Last updated: 8 ต.ค. 2569 | 13 จำนวนผู้เข้าชม |
น้ำท่วมเขตบางกะปิปี 2569 ไม่ได้ทิ้งไว้แค่คราบโคลนบนผนังและกลิ่นอับในห้องชั้นล่าง แต่ยังทิ้งเชื้อโรคที่มองไม่เห็นไว้ตามพื้น ห้องน้ำ ครัว บันไดแฟลต และหน้าร้านค้าริมถนนลาดพร้าว บทความนี้รวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องน้ำท่วมในเขตบางกะปิจากรายงานข่าวและประกาศของหน่วยงาน อธิบายว่าเชื้อโรคกลุ่มใดมักตามมากับน้ำท่วม ทำไมการล้างด้วยน้ำและผงซักฟอกเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ และ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection (WHD) เข้ามาช่วยปิดงานหลังการล้างทำความสะอาดได้อย่างไร นอกจากนี้ยังมีหัวข้อเฉพาะเรื่องการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมจังหวัดนครนายก สำหรับครอบครัวที่มีบ้านหรือญาติอยู่ทั้งสองพื้นที่
หมายเหตุ: เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมในชุมชนเมือง ไม่ใช่คำบอกเล่าของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง
คุณนิดเช่าห้องชั้นล่างของอาคารพักอาศัยในซอยแถวแขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำในซอยเริ่มสูงขึ้นจนเข้าห้อง เธอยกของบางส่วนขึ้นที่สูงได้ทัน แต่ตู้เสื้อผ้า ที่นอน และเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กหลายอย่างแช่น้ำไปแล้ว สุดท้ายเธอต้องไปพักกับเพื่อนที่อยู่อีกฝั่งของเมือง เพราะทางเข้าอาคารกลายเป็นทางน้ำที่ต้องลุยระดับเข่า
หลายวันต่อมา เมื่อน้ำในซอยลดลง คุณนิดกลับมาเปิดห้องและพบว่าพื้นมีโคลนบาง ๆ เคลือบอยู่ทั่ว ขอบผนังมีเส้นคราบน้ำชัดเจน ในห้องน้ำมีกลิ่นคล้ายท่อระบายน้ำ และมุมใต้ซิงก์ล้างจานเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ เธอใช้เวลาสองวันเต็มกวาดโคลน ขัดพื้น และล้างผนังด้วยน้ำผสมผงซักฟอก ห้องดูสะอาดขึ้นมาก แต่กลิ่นอับยังลอยอยู่ และเธอเริ่มคิดว่าน้ำที่เคยท่วมห้องนั้นผ่านท่อระบายน้ำ ถนน และคลองมาแล้วกี่แห่ง
สิ่งที่คุณนิดกังวลไม่ใช่ความสวยงามของห้อง แต่เป็นความปลอดภัย เพราะหลานวัยสามขวบมักมาเล่นที่ห้องทุกสุดสัปดาห์ และชอบนั่งเล่นกับพื้น เธอจึงโทรสอบถามบริการพ่นฆ่าเชื้อ เพื่อให้ช่างช่วยประเมินว่าห้องที่ล้างแล้วควรทำอะไรต่อ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในหลายชุมชนของเขตบางกะปิหลังน้ำลด และเป็นเหตุผลที่บทความนี้ถูกเขียนขึ้น
ข้อมูลในหัวข้อนี้เรียบเรียงจากรายงานข่าวที่เผยแพร่ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 ตัวเลขและสถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดของกรุงเทพมหานครประกอบด้วย
ภาพรวมของกรุงเทพมหานครในช่วงเดียวกัน คือวันที่ 5 ตุลาคม 2569 คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ และคลองเปรมประชากร ลดระดับลงบ้างแล้วแต่ยังอยู่ในเกณฑ์สูง และ กทม. แจ้งให้เตรียมรับฝนรอบใหม่ในช่วงวันที่ 10 ถึง 13 ตุลาคม 2569 ข้อมูลเหล่านี้บอกเราว่า แม้น้ำในหลายซอยของบางกะปิจะลดลงแล้ว แต่ความชื้นสะสม คราบน้ำเสียจากคลองและท่อระบายน้ำ และโอกาสที่น้ำจะกลับมาขังอีกครั้งยังมีอยู่จริง
เขตบางกะปิเป็นย่านที่มีทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม แฟลต อาคารพาณิชย์ ตลาด หอพักนักศึกษา และร้านอาหารจำนวนมาก โดยเฉพาะตามแนวถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง ถนนนวมินทร์ และถนนเสรีไทย เมื่อน้ำจากคลองแสนแสบและน้ำฝนผสมกับน้ำจากท่อระบายน้ำ แล้วไหลเข้าสู่อาคารเหล่านี้ เชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลและขยะจึงถูกพาเข้ามาด้วย ไม่ว่าห้องนั้นจะเป็นห้องนอนหรือครัวของร้านอาหารก็ตาม
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ซึ่งเผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอส ว่ามีพื้นที่ประสบอุทกภัย 27 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร ครอบคลุม 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (3,160,972 คน) โดยกรุงเทพมหานครมีผู้ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน ซึ่งมีแนวโน้มลดลง ปภ. ระบุสาเหตุว่ามาจากฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประกอบกับน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ
หากเทียบกับข้อมูลวันที่ 4 ตุลาคม 2569 ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบ 1,171,165 ครัวเรือน และวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ซึ่งมี 1,149,285 ครัวเรือน จะเห็นว่าตัวเลขขยับขึ้นลงตามสถานการณ์ในแต่ละจังหวัด ตามรายงาน ปภ. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 จังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ได้แก่ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ขณะที่ ปภ. ยังติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่างานฟื้นฟูหลังน้ำลดจะเกิดขึ้นพร้อมกันในหลายพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด สำหรับครอบครัวที่มีบ้านทั้งในบางกะปิและในจังหวัดใกล้เคียงอย่างนครนายก การวางแผนทำความสะอาดและฆ่าเชื้อทีละหลังอย่างเป็นขั้นตอนจะช่วยลดความสับสนและลดความเสี่ยงต่อสุขภาพได้มาก
จังหวัดนครนายกเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในปี 2569 และเป็นจังหวัดที่ชาวบางกะปิจำนวนไม่น้อยมีญาติ มีบ้านพักต่างอากาศ หรือมีสวนอยู่ ข้อมูลต่อไปนี้มาจากรายงานของ ปภ. และสื่อมวลชน
สภาพน้ำท่วมของนครนายกแตกต่างจากบางกะปิค่อนข้างมาก ในบางกะปิ ปัญหาหลักคือน้ำจากคลองแสนแสบ น้ำฝน และท่อระบายน้ำในเมืองที่ผสมกันแล้วไหลเข้าห้องชั้นล่าง ส่วนในนครนายก โดยเฉพาะอำเภอองครักษ์ น้ำแช่สวน บ้านเรือน และโรงเรือนเป็นเวลาหลายวัน ทำให้ทั้งโคลน ซากพืช และความชื้นสะสมอยู่ในตัวบ้านนานกว่า เมื่อน้ำทรงตัวเป็นเวลานาน วัสดุอย่างไม้ ผนังยิปซัม ฟูก และผ้าม่าน จะอมความชื้นไว้มาก ซึ่งเป็นสภาพที่เชื้อราเติบโตได้ดี
สำหรับบ้านในนครนายกที่น้ำลดแล้ว ลำดับงานที่ควรทำก็เหมือนกับในกรุงเทพฯ คือ ถ่ายภาพความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน ตัดไฟก่อนเข้าบ้าน ขนโคลนและขยะออก ล้างพื้นและผนังให้สะอาด เปิดระบายอากาศให้แห้ง จากนั้นจึงพ่นฆ่าเชื้อในจุดที่สัมผัสน้ำ ส่วนบ้านที่ยังมีน้ำทรงตัวอยู่ ควรรอให้น้ำลดและล้างเสร็จก่อน เพราะการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อลงบนพื้นที่ยังมีโคลนหรือมีน้ำขังจะได้ผลไม่ดีนัก
WHD มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 และไม่มีสาขาในนครนายก การให้บริการในต่างจังหวัดจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เป็นรายกรณี โดยทีมงานจะสอบถามขนาดพื้นที่ สภาพหลังน้ำลด และความพร้อมของบ้านก่อนยืนยันวันเข้าหน้างาน ครอบครัวที่มีบ้านทั้งในบางกะปิและนครนายกสามารถปรึกษาเพื่อวางลำดับงานของทั้งสองหลังได้ในคราวเดียว
น้ำท่วมในเมืองไม่ใช่น้ำฝนสะอาด แต่เป็นน้ำที่ผ่านถนน ท่อระบายน้ำ บ่อพัก ถังขยะ และคลองที่รับน้ำเสียจากชุมชนมาแล้ว เมื่อน้ำชนิดนี้เข้ามาในอาคาร เชื้อโรคหลายกลุ่มจะติดค้างอยู่กับโคลนและพื้นผิวต่าง ๆ หลังน้ำลด ข้อมูลด้านล่างเป็นข้อมูลทั่วไประดับกลุ่มเชื้อ ไม่ใช่ผลตรวจของพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
แบคทีเรียที่มาจากลำไส้ของคนและสัตว์ เช่น อีโคไล (E. coli) และซัลโมเนลลา (Salmonella) มักปนอยู่ในน้ำเสียและน้ำจากบ่อเกรอะที่ล้น หากคนในบ้านสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อนแล้วเผลอนำมือเข้าปาก หรือหยิบอาหารโดยไม่ล้างมือ อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียนได้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุมีโอกาสขาดน้ำได้เร็วกว่าคนทั่วไป
อีกเชื้อที่คนไทยรู้จักดีคือเชื้อเลปโตสไปรา ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนู เชื้อนี้มาจากปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด และเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผลหรือผิวหนังที่แช่น้ำนาน ๆ ในย่านที่มีตลาดและร้านอาหารหนาแน่นอย่างบางกะปิ หนูมักหนีน้ำขึ้นมาอยู่ในอาคาร ผู้ที่ลุยน้ำหรือทำความสะอาดบ้านแล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อน่อง ควรไปพบแพทย์และแจ้งว่าเคยสัมผัสน้ำท่วม
หลังน้ำท่วม หลายครอบครัวต้องอยู่รวมกันในพื้นที่แคบ หรือย้ายไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ไวรัสที่ทำให้ท้องร่วงอย่างโนโรไวรัสและโรตาไวรัส รวมถึงไวรัสทางเดินหายใจและไวรัสโรคมือเท้าปากในเด็ก สามารถแพร่ผ่านมือและพื้นผิวที่ใช้ร่วมกัน เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได โต๊ะ และของเล่น การเช็ดล้างร่วมกับการฆ่าเชื้อจุดสัมผัสบ่อยจึงเป็นเรื่องสำคัญ
หน่วยงานสาธารณสุขอย่าง CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา แต่ในความเป็นจริง หลายบ้านในบางกะปิแช่น้ำหลายวันกว่าน้ำจะลด เชื้อราจึงเริ่มขึ้นตามขอบผนัง ใต้ตู้ หลังเฟอร์นิเจอร์ และในวงกบประตูไม้ สปอร์ของเชื้อราอาจทำให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการกำเริบ ส่วนกลิ่นอับที่ค้างอยู่ก็เป็นสัญญาณว่ายังมีความชื้นและสารอินทรีย์ตกค้าง
ด้านสุขภาพ: สมาชิกในบ้านอาจมีอาการท้องเสีย ผื่นคัน ระคายเคืองผิว หรือภูมิแพ้กำเริบจากเชื้อรา โดยเฉพาะเด็กเล็กที่ชอบคลานและนั่งกับพื้น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
ด้านค่าใช้จ่าย: หากเชื้อราลุกลามเข้าไปในผนังหรือเฟอร์นิเจอร์ไม้ ค่าซ่อมแซมจะสูงขึ้นมาก และอาจต้องรื้อเปลี่ยนวัสดุทั้งชิ้น ซึ่งแพงกว่าการจัดการตั้งแต่ช่วงแรกหลังน้ำลด
ด้านธุรกิจ: ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของ และหอพักแถวถนนลาดพร้าวและรามคำแหงต้องเปิดให้บริการต่อ ลูกค้าและผู้เช่าจะสังเกตกลิ่นอับและคราบน้ำได้ทันที ความเชื่อมั่นเรื่องสุขอนามัยจึงส่งผลต่อรายได้โดยตรง
ด้านเวลาและจิตใจ: หลายครอบครัวใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการขนของ ล้างบ้าน และติดต่อขอรับเงินเยียวยา การต้องกลับมาล้างซ้ำเพราะกลิ่นและคราบดำไม่หาย ทำให้เหนื่อยล้าเพิ่มขึ้น การมีขั้นตอนที่ชัดเจนตั้งแต่ต้นจึงช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่า
การล้างโคลนด้วยน้ำและผงซักฟอกเป็นขั้นตอนที่จำเป็นที่สุดและต้องทำก่อนเสมอ เพราะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและสารอินทรีย์ที่เป็นที่หลบซ่อนของเชื้อโรค แต่การล้างทำหน้าที่ "เอาสิ่งสกปรกออก" ไม่ได้ทำหน้าที่ "ฆ่าเชื้อ" โดยตรง เชื้อจำนวนหนึ่งยังเกาะอยู่ตามรอยต่อกระเบื้อง ร่องประตู ขาโต๊ะ และผิวที่มีรูพรุน
หลายบ้านใช้น้ำยาฟอกขาวเทราดพื้นแรง ๆ เพราะคิดว่ายิ่งเข้มข้นยิ่งดี ซึ่งอาจระคายเคืองผิวและทางเดินหายใจ และไม่ควรผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเด็ดขาด บางบ้านใช้สเปรย์ปรับอากาศเพื่อกลบกลิ่น ซึ่งไม่ได้แก้ต้นเหตุ บางบ้านทาสีทับคราบเชื้อราทันที ทำให้เชื้อยังอยู่ใต้ชั้นสีและกลับมาเป็นจุดดำอีกในไม่กี่สัปดาห์ ส่วนการเปิดพัดลมเป่าอย่างเดียวช่วยให้แห้งขึ้นจริง แต่ไม่ได้จัดการเชื้อที่เกาะอยู่บนพื้นผิว
WHO และ CDC แนะนำหลักการเดียวกัน คือทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจึงเป็นขั้นตอนต่อจากการล้าง ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนการล้าง
ตามข้อมูลบริการของ WHD ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะใช้การพ่นและหรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) เพื่อให้น้ำยากระจายไปยังพื้นผิวต่าง ๆ อย่างทั่วถึง น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ที่มีส่วนผสมของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride
หน้าบริการระบุว่าน้ำยาครอบคลุมเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ เช่น COVID-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1 และไวรัสโรคมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 สำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ เช่น เชื้อเลปโตสไปรา ผู้อ่านสามารถสอบถาม WHD เพื่อขอดูข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อนั้นได้
WHD ให้บริการลูกค้าหลายประเภท ทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย พร้อมออกใบกำกับภาษีได้ และมีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC กับบริการ การนัดหมายจะยืนยันตามคิวงานจริงหลังพูดคุยรายละเอียด สำหรับบ้านที่ยังมีกลิ่นอับในห้องปิดหลังพ่นแล้ว สามารถปรึกษาเพิ่มเติมเรื่อง บริการอบโอโซนในที่พักอาศัย ได้
หมายเหตุ: เป็นกรณีตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง
คุณต้นเปิดร้านข้าวมันไก่ในห้องแถวไม่ไกลจากแยกบางกะปิ ช่วงที่ถนนลาดพร้าวถูกปิดและมีน้ำท่วมขัง ร้านต้องปิดหลายวัน น้ำเข้ามาถึงหน้าเคาน์เตอร์และใต้ตู้เก็บของ เมื่อน้ำลด เขาร่วมกับพนักงานขนโคลน ทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำทั้งหมด ล้างพื้น ล้างผนัง และเปิดประตูทิ้งไว้ให้แห้งสองวัน
ก่อนเปิดร้านอีกครั้ง คุณต้นติดต่อทีมพ่นฆ่าเชื้อ ช่างแบ่งพื้นที่เป็นโซนครัว โซนหน้าร้าน และห้องน้ำพนักงาน ขอให้ทุกคนออกนอกร้านระหว่างพ่น เก็บภาชนะใส่ตู้ปิด แล้วพ่นตามลำดับ เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้ง พนักงานก็เช็ดพื้นผิวสัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำ แล้วจึงเริ่มเตรียมของ คุณต้นบอกว่าสิ่งที่ได้มากที่สุดคือความมั่นใจในการเปิดร้านอีกครั้ง และการที่สามารถบอกลูกค้าประจำได้ว่าร้านผ่านการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว
ถาม: ควรพ่นฆ่าเชื้อตอนไหน
ตอบ: หลังขนโคลนออก ล้างพื้นและผนัง และเปิดให้แห้งแล้ว การพ่นบนโคลนหรือน้ำขังจะได้ผลน้อยลง
ถาม: ต้องออกจากบ้านระหว่างพ่นไหม
ตอบ: ต้องออกจากโซนที่กำลังพ่น ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการโดยทั่วไปประมาณ 30 นาที
ถาม: น้ำยาที่ใช้คืออะไร
ตอบ: CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
ถาม: บริการในนครนายกได้ไหม
ตอบ: WHD ไม่มีสาขาในนครนายก แต่สามารถนัดหมายงานต่างจังหวัดเป็นรายกรณีผ่านโทรศัพท์หรือ LINE
ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วไม่ต้องไปหาหมอใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นผิวในอาคาร หากใครมีอาการป่วยหลังสัมผัสน้ำท่วม ต้องไปพบแพทย์
ถาม: มีราคาเท่าไร
ตอบ: ขึ้นกับขนาดพื้นที่และสภาพหน้างาน กรุณาส่งรายละเอียดผ่าน LINE @whd268 หรือโทร 065-556-6294 เพื่อรับใบเสนอราคา
ล้างโคลนเสร็จแล้ว ส่งภาพห้องมาให้ทีมงานประเมินได้ทันที ทั้งบ้านในบางกะปิและบ้านในนครนายก
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
World Health Disinfection เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160
#พ่นฆ่าเชื้อบางกะปิ #น้ำท่วมบางกะปิ #พ่นฆ่าเชื้อนครนายก #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569
คำค้นหา: บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตบางกะปิ, พ่นฆ่าเชื้อบางกะปิ, น้ำท่วมบางกะปิ 2569, น้ำท่วมแฟลตคลองจั่น, พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อนครนายก, น้ำท่วมนครนายก 2569, CHEMGENE HLD4H, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม