Last updated: 6 ต.ค. 2569 | 16 จำนวนผู้เข้าชม |
บทความนี้คือ การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม บ้านหนองปลามัน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทีมบรรณาธิการของ World Health Disinfection (WHD) เรียบเรียงขึ้นสำหรับครอบครัวในหมู่บ้านริมลำห้วย ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร และลูกหลานที่กลับไปช่วยพ่อแม่เก็บกวาดบ้าน น้ำที่มาตอนกลางดึกต่างจากน้ำที่ค่อย ๆ ขึ้นทีละวัน เพราะคนในบ้านแทบไม่มีเวลาเตรียมตัว ข้าวของหลายอย่างจึงจมน้ำทั้งที่ยังวางอยู่ที่เดิม เราจะเรียงลำดับเชื้อที่ควรคิดถึงก่อน บอกว่ามันซ่อนอยู่ตรงไหนในบ้านแบบชนบทภาคเหนือ ใครเสี่ยงที่สุด และควรป้องกันอย่างไร ก่อนปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำหลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว
ตามรายงานของกรุงเทพธุรกิจ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ราวเวลา 03.00 น. เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องทั้งคืน ทำให้ลำน้ำห้วยแม่วะล้นตลิ่ง น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านในบ้านหนองปลามัน ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยระบายน้ำ และช่วยชาวบ้านขนย้ายข้าวของขึ้นไปไว้ในที่สูง (แหล่งข่าว: bangkokbiznews.com/news/news-update/1246569)
ข้อมูลข้างต้นคือทั้งหมดที่เราใช้อ้างอิงเกี่ยวกับพื้นที่นี้ รายงานข่าวไม่ได้ระบุระดับความลึกของน้ำหรือจำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ เราจึงไม่ใส่ตัวเลขเหล่านั้นเอง สถานการณ์น้ำในพื้นที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน ผู้อ่านควรติดตามประกาศจากอำเภอพร้าว องค์การบริหารส่วนตำบล และหน่วยงานท้องถิ่นควบคู่ไปด้วย
ในภาพรวมของประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานเมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2569 ว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย 26 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวม 1,270,151 ครัวเรือน (แหล่งข่าว: dailynews.co.th/news/6249374) ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่าฤดูฝนปีนี้มีบ้านจำนวนมากที่ต้องฟื้นฟูหลังน้ำลด ไม่ใช่เฉพาะในเชียงใหม่
จากรายงานข่าว จุดที่ระบุชัดเจนมีดังนี้
รายงานไม่ได้บอกว่าบ้านหลังใดท่วมลึกเท่าไร ดังนั้นในทางปฏิบัติ แต่ละบ้านควรสำรวจเองว่าน้ำขึ้นถึงระดับไหน โดยดูคราบน้ำบนผนัง เสาไม้ และขาโต๊ะ จุดที่เราแนะนำให้ตรวจเป็นพิเศษในบ้านริมลำห้วยของภาคเหนือ ได้แก่ ใต้ถุนบ้าน พื้นปูนชั้นล่าง ห้องครัว ห้องน้ำและบ่อเกรอะ โอ่งหรือถังเก็บน้ำ ที่เก็บข้าวสารและเครื่องมือการเกษตร คอกสัตว์ใกล้บ้าน รวมถึงที่นอน หมอน และผ้าห่มที่ถูกน้ำ
บ้านที่ตั้งใกล้ตลิ่งมักได้รับโคลนและเศษไม้ใบไม้จากลำห้วยมากกว่าบ้านที่อยู่ไกลออกไป ส่วนบ้านที่น้ำเพียงซึมเข้าพื้นอาจดูเหมือนไม่เสียหาย แต่ความชื้นที่ค้างใต้เสื่อน้ำมันหรือในผนังไม้ก็เพียงพอให้เชื้อราเติบโตได้ในเวลาไม่กี่วัน
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ ไม่ใช่บุคคลจริงในข่าว)
ป้าคำ วัยหกสิบกว่า อาศัยอยู่กับหลานชายวัยประถมในบ้านไม้ยกพื้นต่ำใกล้ลำห้วย คืนนั้นฝนตกไม่หยุด ราวตีสามป้าคำได้ยินเสียงน้ำไหลแรงผิดปกติ พอเปิดไฟก็เห็นน้ำสีขุ่นไหลเข้ามาใต้ประตูแล้ว สิ่งแรกที่ทำคือปลุกหลานและอุ้มขึ้นไปบนแคร่ที่สูงที่สุด จากนั้นจึงคว้าถุงข้าวสารกับกระเป๋าเอกสารขึ้นไปด้วย ส่วนตู้กับข้าว ที่นอน และรองเท้าทั้งหมดยังอยู่ที่พื้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่นำเครื่องสูบน้ำมาช่วยระบาย และเพื่อนบ้านช่วยกันยกของขึ้นที่สูง เมื่อน้ำลด สิ่งที่เหลือไว้คือโคลนบาง ๆ ทั่วพื้น กลิ่นอับจากที่นอน และคราบดำที่มุมผนัง ป้าคำรีบเอาน้ำล้างพื้นด้วยมือเปล่าและเท้าเปล่าเพราะอยากให้หลานได้นอนในบ้านโดยเร็ว สองวันต่อมาป้ามีรอยถลอกที่หน้าแข้งซึ่งบวมแดง และหลานเริ่มถ่ายเหลว ทั้งคู่ต้องไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ในทุกหมู่บ้านที่น้ำมาเร็วตอนกลางคืน ความตั้งใจดีที่อยากกลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุด บางครั้งทำให้เราลืมว่าเชื้อโรคหลังน้ำท่วมไม่ได้หายไปพร้อมกับน้ำ การรู้ว่าเชื้อชนิดไหนควรระวังก่อนจึงช่วยให้วางลำดับงานได้ถูกต้องและปลอดภัยกว่า
การจัดอันดับนี้เป็น ความเห็นเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่ข้อมูลทางการ ไม่ได้มาจากสถิติผู้ป่วยในอำเภอพร้าว และไม่มีตัวเลขสถิติใดที่เราสร้างขึ้นเอง เราเรียงลำดับโดยพิจารณาจากเกณฑ์ต่อไปนี้
ลำดับนี้จึงเหมาะสำหรับวางแผนการทำความสะอาดและการป้องกันตัวเอง ไม่ได้ใช้แทนการวินิจฉัยของแพทย์ หากมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องร่วง หรือแผลอักเสบ ควรไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที
ทำไมอยู่อันดับหนึ่ง: โรคเลปโตสไปโรซิสหรือโรคฉี่หนูเป็นโรคที่กรมควบคุมโรคเตือนทุกครั้งในฤดูฝนและหลังน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีนาข้าว คอกสัตว์ และหนู เชื้อนี้มาจากปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น หนู วัว ควาย สุกร และสุนัข เมื่อลำห้วยล้นตลิ่ง น้ำจะพัดพาเชื้อจากทุ่งนาและคอกสัตว์เข้ามาในบ้านได้
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนเปียกบนพื้น ใต้ถุนบ้าน แอ่งน้ำขังรอบบ้าน ที่เก็บข้าวสารและอาหารสัตว์ซึ่งหนูชอบเข้ามาหลบน้ำ
อาการและกลุ่มเสี่ยง: เชื้อเข้าทางแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก ปาก รวมถึงผิวหนังที่แช่น้ำนาน อาการที่พบบ่อยคือไข้สูงทันที ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะที่น่อง และตาแดง ผู้ที่ลุยน้ำหรือล้างโคลนด้วยมือเท้าเปล่าเสี่ยงที่สุด หากมีอาการภายในหลายวันถึงหลายสัปดาห์หลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์และบอกประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง
การป้องกันและการจัดการ: สวมรองเท้าบูตและถุงมือยางเสมอ ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ กำจัดเศษอาหารที่หนูชอบ ตักโคลนออกให้หมดแล้วล้างพื้น จากนั้นจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย เลปโตสไปราจัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ WHD ใช้ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มแบคทีเรีย แต่หน้าเว็บไม่ได้แสดงผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามเอกสารผลทดสอบจากทีมงานได้
ทำไมอยู่อันดับสอง: บ้านในชนบทส่วนใหญ่ใช้บ่อเกรอะหรือบ่อซึม เมื่อดินรอบบ้านอิ่มน้ำและลำห้วยล้นเข้ามา สิ่งปฏิกูลจากบ่อเหล่านี้อาจปนออกมากับน้ำ อีโคไลเป็นเชื้อที่ใช้บ่งชี้ว่ามีการปนเปื้อนอุจจาระ และมักมาพร้อมเชื้อกลุ่มลำไส้ชนิดอื่น
ซ่อนอยู่ที่ไหน: พื้นห้องน้ำ รอบโถส้วม พื้นครัว ภาชนะที่วางอยู่ต่ำ โอ่งน้ำที่ไม่มีฝาปิด และบ่อน้ำตื้นที่น้ำห้วยไหลเข้าไป
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง คลื่นไส้ เด็กเล็กและผู้สูงอายุเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำมากกว่าคนทั่วไป
การป้องกันและการจัดการ: อย่าดื่มน้ำบ่อหรือน้ำโอ่งที่ถูกน้ำท่วมจนกว่าจะได้รับการตรวจหรือฆ่าเชื้อตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ใช้น้ำดื่มบรรจุขวด ล้างมือด้วยสบู่บ่อย ๆ ตรวจบ่อเกรอะก่อนใช้ห้องน้ำตามปกติ ล้างพื้นห้องน้ำและครัวให้สะอาดก่อนพ่นฆ่าเชื้อ อีโคไลเป็นแบคทีเรีย อยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนหน้าเว็บ สอบถามเอกสารเพิ่มเติมได้
ทำไมอยู่อันดับสาม: เดือนสิงหาคมเป็นช่วงกลางฤดูฝนของภาคเหนือ อากาศชื้นต่อเนื่อง ไม้ ผ้า และกระดาษที่เปียกน้ำจึงแห้งช้า CDC แนะนำว่าควรทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อลดการเกิดเชื้อรา ซึ่งในบ้านที่ยังมีฝนตกทุกวันนั้นทำได้ยาก
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ผนังไม้ด้านล่าง ฝาบ้านที่เป็นไม้อัด ที่นอนนุ่น หมอน มุ้ง ตู้เสื้อผ้า หลังตู้ที่ชิดผนัง และใต้เสื่อน้ำมัน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก ไอ จาม คันตา ผื่นคัน ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ หอบหืด และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำจะได้รับผลกระทบมากกว่า
การป้องกันและการจัดการ: นำของที่ซึมน้ำและล้างไม่ได้ เช่น ที่นอนนุ่นที่จมน้ำ ออกจากบ้าน เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ใช้พัดลมช่วย ขัดคราบราบนพื้นผิวแข็งแล้วเช็ดให้แห้ง จากนั้นพ่นฆ่าเชื้อ ผลิตภัณฑ์ที่ WHD ใช้ระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา แต่ผนังที่ผุพังหรือวัสดุที่ราขึ้นลึกอาจต้องรื้อเปลี่ยน
ทำไมอยู่อันดับสี่: เชื้อนี้อาศัยอยู่ในดินและน้ำผิวดินในประเทศไทย พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่มีรายงานในภาคอื่นด้วย กรมควบคุมโรคเตือนให้ระวังในฤดูฝน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำ น้ำที่ล้นจากลำห้วยพาดินโคลนเข้าบ้าน ทำให้คนที่ตักโคลนได้สัมผัสดินโดยตรง
ซ่อนอยู่ที่ไหน: โคลนที่ทับถมบนพื้น ลานบ้าน สวนครัว และแอ่งน้ำขัง
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาการหลากหลาย ตั้งแต่ไข้ ฝีหนอง ไปจนถึงปอดอักเสบ ผู้ที่เป็นเบาหวาน โรคไต และผู้ดื่มสุราเป็นประจำเสี่ยงกว่าคนทั่วไป เชื้อเข้าได้ทางแผลที่สัมผัสดินหรือน้ำ
การป้องกันและการจัดการ: สวมรองเท้าบูตและถุงมือขณะตักโคลน ล้างมือและเท้าด้วยสบู่ทุกครั้งหลังทำงาน ผู้มีโรคประจำตัวควรหลีกเลี่ยงการทำงานกับโคลนโดยตรง เมื่อมีไข้ควรบอกแพทย์ว่าได้สัมผัสโคลนน้ำท่วม การตักโคลนออกจากบ้านคือขั้นตอนสำคัญที่สุด การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนเสริมบนพื้นผิวที่ล้างแล้ว เชื้อนี้อยู่ในกลุ่มแบคทีเรีย แต่หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะ
ทำไมอยู่อันดับห้า: ไวรัสทั้งสองแพร่ง่ายมากผ่านมือ พื้นผิว และอาหาร เมื่อคนในบ้านต้องใช้ห้องน้ำร่วมกันในขณะที่ระบบน้ำยังไม่ปกติ โอกาสติดต่อกันเป็นทอด ๆ จะสูงขึ้น โรต้าไวรัสพบบ่อยในเด็กเล็ก ส่วนโนโรไวรัสติดได้ทุกวัย
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ลูกบิดประตู ก๊อกน้ำ ขันน้ำ โต๊ะกินข้าว ของเล่นเด็ก และภาชนะที่ล้างด้วยน้ำไม่สะอาด
อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียน ท้องร่วง มีไข้ต่ำ เด็กเล็กและผู้สูงอายุอาจขาดน้ำได้เร็ว ควรพบแพทย์หากถ่ายบ่อย ปัสสาวะน้อย หรือซึมลง
การป้องกันและการจัดการ: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด แยกของใช้ของผู้ป่วย ทำความสะอาดห้องน้ำบ่อยขึ้น และพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่สัมผัสร่วมกัน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมโนโรไวรัส ส่วนโรต้าไวรัสอยู่ในกลุ่มไวรัสที่ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนหน้าเว็บ
ทำไมอยู่อันดับหก: การขนของขึ้นที่สูงกลางดึกและการเก็บกวาดหลังน้ำลด ทำให้เกิดแผลจากตะปู เศษไม้ สังกะสี และกระจกได้ง่าย สปอร์ของเชื้อบาดทะยักอยู่ในดิน ส่วนเชื้อสแตฟิโลค็อกคัสและสเตรปโตค็อกคัสทำให้แผลอักเสบเป็นหนองได้เมื่อแผลแช่น้ำสกปรก
ซ่อนอยู่ที่ไหน: เศษไม้ที่ลอยมากับน้ำ กองโคลน เครื่องมือการเกษตรที่ถูกน้ำ และพื้นบ้านที่ยังมีเศษวัสดุแหลมคม
อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน มีหนอง มีไข้ ส่วนบาดทะยักอาจทำให้กล้ามเนื้อเกร็งและอ้าปากลำบาก ผู้สูงอายุและผู้ที่ไม่แน่ใจว่าได้รับวัคซีนกระตุ้นครบหรือไม่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนเมื่อมีแผลลึก
การป้องกันและการจัดการ: สวมถุงมือหนาและรองเท้าพื้นแข็ง ล้างแผลทันทีด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ปิดแผลให้มิดชิด เก็บเศษแหลมคมออกก่อนเริ่มล้างพื้น การพ่นฆ่าเชื้อช่วยลดเชื้อบนพื้นผิว แต่ ไม่ได้ป้องกันบาดทะยักจากแผล การดูแลแผลและวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์คือสิ่งสำคัญ
ทำไมอยู่อันดับเจ็ด: บ้านในชนบทหลายหลังเลี้ยงไก่หรือเป็ดไว้ใกล้บ้าน และเก็บอาหารแห้งไว้ในครัวชั้นล่าง เมื่อน้ำท่วม เชื้อซัลโมเนลลาจากมูลสัตว์อาจปนเปื้อนภาชนะและพื้นครัว การกินอาหารที่สัมผัสน้ำท่วมเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของอาหารเป็นพิษหลังน้ำลด
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ตู้กับข้าว เขียง ครก หม้อ ถุงอาหารที่จมน้ำ และพื้นรอบเล้าไก่
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องร่วง ปวดท้อง มีไข้ อาเจียน เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ควรระวังเป็นพิเศษ
การป้องกันและการจัดการ: ทิ้งอาหารที่สัมผัสน้ำท่วม แม้บรรจุภัณฑ์ดูปกติ ล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดและน้ำยาล้างจาน แยกพื้นที่สัตว์ออกจากครัว และพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวครัวหลังล้างเสร็จ ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมเชื้อซัลโมเนลลา
ทำไมอยู่อันดับแปด: หลังน้ำเข้าบ้าน หลายครอบครัวต้องไปพักชั่วคราวที่บ้านญาติที่อยู่สูงกว่า หรือรวมตัวกันในศาลาและอาคารของชุมชน การอยู่ใกล้ชิดกันในช่วงอากาศเย็นชื้นเอื้อต่อการแพร่ของไข้หวัดใหญ่ อาร์เอสวี และโควิด-19
ซ่อนอยู่ที่ไหน: ละอองฝอยในห้องที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ราวจับ โต๊ะ แก้วน้ำที่ใช้ร่วมกัน และผ้าห่มที่ส่งต่อกัน
อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก เด็กทารกเสี่ยงต่ออาร์เอสวี ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยงต่ออาการรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่และโควิด-19
การป้องกันและการจัดการ: สวมหน้ากากเมื่อมีอาการ แยกของใช้ส่วนตัว เปิดหน้าต่าง และทำความสะอาดจุดที่สัมผัสบ่อย ตามข้อมูลบริการและผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมโควิด-19 อาร์เอสวี และไข้หวัดใหญ่ H1N1
ทำไมอยู่อันดับเก้า: ผู้ที่ลุยน้ำและทำงานเก็บกวาดหลายวันติดต่อกันมักมีเท้าเปื่อยจากน้ำกัดเท้า แล้วตามมาด้วยเชื้อราที่ซอกนิ้วและเล็บ โรคนี้ไม่รุนแรงเท่าอันดับต้น ๆ แต่พบบ่อยมากและทำให้ทำงานต่อได้ลำบาก
ซ่อนอยู่ที่ไหน: รองเท้าบูตที่ไม่เคยแห้ง ถุงเท้าเปียก ผ้าเช็ดเท้า และพื้นห้องน้ำที่ชื้นตลอดเวลา
อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัน ผิวลอก แดงที่ซอกนิ้วเท้า ผู้เป็นเบาหวานควรระวังเพราะแผลที่เท้าหายช้า
การป้องกันและการจัดการ: ล้างและเช็ดเท้าให้แห้งทุกครั้งหลังลุยน้ำ ผึ่งรองเท้าให้แห้ง ไม่ใช้ผ้าเช็ดเท้าร่วมกัน และทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ เชื้อราผิวหนังอยู่ในกลุ่มเชื้อราที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะชนิดบนหน้าเว็บ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
เชื้อเหล่านี้ไม่ได้อยู่ใน 9 อันดับ เพราะเราให้น้ำหนักกับเชื้อที่เกี่ยวกับดินโคลนและสัตว์ในพื้นที่ชนบทมากกว่า แต่ยังควรป้องกันด้วยหลักเดียวกัน คือ น้ำสะอาด มือสะอาด อาหารสุก และพื้นผิวที่ล้างแล้วฆ่าเชื้อ
| อันดับ | เชื้อ | จุดเสี่ยงหลัก | สิ่งที่ต้องทำก่อน |
|---|---|---|---|
| 1 | เลปโตสไปรา (ฉี่หนู) | โคลน ใต้ถุน ที่เก็บข้าว | รองเท้าบูต ถุงมือ ปิดแผล |
| 2 | อีโคไลและเชื้อกลุ่มลำไส้ | ห้องน้ำ ครัว โอ่งน้ำ | น้ำดื่มสะอาด ตรวจบ่อเกรอะ |
| 3 | เชื้อรา | ผนังไม้ ที่นอน ตู้ | ขนของเปียกออก ทำให้แห้ง |
| 4 | เมลิออยโดสิส | ดินโคลน ลานบ้าน | ตักโคลนโดยสวมชุดป้องกัน |
| 5 | โนโรไวรัส โรต้าไวรัส | ก๊อกน้ำ ขันน้ำ โต๊ะอาหาร | ล้างมือ แยกของใช้ผู้ป่วย |
| 6 | เชื้อจากแผลและบาดทะยัก | เศษไม้ ตะปู สังกะสี | ดูแลแผล ปรึกษาเรื่องวัคซีน |
| 7 | ซัลโมเนลลา | ครัว เล้าไก่ | ทิ้งอาหารที่ถูกน้ำ |
| 8 | ไวรัสทางเดินหายใจ | ที่พักรวม บ้านญาติ | หน้ากาก อากาศถ่ายเท |
| 9 | เชื้อราผิวหนัง แคนดิดา | รองเท้าเปียก ห้องน้ำ | เช็ดเท้าให้แห้ง ผึ่งรองเท้า |
การล้างโคลนด้วยน้ำคือขั้นตอนที่จำเป็นที่สุด แต่การฉีดน้ำแรง ๆ อาจทำให้น้ำสกปรกกระเซ็นขึ้นผนังและซึมเข้าร่องไม้ ส่วนน้ำยาฟอกขาวที่ผสมเองนั้นต้องผสมให้ถูกสัดส่วน ใช้กับพื้นผิวที่ล้างโคลนออกแล้ว และต้องระวังไม่ให้ผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำหรือแอมโมเนียเพราะจะเกิดไอระเหยที่เป็นอันตราย นอกจากนี้ยังมีกลิ่นแรงและอาจทำให้ผ้าและวัสดุบางชนิดเสียหาย
ปัญหาอีกข้อคือความครอบคลุม คนที่ล้างบ้านเองมักเน้นพื้น แต่ลืมจุดที่มือสัมผัสบ่อย เช่น ลูกบิด สวิตช์ไฟ ราวบันได ขาโต๊ะ และบานประตูด้านล่าง การใช้สเปรย์ปรับอากาศหรือการทาสีทับคราบราก็เพียงกลบกลิ่นและสีเท่านั้น ไม่ได้จัดการเชื้อ การพ่นฆ่าเชื้อโดยช่างที่ผ่านการฝึกอบรม ด้วยน้ำยาที่ระบุขอบเขตการใช้งานชัดเจน จึงช่วยปิดช่องว่างเหล่านี้หลังจากล้างบ้านเสร็จแล้ว
ตามข้อมูลบริการบนเว็บไซต์ บริการพ่นฆ่าเชื้อ ของ World Health Disinfection ช่างที่ผ่านการฝึกอบรมจะพ่นน้ำยาและ/หรือพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) ด้วยน้ำยา CHEMGENE HLD4H ซึ่งเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนผสมของเบนซาลโคเนียมคลอไรด์ (Benzalkonium Chloride) และไดเดซิลไดเมทิลแอมโมเนียมคลอไรด์ (Didecyldimethylammonium Chloride)
หน้าบริการระบุว่าน้ำยาฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลายสายพันธุ์ ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา โดยยกตัวอย่าง โควิด-19 อาร์เอสวี ไข้หวัดใหญ่ H1N1 และ H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก พร้อมอ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรือการอ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 ลูกค้าที่ระบุไว้มีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย
เรื่องที่ควรรู้สำหรับบ้านต่างจังหวัด: WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 ไม่มีสาขาในเชียงใหม่ งานในต่างจังหวัดจะนัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อประเมินพื้นที่ ระยะทาง และคิวงาน เราไม่รับปากว่าจะเข้าพื้นที่ได้ภายในวันเดียว แต่จะแจ้งวันเวลาที่ทำได้จริงให้ทราบ
ข้อสำคัญด้านความปลอดภัย: การพ่นฆ่าเชื้อทำหลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดแล้วเท่านั้น ระหว่างพ่นต้องให้คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่พ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง ซึ่งหน้าบริการระบุว่ารอประมาณ 30 นาทีก่อนใช้พื้นที่ตามปกติ เราไม่อ้างว่าไม่มีสารตกค้าง ผู้ที่มีอาการป่วยควรไปพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ใช้แทนการรักษา
(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่ลูกค้าจริงหรือรีวิวที่ได้รับการยืนยัน)
คุณแก้ว ลูกสาวของครอบครัวหนึ่งในอำเภอพร้าว ทำงานในตัวเมืองเชียงใหม่ หลังทราบข่าวว่าน้ำห้วยท่วมบ้านพ่อแม่กลางดึก เธอกลับไปช่วยเก็บกวาดพร้อมกับบ้านของน้าที่อยู่ติดกัน แทนที่จะล้างทุกห้องพร้อมกัน เธอใช้อันดับเชื้อเป็นตัววางแผน เริ่มจากซื้อรองเท้าบูตและถุงมือยางให้ทุกคน ตักโคลนใต้ถุนและลานบ้านก่อน ทิ้งอาหารแห้งที่ถูกน้ำ ล้างห้องน้ำและครัว แล้วขนที่นอนนุ่นที่จมน้ำออกไปตากและคัดทิ้งบางส่วน
เมื่อบ้านแห้งพอสมควร เธอส่งภาพทาง LINE เพื่อสอบถามบริการพ่นฆ่าเชื้อ ทีมงานแนะนำให้รอจนบ่อเกรอะใช้งานได้ปกติก่อน แล้วจึงนัดวันที่ทำได้จริง วันพ่น พ่อแม่และสุนัขไปรออยู่บ้านญาติ หลังพ้นเวลาที่ช่างแจ้ง ครอบครัวกลับเข้าบ้านและเปิดหน้าต่างระบายอากาศ เธอบอกว่าสิ่งที่ช่วยมากที่สุดไม่ใช่การพ่นอย่างเดียว แต่เป็นการมีลำดับงานที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรก
ถาม: อันดับนี้เป็นข้อมูลทางการของอำเภอพร้าวหรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ ไม่ได้มาจากข้อมูลผู้ป่วยในพื้นที่
ถาม: บ้านไม้ยกพื้นพ่นฆ่าเชื้อได้หรือไม่
ตอบ: ได้ แต่ควรล้างและเช็ดให้แห้งก่อน ไม้ที่ผุหรือราขึ้นลึกอาจต้องเปลี่ยน การพ่นช่วยเรื่องพื้นผิวที่ยังใช้งานได้
ถาม: ต้องพาผู้สูงอายุออกจากบ้านนานแค่ไหน
ตอบ: ต้องออกจากโซนที่พ่นระหว่างพ่น และกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง หน้าบริการระบุว่ารอประมาณ 30 นาที
ถาม: น้ำยาจัดการเชื้อฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: เลปโตสไปราเป็นแบคทีเรีย อยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หน้าเว็บไม่ได้แสดงผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สามารถขอเอกสารได้ และต้องควบคุมหนูควบคู่กัน
ถาม: พ่นแล้วไม่ต้องใส่รองเท้าบูตตักโคลนแล้วใช่ไหม
ตอบ: ไม่ใช่ การพ่นทำหลังตักโคลน ระหว่างเก็บกวาดยังต้องป้องกันตัวเองเสมอ
ถาม: WHD มีสาขาในเชียงใหม่หรือไม่
ตอบ: ไม่มี WHD อยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพฯ งานต่างจังหวัดนัดผ่าน 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 และไม่รับปากว่าจะเข้าได้ภายในวันเดียว
ถาม: ถ้ามีแผลที่ขาหลังตักโคลน ควรทำอย่างไร
ตอบ: ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ปิดแผล และไปพบแพทย์เพื่อประเมินแผลและเรื่องวัคซีนบาดทะยัก การพ่นฆ่าเชื้อไม่ได้ใช้แทนการดูแลแผล
บ้านในบ้านหนองปลามัน ตำบลน้ำแพร่ และพื้นที่อื่นในอำเภอพร้าว ส่งภาพมาให้ทีมงานช่วยประเมินและนัดวันได้
โทร 065-556-6294 | LINE @whd268
#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อพร้าว #น้ำท่วมพร้าว #น้ำท่วมหนองปลามัน #พ่นฆ่าเชื้อเชียงใหม่ #Chemgene
คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม หนองปลามัน พร้าว, น้ำท่วมบ้านหนองปลามัน, น้ำท่วมน้ำแพร่ พร้าว 2569, ห้วยแม่วะล้นตลิ่ง, พ่นฆ่าเชื้อเชียงใหม่, โรคฉี่หนูหลังน้ำท่วม, เชื้อราบ้านไม้, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H