จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คันนายาว 2569: แขวงรามอินทราและคันนายาวถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย น้ำท่วมถนนเสรีไทยช่วงนิคมฯ บางชัน เชื้อชนิดไหนควรจัดการก่อนในบ้านจัดสรรและที่ทำงาน

Last updated: 6 ต.ค. 2569  |  19 จำนวนผู้เข้าชม  | 

10 เหตุผล ทำไมต้องเลือก World Health Disinfection บริการพ่นฆ่าเชื้อมาตรฐานสูงสุด

จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คันนายาว 2569: แขวงรามอินทราและคันนายาวถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัย น้ำท่วมถนนเสรีไทยช่วงนิคมฯ บางชัน เชื้อชนิดไหนควรจัดการก่อนในบ้านจัดสรรและที่ทำงาน

บทความนี้คือ การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คันนายาว ที่ทีมบรรณาธิการของ World Health Disinfection (WHD) เรียบเรียงสำหรับครอบครัวในหมู่บ้านจัดสรร เจ้าของโกดังและโรงงานขนาดเล็ก ผู้ประกอบการร้านค้า และคนทำงานในแขวงรามอินทรา แขวงคันนายาว และย่านถนนเสรีไทย เขตคันนายาวเป็นพื้นที่ชานเมืองฝั่งตะวันออกที่มีทั้งบ้านพักอาศัยและสถานประกอบการปะปนกัน เมื่อฝนตกหนักจนการเดินทางเข้าออกลำบาก น้ำท่วมจึงไม่ได้กระทบแค่บ้าน แต่กระทบถึงห้องเก็บสินค้า โรงอาหาร และหอพักพนักงานด้วย เราจะจัดอันดับเชื้อที่ควรคิดถึงก่อน บอกจุดที่เชื้อซ่อนอยู่ กลุ่มเสี่ยง และวิธีจัดการ ก่อนปิดท้ายด้วย บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม ซึ่งทำหลังจากตักโคลนและล้างทำความสะอาดแล้ว

น้ำท่วมคันนายาว 2569: ข้อเท็จจริงจากรายงานข่าว

ตามรายงานข่าวของไทยพีบีเอส เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ลงนามประกาศให้แขวงรามอินทราและแขวงคันนายาว เขตคันนายาว เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย เนื่องจากฝนตกหนักทำให้การสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก (แหล่งข่าว: thaipbs.or.th/news/content/558570)

ต่อมาในวันที่ 27 กันยายน 2569 ไทยพีบีเอสรายงานว่าถนนเสรีไทย บริเวณใกล้ซอยเสรีไทย 56 ซึ่งอยู่ช่วงนิคมอุตสาหกรรมบางชัน มีน้ำท่วมตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป (แหล่งข่าว: thaipbs.or.th/news/content/558668)

ในภาพรวมของเมือง รายงานข่าวระบุว่ามีฝนสะสมกว่า 300 มิลลิเมตรในเวลาราว 48 ชั่วโมง ทั้ง 50 เขตถูกประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 จุดน้ำท่วมขังเพิ่มจาก 43 จุดเมื่อเย็นวันที่ 25 กันยายน เป็น 135 จุดในวันที่ 27 กันยายน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ว่ากรุงเทพฯ มีครัวเรือนได้รับผลกระทบ 329,000 ครัวเรือน ตัวเลขเหล่านี้เป็นภาพรวมทั้งเมือง ไม่ได้แยกเฉพาะเขตคันนายาว ผู้อ่านควรติดตามประกาศล่าสุดของกรุงเทพมหานครประกอบด้วย

จุดที่น้ำท่วมในคันนายาว ตามที่มีรายงาน และพื้นที่ที่ควรสำรวจ

  • แขวงรามอินทราและแขวงคันนายาว: ประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยเมื่อ 25 กันยายน 2569 เหตุฝนตกหนักทำให้การสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่ยากลำบาก
  • ถนนเสรีไทย ใกล้ซอยเสรีไทย 56 (ช่วงนิคมอุตสาหกรรมบางชัน): น้ำท่วมตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป เมื่อ 27 กันยายน 2569

รายงานที่มีอยู่ไม่ได้ระบุระดับน้ำในแต่ละหมู่บ้านหรือแต่ละซอย เราจึงไม่คาดเดาตัวเลขเพิ่มเติม แต่ข้อเท็จจริงสองข้อข้างต้นบอกอะไรเราได้มาก ข้อแรก การประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยด้วยเหตุผลว่าการสัญจรและการเข้าถึงพื้นที่ลำบาก หมายความว่าคนในพื้นที่บางส่วนอาจต้องรอนานกว่าจะเริ่มทำความสะอาดได้ และโดยทั่วไป ยิ่งน้ำและความชื้นค้างอยู่นาน เชื้อราและแบคทีเรียก็ยิ่งมีเวลาเติบโต ข้อสอง จุดที่มีรายงานอยู่บนถนนเสรีไทยช่วงที่ผ่านนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเส้นทางที่คนทำงานจำนวนมากใช้เดินทางทุกวัน

พื้นที่ที่เราแนะนำให้สำรวจหลังน้ำลด แม้ไม่มีรายงานระดับน้ำเฉพาะจุด ได้แก่ หมู่บ้านจัดสรรและทาวน์โฮมที่ระดับพื้นต่ำกว่าถนน บ่อเกรอะและบ่อพักน้ำเสียของบ้าน โกดังเก็บสินค้าและห้องเก็บพาเลท โรงอาหารและร้านอาหารสำหรับพนักงาน หอพักและห้องเช่าของคนทำงาน รถรับส่งพนักงาน และลานจอดรถจักรยานยนต์ที่น้ำขังนาน

เรื่องเล่าจากสถานการณ์จริงที่พบบ่อย: บ้านจัดสรรที่เข้าไปทำความสะอาดได้ช้า

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายสถานการณ์ ไม่ใช่ข้อมูลของบุคคลจริง)

"พี่นก" พนักงานบัญชีของโรงงานแห่งหนึ่งย่านเสรีไทย อาศัยอยู่ในทาวน์โฮมหมู่บ้านจัดสรรในเขตคันนายาวกับสามีและลูกสองคน คืนที่ฝนตกหนัก ถนนหน้าหมู่บ้านมีน้ำขังจนรถเก๋งผ่านไม่ได้ ครอบครัวจึงขนของจำเป็นไปพักที่บ้านญาติสองคืน เมื่อกลับมา ห้องรับแขกและห้องครัวชั้นล่างมีคราบโคลนบาง ๆ ทั่วพื้น ชักโครกชั้นล่างกดไม่ลงเพราะน้ำในบ่อเกรอะยังสูง และมีกลิ่นเหม็นคล้ายน้ำเสียลอยอยู่ทั้งชั้น

ที่ทำงานของพี่นกก็เจอปัญหาคล้ายกัน ห้องเก็บเอกสารชั้นล่างมีกล่องกระดาษเปียกน้ำ โรงอาหารต้องปิดสองวันเพื่อล้างพื้น และหลังเปิดใหม่ไม่กี่วัน มีพนักงานหลายคนในแผนกเดียวกันท้องเสียต่อเนื่องกัน ขณะที่พนักงานคลังสินค้าคนหนึ่งมีแผลที่หน้าแข้งจากการยกพาเลทที่จมน้ำ

สถานการณ์แบบนี้พบได้บ่อยในพื้นที่ชานเมืองที่บ้านและที่ทำงานอยู่ใกล้กัน คนกลุ่มเดียวกันสัมผัสเชื้อทั้งที่บ้านและที่ทำงาน การจัดการจึงควรมองทั้งสองที่ไปพร้อมกัน และจัดลำดับให้ถูกว่าเชื้อใดต้องคิดถึงก่อน

เกณฑ์การจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คันนายาว (การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการ)

นี่คือ การจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ไม่ใช่อันดับทางการของหน่วยงานสาธารณสุข และไม่ได้มาจากข้อมูลผู้ป่วยในเขตคันนายาว เราไม่มีตัวเลขการติดเชื้อรายเขตและจะไม่สร้างตัวเลขขึ้นเอง เกณฑ์ที่ใช้มีดังนี้

  1. ความเชื่อมโยงกับน้ำท่วม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) CDC และกรมควบคุมโรค
  2. ความเข้ากันกับลักษณะพื้นที่ คันนายาวเป็นชานเมืองที่มีหมู่บ้านจัดสรรซึ่งใช้บ่อเกรอะหรือบ่อบำบัดน้ำเสียของแต่ละบ้าน มีโกดัง โรงงาน และโรงอาหารของสถานประกอบการ และการเข้าถึงพื้นที่ช่วงฝนหนักทำได้ยาก
  3. ความรุนแรงของโรค และความเร่งด่วนในการพบแพทย์
  4. กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ พนักงานคลังสินค้าและโรงงาน ผู้ที่ต้องลุยน้ำไปทำงาน เด็กและผู้สูงอายุในหมู่บ้าน และผู้ที่มีโรคประจำตัว
  5. การอยู่รอดและการแพร่ต่อ ประเมินเชิงคุณภาพว่าเชื้ออยู่ในพื้นที่ชื้นได้นานแค่ไหน และแพร่ในที่ที่คนใช้ร่วมกัน เช่น โรงอาหารและห้องน้ำรวม ได้ง่ายเพียงใด

อันดับนี้ช่วยจัดลำดับการทำความสะอาด ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค หากมีไข้ ปวดน่อง ท้องเสียรุนแรง หรือแผลบวมแดงหลังสัมผัสน้ำท่วม ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำทุกครั้ง

9 อันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมคันนายาว สำหรับหมู่บ้านจัดสรร โกดัง และสถานที่ทำงานย่านเสรีไทย

อันดับ 1: อีโคไลและแบคทีเรียจากบ่อเกรอะและน้ำเสีย (Escherichia coli และเชื้อกลุ่มลำไส้)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 1: บ้านในหมู่บ้านจัดสรรชานเมืองจำนวนมากใช้บ่อเกรอะหรือถังบำบัดน้ำเสียแยกแต่ละหลัง เมื่อน้ำท่วมรอบบ้าน น้ำจะดันเข้าบ่อจนเต็ม ชักโครกกดไม่ลง และน้ำเสียอาจไหลย้อนขึ้นทางท่อในห้องน้ำหรือรูระบายน้ำพื้น เหมือนบ้านของพี่นกในเรื่องเล่า อีโคไลใช้เป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนอุจจาระ เมื่อพบน้ำเสียในบ้านจึงต้องสันนิษฐานว่ามีเชื้อกลุ่มลำไส้อื่นปนอยู่ด้วย

จุดที่ซ่อนอยู่: พื้นห้องน้ำชั้นล่าง รอบโถส้วม รูระบายน้ำ พื้นห้องครัว ร่องยาแนว ธรณีประตู และห้องน้ำรวมของโรงงานหรือหอพักพนักงาน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน บางชนิดทำให้ถ่ายเป็นมูกเลือด เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงขาดน้ำ

การป้องกัน: อย่าใช้ห้องน้ำชั้นล่างจนกว่าระดับน้ำในบ่อเกรอะจะลดและระบบกลับมาใช้ได้ ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสน้ำหรือของที่เปียก ทิ้งอาหารที่โดนน้ำ และหากบ่อเกรอะเต็มควรติดต่อสูบส้วมหรือสำนักงานเขต

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตักโคลนและล้างพื้นด้วยน้ำกับผงซักฟอกก่อน แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่น้ำเสียไหลผ่าน ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุว่าครอบคลุมแบคทีเรียในวงกว้าง แต่หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะอีโคไล ผู้สนใจสามารถขอเอกสารผลทดสอบจาก WHD ได้

อันดับ 2: เลปโตสไปรา ต้นเหตุโรคฉี่หนู ในโกดังและห้องเก็บสินค้า (Leptospira)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 2: โกดัง ห้องเก็บพาเลท และพื้นที่เก็บวัตถุดิบมักเป็นที่อาศัยของหนู เมื่อน้ำท่วมเข้าไป ปัสสาวะหนูจะปนอยู่ในน้ำและโคลนที่ค้างตามพื้น พนักงานที่ต้องเข้าไปขนย้ายของเปียกหรือเก็บกวาดจึงมีโอกาสสัมผัสสูง นอกจากนี้คนที่ต้องลุยน้ำบนถนนเสรีไทยไปทำงานก็เสี่ยงเช่นกัน กรมควบคุมโรคเตือนโรคฉี่หนูหลังน้ำท่วมทุกครั้ง

จุดที่ซ่อนอยู่: ใต้พาเลท มุมโกดัง กล่องกระดาษเปียก ห้องเก็บขยะ หลังโรงอาหาร และดินโคลนตามขอบถนนในหมู่บ้าน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่องและโคนขา ตาแดง มักเริ่มหลังสัมผัสน้ำหลายวัน พนักงานคลังสินค้า พนักงานทำความสะอาด และผู้ที่มีแผลที่เท้าเสี่ยงที่สุด ผู้ที่มีไข้และปวดน่องหลังลุยน้ำต้องรีบพบแพทย์

การป้องกัน: สวมรองเท้าบูตยางและถุงมือยางหนาเมื่อทำงานในพื้นที่ที่น้ำท่วม ปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ ล้างมือและเท้าด้วยสบู่หลังเลิกงาน และเริ่มการควบคุมหนูทันทีหลังน้ำลด

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ขนย้ายของที่เสียหายและล้างโคลนออกก่อน จากนั้นพ่นฆ่าเชื้อพื้นและผนังส่วนล่างของโกดัง เลปโตสไปราอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะเชื้อนี้ สามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้

อันดับ 3: เชื้อราในบ้านและห้องเก็บเอกสาร (Aspergillus, Penicillium, Cladosporium, Stachybotrys)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 3: WHO และ CDC แนะนำให้ทำความสะอาดและทำให้แห้งภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงเพื่อจำกัดเชื้อรา แต่เมื่อพื้นที่ถูกประกาศว่าเข้าถึงลำบาก หลายครอบครัวต้องไปพักที่อื่นก่อน บ้านจึงถูกปิดทิ้งไว้ทั้งที่ยังเปียก ห้องเก็บเอกสารและสต็อกในที่ทำงานก็มักถูกจัดการเป็นลำดับหลัง ๆ เพราะต้องเร่งเปิดสายการผลิตก่อน ความชื้นที่ค้างนานจึงเปิดทางให้เชื้อราเติบโต

จุดที่ซ่อนอยู่: ผนังส่วนล่าง ตู้ไม้อัดในครัว ที่นอนและโซฟาชั้นล่าง กล่องเอกสาร ม้วนผ้าหรือวัสดุบรรจุภัณฑ์ในโกดัง และแผ่นฝ้าที่ซึมน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คัดจมูก ไอ จาม คันตา ผื่นผิวหนัง ผู้ป่วยภูมิแพ้และหอบหืดอาจอาการกำเริบ ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำไม่ควรเข้าไปทำความสะอาดจุดที่มีราหนาแน่นเอง

การป้องกัน: เมื่อกลับเข้าบ้านได้ ให้เปิดประตูหน้าต่างทันที ใช้พัดลมและเครื่องลดความชื้น นำวัสดุดูดน้ำออกตากแดดหรือทิ้ง และสวมหน้ากากระหว่างทำความสะอาด

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: รื้อวัสดุที่ขึ้นราลึก ล้าง และทำให้แห้ง แล้วจึงพ่นฆ่าเชื้อพื้นผิวที่เหลือ ตามข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา สำหรับกลิ่นอับในอากาศอาจใช้ บริการอบโอโซน เป็นบริการเสริมในพื้นที่ปิดที่ไม่มีคนอยู่

อันดับ 4: โนโรไวรัส ไวรัสท้องร่วงในโรงอาหารและห้องน้ำรวม (Norovirus)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 4: สถานที่ทำงานที่มีพนักงานจำนวนมากใช้โรงอาหาร ห้องน้ำ และห้องพักร่วมกัน เป็นสภาพที่โนโรไวรัสแพร่ได้เร็ว อาการท้องเสียที่เกิดกับพนักงานหลายคนในแผนกเดียวกันในเรื่องเล่าคือภาพที่พบได้หลังน้ำท่วม เมื่อห้องน้ำรวมเคยโดนน้ำเสียและระบบน้ำยังไม่กลับมาปกติ

จุดที่ซ่อนอยู่: โต๊ะและเก้าอี้โรงอาหาร ถาดหลุม ช้อนส้อมกลาง ก๊อกน้ำ ที่กดชักโครก ลูกบิดประตูห้องน้ำ และเครื่องสแกนนิ้วเข้างาน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: อาเจียนเฉียบพลัน ท้องเสีย ปวดท้อง บางคนมีไข้ต่ำ โดยทั่วไปหายได้ในไม่กี่วัน แต่ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยงขาดน้ำ ควรดื่มน้ำเกลือแร่และพบแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

การป้องกัน: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำก่อนรับประทานอาหาร ผู้ป่วยควรหยุดงานในส่วนที่เกี่ยวกับอาหารจนหายดี ทำความสะอาดห้องน้ำบ่อยขึ้นในช่วงหลังน้ำท่วม

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ CHEMGENE HLD4H ระบุโนโรไวรัสไว้ในรายชื่อเชื้อที่ครอบคลุม การพ่นฆ่าเชื้อโรงอาหาร ห้องน้ำรวม และจุดสัมผัสร่วมหลังการล้าง จึงตรงกับความเสี่ยงอันดับนี้

อันดับ 5: ซัลโมเนลลา ในครัวโรงอาหารและร้านอาหารรอบนิคมฯ (Salmonella)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 5: ครัวโรงอาหารและร้านอาหารที่ให้บริการคนทำงานต้องเตรียมอาหารปริมาณมากทุกวัน เมื่อน้ำท่วมเข้าครัว ไฟดับ ห้องเย็นหยุดทำงาน หรือวัตถุดิบส่งเข้ามาไม่ได้ตามปกติ โอกาสที่อาหารจะปนเปื้อนหรือเสื่อมสภาพก็เพิ่มขึ้น

จุดที่ซ่อนอยู่: เขียง มีด โต๊ะสแตนเลส ชั้นวางวัตถุดิบ ห้องเย็นหรือตู้แช่ที่น้ำเข้า และถังน้ำแข็ง

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำควรระวังเป็นพิเศษ

การป้องกัน: ทิ้งวัตถุดิบที่โดนน้ำหรืออยู่นอกความเย็นนานเกินควร ล้างอุปกรณ์ครัวด้วยน้ำสะอาด แยกเขียงอาหารดิบและอาหารสุก และปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุซัลโมเนลลาไว้ในรายชื่อเชื้อที่ครอบคลุม ในพื้นที่ครัว ช่างจะวางแผนจุดพ่นร่วมกับผู้ดูแลโรงอาหาร และพื้นผิวสัมผัสอาหารควรล้างด้วยน้ำสะอาดก่อนกลับมาใช้ตามคำแนะนำของช่าง

อันดับ 6: สแตฟิโลค็อกคัสและสเตรปโตค็อกคัส แผลจากการขนย้ายของ (Staphylococcus aureus, Streptococcus)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 6: ในพื้นที่ที่มีโกดังและโรงงาน งานฟื้นฟูหลังน้ำท่วมมักเป็นงานหนัก ยกพาเลท ขนกล่อง รื้อชั้นวางของ ซึ่งทำให้เกิดแผลถลอก แผลบาด และแผลตำได้ง่าย แผลที่โดนน้ำสกปรกเสี่ยงอักเสบ และแผลจากวัตถุสกปรก เช่น ตะปูหรือเศษเหล็ก ยังมีความเสี่ยงบาดทะยัก ควรปรึกษาแพทย์เรื่องวัคซีนบาดทะยัก

จุดที่ซ่อนอยู่: ถุงมือผ้าที่ใช้ซ้ำ ไม้ถูพื้น ผ้าขี้ริ้ว ด้ามจับรถเข็นของ และกล่องปฐมพยาบาลที่เปียกน้ำ

อาการและกลุ่มเสี่ยง: แผลบวม แดง ร้อน ปวด มีหนอง หรือมีไข้ ผู้เป็นเบาหวานและผู้สูงอายุควรรีบพบแพทย์

การป้องกัน: สวมถุงมือหนัง รองเท้านิรภัย และเสื้อแขนยาวขณะขนย้าย ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ปิดแผลกันน้ำ และเปลี่ยนกล่องปฐมพยาบาลที่เปียกน้ำ

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ทั้งสองเป็นแบคทีเรียในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่ไม่มีผลทดสอบเฉพาะบนหน้าเว็บ ขอเอกสารได้จาก WHD การดูแลแผลต้องทำตามคำแนะนำของแพทย์

อันดับ 7: ไวรัสทางเดินหายใจในที่ทำงานและรถรับส่ง ไข้หวัดใหญ่ RSV และโควิด-19 (Influenza, RSV, SARS-CoV-2)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 7: ไวรัสเหล่านี้ไม่ได้มากับน้ำโดยตรง แต่ช่วงน้ำท่วมคนทำงานต้องเบียดกันในรถรับส่งที่ต้องอ้อมเส้นทาง ทำงานล่วงเวลาเพื่อเคลียร์งานที่ค้าง และบางครอบครัวต้องไปพักรวมกับญาติ ร่างกายที่เหนื่อยและเปียกฝนอาจอ่อนแอลง เชื้อทางเดินหายใจจึงแพร่ได้ง่ายขึ้น

จุดที่ซ่อนอยู่: ราวจับและเบาะในรถรับส่ง ห้องประชุม โต๊ะทำงานที่ใช้ร่วมกัน และปุ่มกดตู้น้ำดื่ม

อาการและกลุ่มเสี่ยง: ไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูก อ่อนเพลีย เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยงอาการรุนแรง

การป้องกัน: สวมหน้ากากเมื่อป่วยหรืออยู่ในรถแออัด ล้างมือบ่อย เปิดระบายอากาศ และฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ตามข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุม COVID-19, RSV, H1N1 และ H5N1 การพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ส่วนกลางของที่ทำงานหลังน้ำท่วมจึงจัดการเชื้อกลุ่มนี้ได้ในรอบเดียวกับเชื้อจากน้ำเสีย

อันดับ 8: เชื้อราผิวหนังและแคนดิดา จากรองเท้านิรภัยที่เปียก (Dermatophytes, Candida)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 8: พนักงานที่ต้องสวมรองเท้านิรภัยหรือรองเท้าบูตทั้งวันหลังลุยน้ำมาทำงาน เท้าจะอับชื้นต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนังได้ง่าย

จุดที่ซ่อนอยู่: รองเท้านิรภัย ถุงเท้าที่ใส่ซ้ำ ห้องล็อกเกอร์ ห้องอาบน้ำรวมของหอพักพนักงาน และพรมเช็ดเท้า

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คันซอกนิ้วเท้า ผิวเปื่อย ลอก แดง ผู้เป็นเบาหวานควรดูแลเท้าอย่างใกล้ชิด

การป้องกัน: มีถุงเท้าสำรอง เปลี่ยนเมื่อเปียก ล้างเท้าและเช็ดให้แห้ง ตากรองเท้าให้แห้งสนิท และไม่ใช้ผ้าเช็ดเท้าร่วมกัน

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: พ่นฆ่าเชื้อพื้นห้องล็อกเกอร์ ห้องอาบน้ำ และทางเข้าอาคาร ตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุมกลุ่มเชื้อรา อาการที่ผิวหนังควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร

อันดับ 9: ซูโดโมแนส ในบ่อพัก ถังน้ำ และระบบน้ำทิ้ง (Pseudomonas aeruginosa)

เหตุผลที่อยู่อันดับ 9: บ่อพักน้ำเสีย ถังเก็บน้ำใต้ดิน และรางระบายน้ำในหมู่บ้านและสถานประกอบการ เป็นจุดที่ไม่เคยแห้งและสะสมตะกอนเพิ่มหลังน้ำท่วม ซูโดโมแนสชอบสภาพนี้และสร้างคราบเมือกไบโอฟิล์ม

จุดที่ซ่อนอยู่: ถังเก็บน้ำใต้ดินและปั๊มน้ำ รูระบายน้ำพื้น ถาดน้ำทิ้งแอร์ และอ่างล้างมือในโรงงาน

อาการและกลุ่มเสี่ยง: คนสุขภาพดีไม่ค่อยป่วย แต่ผู้มีแผล ผู้ใช้คอนแทกต์เลนส์ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจติดเชื้อที่ผิวหนัง หู หรือตา

การป้องกัน: ล้างถังเก็บน้ำที่น้ำท่วมเข้า ขัดรูระบายน้ำและถาดน้ำทิ้ง และให้ช่างตรวจปั๊มน้ำก่อนใช้งาน

การทำความสะอาดและพ่นฆ่าเชื้อช่วยอย่างไร: ขัดไบโอฟิล์มออกก่อนแล้วพ่นฆ่าเชื้อรอบจุดเปียก ซูโดโมแนสอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะ สอบถามเพิ่มเติมได้จาก WHD

เชื้อที่เกือบติดอันดับ

โรตาไวรัสและไวรัสมือเท้าปาก: สำคัญมากในบ้านที่มีเด็กเล็กในหมู่บ้านจัดสรร ถ้าบ้านของคุณมีเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบ ให้เลื่อนเชื้อกลุ่มนี้ขึ้นมาไว้ใกล้อันดับ 4 ตามข้อมูลบริการระบุว่าครอบคลุมไวรัสมือเท้าปาก

ไวรัสตับอักเสบเอ: แพร่ผ่านอาหารและน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ ควรระวังในโรงอาหาร แต่ขึ้นกับความสะอาดของน้ำดื่มและการเตรียมอาหารเป็นหลัก

เมลิออยโดสิส (Burkholderia pseudomallei): เป็นเชื้อในดิน หากบ้านของคุณอยู่ติดที่ดินว่างหรือพื้นที่เกษตรที่ยังเหลือในย่านชานเมือง ควรสวมรองเท้าบูตและถุงมือเมื่อสัมผัสดินโคลน และแจ้งแพทย์ถึงประวัติสัมผัสดินหากมีไข้ โดยเฉพาะผู้เป็นเบาหวาน

สรุปจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คันนายาว ในตารางเดียว

อันดับเชื้อจุดเสี่ยงในบ้านและที่ทำงานข้อมูลผลิตภัณฑ์
1อีโคไลและเชื้อจากบ่อเกรอะห้องน้ำชั้นล่าง ห้องน้ำรวมกลุ่มแบคทีเรีย ขอผลทดสอบได้
2เลปโตสไปราโกดัง ใต้พาเลท ห้องขยะกลุ่มแบคทีเรีย ขอผลทดสอบได้
3เชื้อราในอาคารผนัง ที่นอน กล่องเอกสารระบุว่าครอบคลุมเชื้อรา
4โนโรไวรัสโรงอาหาร ห้องน้ำรวมระบุว่าครอบคลุม
5ซัลโมเนลลาครัวโรงอาหาร ห้องเย็นระบุว่าครอบคลุม
6สแตฟิโลค็อกคัส สเตรปโตค็อกคัสถุงมือ รถเข็นของกลุ่มแบคทีเรีย ขอผลทดสอบได้
7ไข้หวัดใหญ่ RSV โควิด-19รถรับส่ง ห้องประชุมระบุว่าครอบคลุม
8เชื้อราผิวหนัง แคนดิดาห้องล็อกเกอร์ รองเท้านิรภัยกลุ่มเชื้อรา
9ซูโดโมแนสถังน้ำใต้ดิน รูระบายน้ำกลุ่มแบคทีเรีย ขอผลทดสอบได้

ผลกระทบเมื่อเชื้อโรคหลังน้ำท่วมคันนายาวถูกมองข้าม

ด้านสุขภาพ: ท้องเสียเป็นกลุ่มในที่ทำงาน แผลอักเสบในพนักงานคลังสินค้า และอาการภูมิแพ้ในบ้านที่ขึ้นรา เป็นสัญญาณว่าแหล่งเชื้อยังอยู่

ด้านธุรกิจ: พนักงานป่วยพร้อมกันหลายคนทำให้สายการผลิตสะดุด สินค้าและวัตถุดิบที่ขึ้นราอาจต้องทิ้ง และลูกค้าอาจกังวลเรื่องความสะอาดของสินค้า

ด้านค่าใช้จ่าย: เชื้อราที่ลามในบ้านซึ่งถูกปิดทิ้งไว้นานอาจทำให้ต้องเปลี่ยนที่นอน ตู้ และผนังบางส่วน ซึ่งแพงกว่าการจัดการตั้งแต่ต้น

ด้านครอบครัว: คนที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงอาจนำเชื้อจากที่ทำงานกลับบ้านทางรองเท้าและเสื้อผ้า ถ้าไม่ล้างมือและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเล่นกับลูก

ทำไมการฉีดน้ำล้างพื้นหรือน้ำยาฟอกขาวอย่างเดียวอาจไม่พอ

ในโกดังและโรงงาน หลายแห่งใช้วิธีฉีดน้ำแรงดันสูงล้างพื้นแล้วถือว่าจบ การฉีดน้ำช่วยไล่โคลนได้ดี แต่ไม่ได้ฆ่าเชื้อ และน้ำที่กระเด็นอาจพาเชื้อไปติดผนัง ชั้นวาง และอุปกรณ์ที่อยู่สูงขึ้นไป ส่วนในบ้าน การถูพื้นด้วยน้ำยาถูพื้นกลิ่นหอมอาจกลบกลิ่นอับที่เตือนว่ายังมีความชื้นค้าง

น้ำยาฟอกขาวเจือจางเป็นสารฆ่าเชื้อที่หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำได้ แต่ในพื้นที่กว้างอย่างโกดังหรือโรงอาหาร การเช็ดด้วยมือทั่วถึงทำได้ยาก ใช้แรงงานและเวลามาก น้ำยาฟอกขาวยังกัดกร่อนโลหะ ชั้นวางสินค้า และเครื่องจักรบางชนิด มีกลิ่นฉุนในพื้นที่ปิด และห้ามผสมกับน้ำยาล้างห้องน้ำบางชนิด นอกจากนี้ทำงานได้ไม่ดีเมื่อมีคราบโคลนเคลือบอยู่

แนวทางตาม WHO และ CDC จึงยังเหมือนเดิม คือ ตักโคลน ล้าง ทำให้แห้ง แล้วจึงฆ่าเชื้อ สิ่งที่บริการพ่นฆ่าเชื้อช่วยได้คือทำขั้นตอนสุดท้ายให้ครอบคลุมพื้นที่กว้างได้ในเวลาไม่นาน

บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมของ WHD สำหรับบ้านจัดสรร โกดัง โรงอาหาร และสำนักงานในคันนายาว

ตามข้อมูลบริการ บริการพ่นฆ่าเชื้อของ World Health Disinfection ดำเนินการโดยช่างที่ผ่านการอบรม ใช้การฉีดพ่นและ/หรือการพ่นละอองฝอยแบบ ULV (Ultra Low Volume) น้ำยาที่ใช้คือ CHEMGENE HLD4H น้ำยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์จากสหราชอาณาจักร มีส่วนประกอบของ Benzalkonium Chloride และ Didecyldimethylammonium Chloride

หน้าบริการระบุรายชื่อเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เช่น COVID-19, RSV, H1N1, H5N1 และไวรัสมือเท้าปาก อ้างประสิทธิภาพ 99.99% และระบุการรับรองหรืออ้างอิงจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล NHS England และมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 กลุ่มลูกค้ามีทั้งโรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า สนามบิน สำนักงาน สายการบิน ธนาคาร และอาคารที่พักอาศัย พร้อมโปรโมชันแถมสเปรย์ CHEMGENE และทิชชูเปียก WELLGIENIC และออกใบกำกับภาษีได้

WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร 10160 ไม่มีสาขาในเขตคันนายาว นัดหมายผ่านโทรศัพท์ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 ทีมงานจะแจ้งวันเวลาตามคิวงานจริง ช่วงหลังน้ำท่วมคิวอาจแน่น จึงไม่รับประกันการเข้าพื้นที่ภายในวันเดียวกัน

ขั้นตอนบริการ 5 ขั้น สำหรับบ้านและสถานประกอบการ

  1. สำรวจและวางแผน: ส่งภาพหรือวิดีโอผ่าน LINE พร้อมขนาดพื้นที่ ประเภทการใช้งาน เช่น บ้าน โกดัง หรือโรงอาหาร และจุดที่น้ำเสียไหลเข้า
  2. ตักโคลนและล้างทำความสะอาด: ขนของที่เสียหายออก ล้างพื้นและผนังส่วนล่าง และให้ระบบบ่อเกรอะกลับมาใช้งานได้ก่อน การพ่นไม่ได้แทนการล้าง
  3. แบ่งโซนและเตรียมพื้นที่: ปิดหรือย้ายอาหาร วัตถุดิบ เอกสาร และอุปกรณ์ที่ไม่ควรเปียก คนและสัตว์เลี้ยงออกจากโซนที่จะพ่น สำหรับที่ทำงาน สามารถพ่นนอกเวลางานหรือทีละโซนได้
  4. พ่นฆ่าเชื้อ: ช่างพ่นตามโซน เน้นห้องน้ำ ครัว โรงอาหาร พื้นโกดัง ผนังส่วนล่าง และจุดสัมผัสร่วม
  5. รอและกลับเข้าใช้งาน: ตามข้อมูลบริการ รอประมาณ 30 นาทีแล้วใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้ให้ทำตามเวลากลับเข้าพื้นที่ที่ช่างแจ้งในแต่ละงาน

ข้อควรรู้: เราไม่อ้างว่าการพ่นฆ่าเชื้อไม่มีสารตกค้าง พื้นผิวสัมผัสอาหารควรล้างด้วยน้ำสะอาดตามคำแนะนำของช่าง ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยควรพบแพทย์ การพ่นฆ่าเชื้อดูแลพื้นที่ ไม่ใช่การรักษาคน

10 เหตุผลที่บ้านและสถานประกอบการในคันนายาวควรพ่นฆ่าเชื้อกับ WHD

  1. ลำดับงานถูกต้อง ล้างก่อน พ่นทีหลัง ตามแนวทางของ WHO และ CDC
  2. ใช้ CHEMGENE HLD4H น้ำยาเกรดการแพทย์ ที่ระบุว่าครอบคลุมไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราในวงกว้าง
  3. การพ่น ULV ครอบคลุมพื้นที่กว้างอย่างโกดังและโรงอาหารได้เร็วกว่าการเช็ดด้วยมือ
  4. รอประมาณ 30 นาทีตามข้อมูลบริการ ช่วยให้สถานประกอบการกลับมาเปิดได้เร็ว
  5. วางแผนพ่นนอกเวลางานหรือทีละโซนได้ ลดผลกระทบต่อการผลิต
  6. มีประสบการณ์กับลูกค้าหลายประเภท ทั้งสำนักงาน โรงพยาบาล และอาคารที่พักอาศัย
  7. อ้างอิงมาตรฐาน EN 14476:2013+A2:2019 และหน่วยงานที่ระบุบนหน้าบริการ
  8. ขอดูเอกสารผลทดสอบสำหรับเชื้อที่กังวลได้
  9. ออกใบกำกับภาษีได้ สะดวกสำหรับบริษัทและโรงงาน
  10. ติดต่อง่ายทาง โทร 065-556-6294 หรือ LINE @whd268

ก่อนและหลังพ่นฆ่าเชื้อในโรงอาหารพนักงาน

ก่อน

  • คราบโคลนตามขาโต๊ะและมุมห้อง
  • ห้องน้ำรวมมีกลิ่นน้ำเสีย
  • พนักงานท้องเสียต่อเนื่องหลายคน
  • ห้องเย็นเคยไฟดับ ไม่แน่ใจเรื่องวัตถุดิบ

หลัง

  • ทิ้งวัตถุดิบที่ไม่แน่ใจ ล้างครัวและห้องน้ำแล้ว
  • พ่นฆ่าเชื้อโรงอาหาร ห้องน้ำ และจุดสัมผัสร่วมตามโซน
  • ล้างพื้นผิวสัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาดก่อนเปิด
  • มีจุดล้างมือพร้อมสบู่หน้าโรงอาหาร

กรณีตัวอย่าง: โรงงานขนาดเล็กย่านถนนเสรีไทยที่ฟื้นฟูตาม 9 อันดับ

(กรณีตัวอย่างเพื่ออธิบายขั้นตอน ไม่ใช่รีวิวจากลูกค้าจริง)

"คุณวิทย์" ผู้จัดการโรงงานบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กย่านถนนเสรีไทย พบน้ำเข้าโกดังชั้นล่างและโรงอาหารหลังฝนตกหนัก เขาประชุมทีมและใช้ลำดับความเสี่ยงเป็นตัวกำหนดงาน เริ่มจากอันดับ 1 คือให้ช่างตรวจระบบบ่อบำบัดน้ำเสียและปิดห้องน้ำชั้นล่างชั่วคราว จากนั้นอันดับ 2 และ 6 คือให้พนักงานที่ขนพาเลทสวมรองเท้าบูต ถุงมือหนัง และเสื้อแขนยาว พร้อมวางกับดักหนูรอบโกดัง

อันดับ 3 คือย้ายกล่องเอกสารและวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่เปียกออกตาก ทิ้งส่วนที่ขึ้นรา และเปิดพัดลมอุตสาหกรรม อันดับ 4 และ 5 คือทิ้งวัตถุดิบในห้องเย็นที่ไฟดับ ล้างครัวและโรงอาหาร แล้วส่งภาพให้ WHD ผ่าน LINE เพื่อนัดพ่นฆ่าเชื้อในวันหยุด ช่างพ่นทีละโซนตั้งแต่ห้องน้ำ โรงอาหาร พื้นโกดัง ไปจนถึงห้องล็อกเกอร์ และแจ้งเวลากลับเข้าพื้นที่

เมื่อเปิดทำงานวันจันทร์ คุณวิทย์ติดป้ายเตือนอาการฉี่หนูไว้หน้าห้องล็อกเกอร์ และขอให้พนักงานที่มีไข้หรือปวดน่องแจ้งหัวหน้างานและไปพบแพทย์ทันที

เช็กลิสต์ฟื้นฟูบ้านและที่ทำงานในคันนายาวหลังน้ำท่วม

ก่อนพ่น

  • ถ่ายภาพความเสียหายเพื่อขอเยียวยาหรือเคลมประกัน
  • ตัดไฟในพื้นที่น้ำท่วมจนกว่าช่างไฟจะตรวจ
  • ตรวจบ่อเกรอะและระบบน้ำเสียก่อนใช้ห้องน้ำ
  • สวมรองเท้าบูต ถุงมือ และหน้ากากระหว่างทำความสะอาด
  • ทิ้งอาหารและวัตถุดิบที่โดนน้ำหรือไฟดับนาน
  • ตักโคลน ล้างพื้นและผนังส่วนล่างด้วยผงซักฟอก
  • ย้ายกล่องและวัสดุที่เปียกออก ทิ้งส่วนที่ขึ้นรา
  • เปิดระบายอากาศและทำให้แห้ง

หลังพ่น

  • กลับเข้าพื้นที่ตามเวลาที่ช่างแจ้ง
  • ล้างพื้นผิวสัมผัสอาหารด้วยน้ำสะอาด
  • ล้างมือและเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนกลับบ้านหรือก่อนอุ้มเด็ก
  • สังเกตจุดราใหม่ในสองถึงสามสัปดาห์
  • สังเกตอาการไข้ ปวดน่อง ท้องเสีย หรือแผลอักเสบ
  • พบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการ และแจ้งประวัติลุยน้ำ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องจัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วมคันนายาว

ถาม: บ้านถูกปิดทิ้งไว้หลายวันเพราะเข้าไม่ได้ ควรเริ่มจากอะไร
ตอบ: เปิดประตูหน้าต่างระบายอากาศก่อน สวมหน้ากาก ถุงมือ และรองเท้าบูต ตรวจระบบไฟและบ่อเกรอะ แล้วจึงตักโคลน ล้าง และทำให้แห้ง การพ่นฆ่าเชื้อเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ถาม: โรงงานต้องหยุดงานวันพ่นหรือไม่
ตอบ: ไม่จำเป็นต้องหยุดทั้งโรงงาน สามารถพ่นนอกเวลางานหรือทีละโซนได้ โดยพนักงานต้องออกจากโซนที่กำลังพ่นและกลับเข้าตามเวลาที่ช่างแจ้ง

ถาม: อันดับนี้เป็นข้อมูลทางการหรือไม่
ตอบ: ไม่ใช่ เป็นการจัดอันดับเชิงบรรณาธิการของ WHD ตามเกณฑ์ที่ระบุ ไม่ได้มาจากข้อมูลผู้ป่วยในเขตคันนายาว

ถาม: บ่อเกรอะยังเต็ม พ่นฆ่าเชื้อได้หรือยัง
ตอบ: ควรแก้ปัญหาบ่อเกรอะให้ระบบใช้งานได้ก่อน มิฉะนั้นน้ำเสียอาจไหลย้อนขึ้นมาอีกหลังพ่น

ถาม: WHD มีสาขาในคันนายาวหรือไม่
ตอบ: ไม่มี WHD ตั้งอยู่ที่เขตบางแค ติดต่อ 065-556-6294 หรือ LINE @whd268 เพื่อสอบถามคิวงาน

ถาม: น้ำยาจัดการเชื้อฉี่หนูได้หรือไม่
ตอบ: เลปโตสไปราเป็นแบคทีเรียซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ผลิตภัณฑ์ระบุว่าครอบคลุม แต่หน้าเว็บไม่ได้ระบุผลทดสอบเฉพาะ สามารถขอดูเอกสารได้ และต้องควบคุมหนูควบคู่กันไป

ล้างเสร็จแล้ว ให้ WHD ช่วยปิดงานด้วยการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วมในคันนายาว

บ้านจัดสรร โกดัง โรงอาหาร และสำนักงานในแขวงรามอินทรา แขวงคันนายาว และย่านถนนเสรีไทย ส่งภาพมาให้ทีมงานช่วยประเมินได้

นัดพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม

โทร 065-556-6294 | LINE @whd268

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิง

#จัดอันดับเชื้อโรค #เชื้อโรคหลังน้ำท่วม #บริการพ่นฆ่าเชื้อ #พ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม #พ่นฆ่าเชื้อคันนายาว #น้ำท่วมคันนายาว #น้ำท่วมเสรีไทย #น้ำท่วมกทม2569 #Chemgene

คำค้นหา: จัดอันดับเชื้อโรคหลังน้ำท่วม คันนายาว, น้ำท่วมคันนายาว 2569, น้ำท่วมรามอินทรา, น้ำท่วมเสรีไทย ซอย 56, นิคมอุตสาหกรรมบางชัน, พ่นฆ่าเชื้อคันนายาว, พ่นฆ่าเชื้อโรงงาน, บริการพ่นฆ่าเชื้อหลังน้ำท่วม, CHEMGENE HLD4H

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้