จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ 2569: 10 เชื้อที่ต้องระวังเมื่อฝนหนักเจอน้ำทะเลหนุน ในแขวงทุ่งครุและแขวงบางมด

Last updated: 7 ต.ค. 2569  |  17 จำนวนผู้เข้าชม  | 

10 วิธีเลือกบริษัทพ่นฆ่าเชื้อที่ดีที่สุด

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ 2569: 10 เชื้อที่ต้องระวังเมื่อฝนหนักเจอน้ำทะเลหนุน ในแขวงทุ่งครุและแขวงบางมด

บทความนี้คือ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ ฉบับปี 2569 ที่ทีมงาน World Health Disinfection (WHD) เรียบเรียงขึ้นสำหรับคนที่อาศัยและทำงานในแขวงทุ่งครุและแขวงบางมด หลังจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศให้ทั้งสองแขวงเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 และในช่วงเดียวกันยังมีคำเตือนเรื่องน้ำทะเลหนุนสูง เราจะอธิบายว่าเชื้อโรคชนิดใดน่ากังวลที่สุดสำหรับบ้านเรือน ห้องเช่า ร้านอาหาร และอาคารพาณิชย์ในย่านนี้ ทำไมจึงจัดอันดับไว้แบบนั้น และทำไม บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม หลังจากล้างโคลนและทำความสะอาดเสร็จแล้ว จึงเป็นขั้นตอนปิดงานที่ช่วยให้พื้นที่กลับมาใช้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ก่อนเริ่ม ขอบอกตรง ๆ ว่าการจัดอันดับในบทความนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่สถิติทางการของหน่วยงานรัฐ และไม่ได้อ้างว่ามีการตรวจพบเชื้อเหล่านี้ในเขตทุ่งครุ จุดประสงค์คือช่วยให้เจ้าของบ้าน ผู้เช่า และเจ้าของกิจการ รู้ว่าควรระวังอะไรก่อนหลัง และควรจัดลำดับการทำความสะอาดอย่างไร โดยอิงจากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

ภาพรวมน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปลายกันยายน 2569 และเขตทุ่งครุ: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานของไทยพีบีเอส ฝนที่ตกหนักในกรุงเทพมหานครช่วงวันที่ 25 ถึง 26 กันยายน 2569 มีปริมาณสะสมเกินกว่า 300 มิลลิเมตรภายในเวลาราว 48 ชั่วโมง และทั้ง 50 เขตถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน ต่อมาในวันที่ 29 กันยายน ปภ. ได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยรวม 38 เขต 118 แขวง และรายงานข่าวของกรุงเทพธุรกิจอ้างข้อมูล ปภ. วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่ากรุงเทพฯ มีผู้ได้รับผลกระทบราว 329,000 ครัวเรือน

สำหรับเขตทุ่งครุ ไทยพีบีเอสรายงานว่าเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ปภ. ประกาศให้ แขวงทุ่งครุ และ แขวงบางมด เป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ขณะที่ฐานเศรษฐกิจรายงานว่าในช่วงวันที่ 29 กันยายนถึง 4 ตุลาคม 2569 กรมอุทกศาสตร์เตือนเรื่องน้ำทะเลหนุนสูง และให้เฝ้าระวังพื้นที่ถนนพระราม 2 และถนนสุขสวัสดิ์

สิ่งที่แหล่งข่าวข้างต้น ไม่ได้ ระบุ คือระดับน้ำรายถนนหรือรายซอยในเขตทุ่งครุ บทความนี้จึงจะไม่กล่าวว่าน้ำท่วมลึกเท่าใด และไม่สมมติตัวเลขขึ้นเอง สิ่งที่เราพูดได้อย่างซื่อตรงคือ พื้นที่นี้อยู่ในรายชื่อเขตช่วยเหลือ และอยู่ในช่วงที่ฝนหนักเกิดพร้อมกับคำเตือนน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นสภาพที่ทำให้น้ำฝนระบายออกได้ช้ากว่าปกติ ตัวเลขสถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดจากกรุงเทพมหานครและ ปภ. ควบคู่กันไป

จุดที่น้ำท่วมในเขตทุ่งครุ ตามที่มีรายงาน

จากแหล่งข่าวที่เราอ้างอิง พื้นที่ที่ถูกระบุชื่ออย่างชัดเจนมีดังนี้

  • แขวงทุ่งครุ อยู่ในประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของ ปภ. วันที่ 29 กันยายน 2569 (ไทยพีบีเอส)
  • แขวงบางมด อยู่ในประกาศฉบับเดียวกัน วันที่ 29 กันยายน 2569 (ไทยพีบีเอส)
  • ถนนพระราม 2 และถนนสุขสวัสดิ์ เป็นเส้นทางที่ถูกระบุให้เฝ้าระวังในคำเตือนน้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 29 กันยายนถึง 4 ตุลาคม 2569 (ฐานเศรษฐกิจ) ซึ่งเป็นคำเตือนเพื่อเฝ้าระวัง ไม่ใช่รายงานระดับน้ำ

ไม่มีรายงานระดับน้ำรายถนนในแหล่งข่าวเหล่านี้ เราจึงขอให้ผู้อ่านมองภาพเขตทุ่งครุในฐานะพื้นที่ที่เผชิญ "น้ำขังจากฝนหนักที่ระบายได้ช้า" มากกว่าภาพน้ำท่วมสูงท่วมหลังคา ซึ่งแม้ดูไม่รุนแรง แต่ในทางสุขอนามัยกลับมีจุดน่ากังวลเฉพาะตัว คือท่อระบายน้ำที่ไหลย้อน น้ำเสียที่ปะปนกับน้ำฝน และความชื้นที่ค้างอยู่ในห้องชั้นล่างนานหลายวัน

กรณีตัวอย่าง: ห้องเช่าชั้นล่างในแขวงบางมด กับร้านข้าวแกงหน้าซอย

เรื่องต่อไปนี้เป็น กรณีตัวอย่าง ที่เราเรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังฝนหนัก ไม่ใช่คำบอกเล่าของบุคคลจริง

คุณฝน ผู้จัดการอพาร์ตเมนต์ห้าชั้นแห่งหนึ่งในซอยย่านแขวงบางมด สังเกตเห็นว่าหลังฝนตกหนักติดต่อกันสองคืน น้ำในรางระบายหน้าตึกไม่ลดลงเหมือนทุกครั้ง น้ำสีเทาขุ่นเริ่มดันขึ้นมาจากตะแกรงท่อในห้องน้ำรวมชั้นล่าง และมีกลิ่นคล้ายบ่อเกรอะลอยเข้ามาในโถงทางเดิน ผู้เช่าที่เป็นนักศึกษาและพนักงานบริษัทหลายคนต้องเดินลุยน้ำตื้น ๆ ในซอยทุกเช้าเพื่อไปขึ้นรถ

สองสามวันต่อมา น้ำในซอยลดลงจนแห้ง แต่ห้องชั้นล่างยังชื้น ผนังเริ่มมีจุดดำเล็ก ๆ ตรงมุมใกล้พื้น ผู้เช่าห้องหนึ่งเริ่มมีอาการท้องเสียและอาเจียน อีกคนมีแผลถลอกที่เท้าซึ่งแดงและบวมขึ้น ส่วนร้านข้าวแกงหน้าซอยต้องปิดร้านหนึ่งวันเพราะเจ้าของกังวลว่าน้ำที่ไหลย้อนจากท่อในครัวอาจปนเปื้อนภาชนะและพื้นที่เตรียมอาหาร

คุณฝนให้ทีมแม่บ้านขัดพื้นด้วยน้ำยาล้างพื้นและราดน้ำยาฟอกขาวเจือจาง แต่กลิ่นอับยังไม่หาย และผู้เช่าบางคนยังไม่กล้าใช้ห้องน้ำรวม คำถามของเธอจึงเป็นคำถามเดียวกับของคนอีกจำนวนมากในเขตทุ่งครุ คือ "เชื้อโรคตัวไหนที่ต้องกลัวที่สุด และควรเริ่มจัดการจากตรงไหนก่อน" ผู้เช่าที่มีอาการเจ็บป่วยได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์ก่อนทุกกรณี ส่วนเรื่องของอาคาร คำตอบอยู่ในอันดับด้านล่าง

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ

เพื่อให้การจัดอันดับโปร่งใส เราใช้เกณฑ์หกข้อดังนี้ และย้ำอีกครั้งว่าเป็นการให้น้ำหนักเชิงบรรณาธิการ ไม่ใช่การคำนวณจากสถิติผู้ป่วย

  1. ความสอดคล้องกับลักษณะน้ำท่วมของพื้นที่ เขตทุ่งครุมีลักษณะเป็นน้ำขังจากฝนหนักที่ระบายช้าในช่วงน้ำทะเลหนุน จึงให้น้ำหนักกับเชื้อที่มากับท่อระบายน้ำ น้ำเสีย และความชื้นในห้องชั้นล่าง
  2. ความถี่ที่ถูกกล่าวถึงในคำแนะนำเรื่องน้ำท่วม ของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค
  3. ความรุนแรงของโรค หากเกิดการติดเชื้อ
  4. กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ เช่น ผู้เช่าห้องชั้นล่าง นักศึกษาที่ใช้ห้องน้ำรวม ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก
  5. ความคงทนในสิ่งแวดล้อม อธิบายแบบเชิงคุณภาพเท่านั้น เราไม่ใส่จำนวนวันหรือชั่วโมงที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน
  6. ความง่ายในการแพร่ต่อ ผ่านมือ พื้นผิว อาหาร หรือละอองฝอย

เมื่อเกณฑ์เหล่านี้รวมกัน ลำดับในเขตทุ่งครุจึงต่างจากพื้นที่น้ำท่วมป่าไหลหลากบนภูเขา หรือพื้นที่ริมแม่น้ำที่น้ำแช่นานหลายสัปดาห์ เพราะปัจจัยหลักของที่นี่คือระบบระบายน้ำที่ถูกกดดันจากน้ำทะเลหนุนและฝนที่ตกซ้ำ

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ 2569: 10 อันดับ

อันดับ 1: แบคทีเรียจากน้ำเสียที่ไหลย้อนท่อ อีโคไล (Escherichia coli) และชิเกลลา (Shigella)

เหตุที่อยู่อันดับหนึ่ง เมื่อน้ำทะเลหนุนสูงพร้อมกับฝนหนัก น้ำในท่อระบายน้ำสาธารณะไหลออกได้ช้า น้ำเสียจากบ้านเรือนและบ่อเกรอะจึงมีโอกาสดันย้อนกลับขึ้นมาตามตะแกรงห้องน้ำ รางระบายหน้าบ้าน และท่อในครัว อีโคไลเป็นแบคทีเรียที่อาศัยในลำไส้ของคนและสัตว์ จึงถูกใช้เป็นตัวชี้วัดว่าน้ำปนเปื้อนสิ่งปฏิกูล สายพันธุ์ส่วนใหญ่ไม่ก่อโรค แต่บางกลุ่มทำให้ท้องเสียรุนแรงได้ ส่วนชิเกลลาเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคบิด ติดต่อง่ายผ่านมือที่ปนเปื้อนและอาหาร

จุดที่มักซ่อนอยู่หลังน้ำลด ได้แก่ พื้นห้องน้ำรวม ขอบโถส้วม ตะแกรงท่อ ซิงก์ล้างจาน พื้นครัวร้านอาหาร ขั้นบันไดหน้าอาคาร และรองเท้าที่ใช้ลุยน้ำ อาการที่ควรสังเกต คือ ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน บางรายมีไข้หรือถ่ายเป็นมูกเลือด กลุ่มเสี่ยงคือเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ใครมีอาการควรไปพบแพทย์

การป้องกันเริ่มจากล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำหรือโคลน แยกรองเท้าลุยน้ำไว้นอกบ้าน ทิ้งอาหารที่โดนน้ำท่วม และทำความสะอาดพื้นที่ที่น้ำเสียไหลย้อนด้วยน้ำยาล้างก่อน จากนั้นจึงฆ่าเชื้อ อีโคไลและชิเกลลาอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม แต่หน้าข้อมูลของ WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะสองเชื้อนี้ หากต้องการข้อมูลผลทดสอบรายเชื้อ สามารถสอบถามทีมงานได้โดยตรง

อันดับ 2: โนโรไวรัส (Norovirus) ในห้องน้ำรวมและครัวของอาคารที่อยู่ร่วมกัน

อาคารห้องเช่า หอพัก และอพาร์ตเมนต์ในย่านบางมดและทุ่งครุ มักใช้พื้นที่ร่วมกัน เช่น ห้องน้ำรวม ซักล้าง หรือครัวรวม โนโรไวรัสเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียนเฉียบพลัน แพร่ได้ง่ายมากผ่านมือ พื้นผิว อาหาร และละอองจากการอาเจียน เมื่อมีผู้ป่วยหนึ่งคนในอาคารที่ใช้ห้องน้ำร่วมกัน คนอื่นก็มีโอกาสติดต่อกันได้เร็ว

จุดที่ต้องระวัง คือ ลูกบิดประตูห้องน้ำ ก๊อกน้ำ ที่กดชักโครก ราวบันได ปุ่มลิฟต์ และโต๊ะกินข้าวในพื้นที่ส่วนกลาง อาการมักเริ่มด้วยคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางคนมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อยตัว สิ่งที่อันตรายสำหรับเด็กเล็กและผู้สูงอายุคือภาวะขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเกลือแร่ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์และไปพบแพทย์เมื่ออาการไม่ดีขึ้น

โนโรไวรัสเป็นหนึ่งในเชื้อที่หน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ WHD ระบุว่าน้ำยา CHEMGENE HLD4H ครอบคลุม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ การพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางหลังทำความสะอาดจึงเหมาะกับอาคารที่มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก โดยต้องให้ผู้เช่าออกจากโซนที่พ่นระหว่างทำงาน และกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง

อันดับ 3: เชื้อราในห้องชั้นล่างที่ปิดทึบ แอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus) และเพนิซิลเลียม (Penicillium)

ห้องเช่าชั้นล่างจำนวนมากมีหน้าต่างน้อยและอากาศถ่ายเทไม่ดี เมื่อน้ำขังรอบอาคารหลายวันและฝนยังตกซ้ำ ความชื้นจะซึมเข้าผนังปูน วงกบประตู ตู้ไม้อัด ฝ้า และที่นอน WHO และ CDC ให้คำแนะนำตรงกันว่าควรทำให้พื้นที่แห้งให้เร็วที่สุดภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงหลังน้ำลด เพื่อจำกัดการเติบโตของเชื้อรา

แอสเปอร์จิลลัสและเพนิซิลเลียมเป็นเชื้อราที่พบได้ทั่วไปในอาคารที่ชื้น สปอร์ของเชื้อราอาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้ จาม คัดจมูก ระคายเคืองตา และทำให้ผู้ป่วยโรคหืดมีอาการกำเริบ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำควรระวังเป็นพิเศษ กลิ่นอับชื้นที่ไม่หายไปเป็นสัญญาณเตือนว่าในวัสดุยังมีความชื้นสะสมอยู่

การจัดการที่ถูกต้องคือรื้อวัสดุที่อุ้มน้ำและซ่อมแซมไม่ได้ออก เช่น ฟูกที่แช่น้ำ ฝ้ายิปซัมที่บวม และพรม ทำความสะอาดผิวที่เหลือ เป่าให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อ หน้าข้อมูลของ WHD ระบุว่าน้ำยาครอบคลุมเชื้อราในภาพรวม ส่วนรายชนิดสามารถขอข้อมูลผลทดสอบเพิ่มเติมได้ หากกลิ่นอับยังค้าง อาจพิจารณาบริการอบโอโซนเป็นขั้นตอนเสริม

อันดับ 4: วิบริโอ (Vibrio) กับแผลที่สัมผัสน้ำในช่วงน้ำทะเลหนุน

เชื้อกลุ่มวิบริโอพบได้ตามธรรมชาติในน้ำกร่อยและน้ำทะเล CDC ให้ข้อมูลว่าแผลเปิดที่สัมผัสน้ำกร่อยหรือน้ำทะเล รวมถึงน้ำท่วมจากพายุชายฝั่ง อาจติดเชื้อวิบริโอบางชนิดได้ และบางกรณีอาการรุนแรง เราจัดเชื้อนี้ไว้ในอันดับสี่เพราะช่วงเวลาที่ฝนหนักเกิดพร้อมคำเตือนน้ำทะเลหนุนสูง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวไม่ได้รายงานความเค็มของน้ำในเขตทุ่งครุ เราจึงจัดอันดับจากหลักความระมัดระวัง ไม่ได้อ้างว่าพบเชื้อในพื้นที่

กลุ่มเสี่ยง คือ ผู้มีแผลที่เท้าหรือขาแล้วเดินลุยน้ำ ผู้ป่วยโรคตับ เบาหวาน และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาการที่ควรรีบพบแพทย์ คือ แผลแดง บวม ร้อน ปวดมากผิดปกติ มีตุ่มน้ำ หรือมีไข้ วิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ สวมรองเท้าบูท และล้างแผลด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันทีเมื่อสัมผัสน้ำ

สำหรับอาคาร การล้างคราบน้ำและตะกอนที่ไหลเข้ามาจากถนน แล้วตามด้วยการพ่นฆ่าเชื้อบริเวณทางเข้าและพื้นชั้นล่าง ช่วยลดการสะสมของเชื้อบนพื้นผิวที่คนเดินผ่านทุกวัน วิบริโออยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หน้า WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบรายเชื้อนี้ หากต้องการเอกสารเพิ่มเติมให้สอบถามทีมงาน

อันดับ 5: เลปโตสไปรา (Leptospira) สาเหตุโรคฉี่หนู

โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู เป็นโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกครั้งในฤดูน้ำท่วม เชื้อออกมากับปัสสาวะของหนูและสัตว์บางชนิด ปะปนอยู่ในน้ำขังและดินโคลน แล้วเข้าสู่ร่างกายทางแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก โดยเฉพาะเมื่อแช่น้ำนาน ในย่านที่มีร้านอาหาร ตลาด และกองขยะ หนูจะหนีน้ำขึ้นมาอยู่ใกล้คนมากขึ้น

เหตุที่อยู่อันดับห้าแทนที่จะสูงกว่านี้ เพราะสภาพน้ำในเขตทุ่งครุตามแหล่งข่าวเป็นน้ำขังที่ระบายช้า ไม่ได้มีรายงานการแช่น้ำลึกนานหลายสัปดาห์ แต่ความเสี่ยงยังมีจริงสำหรับคนที่ต้องลุยน้ำซ้ำทุกวัน อาการสำคัญ คือ ไข้สูงฉับพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะน่อง ตาแดง หากมีอาการเหล่านี้หลังลุยน้ำ ให้ไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง

การป้องกัน คือ สวมรองเท้าบูท ไม่เดินเท้าเปล่า เก็บขยะและเศษอาหารให้มิดชิด ทำความสะอาดพื้นที่ที่มีมูลหรือรอยปัสสาวะหนูด้วยการสวมถุงมือ ล้าง แล้วฆ่าเชื้อ เลปโตสไปราอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หน้า WHD ไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ ผู้สนใจสามารถขอข้อมูลเพิ่มได้

อันดับ 6: ไวรัสตับอักเสบเอ (Hepatitis A virus) จากอาหาร น้ำแข็ง และภาชนะที่ปนเปื้อน

ไวรัสตับอักเสบเอแพร่ผ่านทางอุจจาระสู่ปาก เมื่อน้ำเสียปะปนกับน้ำใช้ หรือภาชนะในครัวโดนน้ำที่ไหลย้อนจากท่อ ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น ย่านที่มีร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง และแผงลอยจำนวนมากอย่างแถวบางมด จึงควรให้ความสำคัญกับความสะอาดของครัวหลังน้ำลดเป็นพิเศษ

อาการอาจเริ่มด้วยอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ มีไข้ ปวดท้องด้านขวาบน ตามด้วยตาเหลือง ตัวเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ระยะฟักตัวค่อนข้างนาน ผู้ป่วยจึงอาจไม่นึกถึงว่าเกี่ยวข้องกับน้ำท่วม ใครมีอาการควรพบแพทย์ และสอบถามเรื่องวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์

การป้องกัน คือ ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกในการปรุงอาหาร ทิ้งน้ำแข็งและวัตถุดิบที่อาจโดนน้ำ ล้างภาชนะด้วยน้ำยาล้างจานแล้วลวกน้ำร้อน ทำความสะอาดเคาน์เตอร์และพื้นครัว แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อในพื้นที่ที่ไม่สัมผัสอาหารโดยตรงตามคำแนะนำของช่าง ไวรัสตับอักเสบเออยู่ในกลุ่มไวรัสที่น้ำยาระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม แต่ไม่มีผลทดสอบรายเชื้อบนหน้าเว็บ

อันดับ 7: ซูโดโมแนส (Pseudomonas aeruginosa) ในท่อ ห้องน้ำ และพื้นที่ชื้น

ซูโดโมแนสเป็นแบคทีเรียที่ชอบความชื้น พบได้ในท่อระบายน้ำ ซิงก์ ฝักบัว และคราบเมือกในท่อ เมื่อท่อไหลย้อนบ่อยในช่วงน้ำทะเลหนุน คราบเมือกจะฟุ้งขึ้นมาอยู่บนพื้นห้องน้ำ เชื้อนี้มักไม่ทำให้คนแข็งแรงป่วย แต่เป็นปัญหาสำหรับผู้มีแผล ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้สูงอายุที่นอนติดเตียง

อาการที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ การติดเชื้อที่แผล ผื่นคันที่ผิวหนังหลังแช่น้ำ หรือการติดเชื้อที่หู ผู้ใดมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ จุดที่ควรขัดล้างเป็นพิเศษ คือ ตะแกรงท่อพื้น ขอบซิงก์ ร่องยาแนว และใต้ชั้นวางของในห้องน้ำ

หลังขัดล้างคราบเมือกออกแล้ว การพ่นฆ่าเชื้อในห้องน้ำและบริเวณท่อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิวที่ยังเปียก ซูโดโมแนสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบรายเชื้อนี้

อันดับ 8: สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ในแผลที่แช่น้ำ และความเสี่ยงบาดทะยัก

ระหว่างขนของ ยกเฟอร์นิเจอร์ หรือเดินในซอยที่มีเศษวัสดุ หลายคนได้แผลถลอกหรือแผลบาดโดยไม่รู้ตัว สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียสเป็นแบคทีเรียที่พบบนผิวหนังของคนจำนวนมาก แต่เมื่อแผลแช่น้ำสกปรกหรือไม่ได้ทำความสะอาด เชื้ออาจเข้าไปทำให้แผลอักเสบ เป็นหนอง หรือเป็นฝี

นอกจากนี้ แผลที่ถูกตะปูหรือของมีคมที่เปื้อนดินควรได้รับการประเมินความเสี่ยงบาดทะยัก ซึ่งเกิดจากเชื้อคลอสทริเดียม เททานี (Clostridium tetani) ในดิน ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนป้องกันบาดทะยักตามคำแนะนำ โดยเฉพาะหากจำไม่ได้ว่าฉีดครั้งล่าสุดเมื่อใด

สำหรับอาคาร การทำความสะอาดราวบันได มือจับประตู โต๊ะ และพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย แล้วพ่นฆ่าเชื้อ ช่วยลดการส่งต่อเชื้อจากมือสู่มือ สแตฟิโลค็อกคัสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่น้ำยาระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม หากต้องการผลทดสอบรายเชื้อ ให้สอบถามทีมงาน

อันดับ 9: เชื้อราผิวหนัง กลาก และน้ำกัดเท้า กลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ (Dermatophytes)

คนที่ต้องเดินลุยน้ำตื้นทุกวันแล้วสวมรองเท้าผ้าใบชื้นไปทำงานหรือไปเรียน มักเจอปัญหาน้ำกัดเท้า ผิวเปื่อย คันตามซอกนิ้ว และอาจลุกลามเป็นเชื้อราที่เท้า กลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ชอบผิวที่อับชื้น และแพร่ต่อผ่านพื้นห้องน้ำรวม ผ้าเช็ดเท้า และรองเท้าที่ใช้ร่วมกัน

ไม่ใช่เชื้อที่รุนแรงต่อชีวิต แต่สร้างความรำคาญและอาจกลายเป็นทางเข้าของแบคทีเรียหากผิวแตก ป้องกันได้ด้วยการล้างเท้าด้วยสบู่ เช็ดให้แห้งโดยเฉพาะซอกนิ้ว เปลี่ยนถุงเท้าบ่อย และไม่ใช้รองเท้าหรือผ้าเช็ดเท้าร่วมกับผู้อื่น หากผื่นลุกลามหรือมีแผลควรพบแพทย์

ในห้องน้ำรวมและพื้นห้องอาบน้ำ การขัดล้างแล้วพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นที่เท้าเปล่าสัมผัส เชื้อราในภาพรวมเป็นกลุ่มที่หน้า WHD ระบุว่าน้ำยาครอบคลุม ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์

อันดับ 10: ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และโควิด-19 (SARS-CoV-2) ในห้องพักแออัดช่วงฝนตกต่อเนื่อง

หลังน้ำท่วม คนมักใช้เวลาอยู่ในห้องปิดมากขึ้น ร่างกายอ่อนเพลียจากการทำความสะอาดและนอนไม่พอ ส่วนผู้ที่ต้องย้ายไปพักกับญาติหรือรวมกันในห้องเล็ก ๆ ก็ทำให้เชื้อทางเดินหายใจแพร่ได้ง่ายขึ้น เราจึงจัดไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 ไว้ในอันดับสุดท้าย ไม่ใช่เพราะไม่สำคัญ แต่เพราะไม่ได้เชื่อมโยงกับน้ำท่วมโดยตรงเท่าเชื้ออันดับต้น

อาการ คือ ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตัว ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัวควรระวังเป็นพิเศษ ควรสวมหน้ากากเมื่อป่วย ล้างมือบ่อย เปิดหน้าต่างระบายอากาศเมื่อฝนหยุด และพบแพทย์เมื่ออาการรุนแรง

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1, H5N1 และ SARS-CoV-2 เป็นเชื้อที่หน้าข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ของ WHD ระบุว่าครอบคลุม ตามข้อมูลบริการ การพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวในล็อบบี้ ลิฟต์ และห้องส่วนกลางจึงช่วยลดการสะสมของเชื้อบนจุดที่คนสัมผัสร่วมกัน

สรุปจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ ตามประเภทสถานที่

  • ห้องเช่า หอพัก และอพาร์ตเมนต์: อันดับ 1 แบคทีเรียจากน้ำเสีย อันดับ 2 โนโรไวรัส และอันดับ 3 เชื้อราในห้องชั้นล่าง คือสามเรื่องที่ควรจัดการก่อน
  • ร้านอาหารและแผงลอย: ให้ความสำคัญกับอีโคไล ชิเกลลา ไวรัสตับอักเสบเอ และหนูซึ่งเป็นพาหะของเชื้อฉี่หนู
  • บ้านทาวน์เฮาส์และตึกแถว: ท่อห้องน้ำชั้นล่าง ซูโดโมแนส และเชื้อราในผนังที่ชื้น
  • สำนักงานและอาคารพาณิชย์ริมถนนสายหลัก: พื้นทางเข้า ห้องน้ำ และจุดสัมผัสร่วม เช่น ปุ่มลิฟต์และลูกบิดประตู รวมถึงเชื้อทางเดินหายใจ
  • ผู้ที่ต้องเดินทางผ่านจุดเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนทุกวัน: แผลที่เท้า วิบริโอ เลปโตสไปรา และเชื้อราผิวหนัง

ผลกระทบเมื่อเชื้อหลังน้ำขังยังค้างอยู่ในอาคาร

ด้านสุขภาพ ผู้เช่าหรือพนักงานป่วยต่อเนื่องหลายคน โดยเฉพาะโรคทางเดินอาหารที่ส่งต่อกันในห้องน้ำรวม เด็กและผู้สูงอายุอาจขาดน้ำได้ง่าย ส่วนผู้ป่วยภูมิแพ้และโรคหืดอาจมีอาการกำเริบจากเชื้อรา

ด้านค่าใช้จ่าย ต้องเสียค่ารักษาพยาบาล หยุดงาน และในบางกรณีต้องรื้อเฟอร์นิเจอร์หรือวัสดุตกแต่งทิ้ง เพราะเชื้อราลุกลามจนซ่อมไม่คุ้ม

ด้านเวลา เจ้าของอาคารต้องรับเรื่องร้องเรียนซ้ำ ทำความสะอาดซ้ำหลายรอบ และจัดการผู้เช่าที่ขอย้ายออก

ด้านความน่าเชื่อถือ สำหรับร้านอาหาร คลินิก หรือหอพัก ข่าวลือเรื่องคนป่วยหลังน้ำท่วมกระทบชื่อเสียงได้รวดเร็ว การแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าพื้นที่ได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเป็นระบบจึงช่วยเรียกความมั่นใจคืนมา

ด้านครอบครัว ความกังวลว่าลูกจะติดเชื้อจากพื้นบ้านหรือของเล่นที่โดนน้ำ ทำให้พ่อแม่หลายคนนอนไม่หลับ และยังต้องกลับไปทำงานตามปกติ

ทำไมสบู่ น้ำยาฟอกขาว หรือการถูพื้นเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ

การทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างและสบู่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและต้องทำก่อนเสมอ เพราะช่วยกำจัดโคลน คราบสกปรก และสารอินทรีย์ที่เป็นที่หลบซ่อนของเชื้อ แต่ในทางปฏิบัติ มีข้อจำกัดหลายข้อ

  • น้ำยาฟอกขาวที่ผสมเองมักเจือจางไม่สม่ำเสมอ ถ้าเข้มเกินไปจะกัดพื้นผิวและระคายเคืองทางเดินหายใจ ถ้าอ่อนเกินไปก็อาจไม่ได้ผลเท่าที่ตั้งใจ และห้ามผสมกับน้ำยาที่มีแอมโมเนียหรือกรด เพราะอาจเกิดก๊าซอันตราย
  • การถูพื้นเข้าไม่ถึงทุกจุด เช่น ใต้เตียง หลังตู้ ผนังด้านล่าง ร่องยาแนว และซอกท่อ
  • พื้นที่ส่วนกลางมีจุดสัมผัสจำนวนมาก การเช็ดทีละจุดใช้เวลานาน และมักพลาดบางจุด
  • ระยะเวลาสัมผัสของน้ำยา มีความสำคัญ การเช็ดแล้วล้างออกทันทีอาจไม่ได้ให้น้ำยาทำงานครบตามที่ผู้ผลิตกำหนด
  • น้ำหอมและสเปรย์ปรับอากาศแค่กลบกลิ่น ไม่ได้กำจัดต้นเหตุ

ด้วยเหตุนี้ WHO และ CDC จึงแนะนำลำดับเดียวกัน คือ ทำความสะอาดก่อน แล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม การพ่นฆ่าเชื้อโดยทีมงานที่ผ่านการฝึกอบรมเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ขั้นตอนฆ่าเชื้อครอบคลุมและสม่ำเสมอมากขึ้น

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ โดย WHD

World Health Disinfection มีสำนักงานอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ 10160 ซึ่งอยู่ฝั่งธนบุรีเช่นเดียวกับเขตทุ่งครุ การนัดหมายบริการทำผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เราไม่มีสาขาในเขตทุ่งครุ และไม่รับปากว่าจะเข้าบริการได้ภายในวันเดียวกัน เพราะคิวงานหลังน้ำท่วมขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ขอรับบริการในแต่ละช่วง

ตามข้อมูลบริการบนเว็บไซต์ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ WHD ใช้ช่างที่ผ่านการฝึกอบรม พ่นละอองและ/หรือพ่นหมอกแบบ ULV (Ultra Low Volume) ซึ่งเป็นละอองฝอยละเอียด น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก โดยอ้างประสิทธิภาพ 99.99% ส่วนหน้าข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุผลต่อโควิด-19 ที่ 99.85% ภายใน 1 นาที และระบุเชื้ออื่นอีก เช่น โนโรไวรัส ซัลโมเนลลา เชื้อไอกรน และไมโคแบคทีเรีย

หน้าเว็บยังระบุรายการรับรองและอ้างอิง ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าที่ใช้บริการตามที่หน้าเว็บระบุ ได้แก่ โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย พร้อมโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้

ขอย้ำว่า WHD ไม่ได้อ้างว่ากำจัดเชื้อได้ครบทุกชนิดในโลก และไม่ได้ระบุจำนวนสายพันธุ์ เราใช้คำว่า "ฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์" ตามข้อความบนเว็บไซต์ สำหรับเชื้อที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อบนหน้าเว็บ ลูกค้าสามารถขอดูข้อมูลผลทดสอบเฉพาะเชื้อได้ก่อนตัดสินใจ

ขั้นตอนบริการ

  1. ติดต่อและสำรวจข้อมูล แจ้งประเภทอาคาร ขนาดพื้นที่ จำนวนห้อง และสภาพหลังน้ำขัง เช่น จุดที่ท่อไหลย้อนหรือมีกลิ่นอับ ผ่านโทรศัพท์หรือ LINE พร้อมส่งรูปถ่าย
  2. เตรียมพื้นที่ ลูกค้าหรือทีมทำความสะอาดขนโคลนออก ล้างพื้นผิว เปิดระบายอากาศ และเก็บอาหาร ภาชนะ ของใช้ส่วนตัวให้มิดชิด
  3. แบ่งโซนและเคลื่อนย้ายคน ผู้เช่า พนักงาน และสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่จะพ่นระหว่างทำงาน
  4. พ่นฆ่าเชื้อ ช่างพ่นละอองหรือหมอก ULV ตามพื้นผิวและพื้นที่ที่กำหนด
  5. รอและกลับเข้าพื้นที่ ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วจึงใช้พื้นที่ได้ตามปกติ โดยให้ปฏิบัติตามเวลาที่ช่างแจ้งในหน้างานจริง

WHD ไม่อ้างว่าการพ่นไม่ทิ้งสารตกค้างใด ๆ หากมีข้อกังวลเรื่องพื้นผิวสัมผัสอาหาร ให้แจ้งช่างเพื่อแนะนำการเช็ดล้างก่อนใช้งาน และหากมีผู้ป่วย ควรไปพบแพทย์ก่อน การพ่นฆ่าเชื้อไม่ใช่การรักษาโรค

10 เหตุผลที่อาคารในเขตทุ่งครุควรพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำขัง

  1. น้ำเสียไหลย้อนท่อในช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้พื้นห้องน้ำและครัวชั้นล่างปนเปื้อนเชื้อจากลำไส้
  2. อาคารที่อยู่ร่วมกันหลายห้อง มีห้องน้ำรวมและจุดสัมผัสร่วมที่ส่งต่อเชื้อได้ง่าย
  3. ร้านอาหารต้องการความมั่นใจก่อนเปิดร้าน การฆ่าเชื้อหลังล้างครัวช่วยให้กลับมาขายได้อย่างสบายใจขึ้น
  4. ละอองฝอยแบบ ULV เข้าถึงซอกมุม ที่การเช็ดถูมักเข้าไม่ถึง อ่านรายละเอียดได้ที่ หน้าบริการพ่นฆ่าเชื้อ
  5. ใช้น้ำยาระดับการแพทย์ CHEMGENE HLD4H ที่ระบุส่วนประกอบและรายการเชื้อชัดเจน
  6. ช่างที่ผ่านการฝึกอบรม แบ่งโซน ควบคุมปริมาณน้ำยา และแจ้งเวลากลับเข้าพื้นที่
  7. เวลารอประมาณ 30 นาที ตามข้อมูลบริการ ทำให้อาคารกลับมาใช้งานได้ไม่นาน
  8. ลดความกังวลของผู้เช่าและลูกค้า ช่วยลดเรื่องร้องเรียนและการย้ายออก
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ เหมาะสำหรับนิติบุคคล หอพัก และร้านค้า
  10. อยู่ฝั่งธนบุรีเช่นเดียวกัน สำนักงานอยู่ที่บางแค นัดหมายผ่าน ทีมงาน WHD โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อ

ก่อน

  • ห้องน้ำรวมชั้นล่างมีกลิ่นท่อ และผู้เช่าไม่กล้าใช้
  • พื้นครัวร้านอาหารเคยมีน้ำเสียไหลย้อน
  • มุมผนังเริ่มมีจุดดำและกลิ่นอับ
  • จุดสัมผัสร่วมจำนวนมากยังไม่ได้ฆ่าเชื้อ
  • เจ้าของอาคารต้องตอบคำถามผู้เช่าซ้ำทุกวัน

หลัง

  • พื้นผิวที่ล้างแล้วได้รับการพ่นฆ่าเชื้ออย่างทั่วถึง
  • ครัวพร้อมกลับมาเตรียมอาหารหลังเช็ดพื้นผิวสัมผัสอาหารตามคำแนะนำ
  • วัสดุที่เสียหายถูกรื้อออก ส่วนที่เหลือแห้งและผ่านการฆ่าเชื้อ
  • ผู้เช่ารู้ว่าอาคารผ่านขั้นตอนทำความสะอาดอย่างเป็นระบบ
  • มีเอกสารและใบกำกับภาษีเก็บไว้เป็นหลักฐาน

กรณีตัวอย่าง: ร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ริมถนนในแขวงทุ่งครุ

เรื่องนี้เป็น กรณีตัวอย่าง อีกเรื่องหนึ่งที่เรียบเรียงขึ้นเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวของลูกค้าจริง

คุณต้อมเปิดร้านข้าวแกงในห้องแถวชั้นเดียว หลังฝนตกหนักและมีน้ำขังหน้าร้านสองวัน ท่อในครัวมีน้ำย้อนขึ้นมาท่วมพื้นประมาณข้อเท้า เขาตัดสินใจปิดร้านหนึ่งวัน ทิ้งวัตถุดิบที่อยู่ในลังบนพื้น ล้างหม้อ จาน และช้อนทั้งหมด ขัดพื้นและผนังด้านล่าง เปิดพัดลมให้แห้ง แล้วโทรนัดทีมพ่นฆ่าเชื้อ

ช่างแนะนำให้เก็บภาชนะที่ล้างแล้วไว้ในตู้ปิด ปิดถังน้ำดื่ม และให้ทุกคนออกจากร้านระหว่างพ่น หลังรอตามเวลาที่ช่างแจ้ง คุณต้อมเช็ดเคาน์เตอร์ที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำอีกรอบ ก่อนเปิดร้านในวันถัดไป สิ่งที่เขาได้นอกจากพื้นที่ที่สะอาดขึ้น คือคำตอบที่ชัดเจนเวลาลูกค้าถามว่า "ร้านโดนน้ำไหม แล้วทำความสะอาดอย่างไร"

เช็กลิสต์สำหรับบ้าน ห้องเช่า และร้านค้าในเขตทุ่งครุ

ก่อนพ่น

  • ตรวจสอบความปลอดภัยของไฟฟ้า ถ้าเคยมีน้ำเข้าใกล้ปลั๊กหรือตู้ไฟ ให้ช่างไฟตรวจก่อน
  • สวมถุงมือยาง รองเท้าบูท และหน้ากากระหว่างขนโคลนและขยะ
  • ทิ้งอาหาร น้ำแข็ง ยา และเครื่องสำอางที่โดนน้ำ
  • รื้อวัสดุที่อุ้มน้ำแล้วซ่อมไม่ได้ เช่น ฟูก พรม ฝ้าที่บวม
  • ล้างพื้นผิวด้วยน้ำยาล้างและน้ำสะอาด เปิดหน้าต่างและพัดลมให้แห้ง
  • ขัดตะแกรงท่อ ซิงก์ และร่องยาแนวในห้องน้ำ
  • เก็บของใช้ส่วนตัว ภาชนะใส่อาหาร และของเล่นเด็กให้มิดชิด
  • แจ้งผู้เช่าหรือพนักงานเรื่องเวลาที่ต้องออกจากพื้นที่

หลังพ่น

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง และเปิดระบายอากาศ
  • เช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำก่อนใช้งาน
  • เฝ้าสังเกตกลิ่นอับหรือจุดราใหม่ หากพบ ให้ตรวจหาแหล่งความชื้นที่ยังค้าง
  • ดูแลสุขภาพตัวเอง ใครมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือแผลอักเสบ ให้พบแพทย์
  • ติดตามคำเตือนน้ำทะเลหนุนและพยากรณ์ฝน เพื่อเตรียมยกของขึ้นที่สูงหากฝนกลับมาตกหนัก

คำถามที่พบบ่อย: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ

1. เขตทุ่งครุน้ำท่วมสูงแค่ไหน

แหล่งข่าวที่เราอ้างอิงระบุว่า ปภ. ประกาศแขวงทุ่งครุและแขวงบางมดเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเมื่อ 29 กันยายน 2569 และมีคำเตือนน้ำทะเลหนุนสูงช่วง 29 กันยายนถึง 4 ตุลาคม แต่ไม่ได้ระบุระดับน้ำรายถนน เราจึงไม่ระบุตัวเลขความลึก

2. น้ำไม่ได้ท่วมสูง ทำไมยังต้องกังวลเรื่องเชื้อโรค

เพราะน้ำขังที่ระบายช้ามักปะปนน้ำเสียจากท่อ และความชื้นที่ค้างอยู่หลายวันเอื้อต่อเชื้อรา ปัญหาสุขอนามัยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความลึกของน้ำเพียงอย่างเดียว

3. การจัดอันดับนี้เป็นข้อมูลทางการไหม

ไม่ใช่ เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ตามเกณฑ์ที่อธิบายไว้ด้านบน อ้างอิงแนวทางของ WHO, CDC และกรมควบคุมโรค ไม่ได้อ้างว่าตรวจพบเชื้อในพื้นที่

4. ควรพ่นฆ่าเชื้อเลย หรือรอให้พ้นช่วงน้ำทะเลหนุนก่อน

ควรทำความสะอาดและทำให้แห้งให้เร็วที่สุด ส่วนการพ่นฆ่าเชื้อเหมาะกับช่วงหลังล้างเสร็จและพื้นที่ไม่มีน้ำเข้าซ้ำ หากคาดว่าจะมีน้ำขังซ้ำในไม่กี่วัน ให้ปรึกษาทีมงานเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสม

5. พ่นในห้องเช่าที่มีคนอยู่ได้ไหม

ผู้เช่าและสัตว์เลี้ยงต้องออกจากโซนที่พ่นระหว่างทำงาน แล้วกลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง ตามข้อมูลบริการรอประมาณ 30 นาที

6. WHD มีสาขาในเขตทุ่งครุไหม

ไม่มี สำนักงานอยู่ที่เขตบางแค การนัดหมายทำผ่าน 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และขึ้นอยู่กับคิวงาน ไม่รับประกันการเข้าบริการภายในวันเดียวกัน

7. น้ำยาฆ่าเชื้อฉี่หนูหรือวิบริโอได้ไหม

สองเชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ซึ่งน้ำยาระบุว่าครอบคลุมในภาพรวม แต่หน้าเว็บไม่ได้แสดงผลทดสอบรายเชื้อ หากต้องการข้อมูลเฉพาะ สามารถขอเอกสารจากทีมงานได้

ฝนซา น้ำลด แล้วจัดการเชื้อโรคให้จบ ทั้งห้องเช่า ร้านค้า และบ้านในแขวงทุ่งครุและบางมด

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ

โทร 065-556-6294 · LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อทุ่งครุ #น้ำท่วมทุ่งครุ #น้ำท่วมบางมด #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #ฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม เขตทุ่งครุ, พ่นฆ่าเชื้อทุ่งครุ, น้ำท่วมทุ่งครุ 2569, น้ำท่วมบางมด, น้ำทะเลหนุนพระราม 2, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, เชื้อโรคหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้