Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
เมื่อถนนทางหลวงชนบท ฉช.4023 ช่วงอำเภอราชสาส์น บางคล้า และคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกน้ำท่วมในต้นเดือนตุลาคม 2569 ชีวิตประจำวันของคนที่ใช้ถนนสายนี้เปลี่ยนไปทันที การเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน ไปตลาด หรือไปโรงพยาบาล ต้องอาศัยรถบรรทุกที่หน่วยงานจัดมารับส่ง หลายคนต้องเดินลุยน้ำช่วงสั้น ๆ เพื่อขึ้นรถ ขณะที่บ้าน ร้านค้า และอาคารของชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มรอบเส้นทางก็มีโอกาสเจอน้ำท่วมขังเช่นกัน บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว อธิบายเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมถนนและพื้นที่ลุ่มรอบ ฉช.4023 อย่างน้อย 8 ชนิด และอธิบายว่าการล้างทำความสะอาดแล้วตามด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยให้บ้านและสถานที่ริมทางกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยขึ้นอย่างไร
ตามรายงานของผู้จัดการออนไลน์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 กรมทางหลวงชนบทรายงานว่าถนนทางหลวงชนบทในจังหวัดฉะเชิงเทราถูกน้ำท่วม 6 สายทาง โดยถนน ฉช.4023 ซึ่งผ่านพื้นที่อำเภอราชสาส์น บางคล้า และคลองเขื่อน มีน้ำท่วมสูง 80 เซนติเมตร และ 50 เซนติเมตรในบางช่วง ส่วนสายทางอื่นที่ระบุในรายงาน ได้แก่ ฉช.4049 น้ำท่วมสูง 60 เซนติเมตร และ ฉช.3003 น้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร หน่วยงานได้ระดมรถบรรทุกเพื่อรับส่งประชาชนที่ต้องสัญจรผ่านเส้นทางที่ถูกน้ำท่วม
ในภาพรวมระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. สถานการณ์อุทกภัยครอบคลุม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง
แหล่งข้อมูล: ผู้จัดการออนไลน์ อ้างอิงกรมทางหลวงชนบท (6 ต.ค. 2569) และกรมประชาสัมพันธ์ อ้างอิงข้อมูล ปภ. (7 ต.ค. 2569) รายงานไม่ได้ระบุจำนวนบ้านที่ได้รับผลกระทบตามแนวถนน บทความนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขดังกล่าว และใช้กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ที่พบได้บ่อย
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยเมื่อถนนชนบทถูกน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องของบุคคลหรือร้านค้าจริงรายใดบนถนน ฉช.4023
พี่หน่อยเปิดร้านข้าวแกงเล็ก ๆ หน้าบ้านริมถนนชนบทสายหนึ่งในเขตอำเภอบางคล้ามาหลายปี ลูกค้าประจำคือคนงานที่ขับมอเตอร์ไซค์ผ่าน ครูที่ไปโรงเรียน และชาวบ้านที่เดินทางเข้าตัวอำเภอ เมื่อฝนตกหนักและน้ำจากทุ่งรอบ ๆ เอ่อขึ้นมาท่วมถนน ร้านต้องปิด ลานหน้าร้านจมน้ำ น้ำซึมเข้าครัวที่อยู่ระดับเดียวกับพื้นถนน ตู้แช่ที่วางกับพื้นดับเพราะต้องตัดไฟ
ช่วงที่ถนนยังมีน้ำสูง พี่หน่อยกับลูกชายต้องเดินลุยน้ำไปขึ้นรถบรรทุกที่หน่วยงานจัดไว้เพื่อเข้าไปซื้อของจำเป็น ลูกชายถูกเศษไม้ใต้น้ำบาดที่เท้าโดยไม่รู้ตัว วันต่อมาแผลเริ่มแดง เมื่อน้ำลด สิ่งที่รออยู่คือโคลนบาง ๆ ทั่วครัว เขียงไม้และโต๊ะไม้มีคราบน้ำ ถาดใส่กับข้าวกองอยู่ในน้ำขังใต้โต๊ะ กลิ่นอาหารบูดปนกลิ่นโคลนลอยไปทั่ว และผนังปูนส่วนล่างเริ่มมีจุดราสีเขียวปนดำ
พี่หน่อยอยากเปิดร้านให้เร็วที่สุดเพราะเป็นรายได้หลักของครอบครัว แต่ก็กังวลว่าลูกค้าจะท้องเสียจากอาหารที่ทำในครัวที่เพิ่งถูกน้ำท่วม คำถามของเธอจึงเป็นคำถามเดียวกับร้านค้าและบ้านอีกหลายหลังริมถนนชนบท คือ ต้องทำอะไรบ้างก่อนจะกลับมาทำอาหารและใช้พื้นที่ได้อย่างมั่นใจ
น้ำที่ท่วมถนนชนบทในพื้นที่ราชสาส์น บางคล้า และคลองเขื่อน ไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ไหลผ่านทุ่งนา สวน คอกสัตว์ บ่อเกรอะของบ้านเรือน และร่องระบายน้ำข้างทาง ระหว่างทางน้ำจะพาดินโคลน มูลสัตว์ ปุ๋ย สารเคมีทางการเกษตร และขยะมาด้วย เมื่อน้ำท่วมถนนสูงถึง 50 ถึง 80 เซนติเมตรตามรายงานข่าว คนที่ต้องเดินลุยน้ำหรือยืนรอรถในน้ำจึงสัมผัสน้ำโดยตรงที่ขาและเท้า
ประการที่สอง รถบรรทุกที่ใช้รับส่งประชาชนเป็นพื้นที่ที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน มีทั้งผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน และคนทำงาน เสื้อผ้าและรองเท้าเปียกน้ำท่วม การแพร่เชื้อทางมือและพื้นผิวสัมผัสร่วมจึงเกิดได้ง่าย ประการที่สาม บ้าน ร้านค้า โรงเรียน วัด และอาคารชุมชนริมทางมักสร้างอยู่ระดับใกล้เคียงกับถนน เมื่อถนนท่วม น้ำมักไหลเข้าลานและห้องชั้นล่างด้วย
ประการสุดท้าย พื้นที่เกษตรกรรมรอบเส้นทางเป็นแหล่งของดินโคลนที่อาจมีเชื้อแบคทีเรียในดิน เมื่อน้ำลด ดินโคลนเหล่านี้ทับถมบนพื้นถนน ลานบ้าน และในอาคาร การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีจึงสำคัญทั้งต่อสุขภาพของคนในบ้านและลูกค้าของร้านค้าริมทาง
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นความรู้ทั่วไปด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับเชื้อโรคที่พบได้หลังน้ำท่วมถนนและพื้นที่เกษตรกรรม ไม่ใช่ผลตรวจจากพื้นที่จริง และไม่ใช่คำแนะนำการรักษา หากมีอาการผิดปกติหลังลุยน้ำหรือหลังน้ำลด ควรไปพบแพทย์
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ปัสสาวะของหนูและสัตว์ในทุ่งนาปนอยู่ในน้ำที่ไหลบ่าข้ามถนน คนที่เดินลุยน้ำไปขึ้นรถบรรทุกหรือยืนรอในน้ำนานจึงมีโอกาสสัมผัสเชื้อผ่านแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำจนเปื่อย ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: แอ่งน้ำข้างถนน ร่องระบายน้ำ ลานบ้าน และโคลนเปียกในโกดังหรือห้องเก็บของ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่อง ตาแดง เกษตรกรและคนที่ลุยน้ำบ่อยเสี่ยงสูง การป้องกัน: สวมรองเท้าบูท ล้างขาและเท้าด้วยสบู่หลังลุยน้ำ และแจ้งแพทย์ว่าได้ลุยน้ำหากมีไข้
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เป็นแบคทีเรียในดินและน้ำผิวดินที่พบได้ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะดินนาและดินชื้น น้ำท่วมพาดินโคลนจากทุ่งขึ้นมาบนถนนและเข้าบ้าน ซ่อนอยู่ตรงไหน: โคลนบนลานบ้าน หน้าร้านค้า และพื้นห้องชั้นล่าง อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้เรื้อรัง ไอ ฝีหรือแผลที่ไม่หาย ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้ที่ทำงานกับดินโคลนเป็นกลุ่มเสี่ยง การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือเมื่อตักโคลน ปิดแผลให้มิดชิด และบอกแพทย์ว่าได้สัมผัสดินโคลนหากมีไข้
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: บ่อเกรอะของบ้านริมทาง มูลสัตว์ และน้ำทิ้งปนอยู่ในน้ำที่ท่วมถนนและไหลเข้าอาคาร ซ่อนอยู่ตรงไหน: ครัวร้านอาหาร เขียง ภาชนะ ห้องน้ำ และตู้แช่ที่จมน้ำ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง บางสายพันธุ์ทำให้ถ่ายเป็นเลือด เด็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำ การป้องกัน: ทิ้งอาหารและวัตถุดิบที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวเตรียมอาหาร ล้างมือก่อนปรุงอาหารทุกครั้ง
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แพร่ผ่านมือ อาหาร และน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ พบบ่อยเมื่อน้ำประปาไม่ไหลและห้องน้ำใช้ไม่ได้ ซ่อนอยู่ตรงไหน: ก๊อกน้ำ ขันน้ำ ถังน้ำสำรอง และพื้นผิวในครัว อาการและกลุ่มเสี่ยง: ถ่ายเป็นมูกเลือด มีไข้ ปวดเบ่ง เด็กเล็กเสี่ยงสูง การป้องกัน: ใช้น้ำสะอาดล้างภาชนะ ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก และล้างมือด้วยสบู่
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ติดต่อผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อน โดยเฉพาะอาหารที่ไม่ผ่านความร้อน เช่น น้ำแข็ง ผักสด และของหวาน ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถังน้ำแข็ง ภาชนะเก็บน้ำ และอาหารที่ปรุงด้วยมือที่ไม่สะอาด อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวเหลืองตาเหลือง การป้องกัน: ทิ้งน้ำแข็งที่อาจปนเปื้อน ล้างถังน้ำแข็งก่อนใช้ใหม่ ปรุงอาหารให้สุก และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ไวรัสกลุ่มนี้ติดต่อผ่านน้ำลาย น้ำมูก อุจจาระ และของเล่นที่ใช้ร่วมกัน ช่วงน้ำท่วมเด็กมักอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ และเมื่อโรงเรียนเปิดอีกครั้งก็มีโอกาสแพร่ในห้องเรียน ซ่อนอยู่ตรงไหน: ของเล่น โต๊ะเรียน ราวบันได และที่นั่งในรถรับส่ง อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ แผลในปาก ผื่นหรือตุ่มที่มือและเท้า เด็กเล็กเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: ล้างมือเด็กบ่อย ทำความสะอาดของเล่นและพื้นผิวสัมผัสร่วม และให้เด็กที่ป่วยหยุดเรียนตามคำแนะนำของแพทย์
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แผลจากเศษไม้ เศษแก้ว หรือวัสดุมีคมใต้น้ำบนถนน เปิดทางให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนัง ซ่อนอยู่ตรงไหน: รองเท้าและถุงเท้าเปียก ผ้าขนหนู และผ้าพันแผลที่ไม่สะอาด อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง ร้อน ปวด มีหนอง ผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้า การป้องกัน: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ปิดแผลให้แห้ง หลีกเลี่ยงการลุยน้ำเมื่อมีแผล และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยักหากแผลเกิดจากของมีคมหรือแผลสกปรก
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แบคทีเรียที่ชอบความชื้น เติบโตได้ดีในน้ำนิ่งและพื้นผิวที่ไม่แห้ง ซ่อนอยู่ตรงไหน: ท่อน้ำทิ้ง ฟองน้ำล้างจาน ถังน้ำ และรองเท้าบูทที่ไม่ได้ตากให้แห้ง อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผิวหนังอักเสบ แผลติดเชื้อ หูอักเสบในผู้ที่น้ำเข้าหู ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงกว่า การป้องกัน: ตากรองเท้าและอุปกรณ์ให้แห้ง เปลี่ยนฟองน้ำล้างจานที่แช่น้ำท่วม และล้างท่อระบายน้ำ
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เท้าที่แช่น้ำหรืออยู่ในรองเท้าเปียกทั้งวันจะเปื่อย เชื้อราจึงเติบโตได้ง่าย ซ่อนอยู่ตรงไหน: รองเท้า ถุงเท้า พรมเช็ดเท้า และพื้นห้องน้ำ อาการและกลุ่มเสี่ยง: คันซอกนิ้วเท้า ผิวลอก เปื่อย แดง คนที่ต้องลุยน้ำไปทำงานทุกวันเสี่ยงที่สุด การป้องกัน: ล้างเท้าและเช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย และไม่ใช้รองเท้าร่วมกัน
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ผนัง ฝ้า เฟอร์นิเจอร์ไม้ และกระดาษที่เปียกนานกว่า 24 ถึง 48 ชั่วโมงจะเริ่มมีเชื้อราขึ้น ซ่อนอยู่ตรงไหน: ผนังปูนส่วนล่าง ตู้ไม้ในร้าน กล่องกระดาษในโกดัง และหลังตู้เย็น อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไอ จาม คัดจมูก หอบหืดกำเริบ ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงติดเชื้อราในปอด การป้องกัน: ทิ้งวัสดุซับน้ำที่เปียกนาน เปิดระบายอากาศ ทำให้แห้ง และสวมหน้ากากเมื่อทำความสะอาดคราบรา
เชื่อมโยงกับการพ่นฆ่าเชื้อ: WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วมก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุ เช่น ไวรัสโรคมือเท้าปาก โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา RSV และไข้หวัดใหญ่ H1N1 ส่วนเชื้ออื่นในรายการนี้ เช่น เลปโตสไปรา เบอร์โคลเดอเรีย อีโคไล ชิเกลลา ไวรัสตับอักเสบเอ สแตฟิโลค็อกคัส ซูโดโมแนส และเชื้อราผิวหนัง อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่บทความนี้ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อนั้น หากต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อตัวใด สอบถาม WHD ได้โดยตรง
ด้านสุขภาพ: คนที่ต้องลุยน้ำไปทำงานหรือไปเรียนทุกวันเสี่ยงทั้งโรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า และแผลติดเชื้อ ส่วนลูกค้าของร้านอาหารริมทางเสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารหากครัวยังไม่สะอาดพอ
ด้านรายได้: ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจการเล็ก ๆ ริมทางต้องปิดระหว่างที่ถนนท่วม เมื่อน้ำลด เจ้าของร้านต้องการกลับมาเปิดเร็วที่สุด แต่หากลูกค้าป่วย ชื่อเสียงของร้านก็เสียหายได้ยาวนาน
ด้านเวลาและการเดินทาง: การต้องพึ่งรถบรรทุกรับส่งทำให้การเดินทางใช้เวลามากขึ้น เวลาที่เหลือสำหรับทำความสะอาดบ้านและร้านจึงมีน้อย
ด้านชุมชน: โรงเรียน วัด ศาลาประชาคม และอาคารที่คนจำนวนมากใช้ร่วมกัน ต้องสะอาดและปลอดภัยก่อนกลับมาเปิดใช้งาน เพื่อไม่ให้เป็นจุดแพร่เชื้อหลังน้ำลด
เมื่อขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจึงเป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวอย่างเป็นระบบ ก่อนเปิดร้าน เปิดอาคาร หรือพาครอบครัวกลับเข้าบ้าน
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) ช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) โดยใช้น้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ซึ่งมีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก อ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าที่หน้าบริการระบุมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สำนักงาน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
WHD ตั้งอยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 พื้นที่ฉะเชิงเทรา รวมถึงราชสาส์น บางคล้า และคลองเขื่อน ประสานงานผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 บริษัทไม่มีสาขาในจังหวัด และคิวงานช่วงน้ำท่วมมีมาก ควรติดต่อล่วงหน้า หากหน่วยงานต้องการพ่นห้องโดยสารของรถรับส่งหรือพื้นที่อื่นนอกเหนือจากอาคาร สามารถสอบถามความเป็นไปได้กับทีมงานโดยตรง และหากมีกลิ่นอับค้างหลังพ่น สามารถสอบถามบริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เพิ่มเติมได้
ระหว่างที่ถนนยังมีน้ำท่วม
เมื่อน้ำลด
ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ
ถาม: ร้านอาหารควรพ่นฆ่าเชื้อก่อนเปิดร้านหรือไม่
ตอบ: ควรทำหลังจากขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว เพื่อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในครัวและพื้นที่ลูกค้า ร่วมกับการทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมและล้างภาชนะอย่างถูกวิธี
ถาม: ต้องรอนานเท่าไรจึงเข้าใช้พื้นที่ได้
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ประมาณ 30 นาที แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้งในวันงาน และเปิดระบายอากาศก่อน
ถาม: ลุยน้ำบนถนนแล้วมีไข้ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งว่าได้ลุยน้ำท่วม เพราะอาจเป็นอาการของโรคฉี่หนูหรือการติดเชื้ออื่น การพ่นฆ่าเชื้อในบ้านไม่ได้แทนการรักษา
ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแทนการล้างได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ ต้องขนโคลนและล้างทำความสะอาดก่อนเสมอ เพราะโคลนและคราบสกปรกจะขวางไม่ให้น้ำยาสัมผัสเชื้อ
ถาม: WHD ให้บริการถึงราชสาส์น บางคล้า คลองเขื่อนหรือไม่
ตอบ: WHD อยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ ประสานงานพื้นที่ฉะเชิงเทราผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 วันเวลาขึ้นกับคิวงาน
ถาม: หน่วยงานหรือโรงเรียนขอใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ สามารถออกใบกำกับภาษีได้ ค่าบริการขึ้นกับขนาดและสภาพพื้นที่ ส่งรูปให้ทีมงานประเมินก่อน
ถาม: น้ำยาไม่มีสารตกค้างใช่ไหม
ตอบ: บทความนี้ไม่ได้อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง สำหรับพื้นที่เตรียมอาหาร ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมงาน และขอข้อมูลความปลอดภัยของน้ำยาได้
ส่งรูปบ้าน ร้านค้า หรืออาคารของคุณให้ทีมงาน WHD ประเมิน แล้วรับแผนขั้นตอนที่เหมาะกับพื้นที่
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ WHDโทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้อบางคล้า #น้ำท่วมราชสาส์น #น้ำท่วมคลองเขื่อน #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #น้ำท่วมฉะเชิงเทรา2569
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ฉช.4023, พ่นฆ่าเชื้อ บางคล้า, พ่นฆ่าเชื้อ ราชสาส์น, น้ำท่วมคลองเขื่อน 2569, น้ำท่วมถนนฉะเชิงเทรา, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนู, ฆ่าเชื้อร้านอาหารหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H