บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นนทบุรี 2569 ล่าสุด: บ้านริมเจ้าพระยานอกแนวคันกั้นน้ำในเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และบางกรวย พร้อมข้อมูลเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  8 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นนทบุรี 2569 ล่าสุด: บ้านริมเจ้าพระยานอกแนวคันกั้นน้ำในเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และบางกรวย พร้อมข้อมูลเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นนทบุรี 2569 ล่าสุด: บ้านริมเจ้าพระยานอกแนวคันกั้นน้ำในเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และบางกรวย พร้อมข้อมูลเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

หลายคนถามว่า นนทบุรีน้ำท่วมหนักแค่ไหนในปี 2569 คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ตามรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) วันที่ 4, 6 และ 7 ตุลาคม 2569 จังหวัดนนทบุรีไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 27 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ แต่มีการแจ้งเตือนพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาในอำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด และอำเภอบางกรวย ให้เฝ้าระวังน้ำขึ้น สำหรับบ้านริมน้ำที่น้ำเคยเข้าถึงใต้ถุน ลานบ้าน หรือชั้นล่าง และบ้านที่มีน้ำฝนท่วมขังจนพื้นเปียกนานหลายวัน บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นนทบุรี จาก World Health Disinfection (WHD) คือขั้นตอนปิดงานหลังจากล้างโคลนและทำความสะอาดเสร็จแล้ว บทความนี้รวบรวมข้อมูลที่ตรวจสอบได้พร้อมวันที่ เชื้อโรคที่มักตามมากับน้ำ วิธีเตรียมบ้าน และสถานการณ์ของเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปลายทางของถนนงามวงศ์วานและแจ้งวัฒนะที่คนนนทบุรีใช้เดินทางทุกวัน

สรุปสั้นก่อนอ่าน: นนทบุรีไม่อยู่ในรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบตามรายงาน ปภ. วันที่ 4, 6 และ 7 ตุลาคม 2569 จึงไม่มีตัวเลขครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบของนนทบุรีให้อ้างอิง แต่เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ปภ. ส่งข้อความเตือนภัยแบบ Cell Broadcast ถึงพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยาในอำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และบางกรวย และศูนย์ ปภ. นนทบุรีเตือนว่าในช่วง 29 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2569 ระดับน้ำเจ้าพระยาอาจสูงขึ้นราว 0.20 ถึง 0.40 เมตร จากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาและน้ำทะเลหนุน บ้านที่เคยมีน้ำเข้าควรล้างให้สะอาดก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยควรพบแพทย์ สอบถามบริการได้ที่ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268

กรณีตัวอย่าง: บ้านไม้ริมเจ้าพระยาในปากเกร็ด ที่น้ำขึ้นถึงใต้ถุนทุกคืน

เรื่องเล่านี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในบ้านริมน้ำ ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของบุคคลจริง และไม่ได้หมายความว่าบ้านทุกหลังในพื้นที่ถูกน้ำท่วม

ป้าวรรณอาศัยอยู่ในบ้านไม้ยกใต้ถุนสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งปากเกร็ดมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่ บ้านของป้าอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำ เพราะสร้างมาก่อนที่จะมีคันกั้นน้ำถาวร ทุกปีช่วงปลายฝนต้นหนาว ป้าคุ้นเคยกับการที่น้ำขึ้นสูงในตอนกลางคืนแล้วลดลงในตอนสาย แต่ปีนี้เมื่อได้รับข้อความเตือนภัยทางโทรศัพท์ในคืนวันที่ 29 กันยายน ป้าก็รู้ทันทีว่าต้องเตรียมตัวมากกว่าทุกปี

ลูกชายของป้าช่วยยกตู้เย็น ถังข้าวสาร และเครื่องซักผ้าที่วางไว้ใต้ถุนขึ้นไปไว้บนชานบ้าน ส่วนกระถางต้นไม้ ไม้กวาด รองเท้า และกล่องเก็บของเก่า ป้ายกขึ้นชั้นวางที่สูงขึ้น ในคืนที่น้ำทะเลหนุนสูงที่สุด น้ำในแม่น้ำเอ่อขึ้นมาจนท่วมพื้นปูนใต้ถุนและลานหน้าบ้านลึกราวตาตุ่ม พร้อมพัดพาผักตบชวา เศษไม้ ขวดพลาสติก และตะกอนดินเข้ามาด้วย

สิ่งที่ป้าสังเกตได้ในวันต่อมาคือ แม้น้ำจะลดลงตอนเช้า แต่พื้นใต้ถุนไม่เคยแห้งสนิท มีคราบโคลนบาง ๆ เกาะตามขาโต๊ะ เสาบ้าน และขอบผนังห้องน้ำชั้นล่าง กลิ่นอับชื้นลอยขึ้นมาถึงชั้นบนทุกครั้งที่ลมสงบ หลานวัยสามขวบที่ชอบวิ่งเล่นใต้ถุนเริ่มมีผื่นคันที่ขา ป้าจึงพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านก่อน แล้วตั้งใจว่าจะจัดการบ้านให้เรียบร้อย

เมื่อระดับน้ำเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ลูกชายของป้าโทรศัพท์หา WHD เพื่อถามว่าควรเริ่มต้นตรงไหน ทีมงานอธิบายว่าสิ่งแรกที่ต้องทำคือตักโคลน ทิ้งของที่แช่น้ำและซักล้างไม่ได้ ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดกับน้ำยาทำความสะอาด เปิดบ้านให้แห้ง จากนั้นจึงนัดพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อลดเชื้อโรคบนพื้นผิวที่มือและเท้าของเด็กสัมผัสบ่อย

เรื่องของป้าวรรณสะท้อนสิ่งที่บ้านริมน้ำในนนทบุรีจำนวนไม่น้อยต้องคิดในปีนี้ แม้จังหวัดจะไม่ได้อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบของ ปภ. แต่บ้านที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำก็อาจมีน้ำเข้าเป็นช่วง ๆ ตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง และน้ำที่เข้ามาแม้เพียงตื้น ๆ ก็พาเชื้อโรคจากแม่น้ำ ท่อระบายน้ำ และดินโคลนเข้ามาทิ้งไว้ในบ้านได้เหมือนกัน

น้ำท่วมนนทบุรี 2569: ข้อมูลล่าสุดจากรายงาน ปภ. และรายงานข่าว

ข้อมูลในหัวข้อนี้มาจากแหล่งที่ระบุวันที่ชัดเจนเท่านั้น และควรอ่านเป็นภาพ ณ วันที่ระบุ เพราะสถานการณ์น้ำเปลี่ยนไปทุกวัน หากต้องการข้อมูลล่าสุดของพื้นที่บ้านตนเอง ควรติดตามประกาศจากศูนย์ ปภ. นนทบุรี และหน่วยงานท้องถิ่นโดยตรง

  • ไม่อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ: ตามรายงานสถานการณ์ของ ปภ. วันที่ 4, 6 และ 7 ตุลาคม 2569 ซึ่งระบุจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ไม่มีชื่อจังหวัดนนทบุรีอยู่ในรายชื่อ จึงไม่มีตัวเลขอำเภอ ตำบล หรือครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบของนนทบุรีจากรายงานชุดนี้
  • คำเตือนวันที่ 29 กันยายน 2569: ตามรายงานข่าวของกรุงเทพธุรกิจและมติชน ปภ. ส่งข้อความเตือนภัยแบบ Cell Broadcast ไปยังพื้นที่อำเภอเมืองนนทบุรี อำเภอปากเกร็ด และอำเภอบางกรวย โดยเน้นพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา
  • ช่วงเฝ้าระวัง 29 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2569: ศูนย์ ปภ. นนทบุรีแจ้งเตือนว่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจสูงขึ้นราว 0.20 ถึง 0.40 เมตร เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 2,200 ถึง 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ร่วมกับน้ำทะเลหนุน
  • ลุ่มเจ้าพระยาตอนบน: ตามข้อมูลที่ไทยพีบีเอสรายงาน กรมชลประทานระบุว่าเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำราว 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงวันที่ 4 ถึง 6 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดในภาคกลางลงมาก่อนถึงนนทบุรีและกรุงเทพฯ

สิ่งที่ข้อมูลเหล่านี้บอกเราคือ ความเสี่ยงของนนทบุรีในปีนี้ไม่ได้กระจายทั่วทั้งจังหวัด แต่กระจุกอยู่ที่บ้าน ชุมชน วัด ร้านค้า และท่าเรือที่ตั้งอยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำขึ้นลงตามจังหวะการระบายน้ำจากทางเหนือและน้ำทะเลหนุนจากทางใต้ บ้านกลุ่มนี้อาจเจอน้ำเข้ามาเป็นช่วง ๆ หลายวันติดกัน แม้ระดับน้ำจะไม่สูงมาก แต่การที่พื้นเปียกแล้วแห้ง แล้วกลับมาเปียกใหม่ซ้ำ ๆ คือสภาพที่เชื้อราและแบคทีเรียชอบที่สุด

นอกจากบ้านริมน้ำแล้ว ช่วงปลายเดือนกันยายนกรุงเทพฯ ที่อยู่ติดกันมีฝนตกหนักจนน้ำขังหลายเขต บ้านในนนทบุรีที่อยู่ในซอยระบายน้ำช้าและเคยมีน้ำฝนเอ่อเข้ามาถึงโรงรถหรือห้องชั้นล่าง แม้จะไม่ถูกนับเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบในรายงานของ ปภ. ก็ควรใช้หลักเดียวกัน คือล้างให้สะอาด ทำให้แห้ง และพิจารณาพ่นฆ่าเชื้อในจุดที่คนในบ้านสัมผัสบ่อย

บทความนี้จึงไม่ได้ต้องการทำให้ใครตื่นตระหนก และไม่ได้อ้างว่านนทบุรีถูกน้ำท่วมทั้งจังหวัด แต่ต้องการให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาสำหรับคนที่บ้านเคยมีน้ำเข้า ว่าควรฟื้นฟูบ้านอย่างไรให้ปลอดภัย และเมื่อไรที่การพ่นฆ่าเชื้อจะช่วยได้จริง

ภาพรวมน้ำท่วมทั้งประเทศ ตามรายงาน ปภ. 7 ตุลาคม 2569

เพื่อให้เห็นว่านนทบุรีอยู่ตรงไหนในภาพใหญ่ ตามรายงานของ ปภ. ข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ซึ่งเผยแพร่ผ่านกรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอส มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน หรือ 3,160,972 คน โดย ปภ. ระบุสาเหตุว่ามาจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ร่วมกับน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ

เมื่อเทียบกับข้อมูลวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ที่ไทยพีบีเอสรายงานไว้ 154 อำเภอ 1,209 ตำบล 1,171,165 ครัวเรือน และข้อมูลวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพธุรกิจรายงานไว้ 126 อำเภอ 999 ตำบล 1,149,285 ครัวเรือน จะเห็นว่าจำนวนอำเภอและตำบลลดลง แต่จำนวนครัวเรือนยังไม่ได้ลดลงมาก เพราะบางจังหวัดน้ำลดลง ขณะที่อีกหลายจังหวัดระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น

จังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ตามรายงาน ปภ. 7 ต.ค. ได้แก่ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ส่วนกรุงเทพมหานครมีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน ในแนวโน้มลดลง และ ปภ. ยังติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับคนนนทบุรี ข้อมูลนี้สำคัญเพราะจังหวัดอยู่ระหว่างพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานีทางตอนบน กับกรุงเทพฯ ทางตอนล่าง น้ำจากลุ่มเจ้าพระยาที่ระบายลงมาต้องไหลผ่านนนทบุรีก่อนออกสู่ทะเล ดังนั้นแม้นนทบุรีจะไม่อยู่ในรายชื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบ แต่บ้านริมน้ำนอกคันกั้นน้ำก็ควรเตรียมตัวและเฝ้าระวังต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูง

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ: สถานการณ์ล่าสุด

เขตหลักสี่อยู่ติดกับนนทบุรีทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ และเป็นทางผ่านของถนนสายหลักที่คนนนทบุรีใช้เดินทางทุกวัน ทั้งถนนงามวงศ์วาน ถนนแจ้งวัฒนะ และถนนวิภาวดีรังสิต ในเหตุการณ์ฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน 2569 เขตหลักสี่เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชัดเจน ข้อมูลที่ตรวจสอบได้มีดังนี้

  • หนึ่งใน 15 เขตผลกระทบระดับสูง: ตามข้อมูลของกรุงเทพมหานครที่เผยแพร่ในช่วงวันที่ 29 ถึง 30 กันยายน 2569 หลักสี่อยู่ในกลุ่ม 15 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ซึ่งครอบคลุม 748 ชุมชน ร่วมกับเขตคลองสามวา คันนายาว จตุจักร บางเขน บางกะปิ บึงกุ่ม ประเวศ มีนบุรี ลาดกระบัง วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง สายไหม และหนองจอก
  • 26 กันยายน 2569: ไทยพีบีเอสรายงานว่าถนนงามวงศ์วานมีน้ำขังราว 12.5 เซนติเมตร และถนนแจ้งวัฒนะราว 10.3 เซนติเมตร ในวันเดียวกัน ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. แจ้งว่าแยกพงษ์เพชรบนถนนงามวงศ์วาน และถนนแจ้งวัฒนะช่วงแยกหลักสี่ถึงศูนย์ราชการฯ เป็นจุดที่รถเล็กห้ามผ่าน
  • 27 กันยายน 2569: ถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณหน้าสถานีไทยพีบีเอสในเขตหลักสี่ รถเล็กผ่านไม่ได้
  • 28 กันยายน 2569 เวลา 09.27 น.: สำนักการระบายน้ำวัดระดับน้ำที่ถนนงามวงศ์วาน แยกพงษ์เพชรได้ 32.8 เซนติเมตร และบริเวณใกล้ซอยชินเขตได้ 23.2 เซนติเมตร
  • 3 ตุลาคม 2569: ไทยโพสต์รายงานว่าถนนงามวงศ์วานและถนนแจ้งวัฒนะแห้งแล้ว การสัญจรกลับสู่ภาวะปกติ

แม้ถนนสายหลักของหลักสี่จะแห้งแล้วตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม แต่ภายในซอยย่อย หมู่บ้าน และอาคารพาณิชย์ที่น้ำเคยเข้า ยังมีงานฟื้นฟูอีกมาก ร้านอาหารริมถนนงามวงศ์วาน ห้องแถวในซอยชินเขต และหอพักใกล้ถนนแจ้งวัฒนะ ล้วนเป็นพื้นที่ที่คนเข้าออกจำนวนมาก การปล่อยให้คราบน้ำเสียค้างอยู่บนพื้น ชั้นวางสินค้า หรือห้องน้ำ อาจทำให้เชื้อโรคแพร่ต่อไปยังลูกค้าและผู้เช่าได้

สำหรับคนที่ทำงานในหลักสี่แต่บ้านอยู่ในนนทบุรี หรือกลับกัน การฟื้นฟูทั้งบ้านและที่ทำงานพร้อมกันมักทำให้เหนื่อยและสับสนว่าควรเริ่มตรงไหน หลักที่ใช้ได้ทั้งสองที่คือ เอาโคลนออก ล้างพื้นผิว ทำให้แห้ง แล้วพ่นฆ่าเชื้อในจุดที่คนสัมผัสบ่อย WHD สามารถนัดหมายพ่นฆ่าเชื้อให้ทั้งบ้านในนนทบุรีและอาคารในเขตหลักสี่ได้ โดยสอบถามรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 เพื่อจัดคิวตามความพร้อมของพื้นที่

ข้อควรรู้เพิ่มเติมคือ หลักสี่อยู่ใกล้กับถนนวิภาวดีรังสิตและย่านดอนเมือง ซึ่งเป็นเส้นทางที่น้ำเคยขังช่วงปลายเดือนกันยายน หากอาคารของคุณอยู่ในซอยที่ระบายน้ำช้า ควรตรวจดูพื้นห้องเก็บของ ห้องเครื่อง และลานจอดรถใต้ดินเป็นพิเศษ เพราะเป็นจุดที่น้ำค้างนานและคนมักลืมทำความสะอาด

น้ำท่วมบ้านริมน้ำนนทบุรีทิ้งเชื้อโรคอะไรไว้บ้าง

น้ำที่เข้ามาในบ้านริมแม่น้ำไม่ได้เป็นน้ำสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผสมกันจากหลายแหล่ง ทั้งน้ำในแม่น้ำ น้ำจากท่อระบายน้ำที่ไหลย้อนกลับเมื่อระดับน้ำสูง น้ำจากบ่อเกรอะหรือถังบำบัดที่เอ่อล้น และตะกอนดินที่สะสมสิ่งปนเปื้อนมาตลอดทาง องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) แนะนำตรงกันว่า พื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมควรถือว่าปนเปื้อน ต้องทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ เชื้อโรคที่มักพบหลังน้ำท่วมแบ่งได้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้

1. แบคทีเรียจากน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล

แบคทีเรียกลุ่มที่มาจากลำไส้ของคนและสัตว์ เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) มักปะปนมากับน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล เมื่อน้ำลดลง เชื้อเหล่านี้อาจค้างอยู่บนพื้นครัว เคาน์เตอร์ ขอบอ่างล้างจาน และพื้นห้องน้ำ หากมือสัมผัสพื้นผิวเหล่านี้แล้วนำเข้าปาก หรือใช้ภาชนะที่ยังไม่ได้ล้างให้สะอาด อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

2. เชื้อฉี่หนูจากดินโคลนและน้ำขัง

โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูเกิดจากแบคทีเรียที่ปนอยู่ในปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด เชื้อสามารถอยู่ในน้ำขังและดินที่ชื้นแฉะได้ และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน บ้านริมน้ำที่มีใต้ถุน โรงเก็บของ หรือลานดินเป็นจุดที่หนูชอบหลบมาก กรมควบคุมโรคแนะนำว่าผู้ที่มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง หลังลุยน้ำหรือย่ำโคลน ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ ไม่ควรซื้อยากินเอง

3. ไวรัสที่ติดต่อผ่านมือและพื้นผิว

ไวรัสบางกลุ่ม เช่น โนโรไวรัสที่ทำให้ท้องร่วงและอาเจียน และไวรัสที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากในเด็ก ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสพื้นผิวแล้วเอามือเข้าปาก ในช่วงหลังน้ำท่วมที่ครอบครัวมักอยู่รวมกันในพื้นที่จำกัด ใช้ห้องน้ำร่วมกัน และยังทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง โอกาสที่เชื้อจะแพร่จากคนหนึ่งไปอีกคนจึงสูงขึ้น ส่วนไวรัสทางเดินหายใจอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่ก็มักระบาดในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาวที่อากาศเปลี่ยน

4. เชื้อราและกลิ่นอับ

บ้านไม้และผนังปูนที่ดูดน้ำไว้จะเริ่มมีเชื้อราขึ้นได้ภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง หากไม่ได้ทำให้แห้ง ตามคำแนะนำของ CDC เชื้อราทำให้เกิดคราบดำหรือเขียวตามผนัง ขอบประตู ใต้ตู้ และพื้นไม้ พร้อมกลิ่นอับที่ไม่ยอมหายไป สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ สปอร์ของเชื้อราอาจทำให้ไอ จาม คัดจมูก หรือหายใจไม่สะดวก บ้านริมน้ำที่เปียกแล้วแห้งซ้ำหลายรอบตามจังหวะน้ำขึ้นลงยิ่งมีความเสี่ยงเรื่องนี้มาก

เชื้อที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับความเสี่ยงหลังน้ำท่วม ไม่ได้หมายความว่าบ้านทุกหลังในนนทบุรีจะพบเชื้อทุกชนิด และการพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาโรค หากคนในบ้านมีอาการผิดปกติ ควรพบแพทย์เป็นอันดับแรก

ถ้าไม่จัดการเชื้อโรคหลังน้ำลด บ้านในนนทบุรีจะเจออะไร

หลายครอบครัวคิดว่าเมื่อน้ำลดแล้วทุกอย่างก็จบ แต่ความจริงแล้วปัญหาหลายอย่างเพิ่งเริ่มต้น ผลกระทบที่มักพบเมื่อปล่อยให้เชื้อโรคและความชื้นค้างอยู่ในบ้าน มีดังนี้

  • สุขภาพของคนในบ้าน: เด็กเล็กที่คลานหรือเดินเท้าเปล่า ผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันลดลง หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เป็นกลุ่มที่เจ็บป่วยง่ายที่สุดเมื่อบ้านยังมีเชื้อค้างอยู่ อาการที่พบบ่อยคือท้องร่วง ผื่นคัน ระคายเคืองตา และอาการภูมิแพ้กำเริบ
  • ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย: เชื้อราที่ไม่ได้จัดการตั้งแต่แรกจะลามเข้าไปในเนื้อไม้ ฝ้าเพดาน และวอลเปเปอร์ ทำให้ต้องรื้อเปลี่ยนวัสดุที่จริง ๆ แล้วอาจเก็บไว้ได้ ค่าซ่อมแซมจึงสูงกว่าการดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้น
  • เวลาที่เสียไป: การล้างบ้านซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นไม่หาย หรือการพาสมาชิกในบ้านไปหาหมอบ่อย ๆ ทำให้เสียวันทำงานและเวลาของครอบครัว
  • ธุรกิจและชื่อเสียง: ร้านอาหารริมน้ำ ร้านกาแฟริมท่าเรือ และโฮมสเตย์ในย่านเกาะเกร็ดหรือริมเจ้าพระยา หากลูกค้าได้กลิ่นอับหรือเห็นคราบเชื้อรา ความเชื่อมั่นจะลดลงทันที
  • ความกังวลของครอบครัว: หลายบ้านไม่กล้าให้ลูกหลานกลับมาอยู่ชั้นล่าง ไม่กล้าใช้ครัว และไม่แน่ใจว่าบ้านปลอดภัยแล้วหรือยัง ความไม่แน่ใจนี้ทำให้ชีวิตไม่กลับสู่ปกติเสียที

ผลกระทบทั้งหมดนี้ลดลงได้มาก หากจัดลำดับการฟื้นฟูบ้านให้ถูกตั้งแต่วันแรก คือ ความปลอดภัยของคนก่อน ตามด้วยเอาน้ำและโคลนออก ล้างทำความสะอาด ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อ

ล้างบ้านแล้วทำไมยังต้องพ่นฆ่าเชื้อ: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยหลังน้ำลดในนนทบุรี

การล้างบ้านคือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและต้องทำก่อนเสมอ แต่หลายบ้านพบว่าล้างแล้วกลิ่นยังไม่หาย เด็กยังมีผื่น หรือเชื้อรากลับมาขึ้นใหม่ สาเหตุมักมาจากข้อผิดพลาดเหล่านี้

  1. ล้างแค่ส่วนที่มองเห็น: พื้นกลางห้องสะอาดแล้ว แต่ซอกหลังตู้ ขอบบัวผนัง ใต้บันได และร่องกระเบื้องยังมีตะกอนค้าง ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อสะสมมากที่สุด
  2. ใช้น้ำยาผิดวิธี: ผสมน้ำยาเข้มข้นเกินไปหรือผสมหลายชนิดรวมกัน ซึ่งอาจเกิดไอระเหยที่เป็นอันตราย หรือเจือจางเกินไปจนไม่ได้ผล บางบ้านเช็ดแล้วล้างน้ำออกทันที ทำให้น้ำยาไม่ได้สัมผัสพื้นผิวนานพอ
  3. ปิดบ้านทั้งที่ยังชื้น: ล้างเสร็จแล้วรีบปิดประตูหน้าต่างเพราะกลัวยุงหรือฝุ่น ความชื้นจึงค้างอยู่ข้างใน เป็นสภาพที่เชื้อราเติบโตได้ดี
  4. ใช้น้ำหอมกลบกลิ่น: สเปรย์ปรับอากาศและธูปหอมช่วยให้กลิ่นดีขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดต้นตอของกลิ่นที่มาจากเชื้อราและแบคทีเรีย
  5. ทาสีทับคราบเชื้อรา: การทาสีใหม่ทับผนังที่ยังชื้นและมีเชื้อราอยู่ข้างใต้ ทำให้คราบกลับมาโผล่ภายในไม่กี่สัปดาห์
  6. ลืมจุดสัมผัสร่วม: ลูกบิดประตู ราวบันได สวิตช์ไฟ ก๊อกน้ำ และโต๊ะกินข้าว เป็นจุดที่ทุกคนในบ้านจับซ้ำทุกวัน แต่มักถูกล้างเพียงผ่าน ๆ

การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมที่มีอุปกรณ์และน้ำยาเฉพาะทาง จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยเก็บรายละเอียดหลังจากล้างเสร็จ โดยละอองน้ำยาเข้าถึงซอกมุมที่ผ้าเช็ดเข้าไม่ถึง และครอบคลุมพื้นที่กว้างได้สม่ำเสมอกว่าการเช็ดด้วยมือ แต่ต้องย้ำว่าการพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แทนที่การล้างโคลนและการทำให้บ้านแห้ง พื้นผิวที่ยังมีโคลนเกาะหนาจะทำให้น้ำยาสัมผัสเชื้อได้ไม่ทั่วถึง

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นนทบุรี ของ WHD ทำงานอย่างไร

ตามข้อมูลบริการของ WHD ทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้วิธีพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองขนาดเล็กที่กระจายตัวได้ทั่วพื้นที่ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าน้ำยานี้ฆ่าเชื้อได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น โควิด-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการทดสอบที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

สำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่หน้าบริการระบุ เช่น เชื้อฉี่หนูหรืออีโคไล WHD ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อเหล่านี้ในบทความนี้ เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และ WHO กับ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม หากต้องการข้อมูลผลทดสอบของเชื้อชนิดใดเป็นการเฉพาะ สามารถขอเอกสารจาก WHD ได้โดยตรง

ขั้นตอนการทำงานสำหรับบ้านหลังน้ำลดในนนทบุรี มีดังนี้

  1. สอบถามและสำรวจ: ติดต่อผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 แจ้งที่ตั้ง ขนาดพื้นที่ ระดับที่น้ำเคยขึ้น และส่งรูปห้องที่ต้องการพ่น ทีมงานจะประเมินและแนะนำว่าควรเตรียมอะไรบ้าง
  2. เอาโคลนออกและล้างให้สะอาด: เจ้าของบ้านหรือทีมทำความสะอาดตักโคลน ทิ้งของที่แช่น้ำและซักล้างไม่ได้ ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดกับน้ำยาทำความสะอาด เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่: ช่างจะแบ่งพื้นที่เป็นโซน เช่น ใต้ถุน ชั้นล่าง ครัว ห้องน้ำ และห้องนอน เก็บอาหาร ภาชนะใส่อาหาร และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น
  4. คนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่: ระหว่างพ่น ทุกคนรวมถึงสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น เพื่อหลีกเลี่ยงการสูดละอองน้ำยา
  5. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นและ/หรือพ่นละอองฝอย ULV ให้ทั่วพื้นผิว โดยเน้นจุดที่น้ำเคยท่วมถึงและจุดสัมผัสร่วม
  6. รอและกลับเข้าใช้: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงกลับเข้าใช้พื้นที่ตามปกติ โดยให้ทำตามเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้งในหน้างานจริง ซึ่งอาจต่างกันตามขนาดพื้นที่และการระบายอากาศ

WHD มีที่ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 และไม่มีสาขาในนนทบุรี การให้บริการในนนทบุรีจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์หรือไลน์ วันและเวลาขึ้นอยู่กับคิวงานและความพร้อมของพื้นที่ จึงควรติดต่อล่วงหน้า ส่วนราคาจะแจ้งหลังจากประเมินพื้นที่แล้ว ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าที่ใช้บริการจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรี และสามารถขอใบกำกับภาษีได้ สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้า บริการพ่นฆ่าเชื้อ

เรื่องสารตกค้าง ควรเข้าใจให้ตรงกันว่าน้ำยาฆ่าเชื้อทุกชนิดอาจมีส่วนที่เหลืออยู่บนพื้นผิวหลังพ่น จึงควรเช็ดล้างพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรง เช่น เขียง โต๊ะเตรียมอาหาร และของเล่นที่เด็กเอาเข้าปาก ด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน ตามคำแนะนำของช่าง

10 เหตุผลที่บ้านริมน้ำและกิจการในนนทบุรีควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. น้ำริมแม่น้ำไม่ใช่น้ำสะอาด น้ำที่เอ่อเข้าบ้านนอกคันกั้นน้ำผสมทั้งน้ำเสีย ตะกอน และสิ่งปฏิกูล พื้นผิวที่โดนน้ำจึงควรได้รับการฆ่าเชื้อหลังล้างเสร็จ
  2. น้ำขึ้นลงหลายรอบ บ้านที่เปียกแล้วแห้งซ้ำตามจังหวะน้ำทะเลหนุน มีความชื้นสะสมมากกว่าบ้านที่ท่วมครั้งเดียว เชื้อราจึงขึ้นง่ายกว่า
  3. เข้าถึงซอกมุมที่ผ้าเช็ดไม่ถึง ละอองฝอยแบบ ULV กระจายเข้าไปในร่อง ขอบบัว ใต้บันได และหลังตู้ ซึ่งเป็นจุดที่เชื้อมักค้าง
  4. ปกป้องกลุ่มเสี่ยงในบ้าน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งมักใช้ชีวิตอยู่ชั้นล่างของบ้าน จะได้กลับมาใช้พื้นที่ได้อย่างมั่นใจขึ้น
  5. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H ที่หน้าบริการระบุว่าใช้ในโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
  6. ครอบคลุมเชื้อหลายกลุ่ม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ น้ำยาครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา หลากหลายสายพันธุ์ เหมาะกับสภาพบ้านหลังน้ำท่วมที่มีเชื้อปะปนกันหลายแหล่ง
  7. กลับเข้าใช้พื้นที่ได้เร็ว ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น เหมาะกับร้านค้าและร้านอาหารริมน้ำที่ต้องกลับมาเปิดให้บริการ โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้งเป็นหลัก
  8. ช่างผ่านการฝึกอบรม ทีมงานรู้ว่าต้องพ่นจุดไหน ใช้ปริมาณเท่าไร และต้องเตรียมพื้นที่อย่างไร ลดความเสี่ยงจากการใช้น้ำยาผิดวิธี
  9. ช่วยลดความกังวลของครอบครัว การปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อช่วยให้คนในบ้านรู้สึกว่าได้ทำครบทุกขั้นตอนแล้ว และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น
  10. นัดหมายง่ายและขอใบกำกับภาษีได้ ติดต่อผ่าน 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 ได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ฟรี ตามโปรโมชันที่ระบุในหน้า บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

เปรียบเทียบก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • พื้นใต้ถุนและชั้นล่างมีคราบตะกอนบาง ๆ ตามขอบผนัง
  • กลิ่นอับชื้นลอยขึ้นมาถึงห้องนอนชั้นบน
  • ไม่แน่ใจว่าครัวและห้องน้ำปลอดภัยสำหรับเด็กหรือยัง
  • จุดดำเริ่มขึ้นตามขอบประตูไม้และใต้ตู้
  • ต้องล้างซ้ำหลายรอบแต่ยังไม่มั่นใจ

หลังล้างและพ่นฆ่าเชื้อ

  • พื้นผิวที่น้ำเคยท่วมถึงได้รับการฆ่าเชื้อทั่วถึง
  • จุดสัมผัสร่วมได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
  • มีแผนเฝ้าระวังเชื้อราและความชื้นต่อเนื่อง
  • ครอบครัวกลับมาใช้ชั้นล่างได้อย่างมั่นใจขึ้น
  • รู้ขั้นตอนดูแลบ้านหากน้ำขึ้นอีกในรอบถัดไป

ผลลัพธ์ในแต่ละบ้านขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ระยะเวลาที่น้ำแช่ และความละเอียดของการล้างก่อนพ่น การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างที่เสียหายหรือความชื้นที่ฝังลึกในผนัง หากพบเชื้อราลามเป็นบริเวณกว้าง ควรปรึกษาช่างซ่อมแซมร่วมด้วย

กรณีตัวอย่าง: ร้านข้าวแกงริมท่าน้ำนนท์ หลังน้ำหนุนเข้าหลังร้าน

กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยในร้านอาหารริมน้ำ ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

พี่นกเปิดร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ในย่านท่าน้ำนนท์ ด้านหลังร้านเป็นพื้นที่ล้างจานและเก็บวัตถุดิบที่อยู่ต่ำกว่าระดับหน้าร้านเล็กน้อย ในช่วงที่มีคำเตือนน้ำขึ้น น้ำจากท่อระบายน้ำหลังร้านไหลย้อนขึ้นมาท่วมพื้นครัวด้านหลังจนต้องปิดร้านไปสองวัน เมื่อน้ำลด พี่นกกับลูกจ้างช่วยกันขัดพื้น ล้างชั้นวาง และทิ้งวัตถุดิบที่แช่น้ำทั้งหมด

ปัญหาคือร้านอาหารต้องการความมั่นใจมากกว่าบ้านทั่วไป เพราะลูกค้าหลายสิบคนนั่งกินทุกวัน พี่นกจึงติดต่อ WHD ผ่านไลน์ @whd268 ส่งรูปครัวด้านหลังให้ดู ทีมงานแนะนำให้ล้างท่อระบายน้ำในครัว ทำความสะอาดตู้เย็นและชั้นวางให้เสร็จ จากนั้นนัดพ่นฆ่าเชื้อหลังร้านปิดในตอนบ่าย พี่นกเก็บภาชนะและอาหารไว้ในตู้ปิดมิดชิด ลูกจ้างทุกคนออกจากร้านระหว่างพ่น และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง

หลังพ่น พี่นกเช็ดโต๊ะเตรียมอาหารและเขียงด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งตามคำแนะนำ ก่อนเริ่มเตรียมของสำหรับวันรุ่งขึ้น สิ่งที่พี่นกบอกว่าได้มากที่สุดไม่ใช่แค่ความสะอาด แต่คือการได้รู้ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้อง หากน้ำขึ้นอีกในปีหน้า ร้านจะเตรียมตัวได้เร็วกว่าเดิม

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมนนทบุรีและหลักสี่

ก่อนลงมือทำความสะอาด

  • ตัดไฟชั้นล่างหรือจุดที่เคยโดนน้ำ และให้ช่างไฟฟ้าตรวจก่อนเปิดใช้
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากอนามัย หากมีแผลที่มือหรือเท้าให้ปิดแผลให้มิดชิด
  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน ก่อนขนของออก
  • ให้เด็ก ผู้สูงอายุ และสัตว์เลี้ยงอยู่ห่างจากพื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำความสะอาด

ระหว่างทำความสะอาด

  • ตักโคลนและตะกอนออกให้หมด รวมถึงในร่องประตูและท่อระบายน้ำ
  • ทิ้งอาหาร ยา และเครื่องสำอางที่โดนน้ำ รวมถึงฟูก หมอน และพรมที่แช่น้ำนานจนซักไม่ได้
  • ล้างพื้น ผนัง และเฟอร์นิเจอร์ด้วยน้ำสะอาดกับน้ำยาทำความสะอาด ห้ามผสมน้ำยาหลายชนิดรวมกัน
  • เปิดประตูหน้าต่าง ใช้พัดลมช่วยให้บ้านแห้งเร็วที่สุด

ก่อนวันพ่นฆ่าเชื้อ

  • เก็บอาหาร ภาชนะ แปรงสีฟัน และของเล่นเด็กไว้ในตู้หรือกล่องปิดสนิท
  • ย้ายตู้ปลาหรือกรงสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ หรือปิดคลุมตามที่ช่างแนะนำ
  • แจ้งช่างว่าจุดไหนน้ำขึ้นถึงสูงสุด และจุดไหนที่เด็กหรือผู้สูงอายุใช้บ่อย
  • เตรียมพื้นที่รอด้านนอกสำหรับทุกคนในบ้านระหว่างพ่น

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าบ้านตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
  • เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งาน
  • สังเกตความชื้นและจุดเชื้อราใหม่ทุกสัปดาห์ในช่วงหนึ่งเดือนแรก
  • หากคนในบ้านมีไข้ ท้องร่วง ผื่น หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ให้พบแพทย์ทันที
  • สำหรับบ้านที่ทำงานอยู่ในเขตหลักสี่ ให้ใช้เช็กลิสต์เดียวกันกับที่ทำงาน โดยเน้นห้องเก็บของ ห้องน้ำรวม และลานจอดรถที่น้ำเคยขัง

คำถามที่พบบ่อยเรื่องบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นนทบุรี

ถาม: นนทบุรีน้ำท่วมในปี 2569 หรือไม่
ตอบ: ตามรายงาน ปภ. วันที่ 4, 6 และ 7 ตุลาคม 2569 นนทบุรีไม่อยู่ในรายชื่อจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ แต่มีการแจ้งเตือนพื้นที่นอกคันกั้นน้ำริมเจ้าพระยาในอำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และบางกรวย เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ควรติดตามประกาศล่าสุดจากศูนย์ ปภ. นนทบุรี

ถาม: บ้านโดนน้ำแค่ตาตุ่ม จำเป็นต้องพ่นฆ่าเชื้อไหม
ตอบ: ระดับน้ำไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว น้ำตื้นที่มาจากท่อระบายน้ำหรือแม่น้ำก็พาเชื้อมาได้ หากน้ำเคยเข้าครัว ห้องน้ำ หรือพื้นที่ที่เด็กเล่น ควรล้างให้สะอาดและพิจารณาพ่นฆ่าเชื้อในจุดนั้น

ถาม: ต้องล้างบ้านก่อนหรือเรียกช่างมาพ่นเลย
ตอบ: ต้องเอาโคลนออกและล้างบ้านก่อนเสมอ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนหลังจากทำความสะอาดแล้ว ไม่ใช่การแทนที่การล้าง

ถาม: ต้องออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีหลังพ่น แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างเทคนิคแจ้งในหน้างานจริง ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่นระหว่างทำงาน

ถาม: น้ำยาที่ใช้คืออะไร ปลอดภัยไหม
ตอบ: WHD ใช้ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ควรใช้ตามขั้นตอนที่ช่างกำหนด ออกจากพื้นที่ระหว่างพ่น และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้ ดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่หน้า น้ำยาฆ่าเชื้อ CHEMGENE HLD4H

ถาม: WHD มีสาขาในนนทบุรีหรือไม่
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ไม่มีสาขาในนนทบุรี การให้บริการจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 วันและเวลาขึ้นอยู่กับคิวงาน

ถาม: ราคาเท่าไร
ตอบ: ราคาขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ จำนวนโซน และสภาพหน้างาน ทีมงานจะแจ้งหลังประเมินจากข้อมูลและรูปถ่ายที่ส่งมา

ถาม: อาคารในเขตหลักสี่ใช้บริการได้ไหม
ตอบ: ได้ ทั้งบ้าน ร้านค้า สำนักงาน และหอพักในเขตหลักสี่ สามารถนัดหมายผ่านช่องทางเดียวกัน

ล้างบ้านริมน้ำเสร็จแล้ว ให้ WHD ช่วยพ่นฆ่าเชื้อปิดงาน

บ้านในนนทบุรีและอาคารในเขตหลักสี่ที่เคยมีน้ำเข้า ปรึกษาทีมงานเพื่อประเมินพื้นที่และนัดหมายพ่นฆ่าเชื้อด้วย CHEMGENE HLD4H

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

  • กรมประชาสัมพันธ์: ปภ. รายงานสถานการณ์น้ำท่วม ข้อมูล ณ 7 ต.ค. 2569 https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/548715
  • ไทยพีบีเอส 7 ต.ค. 2569: https://www.thaipbs.or.th/news/content/559271
  • ไทยพีบีเอส 4 ต.ค. 2569 (ภาพรวมประเทศ): https://www.thaipbs.or.th/news/content/559135
  • ไทยพีบีเอส (การระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา): https://www.thaipbs.or.th/news/content/559147
  • กรุงเทพธุรกิจ (คำเตือนนนทบุรี 29 ก.ย. 2569): https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1254212
  • มติชน (ศูนย์ ปภ. นนทบุรีเตือนน้ำเจ้าพระยา): https://www.matichon.co.th/local/news_5911870
  • กรุงเทพธุรกิจ (ข้อมูล ปภ. 6 ต.ค. 2569): https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1255230
  • โพสต์ทูเดย์ (15 เขตผลกระทบระดับสูง 30 ก.ย. 2569): https://www.posttoday.com/general-news/749679
  • ไทยพีบีเอส (จุดน้ำท่วมขัง 26 ก.ย. 2569): https://www.thaipbs.or.th/news/content/558579
  • ไทยพีบีเอส (ระดับน้ำถนนงามวงศ์วาน แจ้งวัฒนะ): https://www.thaipbs.or.th/news/content/558585
  • ไทยพีบีเอส (วิภาวดีฯ หน้าไทยพีบีเอส 27 ก.ย. 2569): https://www.thaipbs.or.th/news/content/558662
  • สยามรัฐ (ระดับน้ำ 28 ก.ย. 2569): https://siamrath.co.th/quality-of-life/324664
  • ไทยโพสต์ (ถนนแห้ง 3 ต.ค. 2569): https://www.thaipost.net/x-cite-news/1081554/
  • CDC Floods: https://www.cdc.gov/floods/
  • WHO Fact sheets: https://www.who.int/news-room/fact-sheets
  • กรมควบคุมโรค: https://ddc.moph.go.th/

#พ่นฆ่าเชื้อนนทบุรี #น้ำท่วมนนทบุรี #พ่นฆ่าเชื้อหลักสี่ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #พ่นฆ่าเชื้อปากเกร็ด

คำค้นหา: บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม นนทบุรี, พ่นฆ่าเชื้อนนทบุรี, น้ำท่วมนนทบุรี 2569, พ่นฆ่าเชื้อปากเกร็ด, น้ำท่วมบางกรวย, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด, พ่นฆ่าเชื้อหลักสี่, น้ำท่วมหลักสี่ 2569, CHEMGENE HLD4H, บริการพ่นฆ่าเชื้อ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้