บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตจตุจักร หลังน้ำท่วม 2569: ดูแลบ้าน คอนโด และสำนักงานหลังฝนหนักที่สุดของกรุงเทพฯ พร้อมอัปเดตน้ำท่วมอยุธยา

Last updated: 8 ต.ค. 2569  |  25 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตจตุจักร หลังน้ำท่วม 2569: ดูแลบ้าน คอนโด และสำนักงานหลังฝนหนักที่สุดของกรุงเทพฯ พร้อมอัปเดตน้ำท่วมอยุธยา

บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตจตุจักร หลังน้ำท่วม 2569: ดูแลบ้าน คอนโด และสำนักงานหลังฝนหนักที่สุดของกรุงเทพฯ พร้อมอัปเดตน้ำท่วมอยุธยา

ช่วงวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 เขตจตุจักรเป็นพื้นที่ที่วัดปริมาณฝนได้สูงที่สุดของกรุงเทพมหานคร ถนนหลายสายในเขตมีน้ำท่วมขัง และถนนวิภาวดีรังสิตช่วงหน้าสำนักงานเขตจตุจักรถึงการบินไทยถูกประกาศห้ามรถเล็กผ่าน แม้น้ำบนถนนจะลดลงแล้ว แต่บ้านเรือน ห้องชั้นล่างของคอนโด ร้านค้า และสำนักงานที่น้ำเคยเข้ายังต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกขั้นตอน บทความนี้สรุปข้อเท็จจริงเรื่องน้ำท่วมเขตจตุจักรจากรายงานข่าวพร้อมวันที่ อธิบายเชื้อโรคที่มักหลงเหลือหลังน้ำลด โดยเฉพาะในอาคารที่มีคนใช้ร่วมกันจำนวนมาก และแนะนำ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ WHD ซึ่งควรทำหลังจากล้างโคลนและทำความสะอาดเสร็จแล้วเท่านั้น ในช่วงท้ายมีสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาล่าสุดสำหรับผู้ที่มีครอบครัวหรือทรัพย์สินอยู่ที่นั่น

กรณีตัวอย่าง: สำนักงานบัญชีเล็ก ๆ ในอาคารพาณิชย์ย่านจตุจักร

หมายเหตุ: เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบได้บ่อยหลังน้ำท่วมในเขตเมือง ไม่ได้อ้างถึงบริษัทหรือบุคคลจริง

คุณเมย์เป็นเจ้าของสำนักงานบัญชีขนาดเล็กที่เช่าอาคารพาณิชย์สามชั้นในซอยแห่งหนึ่งของเขตจตุจักร ชั้นล่างเป็นส่วนต้อนรับลูกค้า มุมเตรียมเครื่องดื่ม และห้องเก็บเอกสาร ส่วนชั้นบนเป็นโต๊ะทำงานของพนักงานแปดคน คืนที่ฝนตกหนักติดต่อกันในปลายเดือนกันยายน น้ำในซอยสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนไหลเข้าชั้นล่าง พนักงานที่อยู่ทำงานดึกช่วยกันยกเครื่องพิมพ์และแฟ้มบางส่วนขึ้นชั้นบน แต่กล่องเอกสารเก่าที่วางบนพื้นห้องเก็บของและพรมบริเวณส่วนต้อนรับจมน้ำไปแล้ว

สองวันต่อมาเมื่อน้ำลด คุณเมย์พบว่าพรมอมน้ำจนหนักและส่งกลิ่นเหม็น ผนังยิปซัมด้านล่างมีคราบน้ำเป็นแนว เคาน์เตอร์มุมเครื่องดื่มมีตะกอนติดอยู่ และเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศชั้นล่างก็ได้กลิ่นอับลอยออกมา เธอให้แม่บ้านช่วยขนพรมและกล่องกระดาษไปทิ้ง ล้างพื้น และเช็ดโต๊ะทุกตัว แต่พนักงานบางคนเริ่มบ่นว่าไอและคัดจมูกทุกครั้งที่ลงมาชั้นล่าง

สำหรับสำนักงานที่มีพนักงานใช้พื้นที่ร่วมกันทุกวัน และมีลูกค้าเข้ามาติดต่อตลอด ความสะอาดหลังน้ำท่วมไม่ได้เป็นแค่เรื่องความสวยงาม แต่เกี่ยวกับสุขภาพของทีมงานและความเชื่อมั่นของลูกค้า คุณเมย์จึงอยากรู้ว่าหลังจากล้างแล้วควรทำอะไรต่อ ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับที่เจ้าของบ้าน ผู้จัดการคอนโด และเจ้าของร้านในเขตจตุจักรหลายรายกำลังถามอยู่

น้ำท่วมเขตจตุจักร 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าวและประกาศ กทม.

ข้อมูลต่อไปนี้มาจากรายงานข่าวและประกาศของหน่วยงานรัฐในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคม 2569 สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอด โปรดติดตามประกาศล่าสุดของสำนักงานเขตจตุจักรและกรุงเทพมหานคร

  • 25 ถึง 26 ก.ย. 2569 ปริมาณฝนสะสมสูงสุดของกรุงเทพมหานครอยู่ที่เขตจตุจักร วัดได้ 210.0 มิลลิเมตร
  • 26 ก.ย. 2569 ถนนเทศบาลสงเคราะห์มีน้ำท่วมขัง 15.8 เซนติเมตร และถนนรัชดาภิเษก 12.6 เซนติเมตร
  • 26 ก.ย. 2569 ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. แจ้งเตือนพื้นที่น้ำท่วมขัง รถเล็กห้ามผ่าน โดยหนึ่งในจุดที่ระบุคือ ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงหน้าสำนักงานเขตจตุจักรถึงการบินไทย
  • 26 ก.ย. 2569 กรุงเทพมหานครประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย
  • 28 ถึง 29 ก.ย. 2569 ถนนวิภาวดีรังสิต ขาออก บริเวณแยกกำแพงเพชร 6 มีน้ำท่วมขังตั้งแต่ 20 เซนติเมตรขึ้นไป
  • 29 ถึง 30 ก.ย. 2569 กรุงเทพมหานครระบุเขตที่ได้รับผลกระทบระดับสูง 15 เขต ครอบคลุม 748 ชุมชน ซึ่งมีเขตจตุจักรรวมอยู่ด้วย
  • 4 ต.ค. 2569 เขตจตุจักรเป็นหนึ่งใน 22 เขตที่มีฝนตกปานกลางถึงหนัก

สำหรับช่วงวันที่ 3 ถึง 7 ต.ค. 2569 เรายังไม่พบรายงานว่าจุดใดในเขตจตุจักรยังมีน้ำท่วมขัง จึงไม่ขอระบุว่าถนนเหล่านี้ยังท่วมอยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่ข้อมูลบอกเราคือ ฝนปริมาณมากในเวลาสั้น ๆ ทำให้น้ำไหลเข้าอาคารชั้นล่าง ห้องใต้ดิน และลานจอดรถได้รวดเร็ว แม้น้ำจะไม่ขังนานเท่าเขตชานเมือง แต่น้ำที่ไหลผ่านท่อระบายน้ำในเมืองย่อมพาสิ่งปนเปื้อนเข้ามาด้วย และวัสดุอย่างพรม ฝ้า ผนังยิปซัม และกล่องกระดาษจะอมความชื้นไว้นานหลังน้ำลด

กรุงเทพมหานครยังแจ้งให้เตรียมรับฝนรอบใหม่ในช่วงวันที่ 10 ถึง 13 ต.ค. 2569 ผู้ที่ได้รับผลกระทบสามารถลงทะเบียนขอรับการเยียวยาได้ที่ claim.bangkok.go.th ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 49,000 ราย ข้อมูล ณ 6 ต.ค. 2569 เวลา 08.30 น.

น้ำท่วมทั่วประเทศ ตามรายงาน ปภ. วันที่ 7 ต.ค. 2569

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานข้อมูล ณ วันที่ 7 ต.ค. 2569 เวลา 06.00 น. เผยแพร่โดยกรมประชาสัมพันธ์และไทยพีบีเอส ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 27 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รวม 123 อำเภอ 984 ตำบล 7,215 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,154,875 ครัวเรือน หรือกว่า 3.1 ล้านคน (3,160,972 คน) โดยกรุงเทพมหานครมี 329,000 ครัวเรือน ซึ่งมีแนวโน้มลดลง สาเหตุคือฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ร่วมกับน้ำที่ไหลมาจากภาคเหนือ

จังหวัดที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น ตามรายงาน ปภ. 7 ต.ค. ได้แก่ สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ ปทุมธานี ราชบุรี สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ส่วนนครนายกระดับน้ำทรงตัวในวันที่ 6 และ 7 ต.ค. และ ปภ. ยังติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ภาพรวมนี้สะท้อนว่าพื้นที่ภาคกลางตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยายังต้องติดตามใกล้ชิด โดยกรมชลประทานรายงานว่าเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในช่วงวันที่ 4 ถึง 6 ต.ค. 2569

พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมพระนครศรีอยุธยา: สถานการณ์ล่าสุด

ชาวจตุจักรจำนวนไม่น้อยมีบ้านเกิด ญาติ หรือโรงงานอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือไม่ไกล และเป็นจังหวัดที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักโดยตรง ข้อมูลล่าสุดที่ตรวจสอบได้มีดังนี้

  • ปภ. 7 ต.ค. 2569: พระนครศรีอยุธยามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 16 อำเภอ 205 ตำบล 1,371 หมู่บ้าน 59,633 ครัวเรือน และระดับน้ำยังเพิ่มขึ้น เทียบกับ 56,284 ครัวเรือนในวันที่ 6 ต.ค.
  • 6 ต.ค. 2569 เวลา 14.33 น. ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่า ชุมชนหมู่ 7 ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา ถูกน้ำท่วมราว 2 สัปดาห์ น้ำขึ้นเกือบ 2 เมตรภายใน 3 วัน บางจุดลึก 2 ถึง 3 เมตร ชาวบ้านบางรายต้องกู้เงินมาซื้อเรือ สาเหตุมาจากเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระรามหกระบาย 720 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
  • 5 ต.ค. 2569 กรมชลประทานคาดว่าระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักท้ายเขื่อนพระรามหกจะสูงขึ้น 1.00 ถึง 1.20 เมตร และให้เฝ้าระวังพื้นที่อำเภอท่าเรือ

น้ำท่วมอยุธยาเป็นน้ำท่วมแบบลุ่มน้ำที่สูงและขังนาน ต่างจากน้ำท่วมฉับพลันจากฝนในเขตจตุจักร บ้านไม้ริมแม่น้ำ บ้านยกใต้ถุน วัด โรงเรียน และร้านค้าในชุมชนต้องแช่น้ำนานนับสัปดาห์ เมื่อน้ำลดในอนาคต บ้านเหล่านี้จะมีตะกอนแม่น้ำหนา ความชื้นสะสมในเนื้อไม้ และความเสี่ยงเรื่องเชื้อราสูง ขั้นตอนฟื้นฟูต้องเริ่มจากความปลอดภัยของโครงสร้างและระบบไฟฟ้า ตามด้วยการขนโคลน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่เคยสัมผัสน้ำ

สำหรับใต้ถุนบ้านที่เคยใช้เป็นพื้นที่นั่งเล่น ครัว หรือคอกสัตว์ ควรตักตะกอนออกให้หมด ล้างเสาและพื้นปูน ปล่อยให้แห้งและโดนแดด ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ ส่วนของใช้ไม้ที่แช่น้ำนานควรพิจารณาว่ายังซ่อมได้หรือไม่ หากเริ่มผุหรือมีเชื้อราฝังลึก การทิ้งอาจปลอดภัยกว่า

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 ไม่มีสาขาในอยุธยา แต่สามารถนัดหมายงานต่างจังหวัดได้ทางโทรศัพท์หรือ LINE ทีมงานจะสอบถามระดับน้ำ ความพร้อมของพื้นที่ และการเข้าถึงก่อนนัดวัน ไม่รับปากการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียว เพราะต้องรอให้น้ำลดและล้างโคลนเสร็จก่อน และจะแจ้งราคาหลังประเมินพื้นที่แล้วเท่านั้น

เชื้อโรคหลังน้ำท่วมในบ้าน คอนโด และสำนักงานเขตจตุจักร

เขตจตุจักรมีอาคารหลากหลาย ตั้งแต่บ้านในซอย ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ร้านค้า ไปจนถึงตลาด เมื่อน้ำจากท่อระบายน้ำไหลเข้าชั้นล่าง เชื้อโรคที่มากับน้ำจะต่างกันไปตามการใช้พื้นที่ ข้อมูลด้านล่างเป็นความรู้ทั่วไปในระดับกลุ่มเชื้อ

เชื้อราในพรม ฝ้า ผนังยิปซัม และเครื่องปรับอากาศ

อาคารในเมืองมักใช้วัสดุที่อมน้ำได้ดี เช่น พรม ผนังเบา ฝ้ายิปซัม และเฟอร์นิเจอร์ไม้อัด เมื่อเปียกน้ำแล้วไม่แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง ซึ่งเป็นกรอบเวลาที่ WHO และ CDC แนะนำ เชื้อราจะเริ่มเติบโต สปอร์ที่ลอยในอากาศอาจถูกเครื่องปรับอากาศหมุนเวียนไปทั่วห้อง ทำให้คนที่มีภูมิแพ้หรือหอบหืดมีอาการไอ จาม คัดจมูก และหายใจลำบาก

แบคทีเรียจากน้ำเสียบนพื้นและเคาน์เตอร์

น้ำที่ไหลผ่านท่อระบายน้ำและบ่อพักในเมืองอาจพาแบคทีเรียจากสิ่งปฏิกูล เช่น อีโคไล และซัลโมเนลลา เข้ามาติดบนพื้น ขาโต๊ะ เคาน์เตอร์ และมุมเตรียมอาหารในสำนักงาน หากไม่ล้างและฆ่าเชื้อให้ทั่วถึง อาจเป็นต้นเหตุของอาการท้องเสียในกลุ่มคนที่ใช้พื้นที่ร่วมกัน

ไวรัสในพื้นที่ที่มีคนใช้ร่วมกันมาก

สำนักงาน ล็อบบี้คอนโด และร้านค้าเป็นพื้นที่ที่มีคนสัมผัสลูกบิด ปุ่มลิฟต์ ราวบันได และโต๊ะร่วมกันทุกวัน หลังน้ำท่วม คนมักกลับมาทำงานพร้อมกันในพื้นที่ที่ยังชื้น ไวรัสทางเดินหายใจอย่างไข้หวัดใหญ่และอาร์เอสวี รวมถึงโนโรไวรัสที่ก่อโรคทางเดินอาหาร จึงมีโอกาสแพร่ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพื้นผิวสัมผัสร่วมไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

เชื้อเลปโตสไปราในลานจอดรถและพื้นที่ชั้นล่าง

ลานจอดรถชั้นล่าง ห้องเก็บขยะ และทางเดินหลังอาคารเป็นจุดที่หนูชุกชุม น้ำที่ขังในบริเวณเหล่านี้อาจปนเปื้อนเชื้อเลปโตสไปรา ผู้ที่ลุยน้ำโดยมีแผลควรสังเกตอาการ หากมีไข้สูงและปวดน่องให้ไปพบแพทย์ทันที

ใครเสี่ยงที่สุด และเมื่อไรต้องไปพบแพทย์

กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็กที่เล่นบนพื้น ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ที่มีภูมิแพ้หรือหอบหืด พนักงานทำความสะอาดและแม่บ้านอาคารที่ต้องสัมผัสน้ำและโคลนโดยตรง รวมถึงพนักงานออฟฟิศที่ใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงในห้องปรับอากาศที่อาจมีสปอร์เชื้อรา

ควรไปพบแพทย์โดยเร็วหากมีไข้สูงร่วมกับปวดน่องหลังลุยน้ำ ท้องเสียรุนแรง อาเจียนจนดื่มน้ำไม่ได้ แผลบวมแดงหรือมีหนอง ผื่นคันลุกลาม หรืออาการหอบเหนื่อยที่แย่ลง ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ และการพ่นฆ่าเชื้อไม่สามารถใช้แทนการรักษาได้

ผลกระทบที่มองข้ามไม่ได้ หากอาคารในเขตจตุจักรยังมีเชื้อโรคค้างอยู่

สุขภาพของผู้ใช้อาคาร: อาการไอ คัดจมูก ภูมิแพ้กำเริบ หรือท้องเสียที่เกิดกับหลายคนในช่วงเดียวกัน อาจมีต้นเหตุจากพื้นที่ที่ยังไม่สะอาด

ประสิทธิภาพการทำงาน: สำนักงานที่พนักงานลาป่วยต่อเนื่องหลังน้ำท่วม ทำงานได้ช้าลงในช่วงที่ต้องเร่งกู้คืนธุรกิจ

ค่าใช้จ่าย: เชื้อราที่ลามเข้าผนังเบา ฝ้า และท่อลมของเครื่องปรับอากาศ ทำให้ค่าซ่อมสูงขึ้นมาก

ภาพลักษณ์: ลูกค้าที่เดินเข้ามาแล้วได้กลิ่นอับ อาจตั้งคำถามถึงมาตรฐานของร้านหรือบริษัท

ความสัมพันธ์กับผู้เช่าและลูกบ้าน: นิติบุคคลคอนโดและเจ้าของอาคารให้เช่าที่ดูแลพื้นที่ส่วนกลางไม่ทั่วถึง อาจได้รับข้อร้องเรียนตามมา

ทำไมการทำความสะอาดแบบเดิมจึงยังไม่ครบสำหรับอาคารในเมือง

  • เช็ดเฉพาะพื้นที่มองเห็น: พลาดใต้โต๊ะทำงาน หลังตู้เอกสาร ขอบผนังเบา และรอบท่อระบายน้ำ
  • ใช้น้ำยาถูพื้นทั่วไป: ช่วยขจัดคราบ แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่สัมผัสน้ำเสีย
  • เปิดแอร์ให้แห้ง: ช่วยลดความชื้นได้บางส่วน แต่ถ้าแผงคอยล์และท่อลมเปียกน้ำหรือมีเชื้อรา อาจกระจายสปอร์ไปทั่วห้อง
  • ฉีดน้ำหอมปรับอากาศ: กลบกลิ่นชั่วคราวโดยไม่แก้ต้นเหตุ
  • เก็บพรมที่เปียกไว้ใช้ต่อ: พรมที่อมน้ำเสียแทบทำความสะอาดให้หมดจดไม่ได้ ควรทิ้ง

แนวทางของ CDC สำหรับอาคารหลังน้ำท่วมคือ ทิ้งวัสดุที่ดูดซับน้ำซึ่งทำความสะอาดไม่ได้ ทำความสะอาดพื้นผิวแข็งด้วยน้ำและสบู่หรือผงซักฟอก แล้วจึงฆ่าเชื้อ บริการพ่นฆ่าเชื้อคือการทำขั้นตอนสุดท้ายนี้อย่างเป็นระบบ โดยช่างที่ใช้อุปกรณ์กระจายน้ำยาให้ทั่วพื้นที่

บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตจตุจักร: วิธีทำงานของ WHD

ตามข้อมูลบริการของ WHD ช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมจะพ่นน้ำยาด้วยเครื่องพ่นและ/หรือเครื่องพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

หน้าบริการระบุว่าน้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ในกลุ่มไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยยกตัวอย่างเชื้อโควิด-19 ไวรัสอาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 ไข้หวัดนก H5N1 และไวรัสโรคมือ เท้า ปาก อ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 สำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อ เช่น อีโคไล หรือเลปโตสไปรา WHD ไม่ได้อ้างผลทดสอบเฉพาะเชื้อ แต่เชื้อเหล่านี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม หากต้องการเอกสารผลทดสอบสามารถสอบถามทีมงานได้

ขั้นตอนบริการสำหรับบ้าน คอนโด และสำนักงาน

  1. สำรวจพื้นที่: แจ้งประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่ ชั้นที่น้ำเข้า และส่งรูปถ่ายทาง LINE หรือโทรศัพท์
  2. ขนโคลนและทำความสะอาด: ทิ้งพรม กล่องกระดาษ และวัสดุอมน้ำ ล้างพื้นและผนังส่วนล่างให้เรียบร้อยก่อน
  3. แบ่งโซน: ช่างวางลำดับ เช่น ล็อบบี้ ห้องเก็บเอกสาร มุมเตรียมอาหาร ห้องน้ำ ลานจอดรถ และห้องที่ใช้งานประจำ
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ผู้ใช้อาคาร สัตว์เลี้ยง และต้นไม้ต้องออกจากโซนที่พ่น ช่างสวมชุดป้องกันและพ่นให้ทั่วพื้น ผนังส่วนล่าง โต๊ะ ลูกบิด ปุ่มลิฟต์ และราวบันได
  5. กลับเข้าพื้นที่: ตามข้อมูลบริการ โดยทั่วไปรอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้งานได้ตามปกติ แต่ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดระบายอากาศก่อนเข้าใช้

WHD ไม่ได้อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง ควรเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารและของเล่นเด็กด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำของช่าง บริการนี้มีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้ ซึ่งสะดวกสำหรับบริษัทและนิติบุคคล ลูกค้าของบริการมีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

10 เหตุผลที่อาคารในเขตจตุจักรควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

  1. ฝนสูงสุดของ กทม. ในช่วง 25 ถึง 26 ก.ย. 2569 ทำให้น้ำเข้าอาคารชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
  2. น้ำในเมืองไหลผ่านท่อระบายน้ำ จึงพาสิ่งปนเปื้อนเข้ามาด้วย
  3. อาคารมีคนใช้ร่วมกันมาก การ พ่นฆ่าเชื้อโดยช่างมืออาชีพ ช่วยดูแลพื้นผิวสัมผัสร่วม
  4. วัสดุในอาคารเมืองอมน้ำง่าย และเป็นแหล่งเชื้อราหากไม่จัดการให้ครบขั้นตอน
  5. น้ำยาระดับการแพทย์ ที่ใช้ในโรงพยาบาลและอาคารสาธารณะ
  6. ช่างผ่านการอบรม ทำงานอย่างเป็นระบบและปลอดภัย
  7. เหมาะกับสำนักงานและนิติบุคคล เพราะออกใบกำกับภาษีได้
  8. ช่วยลดกลิ่นอับ เมื่อทำร่วมกับการรื้อวัสดุเปียกและทำให้พื้นที่แห้ง
  9. ใช้เวลารอไม่นาน ประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ โดยยึดเวลาที่ช่างแจ้ง ดูเพิ่มเติมที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ WHD
  10. เตรียมพร้อมรับฝนรอบใหม่ ช่วง 10 ถึง 13 ต.ค. 2569 ตามที่ กทม. แจ้ง

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อในอาคารเขตจตุจักร

ก่อน

  • กลิ่นอับจากพรมและเครื่องปรับอากาศชั้นล่าง
  • คราบน้ำบนผนังยิปซัม
  • พนักงานบ่นไอและคัดจมูก
  • ลูกค้าไม่มั่นใจเมื่อเข้ามาติดต่อ
  • ไม่แน่ใจว่าพื้นผิวสัมผัสร่วมสะอาดหรือยัง

หลัง

  • วัสดุอมน้ำถูกรื้อและเปลี่ยนใหม่
  • พื้นผิวผ่านการล้างและพ่นฆ่าเชื้อครบขั้นตอน
  • มีแผนดูแลความชื้นและเครื่องปรับอากาศ
  • พนักงานกลับมาทำงานได้อย่างสบายใจขึ้น
  • พร้อมต้อนรับลูกค้าอีกครั้ง

กรณีตัวอย่าง: คอนโดชั้นล่างและลานจอดรถในเขตจตุจักร

กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมุติจากงานที่พบบ่อย ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

คุณบอลเป็นผู้จัดการนิติบุคคลของคอนโดขนาดกลางแห่งหนึ่งในเขตจตุจักร ช่วงฝนตกหนักปลายเดือนกันยายน น้ำไหลเข้าลานจอดรถชั้นล่าง ห้องเก็บขยะ และล็อบบี้บางส่วน หลังน้ำลด ทีมแม่บ้านของอาคารขนตะกอนออก ล้างพื้นลานจอดรถ และทิ้งพรมหน้าลิฟต์ แต่ลูกบ้านหลายรายยังแจ้งว่าได้กลิ่นอับเมื่อเดินผ่านล็อบบี้ และบางคนกังวลเรื่องเชื้อโรคบนปุ่มลิฟต์และราวบันได

คุณบอลจึงติดต่อ WHD ทาง LINE ส่งผังพื้นที่และรูปถ่าย ทีมงานประเมินและนัดวันที่เหมาะสม โดยแนะนำให้แจ้งลูกบ้านล่วงหน้าเรื่องช่วงเวลาปิดพื้นที่ ในวันทำงาน ช่างแบ่งโซนเป็นลานจอดรถ ห้องเก็บขยะ ล็อบบี้ และโถงลิฟต์ ปิดกั้นทีละโซนระหว่างพ่น แล้วเปิดให้ใช้งานตามเวลาที่แจ้ง ผลที่คุณบอลได้รับคือข้อร้องเรียนจากลูกบ้านลดลง และมีเอกสารใบกำกับภาษีสำหรับการเบิกจ่ายของนิติบุคคล

เช็กลิสต์ฟื้นฟูอาคารเขตจตุจักรหลังน้ำท่วม

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ตรวจระบบไฟฟ้าและปลั๊กชั้นล่างก่อนเปิดใช้
  • ทิ้งพรม กล่องกระดาษ และวัสดุที่อมน้ำ
  • ล้างพื้น ผนังส่วนล่าง และเคาน์เตอร์ด้วยน้ำและผงซักฟอก
  • ให้ช่างแอร์ตรวจและล้างเครื่องปรับอากาศที่สัมผัสน้ำหรือความชื้นสูง
  • เปิดระบายอากาศให้พื้นที่แห้ง
  • สำรองเอกสารสำคัญที่เปียกน้ำโดยการถ่ายภาพหรือสแกน

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • เช็ดพื้นผิวสัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาด
  • ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมอย่างสม่ำเสมอ
  • สังเกตจุดชื้นและคราบราบนผนังและฝ้า
  • หากผู้ใช้อาคารมีอาการป่วย ให้ไปพบแพทย์

คำถามที่พบบ่อย: บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เขตจตุจักร

ถาม: สำนักงานต้องปิดทำการนานไหม
ตอบ: ระหว่างพ่นต้องไม่มีคนอยู่ในโซน และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง หน้าบริการระบุโดยทั่วไปประมาณ 30 นาที จึงสามารถวางแผนทำนอกเวลางานได้

ถาม: พ่นในคอนโดที่มีคนอยู่หลายห้องได้หรือไม่
ตอบ: ได้ โดยแบ่งโซนพื้นที่ส่วนกลางและปิดกั้นทีละส่วน ควรแจ้งลูกบ้านล่วงหน้า

ถาม: พ่นแทนการล้างแอร์ได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ เครื่องปรับอากาศที่เปียกน้ำหรือมีเชื้อราควรให้ช่างแอร์ตรวจและล้างแยกต่างหาก

ถาม: รับงานที่อยุธยาหรือไม่
ตอบ: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค ไม่มีสาขาในอยุธยา แต่นัดหมายงานต่างจังหวัดได้ทางโทรศัพท์และ LINE

ถาม: ค่าบริการเท่าไร
ตอบ: ขึ้นกับขนาดและสภาพพื้นที่ ทีมงานจะแจ้งหลังประเมิน

ถาม: น้ำยาครอบคลุมไวรัสไข้หวัดใหญ่หรือไม่
ตอบ: หน้าบริการระบุไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไว้ในรายชื่อเชื้อ หากต้องการเอกสารผลทดสอบ สอบถามทีมงานได้

อาคารในเขตจตุจักรล้างเสร็จแล้ว ให้ WHD ปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ

รับประเมินบ้าน คอนโด สำนักงาน และร้านค้า ทั้งในกรุงเทพฯ และพระนครศรีอยุธยา

จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#พ่นฆ่าเชื้อจตุจักร #น้ำท่วมจตุจักร #พ่นฆ่าเชื้ออยุธยา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene #น้ำท่วมกทม2569

คำค้นหา: บริการพ่นฆ่าเชื้อ เขตจตุจักร, พ่นฆ่าเชื้อจตุจักร, น้ำท่วมจตุจักร 2569, ถนนวิภาวดีรังสิต น้ำท่วม, พ่นฆ่าเชื้อสำนักงาน, พ่นฆ่าเชื้ออยุธยา, น้ำท่วมพระนครศรีอยุธยา 2569, ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้