บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นครสวรรค์ 2569 ล่าสุด: เชื้อโรคหลากหลายชนิดในบ้านและร้านค้าริมน้ำหลังน้ำลด พร้อมข้อมูลน้ำท่วมเขตบึงกุ่ม

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  54 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นครสวรรค์ 2569 ล่าสุด: เชื้อโรคหลากหลายชนิดในบ้านและร้านค้าริมน้ำหลังน้ำลด พร้อมข้อมูลน้ำท่วมเขตบึงกุ่ม

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นครสวรรค์ 2569 ล่าสุด: เชื้อโรคหลากหลายชนิดในบ้านและร้านค้าริมน้ำหลังน้ำลด พร้อมข้อมูลน้ำท่วมเขตบึงกุ่ม

ปากน้ำโพเป็นจุดที่แม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ทุกครั้งที่น้ำเหนือไหลลงมามาก น้ำท่วมนครสวรรค์ จึงเป็นเรื่องที่คนในจังหวัดคุ้นเคย แต่ปี 2569 ข่าวดีคือระดับน้ำในนครสวรรค์เริ่มลดลงต่อเนื่อง ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ทว่าเมื่อน้ำลด สิ่งที่ยังค้างอยู่ในบ้าน ร้านค้า และตลาดคือโคลน คราบน้ำเสีย และเชื้อโรคหลากหลายชนิดที่มองไม่เห็น บทความนี้สรุปสถานการณ์นครสวรรค์ล่าสุด อธิบายเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราที่มักตามมาหลังน้ำท่วมแบบละเอียดทีละกลุ่ม และแนะนำ บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ของ World Health Disinfection (WHD) ซึ่งเป็นขั้นตอนต่อจากการขนโคลนและล้างทำความสะอาด พร้อมแทรกข้อมูลน้ำท่วมเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้อ่านที่มีบ้านหรือครอบครัวอยู่ทั้งสองที่

สถานการณ์น้ำท่วมนครสวรรค์ล่าสุด: 9 อำเภอ 8,995 ครัวเรือน ระดับน้ำลดลง

ตามรายงานสถานการณ์ของ ปภ. ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ซึ่งเผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอส จังหวัดนครสวรรค์ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพยุหะคีรี ตาคลี บรรพตพิสัย เก้าเลี้ยว เมืองนครสวรรค์ ชุมแสง ท่าตะโก โกรกพระ และหนองบัว รวม 73 ตำบล 345 หมู่บ้าน 8,995 ครัวเรือน และระบุว่าระดับน้ำลดลง

เมื่อเทียบกับรายงานก่อนหน้า จะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าพื้นที่น้ำท่วมนครสวรรค์หดตัวลงเรื่อย ๆ คือ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 14 อำเภอ 13,013 ครัวเรือน วันที่ 6 ตุลาคม เหลือ 12 อำเภอ 10,905 ครัวเรือน และวันที่ 7 ตุลาคม เหลือ 9 อำเภอ 8,995 ครัวเรือน ขณะที่ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ C.2 ที่นครสวรรค์ ตามรายงานข่าวช่วงเดียวกัน ลดจาก 2,119 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (4 ต.ค.) เป็น 2,038 (5 ต.ค.) และ 1,951 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (6 ต.ค. เวลา 06.00 น.) แนวโน้มลดลง

ภาพรวมทั้งประเทศ ปภ. รายงาน ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ว่ามีน้ำท่วม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (3,160,972 คน) โดย ปภ. ระบุสาเหตุว่ามาจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ร่วมกับน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจาก ปภ. และจังหวัดนครสวรรค์ควบคู่กันไป

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ระดับน้ำลดลงไม่ได้แปลว่าบ้านพร้อมอยู่ทันที ช่วงที่น้ำเพิ่งลดคือช่วงที่ทุกครอบครัวต้องเริ่มงานหนักที่สุด ทั้งขนโคลน ล้างพื้น ทิ้งของที่เสียหาย และตัดสินใจว่าจะจัดการเชื้อโรคที่น้ำทิ้งไว้อย่างไร บ้านที่อยู่ในอำเภอที่หลุดจากรายชื่อของ ปภ. แล้ว ก็ยังต้องผ่านขั้นตอนฟื้นฟูเหมือนกัน เพราะผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์เคยแช่น้ำมาหลายวัน

กรณีตัวอย่าง: ร้านข้าวแกงห้องแถวริมน้ำในอำเภอชุมแสง

เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่สร้างจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่รีวิวของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

ป้าแดงเปิดร้านข้าวแกงในห้องแถวไม้สองชั้นใกล้ท่าน้ำในอำเภอชุมแสงมานานกว่ายี่สิบปี ชั้นล่างคือหน้าร้าน ครัว และห้องเก็บของ ชั้นบนคือที่นอนของป้ากับหลานสองคน ปีนี้น้ำเข้าร้านจนต้องยกตู้กับข้าวขึ้นชั้นบน ส่วนถังข้าวสาร เขียง และโต๊ะไม้ต้องปล่อยให้แช่น้ำอยู่หลายวัน

วันที่น้ำลดลงจนเห็นพื้นปูน ป้าแดงตื่นแต่เช้า ลูกชายที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ขับรถกลับมาช่วย ทั้งบ้านช่วยกันตักโคลนออกเป็นสิบ ๆ ถัง ฉีดน้ำล้างพื้น ขัดผนังด้วยแปรง และเช็ดทุกอย่างด้วยน้ำยาล้างพื้นที่มีอยู่ ป้าตั้งใจจะเปิดร้านให้เร็วที่สุด เพราะลูกค้าประจำทั้งคนในชุมชนและคนงานที่มาช่วยซ่อมบ้านต่างถามหา และร้านคือรายได้เดียวของครอบครัว

แต่สามวันหลังล้างเสร็จ ปัญหาเริ่มโผล่ทีละเรื่อง หลานคนเล็กมีอาการท้องเสียและอาเจียน ลูกชายที่เดินลุยน้ำช่วยขนของมีแผลถลอกที่หน้าแข้งซึ่งเริ่มบวมแดง ผนังไม้ด้านหลังครัวมีจุดดำกระจายขึ้นมาใหม่ ทั้งที่เพิ่งขัดไปแล้ว และในห้องเก็บของมีกลิ่นอับชื้นที่เปิดพัดลมทั้งวันก็ไม่หาย ป้าแดงเริ่มลังเลว่าจะกล้าเปิดร้านขายอาหารได้อย่างไร ถ้าครัวของตัวเองยังไม่สะอาดพอ

ครอบครัวพาหลานและลูกชายไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นลูกชายจึงโทรหา WHD เพื่อสอบถามเรื่องการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับร้านอาหารหลังน้ำลด สิ่งที่ครอบครัวนี้ได้เรียนรู้ คือการล้างให้สะอาดเป็นเพียงครึ่งแรกของงาน อีกครึ่งคือการจัดการกับเชื้อโรคหลากหลายชนิดที่น้ำท่วมพามาและยังเกาะอยู่ในจุดที่มองไม่เห็น

เรื่องของป้าแดงไม่ใช่เรื่องแปลกในนครสวรรค์ ร้านค้า ร้านอาหาร แผงในตลาด และบ้านที่ชั้นล่างเป็นที่ทำมาหากินมีอยู่ทั่วทุกอำเภอที่ถูกน้ำท่วม คนกลุ่มนี้ต้องรีบกลับมาเปิดกิจการ แต่ก็ต้องดูแลความสะอาดให้มากกว่าบ้านทั่วไป เพราะสิ่งที่ปนเปื้อนในครัวไม่ได้กระทบแค่คนในบ้าน แต่กระทบลูกค้าทุกคนที่มากินอาหาร

เชื้อโรคหลากหลายชนิดหลังน้ำท่วมนครสวรรค์: รู้จักทีละกลุ่ม

น้ำท่วมไม่ได้พามาแค่น้ำ แต่พาเอาสิ่งที่อยู่ในท่อระบายน้ำ บ่อเกรอะ คอกสัตว์ ทุ่งนา และกองขยะมาปนกันแล้วแผ่ไปทั่วพื้นบ้าน เมื่อน้ำลด สิ่งเหล่านี้ตกค้างอยู่ในโคลนและคราบบนพื้นผิว องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) และกรมควบคุมโรค ต่างแนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม เชื้อที่พบได้บ่อยแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

กลุ่มที่ 1 แบคทีเรียจากน้ำเสียและอุจจาระ

  • อีโคไล (Escherichia coli) แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้คนและสัตว์ บางสายพันธุ์ก่อโรคทางเดินอาหาร ใช้เป็นตัวชี้วัดว่าน้ำปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อบ่อเกรอะและท่อน้ำทิ้งล้น อีโคไลจะกระจายไปกับโคลนบนพื้น ผนังส่วนล่าง และอุปกรณ์ครัว อาการที่พบได้คือท้องเสีย ปวดท้อง บางรายถ่ายเป็นมูกเลือด
  • ซัลโมเนลลา (Salmonella) พบในลำไส้สัตว์ปีก สัตว์เลี้ยง และสัตว์เลื้อยคลาน น้ำท่วมที่ไหลผ่านคอกไก่ คอกเป็ด หรือบ่อปลาอาจพาเชื้อนี้เข้าบ้าน ก่ออาการไข้ ท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง เป็นเชื้อที่ร้านอาหารต้องระวังมากเป็นพิเศษ
  • ชิเกลลา (Shigella) ต้นเหตุของโรคบิดชนิดไม่มีตัว ติดต่อง่ายผ่านมือที่ปนเปื้อน เชื้อจำนวนไม่มากก็ทำให้ป่วยได้ จึงแพร่ในครอบครัวที่มีเด็กเล็กได้เร็ว
  • แคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) มักมาจากสัตว์ปีกและน้ำที่ปนเปื้อน ทำให้ท้องเสีย ไข้ และปวดท้อง
  • อหิวาตกโรคและเชื้อในกลุ่มวิบริโอ (Vibrio) เป็นกลุ่มที่หน่วยงานสาธารณสุขเฝ้าระวังเมื่อเกิดภัยน้ำท่วม เพราะแพร่ผ่านน้ำดื่มและอาหารที่ปนเปื้อน การดื่มน้ำสะอาดและล้างมือจึงสำคัญมาก

กลุ่มที่ 2 แบคทีเรียจากดิน น้ำขัง และสัตว์

  • เลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนูหรือเลปโตสไปโรซิส ปนมากับปัสสาวะหนูและสัตว์อื่น เข้าสู่ร่างกายทางแผลหรือผิวที่แช่น้ำนาน อาการเด่นคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง ตาแดง ใครเคยลุยน้ำแล้วมีอาการแบบนี้ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ
  • เมลิออยโดซิส (Burkholderia pseudomallei) แบคทีเรียที่อยู่ในดินและน้ำขังในประเทศไทย เข้าทางแผล การหายใจเอาฝุ่นหรือละอองน้ำ หรือการกลืน ผู้ป่วยเบาหวานและโรคไตเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง อาการหลากหลายตั้งแต่ไข้ ฝี จนถึงปอดอักเสบ
  • แอโรโมแนส (Aeromonas) และ ซูโดโมแนส (Pseudomonas) พบในน้ำจืดและน้ำขัง อาจทำให้แผลที่แช่น้ำติดเชื้อ บวมแดง มีหนอง
  • สแตฟิโลคอคคัส (Staphylococcus) และสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) เชื้อบนผิวหนังที่ฉวยโอกาสเข้าแผลถลอกระหว่างขนของและล้างบ้าน ทำให้เกิดฝี ตุ่มหนอง หรือผิวหนังอักเสบลุกลาม
  • ลีจิโอเนลลา (Legionella) เติบโตในน้ำนิ่งอุ่น เช่น ถังเก็บน้ำ ระบบท่อที่หยุดใช้นาน และแอร์ระบบน้ำในอาคารใหญ่ ก่อโรคปอดอักเสบชนิดหนึ่ง อาคารพาณิชย์ที่ปิดไปหลายวันจึงควรตรวจระบบน้ำก่อนเปิดใช้

กลุ่มที่ 3 ไวรัสทางเดินอาหารและตับ

  • โนโรไวรัส (Norovirus) ไวรัสที่ทำให้อาเจียนและท้องเสียเฉียบพลัน ทนทานบนพื้นผิว ติดต่อง่ายมากในที่คนอยู่รวมกัน เช่น ศูนย์พักพิง โรงเรียน และร้านอาหาร
  • โรตาไวรัส (Rotavirus) สาเหตุสำคัญของท้องเสียรุนแรงในเด็กเล็ก ทำให้ขาดน้ำได้เร็ว
  • ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A) แพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ ทำให้อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ตัวเหลืองตาเหลือง ผู้ประกอบอาหารที่ติดเชื้อสามารถส่งต่อให้ลูกค้าได้
  • อะดีโนไวรัส (Adenovirus) ก่อได้ทั้งตาแดง ไข้ เจ็บคอ และท้องเสีย พบบ่อยในช่วงที่คนต้องอยู่รวมกันหลังภัยพิบัติ

กลุ่มที่ 4 ไวรัสทางเดินหายใจและโรคในเด็ก

  • ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza) รวมถึงสายพันธุ์ H1N1 ระบาดได้ง่ายเมื่อคนอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด อากาศชื้น และร่างกายอ่อนล้าจากการทำงานหนัก
  • อาร์เอสวี (RSV) ไวรัสทางเดินหายใจที่อันตรายในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ติดต่อผ่านละอองและพื้นผิวที่มือสัมผัส
  • โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในเด็กเล็ก ติดต่อผ่านของเล่น โต๊ะ และพื้นผิวร่วม ศูนย์เด็กเล็กที่ถูกน้ำท่วมจึงต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ
  • โควิด 19 (SARS-CoV-2) ยังเป็นเชื้อที่ต้องระวังเมื่อมีคนจำนวนมากมาช่วยกันทำความสะอาดหรือพักรวมกัน

กลุ่มที่ 5 เชื้อรา ยีสต์ และเชื้อราผิวหนัง

  • แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และ เพนิซิลเลียม (Penicillium) เชื้อราที่ขึ้นเป็นจุดเขียว เทา หรือดำบนผนังและไม้ สปอร์ลอยในอากาศ กระตุ้นภูมิแพ้และหอบหืด และอันตรายกว่าในผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • คลาโดสปอเรียม (Cladosporium) เชื้อราสีเขียวเข้มถึงดำ ชอบขึ้นตามขอบหน้าต่าง ผ้าม่าน และวอลเปเปอร์ที่ชื้น
  • สตาคีบอทริส (Stachybotrys) หรือราดำ ชอบวัสดุที่มีเซลลูโลสซึ่งเปียกนาน เช่น ยิปซัมบอร์ด กระดาษปิดผนัง และไม้อัด เป็นสัญญาณว่าวัสดุชื้นสะสมมานาน
  • เชื้อราผิวหนัง (Dermatophytes) และ แคนดิดา (Candida) สาเหตุของน้ำกัดเท้า ฮ่องกงฟุต และผื่นตามซอกพับ พบมากในคนที่ต้องแช่น้ำหรือใส่รองเท้าเปียกทั้งวัน

นอกจากเชื้อโรคแล้ว น้ำท่วมยังทิ้ง กลิ่นอับ ที่เกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียย่อยสลายสารอินทรีย์ในวัสดุเปียก กลิ่นนี้เป็นสัญญาณเตือนว่ายังมีความชื้นและจุลินทรีย์สะสมอยู่ ไม่ใช่แค่ปัญหาความรู้สึก

หมายเหตุ ข้อมูลข้างต้นเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ ผู้ที่มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อหลังลุยน้ำ ท้องเสียรุนแรง แผลบวมแดง หรือหายใจลำบาก ควรรีบพบแพทย์

ผลกระทบที่บ้านและร้านค้าในนครสวรรค์ต้องเจอหลังน้ำลด

ด้านสุขภาพ คนที่เสี่ยงที่สุดคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคไต โรคปอด หรือภูมิคุ้มกันต่ำ คนกลุ่มนี้ป่วยง่ายกว่าและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนมากกว่า ส่วนคนวัยทำงานที่ลงแรงขนโคลนทั้งวันก็มักมีแผลถลอกที่มือและเท้า ซึ่งเป็นประตูให้เชื้อเข้าสู่ร่างกาย

ด้านรายได้ สำหรับร้านค้าและร้านอาหาร ทุกวันที่ปิดร้านคือรายได้ที่หายไป แต่ถ้ารีบเปิดทั้งที่ครัวยังไม่สะอาด ความเสี่ยงที่ลูกค้าจะป่วยก็ย้อนกลับมาทำลายชื่อเสียงที่สะสมมานานหลายปี ในชุมชนเล็ก ข่าวแบบนี้กระจายเร็วกว่าที่คิด

ด้านเวลาและแรงงาน การขัดล้างซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หายหรือเชื้อรากลับมาขึ้นใหม่ ทำให้เสียทั้งเวลา ค่าน้ำยา และแรงของคนในครอบครัว ซึ่งต่างก็เหนื่อยล้าจากช่วงน้ำท่วมมาแล้ว

ด้านทรัพย์สิน ไม้ ผ้า เบาะ และฉนวนที่ชื้นอยู่นาน จะผุและเสื่อมเร็วขึ้นถ้าปล่อยให้เชื้อราเติบโต ค่าซ่อมแซมระยะยาวจึงสูงกว่าการจัดการให้ถูกวิธีตั้งแต่แรก

ด้านจิตใจ หลายครอบครัวบอกว่าความกังวลว่า "บ้านยังไม่สะอาดจริง" ทำให้นอนไม่หลับ ไม่กล้าให้ลูกหลานเล่นบนพื้น และไม่มั่นใจจะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ การมีขั้นตอนที่ชัดเจนช่วยให้ทุกคนเดินหน้าต่อได้

ทำไมล้างบ้านอย่างเดียวยังไม่พอสำหรับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม

การขนโคลนและล้างด้วยน้ำกับผงซักฟอกเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ และต้องทำก่อนเสมอ แต่ในทางปฏิบัติ มีหลายเหตุผลที่ทำให้การล้างอย่างเดียวยังไม่ครอบคลุม

  1. การล้างทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อ น้ำกับสบู่ช่วยยกคราบและเชื้อจำนวนมากออกจากพื้นผิว แต่เชื้อที่เหลือในร่องเล็ก ๆ ยังอยู่ได้ หน่วยงานสาธารณสุขจึงแนะนำให้ทำความสะอาดก่อน แล้วตามด้วยการฆ่าเชื้อ
  2. จุดอับที่แปรงเข้าไม่ถึง ใต้ตู้ หลังเคาน์เตอร์ ร่องกระเบื้อง ขอบประตู มุมบันได และรอยต่อของพื้นไม้ เป็นจุดที่โคลนบาง ๆ ยังเกาะอยู่
  3. ใช้น้ำยาฟอกขาวผิดวิธี หลายบ้านเทน้ำยาฟอกขาวลงบนพื้นที่ยังมีโคลน ซึ่งสารอินทรีย์จะลดประสิทธิภาพของน้ำยา บางบ้านผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำจนเกิดก๊าซระคายเคือง ซึ่งอันตรายต่อผู้ใช้
  4. ทาสีทับรอยเชื้อรา การทาสีใหม่บนผนังที่ยังชื้นเท่ากับปิดเชื้อราไว้ใต้สี ไม่นานจุดดำจะดันกลับขึ้นมาพร้อมสีที่ร่อน
  5. ใช้น้ำหอมปรับอากาศกลบกลิ่น กลิ่นอับคือสัญญาณของความชื้นและจุลินทรีย์ การกลบกลิ่นไม่ได้แก้ต้นเหตุ
  6. เปิดพัดลมแล้วคิดว่าแห้งแล้ว ผิวหน้าอาจแห้ง แต่เนื้อไม้ ผนังปูนด้านใน และฉนวนยังชื้นอยู่ ต้องใช้เวลาหลายวันและการระบายอากาศที่ดี
  7. ลืมพื้นผิวสัมผัสร่วม ลูกบิด สวิตช์ไฟ ราวบันได เคาน์เตอร์คิดเงิน และโต๊ะลูกค้า เป็นจุดที่มือของคนจำนวนมากแตะซ้ำทุกวัน

ด้วยเหตุนี้ การพ่นฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบหลังจากล้างสะอาดแล้ว จึงเป็นขั้นตอนเสริมที่ช่วยให้มั่นใจขึ้นว่าพื้นผิวในบ้านและร้านได้รับการจัดการทั่วถึง

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นครสวรรค์ โดย World Health Disinfection

World Health Disinfection (WHD) ให้บริการพ่นฆ่าเชื้อสำหรับบ้าน อาคาร และสถานประกอบการ ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้การพ่นละอองและ/หรือการพ่นแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองฝอยละเอียด เพื่อให้น้ำยาเคลือบพื้นผิวได้ทั่วถึง รวมถึงมุมอับที่การเช็ดถูทั่วไปเข้าไม่ถึง

น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride ตามข้อมูลบริการและข้อมูลผลิตภัณฑ์ น้ำยานี้ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ โดยรายชื่อเชื้อที่หน้าเว็บของ WHD ระบุไว้ ได้แก่ โควิด 19 (SARS-CoV-2) Human Coronavirus 229E อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 เอชไอวี โนโรไวรัส ไวรัสโรคมือ เท้า ปาก วัคซิเนียไวรัส มัยโคแบคทีเรีย ซัลโมเนลลา และเชื้อไอกรน (Bordetella pertussis) รวมถึงแบคทีเรียและเชื้อราโดยทั่วไป หน้าบริการระบุประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนหน้าผลิตภัณฑ์ระบุ 99.85% ต่อเชื้อโควิด 19 ภายใน 1 นาที

สำหรับเชื้ออื่นที่กล่าวถึงในบทความนี้ เช่น อีโคไล เลปโตสไปรา ชิเกลลา วิบริโอ ไวรัสตับอักเสบเอ โรตาไวรัส เมลิออยโดซิส หรือราดำ เราไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อเหล่านี้ เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม หากต้องการเอกสารผลทดสอบของเชื้อชนิดใดเป็นพิเศษ สามารถสอบถาม WHD ได้โดยตรง

หน้าบริการของ WHD ยังระบุการรับรองและการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และระบุกลุ่มลูกค้าที่เคยใช้บริการ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ขั้นตอนการทำงานสำหรับบ้านและร้านค้าหลังน้ำลด

  1. สอบถามและสำรวจ ติดต่อผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เล่าลักษณะพื้นที่ ขนาด จำนวนห้อง ระดับน้ำที่เคยท่วม และส่งรูปถ่ายให้ทีมประเมิน
  2. ขนโคลนและล้างให้เสร็จก่อน การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังการขนโคลน ล้างพื้นผิว และทิ้งวัสดุที่เสียหายแล้ว ทีมงานจะแนะนำว่าส่วนไหนควรทำเพิ่มก่อนวันนัด
  3. แบ่งโซน แยกพื้นที่ เช่น ครัว หน้าร้าน ห้องเก็บของ ห้องน้ำ และชั้นบน เพื่อวางลำดับการพ่นให้ครบ
  4. ให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ ระหว่างพ่น ผู้อยู่อาศัยและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย
  5. ช่างพ่นฆ่าเชื้อ ทีมช่างพ่นละอองหรือพ่นแบบ ULV ตามจุดเสี่ยงที่ระบุไว้
  6. รอและกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ให้ทำตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ทีมช่างแจ้งในแต่ละงานเสมอ สำหรับพื้นผิวสัมผัสอาหารในครัว ควรเช็ดล้างด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำของช่างก่อนใช้ประกอบอาหาร

WHD ตั้งอยู่ในเขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในนครสวรรค์ สำหรับงานต่างจังหวัด ทีมงานจะนัดหมายและจัดคิวผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ตามความพร้อมของพื้นที่และตารางงาน จึงไม่สามารถรับประกันการเข้าบริการภายในวันเดียวกัน แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงที่เริ่มขนโคลน ส่วนราคาขึ้นกับขนาดพื้นที่และลักษณะงาน ทีมงานจะประเมินให้หลังจากได้รับข้อมูล นอกจากนี้ ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เป็นของแถม และสามารถขอใบกำกับภาษีได้

หากบ้านยังมีกลิ่นอับในอากาศหลังพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวแล้ว สามารถพิจารณา บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม ซึ่งทำในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคน สัตว์เลี้ยง และต้นไม้อยู่

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมเขตบึงกุ่ม: สถานการณ์ล่าสุด

ผู้อ่านหลายคนในนครสวรรค์มีลูกหลานไปทำงานหรือเรียนในกรุงเทพฯ และไม่น้อยที่พักอยู่ฝั่งตะวันออกอย่าง เขตบึงกุ่ม ซึ่งปีนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ข้อมูลที่ยืนยันได้จากรายงานข่าวมีดังนี้

  • วันที่ 26 กันยายน 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง
  • วันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 09.27 น. ตามรายงานของสยามรัฐ ถนนนวมินทร์ช่วงซอยสันติสุข (นวมินทร์ 46) มีน้ำท่วมขัง 39.0 เซนติเมตร สูงเป็นอันดับ 3 ของกรุงเทพฯ ในรายงานเวลานั้น และเขตบึงกุ่มมีจุดน้ำขัง 3 จุด
  • วันที่ 29 กันยายน 2569 ตามรายงานของไทยพีบีเอส ถนนนวมินทร์ ซอย 46 (สันติสุข) ยังมีน้ำ 19.3 เซนติเมตร และถนนนวมินทร์ช่วงประเสริฐมนูกิจถึงบางกะปิ ถูกระบุเป็นจุดน้ำท่วม
  • ตามรายงานของกรุงเทพมหานคร ช่วงวันที่ 29 ถึง 30 กันยายน 2569 บึงกุ่มเป็นหนึ่งใน 15 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ซึ่งรวมกันกระทบ 748 ชุมชน และข้อมูลที่ประชาไทเผยแพร่จาก Rocket Media Lab วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ระบุว่าบึงกุ่มขยับจากระดับปานกลางขึ้นเป็นระดับสูง
  • ภาพรวมกรุงเทพฯ ตามรายงาน ปภ. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน และมีแนวโน้มลดลง ส่วนวันที่ 5 ตุลาคม คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองเปรมประชากร ลดระดับลงบ้างแล้วแต่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง และกรุงเทพฯ เตรียมรับฝนรอบใหม่ในช่วงวันที่ 10 ถึง 13 ตุลาคม

ในแหล่งข้อมูลที่เราใช้ ยังไม่พบรายงานระดับน้ำของบึงกุ่มในช่วงวันที่ 3 ถึง 7 ตุลาคม จึงไม่ควรสรุปว่ายังท่วมอยู่หรือแห้งสนิทแล้ว ควรติดตามประกาศของสำนักงานเขตบึงกุ่มและกรุงเทพมหานครโดยตรง

สิ่งที่บ้านในบึงกุ่มมีร่วมกับบ้านในนครสวรรค์คือรูปแบบความเสี่ยงหลังน้ำลด ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และหอพักริมถนนนวมินทร์ที่น้ำเคยเข้าชั้นล่าง ต้องผ่านขั้นตอนเดียวกัน คือขนโคลน ล้าง ปล่อยให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ เนื่องจาก WHD ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ การนัดหมายงานในเขตบึงกุ่มสามารถติดต่อผ่านช่องทางเดียวกัน คือโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

10 เหตุผลที่ควรใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นครสวรรค์ กับ WHD

  1. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่มในครั้งเดียว น้ำยา CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เหมาะกับสถานการณ์หลังน้ำท่วมที่เชื้อหลายชนิดปนกัน
  2. น้ำยาระดับการแพทย์ เป็นน้ำยาจากสหราชอาณาจักรที่หน้าเว็บระบุการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และมาตรฐาน EN 14476 ดูรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  3. เข้าถึงจุดอับด้วยละอองฝอยละเอียด การพ่นแบบ ULV ช่วยให้ละอองน้ำยากระจายไปถึงซอกมุมใต้ตู้ หลังเคาน์เตอร์ และร่องผนังไม้
  4. เหมาะกับร้านค้าและร้านอาหาร ช่วยให้เจ้าของร้านมั่นใจขึ้นก่อนกลับมาเปิดบริการ และสื่อสารกับลูกค้าได้ว่าร้านผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว
  5. ใช้เวลารอไม่นาน ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่นแล้วกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามเวลาที่ช่างแจ้ง ไม่ต้องปิดร้านนานหลายวัน
  6. ทีมช่างผ่านการฝึกอบรม รู้ว่าควรพ่นจุดไหน ปริมาณเท่าไร และต้องเตรียมพื้นที่อย่างไรให้ปลอดภัย
  7. มีประสบการณ์กับอาคารหลายประเภท ตั้งแต่โรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงาน ไปจนถึงที่พักอาศัย ตามรายชื่อกลุ่มลูกค้าที่หน้าเว็บระบุ
  8. ขอใบกำกับภาษีได้ สะดวกสำหรับร้านค้า บริษัท และหน่วยงานที่ต้องการเอกสารประกอบค่าใช้จ่าย
  9. มีของแถมไว้ดูแลต่อ ขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ตามข้อมูลโปรโมชันของบริการ ช่วยดูแลพื้นผิวสัมผัสบ่อยหลังวันพ่น
  10. ติดต่อง่าย ปรึกษาได้ก่อนตัดสินใจ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ส่งรูปบ้านหรือร้านเพื่อให้ทีมงานประเมินเบื้องต้น อ่านเพิ่มเติมที่ บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

ก่อนและหลัง: ร้านอาหารห้องแถวที่ล้างแล้วพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อน: ล้างอย่างเดียว

  • พื้นดูสะอาด แต่ร่องกระเบื้องและขอบผนังยังมีคราบโคลนบาง ๆ
  • จุดดำบนผนังไม้กลับมาขึ้นใหม่ภายในไม่กี่วัน
  • กลิ่นอับในห้องเก็บของและใต้บันไดยังอยู่
  • เคาน์เตอร์ เขียง และโต๊ะลูกค้าเช็ดเฉพาะผิวหน้า
  • เจ้าของร้านไม่มั่นใจว่าจะกลับมาขายอาหารได้

หลัง: ล้าง แห้ง แล้วพ่นฆ่าเชื้อ

  • ขนโคลนและล้างครบทุกโซนตามรายการตรวจ
  • วัสดุที่อมน้ำและขึ้นราหนักถูกถอดทิ้ง ส่วนที่เหลือปล่อยให้แห้ง
  • ทีมช่างพ่นละอองฝอยครอบคลุมพื้น ผนังส่วนล่าง และจุดอับ
  • พื้นผิวสัมผัสอาหารเช็ดล้างตามคำแนะนำก่อนใช้งาน
  • เปิดร้านได้ด้วยความมั่นใจมากขึ้น พร้อมดูแลต่อเนื่องด้วยสเปรย์ฆ่าเชื้อ

ภาพก่อนและหลังนี้เป็นตัวอย่างประกอบความเข้าใจ ผลลัพธ์จริงขึ้นกับสภาพพื้นที่และการทำความสะอาดก่อนพ่น

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านและร้านค้าหลังน้ำลดในนครสวรรค์

ก่อนเข้าบ้าน

  • ตรวจสอบประกาศของจังหวัดว่าพื้นที่ปลอดภัยแล้ว และตัดไฟที่เบรกเกอร์ก่อนเข้า หากไม่แน่ใจให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อน
  • สวมรองเท้าบูทยาง ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นป้องกัน ปิดแผลที่มือและเท้าให้มิดชิด
  • ระวังสัตว์มีพิษที่อาจหนีน้ำเข้ามาอยู่ในบ้าน เช่น งู ตะขาบ และแมงป่อง

ระหว่างทำความสะอาด

  • ขนโคลนออกให้มากที่สุด แล้วล้างพื้นและผนังส่วนล่างด้วยน้ำสะอาดกับผงซักฟอก
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่สัมผัสน้ำท่วม รวมถึงเขียงไม้ที่แช่น้ำนาน
  • ถอดวัสดุที่อมน้ำและขึ้นราหนัก เช่น ฝ้ายิปซัม ฉนวน พรม และเบาะ
  • เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศ ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นช่วยให้แห้งเร็ว
  • ห้ามผสมน้ำยาฟอกขาวกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำเด็ดขาด
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหาร และดื่มน้ำสะอาดที่บรรจุขวดหรือต้มสุก

ก่อนและหลังวันพ่นฆ่าเชื้อ

  • เก็บอาหาร ภาชนะ ของเล่นเด็ก และของใช้ส่วนตัวไว้ในกล่องปิดหรือนำออกจากพื้นที่
  • ให้คนในบ้านและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • เปิดระบายอากาศหลังพ่น และเช็ดพื้นผิวสัมผัสอาหารตามคำแนะนำ
  • ตรวจถังเก็บน้ำและระบบท่อของร้านก่อนเปิดใช้ หากหยุดใช้นาน
  • สังเกตอาการของคนในบ้านต่อเนื่องอย่างน้อยสองสัปดาห์ ผู้ที่มีไข้หลังลุยน้ำ ท้องเสีย หรือแผลอักเสบ ให้รีบพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเรื่องบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นครสวรรค์

ถาม: น้ำในนครสวรรค์ลดแล้ว ยังจำเป็นต้องพ่นฆ่าเชื้ออีกไหม
ตอบ: ระดับน้ำที่ลดลงไม่ได้ทำให้เชื้อในโคลนและคราบน้ำหายไปด้วย WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ครอบคลุมจุดอับได้ทั่วถึงกว่าการเช็ดด้วยมือ

ถาม: ต้องล้างบ้านให้เสร็จก่อนหรือเปล่า
ตอบ: ต้องขนโคลนและล้างให้เสร็จก่อนเสมอ เพราะโคลนและสารอินทรีย์ลดประสิทธิภาพของน้ำยาฆ่าเชื้อ การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นขั้นตอนต่อจากการล้าง ไม่ใช่ขั้นตอนทดแทน

ถาม: พ่นแล้วต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ระหว่างพ่น คนและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่น ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ทีมช่างแจ้งในแต่ละงานเป็นหลัก

ถาม: น้ำยากำจัดเชื้อฉี่หนูหรืออีโคไลได้หรือไม่
ตอบ: ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรียโดยทั่วไป แต่หน้าเว็บไม่ได้แสดงผลทดสอบเฉพาะเชื้อเลปโตสไปราหรืออีโคไล หากต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อชนิดใด สามารถสอบถาม WHD ได้โดยตรง และไม่ว่ากรณีใด ผู้ที่มีอาการต้องพบแพทย์

ถาม: WHD มีสาขาที่นครสวรรค์ไหม
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในนครสวรรค์ งานต่างจังหวัดจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ตามความพร้อมของพื้นที่และคิวงาน

ถาม: ร้านอาหารพ่นแล้วเปิดขายได้เลยไหม
ตอบ: หลังพ้นเวลากลับเข้าพื้นที่ ให้เช็ดล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำของช่าง ตรวจระบบน้ำใช้ และทิ้งวัตถุดิบที่เคยสัมผัสน้ำท่วม จากนั้นจึงเริ่มประกอบอาหาร

ถาม: บ้านญาติอยู่บึงกุ่ม ใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ เขตบึงกุ่มอยู่ในกรุงเทพฯ ติดต่อนัดหมายผ่านโทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ได้เช่นกัน

พร้อมฟื้นฟูบ้านและร้านค้าในนครสวรรค์หรือบึงกุ่มหลังน้ำลด

ล้างให้สะอาด ปล่อยให้แห้ง แล้วให้ทีม WHD จัดการเชื้อโรคหลากหลายชนิดที่น้ำท่วมทิ้งไว้ ด้วยบริการพ่นฆ่าเชื้อที่ป้องกันและกำจัดเชื้อได้อย่างเป็นระบบ

ดูบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

คำค้นหา: บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นครสวรรค์, น้ำท่วมนครสวรรค์ 2569, พ่นฆ่าเชื้อนครสวรรค์, น้ำท่วมชุมแสง, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อร้านอาหาร, พ่นฆ่าเชื้อบึงกุ่ม, น้ำท่วมบึงกุ่ม, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้