Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 4 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วมเขตประเวศ ปี 2569 เริ่มลดลงทีละน้อย แต่สิ่งที่น้ำทิ้งไว้ในบ้านไม่ได้หายไปตามระดับน้ำ คราบโคลนบาง ๆ ตามพื้น ผนังที่เปียกชื้น ห้องน้ำที่น้ำเสียย้อนขึ้นมา และกลิ่นอับที่ค้างอยู่ในตู้ ล้วนเป็นที่อยู่ของเชื้อโรคหลายกลุ่มทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา บทความนี้รวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องน้ำท่วมเขตประเวศจากประกาศของกรุงเทพมหานครและรายงานข่าว พร้อมระบุวันที่ของแต่ละข้อมูลอย่างชัดเจน อธิบายเชื้อโรคที่มากับน้ำท่วม เหตุผลที่การล้างบ้านเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ และขั้นตอนของ บริการพ่นฆ่าเชื้อ โดย World Health Disinfection (WHD) ที่ทำหลังจากล้างโคลนและทำความสะอาดเสร็จแล้ว นอกจากนี้ยังมีหัวข้อแยกเรื่องสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับเขตประเวศทางทิศใต้ เพื่อให้ครอบครัวที่มีบ้านหรือญาติอยู่ทั้งสองฝั่งได้ข้อมูลครบในที่เดียว
หมายเหตุเรื่องข้อมูล: ตัวเลขน้ำท่วมเปลี่ยนแปลงทุกวัน ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงตามวันที่ที่ระบุไว้ในแต่ละย่อหน้าเท่านั้น ก่อนกลับเข้าบ้านหรือวางแผนซ่อมแซม ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของสำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) อีกครั้งเสมอ
เรื่องเล่าต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อยหลังน้ำท่วม ไม่ใช่คำให้สัมภาษณ์ของบุคคลจริง
คุณนุชอาศัยอยู่ในบ้านเดี่ยวชั้นเดียวครึ่ง ในซอยเล็ก ๆ ที่แยกออกมาจากถนนอ่อนนุช ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 เธอเห็นน้ำในคลองประเวศบุรีรมย์สูงขึ้นจนเกือบเสมอตลิ่งภายในไม่กี่วัน หลังจากนั้นน้ำก็เริ่มเอ่อเข้ามาในซอย ไหลผ่านประตูรั้วเข้ามาท่วมลานจอดรถ และซึมเข้าใต้ประตูบ้านในที่สุด ช่วงแรกเธอยังพอยกของขึ้นที่สูงได้ทัน แต่ตู้เตี้ยในครัว โซฟาในห้องนั่งเล่น และกล่องเอกสารที่วางไว้ใต้บันไดยังแช่น้ำอยู่หลายวัน
เมื่อระดับน้ำในซอยค่อย ๆ ลดลง คุณนุชกับลูกชายช่วยกันตักโคลนออกจากบ้าน ฉีดน้ำล้างพื้น และขัดผนังด้วยน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป พื้นกระเบื้องกลับมาดูสะอาดตา แต่กลิ่นเหม็นอับยังลอยขึ้นมาทุกครั้งที่ปิดหน้าต่างตอนกลางคืน ห้องน้ำชั้นล่างที่เคยมีน้ำเสียย้อนขึ้นมาจากท่อก็ยังมีกลิ่นแปลก ๆ ส่วนคุณแม่ที่อายุเจ็ดสิบกว่าปีและมีโรคเบาหวานเริ่มบ่นว่าไม่อยากลงมาชั้นล่าง เพราะรู้สึกว่าบ้านยังไม่สะอาดจริง
สิ่งที่ครอบครัวนี้เจอเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากหลังน้ำท่วม พื้นผิวที่ดูสะอาดไม่ได้แปลว่าเชื้อโรคหายไปทั้งหมด โดยเฉพาะในบ้านที่น้ำท่วมขังนานหลายวัน น้ำที่เข้าบ้านไม่ได้มีแค่น้ำฝน แต่ปะปนกับน้ำจากคลอง น้ำจากท่อระบายน้ำ และบางครั้งก็มีน้ำจากบ่อเกรอะที่ล้นขึ้นมาด้วย ขั้นตอนที่ครอบครัวนี้ยังขาดอยู่คือการฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบหลังจากล้างเสร็จ ซึ่งเป็นเรื่องที่บทความนี้จะอธิบายต่อไปทีละขั้น
เขตประเวศอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเทพมหานคร มีคลองประเวศบุรีรมย์ไหลผ่าน และมีถนนอ่อนนุชเป็นเส้นทางหลักที่ชาวบ้านใช้เดินทางทุกวัน ในเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2569 เขตประเวศเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชัดเจน ข้อมูลที่รวบรวมได้จากรายงานข่าวและประกาศของหน่วยงานรัฐ เรียงตามวันที่ มีดังนี้
ข้อมูลข้างต้นบอกเราว่าน้ำในเขตประเวศไม่ได้มาแล้วไปภายในวันเดียว แต่ค้างอยู่ในคลองและบนถนนต่อเนื่องเกือบสองสัปดาห์ การที่น้ำในคลองลดลงได้วันละเพียงไม่กี่เซนติเมตรหมายความว่าบ้านที่อยู่ริมคลองหรืออยู่ในซอยที่ต่ำกว่าระดับถนนมีโอกาสแช่น้ำนานกว่าบ้านทั่วไป ยิ่งน้ำท่วมขังนานเท่าไร วัสดุในบ้านก็ยิ่งดูดซับความชื้นและสิ่งสกปรกได้มากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ ข่าวเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2569 ระบุว่ากรุงเทพมหานครเตรียมรับมือฝนรอบใหม่ในช่วงวันที่ 10–13 ต.ค. ครอบครัวในเขตประเวศจึงควรวางแผนฟื้นฟูบ้านโดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ฝนจะตกซ้ำด้วย เช่น ไม่ควรรีบนำเฟอร์นิเจอร์ใหม่ลงชั้นล่างทันที และควรทำความสะอาดท่อระบายน้ำรอบบ้านให้โล่งก่อนช่วงฝนรอบถัดไป
สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ กรุงเทพมหานครเปิดให้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2569 เวลา 08.30 น. ระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 49,000 ราย ผู้ที่บ้านได้รับความเสียหายควรถ่ายภาพความเสียหายเก็บไว้ก่อนเริ่มล้างและซ่อมแซม เพื่อใช้ประกอบการยื่นเรื่อง
เพื่อให้เห็นว่าน้ำท่วมเขตประเวศเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ขนาดใหญ่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ต.ค. 2569 เวลา 06.00 น. ซึ่งเผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอส ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวม 27 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน มีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน และประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3.1 ล้านคน หรือ 3,160,972 คน
ในรายงานฉบับเดียวกัน กรุงเทพมหานครมีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน โดยมีแนวโน้มลดลง ส่วนสาเหตุที่ ปภ. ระบุคือฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ
หากเทียบกับข้อมูลวันที่ 4 ต.ค. 2569 ซึ่งมีผลกระทบใน 154 อำเภอ 1,209 ตำบล และ 1,171,165 ครัวเรือน จะเห็นว่าจำนวนอำเภอและตำบลลดลงบ้างแล้ว แต่จำนวนครัวเรือนยังสูงกว่าหนึ่งล้านครัวเรือน ตามรายงาน ปภ. วันที่ 7 ต.ค. จังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ได้แก่ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งสมุทรปราการเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับเขตประเวศโดยตรง
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการฟื้นฟูบ้านหลังน้ำท่วมจะเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ ทั้งช่างซ่อม ทีมล้างบ้าน และทีมพ่นฆ่าเชื้อจะมีงานมากในช่วงเดียวกัน การวางแผนล่วงหน้าและนัดหมายแต่เนิ่น ๆ จึงช่วยให้ครอบครัวกลับเข้าบ้านได้อย่างเป็นขั้นตอนมากขึ้น
จังหวัดสมุทรปราการอยู่ติดกับกรุงเทพมหานครทางทิศใต้และทิศตะวันออกเฉียงใต้ หลายครอบครัวในเขตประเวศมีที่ทำงาน โรงเรียนของลูก หรือบ้านของญาติอยู่ในอำเภอบางพลีหรืออำเภอเมืองสมุทรปราการ การติดตามสถานการณ์ของทั้งสองพื้นที่ไปพร้อมกันจึงเป็นเรื่องจำเป็น ข้อเท็จจริงของสมุทรปราการที่มีการรายงาน มีดังนี้
ตัวเลข 223,346 ครัวเรือนถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในรายงานเดียวกัน และคำเตือนว่าน้ำจะไม่ลดภายใน 7–10 วันสำหรับบางพลี บางบ่อ และบางเสาธง หมายความว่าบ้านจำนวนมากในพื้นที่เหล่านี้ต้องแช่น้ำนานต่อเนื่อง เมื่อน้ำค้างนาน ผนังปูนและไม้จะอิ่มน้ำ ท่อระบายน้ำและบ่อเกรอะมีโอกาสล้นย้อนเข้าบ้าน และเมื่อน้ำลด ความชื้นที่หลงเหลืออยู่ก็เอื้อให้เชื้อราเติบโตได้เร็ว
สำหรับครอบครัวในสมุทรปราการ ลำดับการฟื้นฟูบ้านเหมือนกับในเขตประเวศ คือรอให้น้ำลดและหน่วยงานแจ้งว่าปลอดภัย ตัดไฟก่อนเข้าบ้าน ตักโคลนออก ล้างด้วยน้ำสะอาดและผงซักฟอก เปิดบ้านให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ WHD มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 และไม่มีสาขาในสมุทรปราการ แต่สามารถนัดหมายงานในพื้นที่สมุทรปราการผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 โดยทีมงานจะแจ้งวันที่ทำได้ตามคิวงานจริงหลังจากสอบถามรายละเอียดพื้นที่แล้ว
สิ่งที่ควรระวังเป็นพิเศษในสมุทรปราการคือน้ำทะเลหนุนที่ทำให้น้ำระบายออกได้ช้า บ้านที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรระดับพื้นต่ำอาจต้องรอนานกว่าที่คิด ระหว่างรอ ควรเก็บภาพความเสียหาย จดรายการทรัพย์สิน และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง เช่น รองเท้าบูท ถุงมือยาง และหน้ากาก ไว้ให้พร้อมสำหรับวันที่จะกลับเข้าไปล้างบ้าน
น้ำที่ท่วมเข้าบ้านในเขตประเวศส่วนใหญ่มาจากคลองและท่อระบายน้ำ ซึ่งรับน้ำทิ้งจากบ้านเรือน ร้านค้า และตลาดตลอดเส้นทาง เมื่อน้ำเอ่อขึ้นมา สิ่งสกปรกจากท่อและบ่อเกรอะก็ถูกพัดกระจายไปทั่ว องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (CDC) ให้คำแนะนำตรงกันว่าน้ำท่วมอาจปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลและเชื้อโรค และพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมควรได้รับการทำความสะอาดแล้วฆ่าเชื้อ เชื้อโรคที่ควรรู้จักแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ได้ดังนี้
กลุ่มนี้รวมถึงเชื้ออีโคไล (E. coli) ซึ่งมาจากลำไส้ของคนและสัตว์ และเป็นตัวบ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล เชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) ที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วงและอาหารเป็นพิษ เชื้อเหล่านี้มักติดอยู่ตามพื้นห้องน้ำ พื้นครัว ขอบประตู และตู้ที่แช่น้ำ เด็กเล็กที่คลานหรือหยิบของเข้าปากมีโอกาสได้รับเชื้อมากกว่าผู้ใหญ่
โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา (Leptospira) ที่ออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์อื่น เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ กรมควบคุมโรคเตือนทุกปีว่าผู้ที่ลุยน้ำแล้วมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ บ้านริมคลองที่มีหนูหนีน้ำขึ้นมาอยู่ในบ้านจึงควรระวังพื้นผิวที่อาจปนเปื้อนเป็นพิเศษ
ไวรัสกลุ่มโนโรไวรัสและโรตาไวรัสทำให้เกิดอาการอาเจียนและท้องร่วง แพร่ได้ง่ายผ่านมือที่สัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน ส่วนในช่วงที่คนต้องอยู่รวมกันในศูนย์พักพิงหรือบ้านญาติ โรคทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่ อาร์เอสวี (RSV) และโรคมือเท้าปากในเด็กเล็กก็มีโอกาสระบาดได้ง่ายขึ้น เมื่อทุกคนกลับเข้าบ้านพร้อมกัน ของเล่น ราวบันได ลูกบิดประตู และโต๊ะกินข้าวจึงเป็นจุดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
หลังน้ำลด ความชื้นที่ค้างในผนัง ใต้พื้นไม้ ในฟูก และหลังตู้ เป็นสภาพที่เชื้อราชอบมาก CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้บ้านแห้งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดเชื้อรา แต่ในความเป็นจริง บ้านที่น้ำท่วมนานหลายวันมักไม่สามารถทำได้ทันเวลา คราบดำหรือเขียวที่ขึ้นตามมุมผนังและกลิ่นอับที่ไม่ยอมหาย คือสัญญาณว่าเชื้อรากำลังเติบโต ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด หรือมีโรคปอดเรื้อรังจะได้รับผลกระทบมากกว่าคนทั่วไป
เชื้อโรคแต่ละกลุ่มมีจุดที่ชอบซ่อนต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า บ้านที่ดูสะอาดแล้วจึงยังอาจมีเชื้อหลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่มีรูพรุน ร่องยาแนว และบริเวณที่เปียกชื้นตลอดเวลา
ทุกคนในบ้านมีโอกาสสัมผัสเชื้อโรคหลังน้ำท่วม แต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าและเมื่อเจ็บป่วยแล้วอาการมักรุนแรงกว่า ได้แก่
หากคนในบ้านมีอาการต่อไปนี้หลังน้ำท่วม ไม่ควรรอดูอาการเอง ควรไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยลุยน้ำหรือล้างบ้านหลังน้ำท่วม ได้แก่ ไข้สูงร่วมกับปวดกล้ามเนื้อหรือปวดน่อง ตาแดง ท้องร่วงหลายครั้งหรือถ่ายเป็นน้ำ อาเจียนจนกินอะไรไม่ได้ ผื่นหรือแผลที่บวมแดงและเจ็บมากขึ้น ไอหรือหายใจลำบากที่แย่ลงเรื่อย ๆ และเด็กที่มีไข้ร่วมกับตุ่มในปากหรือที่มือและเท้า บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อในบ้านไม่สามารถใช้แทนการรักษาได้
ด้านสุขภาพ: คนในบ้านอาจป่วยต่อเนื่องเป็นรอบ ๆ เช่น ท้องเสียซ้ำ ไอเรื้อรัง หรือภูมิแพ้กำเริบ โดยไม่รู้ว่าต้นเหตุยังอยู่ในบ้าน
ด้านค่าใช้จ่าย: เมื่อเชื้อราลามเข้าไปในผนังเบา ตู้ไม้ และวงกบประตู การซ่อมจะยากและแพงขึ้นมาก จากที่อาจแค่ทำความสะอาดก็อาจต้องรื้อเปลี่ยน
ด้านเวลา: หลายครอบครัวต้องลาหยุดงานเพื่อดูแลคนป่วยหรือกลับมาล้างบ้านซ้ำ เพราะกลิ่นอับกลับมาอีกหลังผ่านไปไม่กี่วัน
ด้านความรู้สึก: การกลับเข้าบ้านที่ยังมีกลิ่นและยังรู้สึกไม่สะอาด ทำให้ผู้สูงอายุและเด็กนอนไม่หลับ และทำให้ความเครียดหลังน้ำท่วมยืดเยื้อออกไป
ด้านธุรกิจ: สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร และหอพักริมถนนอ่อนนุช ลูกค้าและผู้เช่าจะสังเกตกลิ่นและความสะอาดได้ทันที การเปิดร้านเร็วแต่ยังมีกลิ่นอาจกระทบความเชื่อมั่นมากกว่าการเปิดช้าลงอีกเล็กน้อยแต่พร้อมจริง
การล้างบ้านเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและต้องทำก่อนเสมอ เพราะโคลนและคราบสกปรกเป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรค ถ้ายังไม่ล้างโคลนออก การฆ่าเชื้อจะได้ผลน้อยมาก อย่างไรก็ตาม การล้างเพียงอย่างเดียวมีข้อจำกัดหลายข้อที่หลายครอบครัวอาจไม่รู้
ดังนั้นหลักที่ถูกต้องตามคำแนะนำของ WHO และ CDC คือ ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมที่มีอุปกรณ์และน้ำยาเฉพาะทางจึงเป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยให้การล้างบ้านที่ทำมาอย่างเหนื่อยยากได้ผลเต็มที่
ตามข้อมูลบริการของ World Health Disinfection (WHD) บริการพ่นฆ่าเชื้อดำเนินการโดยช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรม ใช้วิธีพ่นและหรือพ่นหมอกละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งทำให้น้ำยากระจายเป็นละอองขนาดเล็กเข้าถึงซอกมุมได้ดีกว่าการเช็ดด้วยมือ น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบสำคัญคือ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
ตามข้อมูลบริการ น้ำยานี้ครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยหน้าบริการระบุรายชื่อเชื้อไว้ เช่น โควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก พร้อมระบุประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนเชื้ออื่นที่พบหลังน้ำท่วม เช่น อีโคไลหรือเลปโตสไปรา จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการเอกสารผลทดสอบสำหรับเชื้อชนิดใดเป็นการเฉพาะ สามารถสอบถามทีมงาน WHD ได้โดยตรง หน้าบริการยังระบุการรับรองและการอ้างอิง เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 รายละเอียดผลิตภัณฑ์ดูได้ที่หน้า CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อ
WHD ไม่ได้อ้างว่าการพ่นฆ่าเชื้อไม่ทิ้งสารใด ๆ ไว้เลย ผู้ที่มีอาการแพ้ง่ายควรแจ้งช่างก่อนเริ่มงาน และควรเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารโดยตรงด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำของช่างก่อนนำมาใช้ ตามข้อมูลบริการ ลูกค้าที่ใช้บริการพ่นฆ่าเชื้อจะได้รับขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC ไว้ใช้ต่อในบ้าน และสามารถขอใบกำกับภาษีได้ สำหรับราคา ทีมงานจะประเมินตามขนาดและสภาพพื้นที่ จึงไม่ระบุราคาตายตัวในบทความนี้
WHD ให้บริการกับโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ตามข้อมูลบริการ สำนักงานตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 สามารถนัดหมายงานในเขตประเวศและพื้นที่ใกล้เคียงได้ แต่ไม่รับประกันการเข้างานภายในวันเดียวกัน เพราะช่วงหลังน้ำท่วมมีคิวงานต่อเนื่อง
กรณีตัวอย่างนี้เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย เพื่อให้เห็นภาพการทำงานจริง ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง
คุณเอกเปิดร้านอาหารตามสั่งห้องแถวสองคูหาใกล้ถนนอ่อนนุช ช่วงที่น้ำท่วมขังบนถนนเขาต้องปิดร้านหลายวัน เมื่อน้ำลด เขาจ้างคนงานมาช่วยตักโคลน ล้างพื้น และถอดตู้แช่ที่แช่น้ำออกไปตรวจซ่อม เขาอยากเปิดร้านให้เร็วที่สุดเพราะรายได้หยุดชะงัก แต่ก็กังวลว่าถ้าลูกค้ากินแล้วท้องเสียจะกระทบชื่อเสียงร้านที่สร้างมาหลายปี
คุณเอกส่งภาพร้านผ่าน LINE ให้ทีม WHD ดูหลังจากล้างเสร็จ ทีมงานแนะนำให้เปิดประตูหน้าร้านและหลังร้านให้แห้งก่อน แล้วนัดวันเข้าพ่นฆ่าเชื้อโดยแบ่งเป็นโซนครัว โซนโต๊ะลูกค้า และห้องน้ำ ระหว่างพ่นทุกคนออกไปรออยู่นอกร้าน เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้ง พนักงานจึงเข้ามาเปิดหน้าต่างระบายอากาศ แล้วล้างภาชนะและเช็ดเคาน์เตอร์เตรียมอาหารด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนเริ่มทำอาหาร คุณเอกบอกพนักงานว่าหลังจากนี้จะใช้สเปรย์ที่ได้รับเช็ดลูกบิดประตูห้องน้ำและโต๊ะลูกค้าเป็นประจำทุกวัน
ถาม: ควรพ่นฆ่าเชื้อตอนไหน ระหว่างที่น้ำยังไม่ลดหมดได้หรือไม่
ตอบ: ควรพ่นหลังจากน้ำลด ตักโคลน และล้างบ้านเสร็จแล้ว ถ้ายังมีน้ำหรือโคลนค้างอยู่ การพ่นจะไม่ได้ผลเต็มที่ และอาจต้องทำซ้ำ
ถาม: ระหว่างพ่น คนในบ้านต้องออกไปไหม
ตอบ: ต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น รวมถึงสัตว์เลี้ยงด้วย แล้วกลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปประมาณ 30 นาที
ถาม: พ่นแล้วไม่ต้องล้างบ้านเองได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้แทนการล้างโคลนและทำความสะอาด ทั้งสองขั้นตอนต้องทำคู่กัน โดยล้างก่อนแล้วจึงพ่น
ถาม: WHD รับงานในสมุทรปราการด้วยหรือไม่
ตอบ: สามารถสอบถามและนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ได้ WHD ไม่มีสาขาในสมุทรปราการ ทีมงานจะเดินทางจากกรุงเทพฯ ตามคิวงานที่ตกลงกัน
ถาม: น้ำยาฆ่าเชื้อโรคฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: เชื้อเลปโตสไปราจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ซึ่งผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หากต้องการผลทดสอบสำหรับเชื้อนี้โดยเฉพาะ ควรสอบถามเอกสารจากทีมงาน และสิ่งสำคัญคือผู้ที่มีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำต้องไปพบแพทย์ทันที
ถาม: มีกลิ่นน้ำยาหลงเหลือหรือไม่
ตอบ: อาจมีกลิ่นบ้างในช่วงแรก ควรเปิดให้อากาศถ่ายเทก่อนกลับเข้าใช้พื้นที่ และแจ้งช่างล่วงหน้าหากในบ้านมีผู้ที่แพ้ง่าย
ถาม: ราคาเท่าไร
ตอบ: ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ จำนวนโซน และสภาพหน้างาน ส่งภาพและรายละเอียดผ่าน LINE เพื่อให้ทีมงานประเมินก่อน
ไม่ว่าบ้านของคุณจะอยู่ริมคลองประเวศบุรีรมย์ ในซอยแยกจากถนนอ่อนนุช หรือข้ามไปฝั่งสมุทรปราการ ส่งภาพหน้างานมาให้ทีมงานประเมินได้ทันที
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#พ่นฆ่าเชื้อประเวศ #น้ำท่วมประเวศ #พ่นฆ่าเชื้อสมุทรปราการ #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #คลองประเวศบุรีรมย์
คำค้นหา: บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตประเวศ, พ่นฆ่าเชื้อประเวศ, น้ำท่วมประเวศ 2569, คลองประเวศบุรีรมย์, น้ำท่วมถนนอ่อนนุช, พ่นฆ่าเชื้อสมุทรปราการ, น้ำท่วมสมุทรปราการ 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H