บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตสวนหลวง หลังน้ำท่วม 2569: ฟื้นสำนักงาน คอนโด และบ้านริมถนนพัฒนาการให้กลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจ พร้อมอัปเดตน้ำท่วมสมุทรสงคราม

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  4 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตสวนหลวง หลังน้ำท่วม 2569: ฟื้นสำนักงาน คอนโด และบ้านริมถนนพัฒนาการให้กลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจ พร้อมอัปเดตน้ำท่วมสมุทรสงคราม

บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตสวนหลวง หลังน้ำท่วม 2569: ฟื้นสำนักงาน คอนโด และบ้านริมถนนพัฒนาการให้กลับมาใช้งานได้อย่างมั่นใจ พร้อมอัปเดตน้ำท่วมสมุทรสงคราม

ถนนพัฒนาการคือภาพจำของน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 เมื่อเช้าวันที่ 28 กันยายน 2569 แยกศรีนครินทร์บนถนนพัฒนาการมีน้ำขังสูงที่สุดของกรุงเทพมหานครในช่วงเวลานั้น และ เขตสวนหลวง ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง ทั้งที่เมื่อปี 2554 พื้นที่นี้ไม่ได้ถูกน้ำท่วม วันนี้น้ำบนถนนลดลงมากแล้ว แต่ในอาคารสำนักงาน ล็อบบี้คอนโดมิเนียม ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ร้านค้า และบ้านในซอยย่อย ยังมีความชื้น คราบโคลน และเชื้อโรคที่ตกค้างอยู่ บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงพร้อมวันที่อ้างอิง อธิบายเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม เหตุผลที่การล้างอย่างเดียวยังไม่พอ และขั้นตอน บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) รวมถึงหัวข้อเฉพาะเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นตามรายงานของ ปภ. วันที่ 7 ตุลาคม 2569

น้ำท่วมเขตสวนหลวง 2569: ลำดับเหตุการณ์จากรายงานข่าว

เขตสวนหลวงมีลักษณะเป็นย่านผสม มีทั้งถนนสายหลักที่เต็มไปด้วยอาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม มหาวิทยาลัย และหมู่บ้านจัดสรรในซอยลึก เมื่อเกิดน้ำท่วม ความเสียหายจึงกระจายไปหลายรูปแบบ ข้อมูลต่อไปนี้มาจากรายงานข่าวที่อ้างอิงหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร โดยระบุวันที่กำกับไว้ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน

  • 26 กันยายน 2569: ท็อปนิวส์รายงานว่าผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครประกาศให้แขวงอ่อนนุช แขวงพัฒนาการ และแขวงสวนหลวง เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย
  • 27 กันยายน 2569: เดอะบางกอกอินไซต์รายงานว่าถนนพัฒนาการช่วงหน้ามหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตถึงโลตัสพัฒนาการ มีน้ำท่วมสูงระดับเอว
  • 28 กันยายน 2569 เวลา 09.27 น.: ข้อมูลที่สยามรัฐเผยแพร่ระบุว่าถนนพัฒนาการ แยกศรีนครินทร์ มีน้ำขัง 44.4 เซนติเมตร ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของกรุงเทพมหานครในเช้าวันนั้น
  • 4 ตุลาคม 2569: สยามรัฐรายงานว่าเขตสวนหลวงมีฝนตกสูงสุดของกรุงเทพฯ ในวันนั้นที่ 42.5 มิลลิเมตร ถนนศรีนครินทร์ช่วงถนนกำแพงเพชร 7 มีน้ำขัง 10 เซนติเมตร และถนนพัฒนาการช่วงแยกศรีนครินทร์มีน้ำขัง 7 เซนติเมตร
  • 15 เขตผลกระทบระดับสูง: ตามประกาศของกรุงเทพมหานครวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่สื่อรายงานเมื่อ 30 กันยายน 2569 มีเขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง 15 เขต ครอบคลุม 748 ชุมชน และเขตสวนหลวงเป็นหนึ่งในนั้น
  • เปรียบเทียบกับปี 2554: การวิเคราะห์ของ Rocket Media Lab ที่ประชาไทเผยแพร่วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ระบุว่าสวนหลวงไม่ได้ถูกน้ำท่วมในปี 2554 แต่ในปี 2569 อยู่ในระดับผลกระทบสูง

ลำดับเหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าน้ำท่วมในสวนหลวงไม่ได้จบในวันเดียว แต่มีทั้งช่วงที่น้ำสูงระดับเอว และช่วงที่ฝนรอบใหม่ทำให้มีน้ำขังซ้ำในวันที่ 4 ตุลาคม อาคารที่ต้องรับน้ำซ้ำหลายรอบจะมีความชื้นสะสมในผนังและพื้นนานกว่าปกติ ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อราและแบคทีเรียเติบโตได้ดี

ในระดับเมือง กรุงเทพมหานครประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ข้อมูลของ ปภ. ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพฯ มีครัวเรือนได้รับผลกระทบประมาณ 329,000 ครัวเรือน และมีแนวโน้มลดลง ขณะที่มีรายงานว่ากรุงเทพมหานครเตรียมรับฝนรอบใหม่ช่วงวันที่ 10 ถึง 13 ตุลาคม 2569 การฟื้นฟูอาคารให้แห้งและสะอาดก่อนฝนรอบหน้าจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน

ตัวเลขน้ำท่วมทั่วประเทศ ข้อมูล ปภ. ณ 7 ตุลาคม 2569

กรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอสเผยแพร่ข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน ครัวเรือนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน (3,160,972 คน) ปภ. ระบุสาเหตุว่ามาจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ และน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ

จังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นตามรายงานของ ปภ. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ได้แก่ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ส่วนนครนายกมีระดับน้ำทรงตัวในวันที่ 6 และ 7 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ไทยพีบีเอสรายงานว่า ปภ. ยังติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับข้อมูลวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพธุรกิจรายงานไว้ 1,149,285 ครัวเรือน จะเห็นว่าจำนวนครัวเรือนรวมยังขยับขึ้นเล็กน้อย สะท้อนว่าการฟื้นฟูหลังน้ำลดจะเป็นงานต่อเนื่องอีกหลายสัปดาห์

กรณีตัวอย่าง: สำนักงานชั้นล่างริมถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง

หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำท่วมในย่านอาคารพาณิชย์ของกรุงเทพฯ ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

คุณต้นเป็นเจ้าของบริษัทออกแบบขนาดเล็กที่เช่าอาคารพาณิชย์สามชั้นริมถนนพัฒนาการ ชั้นล่างเป็นห้องรับรองลูกค้าและห้องประชุม ชั้นบนเป็นโต๊ะทำงานของพนักงานราวสิบห้าคน ช่วงปลายเดือนกันยายน น้ำบนถนนพัฒนาการสูงขึ้นเร็วมากจนรถยนต์ทั่วไปผ่านไม่ได้ น้ำขุ่นจากถนนไหลเข้ามาท่วมชั้นล่างสูงเกือบครึ่งแข้ง พรมในห้องประชุม โซฟาผ้าในห้องรับรอง และผนังยิปซัมช่วงล่างอมน้ำไว้ทั้งหมด

หลังน้ำลด คุณต้นจ้างแม่บ้านมาล้างพื้นและเช็ดผนัง ทิ้งพรมและโซฟาที่เสียหาย แล้วเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลาเพื่อไล่ความชื้น ทุกอย่างดูเรียบร้อย แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน พนักงานหลายคนเริ่มบ่นว่าชั้นล่างมีกลิ่นอับ บางคนจามและคัดจมูกทุกครั้งที่ลงมาประชุม และเริ่มเห็นจุดดำเล็ก ๆ ขึ้นตามขอบผนังยิปซัม ในเวลาเดียวกันมีพนักงานสองคนลาป่วยเพราะท้องเสียติดกัน ทำให้ทุกคนกังวลว่าออฟฟิศยังไม่ปลอดภัยจริง

คุณต้นจึงติดต่อ WHD ทีมงานแนะนำให้เริ่มจากการแก้ต้นเหตุก่อน คือ ตัดผนังยิปซัมส่วนที่อมน้ำและขึ้นราออก ทำความสะอาดโครงผนังและพื้นให้ทั่ว ให้แห้งสนิท จากนั้นจึงนัดพ่นฆ่าเชื้อในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อไม่ให้กระทบการทำงาน ทีมช่างแบ่งโซนห้องประชุม ห้องรับรอง ห้องน้ำ และมุมกาแฟ พ่นครอบคลุมพื้น ผนังช่วงล่าง โต๊ะ ลูกบิด และราวบันได พนักงานทุกคนอยู่นอกอาคารระหว่างพ่น และกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแนะนำ คุณต้นยังได้รับคำแนะนำให้ล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศที่เคยอยู่ในพื้นที่ชื้น เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อราต่อไป

บทเรียนจากกรณีนี้คือ อาคารสำนักงานหลังน้ำท่วมมีคนจำนวนมากใช้พื้นที่ร่วมกัน ถ้าพื้นผิวที่ทุกคนจับ เช่น ลูกบิด ปุ่มลิฟต์ โต๊ะประชุม และก๊อกน้ำ ยังมีเชื้ออยู่ โรคก็กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกหลายคนได้ง่าย

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมสมุทรสงคราม: สถานการณ์ล่าสุด

ห่างจากเขตสวนหลวงลงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ จังหวัดสมุทรสงครามซึ่งตั้งอยู่ปลายแม่น้ำแม่กลองก่อนออกสู่อ่าวไทย ก็กำลังเผชิญน้ำท่วมเช่นกัน ข้อมูลของ ปภ. ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ ระบุว่าสมุทรสงครามมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ คือ อำเภอเมืองสมุทรสงคราม อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที รวม 33 ตำบล 255 หมู่บ้าน 22,357 ครัวเรือน และระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น

รายงานของผู้จัดการออนไลน์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 บรรยายภาพที่แตกต่างกันภายในจังหวัดเดียว ในอำเภออัมพวาและบางคนที น้ำยังท่วมขังตั้งแต่ระดับเข่าจนถึงระดับเอว และน้ำเริ่มเน่าเหม็น ขณะที่บริเวณปากอ่าวแม่กลองระดับน้ำลดลงจนมองเห็นสันดอน และอำเภอเมืองเกือบกลับสู่สภาพปกติ ภาพนี้สะท้อนว่าพื้นที่ลุ่มต่ำริมคลองและสวนผลไม้ในอัมพวาและบางคนทีระบายน้ำได้ช้ากว่าพื้นที่อื่น

ด้านการช่วยเหลือ The Reporter รายงานว่าเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีอนุมัติเงินเยียวยาผู้ประสบภัยในสมุทรสงคราม 22,357 ครัวเรือน สำหรับภัยในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน 2569 โดยระบุสาเหตุจากฝนตกหนักร่วมกับการที่เขื่อนแม่กลองเพิ่มการระบายน้ำ และระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองสูงขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569

น้ำที่ขังนานจนเริ่มเน่าเป็นสัญญาณสำคัญเรื่องสุขอนามัย น้ำนิ่งที่มีเศษใบไม้ ซากพืช สิ่งปฏิกูล และน้ำเสียปะปน เป็นแหล่งเพาะแบคทีเรียและส่งกลิ่นรุนแรง บ้านริมคลองในอัมพวาและบางคนทีจำนวนมากเป็นบ้านไม้ บ้านยกพื้น และเรือนแถวริมน้ำที่ใช้ชั้นล่างค้าขาย เมื่อน้ำลดลงแล้ว พื้นไม้ บันได ท่าน้ำ และผนังส่วนล่างมักมีคราบโคลนและเมือกลื่น ซึ่งต้องขัดล้างให้สะอาดและปล่อยให้แห้งเสียก่อน จึงค่อยฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เช่น ครัว ห้องน้ำ ราวบันได และพื้นที่ที่เด็กหรือผู้สูงอายุใช้งานประจำ ร้านค้าและโฮมสเตย์ที่ต้องต้อนรับนักท่องเที่ยวก็ควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนนี้เป็นพิเศษ

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 และไม่มีสาขาในจังหวัดสมุทรสงคราม แต่สามารถประสานงานบริการพ่นฆ่าเชื้อในต่างจังหวัดได้ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะสอบถามขนาดพื้นที่ ประเภทอาคาร และสภาพหลังล้างโคลน ก่อนนัดหมายวันที่เหมาะสม สำหรับตอนนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามประกาศของจังหวัดและ ปภ. อย่างใกล้ชิด หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น และเมื่อจำเป็นต้องลุยน้ำ ให้สวมรองเท้าบูทและล้างตัวด้วยน้ำสะอาดทันที

เชื้อโรคหลังน้ำท่วมที่ซ่อนอยู่ในอาคารเขตสวนหลวง

อาคารในเขตสวนหลวงจำนวนมากเป็นอาคารที่มีคนใช้ร่วมกัน ทั้งคอนโดมิเนียม หอพักนักศึกษา สำนักงาน และร้านค้า ความเสี่ยงหลังน้ำท่วมจึงไม่ได้อยู่แค่ในบ้านเดี่ยว แต่อยู่ในพื้นที่ส่วนกลางที่คนจำนวนมากสัมผัสร่วมกัน เชื้อโรคที่ควรรู้จักแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ดังนี้

เชื้อราในผนังยิปซัม พรม และระบบปรับอากาศ

อาคารสมัยใหม่ใช้วัสดุที่ดูดซับน้ำได้ดี เช่น ผนังยิปซัม ฝ้าเพดาน พรม และวอลเปเปอร์ เมื่อแช่น้ำหรือชื้นนานเกินหนึ่งถึงสองวัน เชื้อราจะเริ่มเติบโตทั้งที่ผิวหน้าและด้านในของวัสดุ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง และวัสดุที่ซึมน้ำจนเสียหายมักต้องรื้อทิ้ง เชื้อราทำให้เกิดกลิ่นอับ และอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา หรือหอบหืดกำเริบ

ไวรัสที่ระบาดง่ายในพื้นที่ส่วนกลาง

โนโรไวรัสเป็นไวรัสที่ทำให้ท้องเสียและอาเจียน ติดต่อง่ายผ่านมือและพื้นผิวที่ปนเปื้อน ในสำนักงานหรือหอพักที่มีห้องน้ำและห้องครัวส่วนกลาง หากมีผู้ป่วยหนึ่งคน เชื้อก็อาจแพร่ไปยังคนอื่นได้อย่างรวดเร็ว ไวรัสระบบทางเดินหายใจอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่ก็แพร่ผ่านละอองและพื้นผิวได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อคนต้องอยู่รวมกันในพื้นที่ปิดที่มีความชื้นสูง

แบคทีเรียจากน้ำเสียและท่อระบายน้ำ

น้ำที่ท่วมถนนพัฒนาการและซอยต่าง ๆ ไหลผ่านท่อระบายน้ำและบ่อพักซึ่งรับน้ำเสียจากอาคารจำนวนมาก แบคทีเรียกลุ่มที่มาจากลำไส้ เช่น อีโคไล และซัลโมเนลลา อาจตกค้างบนพื้นล็อบบี้ ลานจอดรถ และห้องเก็บของชั้นล่าง หากสัมผัสแล้วไม่ล้างมือ อาจทำให้ท้องร่วงหรือมีอาการทางเดินอาหาร

เชื้อเลปโตสไปราในลานจอดรถและห้องใต้ดิน

ลานจอดรถชั้นใต้ดินและห้องเครื่องเป็นจุดที่น้ำขังนานที่สุด และมักมีหนูอาศัยอยู่ เชื้อเลปโตสไปราที่ทำให้เกิดโรคฉี่หนูจึงอาจปนอยู่ในน้ำและโคลนบริเวณนี้ พนักงานรักษาความปลอดภัย แม่บ้าน และช่างที่ต้องลงไปทำงานในจุดนี้ควรสวมรองเท้าบูทและถุงมือ หากมีไข้สูงและปวดน่องภายหลัง ต้องรีบไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม

เชื้อทั้งหมดนี้มองไม่เห็นด้วยตา อาคารที่ดูเรียบร้อยหลังทำความสะอาดจึงไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป

ผลกระทบต่อธุรกิจและครอบครัวในเขตสวนหลวง

ด้านสุขภาพของพนักงานและผู้อยู่อาศัย: เมื่อคนจำนวนมากใช้พื้นที่ร่วมกัน ความเจ็บป่วยของคนหนึ่งคนอาจกลายเป็นปัญหาของทั้งออฟฟิศหรือทั้งอาคาร ผู้สูงอายุในคอนโด เด็กเล็กในหมู่บ้าน หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เป็นกลุ่มที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ด้านธุรกิจ: ร้านค้า คลินิก และสำนักงานริมถนนพัฒนาการและถนนศรีนครินทร์ต้องปิดทำการหลายวัน เมื่อกลับมาเปิด ลูกค้าและพนักงานต้องการความมั่นใจว่าสถานที่ปลอดภัย หากเกิดการเจ็บป่วยต่อเนื่อง ธุรกิจอาจเสียทั้งรายได้และชื่อเสียง

ด้านนิติบุคคลอาคารชุด: ผู้จัดการอาคารต้องดูแลพื้นที่ส่วนกลาง ทั้งล็อบบี้ ลิฟต์ ห้องขยะ ฟิตเนส และลานจอดรถ การมีแผนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อที่เป็นระบบ พร้อมเอกสารประกอบ ช่วยให้ตอบคำถามของลูกบ้านได้อย่างโปร่งใส

ด้านจิตใจ: สวนหลวงไม่เคยเจอน้ำท่วมระดับนี้ในปี 2554 คนในพื้นที่จำนวนมากจึงไม่มีประสบการณ์รับมือ การมีขั้นตอนชัดเจนช่วยลดความสับสนและความกังวลได้มาก

ทำไมการทำความสะอาดทั่วไปยังไม่พอสำหรับอาคารในสวนหลวง

  • เปิดแอร์ไล่ความชื้นอย่างเดียว ช่วยลดความชื้นในอากาศได้บ้าง แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และถ้าแผ่นกรองหรือคอยล์เย็นเคยสัมผัสความชื้นสูง อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อราเสียเอง
  • เช็ดผนังยิปซัมที่อมน้ำ ทำให้ผิวหน้าดูสะอาด แต่ความชื้นและเชื้อราด้านในยังอยู่
  • น้ำยาถูพื้นทั่วไป ทำความสะอาดคราบได้ แต่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำเสีย
  • น้ำยาฟอกขาวที่ใช้ผิดวิธี ในห้องปิด อาจเกิดไอระเหยที่ระคายเคือง และไม่ควรผสมกับผลิตภัณฑ์อื่น
  • สเปรย์ปรับอากาศ กลบกลิ่นได้ชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้ต้นเหตุ
  • แม่บ้านทำเองในเวลาจำกัด มักพลาดจุดที่คนสัมผัสบ่อย เช่น ปุ่มลิฟต์ ราวจับ ลูกบิด และสวิตช์ไฟ

หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC และ WHO แนะนำให้ทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนจากน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานที่ผ่านการอบรมจึงเป็นขั้นตอนต่อยอดหลังการล้าง ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการล้าง

บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตสวนหลวง โดย WHD: น้ำยา วิธีการ และขั้นตอน

ตามข้อมูลบริการบนเว็บไซต์ของ World Health Disinfection ทีมช่างที่ผ่านการอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นแบบละอองฝอยละเอียดพิเศษ (ULV) ซึ่งช่วยให้น้ำยากระจายถึงพื้นผิวในห้องขนาดใหญ่ เช่น ห้องประชุม ล็อบบี้ และพื้นที่ส่วนกลางได้ทั่วถึง น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบหลักคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

หน้าเว็บไซต์บริการระบุว่าน้ำยาครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ยกตัวอย่าง เช่น โควิด-19 ไวรัส RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไข้หวัดนก H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก ระบุประสิทธิภาพ 99.99% และเป็นน้ำยาที่ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ พร้อมแสดงรายการการรับรองและการยอมรับจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 สำหรับเชื้อที่หน้าเว็บไซต์ไม่ได้ระบุชื่อ เช่น อีโคไล หรือเชื้อเลปโตสไปรา เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการเอกสารผลทดสอบสำหรับเชื้อชนิดใดโดยเฉพาะ สามารถขอข้อมูลจาก WHD ได้

หน้าเว็บไซต์ระบุว่าลูกค้าของบริการนี้มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ซึ่งตรงกับประเภทอาคารที่พบมากในเขตสวนหลวง ขั้นตอนการทำงานโดยทั่วไปมีดังนี้

  1. ปรึกษาและสำรวจ: โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 แจ้งที่อยู่ ประเภทอาคาร (สำนักงาน คอนโด ร้านค้า บ้าน) จำนวนชั้นที่โดนน้ำ และระดับน้ำที่เคยท่วม
  2. ล้างและรื้อวัสดุที่เสียหายก่อน: ตักโคลน ล้างพื้นและผนัง รื้อพรม ฝ้า หรือผนังยิปซัมที่อมน้ำออก และทำให้พื้นที่แห้ง เพราะน้ำยาฆ่าเชื้อทำงานได้ดีบนพื้นผิวที่สะอาด
  3. วางแผนโซน: กำหนดลำดับการพ่น เช่น ลานจอดรถ ล็อบบี้ ห้องน้ำ ห้องครัว และห้องประชุม พร้อมเก็บเอกสาร อาหาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ต้องการให้สัมผัสน้ำยา
  4. คนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่: พนักงาน ผู้อยู่อาศัย และสัตว์เลี้ยงต้องอยู่นอกโซนที่พ่น สำหรับสำนักงาน แนะนำให้นัดช่วงนอกเวลาทำงานหรือวันหยุด
  5. ช่างพ่นฆ่าเชื้อ: พ่นครอบคลุมพื้น ผนังช่วงล่าง เฟอร์นิเจอร์ ลูกบิด ปุ่มลิฟต์ ราวบันได ห้องน้ำ และมุมครัว
  6. รอแล้วกลับเข้าใช้งาน: ตามข้อมูลบริการ ให้รอประมาณ 30 นาทีก่อนกลับมาใช้พื้นที่ตามปกติ โดยปฏิบัติตามเวลาและคำแนะนำของช่างหน้างาน และเปิดระบายอากาศ

WHD ไม่ได้อ้างว่าการพ่นจะไม่ทิ้งสารใด ๆ ไว้บนพื้นผิว สำหรับพื้นผิวที่สัมผัสอาหาร เช่น โต๊ะในห้องครัวส่วนกลาง หรือของเล่นเด็ก ควรสอบถามช่างว่าต้องเช็ดล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้งานหรือไม่ ตามข้อมูลบริการ มีโปรโมชั่นแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชู่เปียก WELLGIENIC และสามารถออกใบกำกับภาษีได้ ราคาและวันนัดหมายขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่และคิวงาน กรุณาติดต่อสอบถามโดยตรง หากหลังพ่นยังมีกลิ่นอับในอากาศ สามารถพิจารณาบริการเสริม อบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัยและอาคาร ได้

10 เหตุผลที่อาคารในเขตสวนหลวงควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำลด

  1. สวนหลวงเป็นเขตผลกระทบระดับสูง ตามประกาศ กทม. 29 กันยายน 2569 อาคารจำนวนมากจึงต้องการการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ
  2. ถนนพัฒนาการเคยมีน้ำสูงระดับเอว ชั้นล่างของอาคารริมถนนจึงสัมผัสน้ำปนเปื้อนโดยตรง
  3. พื้นที่ส่วนกลางมีคนสัมผัสร่วมกันจำนวนมาก การ พ่นฆ่าเชื้อสำนักงานและคอนโด ช่วยลดโอกาสการแพร่เชื้อ
  4. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ที่ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  5. ละอองฝอย ULV เหมาะกับห้องขนาดใหญ่ อย่างห้องประชุม ล็อบบี้ และโถงทางเดิน
  6. ช่างผ่านการอบรม วางแผนโซนและลำดับงานอย่างปลอดภัย
  7. นัดนอกเวลาทำการได้ เพื่อไม่ให้กระทบการทำงานของพนักงาน (ขึ้นกับคิวงาน)
  8. รอไม่นาน ตามข้อมูลบริการ ประมาณ 30 นาทีหลังพ่นก่อนใช้พื้นที่ตามปกติ
  9. มีใบกำกับภาษี เหมาะกับบริษัท ร้านค้า และนิติบุคคลอาคารชุด ขอใบเสนอราคาบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  10. ทีมงานในกรุงเทพฯ WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค ประสานงานในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ได้สะดวก

ก่อนและหลัง: สำนักงานริมถนนพัฒนาการที่ผ่านการฟื้นฟูครบขั้นตอน

ก่อน (ล้างและเปิดแอร์อย่างเดียว)

  • กลิ่นอับในห้องประชุมชั้นล่าง
  • จุดดำขึ้นตามขอบผนังยิปซัม
  • พนักงานจามและคัดจมูกบ่อย
  • ไม่แน่ใจว่าห้องน้ำและมุมกาแฟปลอดภัย
  • ลูกค้าลังเลที่จะมาประชุมที่ออฟฟิศ

หลัง (รื้อ ล้าง แห้ง แล้วพ่นฆ่าเชื้อ)

  • วัสดุที่อมน้ำถูกรื้อออก ต้นเหตุความชื้นได้รับการแก้ไข
  • พื้นผิวที่สัมผัสร่วมกันผ่านการฆ่าเชื้อเป็นโซน
  • มีแผนดูแลแผ่นกรองแอร์และจุดชื้น
  • พนักงานกลับมาทำงานได้อย่างมั่นใจขึ้น
  • มีเอกสารและใบกำกับภาษีสำหรับบริษัท

เช็กลิสต์สำหรับบ้าน คอนโด และสำนักงานในเขตสวนหลวง

ก่อนนัดพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตรวจระบบไฟฟ้า ปั๊มน้ำ และลิฟต์ให้ปลอดภัยโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากากระหว่างทำความสะอาด
  • ตักโคลน ล้างพื้น และรื้อพรม ฝ้า หรือผนังที่อมน้ำ
  • เปิดประตูหน้าต่างและใช้เครื่องลดความชื้นถ้ามี ให้พื้นที่แห้งเร็วที่สุด
  • ล้างหรือเปลี่ยนแผ่นกรองเครื่องปรับอากาศที่อยู่ในพื้นที่ชื้น
  • เก็บเอกสาร อาหาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มิดชิด

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแนะนำ และเปิดระบายอากาศ
  • ล้างภาชนะในครัวส่วนกลางด้วยน้ำสะอาดก่อนใช้
  • ติดตั้งเจลล้างมือไว้ที่ทางเข้าและหน้าลิฟต์
  • สังเกตคราบราและกลิ่นอับที่อาจกลับมาในหนึ่งถึงสองสัปดาห์
  • หากมีไข้ ท้องเสีย ผื่น หรือปวดน่องหลังลุยน้ำ ให้ไปพบแพทย์
  • เตรียมรับฝนรอบใหม่ตามประกาศ กทม. ยกของสำคัญขึ้นที่สูง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตสวนหลวง

ถาม: สำนักงานต้องปิดทั้งวันหรือไม่
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องปิดทั้งวันเสมอไป ทีมงานสามารถแบ่งโซนและนัดช่วงนอกเวลาทำงานได้ตามคิวงาน ระหว่างพ่น คนต้องออกจากโซนนั้น และตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีก่อนใช้งาน

ถาม: ผนังยิปซัมที่ขึ้นราแล้ว พ่นฆ่าเชื้ออย่างเดียวพอไหม
ตอบ: ไม่พอ วัสดุที่อมน้ำและขึ้นราด้านในควรรื้อออก ทำความสะอาดและทำให้แห้งก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่เหลืออยู่

ถาม: น้ำยาที่ใช้ครอบคลุมเชื้อราไหม
ตอบ: ตามข้อมูลบริการ CHEMGENE HLD4H ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา แต่การพ่นต้องทำควบคู่กับการแก้ความชื้น เพราะถ้ายังชื้นอยู่ เชื้อราก็กลับมาได้

ถาม: พ่นแล้วไม่มีสารตกค้างใช่หรือไม่
ตอบ: เราไม่ได้อ้างเช่นนั้น พื้นผิวที่สัมผัสอาหารหรือของเล่นเด็กควรสอบถามช่างเรื่องการเช็ดล้างก่อนใช้

ถาม: นิติบุคคลคอนโดในสวนหลวงขอใบกำกับภาษีได้ไหม
ตอบ: ได้ ตามข้อมูลบริการสามารถออกใบกำกับภาษีได้

ถาม: มีบ้านอยู่ที่อัมพวา สมุทรสงคราม ใช้บริการได้หรือไม่
ตอบ: WHD ไม่มีสาขาในสมุทรสงคราม แต่ประสานงานบริการต่างจังหวัดได้ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 และ LINE @whd268 โดยนัดหมายเมื่อพื้นที่ปลอดภัยและล้างโคลนแล้ว

ถาม: พนักงานป่วยหลังน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อช่วยรักษาได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อเป็นการดูแลสภาพแวดล้อม ผู้ที่มีอาการไข้ ท้องเสีย อาเจียน หรือปวดกล้ามเนื้อ ควรไปพบแพทย์

ให้อาคารในเขตสวนหลวงกลับมาพร้อมใช้งานอย่างมั่นใจ

ปรึกษา WHD เรื่องการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมสำหรับสำนักงาน คอนโด ร้านค้า และบ้านในเขตสวนหลวง ถนนพัฒนาการ ถนนศรีนครินทร์ และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงประสานงานในจังหวัดสมุทรสงคราม

นัดหมายบริการพ่นฆ่าเชื้อ

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บริการที่เกี่ยวข้องและแหล่งอ้างอิง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อสวนหลวง #น้ำท่วมสวนหลวง #พ่นฆ่าเชื้อสมุทรสงคราม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมพัฒนาการ

คำค้นหา: บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตสวนหลวง, พ่นฆ่าเชื้อสวนหลวง, น้ำท่วมสวนหลวง 2569, น้ำท่วมถนนพัฒนาการ, พ่นฆ่าเชื้อสำนักงาน, พ่นฆ่าเชื้อสมุทรสงคราม, น้ำท่วมสมุทรสงคราม 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้