Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 10 จำนวนผู้เข้าชม |
บทความ จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ศรีสวัสดิ์ ห้วยกระเจา ฉบับปี 2569 นี้ ทีมงาน World Health Disinfection (WHD) จัดทำขึ้นสำหรับชาวตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ และชาวบ้านพุบอน หมู่ 8 ตำบลสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี หลังจากน้ำป่าไหลหลากข้ามถนนสายกาญจนบุรี ท่ากระดาน และท่วมบ้านเรือนในหมู่บ้าน น้ำป่าจากภูเขามีลักษณะต่างจากน้ำท่วมขังในที่ราบ เพราะมาเร็ว แรง และพาดินโคลน หิน กิ่งไม้ และเศษวัสดุมาด้วย เราจะเรียงลำดับเชื้อโรคที่ควรระวังเป็นพิเศษในพื้นที่ลักษณะนี้ บอกจุดซ่อน กลุ่มเสี่ยง วิธีป้องกัน และอธิบายว่าทำไมการขนโคลน ล้างทำความสะอาด แล้วตามด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้บ้านกลับมาอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจขึ้น
อันดับในบทความนี้เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการของหน่วยงานใด และไม่ได้มาจากการตรวจเชื้อในพื้นที่ เราไม่ใส่ตัวเลขผู้ป่วยหรือเปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีแหล่งอ้างอิง หากคนในบ้านมีไข้ ปวดน่อง ท้องร่วง หรือแผลบวมแดงหลังสัมผัสน้ำป่าและดินโคลน ให้ไปพบแพทย์ทันที
ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 ระบุว่า เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 06.30 น. น้ำป่าไหลทะลักข้ามถนนสายกาญจนบุรี ท่ากระดาน (ทล.323) ในพื้นที่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ แล้วไหลลงสู่เขื่อนศรีนครินทร์ นอกจากนี้ที่หมู่ 8 บ้านพุบอน ตำบลสระลงเรือ อำเภอห้วยกระเจา มีน้ำท่วมที่อยู่อาศัย 6 หลัง และบ้านยางทองมีบ้านถูกน้ำท่วม 1 หลัง
ในภาพรวมของประเทศ ข้อมูล ปภ. เวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ตามที่เดลินิวส์รายงาน ระบุว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน สถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน ผู้ที่ใช้เส้นทางในพื้นที่ควรติดตามประกาศของจังหวัดกาญจนบุรีและหน่วยงานท้องถิ่น และไม่ควรขับรถหรือเดินฝ่ากระแสน้ำที่ไหลข้ามถนน
แม้จำนวนบ้านที่ได้รับผลกระทบตามรายงานจะไม่มาก แต่สำหรับครอบครัวที่น้ำป่าเข้าบ้าน ความเสียหายและความเสี่ยงต่อสุขภาพเกิดขึ้นจริงทุกหลัง น้ำป่าพาดินจากไหล่เขา ไร่ และป่ามาทับถมในบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งของเชื้อในดินหลายชนิดที่ต่างจากน้ำท่วมในเมือง
เรื่องต่อไปนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่เรียบเรียงจากสถานการณ์ที่พบบ่อยหลังน้ำป่าในหมู่บ้านเชิงเขา ไม่ใช่เรื่องของบุคคลจริงในบ้านพุบอนหรือบ้านยางทอง
ป้าสายทำงานไร่และเลี้ยงไก่ไว้หลังบ้านชั้นเดียว เช้ามืดวันหนึ่งหลังฝนตกหนักทั้งคืน ป้าได้ยินเสียงน้ำไหลแรงผิดปกติจากลำห้วยหลังหมู่บ้าน ไม่นานน้ำสีแดงขุ่นก็ไหลเข้าลานบ้าน พาเศษไม้ ใบไม้ และก้อนหินเล็ก ๆ มาด้วย ป้ากับลูกสาวรีบยกถังข้าวสาร พัดลม และหม้อหุงข้าวขึ้นโต๊ะ ส่วนเล้าไก่และกองฟืนจมน้ำไปครึ่งหนึ่ง
น้ำป่าผ่านไปเร็ว เพียงไม่กี่ชั่วโมงน้ำก็เริ่มลด แต่สิ่งที่ทิ้งไว้คือโคลนแดงหนาบนพื้นบ้าน เศษกิ่งไม้ที่ติดอยู่ตามรั้ว มูลไก่ที่ปนอยู่กับโคลน และกลิ่นอับที่เริ่มลอยขึ้นในบ่ายวันเดียวกัน ป้าสายเริ่มตักโคลนออกด้วยมือเปล่าเพราะถุงมือยางขาด ขณะที่หลานชายเดินเท้าเปล่าช่วยขนของ และโดนเศษไม้แหลมตำที่ฝ่าเท้า
ลูกสาวของป้าพาหลานไปล้างแผลและพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แพทย์ทำแผล สอบถามประวัติวัคซีนบาดทะยัก และแนะนำให้สังเกตอาการไข้ในช่วงต่อจากนี้ ส่วนป้าสายเองมีอาการไข้และปวดน่องในอีกหลายวันต่อมา จึงไปพบแพทย์และแจ้งว่าได้ลุยโคลนหลังน้ำป่า เหตุการณ์แบบนี้คือภาพที่พบบ่อยในหมู่บ้านเชิงเขาหลังน้ำป่า และเป็นเหตุผลที่เราจัดอันดับเชื้อโรคให้ตรงกับลักษณะของพื้นที่
WHD จัดอันดับโดยอิงคำแนะนำทั่วไปขององค์การอนามัยโลก (WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกา (CDC) และกรมควบคุมโรค ร่วมกับลักษณะเฉพาะของน้ำป่าในพื้นที่เชิงเขา โดยใช้เกณฑ์ดังนี้
ด้วยเกณฑ์นี้ เชื้อในดินและความเสี่ยงจากบาดแผลจึงขึ้นมาอยู่อันดับต้น ต่างจากพื้นที่น้ำท่วมขังในเมืองหรือริมแม่น้ำ ซึ่งเชื้อจากน้ำเสียและเชื้อราจะเด่นกว่า
ต่อไปนี้คือ 10 อันดับเชื้อโรคและความเสี่ยงที่ WHD แนะนำให้ชาวท่ากระดาน บ้านพุบอน บ้านยางทอง และผู้สัญจรบนถนนสายกาญจนบุรี ท่ากระดาน ให้ความสำคัญหลังน้ำป่าผ่านไป
ทำไมเป็นอันดับหนึ่ง: หมู่บ้านเชิงเขามีทั้งหนูในไร่ สัตว์เลี้ยง และสัตว์ป่าขนาดเล็ก ปัสสาวะสัตว์ที่สะสมอยู่บนดินถูกน้ำป่าชะล้างมารวมกันในโคลนที่ทับถมในบ้าน คนที่ตักโคลนหรือลุยน้ำนานโดยไม่สวมรองเท้าบูทจึงเสี่ยงสูง กรมควบคุมโรคเตือนเรื่องโรคฉี่หนูทุกครั้งที่มีน้ำท่วมและน้ำป่า
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนบนพื้นบ้าน แอ่งน้ำรอบบ้าน ร่องน้ำข้างถนน เล้าสัตว์ และกองฟืนหรือกองไม้ที่หนูอาศัย
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่อง ตาแดง บางรายมีภาวะแทรกซ้อนที่ไตหรือตับ เกษตรกรและผู้ที่มีแผลที่เท้าเสี่ยงที่สุด ต้องรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการหลังลุยน้ำ
ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าบูทและถุงมือยาง ไม่แช่น้ำนาน ล้างเท้าด้วยสบู่และเช็ดให้แห้ง ปิดแผลกันน้ำ และเก็บอาหารในภาชนะปิด
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เลปโตสไปราเป็นแบคทีเรีย ซึ่งตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรียโดยทั่วไป แต่เว็บไซต์ไม่ได้แสดงผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ ท่านสามารถขอผลทดสอบจากทีมงานได้ ขั้นตอนสำคัญคือขนโคลนออกและล้างพื้นให้สะอาด แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย ตามที่ WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อพื้นผิวที่ปนเปื้อนน้ำท่วม
ทำไมเป็นอันดับสอง: น้ำป่าพาหิน กิ่งไม้ ตะปู สังกะสี และเศษวัสดุมาด้วย การเก็บกวาดหลังน้ำป่าจึงทำให้เกิดแผลถูกตำหรือแผลฉีกขาดได้ง่าย สปอร์ของเชื้อบาดทะยักพบในดินและมูลสัตว์ ซึ่งมีอยู่มากในโคลนจากไร่และเล้าสัตว์
อาการและกลุ่มเสี่ยง: กล้ามเนื้อเกร็ง ขากรรไกรแข็ง อ้าปากลำบาก กลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนกระตุ้นตามกำหนดและผู้มีแผลลึกหรือสกปรก ควรล้างแผลให้สะอาดและปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยักตามคำแนะนำของแพทย์
ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าพื้นหนาและถุงมือหนา ใช้อุปกรณ์แทนมือเปล่า แยกเศษวัสดุมีคมใส่ภาชนะ
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: สปอร์บาดทะยักทนทานต่อสารฆ่าเชื้อทั่วไปมาก การพ่นฆ่าเชื้อจึงไม่ได้ป้องกันบาดทะยักและไม่ใช่สิ่งทดแทนวัคซีน สิ่งที่ลดความเสี่ยงได้จริงคือการขนโคลนและเศษวัสดุออก ดูแลแผลอย่างถูกต้อง และรับวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำในหลายพื้นที่ของประเทศไทย น้ำป่าที่กัดเซาะหน้าดินจากไร่และไหล่เขาอาจพาเชื้อในดินมาทับถมในบ้าน คนที่สัมผัสโคลนผ่านแผล หรือสูดละอองน้ำโคลนขณะฉีดล้าง จึงมีโอกาสได้รับเชื้อ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ฝีหรือแผลเรื้อรัง ไอ และอาจติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต ผู้ดื่มสุราเป็นประจำ และผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำเสี่ยงสูง หากมีไข้ไม่ลดหลังสัมผัสดินโคลน ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติ
ป้องกันอย่างไร: สวมรองเท้าบูท ถุงมือ และหน้ากากเมื่อฉีดล้างโคลน ปิดแผลให้มิดชิด
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนเว็บไซต์ หัวใจของการลดความเสี่ยงคือการขนดินโคลนออกให้หมดและล้างพื้นผิว ก่อนพ่นฆ่าเชื้อบนพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย สามารถขอข้อมูลผลทดสอบจากทีมงานได้
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: บ้านในหมู่บ้านเชิงเขาหลายหลังเลี้ยงไก่ เป็ด หรือวัวไว้ใกล้บ้าน น้ำป่าพามูลสัตว์และสิ่งปฏิกูลจากส้วมหลุมหรือบ่อเกรอะมากระจายในบ้าน อีโคไลเป็นตัวบ่งชี้การปนเปื้อนอุจจาระ ส่วนแคมไพโลแบคเตอร์มักเกี่ยวข้องกับสัตว์ปีกและเป็นสาเหตุของท้องร่วง
ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นบ้าน ลานบ้าน เล้าไก่ ห้องครัว ภาชนะใส่น้ำ และอุปกรณ์ที่จมน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง มีไข้ บางรายถ่ายเป็นมูกเลือด เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำ ควรพบแพทย์เมื่ออาการรุนแรง
ป้องกันอย่างไร: ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวด ล้างมือหลังจับสัตว์และหลังทำความสะอาด ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำป่า
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ทั้งสองเป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะแสดงไว้ หลังขัดล้างพื้นและครัว การพ่นและพ่นละอองฝอย ULV ช่วยให้น้ำยาเข้าถึงพื้นผิวขรุขระและซอกมุมได้ทั่วถึงกว่าการเช็ด
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: แบคทีเรียสองชนิดนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคบิดและอาหารเป็นพิษ หลังน้ำป่าที่ไฟฟ้าอาจดับและน้ำประปาหมู่บ้านอาจขุ่น อาหารเสียง่ายและการล้างภาชนะทำได้ยาก
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดเกร็งท้อง ไข้ ถ่ายเป็นมูกเลือด เด็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ควรระวัง
ป้องกันอย่างไร: ปรุงอาหารให้สุก ใช้น้ำสะอาดล้างภาชนะ ล้างมือก่อนกินอาหาร
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมซาลโมเนลลา ส่วนชิเกลลาอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียโดยรวม ไม่มีผลทดสอบเฉพาะแสดงไว้ การพ่นฆ่าเชื้อครัวและโต๊ะอาหารหลังล้าง ช่วยลดเชื้อที่ตกค้างได้
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: แผลจากหิน ไม้ และสังกะสีหลังน้ำป่าพบได้บ่อย เมื่อแผลสัมผัสโคลนหรือไม่ได้ดูแล เชื้อบนผิวหนังและในสิ่งแวดล้อมอาจทำให้แผลอักเสบติดเชื้อ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวมแดง ร้อน เจ็บ มีหนอง อาจมีไข้ ผู้ป่วยเบาหวานและผู้สูงอายุแผลหายช้า
ป้องกันอย่างไร: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ปิดแผล ไม่ใช้ผ้าเช็ดตัวร่วมกัน พบแพทย์เมื่อแผลลุกลาม
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโดยรวม ไม่มีผลทดสอบเฉพาะ การพ่นฆ่าเชื้อห้องนอนและห้องน้ำหลังทำความสะอาดช่วยลดเชื้อในสิ่งแวดล้อม ส่วนแผลต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: ไวรัสทางเดินอาหารที่แพร่ผ่านมือและพื้นผิวได้ง่าย เมื่อเพื่อนบ้านมาช่วยกันทำความสะอาดและแบ่งปันอาหาร ไวรัสอาจแพร่ในกลุ่มคนได้เร็ว
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องร่วงเป็นน้ำ ปวดท้อง เด็กเล็กเสี่ยงต่อโรต้าไวรัส ผู้สูงอายุเสี่ยงขาดน้ำ
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส ส่วนโรต้าไวรัสไม่ได้ระบุไว้เฉพาะ ถือว่าอยู่ในกลุ่มไวรัสโดยรวมและควรสอบถามผลทดสอบ การพ่นฆ่าเชื้อจุดสัมผัสร่วม เช่น ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ และโต๊ะอาหาร หลังทำความสะอาด ช่วยลดการแพร่ในบ้าน
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: ติดต่อผ่านน้ำและอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ ระยะฟักตัวนาน ทำให้หลายคนไม่ได้เชื่อมโยงอาการกับน้ำป่า
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะสีเข้ม ควรพบแพทย์เมื่อสังเกตว่าตาเหลือง
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: อยู่ในกลุ่มไวรัสที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมหลายชนิด แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนเว็บไซต์ สอบถามข้อมูลได้ การพ่นฆ่าเชื้อห้องน้ำและครัวหลังล้างเป็นส่วนหนึ่งของการลดการปนเปื้อน
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: แม้น้ำป่าจะลดเร็ว แต่ฝาผนังไม้ ที่นอน เสื่อ และเสื้อผ้าที่เปียกโคลนจะยังชื้นอยู่ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่แดดน้อย WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดเชื้อรา
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก จาม ไอ ภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ ผู้มีโรคปอดและผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำควรอยู่ห่างจากคราบรา
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลบริการระบุว่าน้ำยาครอบคลุมเชื้อรา หลังขัดคราบและทำให้แห้ง การพ่นฆ่าเชื้อช่วยจัดการเชื้อราที่ตกค้างบนพื้นผิว หากยังมีกลิ่นอับในห้องปิด อาจพิจารณา บริการอบโอโซนฆ่าเชื้อในที่พักอาศัย เป็นบริการเสริม
ทำไมอยู่ในอันดับนี้: การตักโคลนและล้างบ้านหลายวันทำให้เท้าเปียกตลอดเวลา ผิวระหว่างนิ้วเท้าเปื่อยและติดเชื้อราได้ง่าย แม้ไม่รุนแรงแต่พบบ่อย
การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: เป็นเชื้อราในกลุ่มที่ข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมโดยรวม ไม่มีผลทดสอบเฉพาะ การพ่นฆ่าเชื้อพื้นห้องน้ำและทางเดินหลังทำความสะอาดช่วยลดการส่งต่อเชื้อ ควรเช็ดเท้าให้แห้งและพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น
ด้านสุขภาพ: เชื้อในดินและเชื้อทางเดินอาหารที่ตกค้างในบ้านทำให้คนในครอบครัวมีโอกาสป่วยซ้ำ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวานซึ่งเสี่ยงต่อเมลิออยโดสิสและแผลติดเชื้อมากกว่าคนทั่วไป
ด้านค่าใช้จ่าย: หมู่บ้านเชิงเขาหลายแห่งอยู่ห่างจากโรงพยาบาล การเดินทางไปรักษาแต่ละครั้งต้องใช้เวลาและค่าเดินทาง ยังไม่รวมรายได้จากไร่หรือการรับจ้างที่หายไป
ด้านเวลา: หลังน้ำป่า ครอบครัวต้องซ่อมรั้ว เล้าสัตว์ และอุปกรณ์การเกษตร หากต้องหยุดเพราะเจ็บป่วย การฟื้นตัวจะช้าลง
ด้านอาชีพ: ร้านค้าริมถนนสายกาญจนบุรี ท่ากระดาน ร้านอาหาร และที่พักที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวในย่านเขื่อนศรีนครินทร์ ต้องการความมั่นใจด้านสุขอนามัยก่อนเปิดรับลูกค้าอีกครั้ง
ด้านครอบครัว: ความกังวลว่าน้ำป่าจะกลับมาอีก ความเหนื่อยจากการขนโคลน และความไม่แน่ใจว่าบ้านปลอดภัยหรือยัง เป็นภาระทางใจที่ควรได้รับการแบ่งเบา
ขั้นตอนที่ถูกต้องหลังน้ำป่าคือ ขนโคลน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อ ด้วยน้ำยาที่ออกแบบมาเพื่อการฆ่าเชื้อและอุปกรณ์พ่นที่กระจายน้ำยาได้ทั่วถึง
World Health Disinfection (WHD) ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 ไม่มีสาขาในจังหวัดกาญจนบุรี แต่รับนัดหมายงานต่างจังหวัดได้ทางโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 ทีมงานจะประเมินพื้นที่และวางแผนเส้นทาง เราไม่สัญญาว่าจะไปถึงภายในวันเดียวกัน เพราะต้องดูสภาพถนนในพื้นที่เชิงเขาหลังน้ำป่าด้วย
ตามข้อมูลบริการ ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นและหรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride หน้าบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา รวมถึงโควิด 19 RSV H1N1 H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก อ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ดูเพิ่มเติมที่ หน้าเอกสารรับรอง
เราไม่กล่าวอ้างว่าน้ำยาไม่มีสารตกค้างเลย ควรเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำของช่าง และผู้ป่วยควรพบแพทย์ก่อนเสมอ ลูกค้าของบริการนี้มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย ปัจจุบันมีโปรโมชันแถมขวดสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC พร้อมออกใบกำกับภาษีได้
กรณีตัวอย่างนี้เป็นสถานการณ์สมมติเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง
คุณต้นเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ริมทางในย่านท่ากระดาน เมื่อน้ำป่าไหลข้ามถนนในเช้าวันหนึ่ง น้ำโคลนเข้าร้านแค่ระดับข้อเท้า แต่ทิ้งโคลนแดงไว้ใต้เคาน์เตอร์ ขาโต๊ะ และตู้เย็น คุณต้นปิดร้านสองวันเพื่อขนโคลน ล้างพื้น ทิ้งวัตถุดิบที่เปียก และเปิดประตูให้ลมผ่าน
คุณต้นส่งรูปร้านทางไลน์ @whd268 ทีมงานแนะนำให้ดึงตู้เย็นและชั้นวางออกจากผนังเพื่อล้างด้านหลัง แล้วนัดวันเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่างแบ่งร้านเป็นโซนหน้าร้าน โซนบาร์ และห้องเก็บของ ให้ทุกคนออกนอกร้าน พ่นเคาน์เตอร์ โต๊ะ เก้าอี้ มือจับประตู และพื้น แล้วใช้ละอองฝอยในห้องเก็บของ เมื่อครบเวลาที่ช่างแจ้ง คุณต้นเช็ดพื้นผิวที่สัมผัสอาหารตามคำแนะนำ จัดร้านใหม่ และเปิดขายอีกครั้งพร้อมป้ายแจ้งลูกค้า
ถาม: ทำไมอันดับของพื้นที่นี้ต่างจากน้ำท่วมในเมือง
ตอบ: เพราะน้ำป่าพาดินจากไหล่เขาและไร่ รวมถึงหินและเศษวัสดุ เชื้อในดินและความเสี่ยงจากบาดแผลจึงสำคัญกว่าในพื้นที่ที่น้ำท่วมขังจากท่อระบายน้ำ
ถาม: น้ำป่าลดเร็ว ยังต้องพ่นฆ่าเชื้อไหม
ตอบ: แม้น้ำจะลดเร็ว แต่โคลนและเชื้อที่มากับน้ำยังตกค้างอยู่ ควรขนโคลน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อ
ถาม: WHD เดินทางไปกาญจนบุรีได้ไหม
ตอบ: ได้ โดยนัดหมายล่วงหน้าทาง 065-556-6294 หรือไลน์ @whd268 ทีมงานเดินทางจากกรุงเทพฯ และต้องประเมินสภาพเส้นทาง จึงไม่รับประกันการไปถึงภายในวันเดียวกัน
ถาม: การพ่นฆ่าเชื้อป้องกันบาดทะยักได้ไหม
ตอบ: ไม่ได้ สปอร์บาดทะยักทนทานต่อสารฆ่าเชื้อทั่วไป ควรดูแลแผลและปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีน
ถาม: เลี้ยงไก่และสุนัขไว้ ต้องทำอย่างไรระหว่างพ่น
ตอบ: ย้ายสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น และให้กลับเข้ามาตามเวลาที่ช่างแจ้ง
ถาม: ขอผลทดสอบของเชื้อที่ไม่ได้ระบุบนเว็บไซต์ได้ไหม
ตอบ: ได้ สอบถามทีมงานได้โดยตรง
ส่งรูปพื้นที่ให้ทีมงานประเมิน และนัดวันที่เหมาะสม
จองบริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268 | อีเมล worldhealthdisinfection@gmail.com
#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อกาญจนบุรี #น้ำท่วมกาญจนบุรี #น้ำท่วมศรีสวัสดิ์ #น้ำท่วมห้วยกระเจา #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #Chemgene
คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม ศรีสวัสดิ์ ห้วยกระเจา, น้ำป่ากาญจนบุรี 2569, น้ำท่วมบ้านพุบอน, ถนนกาญจนบุรี ท่ากระดาน, พ่นฆ่าเชื้อกาญจนบุรี, น้ำท่วมกาญจนบุรี, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, โรคฉี่หนู, เมลิออยโดสิส, CHEMGENE HLD4H