Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 20 จำนวนผู้เข้าชม |
ต้นเดือนตุลาคม 2569 ย่านป้อมเพชร เกาะเมืองอยุธยา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา บริเวณโบราณสถานที่ตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ต้องรับมือกับน้ำที่ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ริมน้ำ พร้อมกับวังน้ำวนรุนแรงที่ดันน้ำข้ามแนวป้องกัน บ้านเรือน ร้านอาหาร คาเฟ่ ที่พักนักท่องเที่ยว และชุมชนริมน้ำรอบเกาะเมืองต่างเผชิญกับน้ำที่ไหลแรงและพัดพาโคลน ขยะ และน้ำเสียเข้ามา เมื่อน้ำลดลง สิ่งที่หลงเหลืออยู่ไม่ใช่เพียงคราบโคลน แต่รวมถึงเชื้อโรคหลายชนิดที่มองไม่เห็น บทความนี้สรุปสถานการณ์ตามรายงานข่าว อธิบายเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในย่านเกาะเมืองอย่างน้อยแปดชนิด และอธิบายขั้นตอน บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) ที่ใช้หลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
ตามรายงานของ TOP News เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้าท่วมพื้นที่ริมน้ำบริเวณป้อมเพชร สูงเกือบ 1 เมตร ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักเกิดวังน้ำวนรุนแรง ซึ่งดันน้ำให้ข้ามแนวป้องกันทางฝั่งตะวันตก ในช่วงเวลาเดียวกัน เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำราว 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระรามหกระบายน้ำ 616 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
รายงานฉบับเดียวกันระบุว่ากรมศิลปากรได้เสริมแนวป้องกันน้ำบริเวณวัดไชยวัฒนารามถึงวัดพนัญเชิง เพื่อปกป้องโบราณสถานสำคัญริมแม่น้ำ ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่รายงาน ระดับน้ำและอัตราการระบายของเขื่อนเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากกรมชลประทาน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเทศบาลในพื้นที่
ข้อมูลภาพรวมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน
ลักษณะของน้ำท่วมที่ป้อมเพชรต่างจากน้ำท่วมขังทั่วไป เพราะเป็นน้ำที่ไหลแรงและหมุนวน น้ำแบบนี้กวาดตะกอน โคลนก้นแม่น้ำ ขยะลอยน้ำ และน้ำเสียจากท่อริมตลิ่งเข้ามาในพื้นที่ แล้วทิ้งชั้นโคลนไว้ตามพื้น ผนัง และซอกมุมเมื่อน้ำลด บ้านไม้เก่า เรือนแถวไม้ และอาคารที่มีพื้นใต้ถุนในย่านเกาะเมืองยังดูดซับความชื้นได้มาก ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ง่ายหากแห้งช้า
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในที่พักและบ้านริมแม่น้ำช่วงน้ำหลาก ไม่ใช่คำบอกเล่าของเจ้าของกิจการรายใดรายหนึ่ง
คุณต้นเปิดที่พักเล็กๆ หกห้องในบ้านไม้สองชั้นริมน้ำ ไม่ไกลจากย่านป้อมเพชร แขกส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาปั่นจักรยานชมวัดบนเกาะเมือง ช่วงต้นเดือนตุลาคม น้ำจากแม่น้ำไหลข้ามแนวกระสอบทรายเข้ามาในลานหน้าบ้านและห้องชั้นล่างอย่างรวดเร็ว คุณต้นยกที่นอน ผ้าปูที่นอน และเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นชั้นบนได้ทัน แต่ห้องชั้นล่างสามห้อง ห้องน้ำรวม และห้องครัวจมน้ำอยู่หลายวัน
เมื่อน้ำลด คุณต้นกับพนักงานสองคนช่วยกันตักโคลนออก ฉีดน้ำล้างพื้นไม้และพื้นกระเบื้อง พบว่าโคลนจากแม่น้ำมีกลิ่นคาวและกลิ่นท่อปนกัน ขอบผนังไม้ด้านล่างดำคล้ำ ใต้เตียงที่ยกไม่ทันมีคราบน้ำเป็นเส้น และเริ่มมีจุดราสีเขียวเทาขึ้นตามมุมตู้เสื้อผ้าภายในไม่กี่วัน พนักงานคนหนึ่งเริ่มมีอาการคันและผิวลอกตามง่ามนิ้วเท้า เพราะต้องเดินลุยน้ำทุกวัน
แขกที่จองไว้ในเดือนพฤศจิกายนส่งข้อความมาถามว่าที่พักจะเปิดได้หรือไม่ และห้องพักปลอดภัยหรือเปล่า คุณต้นอยากตอบอย่างมั่นใจ แต่รู้ดีว่าการล้างด้วยน้ำและน้ำยาถูพื้นยังไม่อาจยืนยันได้ว่าเชื้อจากน้ำเสียและโคลนหมดไปแล้ว เขาจึงแนะนำพนักงานที่มีอาการให้ไปพบแพทย์ และติดต่อทีมงาน WHD ทาง LINE พร้อมส่งผังบ้านและภาพห้องให้ประเมิน
ทีมงานแนะนำลำดับงานว่า ให้ทิ้งพรมและฟูกที่แช่น้ำ ล้างพื้นและผนังให้สะอาด เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมเร่งให้ไม้แห้งก่อน แล้วจึงนัดวันพ่นฆ่าเชื้อทีละโซน เริ่มจากห้องน้ำและห้องครัว ตามด้วยห้องพัก โดยแขกและพนักงานต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง สำหรับกลิ่นอับที่ฝังในเนื้อไม้ ทีมงานแนะนำให้พิจารณาบริการอบโอโซนเสริมหลังจากนั้น
น้ำท่วมที่ป้อมเพชรเป็นน้ำจากแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลแรงและพัดพาตะกอนจำนวนมาก เมื่อผ่านชุมชน น้ำจะชะล้างบ่อเกรอะ ท่อน้ำทิ้ง กองขยะ และรังหนูริมตลิ่ง แล้วทิ้งโคลนไว้ในบ้าน ร้านค้า และที่พัก ด้านล่างคือเชื้อสำคัญที่ควรรู้จัก พร้อมชื่อวิทยาศาสตร์ วิธีที่น้ำท่วมพาเชื้อมา จุดที่เชื้อซ่อน อาการ กลุ่มเสี่ยง และการป้องกัน ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่คำแนะนำในการรักษา หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์
มาอย่างไร: หนูที่อาศัยอยู่ตามตลิ่ง ท่าน้ำ และกองขยะริมแม่น้ำจะหนีน้ำขึ้นมาอยู่ในบ้านและร้านค้า ปัสสาวะหนูที่มีเชื้อปนลงในน้ำท่วมและโคลน
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนเปียกใต้ถุนบ้าน ซอกระหว่างแผ่นไม้พื้น ลานหน้าบ้าน ท่าน้ำ และห้องเก็บของที่มืดและชื้น
อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าทางบาดแผล รอยถลอก หรือผิวที่แช่น้ำนาน อาการมักเริ่มด้วยไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง ผู้ที่ลุยน้ำตักโคลนและขนของเสี่ยงที่สุด หากมีไข้หลังลุยน้ำควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ
ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทยางและถุงมือยาง ปิดแผลกันน้ำ กำจัดหนูและขยะ เลปโตสไปราอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ระบุไว้ หากต้องการข้อมูลเฉพาะ สามารถสอบถาม WHD ได้
มาอย่างไร: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำโคลนในประเทศไทย เมื่อน้ำไหลแรงพัดดินและตะกอนจากตลิ่งเข้ามาในบ้าน คนที่ลุยโคลนหรือตักโคลนด้วยมือเปล่าอาจได้รับเชื้อ
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ชั้นโคลนหนาตามลานบ้าน สวนหน้าบ้าน ใต้ถุน และกระถางต้นไม้ที่จมน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาการหลากหลาย ตั้งแต่ไข้ ฝีหนองตามผิวหนัง ไปจนถึงปอดอักเสบ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำเสี่ยงสูง หากมีไข้เรื้อรังหลังสัมผัสโคลนควรพบแพทย์และแจ้งประวัติ
ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางทุกครั้งที่ตักโคลน ใส่หน้ากากเมื่อฉีดน้ำแรงดันสูงใส่โคลน ล้างตัวทันทีหลังทำงาน เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้
มาอย่างไร: บ้านริมแม่น้ำหลายหลังใช้บ่อเกรอะหรือปล่อยน้ำทิ้งลงแม่น้ำ เมื่อน้ำท่วมดันย้อน สิ่งปฏิกูลจะปนออกมากับน้ำที่เข้าบ้าน
ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นห้องน้ำ รอบชักโครก ท่อระบายน้ำในครัว ร่องยาแนวกระเบื้อง และผ้าม่านหรือพรมที่แช่น้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง บางรายถ่ายเป็นเลือด เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงสูง
ป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่ ทิ้งอาหารที่โดนน้ำ ล้างพื้นด้วยน้ำสะอาดแล้วฆ่าเชื้อ อีโคไลอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะที่ระบุไว้
มาอย่างไร: ไวรัสโรต้าแพร่ผ่านอุจจาระ มือ ของเล่น และพื้นผิวที่ปนเปื้อน เมื่อน้ำสะอาดขาดแคลนและครอบครัวต้องย้ายไปอยู่รวมกัน เด็กเล็กจะติดเชื้อง่าย
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ของเล่น พื้นที่เด็กคลาน โต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อม และขวดนม
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องเสียเป็นน้ำ มีไข้ เด็กเล็กเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ควรพบแพทย์หากเด็กซึม ปัสสาวะน้อย หรือดื่มน้ำไม่ได้
ป้องกัน: ล้างมือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม ล้างและฆ่าเชื้อของเล่น ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน ไวรัสโรต้าอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะที่ระบุไว้
มาอย่างไร: โนโรไวรัสติดต่อง่ายผ่านอาหาร น้ำ มือ และพื้นผิว ร้านอาหารและที่พักบนเกาะเมืองที่รับนักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงต้องระวังเป็นพิเศษหลังน้ำท่วม
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ลูกบิดประตู ราวบันได ก๊อกน้ำ เคาน์เตอร์ ห้องน้ำรวม และรีโมตในห้องพัก
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียนเฉียบพลัน ท้องเสีย ปวดท้อง เด็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ
ป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมบ่อยๆ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD โนโรไวรัสเป็นหนึ่งในเชื้อที่ระบุว่า CHEMGENE HLD4H ครอบคลุม
มาอย่างไร: แพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อระบบน้ำประปาหรือแหล่งน้ำใช้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ภาชนะและผักที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด น้ำแข็ง และมือของผู้ปรุงอาหาร
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ตัวเหลือง ตาเหลือง
ป้องกัน: ดื่มน้ำสะอาด กินอาหารปรุงสุกใหม่ ปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน ไวรัสนี้อยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม ไม่มีผลทดสอบเฉพาะที่ระบุไว้
มาอย่างไร: ผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำหรือใส่รองเท้าเปียกทั้งวัน ผิวหนังจะเปื่อยยุ่ย ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียบนผิวเข้าทำลายได้ง่าย
ซ่อนอยู่ที่ไหน: รองเท้าบูทที่ไม่ได้ตากแห้ง ถุงเท้าเปียก พรมเช็ดเท้า และพื้นห้องน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัน ผิวลอก แดง เปื่อยตามง่ามนิ้วเท้า ผู้ป่วยเบาหวานควรระวังเพราะแผลอาจลุกลาม
ป้องกัน: ล้างเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ ตากรองเท้าให้แห้ง หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ เชื้อราเป็นกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะชนิดนี้ระบุไว้
มาอย่างไร: ซูโดโมแนสเป็นแบคทีเรียที่ชอบน้ำ พบได้ในน้ำขัง ท่อ และพื้นผิวเปียก หลังน้ำท่วมจะเจริญได้ดีในจุดที่ชื้นตลอดเวลา
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ฟองน้ำ ผ้าถูพื้น ท่อระบายน้ำอ่างล้างจาน ขอบอ่างอาบน้ำ และถังเก็บน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ทำให้แผลติดเชื้อ ผิวหนังอักเสบ หูอักเสบ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำและผู้ที่มีแผลเปิดเสี่ยงสูง
ป้องกัน: ทิ้งฟองน้ำและผ้าถูพื้นเก่า ล้างถังเก็บน้ำ ปิดแผลกันน้ำ เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้
มาอย่างไร: บ้านไม้เก่าและเรือนแถวในเกาะเมืองดูดซับน้ำได้มาก เมื่อไม้ ผนังปูน และเฟอร์นิเจอร์ชื้นเกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมง สปอร์เชื้อราจะเริ่มเติบโต
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผนังไม้ด้านล่าง ใต้พื้นไม้ หลังตู้เสื้อผ้า ฝ้าเพดาน ฟูกที่นอน และม่าน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก ไอ จาม แสบตา ผื่นคัน ผู้มีโรคหอบหืดและภูมิแพ้อาการกำเริบได้
ป้องกัน: ทิ้งวัสดุที่ซึมน้ำแล้วขึ้นรา เร่งทำให้แห้ง แล้วฆ่าเชื้อ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ เชื้อราเป็นกลุ่มที่ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบแยกตามสกุลราที่ระบุไว้
มาอย่างไร: โรคมือเท้าปากแพร่ผ่านน้ำลาย น้ำมูก ตุ่มน้ำ และอุจจาระ เมื่อเด็กหลายครอบครัวต้องอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ ไวรัสจะแพร่ได้ง่ายขึ้น
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ของเล่น โต๊ะกินข้าว ช้อน แก้วน้ำ และพื้นที่เด็กเล่น
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ผื่นหรือตุ่มที่มือ เท้า เด็กเล็กเสี่ยงที่สุด ควรพบแพทย์หากเด็กซึม อาเจียนบ่อย หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท
ป้องกัน: ล้างมือ แยกของใช้ ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่น ตามข้อมูลบริการของ WHD ไวรัสมือเท้าปากอยู่ในรายชื่อเชื้อที่ระบุว่าครอบคลุม
สรุปสำหรับย่านป้อมเพชร: น้ำที่ไหลแรงทิ้งโคลนไว้มาก และโคลนคือที่หลบซ่อนของเชื้อโรค น้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีเมื่อสัมผัสพื้นผิวโดยตรง จึงต้องตักโคลนและล้างให้สะอาดก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่สะอาดและแห้งพอสมควร ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่ CDC และองค์การอนามัยโลกแนะนำสำหรับพื้นที่หลังน้ำท่วม
ด้านสุขภาพ: ผู้ที่ตักโคลนและล้างบ้านมักสัมผัสเชื้อโดยตรงทั้งทางผิวหนังและการหายใจ หากพื้นผิวในบ้านยังมีเชื้อค้างอยู่ คนในบ้านโดยเฉพาะเด็กที่คลานเล่นกับพื้นและผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันลดลงจะได้รับเชื้อต่อเนื่อง อาการท้องเสีย ผื่นคัน และโรคทางเดินหายใจจึงมักพบมากในช่วงหลายสัปดาห์หลังน้ำลด
ด้านธุรกิจท่องเที่ยว: เกาะเมืองอยุธยาเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่ริมน้ำต้องการกลับมาเปิดให้เร็วที่สุด แต่ถ้าแขกเข้าพักแล้วเจอกลิ่นอับหรือป่วย รีวิวในอินเทอร์เน็ตจะส่งผลต่อกิจการไปอีกนาน การฟื้นฟูอย่างเป็นขั้นตอนจึงคุ้มค่ากว่าการรีบเปิด
ด้านทรัพย์สิน: บ้านไม้และเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ชื้นนานจะผุและขึ้นราลึกเข้าไปในเนื้อไม้ ยิ่งปล่อยไว้นาน ค่าซ่อมแซมยิ่งสูงขึ้น การทำให้แห้งเร็วและฆ่าเชื้อตามขั้นตอนช่วยชะลอความเสียหายได้
ด้านจิตใจ: การเห็นบ้านที่อยู่มาหลายสิบปีจมน้ำเป็นเรื่องที่สร้างความเครียดอย่างมาก การมีขั้นตอนที่ชัดเจนและมีทีมช่วยดูแลช่วยให้ครอบครัวรู้สึกว่ากำลังก้าวไปข้างหน้า และกลับเข้าบ้านได้อย่างสบายใจขึ้น
โคลนจากแม่น้ำมีเนื้อละเอียดและเหนียว เมื่อแห้งจะเกาะแน่นในร่องไม้ ร่องยาแนว และรูพรุนของปูน การฉีดน้ำแรงดันสูงช่วยเอาโคลนก้อนใหญ่ออกได้ แต่ละอองโคลนที่ฟุ้งขึ้นมาอาจกระจายเชื้อไปติดผนังส่วนบนและเพดาน และผู้ฉีดเองก็อาจสูดละอองเข้าไปหากไม่สวมหน้ากาก
น้ำยาถูพื้นและผงซักฟอกช่วยขจัดคราบสกปรก แต่ไม่ได้มีหน้าที่หลักในการฆ่าเชื้อ ส่วนน้ำยาฟอกขาวที่ผสมเองต้องใช้อัตราส่วนที่ถูกต้อง ห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนีย และจะเสื่อมฤทธิ์เมื่อเจอโคลนและสารอินทรีย์ นอกจากนี้ยังทำให้ไม้และผ้าซีดหรือเสียหายได้
บ้านไม้ริมน้ำมีจุดที่เข้าถึงยากหลายแห่ง เช่น ซอกระหว่างแผ่นไม้พื้น ใต้บันได ช่องลมใต้หลังคาชั้นล่าง หลังตู้ติดผนัง และโครงไม้ใต้ถุน จุดเหล่านี้คือที่ที่เชื้อราและแบคทีเรียหลบซ่อนได้นานหลังน้ำลด
การพ่นหรือฉีดละอองน้ำยาฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการอบรม ช่วยให้น้ำยากระจายถึงซอกมุมได้สม่ำเสมอกว่า และใช้ระยะเวลาสัมผัสที่เหมาะสม แต่การพ่นต้องทำหลังจากตักโคลน ล้าง และทำให้แห้งในระดับหนึ่งแล้วเสมอ ไม่ใช่การพ่นทับโคลน
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection ช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือฉีดละอองแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองละเอียดที่ลอยเข้าถึงซอกมุม โดยใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก ด้วยประสิทธิภาพที่ระบุไว้ 99.99% พร้อมระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าตามข้อมูลบริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน และอาคารที่พักอาศัย
ตามข้อมูลบริการ ผู้ใช้บริการจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรี และขอใบกำกับภาษีได้ ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและสภาพพื้นที่ กรุณาสอบถามทีมงาน หากบ้านไม้ยังมีกลิ่นอับหลังพ่น สามารถพิจารณาบริการอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริม
ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ
หลังพ่นฆ่าเชื้อ
ถาม: บ้านไม้พ่นน้ำยาได้หรือไม่ จะเสียหายไหม
ตอบ: ช่างจะประเมินวัสดุก่อนพ่น และปรับวิธีพ่นให้เหมาะกับพื้นผิว หากมีวัสดุที่กังวล เช่น ไม้แกะสลักหรือของเก่า ควรแจ้งทีมงานล่วงหน้าเพื่อย้ายหรือปิดคลุม
ถาม: ที่พักต้องปิดรับแขกนานแค่ไหน
ตอบ: ขึ้นอยู่กับเวลาที่ใช้ตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง ส่วนการพ่นแต่ละโซนตามข้อมูลบริการให้รอประมาณ 30 นาที แล้วทำตามเวลาที่ช่างแจ้ง
ถาม: WHD เดินทางมาอยุธยาได้หรือไม่
ตอบ: WHD ไม่มีสาขาในอยุธยา แต่ให้บริการต่างจังหวัดโดยนัดหมายล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ทีมงานจะแจ้งวันที่เป็นไปได้หลังประเมินพื้นที่
ถาม: น้ำยาไม่มีสารตกค้างเลยใช่ไหม
ตอบ: ไม่ควรสันนิษฐานเช่นนั้น สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร ของเล่นเด็ก หรือผิวหนังโดยตรง ควรสอบถามช่างว่าต้องเช็ดด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งานหรือไม่
ถาม: ฆ่าเชื้อเมลิออยโดสิสหรือเชื้อโรคฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: ทั้งสองเป็นแบคทีเรีย ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรียโดยรวม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะสองเชื้อนี้ระบุไว้ สามารถขอข้อมูลจากทีมงานได้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันตัวขณะตักโคลน และพบแพทย์หากมีไข้
ถาม: ต้องพ่นซ้ำหรือไม่
ตอบ: หากมีน้ำท่วมซ้ำหรือพบโคลนและความชื้นกลับมา ควรทำความสะอาดและพิจารณาพ่นใหม่ ทีมงานจะแนะนำตามสภาพจริง
ถาม: ราคาเท่าไร
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ จำนวนโซน และสภาพหลังน้ำลด ส่งข้อมูลให้ทีมงานประเมินทาง LINE @whd268 หรือโทร 065-556-6294
ตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง แล้วให้ทีม WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อทีละโซน ก่อนพาครอบครัวและแขกกลับเข้าพื้นที่
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้อป้อมเพชร #น้ำท่วมป้อมเพชร #น้ำท่วมเกาะเมืองอยุธยา #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #เมลิออยโดสิส
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ป้อมเพชร อยุธยา, น้ำท่วมป้อมเพชร 2569, น้ำท่วมเกาะเมืองอยุธยา, จุดบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก, เชื้อโรคจากน้ำท่วม, เมลิออยโดสิสหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H