พ่นฆ่าเชื้อ ถนนวิภาวดีรังสิต หลังน้ำท่วม 2569: น้ำขังหลายช่วงตั้งแต่ห้วยขวางถึงหลักสี่ ทิ้งเชื้อโรคไว้ในคอนโด สำนักงาน และลานจอดรถ พร้อมสถานการณ์น้ำท่วมปทุมธานีล่าสุด

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  1 จำนวนผู้เข้าชม  | 

พ่นฆ่าเชื้อ ถนนวิภาวดีรังสิต หลังน้ำท่วม 2569: น้ำขังหลายช่วงตั้งแต่ห้วยขวางถึงหลักสี่ ทิ้งเชื้อโรคไว้ในคอนโด สำนักงาน และลานจอดรถ พร้อมสถานการณ์น้ำท่วมปทุมธานีล่าสุด

พ่นฆ่าเชื้อ ถนนวิภาวดีรังสิต หลังน้ำท่วม 2569: น้ำขังหลายช่วงตั้งแต่ห้วยขวางถึงหลักสี่ ทิ้งเชื้อโรคไว้ในคอนโด สำนักงาน และลานจอดรถ พร้อมสถานการณ์น้ำท่วมปทุมธานีล่าสุด

ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมใจกลางกรุงเทพฯ กับดอนเมือง รังสิต และจังหวัดปทุมธานี ในช่วงฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน 2569 ถนนเส้นนี้มีรายงานน้ำท่วมขังหลายช่วง ตั้งแต่ช่วงเขตห้วยขวาง หน้าสำนักงานเขตจตุจักร ไปจนถึงช่วงหลักสี่และดอนเมือง กรุงเทพมหานครแจ้งเตือนเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 ว่า "ถ.วิภาวดี (หน้าเขตจตุจักร-การบินไทย)" เป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง รถเล็กห้ามผ่าน แม้ถนนอาจกลับมาสัญจรได้แล้ว แต่คอนโด สำนักงาน หอพัก และอาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตที่น้ำเคยไหลเข้าลานจอดรถและชั้นล่าง ยังต้องจัดการเชื้อโรคที่น้ำทิ้งไว้ บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงตามรายงานข่าว อธิบายเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เหตุผลที่การล้างอย่างเดียวยังไม่พอ และขั้นตอน บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) หลังทำความสะอาดเสร็จ พร้อมหัวข้อเฉพาะเรื่องจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีครัวเรือนได้รับผลกระทบมากที่สุดของประเทศเมื่อไม่นับกรุงเทพฯ ตามรายงาน ปภ. วันที่ 7 ตุลาคม 2569

กรณีตัวอย่าง: นิติบุคคลคอนโดริมถนนวิภาวดีรังสิต กับลานจอดรถที่น้ำเพิ่งลด

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมขังริมถนนสายหลัก ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง และไม่ได้อ้างถึงอาคารที่มีอยู่จริง

คุณเอกเป็นผู้จัดการนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมขนาดกลางแห่งหนึ่งในซอยริมถนนวิภาวดีรังสิต ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นคนทำงานที่ใช้ถนนเส้นนี้เดินทางไปทำงานในเมืองและไปสนามบินดอนเมือง ช่วงปลายเดือนกันยายน ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ถนนหน้าซอยกลายเป็นแอ่งน้ำ น้ำจากถนนไหลลงทางลาดเข้าลานจอดรถชั้นล่างของอาคาร ปั๊มสูบน้ำทำงานไม่ทัน รถหลายคันต้องย้ายขึ้นไปจอดบนชั้นที่สูงกว่า ห้องขยะ ห้องเครื่องปั๊ม และห้องเก็บของของนิติบุคคลแช่น้ำอยู่หลายวัน

เมื่อน้ำลด แม่บ้านช่วยกันฉีดน้ำล้างตะกอน กวาดขยะที่ลอยมากับน้ำ และราดน้ำยาทำความสะอาดทั่วลานจอดรถ แต่ภายในหนึ่งสัปดาห์ คุณเอกเริ่มได้รับข้อความจากผู้พักอาศัยในกลุ่มไลน์ของอาคาร บางคนบ่นว่าลานจอดรถยังมีกลิ่นท่อ บางคนถามว่าลิฟต์ที่ทุกคนใช้หลังลุยน้ำกลับบ้านได้รับการฆ่าเชื้อแล้วหรือยัง และมีคุณแม่คนหนึ่งเล่าว่าลูกมีอาการท้องเสียหลังจากเล่นที่ลานหน้าอาคาร แม้จะยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่ความกังวลก็กระจายไปทั่วอาคาร

คุณเอกตัดสินใจเสนอคณะกรรมการให้ทำงานเป็นขั้นตอน เริ่มจากรื้อของที่เสียหายในห้องเก็บของทิ้ง ล้างลานจอดรถ ห้องขยะ และห้องเครื่องอีกรอบด้วยน้ำผสมผงซักฟอก เปิดพัดลมระบายอากาศให้แห้ง แล้วจ้างทีมพ่นฆ่าเชื้อมืออาชีพให้เข้ามาพ่นพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมด ได้แก่ ลานจอดรถ ทางลาด ห้องขยะ ล็อบบี้ ลิฟต์ และทางเดินชั้นล่าง โดยแจ้งผู้พักอาศัยล่วงหน้าให้งดใช้พื้นที่ตามช่วงเวลาที่ช่างกำหนด

หลังเสร็จงาน คุณเอกประกาศในกลุ่มไลน์ว่าพื้นที่ส่วนกลางผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อแล้ว พร้อมแนะนำให้ผู้ที่มีอาการผิดปกติไปพบแพทย์ ความชัดเจนนี้ช่วยลดความกังวลของผู้พักอาศัย และคณะกรรมการก็มีใบกำกับภาษีไว้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายของนิติบุคคล อาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตจำนวนมากมีลานจอดรถชั้นล่างหรือชั้นใต้ดินลักษณะเดียวกัน และควรคิดเรื่องฆ่าเชื้อแบบเดียวกันหลังน้ำลด

น้ำท่วมถนนวิภาวดีรังสิต 2569: จุดและช่วงที่มีรายงาน

ส่วนนี้สรุปเฉพาะข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิง ระบุวันที่ไว้ทุกข้อ ระดับน้ำคือระดับน้ำบนถนน ณ เวลาที่รายงาน ไม่ใช่ระดับน้ำในอาคารแต่ละแห่ง

  • 25 กันยายน 2569: ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงเขตห้วยขวาง มีน้ำขังราว 10 ถึง 15 เซนติเมตร เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร
  • 26 กันยายน 2569: ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร แจ้งเตือนให้ "ถ.วิภาวดี (หน้าเขตจตุจักร-การบินไทย)" เป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง รถเล็กห้ามผ่าน
  • 26 กันยายน 2569: ช่วงกองทัพอากาศดอนเมืองถึงแยกหลักสี่ ขาเข้า มีน้ำขังราว 40 เซนติเมตร
  • 27 กันยายน 2569: ช่วงหน้าไทยพีบีเอส ในเขตหลักสี่ รถเล็กผ่านไม่ได้เป็นระยะทางราว 2 กิโลเมตร โดยรายงานระบุว่างานก่อสร้างกีดขวางทางระบายน้ำ
  • 28 ถึง 29 กันยายน 2569: ขาออก บริเวณแยกกำแพงเพชร 6 มีน้ำขังตั้งแต่ 20 เซนติเมตรขึ้นไป

บริบทที่เกี่ยวข้องคือ ฝนช่วงวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 ตกสูงสุดของกรุงเทพฯ ที่เขตจตุจักร 210.0 มิลลิเมตร และทั้งเขตจตุจักรกับเขตหลักสี่ ซึ่งถนนวิภาวดีรังสิตตัดผ่าน อยู่ในรายชื่อ 15 เขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูงตามข้อมูลของกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 29 ถึง 30 กันยายน 2569 ซึ่งมีชุมชนได้รับผลกระทบรวม 748 ชุมชน

ข้อควรทราบคือ เราไม่พบรายงานระดับน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 บทความนี้จึงไม่ได้อ้างว่าถนนยังมีน้ำท่วมขังอยู่ในขณะนี้ ผู้อ่านควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของกรุงเทพมหานครก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเมื่อ กทม. แจ้งให้เตรียมรับมือฝนรอบใหม่ในช่วงวันที่ 10 ถึง 13 ตุลาคม 2569

ทำไมอาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตต้องใส่ใจเรื่องฆ่าเชื้อ

ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นแนวที่มีอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม หอพัก โรงแรม ร้านอาหาร และหน่วยงานจำนวนมากตั้งอยู่ต่อเนื่องเป็นระยะทางยาว อาคารเหล่านี้มักมีลานจอดรถชั้นล่างหรือชั้นใต้ดิน ซึ่งรับน้ำจากถนนผ่านทางลาดโดยตรง เมื่อน้ำขังหลายช่วงและหลายวัน น้ำที่ไหลลงลานจอดรถจะพาตะกอน คราบน้ำมัน และน้ำเสียจากท่อระบายเข้ามาด้วย ลานจอดรถยังเป็นจุดแรกที่ทุกคนเดินผ่านก่อนขึ้นลิฟต์ เชื้อโรคจากพื้นจึงถูกพาขึ้นไปยังล็อบบี้ ทางเดิน และห้องพักได้ง่าย

อีกเรื่องหนึ่งคือ ผู้คนจำนวนมากที่ทำงานริมถนนวิภาวดีรังสิตเดินทางมาจากดอนเมือง รังสิต และปทุมธานีทุกวัน หลายคนต้องรับมือกับน้ำท่วมทั้งที่บ้านและที่ทำงานในเวลาเดียวกัน การฆ่าเชื้อสำนักงานอย่างเป็นระบบจึงช่วยลดความเสี่ยงที่พนักงานจะนำเชื้อโรคจากที่ทำงานกลับไปยังบ้านที่เพิ่งผ่านน้ำท่วมมาเช่นกัน

ตัวเลขน้ำท่วมทั้งประเทศ ตามรายงาน ปภ. 7 ตุลาคม 2569

ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอสเผยแพร่ในวันเดียวกัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (3,160,972 คน) ในจำนวนนี้เป็นกรุงเทพมหานคร 329,000 ครัวเรือน ซึ่งมีแนวโน้มลดลง ปภ. ระบุสาเหตุว่ามาจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ

จังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นตามรายงาน ปภ. 7 ต.ค. ได้แก่ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ส่วนนครนายกมีระดับน้ำทรงตัวในวันที่ 6 และ 7 ตุลาคม ไทยพีบีเอสรายงานว่า ปภ. ยังติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมปทุมธานี: สถานการณ์ล่าสุด

ถนนวิภาวดีรังสิตเป็นเส้นทางที่ชาวปทุมธานีจำนวนมากใช้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ทุกวัน ส่วนนี้สรุปสถานการณ์น้ำท่วมปทุมธานีตามข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิง พร้อมแนวทางพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลดสำหรับบ้านในหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนริมคลอง

  • ปภ. 7 ตุลาคม 2569: ปทุมธานีได้รับผลกระทบ 7 อำเภอ ได้แก่ ธัญบุรี เมืองปทุมธานี สามโคก คลองหลวง ลำลูกกา หนองเสือ และลาดหลุมแก้ว รวม 60 ตำบล 507 หมู่บ้าน 246,818 ครัวเรือน ซึ่งเป็นจำนวนครัวเรือนมากที่สุดของประเทศเมื่อไม่นับกรุงเทพฯ และเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นตามรายงาน ปภ. 7 ต.ค. เทียบกับวันที่ 4 ตุลาคม ที่มี 169,724 ครัวเรือน
  • 6 ตุลาคม 2569 เวลา 07.37 น.: ไทยพีบีเอสรายงานว่า บางชุมชนในอำเภอหนองเสือถูกน้ำท่วมนานเกินสองสัปดาห์ โดยมีแผนระบายน้ำผ่านคลอง 14 และคลอง 13 ลงคลองหกวาสายล่าง
  • 6 ตุลาคม 2569: ในอำเภอคลองหลวง หมู่บ้านพฤกษา 12 ถูกน้ำท่วมนาน 10 วัน กระทบกว่า 3,000 ครัวเรือน และมีการสูบน้ำต่อเนื่องตามแนวคลองรังสิตประยูรศักดิ์

ตัวเลขที่เพิ่มจาก 169,724 ครัวเรือนในวันที่ 4 ตุลาคม เป็น 246,818 ครัวเรือนในวันที่ 7 ตุลาคม แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ในปทุมธานียังไม่คลี่คลาย หลายพื้นที่ยังอยู่ระหว่างระบายน้ำ ระยะเวลาที่น้ำท่วมขังนานสิบวันถึงกว่าสองสัปดาห์ ทำให้บ้านในหมู่บ้านจัดสรรมีโอกาสเกิดเชื้อราในผนัง ฝ้า และเฟอร์นิเจอร์สูงมาก และน้ำที่ขังนานมักเน่าเสีย มีสิ่งปฏิกูลจากบ่อเกรอะปะปน

แนวทางสำหรับบ้านในหมู่บ้านจัดสรรและชุมชนริมคลองในปทุมธานี

ขณะที่น้ำยังไม่ลด ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ติดตามประกาศของจังหวัดและ ปภ. อย่างใกล้ชิด เมื่อน้ำลดและเข้าบ้านได้อย่างปลอดภัย ให้ตรวจระบบไฟฟ้าก่อน ขนโคลนและของที่เสียหายออก ตัดผนังเบาหรือฝ้าที่บวมน้ำและขึ้นรา ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดผสมผงซักฟอก เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเทจนแห้ง จากนั้นจึงพ่นฆ่าเชื้อ โดยเน้นห้องชั้นล่าง ห้องครัว ห้องน้ำ และพื้นที่ที่น้ำขังนาน สำหรับหมู่บ้านที่มีบ้านหลายหลังได้รับผลกระทบพร้อมกัน นิติบุคคลหมู่บ้านอาจรวบรวมความต้องการแล้วนัดหมายเป็นกลุ่ม เพื่อให้การวางแผนงานสะดวกขึ้น

WHD มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 และไม่มีสาขาในจังหวัดปทุมธานี หากต้องการใช้บริการในปทุมธานี สามารถติดต่อนัดหมายเป็นรายกรณีผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะสอบถามขนาดพื้นที่ สภาพหลังน้ำลด และความพร้อมของการทำความสะอาดก่อนยืนยันวันเข้างานตามคิว

น้ำขังบนถนนวิภาวดีรังสิตพาเชื้อโรคอะไรเข้าอาคาร

น้ำที่ท่วมขังบนถนนสายหลักและไหลลงลานจอดรถไม่ใช่น้ำฝนธรรมดา แต่เป็นน้ำที่ผ่านพื้นถนน ท่อระบายน้ำ บ่อพัก และพื้นที่ก่อสร้าง จึงปะปนทั้งตะกอนดิน คราบน้ำมัน ขยะ และน้ำเสีย องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ถือว่าน้ำท่วมทุกชนิดอาจปนเปื้อนเชื้อโรค และให้ทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำ

แบคทีเรียในลานจอดรถ ห้องขยะ และห้องน้ำชั้นล่าง

เมื่อท่อระบายน้ำเต็ม น้ำเสียจะไหลย้อนเข้าห้องน้ำชั้นล่างและบ่อพักของอาคาร แบคทีเรียจากลำไส้ เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) จึงติดค้างตามพื้นลานจอดรถ ห้องขยะ และห้องน้ำ หากมือสัมผัสพื้นผิวเหล่านี้แล้วนำเข้าปาก อาจเกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีไข้ ห้องขยะที่น้ำท่วมยังเป็นแหล่งที่หนูชอบอาศัย ทำให้เสี่ยงต่อเชื้อเลปโตสไปรา (Leptospira) ต้นเหตุโรคฉี่หนู พนักงานทำความสะอาดและแม่บ้านที่ล้างพื้นที่เหล่านี้ควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือยางเสมอ หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ

ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา รวมถึงซัลโมเนลลา สำหรับอีโคไลและเลปโตสไปรา บทความนี้ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ แต่ทั้งสองอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการเอกสารผลทดสอบเฉพาะเชื้อ สามารถสอบถาม WHD ได้

ไวรัสบนจุดสัมผัสร่วมในสำนักงานและคอนโด

อาคารสำนักงานและคอนโดริมถนนวิภาวดีรังสิตมีจุดที่คนจำนวนมากสัมผัสร่วมกันทุกวัน เช่น ปุ่มลิฟต์ ราวบันได ประตูทางเข้า เครื่องสแกนบัตร และโต๊ะประชาสัมพันธ์ ไวรัสที่ติดต่อผ่านพื้นผิวจึงแพร่ได้ง่าย โดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้ท้องเสีย เช่น โนโรไวรัส (Norovirus) และโรตาไวรัส (Rotavirus) และไวรัสทางเดินหายใจที่พบบ่อยในฤดูฝน เช่น ไข้หวัดใหญ่และอาร์เอสวี (RSV) ส่วนเด็กเล็กในคอนโดเสี่ยงต่อโรคมือเท้าปาก ตามข้อมูลบริการ น้ำยาที่ WHD ใช้ระบุว่าครอบคลุม COVID-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก และหน้าผลิตภัณฑ์ระบุโนโรไวรัสไว้ สำหรับโรตาไวรัสให้ถือว่าอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม และสอบถามข้อมูลผลทดสอบได้

เชื้อราในพรมสำนักงาน ผนังเบา และห้องเก็บเอกสาร

สำนักงานชั้นล่างมักปูพรม ใช้ผนังเบา และมีห้องเก็บเอกสารที่วางกล่องไว้กับพื้น วัสดุเหล่านี้ดูดน้ำและเก็บความชื้นได้นาน CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดโอกาสเกิดเชื้อรา หากปล่อยไว้นาน มักพบคราบดำหรือเขียวตามขอบผนังเบาและใต้พรม ร่วมกับกลิ่นอับที่กระจายไปตามระบบปรับอากาศ ทำให้พนักงานมีอาการภูมิแพ้ ไอ จาม คัดจมูก หรือระคายเคืองตา พรมและผนังเบาที่ชื้นลึกหรือขึ้นราควรรื้อเปลี่ยน การพ่นฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิวที่ยังใช้งานต่อได้หลังล้างและทำให้แห้งแล้ว

ถ้าไม่ฆ่าเชื้อหลังน้ำลด อาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตจะเจออะไร

สุขภาพ: ผู้พักอาศัยและพนักงานอาจมีอาการท้องเสีย ผื่น ระคายเคืองผิว หรือภูมิแพ้กำเริบ กลุ่มที่ต้องระวังที่สุดคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว หากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสน้ำท่วม ควรไปพบแพทย์

ค่าใช้จ่าย: เชื้อราที่ลุกลามในพรม ผนังเบา และฝ้า ทำให้ต้องรื้อและซ่อมแซมเป็นวงกว้างในภายหลัง ซึ่งแพงกว่าการจัดการตั้งแต่ต้น

การทำงาน: พนักงานที่ป่วยหรือไม่มั่นใจในความสะอาดของสำนักงาน ทำให้บริษัทเสียประสิทธิภาพการทำงานในช่วงที่ต้องเร่งฟื้นฟูธุรกิจหลังน้ำท่วม

ภาพลักษณ์: สำหรับนิติบุคคลคอนโดและผู้บริหารอาคาร ความสะอาดของลานจอดรถและพื้นที่ส่วนกลางหลังน้ำท่วมคือสิ่งที่ผู้พักอาศัยใช้ประเมินการบริหารงาน ข้อร้องเรียนในกลุ่มไลน์ของอาคารกระจายได้เร็วมาก

ครอบครัว: คนทำงานที่เดินทางจากปทุมธานีหรือดอนเมือง อาจนำเชื้อโรคจากที่ทำงานกลับบ้านซึ่งก็เพิ่งผ่านน้ำท่วมมาเช่นกัน การฆ่าเชื้อที่ทำงานจึงช่วยลดภาระให้ครอบครัวอีกทาง

ล้างแล้วทำไมยังต้องฆ่าเชื้อ: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในอาคารริมถนนสายหลัก

การล้างกับการฆ่าเชื้อเป็นคนละขั้นตอน การล้างกำจัดโคลนและคราบที่มองเห็นได้ ส่วนการฆ่าเชื้อลดเชื้อโรคที่ยังเหลืออยู่บนพื้นผิวหลังล้าง ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในอาคารขนาดใหญ่มีดังนี้

  1. ฉีดน้ำแรงดันสูงล้างลานจอดรถโดยไม่ป้องกันตัว: ละอองน้ำที่ปนเชื้ออาจฟุ้งเข้าตาและจมูก ผู้ทำงานควรสวมหน้ากาก แว่นป้องกัน ถุงมือ และรองเท้าบูท
  2. ราดน้ำยาฟอกขาวบนคราบโคลน: สารฟอกขาวเสื่อมฤทธิ์เมื่อเจอสิ่งสกปรกจำนวนมาก และไอระเหยในลานจอดรถที่อากาศถ่ายเทน้อยทำให้ระคายเคืองทางเดินหายใจ ห้ามผสมกับแอมโมเนียหรือน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด
  3. ล้างเฉพาะลานจอดรถ ลืมห้องขยะ ห้องเครื่อง และลิฟต์: จุดเหล่านี้คือที่ที่น้ำขังนานที่สุดหรือคนสัมผัสบ่อยที่สุด
  4. เปิดแอร์ปิดห้องทั้งที่พรมยังชื้น: เชื้อราจะเติบโตใต้พรมและในผนังเบา และกลิ่นอับจะกระจายไปตามระบบปรับอากาศ
  5. ใช้น้ำหอมกลบกลิ่นในล็อบบี้: ช่วยได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้จัดการจุลินทรีย์และความชื้นที่เป็นต้นเหตุ

ลำดับที่ถูกต้องคือ ขนตะกอนและของเสียหายออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อด้วยวิธีที่เข้าถึงพื้นที่กว้างและซอกมุมได้ทั่วถึง

บริการพ่นฆ่าเชื้อ ถนนวิภาวดีรังสิต ของ WHD ทำงานอย่างไร

ตามข้อมูลบริการ ทีมช่างของ WHD ผ่านการฝึกอบรม ใช้ทั้งการฉีดพ่นและการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ที่ให้ละอองขนาดเล็กกระจายไปตามพื้นผิวในพื้นที่กว้างอย่างลานจอดรถและล็อบบี้ได้ทั่วถึง น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา อ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019

ลำดับงานสำหรับคอนโด สำนักงาน และหอพักริมถนนวิภาวดีรังสิต

  1. สำรวจพื้นที่: แจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์หรือ LINE ส่งภาพ ระบุระดับน้ำที่เคยท่วม ขนาดพื้นที่ และประเภทอาคาร เช่น ลานจอดรถ สำนักงาน หรือพื้นที่ส่วนกลางของคอนโด
  2. ขนโคลนและล้างก่อน: ทีมอาคารหรือแม่บ้านขนตะกอนและของเสียหายออก ล้างพื้นผิว และปล่อยให้แห้งตามสมควร เพราะการพ่นฆ่าเชื้อได้ผลดีบนพื้นผิวที่สะอาด
  3. แบ่งโซนและวางแผนเวลา: ช่างแบ่งพื้นที่ เช่น ลานจอดรถ ห้องขยะ ห้องเครื่อง ล็อบบี้ ลิฟต์ และสำนักงาน และวางเวลาให้กระทบการใช้งานน้อยที่สุด เช่น นอกเวลาทำการหรือวันหยุด
  4. เตรียมพื้นที่: คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่จะพ่น เก็บอาหารและของใช้ส่วนตัว และคลุมอุปกรณ์ที่ไม่ควรสัมผัสความชื้น
  5. พ่นฆ่าเชื้อ: ฉีดพ่นหรือพ่นละอองฝอย ULV ทั่วพื้นผิว เน้นจุดที่น้ำเคยท่วมและจุดสัมผัสร่วม เช่น ปุ่มลิฟต์ ราวจับ และประตูทางเข้า
  6. รอและกลับเข้าใช้งาน: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ และปฏิบัติตามเวลาที่ช่างแจ้ง น้ำยาฆ่าเชื้ออาจมีสารคงเหลือบนพื้นผิวได้ จึงควรเปิดระบายอากาศ และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำของช่าง

WHD ให้บริการลูกค้าหลายกลุ่ม ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ออกใบกำกับภาษีได้ และมีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE กับทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ วันเข้างานยืนยันตามคิวหลังคุยรายละเอียด ไม่ได้รับประกันการเข้างานภายในวันเดียวกัน และราคาประเมินตามขนาดและสภาพพื้นที่ หากห้องพักหรือห้องประชุมยังมีกลิ่นอับหลังพ่นฆ่าเชื้อ สามารถสอบถาม บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริมได้

10 เหตุผลที่อาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. ถนนวิภาวดีรังสิตมีรายงานน้ำขังหลายช่วงระหว่าง 25 ถึง 29 กันยายน 2569 น้ำจากถนนที่ไหลลงลานจอดรถควร ล้างแล้วพ่นฆ่าเชื้อ ให้ครบ
  2. ช่วงดอนเมืองถึงแยกหลักสี่ขาเข้ามีน้ำราว 40 เซนติเมตรเมื่อ 26 กันยายน สูงพอให้น้ำไหลลงทางลาดของอาคาร
  3. ลานจอดรถคือทางผ่านแรกของทุกคนก่อนขึ้นลิฟต์ การฆ่าเชื้อจุดนี้ลดการพาเชื้อขึ้นอาคาร
  4. ห้องขยะและห้องเครื่องเป็นจุดที่น้ำขังนานและไม่ค่อยมีคนเข้าไปดู
  5. การพ่นละอองฝอย ULV เหมาะกับพื้นที่กว้างและซอกมุมที่เช็ดไม่ทั่ว
  6. CHEMGENE HLD4H ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  7. ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีก็กลับมาใช้พื้นที่ได้ตามที่ช่างแจ้ง อาคารไม่ต้องปิดนาน
  8. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกสำหรับนิติบุคคลและบริษัท
  9. เตรียมพร้อมก่อนฝนรอบใหม่ที่ กทม. แจ้งให้เฝ้าระวังช่วง 10 ถึง 13 ตุลาคม 2569
  10. นัดหมายง่ายผ่าน หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทั้งอาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตและบ้านในปทุมธานี

เปรียบเทียบก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ลานจอดรถมีคราบตะกอนและกลิ่นท่อ
  • ห้องขยะและห้องเครื่องยังชื้นและมีกลิ่นเหม็น
  • ผู้พักอาศัยถามเรื่องความสะอาดของลิฟต์ในกลุ่มไลน์
  • พรมสำนักงานชั้นล่างมีกลิ่นอับ
  • พนักงานไม่มั่นใจที่จะกลับเข้าทำงาน

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • พื้นที่ผ่านการล้าง ทำให้แห้ง และพ่นฆ่าเชื้อครบตามลำดับ
  • จุดที่น้ำขังนานและจุดสัมผัสร่วมได้รับการพ่นทั่วถึง
  • นิติบุคคลแจ้งผู้พักอาศัยได้อย่างชัดเจน
  • วัสดุที่เสียหายถูกรื้อ พื้นผิวที่เหลือผ่านการฆ่าเชื้อ
  • มีใบกำกับภาษีเป็นหลักฐานการดูแลอาคาร

เช็กลิสต์สำหรับอาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตและบ้านในปทุมธานี

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ให้ช่างไฟฟ้าตรวจตู้ไฟ ปั๊มน้ำ และระบบไฟฟ้าในลานจอดรถที่เคยแช่น้ำ
  • ผู้ทำความสะอาดสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง หน้ากาก และแว่นป้องกัน
  • ขนตะกอน ขยะ และของเสียหายออกจากลานจอดรถ ห้องเก็บของ และห้องขยะ
  • ล้างพื้นและผนังด้วยน้ำสะอาดผสมผงซักฟอก แล้วเปิดระบายอากาศให้แห้ง
  • รื้อพรม ผนังเบา และฝ้าที่ชื้นลึกหรือขึ้นรา
  • ทิ้งอาหารและเครื่องดื่มที่สัมผัสน้ำท่วม
  • แจ้งผู้พักอาศัยหรือพนักงานล่วงหน้าเรื่องวันและเวลาที่จะพ่น

ระหว่างและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • ให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่นจนกว่าช่างจะแจ้งให้กลับเข้าได้
  • เก็บอาหาร ภาชนะ และของใช้ส่วนตัวให้มิดชิดก่อนพ่น
  • หลังครบเวลาที่ช่างแจ้ง เปิดระบายอากาศ และเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาด
  • ติดตามความชื้นในผนังและพรม หากกลิ่นอับกลับมา ให้ตรวจหาน้ำซึมหรือท่อรั่ว
  • ล้างมือด้วยสบู่หลังทำความสะอาด และไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติ
  • ติดตามประกาศ กทม. และ ปภ. เรื่องฝนรอบใหม่และระดับน้ำในปทุมธานี

คำถามที่พบบ่อยเรื่องพ่นฆ่าเชื้อถนนวิภาวดีรังสิตหลังน้ำท่วม

ถนนวิภาวดีรังสิตยังมีน้ำท่วมอยู่หรือไม่

ข้อมูลที่มีแหล่งอ้างอิงคือรายงานน้ำขังระหว่างวันที่ 25 ถึง 29 กันยายน 2569 เราไม่พบรายงานระดับน้ำบนถนนนี้ในช่วงต้นเดือนตุลาคม จึงยืนยันสถานะปัจจุบันไม่ได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของ กทม. ก่อนเดินทาง

นิติบุคคลจองพ่นเฉพาะลานจอดรถและพื้นที่ส่วนกลางได้หรือไม่

ได้ สามารถกำหนดขอบเขต เช่น ลานจอดรถ ทางลาด ห้องขยะ ห้องเครื่อง ล็อบบี้ และลิฟต์ ทีมงานจะประเมินและแบ่งโซนให้เหมาะกับการใช้งานของอาคาร

ต้องล้างก่อนพ่นหรือไม่

ต้องล้างก่อน ขนโคลนและของเสียหายออก ล้าง ทำให้แห้งตามสมควร แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ น้ำยาทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด

ระหว่างพ่นต้องออกจากพื้นที่หรือไม่

ต้องออก คนและสัตว์เลี้ยงควรอยู่นอกโซนที่พ่น ตามข้อมูลบริการ ปกติรอประมาณ 30 นาที และให้กลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง

มีบริการในจังหวัดปทุมธานีหรือไม่

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในปทุมธานี แต่สามารถนัดหมายเป็นรายกรณีผ่าน 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 วันเข้างานขึ้นกับคิว สภาพพื้นที่ และระดับน้ำในขณะนั้น

พ่นฆ่าเชื้อแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่หรือไม่

ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในอาคาร ไม่ได้รักษาโรค ผู้ที่มีไข้ ท้องเสีย ผื่น หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์

ล้างเสร็จแล้ว ให้ WHD พ่นฆ่าเชื้ออาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตต่อ

คอนโด สำนักงาน หอพัก และอาคารริมถนนวิภาวดีรังสิตในเขตจตุจักร หลักสี่ และดอนเมือง รวมถึงบ้านในจังหวัดปทุมธานี ปรึกษาขอบเขตงานและนัดหมายได้ทุกวัน

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อวิภาวดี #น้ำท่วมวิภาวดี #พ่นฆ่าเชื้อปทุมธานี #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #พ่นฆ่าเชื้อวิภาวดีรังสิต #น้ำท่วมปทุมธานี

คำค้นหา: พ่นฆ่าเชื้อ ถนนวิภาวดีรังสิต, พ่นฆ่าเชื้อวิภาวดี, น้ำท่วมวิภาวดีรังสิต 2569, น้ำท่วมถนนวิภาวดี, พ่นฆ่าเชื้อจตุจักร หลักสี่, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อปทุมธานี, น้ำท่วมปทุมธานี 2569, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้