Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 12 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วมในซอยบ้านดอนทราย-หนองเวียง 1 หมู่ 2 ตำบลดอนทราย อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 เป็นภาพที่หลายคนจำได้ เพราะมีทั้งผู้สูงอายุที่ติดอยู่ในบ้านหลายวัน แมวจำนวนมากที่ต้องย้ายขึ้นหลังคา ไฟรั่ว และปลิงชุกชุม เมื่อน้ำลดลง บ้านแบบนี้มีความเสี่ยงซ้อนกันหลายชั้น ทั้งเชื้อโรคจากน้ำท่วมทั่วไป เชื้อที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ เชื้อในโคลนดิน และเชื้อราจากความชื้น บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว อธิบายเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในดอนทรายอย่างน้อย 8 ชนิด และแนะนำขั้นตอนฟื้นฟูบ้านที่เริ่มจากความปลอดภัยเรื่องไฟฟ้า การล้างโคลน ไปจนถึง บริการพ่นฆ่าเชื้อ ที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวก่อนให้ผู้สูงอายุและสัตว์เลี้ยงกลับเข้าบ้าน
ตามรายงานของเดลินิวส์ ในช่วงวันที่ 2 ถึง 3 ตุลาคม 2569 ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทราและอำเภอบ้านโพธิ์ ทำให้ซอยบ้านดอนทราย-หนองเวียง 1 หมู่ 2 ตำบลดอนทราย มีน้ำท่วมลึกกว่า 1.50 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เรือเข้าช่วยเหลือหญิงวัย 80 ปีที่ติดอยู่ในบ้านมา 4 วัน และช่วยย้ายแมว 18 ตัวขึ้นไปอยู่บนหลังคา นอกจากนี้ยังพบไฟรั่วบริเวณหน้าบ้าน และพบปลิงจำนวนมากในน้ำ
ในภาพรวมระดับประเทศ ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ควรติดตามประกาศล่าสุดจากหน่วยงานในพื้นที่
แหล่งข้อมูล: เดลินิวส์ (2 ถึง 3 ต.ค. 2569) และกรมประชาสัมพันธ์ อ้างอิงข้อมูล ปภ. (7 ต.ค. 2569) บทความนี้ไม่ได้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลในข่าว และไม่ได้เพิ่มตัวเลขที่ไม่มีในรายงานต้นทาง
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมบ้านชนบทในภาคตะวันออก ไม่ใช่เรื่องของบุคคลในข่าว และไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใด
คุณเอกทำงานอยู่ในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ส่วนคุณพ่อวัยเจ็ดสิบกว่าอาศัยอยู่ในบ้านชั้นเดียวยกพื้นไม่สูงนักในตำบลหนึ่งของอำเภอบ้านโพธิ์ คุณพ่อเลี้ยงแมวไว้หลายตัว บางตัวเป็นแมวจรที่มาอาศัยกินข้าวจนกลายเป็นสมาชิกในบ้าน เมื่อฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำจากทุ่งรอบบ้านเอ่อขึ้นเร็วกว่าที่คิด คุณพ่อไม่ยอมออกจากบ้านเพราะเป็นห่วงแมว จนสุดท้ายต้องอาศัยเรือของอาสาสมัครพาออกมา ส่วนแมวถูกย้ายขึ้นที่สูงไว้ชั่วคราว
หลายวันต่อมา เมื่อระดับน้ำลดลง คุณเอกกลับเข้าไปดูบ้านเป็นคนแรก สิ่งที่เห็นคือโคลนสีน้ำตาลเข้มหนาหลายเซนติเมตรทั่วพื้น กระบะทรายแมวลอยไปติดมุมห้อง อาหารแมวเปียกขึ้นรา ที่นอนของคุณพ่อชุ่มน้ำ ผนังมีคราบน้ำสูงเกือบถึงสวิตช์ไฟ และมีกลิ่นผสมระหว่างโคลน ปัสสาวะสัตว์ และน้ำเน่า ระหว่างที่ยืนอยู่หน้าบ้าน เขาสังเกตเห็นปลิงเกาะอยู่ที่ขากางเกง และเพิ่งรู้ตัวว่ายังไม่ได้ให้ช่างไฟฟ้าตรวจระบบเลย
คำถามของคุณเอกมีสามข้อ ข้อแรก บ้านปลอดภัยเรื่องไฟฟ้าหรือยัง ข้อสอง จะพาคุณพ่อซึ่งเป็นผู้สูงอายุกลับมาอยู่ได้เมื่อไร และข้อสาม แมวที่อยู่บนที่สูงหลายวันจะกลับเข้าบ้านได้อย่างไรโดยไม่พาเชื้อโรคเข้ามาเพิ่มหรือได้รับเชื้อจากบ้าน คำตอบของทั้งสามข้อเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าน้ำท่วมแบบนี้ทิ้งอะไรไว้ในบ้านบ้าง
พื้นที่ตำบลดอนทรายและอำเภอบ้านโพธิ์มีบ้านเรือนกระจายอยู่ท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ลุ่ม เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำที่ไหลผ่านทุ่ง คอกสัตว์ บ่อเกรอะ และกองขยะจะไหลรวมเข้าซอยและบ้าน น้ำท่วมที่ลึกกว่า 1.50 เมตรตามรายงานข่าวหมายความว่าน้ำสูงเกินระดับปลั๊กไฟ ตู้ และเตียงในบ้านชั้นเดียวส่วนใหญ่ ทุกพื้นผิวในบ้านจึงสัมผัสน้ำท่วมโดยตรง
บ้านที่มีสัตว์เลี้ยงจำนวนมากมีปัจจัยเพิ่มเติม ได้แก่ กระบะทราย มูลสัตว์ อาหารสัตว์ และขนสัตว์ที่ปนกับโคลน ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ สัตว์เลี้ยงที่อยู่บนหลังคาหรือที่สูงหลายวันอาจเครียด ขาดอาหาร และภูมิคุ้มกันลดลง ส่วนหนูที่หนีน้ำก็อาจเข้ามาอาศัยในบ้านที่ว่าง ปัสสาวะหนูเป็นแหล่งของโรคฉี่หนู
ปลิงจำนวนมากที่พบในน้ำเป็นสัญญาณว่าน้ำขังนานและเป็นน้ำนิ่ง แผลจากปลิงกัดหรือรอยขีดข่วนจากสัตว์เลี้ยงที่ตกใจ เป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังได้ ส่วนไฟรั่วเป็นอันตรายที่ต้องจัดการก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด ห้ามเข้าบ้านที่ยังมีน้ำขังหากยังไม่แน่ใจว่าตัดไฟแล้ว และควรให้ช่างไฟฟ้าหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตรวจสอบก่อนเปิดใช้ไฟ
ข้อมูลต่อไปนี้เป็นความรู้ทั่วไปด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับเชื้อโรคที่มักพบหลังน้ำท่วมบ้านชนบทที่มีสัตว์เลี้ยงและพื้นที่เกษตรรอบบ้าน ไม่ใช่ผลตรวจจากพื้นที่จริง และไม่ใช่คำแนะนำการรักษา หากคนในบ้านมีอาการผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ ส่วนสัตว์เลี้ยงที่ป่วยควรพาไปพบสัตวแพทย์
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เชื้อออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด ปนอยู่ในน้ำขังและโคลน น้ำท่วมที่ไหลผ่านทุ่งและคอกสัตว์จึงพาเชื้อเข้าบ้าน ซ่อนอยู่ตรงไหนหลังน้ำลด: แอ่งน้ำรอบบ้าน โคลนเปียกบนพื้น มุมห้องเก็บของ และใต้ตู้ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดน่องมาก ตาแดง ผู้ที่ลุยน้ำนานหรือมีแผลจากปลิงกัดและรอยขีดข่วนเสี่ยงมากขึ้น การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ล้างตัวด้วยสบู่หลังลุยน้ำ และหากมีไข้ภายในสองสามสัปดาห์หลังลุยน้ำควรรีบไปพบแพทย์
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำผิวดินในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ฝนตกหนักและน้ำท่วมพัดพาดินโคลนเข้าบ้าน ซ่อนอยู่ตรงไหน: โคลนที่ทับถมบนพื้นบ้าน ลานบ้าน และกระถางต้นไม้ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ ฝีหรือแผลเรื้อรัง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ป่วยโรคไตเสี่ยงสูง การป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือเมื่อขนโคลน ไม่ให้แผลสัมผัสโคลน หากเป็นเบาหวานและมีไข้หลังน้ำท่วมให้บอกแพทย์ว่าได้สัมผัสโคลน
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: บ่อเกรอะที่ล้น มูลสัตว์ และน้ำทิ้งปนอยู่ในน้ำท่วม ซ่อนอยู่ตรงไหน: พื้นห้องครัว ห้องน้ำ ภาชนะใส่น้ำ และชามอาหารสัตว์ อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำ การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่ ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม ล้างพื้นผิวแล้วฆ่าเชื้อ
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: พบได้ในมูลสัตว์หลายชนิด รวมถึงสัตว์ปีกและสัตว์เลี้ยง และในอาหารที่เน่าเสียระหว่างไฟดับ ซ่อนอยู่ตรงไหน: กระบะทราย ชามอาหารสัตว์ ตู้เย็น และเขียง อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ท้องเสีย ปวดท้อง ผู้สูงอายุและเด็กเล็กอาจมีอาการรุนแรง การป้องกัน: สวมถุงมือเมื่อทำความสะอาดกระบะทรายและมูลสัตว์ ล้างมือทุกครั้ง แยกภาชนะของสัตว์ออกจากภาชนะของคน
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แบคทีเรียกลุ่มนี้มักพบในน้ำกร่อยและน้ำทะเล ในพื้นที่ลุ่มที่น้ำจืดผสมกับน้ำกร่อย หรือเมื่อมีอาหารทะเลที่เน่าเสีย อาจเป็นแหล่งเชื้อได้ ซ่อนอยู่ตรงไหน: น้ำขังในแอ่ง ภาชนะเก็บอาหารทะเล และพื้นผิวในครัว อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย หรือแผลติดเชื้อเมื่อแผลเปิดสัมผัสน้ำ ผู้ป่วยโรคตับและผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงอาการรุนแรง การป้องกัน: ไม่ให้แผลเปิดสัมผัสน้ำท่วม ทิ้งอาหารทะเลที่เสีย และรีบพบแพทย์หากแผลบวมแดงลุกลามเร็ว
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ปนเปื้อนในน้ำและอาหาร แพร่ง่ายเมื่อคนอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ ซ่อนอยู่ตรงไหน: ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ โต๊ะอาหาร และภาชนะที่ใช้ร่วมกัน อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องเสีย ผู้สูงอายุที่ติดอยู่ในบ้านหลายวันและขาดน้ำอยู่แล้วต้องระวังเป็นพิเศษ การป้องกัน: ดื่มน้ำสะอาด ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ และทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: แผลจากปลิงกัด รอยข่วนจากสัตว์ที่ตกใจ และแผลจากเศษวัสดุใต้น้ำ เปิดทางให้แบคทีเรียบนผิวหนังและในน้ำเข้าสู่แผล ซ่อนอยู่ตรงไหน: ผ้าขนหนู ผ้าปูที่นอน และเสื้อผ้าที่เปียกน้ำ อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน มีหนอง ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้า การป้องกัน: เมื่อพบปลิงเกาะ ไม่ควรดึงกระชากแรง ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ปิดแผลให้แห้ง และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยักหากมีแผลจากของมีคมหรือแผลสกปรก
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: เท้าที่แช่น้ำนานทำให้ผิวเปื่อยและเกิดน้ำกัดเท้า นอกจากนี้เชื้อราผิวหนังบางชนิดติดต่อจากสัตว์เลี้ยง เช่น แมว มาสู่คนได้ โดยเฉพาะเมื่อสัตว์อยู่ในที่ชื้นนาน ซ่อนอยู่ตรงไหน: พรมเช็ดเท้า ที่นอนสัตว์ ผ้าห่ม และพื้นที่สัตว์ชอบนอน อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผื่นวงแดง คัน ขุย เท้าเปื่อยลอก เด็กและผู้ที่กอดสัตว์บ่อยเสี่ยงมากขึ้น การป้องกัน: เช็ดเท้าให้แห้ง เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ซักหรือทิ้งที่นอนสัตว์ที่เปียกน้ำ และพาสัตว์ที่ขนร่วงเป็นวงไปพบสัตวแพทย์
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: ช่วงน้ำท่วมคนต้องอยู่รวมกันแออัด อากาศเย็นชื้น ร่างกายอ่อนเพลีย การแพร่เชื้อทางละอองฝอยและพื้นผิวจึงเพิ่มขึ้น ซ่อนอยู่ตรงไหน: โทรศัพท์ ราวจับ ลูกบิดประตู และหมอน อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ หายใจเหนื่อย ผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไปและเด็กเล็กเสี่ยงปอดอักเสบ การป้องกัน: สวมหน้ากากเมื่อเป็นหวัด ล้างมือบ่อย และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้สูงอายุ
น้ำท่วมแพร่เชื้ออย่างไร: วัสดุที่เปียกนานเกิน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเริ่มมีเชื้อราขึ้น บ้านที่น้ำท่วมลึกกว่าหนึ่งเมตรครึ่งและแช่น้ำหลายวันจึงเสี่ยงสูงมาก ซ่อนอยู่ตรงไหน: ผนังไม้ ฝ้า ที่นอน ตู้เสื้อผ้า อาหารสัตว์ที่เปียก และกระดาษเอกสาร อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไอ จาม หอบหืดกำเริบ ระคายเคืองตา ผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงติดเชื้อราในปอด การป้องกัน: ทิ้งวัสดุซับน้ำที่เปียกนาน เปิดระบายอากาศ ทำให้บ้านแห้งเร็วที่สุด และสวมหน้ากากเมื่อทำความสะอาดคราบรา
เชื่อมโยงกับการพ่นฆ่าเชื้อ: WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วมก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ ตามข้อมูลบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยมีรายชื่อเชื้อที่ระบุ เช่น ซัลโมเนลลา โนโรไวรัส ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และ RSV ส่วนเชื้ออื่นในรายการนี้ เช่น เลปโตสไปรา เบอร์โคลเดอเรีย อีโคไล วิบริโอ โรตาไวรัส สแตฟิโลค็อกคัส และเชื้อราผิวหนัง อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่บทความนี้ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อนั้น หากต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อตัวใด สอบถาม WHD ได้โดยตรง
ด้านสุขภาพ: ผู้สูงอายุที่ติดอยู่ในบ้านหลายวันมักอ่อนเพลีย ขาดน้ำ และนอนไม่พอ ภูมิคุ้มกันจึงลดลง หากกลับเข้าบ้านที่ยังชื้นและมีเชื้อราหรือแบคทีเรียค้าง อาจเจ็บป่วยซ้ำได้ง่าย ส่วนสัตว์เลี้ยงที่อยู่บนที่สูงนานก็อาจเครียดและป่วย
ด้านค่าใช้จ่าย: น้ำลึกเกินหนึ่งเมตรครึ่งทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ชั้นล่างเสียหายเกือบทั้งหมด ระบบไฟฟ้าที่รั่วอาจต้องซ่อมใหม่ ยังไม่นับค่าดูแลสัตว์เลี้ยงและค่ารักษาพยาบาล
ด้านความปลอดภัย: ไฟรั่วและพื้นลื่นเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุมาก การทำความสะอาดจึงต้องเริ่มจากการตัดไฟและตรวจระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ
ด้านจิตใจ: สำหรับผู้สูงอายุที่ผูกพันกับบ้านและสัตว์เลี้ยง การต้องจากบ้านเป็นเรื่องยาก การได้กลับบ้านที่สะอาดและปลอดภัยเร็วขึ้นช่วยให้ฟื้นตัวทั้งกายและใจ
เมื่อบ้านผ่านการขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจึงเป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวทั้งบ้านอย่างเป็นระบบ ก่อนให้ผู้สูงอายุและสัตว์เลี้ยงกลับเข้าบ้าน
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) ทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
WHD ตั้งอยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 บริการพื้นที่ฉะเชิงเทรารวมถึงอำเภอบ้านโพธิ์ประสานผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 บริษัทไม่มีสาขาในจังหวัด และคิวงานช่วงน้ำท่วมมีจำนวนมาก จึงควรติดต่อล่วงหน้า หากยังมีกลิ่นอับหรือกลิ่นสัตว์ค้างหลังพ่น สามารถสอบถามบริการ อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมได้
ความปลอดภัยก่อนเข้าบ้าน
ระหว่างทำความสะอาด
ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ
ถาม: บ้านยังมีไฟรั่ว พ่นฆ่าเชื้อได้ไหม
ตอบ: ไม่ควร ต้องให้ช่างไฟฟ้าตรวจและแก้ไขระบบไฟฟ้าก่อน ความปลอดภัยของคนต้องมาก่อนทุกขั้นตอน
ถาม: แมวและสัตว์เลี้ยงอยู่ในบ้านระหว่างพ่นได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ สัตว์เลี้ยงทุกตัวต้องออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้ง หลังเปิดระบายอากาศแล้ว
ถาม: ต้องล้างบ้านก่อนพ่นหรือไม่
ตอบ: ต้องล้าง การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังจากขนโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว เพราะโคลนจะขวางไม่ให้น้ำยาสัมผัสเชื้อ
ถาม: ใช้เวลานานเท่าไรจึงเข้าบ้านได้
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาที แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้งในวันงาน
ถาม: พ่นแล้วไม่ต้องระวังโรคฉี่หนูอีกใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้านที่ทำความสะอาดแล้ว แต่ยังต้องระวังเมื่อลุยน้ำหรือโคลนนอกบ้าน และควรพบแพทย์หากมีไข้หลังลุยน้ำ
ถาม: WHD ไปให้บริการถึงบ้านโพธิ์ได้ไหม
ตอบ: WHD อยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ ประสานงานพื้นที่ฉะเชิงเทราผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 วันเวลาขึ้นกับคิวงาน
ถาม: น้ำยาไม่มีสารตกค้างหรือเปล่า
ตอบ: บทความนี้ไม่ได้อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง หากมีผู้แพ้ง่ายหรือสัตว์เลี้ยงที่ไวต่อสารเคมี ให้แจ้งทีมงานก่อน และขอข้อมูลความปลอดภัยของน้ำยาได้
ส่งรูปบ้าน ระดับคราบน้ำ และมุมที่สัตว์เลี้ยงใช้ ให้ทีมงานช่วยประเมินและวางแผนขั้นตอนที่เหมาะกับบ้านของคุณ
ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อ WHDโทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้อบ้านโพธิ์ #น้ำท่วมดอนทราย #น้ำท่วมฉะเชิงเทรา #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #เมลิออยโดสิส
คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ดอนทราย, พ่นฆ่าเชื้อ บ้านโพธิ์, น้ำท่วมบ้านโพธิ์ 2569, น้ำท่วมฉะเชิงเทรา, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนู, เมลิออยโดสิส, ฆ่าเชื้อบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H