู้ที่ลุยน้ำนาน มีแผลที่เท้าหรือขา และผู้ที่ทำความสะอาดบ้านโดยไม่สวมรองเท้าบูทเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทยางและถุงมือทุกครั้งที่ลงน้ำหรือตักโคลน ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างตัวทันทีหลังลุยน้ำ และหากมีไข้หลังลุยน้ำภายในไม่กี่สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์และแจ้งว่าเคยลุยน้ำท่วม
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: อีโคไลเป็นแบคทีเรียในลำไส้ของคนและสัตว์ เมื่อน้ำท่วมบ่อเกรอะ ส้วม และท่อระบายน้ำ สิ่งปฏิกูลจะปนออกมากับน้ำที่ท่วมขังทั่วชุมชน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: พื้นห้องน้ำ ท่อน้ำทิ้ง รอยต่อกระเบื้อง ขาโต๊ะ ขาเตียง และภาชนะในครัวที่จมน้ำ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ บางสายพันธุ์ทำให้ถ่ายเป็นเลือดได้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยงต่ออาการรุนแรงและภาวะขาดน้ำ การป้องกัน: ทิ้งอาหารที่จมน้ำทั้งหมด ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ล้างมือด้วยสบู่ก่อนกินอาหาร และทำความสะอาดห้องน้ำก่อนพื้นที่อื่น
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ชิเกลลาแพร่ผ่านอุจจาระที่ปนเปื้อนน้ำ อาหาร และมือ ช่วงน้ำท่วมที่ห้องน้ำใช้การไม่ได้และน้ำประปาไม่สะดวก การล้างมือน้อยลงทำให้เชื้อติดต่อกันในครอบครัวได้ง่าย จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ขันน้ำ ราวบันได และของเล่นเด็กที่วางอยู่บนพื้น อาการและกลุ่มเสี่ยง: ถ่ายเหลวบ่อย อาจมีมูกหรือเลือดปน ปวดเบ่ง มีไข้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ ทำความสะอาดจุดสัมผัสบ่อยทุกวันช่วงฟื้นฟูบ้าน แยกผ้าเช็ดตัวของผู้ป่วย และพาผู้ที่ถ่ายเป็นมูกเลือดไปพบแพทย์
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ซาลโมเนลลาพบได้ในลำไส้ของสัตว์ปีก สุกร และสัตว์เลี้ยงหลายชนิด บ้านในพื้นที่ชานเมืองนครปฐมจำนวนไม่น้อยเลี้ยงไก่ เป็ด หรือสัตว์อื่นไว้รอบบ้าน เมื่อน้ำท่วมคอกและเล้า มูลสัตว์จะลอยมากับน้ำ จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: โคลนรอบคอกสัตว์ พื้นครัว เขียง ตู้เย็นที่ไฟดับนาน และอาหารแห้งที่ถูกน้ำซึม อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ปวดท้อง ถ่ายเหลว อาเจียน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงสูง การป้องกัน: ทิ้งอาหารที่จมน้ำหรือเก็บในตู้เย็นที่ไฟดับนาน แยกเขียงอาหารดิบกับอาหารสุก ทำความสะอาดคอกสัตว์แยกจากตัวบ้าน และล้างมือหลังจับสัตว์ทุกครั้ง
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แคมไพโลแบคเตอร์อาศัยอยู่ในลำไส้ของสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยง เมื่อน้ำท่วมพาเอามูลสัตว์จากเล้าและแปลงเกษตรเข้ามาในบ้าน เชื้อจะติดอยู่กับพื้นและภาชนะ จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ถังเก็บน้ำที่ฝาไม่สนิท ภาชนะใส่น้ำดื่มของสัตว์ พื้นลานบ้าน และอ่างล้างจาน อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้องบิด มีไข้ บางรายมีอาการหลายวัน เด็กและผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลเรื่องการดื่มน้ำ การป้องกัน: อย่าใช้น้ำจากถังที่น้ำท่วมถึงจนกว่าจะล้างถังให้สะอาด ต้มน้ำก่อนดื่ม และล้างภาชนะในครัวด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านอุจจาระสู่ปาก เมื่อน้ำเสียปนกับแหล่งน้ำใช้และอาหาร โอกาสติดเชื้อจะสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการแจกจ่ายและปรุงอาหารร่วมกันในชุมชน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ภาชนะใส่น้ำ ผักที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด และพื้นผิวในครัวที่น้ำท่วมถึง อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม อาการมักปรากฏหลังรับเชื้อหลายสัปดาห์ ผู้ใหญ่มักมีอาการชัดกว่าเด็ก การป้องกัน: กินอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้น้ำสะอาดล้างผักและภาชนะ ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: โรตาไวรัสติดต่อง่ายมากผ่านมือ ของเล่น และพื้นผิวที่ปนเปื้อนอุจจาระ ช่วงน้ำท่วมที่ครอบครัวต้องอยู่รวมกันในพื้นที่แคบ เชื้อจึงแพร่ได้เร็ว จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ของเล่นพลาสติก ขวดนม ที่นอนเด็ก และพื้นห้องที่เด็กคลาน อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ถ่ายเป็นน้ำ มีไข้ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำมากที่สุด การป้องกัน: ล้างของเล่นและขวดนมด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้ ทิ้งของเล่นผ้าที่จมน้ำ ดูแลให้เด็กได้รับน้ำเพียงพอ และพาไปพบแพทย์ทันทีหากซึม ปัสสาวะน้อย หรืออาเจียนมาก
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เชื้อกลุ่มเอนเทอโรไวรัสที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากแพร่ผ่านน้ำลาย น้ำมูก และอุจจาระ ช่วงฤดูฝนที่มีน้ำท่วม เด็กจากหลายบ้านมักมาเล่นด้วยกันในจุดที่แห้ง ทำให้เชื้อแพร่ระหว่างครอบครัวได้ จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ของเล่น ราวบันได โต๊ะกินข้าว และพื้นที่เด็กเล่น อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ตุ่มน้ำที่มือ เท้า และก้น เด็กเล็กโดยเฉพาะต่ำกว่า 5 ปีเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: ล้างมือเด็กบ่อย ๆ แยกของใช้ส่วนตัว ทำความสะอาดของเล่นที่ใช้ร่วมกัน และให้เด็กที่ป่วยพักอยู่บ้านจนแพทย์แนะนำ
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ซูโดโมแนสพบทั่วไปในดิน น้ำ และพื้นผิวที่ชื้น หลังน้ำท่วมขังนาน เชื้อนี้เจริญได้ดีในท่อ ฟองน้ำ และวัสดุที่เปียกต่อเนื่อง จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: ท่อระบายน้ำ อ่างล้างหน้า ฟองน้ำล้างจาน ผ้าเช็ดพื้น และพรมที่ยังไม่แห้ง อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาจทำให้แผลติดเชื้อ หูชั้นนอกอักเสบ หรือผื่นผิวหนังหลังสัมผัสน้ำ ผู้มีแผลเรื้อรัง ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรระวังเป็นพิเศษ การป้องกัน: ทิ้งฟองน้ำและผ้าเช็ดพื้นที่จมน้ำ ทำความสะอาดท่อและอ่าง ทำแผลให้สะอาดและแห้ง หากแผลบวมแดง มีหนอง หรือปวดมากขึ้นให้พบแพทย์
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ผิวหนังที่แช่น้ำนานจะเปื่อยและเป็นแผลง่าย เชื้อราผิวหนังและแบคทีเรียจึงเข้าไปได้ง่าย ชาวบ้านที่ต้องลุยน้ำทุกวันเพื่อไปทำงานหรือรับของช่วยเหลือมักเจอปัญหานี้ จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: รองเท้าที่เปียกชื้น ถุงเท้า พรมเช็ดเท้า และพื้นห้องน้ำ อาการและกลุ่มเสี่ยง: คันตามง่ามนิ้วเท้า ผิวลอก แดง แสบ หากเกาจนเป็นแผลอาจติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำ การป้องกัน: ล้างเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ โดยเฉพาะง่ามนิ้ว เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ตากรองเท้าให้แห้ง และพบแพทย์หากผื่นลามหรือมีหนอง
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: น้ำท่วมไม่ได้นำเชื้อรามาโดยตรงทั้งหมด แต่สร้างความชื้นสูงที่ทำให้สปอร์เชื้อราในอากาศเติบโตได้ภายในไม่กี่วัน องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งโดยเร็ว โดยทั่วไปภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดเชื้อรา ซึ่งในบ้านที่น้ำท่วมขังหลายวันอย่างนครชัยศรีมักทำไม่ทัน จุดที่ซ่อนหลังน้ำลด: หลังตู้ไม้อัด ใต้ฝ้า ในผนังยิปซัม ที่นอน โซฟา ผ้าม่าน และมุมห้องที่ลมไม่ผ่าน อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ ระคายเคืองตา หอบหืดกำเริบ ผู้เป็นภูมิแพ้ โรคหืด ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้พัดลมช่วยให้แห้ง ทิ้งวัสดุที่ดูดซับน้ำและขึ้นรามาก สวมหน้ากากชนิดกรองละอองระหว่างทำความสะอาด และอย่าทาสีทับคราบราโดยไม่กำจัดก่อน
อย่าลืมโรคบาดทะยัก: แผลจากตะปู เศษไม้ หรือสังกะสีระหว่างทำความสะอาดบ้านหลังน้ำท่วมมีความเสี่ยงต่อเชื้อบาดทะยัก (Clostridium tetani) ซึ่งอยู่ในดินและโคลน ผู้ที่มีแผลลึกหรือแผลสกปรก ควรล้างแผลให้สะอาดและพบแพทย์เพื่อประเมินเรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยัก
เชื้อโรคทั้ง 11 กลุ่มข้างต้นมีจุดร่วมสำคัญ คือส่วนใหญ่ติดมากับโคลน คราบสกปรก และพื้นผิวที่เปียกชื้น ดังนั้นลำดับที่ถูกต้องต้องเริ่มจากการเอาโคลนและสิ่งสกปรกออกให้มากที่สุดก่อน แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดกับสารทำความสะอาด จากนั้นจึงฆ่าเชื้อบนพื้นผิว องค์การอนามัยโลกและ CDC แนะนำแนวทางเดียวกันว่าพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วมควรทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ไม่เต็มที่ถ้ายังมีโคลนเคลือบอยู่
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) น้ำยาที่ใช้ในการพ่นคือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าข้อมูลของบริษัทระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงเชื้อที่ระบุชื่อไว้ เช่น RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 โนโรไวรัส ไวรัสโรคมือเท้าปาก ซาลโมเนลลา และเชื้อรา โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% ตามข้อมูลบริการ
สำหรับเชื้อในบทความนี้ที่หน้าผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุชื่อไว้โดยตรง เช่น เลปโตสไปรา อีโคไล ชิเกลลา แคมไพโลแบคเตอร์ ไวรัสตับอักเสบเอ โรตาไวรัส ซูโดโมแนส และเชื้อราผิวหนัง เราจะไม่อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สิ่งที่บอกได้คือเชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา ซึ่งผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม หากต้องการเอกสารผลทดสอบของเชื้อชนิดใดเป็นการเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง และไม่ว่ากรณีใด การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ทดแทนการพบแพทย์เมื่อมีอาการเจ็บป่วย
น้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวไม่ทั่วถึง: หลายบ้านใช้น้ำยาฟอกขาวราดพื้นแล้วถือว่าจบ แต่ถ้าผสมไม่ถูกสัดส่วนหรือราดบนพื้นที่ยังมีโคลน ประสิทธิภาพจะลดลงมาก และไม่ครอบคลุมผนัง ขาโต๊ะ ลูกบิดประตู หรือซอกหลังตู้
พัดลมกับเครื่องหอมแค่กลบกลิ่น: การเปิดพัดลมช่วยให้แห้งเร็วขึ้นจริง แต่สเปรย์ปรับอากาศเป็นเพียงการกลบกลิ่น ต้นเหตุของกลิ่นอับคือเชื้อราและแบคทีเรียที่ยังอยู่ในวัสดุ
ทาสีทับคราบรา: การทาสีใหม่ทับผนังที่ยังชื้นและมีรา ทำให้ราเติบโตต่อใต้ชั้นสี แล้วกลับมาเป็นจุดดำภายในไม่กี่สัปดาห์
มองไม่เห็นจุดสัมผัสร่วม: ลูกบิด สวิตช์ไฟ ราวบันได และโต๊ะกินข้าวเป็นจุดที่ทุกคนจับ แต่มักถูกล้างน้อยกว่าพื้น ทั้งที่เป็นทางส่งต่อเชื้อท้องร่วงในครอบครัว
เหนื่อยจนทำไม่ครบ: หลังน้ำท่วมนานหลายวัน ครอบครัวส่วนใหญ่หมดแรง การมีทีมช่างที่ได้รับการฝึกอบรมเข้ามาช่วยในขั้นตอนฆ่าเชื้อจึงช่วยให้งานครอบคลุมและเป็นระบบมากขึ้น
WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในนครปฐม สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด ลูกค้าสามารถติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE เพื่อประเมินงานและนัดหมายวันเข้าพื้นที่ล่วงหน้า ระยะเวลานัดขึ้นอยู่กับคิวงานและสภาพการเดินทางในช่วงน้ำท่วม เราไม่รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน
ผู้ที่ต้องการบรรเทากลิ่นอับในอากาศหลังจากพ่นแล้ว สามารถสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย ซึ่งเป็นบริการเสริม และอ่านรายละเอียดน้ำยาได้ที่หน้า CHEMGENE HLD4H
ถาม: WHD เข้าไปให้บริการที่ตำบลงิ้วรายได้ไหม
ตอบ: ได้ โดยติดต่อทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินงานและนัดวันล่วงหน้า บริษัทตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในนครปฐม และวันเข้าพื้นที่ขึ้นอยู่กับคิวงานและสภาพเส้นทาง
ถาม: ต้องล้างบ้านก่อนหรือพ่นได้เลย
ตอบ: ต้องขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อนทุกครั้ง เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด
ถาม: ระหว่างพ่นต้องออกจากบ้านไหม
ตอบ: คน เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่น แล้วกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปประมาณ 30 นาที
ถาม: พ่นแล้วจะไม่เป็นโรคฉี่หนูใช่ไหม
ตอบ: การพ่นช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน แต่ไม่ได้ป้องกันการติดเชื้อจากการลุยน้ำนอกบ้าน ยังต้องสวมรองเท้าบูท ปิดแผล และพบแพทย์หากมีไข้หลังลุยน้ำ
ถาม: น้ำยาไม่ทิ้งสารตกค้างเลยใช่ไหม
ตอบ: เราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของช่างเรื่องการระบายอากาศ และเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารก่อนใช้งาน
ถาม: ค่าบริการเท่าไร
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ จำนวนโซน และระยะทาง กรุณาส่งรายละเอียดทาง LINE เพื่อรับใบเสนอราคา
หลังตักโคลนและล้างบ้านเสร็จแล้ว ให้ทีมช่าง WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อในโซนเสี่ยงด้วย CHEMGENE HLD4H ส่งรูปบ้านมาให้ประเมินได้เลย
โทร 065-556-6294 · LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้องิ้วราย #น้ำท่วมนครชัยศรี #น้ำท่วมนครปฐม #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #Chemgene
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม งิ้วราย นครชัยศรี, น้ำท่วมงิ้วราย 2569, น้ำท่วมนครชัยศรี, น้ำท่วมนครปฐม, แม่น้ำท่าจีน, เชื้อโรคจากน้ำท่วม, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H