จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย 2569: 10 เชื้อที่มากับน้ำป่าและโคลนแดง ในหมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

Last updated: 7 ต.ค. 2569  |  16 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บริการพ่นฆ่าเชื้อ

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย 2569: 10 เชื้อที่มากับน้ำป่าและโคลนแดง ในหมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

บทความนี้คือ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย ฉบับปี 2569 ที่ทีมงาน World Health Disinfection (WHD) เรียบเรียงขึ้นสำหรับชาวบ้านหมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย รวมถึงโรงเรียน ร้านค้า และบ้านพักในละแวกเดียวกัน หลังมติชนรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ฝนตกหนักจนน้ำป่าจากดอยเทอดไทยไหลหลากท่วมถนนในหมู่บ้านสูง 20 ถึง 30 เซนติเมตร น้ำเข้าบ้านเรือนในจุดที่ลุ่มต่ำ และเกิดดินสไลด์หลายจุด เราจะอธิบายว่าน้ำป่าบนพื้นที่สูงต่างจากน้ำท่วมในเมืองอย่างไร เชื้อโรคตัวไหนควรระวังก่อน ซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้าน คอกสัตว์ และแหล่งน้ำ แล้วปิดท้ายด้วยขั้นตอนล้างโคลนก่อน แล้วจึงใช้ บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงให้ครอบครัว

ขอชี้แจงก่อนว่าการจัดอันดับนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่สถิติทางการของหน่วยงานรัฐ และไม่ได้อ้างว่ามีการตรวจพบเชื้อตัวใดในตำบลเทอดไทย เราใช้ความรู้ทั่วไปเรื่องเชื้อโรคที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (CDC) และกรมควบคุมโรคกล่าวถึงบ่อยหลังน้ำท่วม แล้วจัดลำดับให้เข้ากับลักษณะของน้ำป่าบนพื้นที่สูง ซึ่งพัดพาดิน โคลน กิ่งไม้ และของเสียจากคอกสัตว์มาพร้อมกันในเวลาสั้น ๆ

น้ำป่าดอยเทอดไทย 10 กันยายน 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของมติชน เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย น้ำป่าจากดอยเทอดไทยไหลหลากลงมาท่วมถนนภายในหมู่ 1 และหมู่ 2 สูงประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตร น้ำไหลเข้าบ้านเรือนในจุดที่เป็นที่ลุ่มต่ำ และมีดินสไลด์หลายจุด

ข้อมูลที่แหล่งข่าวนี้ไม่ได้ระบุ ได้แก่ จำนวนบ้านที่น้ำเข้า ระยะเวลาที่น้ำขัง และความเสียหายรายครัวเรือน เราจึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านี้ และไม่คาดเดาเพิ่มเติม ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากอำเภอแม่ฟ้าหลวง องค์การบริหารส่วนตำบล และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย

ในภาพรวมระดับประเทศ เดลินิวส์รายงานข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมทั้งประเทศ ไม่ใช่ตัวเลขของตำบลเทอดไทย และอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน

จุดที่น้ำท่วมในดอยเทอดไทย ตามที่มีรายงาน

  • ถนนภายในหมู่ 1 ตำบลเทอดไทย น้ำป่าไหลหลากท่วมสูงประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตร วันที่ 10 กันยายน 2569 (มติชน)
  • ถนนภายในหมู่ 2 ตำบลเทอดไทย น้ำป่าไหลหลากท่วมในเหตุการณ์เดียวกัน (มติชน)
  • บ้านเรือนในจุดที่ลุ่มต่ำ มีน้ำไหลเข้าบ้าน (มติชน)
  • ดินสไลด์หลายจุด ในพื้นที่ (มติชน)

น้ำป่าบนพื้นที่สูงต่างจากน้ำท่วมขังในเมือง น้ำมาเร็ว ไหลแรง และพาตะกอนดินมาด้วยปริมาณมาก เมื่อน้ำลดลงจึงมักทิ้ง โคลนแดง หนาไว้บนพื้นบ้าน ใต้ถุน ลานบ้าน และถนน โคลนนี้ไม่ได้มีแค่ดิน แต่อาจปนมูลสัตว์จากคอกหมู คอกไก่ หรือคอกวัว ของเสียจากส้วมซึมที่ถูกน้ำกัดเซาะ และเศษวัสดุมีคมจากดินที่ไถลลงมา นี่คือเหตุผลที่อันดับของบทความนี้ให้ความสำคัญกับเชื้อในดิน บาดแผล และเชื้อจากสัตว์ มากกว่าบทความที่เขียนถึงน้ำขังในเมือง

กรณีตัวอย่าง: บ้านไม้ใต้ถุนสูงริมลำห้วย กับคอกไก่หลังบ้าน

เรื่องต่อไปนี้เป็น กรณีตัวอย่าง ที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำป่าบนพื้นที่สูง ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริง และไม่ได้อ้างถึงบ้านหลังใดในตำบลเทอดไทย

พี่หน่องอาศัยอยู่กับสามี ลูกชายวัยเจ็ดขวบ และแม่วัยหกสิบห้า ในบ้านไม้ใต้ถุนสูงที่ตั้งอยู่ในจุดต่ำใกล้ลำห้วย ใต้ถุนบ้านใช้เป็นที่ทำครัว เก็บกระสอบข้าวโพด และจอดรถจักรยานยนต์ ด้านหลังบ้านมีคอกไก่และเล้าหมูเล็ก ๆ บ่ายวันที่ฝนตกหนัก เสียงน้ำในลำห้วยดังขึ้นผิดปกติ ไม่นานน้ำสีแดงขุ่นก็ไหลบ่าลงมาตามถนนในหมู่บ้าน ทะลักเข้าใต้ถุนบ้าน พัดเอาฟางและมูลสัตว์จากคอกหลังบ้านมาด้วย

น้ำลดลงในเวลาไม่นาน แต่ทิ้งโคลนแดงหนาไว้ทั่วใต้ถุน กระสอบข้าวโพดเปียกชุ่ม ถังเก็บน้ำดื่มที่วางบนพื้นมีตะกอนดินลงไป ระหว่างตักโคลน สามีของพี่หน่องเหยียบเศษไม้มีตะปูจนเท้าเป็นแผล ส่วนลูกชายเดินเท้าเปล่าช่วยขนของเล่นออกจากโคลน สองสามวันต่อมา ลูกชายเริ่มถ่ายเหลว แม่ของพี่หน่องไอมากขึ้นเพราะอากาศบนดอยเย็นชื้น และแผลที่เท้าของสามีเริ่มบวมแดง

พี่หน่องโทรถามญาติที่ทำงานในเมืองว่า "ล้างโคลนออกไปเกือบหมดแล้ว แต่ยังมีกลิ่นคอกสัตว์ปนดินเหม็นอับอยู่ใต้ถุน จะรู้ได้อย่างไรว่าเชื้อโรคตัวไหนอันตรายที่สุด" คำถามนี้คือจุดเริ่มต้นของการจัดอันดับด้านล่าง

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย

เราใช้เกณฑ์ห้าข้อ โดยให้น้ำหนักกับลักษณะของน้ำป่าบนพื้นที่สูง ได้แก่ โคลนแดงหนา ดินสไลด์ คอกสัตว์ แหล่งน้ำธรรมชาติ และบ้านไม้ใต้ถุนสูง

  1. ความเกี่ยวข้องกับน้ำท่วมและโคลน: เชื้อนั้นถูกกล่าวถึงบ่อยแค่ไหนในคำแนะนำหลังน้ำท่วมของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค
  2. ความเข้ากับสภาพพื้นที่สูง: การทำเกษตร การเลี้ยงสัตว์ การใช้น้ำจากลำห้วยหรือระบบประปาหมู่บ้าน และงานขนย้ายเศษดินและไม้
  3. ความรุนแรง: โอกาสที่จะทำให้ป่วยหนัก โดยคำนึงว่าการเดินทางไปโรงพยาบาลจากหมู่บ้านบนดอยอาจใช้เวลานานกว่าในเมือง
  4. กลุ่มเสี่ยง: คนที่ลงแรงขุดลอกโคลน เกษตรกร ผู้สูงอายุ เด็กที่เดินเท้าเปล่า และผู้ป่วยเบาหวานซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อบางชนิดมากกว่า
  5. ความคงทนและการแพร่ต่อ: อธิบายเชิงคุณภาพ ไม่ระบุตัวเลขที่ไม่มีหลักฐาน

อันดับเหล่านี้มีไว้วางแผนการทำความสะอาดและการระวังตัว ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค ผู้ที่มีไข้สูง ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง ไอเรื้อรังมีไข้ หรือแผลบวมแดงหลังสัมผัสน้ำป่าและโคลน ควรไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน และแจ้งว่าได้สัมผัสน้ำท่วมหรือโคลน

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย 2569: 10 อันดับ

อันดับ 1: เลปโตสไปรา (Leptospira) สาเหตุโรคฉี่หนู ในโคลน ไร่นา และคอกสัตว์

ทำไมอยู่อันดับนี้: ในพื้นที่เกษตรบนดอย เชื้อเลปโตสไปรามาได้ทั้งจากหนูในไร่และยุ้งฉาง และจากสัตว์เลี้ยงอย่างหมูและวัว เมื่อน้ำป่าพัดพาดินและของเสียจากคอกสัตว์มากองรวมกัน แล้วชาวบ้านต้องลงมือตักโคลนด้วยมือและเท้าเปล่าหลายวัน โอกาสที่เชื้อจะเข้าทางแผลหรือผิวที่แช่น้ำนานจึงสูง กรมควบคุมโรคเตือนโรคฉี่หนูเป็นประจำในช่วงฤดูฝนและหลังน้ำท่วม เราจึงวางไว้อันดับหนึ่ง

ซ่อนอยู่ตรงไหน: โคลนใต้ถุนบ้าน ลานบ้าน ร่องน้ำข้างถนน คอกสัตว์ ยุ้งเก็บผลผลิต แปลงเกษตร และแอ่งน้ำที่ขังหลังน้ำลด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง ตาแดง บางรายตัวเหลืองหรือปัสสาวะน้อย คนที่ขุดลอกโคลนและเกษตรกรที่ลงไร่หลังน้ำลดเสี่ยงที่สุด หากมีไข้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังสัมผัสน้ำหรือโคลน ให้ไปพบแพทย์โดยเร็ว เพราะการรักษาเร็วช่วยลดความรุนแรงได้

ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าบูทยางและถุงมือยางทุกครั้งที่ตักโคลน ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างตัวด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลังเลิกงาน เก็บอาหารและเมล็ดพันธุ์ในภาชนะปิดสนิท และไม่ให้เด็กเล่นในแอ่งน้ำขัง

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เลปโตสไปราเป็นแบคทีเรีย อยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ที่เรายกมาอ้างได้ ผู้ที่ต้องการข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อขอได้จาก WHD หลังตักโคลนและฉีดล้างพื้นใต้ถุน ลานบ้าน และคอกสัตว์จนสะอาดแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวแข็งช่วยลดเชื้อที่ตกค้าง ส่วนดินในแปลงเกษตรควรปล่อยให้แห้งและโดนแดด

อันดับ 2: บาดแผลจากเศษดินสไลด์ สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) สเตรปโตค็อกคัส (Streptococcus) และบาดทะยัก (Clostridium tetani)

ทำไมอยู่อันดับนี้: เมื่อมีดินสไลด์หลายจุด งานเก็บกวาดจึงเต็มไปด้วยกิ่งไม้หัก ก้อนหิน สังกะสี และไม้ที่มีตะปู แผลจากของมีคมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก แบคทีเรียบนผิวหนังและในดินจะเข้าแผลที่เปื้อนโคลน ส่วนเชื้อบาดทะยักอาศัยอยู่ในดินและสนิม หากแผลลึกและสกปรก ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

ซ่อนอยู่ตรงไหน: กองดินและเศษไม้จากดินสไลด์ ตะปูในไม้ที่หัก สังกะสีขอบคม เศษแก้ว และถุงมือผ้าที่เปียกโคลนแล้วใช้ซ้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน ปวดมากขึ้น มีหนอง หรือมีไข้ ผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุแผลหายช้า อาการของบาดทะยัก เช่น ขากรรไกรแข็งหรือกล้ามเนื้อเกร็ง ต้องไปโรงพยาบาลทันที หลังโดนของมีคมที่สกปรกหรือแผลลึก ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการฉีดวัคซีนบาดทะยัก

ป้องกันอย่างไร: สวมถุงมือหนา รองเท้าบูทพื้นหนา และเสื้อแขนยาวขณะเก็บกวาด ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดทันที ปิดแผลให้แห้ง และไม่ให้แผลแช่น้ำหรือโคลนอีก

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: แบคทีเรียกลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะเชื้อที่เรายกมาอ้างได้ การพ่นช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน แต่ไม่ใช่การรักษาแผล และน้ำยาฆ่าเชื้อพื้นผิวห้ามใช้กับร่างกายเด็ดขาด การดูแลแผลต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือพยาบาล

อันดับ 3: เมลิออยโดสิส เชื้อเบอร์คโฮลเดอเรีย สูโดมาลเลอิ (Burkholderia pseudomallei) ในดินและโคลน

ทำไมอยู่อันดับนี้: เชื้อเมลิออยโดสิสอาศัยอยู่ในดินและน้ำในหลายภูมิภาคของประเทศไทย และมักพบผู้ป่วยมากขึ้นในฤดูฝน เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ทางแผลที่สัมผัสดินหรือโคลน การหายใจเอาละอองน้ำหรือฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด น้ำป่าที่พลิกหน้าดินและพาโคลนเข้าบ้านจึงทำให้ความเสี่ยงนี้ใกล้ตัวมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: โคลนแดงที่ค้างใต้ถุนและลานบ้าน ดินในแปลงเกษตร แอ่งน้ำขัง และฝุ่นดินที่ฟุ้งเมื่อโคลนแห้ง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาการหลากหลาย ตั้งแต่ไข้ ฝีหนองตามผิวหนัง ไปจนถึงปอดอักเสบ อาจเกิดหลังสัมผัสไม่กี่วันหรือนานกว่านั้น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป หากมีไข้ไม่ลดหลังทำงานกับดินโคลน ให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติ

ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยางเมื่อสัมผัสดินโคลน ปิดแผลกันน้ำ สวมหน้ากากเมื่อกวาดโคลนที่แห้งจนเป็นฝุ่น พรมน้ำก่อนกวาดเพื่อลดฝุ่น และดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวด

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เบอร์คโฮลเดอเรียอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ที่เรายกมาอ้างได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการขนโคลนออกให้หมดและฉีดล้างพื้นบ้าน จากนั้นการพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวในบ้านช่วยลดเชื้อที่หลงเหลือ แต่ไม่ได้ทำให้ดินรอบบ้านปลอดเชื้อ การป้องกันตัวเองยังเป็นหัวใจหลัก

อันดับ 4: แบคทีเรียท้องร่วงในน้ำดื่มและน้ำใช้ อีโคไล (Escherichia coli) และชิเกลลา (Shigella)

ทำไมอยู่อันดับนี้: หากหมู่บ้านใช้น้ำจากลำห้วย บ่อ หรือระบบประปาหมู่บ้านที่รับน้ำจากต้นน้ำ น้ำป่าและดินสไลด์อาจทำให้ท่อแตก ตะกอนดินไหลเข้าถังพัก และของเสียจากส้วมซึมหรือคอกสัตว์ปนเปื้อนแหล่งน้ำ อีโคไลเป็นตัวบ่งชี้การปนเปื้อนอุจจาระ ส่วนชิเกลลาเป็นสาเหตุของโรคบิดที่ติดต่อง่าย

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ถังเก็บน้ำดื่มที่วางบนพื้น โอ่งน้ำที่มีตะกอน ขันตักน้ำ ภาชนะในครัวใต้ถุน และมือที่ไม่ได้ล้างหลังเข้าห้องน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดเบ่ง ถ่ายมีมูกหรือเลือด มีไข้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุขาดน้ำได้เร็ว ควรดื่มสารละลายเกลือแร่และไปพบแพทย์หากถ่ายเป็นเลือด ซึม หรือปัสสาวะน้อย

ป้องกันอย่างไร: ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวดจนกว่าหน่วยงานจะยืนยันว่าน้ำประปาหมู่บ้านใช้ได้ ล้างโอ่งและถังเก็บน้ำ ล้างมือด้วยสบู่ และล้างภาชนะในครัวด้วยน้ำสะอาด

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ทั้งสองเชื้ออยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะเชื้อที่เรายกมาอ้างได้ การพ่นฆ่าเชื้อใช้กับพื้นผิวในครัว ห้องน้ำ และใต้ถุนบ้านหลังล้างแล้ว ไม่ได้ใช้ฆ่าเชื้อในน้ำดื่ม การทำน้ำให้ปลอดภัยต้องทำตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

อันดับ 5: เชื้อจากคอกสัตว์ ซัลโมเนลลา (Salmonella) และแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter)

ทำไมอยู่อันดับนี้: สำหรับบ้านที่เลี้ยงไก่ หมู หรือวัวไว้ใกล้ตัวบ้าน ซัลโมเนลลาและแคมไพโลแบคเตอร์พบได้บ่อยในลำไส้ของสัตว์ปีกและปศุสัตว์ เมื่อน้ำป่าพัดมูลสัตว์มากระจายในใต้ถุนบ้านและครัว เชื้อจึงมีโอกาสไปถึงอาหารและมือของเด็ก

ซ่อนอยู่ตรงไหน: พื้นคอกและเล้า ใต้ถุนบ้านที่โคลนปนมูลสัตว์ไหลเข้ามา รองเท้าที่ใส่เข้าคอก ไข่ที่เปื้อนโคลน และภาชนะใส่อาหารสัตว์

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรระวังการขาดน้ำ

ป้องกันอย่างไร: แยกพื้นที่ทำครัวออกจากคอกสัตว์ ล้างมือหลังจับสัตว์หรือไข่ ล้างไข่ที่เปื้อนโคลนก่อนเก็บ ปรุงเนื้อสัตว์และไข่ให้สุก และทิ้งอาหารที่ถูกน้ำป่าท่วม

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุซัลโมเนลลาไว้ในรายชื่อเชื้อที่ครอบคลุม ส่วนแคมไพโลแบคเตอร์อยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะที่เรายกมาอ้างได้ หลังขนมูลสัตว์และโคลนออกแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อใต้ถุนบ้านและครัวช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว ส่วนการพ่นในคอกสัตว์ต้องนำสัตว์ออกก่อน และควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอเรื่องการจัดการคอก

อันดับ 6: ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus) จากน้ำและอาหารที่ปนเปื้อน

ทำไมอยู่อันดับนี้: ตับอักเสบเอติดต่อผ่านอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ เป็นโรคที่หน่วยงานสาธารณสุขเตือนหลังน้ำท่วมเพราะระบบน้ำและสุขาภิบาลถูกรบกวน ในหมู่บ้านที่ทุกคนใช้แหล่งน้ำร่วมกัน การปนเปื้อนเพียงจุดเดียวอาจกระทบหลายครัวเรือน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: น้ำดื่มที่ไม่ผ่านการต้ม ผักที่ปลูกในแปลงที่น้ำท่วมแล้วล้างไม่สะอาด ภาชนะที่ล้างด้วยน้ำขุ่น และอาหารที่แจกจ่ายโดยไม่ได้ปกปิด

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ผู้ใหญ่มักมีอาการมากกว่าเด็ก ผู้ที่มีโรคตับอยู่เดิมควรระวัง เรื่องวัคซีนให้ปรึกษาแพทย์

ป้องกันอย่างไร: ดื่มน้ำต้มสุก กินอาหารปรุงสุกใหม่ ล้างผักจากแปลงที่ถูกน้ำท่วมด้วยน้ำสะอาดหลายรอบหรือทิ้งหากเน่าเสีย และล้างมือก่อนทำอาหาร

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ไวรัสตับอักเสบเออยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ที่เรายกมาอ้างได้ การพ่นในครัวและห้องน้ำหลังล้างช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว ส่วนความปลอดภัยของน้ำดื่มต้องจัดการแยกต่างหาก

อันดับ 7: เชื้อราในบ้านไม้และผลผลิตที่เปียก แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเพนิซิลเลียม (Penicillium)

ทำไมอยู่อันดับนี้: อากาศบนดอยช่วงฤดูฝนเย็นและชื้น บ้านไม้และผลผลิตทางการเกษตรที่เก็บไว้ใต้ถุนจึงแห้งช้า เมื่อเปียกน้ำป่า เชื้อราจะขึ้นได้ภายในไม่กี่วัน เชื้อราบางชนิดในกลุ่มแอสเปอร์จิลลัสสามารถสร้างสารพิษในเมล็ดพืชที่ขึ้นราได้ ผลผลิตที่ขึ้นราจึงไม่ควรนำมากินหรือให้สัตว์กิน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: กระสอบข้าวโพดหรือข้าวเปลือก ผ้าห่มและที่นอนใต้ถุน ฝาผนังไม้ด้านล่าง ตู้ไม้ และเสื่อ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไอ จาม คัดจมูก แน่นหน้าอก ผู้ป่วยโรคหืด ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมีอาการได้ง่ายกว่า

ป้องกันอย่างไร: ขนของเปียกออกมาผึ่งแดด ทิ้งผลผลิตและที่นอนที่ขึ้นราหนัก เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท และสวมหน้ากากขณะคัดแยกของที่ขึ้นรา

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะสองชนิดนี้ที่เรายกมาอ้างได้ หลังขัดคราบราและผึ่งให้แห้ง การพ่นช่วยลดเชื้อบนผนังไม้และพื้น แต่ผลผลิตที่ขึ้นราแล้วต้องทิ้ง ไม่ใช่นำไปพ่นแล้วใช้ต่อ

อันดับ 8: ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และอาร์เอสวี (RSV) ในคืนที่หนาวชื้นบนดอย

ทำไมอยู่อันดับนี้: หลังน้ำป่า บางครอบครัวต้องไปพักกับญาติหรือรวมกันในอาคารส่วนกลางชั่วคราว อากาศบนดอยที่เย็นและชื้น เสื้อผ้าที่ยังไม่แห้ง และการนอนรวมกันในห้องปิด ทำให้ไวรัสทางเดินหายใจแพร่ได้ง่าย RSV สำคัญในทารกและผู้สูงอายุ ส่วนไข้หวัดใหญ่ระบาดได้ตลอดฤดูฝน

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ผ้าห่มที่ใช้ร่วมกัน ลูกบิดประตู ราวบันได แก้วน้ำ และโต๊ะในศาลาหรืออาคารส่วนกลาง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก ปวดเมื่อย เด็กที่หายใจเร็วหรือหอบ และผู้สูงอายุที่มีไข้สูง ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว

ป้องกันอย่างไร: ให้ร่างกายอบอุ่นและแห้ง ล้างมือบ่อย สวมหน้ากากเมื่อป่วย แยกแก้วน้ำ และปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ ระบุ RSV ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 ไว้ในรายชื่อเชื้อที่ครอบคลุม การพ่นอาคารส่วนกลางหลังทำความสะอาดช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว ส่วนการแพร่ทางละอองต้องอาศัยการระบายอากาศและหน้ากาก

อันดับ 9: ไวรัสท้องร่วงในเด็ก โรตาไวรัส (Rotavirus) และโนโรไวรัส (Norovirus)

ทำไมอยู่อันดับนี้: เด็กที่เดินเท้าเปล่าบนพื้นเปื้อนโคลนแล้วเอามือเข้าปาก หรือใช้ห้องน้ำร่วมกันในที่พักชั่วคราว มีโอกาสติดไวรัสท้องร่วงได้ง่าย โรตาไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่วนโนโรไวรัสแพร่ได้รวดเร็วในทุกวัย

ซ่อนอยู่ตรงไหน: ของเล่น พื้นบ้าน ห้องน้ำ ขันน้ำ และอาหารที่หยิบด้วยมือ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ มีไข้ เด็กเล็กขาดน้ำได้เร็ว หากซึม ปากแห้ง หรือปัสสาวะน้อยต้องรีบพาไปพบแพทย์

ป้องกันอย่างไร: ล้างมือเด็กด้วยสบู่ก่อนกินอาหาร ให้เด็กใส่รองเท้า ล้างของเล่น และทำความสะอาดห้องน้ำทุกวัน

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุโนโรไวรัสไว้ในรายชื่อเชื้อที่ครอบคลุม ส่วนโรตาไวรัสอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ระบุว่าครอบคลุม การพ่นห้องน้ำและพื้นบ้านหลังล้างช่วยลดเชื้อตามซอกมุม

อันดับ 10: น้ำกัดเท้าและเชื้อราผิวหนัง กลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (Dermatophytes)

ทำไมอยู่อันดับนี้: การตักโคลนหลายวันทำให้เท้าแช่น้ำและโคลนนาน ผิวเปื่อยและเกิดเชื้อราได้ง่าย อาการไม่รุนแรงแต่สร้างความรำคาญ และแผลที่เท้าอาจเปิดทางให้แบคทีเรียหรือเชื้อในดินเข้าได้ จึงอยู่ท้ายรายการแต่ไม่ควรมองข้าม

ซ่อนอยู่ตรงไหน: รองเท้าบูทที่ไม่ได้ตาก ถุงเท้าเปียก พรมเช็ดเท้า และพื้นห้องน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ผิวซอกนิ้วเปื่อย คัน แดง ลอก ผู้ป่วยเบาหวานต้องดูแลเท้าเป็นพิเศษ หากบวมแดงหรือมีแผลให้ไปพบแพทย์

ป้องกันอย่างไร: ล้างเท้าและเช็ดให้แห้งทุกครั้งหลังเลิกงาน ตากรองเท้า และเปลี่ยนถุงเท้าทุกวัน

การล้างและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เชื้อรากลุ่มนี้อยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ยังไม่มีผลทดสอบเฉพาะที่เรายกมาอ้างได้ การพ่นพื้นห้องน้ำและบริเวณถอดรองเท้าช่วยลดการสะสม ส่วนอาการที่ผิวหนังต้องรักษาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร

สรุปจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย ตามประเภทสถานที่

  • บ้านไม้ใต้ถุนสูงในจุดที่ลุ่มต่ำ: โรคฉี่หนู เมลิออยโดสิสจากโคลน เชื้อราในของที่เก็บใต้ถุน และเชื้อจากคอกสัตว์
  • คอกสัตว์และยุ้งเก็บผลผลิต: ซัลโมเนลลา แคมไพโลแบคเตอร์ โรคฉี่หนู และเชื้อราในเมล็ดพืช
  • ครัวและแหล่งน้ำในบ้าน: อีโคไล ชิเกลลา และไวรัสตับอักเสบเอ
  • โรงเรียน ศาลา และอาคารส่วนกลาง: ไวรัสทางเดินหายใจ ไวรัสท้องร่วงในเด็ก และเชื้อราที่ผนังชั้นล่าง
  • คนที่ทำงานเก็บกวาดดินสไลด์: บาดแผล บาดทะยัก เมลิออยโดสิส และน้ำกัดเท้า

ผลกระทบเมื่อเชื้อจากน้ำป่ายังค้างอยู่ในบ้าน

สุขภาพ: แผลอักเสบที่ไม่หาย ไข้ที่ไม่ทราบสาเหตุหลังตักโคลน และท้องเสียในเด็ก ล้วนเป็นสัญญาณที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางไปโรงพยาบาลใช้เวลา

รายได้: ผลผลิตที่ขึ้นราต้องทิ้ง สัตว์เลี้ยงที่ป่วย และวันที่ต้องหยุดงานในไร่เพื่อดูแลคนในบ้าน กระทบรายได้ของครอบครัวโดยตรง

เวลา: การล้างบ้านซ้ำหลายรอบเพราะกลิ่นคอกสัตว์และกลิ่นอับไม่หาย ทำให้เสียแรงและเวลาที่ควรใช้ซ่อมแซมบ้าน

ชุมชน: ร้านค้า โรงเรียน และที่พักนักท่องเที่ยวต้องการความมั่นใจว่าพื้นที่สะอาดก่อนกลับมาเปิดอีกครั้ง

ครอบครัว: ความกังวลเรื่องลูกและผู้สูงอายุทำให้หลายบ้านไม่กล้ากลับไปใช้ใต้ถุนบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ชีวิตหลัก

ทำไมการฉีดน้ำล้างโคลนเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ

การตักโคลนออกและฉีดล้างด้วยน้ำสะอาดเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด แต่ CDC และ WHO แนะนำว่าพื้นผิวที่สัมผัสน้ำท่วมควร "ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อ" การทำเองมักขาดในหลายจุด

  • โคลนแดงเกาะแน่นในร่องไม้ และรอยต่อพื้น ฉีดน้ำอย่างเดียวไม่หลุดทั้งหมด
  • มูลสัตว์ที่ปนมากับโคลน ทิ้งเชื้อไว้บนพื้นผิวแม้คราบจะหายไปแล้ว
  • การผสมน้ำยาเองเสี่ยงอันตราย เช่น น้ำยาฟอกขาวกับน้ำยาที่มีกรดหรือแอมโมเนีย
  • ไม้และผ้าเป็นพื้นผิวพรุน ดูดน้ำและเชื้อไว้ลึก แห้งช้าในอากาศเย็นชื้นบนดอย
  • การกลบกลิ่นด้วยน้ำหอมหรือปูนขาว ช่วยแค่ชั่วคราว ไม่ได้ฆ่าเชื้อบนพื้นผิวในบ้าน

การพ่นฆ่าเชื้อจึงเป็นขั้นตอนต่อจากการล้าง ไม่ใช่การแทนที่ และต้องทำเมื่อพื้นผิวสะอาดและแห้งพอสมควรแล้วเท่านั้น

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย โดย WHD

World Health Disinfection (WHD) มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 และ ไม่มีสาขาในจังหวัดเชียงราย สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างตำบลเทอดไทย อำเภอแม่ฟ้าหลวง การให้บริการจะประสานผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะสอบถามประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่ และสภาพหลังล้างโคลน แล้วแจ้งความเป็นไปได้ วันเวลา และเงื่อนไขการเดินทาง เราไม่สัญญาว่าจะเข้าพื้นที่ได้ภายในวันเดียวกัน เหมาะกับงานที่วางแผนล่วงหน้า เช่น โรงเรียน ร้านค้า ที่พัก หรืออาคารส่วนกลางของหมู่บ้าน ส่วนครอบครัวที่ต้องการเริ่มเองก่อน สามารถสอบถามเรื่อง น้ำยา CHEMGENE HLD4H และวิธีใช้ที่ถูกต้องได้

ตามข้อมูลบริการบนเว็บไซต์ ช่างเทคนิคที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นละอองฝอยละเอียดแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึง COVID-19, RSV, ไข้หวัดใหญ่ H1N1, H5N1 และเชื้อมือเท้าปาก และอ้างประสิทธิภาพ 99.99% หน้าผลิตภัณฑ์ระบุรายชื่อเชื้อเพิ่มเติม เช่น โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา ไอกรน และไมโคแบคทีเรีย หน้าบริการยังอ้างถึงการรับรองหรือการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ผู้สนใจขอดูเอกสารได้จากทีมงาน

ขั้นตอนบริการ

  1. สอบถามและส่งข้อมูล: แจ้งที่ตั้ง ประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่ และส่งรูปหลังล้างโคลนผ่าน LINE เพื่อประเมินงาน
  2. ล้างโคลนและทำความสะอาดก่อน: ตักโคลนแดงออก ฉีดล้างพื้น ผนังส่วนล่าง และใต้ถุนบ้าน ขนมูลสัตว์และของเปียกที่ขึ้นราออก แล้วผึ่งให้แห้งพอสมควร
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่: เก็บอาหาร ภาชนะ เมล็ดพันธุ์ และของใช้เด็กให้มิดชิด คน สัตว์เลี้ยง ปศุสัตว์ และต้นไม้ต้องออกจากโซนที่จะพ่น
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นพื้น ผนัง จุดสัมผัสร่วม ห้องน้ำ และครัว หรือใช้ ULV ในห้องกว้าง เช่น ห้องเรียนหรือศาลา
  5. รอและกลับเข้าใช้: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงกลับมาใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ให้ยึดเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างาน และเปิดระบายอากาศก่อนเข้าใช้

ข้อควรรู้: การพ่นฆ่าเชื้อทำ หลัง การล้างโคลนและทำความสะอาด ไม่ได้แทนการซ่อมบ้าน การทำให้แห้ง การจัดการน้ำดื่ม หรือการรักษาพยาบาล เราไม่อ้างว่าการพ่นไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ ภาชนะที่สัมผัสอาหารให้ล้างตามคำแนะนำของช่าง และผู้ที่ไม่สบายควรไปพบแพทย์

โปรโมชันตามข้อมูลบริการ: รับฟรีขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC เมื่อใช้บริการ ออกใบกำกับภาษีได้ ลูกค้าที่หน้าบริการระบุไว้มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย

ดูรายละเอียดบริการพ่นฆ่าเชื้อทั้งหมด

10 เหตุผลที่บ้าน โรงเรียน และอาคารส่วนกลางบนดอยเทอดไทยควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำป่า

  1. น้ำป่าพาโคลนและมูลสัตว์เข้าบ้าน ในจุดที่ลุ่มต่ำของหมู่ 1 และหมู่ 2 ตามรายงานวันที่ 10 กันยายน 2569
  2. โคลนแดงเกาะแน่นในร่องไม้ แม้ล้างแล้วก็ยังอาจมีเชื้อตกค้างบนพื้นผิว
  3. เชื้อในดินอย่างเมลิออยโดสิส ทำให้การล้างและฆ่าเชื้อพื้นผิวในบ้านเป็นเรื่องที่ไม่ควรข้าม
  4. ใต้ถุนบ้านคือพื้นที่ใช้ชีวิต ทั้งทำครัว ทานข้าว และให้เด็กเล่น
  5. ละอองฝอย ULV เข้าถึงซอกมุม ตาม บริการพ่นฆ่าเชื้อ ที่ผ้าและแปรงเข้าไม่ถึง
  6. น้ำยาเกรดการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา
  7. เหมาะกับโรงเรียนและอาคารส่วนกลาง ที่ต้องกลับมาใช้งานพร้อมกันหลายคน
  8. ช่วยร้านค้าและที่พัก สื่อสารกับลูกค้าได้ว่ามีขั้นตอนฆ่าเชื้อที่ชัดเจน
  9. ประสานงานต่างจังหวัดได้ ผ่าน หน้าบริการ โทรศัพท์ หรือ LINE โดยแจ้งเงื่อนไขชัดเจนก่อนนัด
  10. มีใบกำกับภาษี สำหรับหน่วยงานและผู้ประกอบการที่ต้องใช้เอกสาร

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อน

  • คราบโคลนแดงตามร่องพื้นไม้และเสาใต้ถุน
  • กลิ่นคอกสัตว์ปนกลิ่นดินอับ
  • ของเล่นเด็กและภาชนะเคยจมโคลน
  • ผนังไม้ด้านล่างมีจุดราเริ่มขึ้น
  • ครอบครัวไม่กล้าใช้ใต้ถุนบ้าน

หลัง

  • โคลนถูกขนออก พื้นผิวล้างแล้วตามด้วยการพ่นฆ่าเชื้อ
  • ครัวและห้องน้ำได้รับการจัดการเป็นระบบ
  • ของเปียกที่ขึ้นราถูกคัดทิ้ง
  • มีแผนผึ่งแห้งและเฝ้าดูราใหม่
  • ครอบครัวกลับมาใช้ใต้ถุนได้อย่างมั่นใจขึ้น

กรณีตัวอย่าง: โรงเรียนเล็กบนดอยที่ต้องกลับมาเปิดเรียน

เรื่องนี้เป็น กรณีตัวอย่าง ที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อย ไม่ใช่โรงเรียนจริงแห่งใดแห่งหนึ่ง

ครูแก้วเป็นครูในโรงเรียนขนาดเล็กบนพื้นที่สูงแห่งหนึ่ง หลังฝนตกหนัก น้ำป่าพาโคลนเข้ามาในห้องเรียนชั้นล่างและโรงอาหาร ผู้ปกครองและครูช่วยกันตักโคลนออกและฉีดล้างจนพื้นดูสะอาด แต่ผู้ปกครองหลายคนยังกังวลว่าเด็กจะกลับมานั่งเรียนบนพื้นที่เคยจมโคลนและมูลสัตว์ได้อย่างไร เพราะเด็กเล็กชอบนั่งเล่นกับพื้นและหยิบอาหารด้วยมือ

ครูแก้วจึงวางแผนตามลำดับ คือ ล้างและผึ่งให้แห้งก่อน ทิ้งเบาะและหนังสือที่ขึ้นรา ให้เจ้าหน้าที่ตรวจระบบน้ำดื่ม แล้วโทรปรึกษาทีมพ่นฆ่าเชื้อเพื่อวางแผนพ่นห้องเรียน โรงอาหาร และห้องน้ำในวันที่ไม่มีนักเรียน ทีมงานแจ้งเงื่อนไขการเดินทางและวันที่เป็นไปได้ล่วงหน้า เมื่อเสร็จงาน โรงเรียนแจ้งผู้ปกครองถึงขั้นตอนที่ทำทั้งหมด และย้ำให้นักเรียนล้างมือก่อนกินอาหารทุกมื้อ ทำให้ผู้ปกครองสบายใจขึ้นที่จะส่งลูกกลับมาเรียน

เช็กลิสต์สำหรับบ้านและอาคารบนดอยเทอดไทยหลังน้ำป่า

ก่อนพ่นฆ่าเชื้อ

  • ระวังดินสไลด์ซ้ำ ไม่เข้าใกล้ลาดดินที่ยังไม่มั่นคง และทำตามคำเตือนของเจ้าหน้าที่
  • ถ่ายรูปความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน
  • สวมรองเท้าบูท ถุงมือหนา เสื้อแขนยาว และหน้ากาก
  • ตักโคลนแดงออก ฉีดล้างพื้น เสา และผนังส่วนล่าง
  • ขนมูลสัตว์และฟางเปียกออกจากใต้ถุนบ้าน
  • คัดทิ้งผลผลิต ที่นอน และอาหารที่ขึ้นราหรือแช่น้ำ
  • ล้างโอ่งและถังเก็บน้ำ ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวด
  • เก็บภาชนะ เมล็ดพันธุ์ และของใช้เด็กให้มิดชิด

หลังพ่นฆ่าเชื้อ

  • รอให้ครบเวลาที่ช่างแจ้งก่อนพาคน สัตว์เลี้ยง และปศุสัตว์กลับเข้าพื้นที่
  • เปิดบ้านระบายอากาศ และล้างภาชนะที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำ
  • ผึ่งแห้งต่อเนื่อง และตรวจดูราใหม่ทุกสัปดาห์
  • แยกคอกสัตว์ให้ห่างจากพื้นที่ทำครัว
  • สังเกตอาการไข้ ท้องเสีย ไอเรื้อรัง หรือแผลอักเสบ และไปพบแพทย์เมื่อมีอาการ

คำถามที่พบบ่อย: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย

ถาม: น้ำป่าที่ดอยเทอดไทยเกิดขึ้นเมื่อไรและสูงแค่ไหน
ตอบ: มติชนรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ฝนตกหนักจนน้ำป่าจากดอยเทอดไทยไหลหลากท่วมถนนในหมู่ 1 และหมู่ 2 ตำบลเทอดไทย สูงประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตร น้ำเข้าบ้านในจุดที่ลุ่มต่ำ และมีดินสไลด์หลายจุด

ถาม: ทำไมโรคฉี่หนูอยู่อันดับหนึ่ง ไม่ใช่เชื้อรา
ตอบ: เพราะพื้นที่นี้มีงานตักโคลน งานเกษตร และคอกสัตว์ ซึ่งทำให้คนสัมผัสโคลนและน้ำขังโดยตรงหลายวัน ส่วนเชื้อราสำคัญเช่นกันแต่ความรุนแรงโดยรวมน้อยกว่า

ถาม: WHD เดินทางไปเชียงรายได้ไหม
ตอบ: WHD อยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่มีสาขาในเชียงราย การให้บริการต่างจังหวัดต้องประสานผ่าน 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะแจ้งความเป็นไปได้ วันเวลา และเงื่อนไขก่อนนัดหมาย ไม่มีการรับประกันว่าจะเข้าได้ในวันเดียวกัน

ถาม: พ่นฆ่าเชื้อแล้วใช้น้ำในโอ่งได้เลยหรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ การพ่นใช้กับพื้นผิว ไม่ได้ทำให้น้ำดื่มปลอดภัย ควรล้างโอ่งแล้วเติมน้ำสะอาด และดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวดจนกว่าหน่วยงานจะยืนยัน

ถาม: พ่นในคอกสัตว์ได้หรือเปล่า
ตอบ: ต้องนำสัตว์ออกจากคอกก่อน ขนมูลและโคลนออก แล้วล้างให้สะอาด และควรปรึกษาสัตวแพทย์หรือปศุสัตว์อำเภอเรื่องการจัดการคอกหลังน้ำท่วม

ถาม: ตักโคลนแล้วมีไข้ ควรทำอย่างไร
ตอบ: ไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน และแจ้งว่าได้สัมผัสน้ำป่าและโคลน เพราะโรคฉี่หนูและเมลิออยโดสิสรักษาได้ดีขึ้นเมื่อได้รับการวินิจฉัยเร็ว

ให้บ้านและโรงเรียนบนดอยเทอดไทยกลับมาสะอาดอีกครั้ง

ตักโคลนเสร็จแล้ว ปรึกษาทีม WHD เรื่องการพ่นฆ่าเชื้อขั้นถัดไปได้เลย

ปรึกษาพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อดอยเทอดไทย #น้ำท่วมดอยเทอดไทย #น้ำท่วมเชียงราย #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ดอยเทอดไทย, พ่นฆ่าเชื้อดอยเทอดไทย, น้ำท่วมดอยเทอดไทย 2569, น้ำป่าแม่ฟ้าหลวง, น้ำท่วมเชียงราย 2569, โรคฉี่หนูหลังน้ำป่า, เมลิออยโดสิส, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้