พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม โผงเผง ป่าโมก อ่างทอง 2569: เมื่อคันกระสอบทรายที่ประตูน้ำคลองโผงเผงพัง และเชื้อโรคที่น้ำทิ้งไว้ในบ้านริมคลอง

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม โผงเผง ป่าโมก อ่างทอง 2569: เมื่อคันกระสอบทรายที่ประตูน้ำคลองโผงเผงพัง และเชื้อโรคที่น้ำทิ้งไว้ในบ้านริมคลอง

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม โผงเผง ป่าโมก อ่างทอง 2569: เมื่อคันกระสอบทรายที่ประตูน้ำคลองโผงเผงพัง และเชื้อโรคที่น้ำทิ้งไว้ในบ้านริมคลอง

ชาวบ้านหมู่ 5 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เพิ่งผ่านคืนที่น้ำทะลักเข้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว หลังคันกระสอบทรายบริเวณประตูน้ำคลองโผงเผงพังทลายลงเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 บ้านจำนวนมากจมน้ำลึกหลายเมตร บ่อกบที่เป็นรายได้ของหลายครอบครัวเสียหาย และเมื่อน้ำค่อย ๆ ลดลง สิ่งที่รออยู่ไม่ได้มีแค่คราบโคลนกับข้าวของที่พัง แต่ยังมี เชื้อโรคจากน้ำท่วม ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราที่ติดค้างอยู่ตามพื้น ผนัง และซอกมุมของบ้าน บทความนี้อธิบายว่าเชื้ออะไรบ้างที่มากับน้ำท่วมในโผงเผง ซ่อนอยู่ตรงไหน ใครเสี่ยงที่สุด และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อ หลังจากตักโคลนและล้างบ้านเสร็จแล้ว จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนพาครอบครัวกลับเข้าบ้าน

สถานการณ์น้ำท่วมโผงเผง ป่าโมก ตามรายงานข่าว

ตามรายงานของเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 คันกระสอบทรายที่ใช้กั้นน้ำบริเวณประตูน้ำคลองโผงเผง หมู่ 5 ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก พังทลายลง ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ด้านในอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงประมาณ 2 ถึง 3 เมตร บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 98 หลังคาเรือน และบ่อกบของชาวบ้านได้รับความเสียหาย รายงานเดียวกันระบุว่า ในช่วงเวลานั้นเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำราว 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทองอยู่ที่ 9.00 เมตร ซึ่งสูงกว่าจุดวิกฤตที่ 8.00 เมตร และจุดที่คันกั้นน้ำพังครั้งนี้เคยพังมาแล้วเมื่อปีก่อน

ภาพรวมระดับประเทศก็น่ากังวลไม่น้อย ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่เผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์ ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน อ่างทองเป็นหนึ่งในจังหวัดลุ่มเจ้าพระยาที่ต้องรับน้ำจำนวนมากในช่วงนี้

หมายเหตุ: ตัวเลขระดับน้ำ อัตราการระบาย และจำนวนบ้านที่ได้รับผลกระทบเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากจังหวัดอ่างทอง อำเภอป่าโมก และหน่วยงานท้องถิ่นควบคู่กันไป

สิ่งที่ทำให้น้ำท่วมโผงเผงครั้งนี้แตกต่างจากน้ำท่วมขังทั่วไปคือ น้ำมาเร็วและลึก เมื่อคันกั้นน้ำพัง กระแสน้ำจากคลองที่เชื่อมกับแม่น้ำเจ้าพระยาจะพาเอาตะกอนดิน เศษซากพืช น้ำจากบ่อเลี้ยงสัตว์ และน้ำเสียจากห้องส้วมหรือบ่อเกรอะที่ถูกน้ำดันขึ้นมา ไหลเข้าไปในบ้านพร้อมกันทั้งหมด เมื่อระดับน้ำสูงถึงสองสามเมตร น้ำจะเข้าถึงทั้งพื้นชั้นล่าง ผนัง ปลั๊กไฟ ตู้เก็บของ และบางบ้านขึ้นไปถึงชั้นบน ทุกพื้นผิวที่น้ำแตะจึงต้องถือว่าปนเปื้อนจนกว่าจะได้ล้างและฆ่าเชื้ออย่างถูกวิธี

กรณีตัวอย่าง: บ้านเลี้ยงกบริมคลองโผงเผง กับกลิ่นที่ไม่ยอมหายไป

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมในชุมชนริมน้ำ ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และไม่ได้อ้างอิงครอบครัวจริงในพื้นที่

ลุงสมเป็นเกษตรกรที่อาศัยอยู่ริมคลองในตำบลโผงเผงมาตั้งแต่เด็ก หลังบ้านมีบ่อกบปูนซีเมนต์สี่บ่อที่เลี้ยงไว้ขายส่งตลาดในอำเภอ ก่อนคืนที่คันกระสอบทรายพัง ลุงสมกับลูกชายช่วยกันยกของขึ้นที่สูงไว้บ้างแล้ว แต่ไม่มีใครคาดว่าน้ำจะมาเร็วขนาดนั้น ไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็ท่วมเกินหัวเข่า แล้วขึ้นไปถึงระดับหน้าต่างชั้นล่าง ครอบครัวต้องอพยพผู้สูงอายุและหลานเล็กไปอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่วนบ่อกบด้านหลังถูกน้ำกลืนหายไปหมด

หลายวันต่อมา เมื่อน้ำเริ่มลดลง ลุงสมพายเรือกลับมาดูบ้าน สิ่งแรกที่เจอคือโคลนสีเทาปนดำหนาเกือบคืบปูอยู่ทั่วพื้น ผนังปูนมีคราบน้ำเป็นเส้นตรงสูงเกินหัว ตู้ไม้บวมจนเปิดไม่ออก ที่นอนและหมอนชุ่มน้ำส่งกลิ่นเหม็นเปรี้ยว และกลิ่นคาวจากบ่อกบที่ปนกับน้ำท่วมยังลอยอยู่ทั่วบ้าน ลูกชายใช้สายยางฉีดล้างพื้นอยู่สองวัน เทน้ำยาล้างห้องน้ำและน้ำยาฟอกขาวลงไปหลายขวด แต่กลิ่นอับยังไม่หาย ผนังส่วนล่างเริ่มมีจุดดำขึ้นเป็นดวง ๆ และหลานคนเล็กที่กลับมาเยี่ยมบ้านมีอาการท้องเสียในวันถัดมา

ครอบครัวนี้ไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเขาทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำหลังน้ำลด คือตักโคลนแล้วล้าง แต่ปัญหาคือ น้ำท่วมจากคันกั้นน้ำพังพาเชื้อโรคหลายชนิดเข้ามาพร้อมกัน บางชนิดมาจากฉี่หนูและสัตว์ บางชนิดมาจากอุจจาระในน้ำเสีย บางชนิดอยู่ในดินโคลน และบางชนิดเป็นเชื้อราที่เริ่มเติบโตในวัสดุที่เปียกนาน การล้างช่วยลดสิ่งสกปรกได้มาก แต่ถ้าไม่มีขั้นตอนฆ่าเชื้อที่เป็นระบบตามมา บ้านก็ยังไม่พร้อมสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

หลังจากได้คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขให้พาหลานไปพบแพทย์ ครอบครัวลุงสมจึงตัดสินใจทำความสะอาดรอบใหม่ให้ละเอียดขึ้น ทิ้งที่นอนและวัสดุที่อุ้มน้ำ เปิดบ้านให้แห้ง แล้วติดต่อทีมพ่นฆ่าเชื้อเพื่อจัดการพื้นผิวทั้งหลังอย่างเป็นขั้นตอน เรื่องนี้คือภาพที่พบได้บ่อยในชุมชนริมน้ำของอ่างทอง และเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องเข้าใจเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมก่อนเริ่มฟื้นฟูบ้าน

เชื้อโรคที่มากับน้ำท่วมในโผงเผง ป่าโมก: รู้จักให้ครบก่อนกลับเข้าบ้าน

น้ำท่วมที่โผงเผงเป็นน้ำท่วมแบบคันกั้นน้ำพัง น้ำลึก ไหลเร็ว และพัดผ่านพื้นที่เกษตร บ่อเลี้ยงสัตว์ ห้องส้วม และกองขยะ ก่อนจะนิ่งขังอยู่ในบ้านหลายวัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีเชื้อโรคหลายกลุ่มปะปนกัน ด้านล่างคือเชื้อสำคัญที่ควรรู้จัก พร้อมชื่อวิทยาศาสตร์ วิธีที่น้ำท่วมพาเชื้อมา จุดที่เชื้อซ่อนหลังน้ำลด อาการ กลุ่มเสี่ยง และวิธีป้องกัน ข้อมูลนี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการป้องกัน ไม่ใช่คำแนะนำในการรักษา หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันที

1. เชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู

มาอย่างไร: เชื้อเลปโตสไปราอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น เช่น โค กระบือ สุนัข เมื่อน้ำท่วมทุ่งนาและคันดินรอบหมู่บ้าน หนูจะหนีน้ำขึ้นมาอยู่ในบ้าน ใต้หลังคา หรือบนกองของ และปัสสาวะของมันปนลงไปในน้ำท่วมและโคลน

ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนเปียกตามพื้นบ้าน ใต้ตู้ ใต้บันได ลานบ้าน คอกสัตว์ และขอบบ่อกบ เชื้อชอบที่ชื้นและไม่โดนแดด จึงอาจคงอยู่ในดินโคลนเปียกได้นานหลายวันถึงหลายสัปดาห์

อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าทางบาดแผล รอยถลอก เยื่อบุตา จมูก ปาก หรือผิวหนังที่แช่น้ำนานจนเปื่อย อาการมักเริ่มภายในราว 2 ถึง 30 วัน เช่น ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะน่อง ตาแดง บางรายมีภาวะแทรกซ้อนที่ไตหรือตับ คนที่ลุยน้ำ ตักโคลน และทำความสะอาดบ้านด้วยมือเปล่าหรือเท้าเปล่าคือกลุ่มเสี่ยงสูงสุด

ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทยางและถุงมือยางทุกครั้งที่ลุยน้ำหรือตักโคลน ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างมือล้างเท้าด้วยสบู่หลังเลิกงาน และหากมีไข้หลังลุยน้ำให้รีบพบแพทย์พร้อมแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม

2. อีโคไล (Escherichia coli) จากน้ำเสียและส้วมที่ถูกน้ำดัน

มาอย่างไร: อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ของคนและสัตว์ เมื่อน้ำท่วมสูงสองสามเมตร บ่อเกรอะและถังบำบัดของบ้านริมคลองจะถูกน้ำดันจนสิ่งปฏิกูลไหลออกมาปนกับน้ำท่วม อีโคไลจึงเป็นตัวชี้วัดว่าน้ำนั้นปนเปื้อนอุจจาระ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นห้องน้ำ ท่อระบายน้ำ ซิงก์ล้างจาน เคาน์เตอร์ครัว ภาชนะที่จมน้ำ และของเล่นเด็กที่วางอยู่บนพื้น

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ บางสายพันธุ์ทำให้ถ่ายเป็นเลือดได้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมีโอกาสเกิดภาวะขาดน้ำได้เร็ว

ป้องกัน: ทิ้งอาหารและน้ำดื่มที่โดนน้ำท่วม ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน แล้วฆ่าเชื้อก่อนนำกลับมาใช้ ล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง

3. ซาลโมเนลลา (Salmonella) จากบ่อกบ สัตว์เลี้ยง และสัตว์ปีก

มาอย่างไร: ซาลโมเนลลาพบได้ในลำไส้ของสัตว์หลายชนิด รวมทั้งสัตว์ปีกและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างกบ เมื่อบ่อกบและเล้าไก่ในโผงเผงถูกน้ำท่วม มูลสัตว์และน้ำในบ่อจะกระจายไปกับกระแสน้ำเข้าสู่บ้านเรือนรอบข้าง

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ขอบบ่อและอุปกรณ์เลี้ยงสัตว์ ลานบ้านด้านหลัง พื้นครัว เขียง และตู้กับข้าวที่จมน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ท้องเสีย ปวดบิดท้อง อาเจียน มักเกิดภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วันหลังรับเชื้อ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ควรระวังเป็นพิเศษ

ป้องกัน: แยกโซนเลี้ยงสัตว์ออกจากโซนครัวในการทำความสะอาด ใช้ถุงมือคนละคู่ ล้างมือหลังจับสัตว์หรืออุปกรณ์ในบ่อ และปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง

4. แอโรโมแนส (Aeromonas) แบคทีเรียในน้ำจืดที่ชอบแผล

มาอย่างไร: แอโรโมแนสเป็นแบคทีเรียที่พบได้ตามธรรมชาติในน้ำจืด คลอง และบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ น้ำท่วมจากคลองโผงเผงและบ่อกบจึงเป็นแหล่งที่เชื้อกลุ่มนี้อยู่ได้ดี

ซ่อนอยู่ที่ไหน: แอ่งน้ำขังรอบบ้าน ถังน้ำที่จมน้ำ พื้นผิวเปียกที่ยังไม่ได้ล้าง และเศษเปลือกหอยหรือเศษไม้ที่ลอยมากับน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: หากเข้าทางบาดแผลอาจทำให้แผลอักเสบ บวม แดง ร้อน ส่วนการกลืนน้ำที่ปนเปื้อนอาจทำให้ท้องเสีย ผู้ที่มีโรคตับ เบาหวาน หรือภูมิคุ้มกันต่ำมีโอกาสมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

ป้องกัน: อย่าลุยน้ำเมื่อมีแผล ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันทีที่โดนน้ำท่วม และไปพบแพทย์หากแผลบวมแดงมากขึ้นหรือมีไข้

5. เชื้อเมลิออยโดสิส (Burkholderia pseudomallei) ในดินและโคลน

มาอย่างไร: เชื้อชนิดนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำผิวดินของประเทศไทย พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ก็พบได้ในภาคอื่นด้วย เมื่อน้ำท่วมพัดหน้าดินจากทุ่งนาเข้ามา โคลนที่ค้างในบ้านจึงอาจมีเชื้อปะปน

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ชั้นโคลนหนาตามพื้น ลานดิน แปลงผักหลังบ้าน และรองเท้าหรือเครื่องมือที่ใช้ตักโคลนแล้วไม่ได้ล้าง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าทางบาดแผล การหายใจเอาละอองน้ำโคลน หรือการกลืน อาการหลากหลาย เช่น ไข้เรื้อรัง ปอดอักเสบ ฝีตามอวัยวะ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต และผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำมีความเสี่ยงสูง

ป้องกัน: สวมรองเท้าบูทและถุงมือขณะตักโคลน ใส่หน้ากากเมื่อฉีดน้ำแรงดันสูงที่ทำให้เกิดละออง ผู้ป่วยเบาหวานควรหลีกเลี่ยงงานตักโคลนเอง และควรพบแพทย์หากมีไข้ไม่ลดหลังน้ำท่วม

6. ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus) จากน้ำและอาหารปนเปื้อน

มาอย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านอุจจาระสู่ปาก เมื่อระบบสุขาภิบาลในหมู่บ้านถูกน้ำท่วม น้ำดื่ม น้ำใช้ และอาหารที่เตรียมด้วยมือที่ไม่สะอาดจึงอาจเป็นพาหะ

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ภาชนะเก็บน้ำ โอ่งน้ำ ก๊อกน้ำ แก้วน้ำ และมือจับประตูห้องน้ำที่หลายคนใช้ร่วมกันระหว่างช่วงทำความสะอาด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ปวดท้องด้านขวาบน ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ระยะฟักตัวค่อนข้างนาน คือหลายสัปดาห์ จึงอาจเริ่มมีอาการหลังน้ำลดไปนานแล้ว ผู้ใหญ่มักมีอาการชัดกว่าเด็ก

ป้องกัน: ดื่มน้ำบรรจุขวดหรือน้ำต้มสุก ล้างมือด้วยสบู่ก่อนเตรียมอาหาร ทำความสะอาดโอ่งและภาชนะเก็บน้ำก่อนใช้ใหม่ และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนหากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

7. โนโรไวรัส (Norovirus) ไวรัสท้องร่วงที่ติดง่ายในศูนย์พักพิง

มาอย่างไร: โนโรไวรัสแพร่ผ่านอุจจาระ อาเจียน อาหาร น้ำ และพื้นผิวที่ปนเปื้อน เชื้อเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ป่วยได้ ในช่วงที่ชาวโผงเผงต้องไปอยู่รวมกันที่ศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ เชื้อจึงมีโอกาสแพร่จากคนสู่คน แล้วติดกลับมาที่บ้าน

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ลูกบิดประตู ราวบันได โถส้วม ก๊อกน้ำ รีโมต และโต๊ะกินข้าว ไวรัสอยู่บนพื้นผิวได้หลายวัน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียนเฉียบพลัน ท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้ต่ำ มักหายได้ในไม่กี่วัน แต่เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ

ป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ เพราะเจลแอลกอฮอล์อย่างเดียวอาจได้ผลไม่เต็มที่กับไวรัสชนิดนี้ ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วม และแยกห้องน้ำให้ผู้ป่วยถ้าทำได้ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD โนโรไวรัสเป็นหนึ่งในเชื้อที่ระบุไว้ว่า CHEMGENE HLD4H ครอบคลุม

8. สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) กับแผลจากเศษไม้และสังกะสี

มาอย่างไร: เชื้อนี้อยู่บนผิวหนังและในโพรงจมูกของคนจำนวนมากอยู่แล้ว แต่เมื่อเกิดแผลจากการเหยียบตะปู เศษไม้ เศษกระจก หรือสังกะสีที่ลอยมากับน้ำ และแผลนั้นแช่น้ำสกปรกต่อเนื่อง เชื้อจะเข้าไปก่อการอักเสบได้ง่าย

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผ้าขี้ริ้ว ผ้าขนหนูที่ใช้ร่วมกัน ถุงมือที่ไม่ได้ล้าง ด้ามไม้กวาดและพลั่ว

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง ร้อน ปวด มีหนอง เป็นฝี หรือการอักเสบลามเป็นวงกว้าง ผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุที่แผลหายช้าต้องระวังมาก

ป้องกัน: สวมรองเท้าพื้นหนา ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดแผลให้แห้ง ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน และหากโดนของมีคมที่เปื้อนโคลน ควรพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยัก เพราะเชื้อบาดทะยัก (Clostridium tetani) อยู่ในดินโคลนได้เช่นกัน

9. เชื้อราผิวหนัง (Dermatophytes) และโรคน้ำกัดเท้า

มาอย่างไร: เมื่อเท้าแช่น้ำนานหลายชั่วโมงต่อวัน ผิวหนังจะเปื่อยและเกิดการระคายเคือง ซึ่งเรียกกันว่าน้ำกัดเท้า หากผิวยังอับชื้นต่อเนื่อง เชื้อราผิวหนังกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ เช่น Trichophyton และเชื้อแบคทีเรียจะเข้ามาซ้ำได้

ซ่อนอยู่ที่ไหน: รองเท้าบูทที่ไม่ได้ตากแห้ง ถุงเท้าเปียก พรมเช็ดเท้า พื้นห้องน้ำ และเสื่อที่จมน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คันตามง่ามนิ้วเท้า ผิวลอก แตก มีกลิ่น บางรายเป็นตุ่มพองหรือแผลเปื่อย คนที่ต้องลุยน้ำทุกวัน ทั้งเกษตรกรและอาสาสมัคร เสี่ยงที่สุด

ป้องกัน: ล้างเท้าด้วยสบู่ เช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย ตากรองเท้าบูทกลับหัว และพบแพทย์หากผิวแตกเป็นแผลหรือมีอาการลาม

10. เชื้อราในบ้าน: สตาคีบอทริส (Stachybotrys), แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเพนิซิลเลียม (Penicillium)

มาอย่างไร: เมื่อน้ำสูงสองสามเมตรแช่ผนังและวัสดุบ้านอยู่หลายวัน ความชื้นจะซึมลึกเข้าไปในปูน ไม้ ฝ้า ยิปซัม ที่นอน และผ้าม่าน สปอร์เชื้อราที่มีอยู่แล้วในอากาศจะเริ่มงอกภายในไม่กี่วัน หน่วยงานด้านสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งโดยเร็ว เพื่อลดการเกิดเชื้อรา

ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผนังส่วนล่างที่มีคราบน้ำ หลังตู้ ใต้พื้นไม้ ฝ้าเพดานชั้นล่าง ช่องแอร์ ที่นอน และกล่องกระดาษ สตาคีบอทริสชอบวัสดุที่มีเซลลูโลสอย่างแผ่นยิปซัมและกระดาษ ส่วนแอสเปอร์จิลลัสและเพนิซิลเลียมพบได้ทั่วไป

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ ระคายเคืองตาและคอ หอบหืดกำเริบ ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ โรคปอด และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเคมีบำบัด มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อราแอสเปอร์จิลลัสในปอด

ป้องกัน: ทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำและขึ้นราหนัก ขัดล้างพื้นผิวแข็ง เปิดหน้าต่างและใช้พัดลมเพื่อให้แห้ง สวมหน้ากากและถุงมือขณะทำความสะอาด ตามข้อมูลบริการของ WHD เชื้อราเป็นหนึ่งในกลุ่มเชื้อที่บริการพ่นฆ่าเชื้อระบุว่าครอบคลุม และหากยังมีกลิ่นอับหลงเหลือ สามารถใช้ บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เสริมได้

เชื่อมโยงเชื้อโรคเหล่านี้กับการทำความสะอาดและการพ่นฆ่าเชื้อ

เชื้อทั้งสิบกลุ่มข้างต้นมีจุดร่วมคือ ติดอยู่บนพื้นผิวที่น้ำเคยท่วม และอยู่ได้นานขึ้นเมื่อบ้านยังชื้น องค์การอนามัยโลก (WHO) และ CDC แนะนำตรงกันว่า หลังน้ำท่วมให้ทำความสะอาดพื้นผิวที่ปนเปื้อนก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ ขั้นตอนแรกคือการเอาโคลนและคราบสกปรกออก ซึ่งช่วยลดปริมาณเชื้อได้มาก ขั้นตอนที่สองคือการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสมให้ทั่วถึงทุกพื้นผิว เพื่อจัดการเชื้อที่ยังหลงเหลืออยู่

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการของ WHD น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมเชื้อหลายชนิด เช่น โนโรไวรัส ซาลโมเนลลา ไวรัสมือเท้าปาก RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราโดยทั่วไป สำหรับเชื้ออื่นในรายการนี้ เช่น เลปโตสไปรา อีโคไล แอโรโมแนส เชื้อเมลิออยโดสิส หรือไวรัสตับอักเสบเอ เราไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ แต่เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียหรือไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการข้อมูลการทดสอบสำหรับเชื้อใดโดยเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง

ผลกระทบที่ชาวบ้านโผงเผงต้องเจอ ถ้าข้ามขั้นตอนฆ่าเชื้อ

ด้านสุขภาพ: เด็กที่คลานบนพื้นหรือหยิบของเข้าปาก ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ เป็นกลุ่มที่ร่างกายรับมือกับเชื้อท้องร่วง เชื้อในแผล และเชื้อราได้ยากกว่าคนทั่วไป อาการเล็ก ๆ อย่างท้องเสียหรือแผลอักเสบอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้หากไม่ระวัง

ด้านเงิน: ครอบครัวที่ทำบ่อกบสูญเสียรายได้ไปแล้วจากน้ำท่วม หากต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลเพิ่ม หรือต้องรื้อผนังและเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นราซ้ำในอีกไม่กี่เดือน ภาระจะยิ่งหนักขึ้น

ด้านเวลา: การล้างบ้านหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หาย การลางานไปดูแลคนในบ้านที่ป่วย และการต้องกลับมาซ่อมแซมใหม่ ล้วนกินเวลาที่ควรใช้ฟื้นฟูอาชีพ

ด้านจิตใจและครอบครัว: หลายบ้านในโผงเผงต้องเผชิญคันกั้นน้ำพังเป็นปีที่สอง ความกังวลว่าบ้านยังไม่สะอาดจริงทำให้หลายคนนอนไม่หลับ การมีขั้นตอนฟื้นฟูที่ชัดเจนจึงช่วยให้ครอบครัวกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจขึ้น

ด้านกิจการและชุมชน: ร้านขายของชำ ร้านอาหาร และจุดรับซื้อผลผลิตในตำบลที่ถูกน้ำท่วม ต้องการความมั่นใจของลูกค้า การฟื้นฟูพื้นที่ให้สะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบช่วยให้ชุมชนกลับมาค้าขายได้เร็วขึ้น

ทำไมแค่ตักโคลนและล้างบ้านริมคลองโผงเผงยังไม่พอ

น้ำยาฟอกขาวที่เทลงพื้นอย่างเดียว: น้ำยาฟอกขาวเสื่อมฤทธิ์ได้เร็วเมื่อเจอโคลนและสิ่งสกปรกมาก การผสมเข้มข้นเกินไปทำให้เกิดไอระคายเคือง และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาดเพราะจะเกิดก๊าซอันตราย ที่สำคัญคือเทแล้วมักไม่ทั่วถึงผนังสูงและซอกมุม

ฉีดน้ำแรงดันสูงอย่างเดียว: ช่วยชะโคลนออกได้ดี แต่ก็ทำให้น้ำสกปรกกระเซ็นเป็นละอองไปติดผนังและเพดาน ถ้าไม่มีขั้นตอนฆ่าเชื้อตาม เชื้ออาจถูกกระจายไปทั่วห้องแทนที่จะหายไป

เปิดพัดลมแล้วรอให้แห้ง: การทำให้แห้งสำคัญมาก แต่พัดลมไม่ได้ฆ่าเชื้อ และบ้านที่ถูกน้ำแช่ลึกสองสามเมตรจะมีความชื้นสะสมในผนังนานกว่าที่ตาเห็น

สเปรย์ปรับอากาศ: กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่กลิ่นอับคือสัญญาณว่ายังมีเชื้อราหรือแบคทีเรียทำงานอยู่ การกลบกลิ่นทำให้เราพลาดสัญญาณเตือนนั้น

ทาสีทับคราบดำ: สีใหม่ไม่ได้ฆ่าเชื้อราที่อยู่ในเนื้อปูน หลายบ้านทาสีแล้วไม่กี่สัปดาห์คราบดำก็กลับมาพร้อมกลิ่นเดิม

ข้อสรุปคือ การล้างเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ และต้องทำก่อนเสมอ แต่การพ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบหลังล้าง คือสิ่งที่ช่วยปิดช่องว่างที่การล้างทั่วไปเข้าไม่ถึง

ขั้นตอนบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมของ WHD สำหรับบ้านในโผงเผง ป่าโมก

World Health Disinfection (WHD) มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดอ่างทอง แต่สามารถนัดหมายงานต่างจังหวัดผ่านโทรศัพท์และ LINE ได้ โดยทีมงานจะประเมินพื้นที่ ระยะทาง และคิวงานก่อนยืนยันวันเข้าบริการ ตามข้อมูลบริการ ช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้การพ่นและ/หรือการพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบหลักคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

  1. สำรวจและประเมินพื้นที่: ส่งภาพหรือวิดีโอบ้านผ่าน LINE @whd268 บอกระดับน้ำที่เคยท่วม จำนวนชั้น พื้นที่โดยประมาณ และจุดพิเศษ เช่น บ่อเลี้ยงสัตว์ ห้องเก็บอาหาร หรือห้องผู้ป่วย เพื่อให้ทีมวางแผนได้ตรงจุด
  2. ตักโคลนและล้างให้เสร็จก่อน: การพ่นฆ่าเชื้อต้องทำหลังจากเอาโคลนออก ล้างพื้นผิว และทิ้งวัสดุที่อุ้มน้ำแล้วเท่านั้น เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำงานได้ดีที่สุดบนพื้นผิวที่สะอาด
  3. แบ่งโซนการทำงาน: ทีมจะแยกโซนครัว ห้องน้ำ ห้องนอน พื้นที่เก็บของ และพื้นที่รอบบ่อสัตว์ เพื่อไม่ให้เชื้อจากจุดสกปรกมากถูกพาไปยังจุดที่สะอาดกว่า
  4. พ่นฆ่าเชื้อให้ทั่วถึง: พ่นตามพื้น ผนังที่น้ำเคยแช่ ประตู ลูกบิด ราวบันได เคาน์เตอร์ และจุดที่มือสัมผัสบ่อย ส่วนพื้นที่กว้างหรือซอกมุมจะใช้การพ่นหมอก ULV ช่วยให้ละอองเข้าถึงได้ดีขึ้น ระหว่างนี้คน สัตว์เลี้ยง และสัตว์ที่เลี้ยงไว้ต้องอยู่นอกโซนที่กำลังพ่น
  5. รอเวลาแล้วกลับเข้าใช้พื้นที่: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แล้วจึงกลับมาใช้พื้นที่ตามปกติ โดยให้ทำตามเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้งหน้างานเป็นหลัก และเปิดระบายอากาศตามคำแนะนำ

เราไม่กล่าวอ้างว่าน้ำยาไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ ภาชนะใส่อาหาร ของเล่นเด็ก และพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร ควรล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งตามคำแนะนำของช่าง ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรีเมื่อใช้บริการ และสามารถขอใบกำกับภาษีได้ สำหรับราคาและวันเข้าบริการ ทีมงานจะแจ้งหลังประเมินพื้นที่จริง

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำยา ดูได้ที่หน้า CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อ

10 เหตุผลที่บ้านริมคลองในอ่างทองควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำท่วมจากคันกั้นน้ำพังพาเชื้อมาหลายแหล่งพร้อมกัน ทั้งจากคลอง ทุ่งนา บ่อเลี้ยงสัตว์ และบ่อเกรอะ การจัดการเชื้อจึงต้องครอบคลุมหลายกลุ่ม
  2. น้ำลึกสองสามเมตรแตะพื้นผิวสูงเกินกว่าที่ล้างด้วยมือได้ทั่ว การพ่นช่วยให้ถึงผนังส่วนบน วงกบ และซอกเพดาน
  3. ใช้น้ำยาเกรดการแพทย์ที่ระบุข้อมูลชัดเจน คือ CHEMGENE HLD4H ซึ่งผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราหลายชนิด อ่านรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  4. มีการอ้างอิงการรับรองตามข้อมูลบริการ หน้าบริการของ WHD ระบุรายการรับรองและการอ้างอิง เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019
  5. ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมรู้จุดเสี่ยง เช่น ลูกบิด ราวบันได ห้องน้ำ เคาน์เตอร์ครัว และพื้นที่ใกล้บ่อสัตว์
  6. การพ่นหมอก ULV เข้าถึงซอกมุม ใต้ตู้ หลังเฟอร์นิเจอร์ และช่องว่างที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง
  7. ลดความเสี่ยงต่อเด็กและผู้สูงอายุ ที่ต้องกลับมาอยู่บ้านหลังจากไปพักที่ศูนย์พักพิง
  8. ใช้เวลารอไม่นาน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นแล้วกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามที่ช่างแจ้ง ไม่ต้องย้ายออกหลายวัน
  9. เหมาะทั้งบ้าน ร้านค้า และอาคารชุมชน ตามข้อมูลบริการ WHD ให้บริการโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน อาคารที่พักอาศัย และสถานที่อื่นอีกมาก ดูประเภทลูกค้าที่หน้าบริการ
  10. ได้ขั้นตอนที่ชัดเจนและนัดหมายง่าย โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ส่งภาพบ้านเพื่อประเมินก่อน แล้วค่อยยืนยันวันเข้าบริการ

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ: บ้านหลังน้ำลดในโผงเผง

ก่อน

  • โคลนบางส่วนยังติดตามขอบผนังและใต้เฟอร์นิเจอร์
  • กลิ่นอับและกลิ่นคาวจากบ่อกบลอยอยู่ในบ้าน
  • ลูกบิด ราวบันได และห้องน้ำถูกหลายคนจับระหว่างทำความสะอาด
  • ผนังส่วนล่างเริ่มมีจุดดำของเชื้อรา
  • ครอบครัวยังไม่กล้าให้เด็กเล็กกลับมานอนบ้าน

หลัง

  • พื้นผิวที่ล้างแล้วได้รับการพ่นฆ่าเชื้อทั่วถึงตามโซน
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการจัดการเป็นพิเศษ
  • มีแผนติดตามความชื้นและเชื้อราที่ชัดเจน
  • รู้ว่าเมื่อไรกลับเข้าพื้นที่ได้ตามที่ช่างแจ้ง
  • ครอบครัวมั่นใจขึ้นที่จะพาผู้สูงอายุและเด็กกลับบ้าน

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพบ้าน ความสะอาดก่อนพ่น และการดูแลความชื้นหลังจากนั้น การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แทนการซ่อมแซมโครงสร้างหรือการรักษาทางการแพทย์

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วม โผงเผง ป่าโมก

ก่อนกลับเข้าบ้าน

  • ติดตามประกาศของจังหวัดอ่างทองและอำเภอป่าโมกว่าระดับน้ำลดและปลอดภัยแล้ว
  • ให้ช่างไฟตรวจระบบไฟฟ้าก่อนเปิดเบรกเกอร์ ห้ามแตะปลั๊กหรือสวิตช์ที่ยังเปียก
  • เตรียมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หน้ากาก แว่นตา และเสื้อแขนยาว
  • ระวังงู ตะขาบ และสัตว์มีพิษที่หนีน้ำเข้าบ้าน

ระหว่างทำความสะอาด

  • ตักโคลนออกให้มากที่สุด แล้วล้างพื้นผิวด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก
  • ทิ้งที่นอน หมอน พรม และกล่องกระดาษที่จมน้ำ และถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน
  • ทิ้งอาหารที่โดนน้ำท่วม และล้างโอ่งหรือถังเก็บน้ำก่อนใช้ใหม่
  • แยกทำความสะอาดพื้นที่บ่อกบและคอกสัตว์ออกจากตัวบ้าน
  • เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทและเร่งให้บ้านแห้ง

วันพ่นฆ่าเชื้อและหลังจากนั้น

  • ให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่นตลอดเวลาทำงาน
  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง แล้วเปิดระบายอากาศ
  • ล้างภาชนะใส่อาหารและของเล่นเด็กด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
  • สังเกตคราบดำหรือกลิ่นอับที่กลับมาในช่วงหลายสัปดาห์ถัดไป
  • หากใครในบ้านมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย ตัวเหลือง หรือแผลอักเสบ ให้พบแพทย์ทันที

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในอ่างทอง

ถาม: WHD ให้บริการในตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก ได้หรือไม่
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในอ่างทอง แต่สามารถนัดหมายงานต่างจังหวัดได้ผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะประเมินพื้นที่และคิวงานก่อนยืนยันวัน ไม่สามารถรับประกันการเข้าบริการภายในวันเดียวกันได้

ถาม: ต้องล้างบ้านก่อนหรือเรียกทีมพ่นได้เลย
ตอบ: ต้องตักโคลนและล้างพื้นผิวก่อนทุกครั้ง น้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด หากโคลนยังหนา ควรจัดการโคลนให้เสร็จก่อน แล้วจึงนัดวันพ่น

ถาม: พ่นแล้วกลับเข้าบ้านได้เมื่อไร
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีแล้วกลับมาใช้พื้นที่ตามปกติ แต่ควรทำตามเวลาที่ช่างแจ้งหน้างาน และเปิดระบายอากาศก่อนเข้าใช้

ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: ข้อมูลผลิตภัณฑ์ไม่ได้ระบุเชื้อเลปโตสไปราเป็นการเฉพาะ แต่เชื้อนี้เป็นแบคทีเรีย ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการข้อมูลการทดสอบเฉพาะเชื้อ สอบถามทีมงานได้ และที่สำคัญคือ ผู้ที่มีไข้หรือปวดน่องหลังลุยน้ำต้องพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ใช้แทนการรักษา

ถาม: พ่นบริเวณบ่อกบหรือคอกสัตว์ได้ไหม
ตอบ: ควรแจ้งทีมงานล่วงหน้า เพื่อประเมินว่าควรพ่นจุดใด และต้องย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่ก่อนพ่น ห้ามพ่นลงในน้ำที่ใช้เลี้ยงสัตว์ที่ยังมีชีวิตอยู่

ถาม: ถ้ายังมีกลิ่นอับหลังพ่น ควรทำอย่างไร
ตอบ: ตรวจหาจุดที่ยังเปียกหรือวัสดุที่ขึ้นรา เร่งให้แห้ง และพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมสำหรับกลิ่นในอากาศ

ถาม: ราคาเท่าไร
ตอบ: ราคาขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ สภาพความเสียหาย และระยะทาง ทีมงานจะแจ้งหลังประเมินจากภาพหรือข้อมูลที่ส่งมา

พร้อมพาครอบครัวกลับบ้านที่โผงเผงอย่างมั่นใจ

ส่งภาพบ้านหลังน้ำลดมาให้ทีม WHD ประเมินก่อน แล้วค่อยวางแผนพ่นฆ่าเชื้อหลังล้างโคลนเสร็จ

ขอคำปรึกษาบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อโผงเผง #น้ำท่วมป่าโมก #น้ำท่วมอ่างทอง #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #โรคฉี่หนู #Chemgene

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม โผงเผง ป่าโมก, น้ำท่วมโผงเผง 2569, ประตูน้ำคลองโผงเผง, น้ำท่วมป่าโมก อ่างทอง, เชื้อโรคจากน้ำท่วม, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, บริการพ่นฆ่าเชื้อ, CHEMGENE HLD4H, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมอ่างทอง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้